The memories ซีรีส์ความทรงจำ
เล่ห์ทศกัณฐ์
Chapter 1
“ไม่ต้องถอด... มานี่” ในน้ำเสียงสุขุมสั่งแม่บ้านสาววัยยี่สิบห้าปี
เจ้าของร่างสูงสง่าในเชิ้ตทำงานสีดำมีภูมิฐานราคาแพงพิงบั้นท้ายไว้กับโต๊ะทำงานไม้สักกว้างวางเคลือบด้วยกระจกสีดำสนิท
นัยน์ตาสีน้ำตาลประกายวาววับจับไปที่ร่างเย้ายวนในเสื้อยืดกางเกงยีนธรรมดา ความคับแน่นของอกมหึมาทำให้เจ้าหล่อนดูหวือหวาล่อตาหนุ่มน้อยใหญ่
โดยเฉพาะนายหัวคาสโนว่าแห่งไร่องุ่น ‘พีควัลเลย์’ หากว่าเขาได้ส่งยิ้มให้ เพราะหน้าตาสะสวยถูกใจ
อายุไม่เกินสามสิบปี... อมเก่ง เอวดี! ตรวจเลือดตรวจโรคก่อน ผ่านเลขาฯ คนสนิทอย่างนายวิทยาเป็นคนจัดการ
แก้วทรงสวยขนาดพอดีฝ่ามือที่มีกลิ่นอายหอมกรุ่นของบรั่นดีถูกวางลงด้วยท่าทางสบาย ๆ ก่อนที่เขาจะเอ่ยอีกครั้ง
“นั่งลงครับ... คุณรู้ว่าต้องทำอะไร”
“ค่ะ คุณเมฆ” รับคำเสียงหวาน ร่างบางคุกเข่าลงกับพื้น แหวกกระดุมออกเผยให้เห็นหน้าอกอวบอัดคับแน่นภายใต้เสื้อที่ดูเล็กไปถนัดตา ยกมือขึ้นสัมผัสกลางกางเกงสแล็คสีดำ เพื่อปลุกเร้าสิ่งที่อยู่ภายใน
แน่นอนว่าไม่มีการบังคับข่มขืนใจเกิดขึ้นที่นี่ เมื่อนายทุนใหญ่เจ้าของฟาร์มองุ่นกว้างขวางพื้นที่กว่าร้อยไร่ ร่ำรวยขนาดว่าเขาไม่จำเป็นต้องง้อผู้หญิงที่ไม่ต้องการเงิน
นอกจากฟาร์มองุ่นแล้วเขายังถือหุ้นกาสิโน จับงานธุรกิจสีเทาในประเทศเพื่อนบ้าน ขยายสาขาไปถึงบนเรือสำราญ
การซื้อผู้หญิงกินคงไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับหนุ่มโสดวัยสามสิบหกปีที่รักแค่ตัวเอง ชาตินี้ทั้งชาติเมธพนธ์คงไม่มีคนรัก และไม่คิดจะมี...
ผู้หญิงไม่ต่างจากเครื่องระบายอารมณ์ทางเพศสำหรับเขาเท่านั้น...
“ถอดกางเกงให้ผม คนสวยให้ไว” ทั้งน้ำเสียงและแววตาเย็นยะเยือกของชายผู้ไร้หัวใจพาวงหน้าหวานงามระรื่น ดีอกดีใจด้วยความที่หล่อนได้รับสิทธิพิเศษ
บรรดาคู่ขาสาวน้อยใหญ่ที่เข้ามาเหยียบฟาร์มแห่งนี้รู้ดีว่านายหัวมีกฎเหล็กอย่างหนึ่งคือพวกหล่อนไม่มีสิทธิ์ปลดปราการใดจากตัวเขาหากไม่ได้รับอนุญาต
“ค่ะ คุณเมฆขา... รับรองว่ากิ้บจะทำให้คุณรู้สึกดีสุด ๆ” แม่บ้านสาวผู้ช่ำชองงานบนเตียงเต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจ
ดวงตาคู่เรียวรีใต้อายไลน์เนอร์สวยคมเหลือบขึ้นมองกรามแกร่ง ส่งกระแสความร้อนแรงด้วยการกัดริมฝีปากเบา ๆ หลุบตามองความเป็นชายในกางเกงเข้ารูปพอดีตัวด้วยความปรารถนา
มือเรียวเลื่อนขึ้นปลดเข็มขัดหนังออกจนเกิดเสียงกระทบกัน ออกแรงดึงอีกชั้นในอีกชั้นหนึ่งที่รัดแน่นลง โดยที่มันยังเกาะสะโพกสอบเข้ารูปร่างกำยำ ประสาคนชอบออกกำลังกายเป็นกิจวัตร
“เอาเป็นว่าผมจะรอ... อย่าให้เสียชื่อล่ะ คนสวย” ว่าพลางแค่นหัวเราะ ขณะใบหน้าหล่อเหลาคมคายก้มมองเสื้อเชิ้ตสีขาวกระดุมหลุด กางเกงยีนสั้นบนร่างเย้ายวน คงเพราะไม่ได้มีกฎเข้มงวดมากนักกับการแต่งตัวของแม่บ้านสาวที่ใครจะใส่อะไรก็ได้
บทรักเร่าร้อนควรเริ่มขึ้น หากว่าเจ้ามังกรร้ายจะยอมตื่นจากการหลับใหล
“แต่ถ้ามันไม่แข็ง... กลับไปทำงานบ้านนะ” พูดจบ ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะข้าง ๆ ตัว ปัดปลายนิ้วไปมาเปิดอ่านอะไรไปเรื่อยเปื่อย
เป็นความลับที่พวกหล่อนทั้งหลายจะเก็บมันไว้อย่างดี หากไม่อยากกลับบ้านมือเปล่า นายหัว ‘เมฆ’ ไม่ใช่คนมีอารมณ์ทางเพศสูงนัก เขาจึงต้องหาเรื่องที่จะกระตุ้นการใช้งานมัน ยังพยายามหลีกเลี่ยงยาปลุกสมรรถภาพทางเพศจากหมอเพราะตัวเขาไม่ชอบที่จะรับประทานยาอะไรสักอย่าง
นายแพทย์หนุ่มคนหนึ่งบอกกับเขาว่า การหย่อนสมรรถภาพทางเพศนี้มีมากมายหลายรูปแบบทั้งผู้หญิงผู้ชาย
ในส่วนของตัวเขานั้นเป็นอาการทางจิตประเภทหนึ่ง ไม่ได้เป็นทั้งความดันหรือแม้แต่โรคหัวใจ แต่เป็นเพราะความเบื่อหน่ายหรือความทรงจำเลวร้ายในอดีตทำให้เขารู้สึกเฉยชาไปเสียเอง
มันแค่ ‘หย่อน’ ยังไม่ ‘เสื่อม’ ใช้การได้อยู่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์
มือนุ่มนิ่มเริ่มขยับไล่เล่นจากใต้ฐานหนุ่มหยุ่นของก้อนเล็กกลมสองลูก ลิ้นเปียกชุ่มอุ่นโลมเลีย ดูดปลายหัวมนลีบเล็กค่อย ๆ ขยายตัวทีละน้อย ราวดอกไม้สีแดงสดที่กำลังจะเบ่งบาน
ปลายหัวของอาวุธขนาดใหญ่ตามรูปร่างสรีระชายร่างสูงใหญ่กำยำเคยสร้างความสุขสมให้ร่องรักคับแน่นชุ่มน้ำกาม! ปานไหน หล่อนจึงตั้งใจว่าจะทำมันให้ดี
ชายหนุ่มพริ้มตาปิดลงคราวรับรู้อารมณ์ซ่านสยิว ทว่ามันคงไม่มากพอในระดับที่จะมีเพศสัมพันธ์ได้อย่างสุขสม ยังทำให้เขาหงุดหงิดหัวเสียพอสมควร ตาคมลืมพรึ่บมองเพดานสีขาว! ก่อนจะก้มหน้าลงถอนหายใจหนัก
“พอ... หยุด...”
คนได้ยินเหลือบตามองสีหน้านิ่งเฉยเบื่อหน่าย หยุดขยับปากค้างทันที
ไม่มีใครกล้าขัดใจนายหัวที่ถ้าได้หงุดหงิดแล้วล่ะก็ จะเป็นแบบนั้นไปตลอดวัน หล่อนปล่อยเจ้ามังกรน้อยที่คงนอนหลับต่อด้วยท่าทางเสียอกเสียดาย ขณะมือหนาขยับเก็บอาวุธประจำกายไว้เข้าที่ รูดซิบปิดสนิท
ก๊อก ก๊อก...
ได้ยินเสียงเคาะประตู ชายหนุ่มหรี่ตามองประตู แน่ใจบางคนคงรออยู่ข้างหน้าห้องซะมากกว่ามาได้จังหวะพอดี
“เข้ามาสิวะ ไอ้วิทย์!” เสียงเรียกดังอนุญาตให้ลูกน้องหนุ่มเข้ามา เจ้าของห้องทำงานก็เดินอ้อมไปดึงลิ้นชักให้เปิดอ้าออก โยนกระดาษสีเทาฟ่อนหนึ่งลงบนโต๊ะ
เป็นอันรู้กันว่าเสร็จธุรกิจบำเรอกามด้วยความเต็มใจ พวกหล่อนจะได้รับน้ำใจทุกครั้งเป็นเงินสด ถึงงานวันนี้จะไม่สำเร็จลุล่วง
“ขอบคุณค่ะ คุณเมฆ กิ้บไปนะคะ” หญิงสาวหน้าตาสะสวยบอกลาเขาก็ไหวไหล่ผายมือออกกว้าง
“เชิญครับ... คุณกิ้บ”
ต่อให้เป็นแม่บ้าน เจ้านายอย่างเมธพนธ์กลับสุภาพอยู่เสมอ หล่อนประนมมือไหว้งามช้อย หยิบเงิน เดินออกไปทั้งสภาพเสื้อหลุดลุ่ยอย่างนั้น
เป็นวิทยาที่ตวัดหางตามองอย่างไม่พอใจ ด้วยความหวังดีของลูกน้องอันดับหนึ่งที่ตั้งใจส่งสาว ๆ มาให้นายไม่ประสบความสำเร็จ
คนมาใหม่ในเชิ้ตหล่อเหลาหยุดก้าวลงข้างโต๊ะทำงาน ในห้องที่มีกระจกใสบานใหญ่โตมองเห็นทิวทัศน์ของฟาร์มองุ่นได้โดยรอบ
“ผมไม่ได้มารบกวนใช่ไหม? นายหัว” วิทยาถามพอเป็นมารยาทพอเห็นว่าอีกคนดูหงุดหงิด แต่แล้วก็อารมณ์ดีขึ้นมา มือจับแก้วทรงสวยที่วางอยู่บนโต๊ะดันมันเบา ๆ ให้อย่างเชื้อเชิญ
“วันนี้แกคงไม่ได้ขับรถเพราะว่าฉันจะไม่ไปไหน มากินไวน์เป็นเพื่อนฉันละกัน อ้อ... วันหลังเข้ามาก็เข้ามาเลย ไม่ต้องเคาะประตู จะเคาะหาพระแสงอะไร”
“ครับนาย” ตอบแล้ว ใบหน้าคมเข้มของลูกน้องหนุ่มเครียดจัด ทำอึก ๆ อัก ๆ “เอ่อ... สาวนายหัว นายจะเอาไง? ผมว่าจะมาบอกตั้งแต่เมื่อวาน เห็นนายยุ่ง ๆ”
วิทยาได้รับคำสั่งหลายวันก่อนว่าอย่าให้ใครยุ่งกับของของนายนั่นคือผู้หญิง
เพลย์บอยตัวพ่ออย่างเมธพนธ์กราดกินไปทั่วอยากได้ใครต้องได้ รวมไปทั้งคนที่ยังไม่ได้แอ้ม นายหัวคาสโนว่าก็นับรวมหมด
คิ้วเข้มหนาขมวดมุ่นอย่างสงสัย “สาวฉัน... แกหมายถึงคนไหน?”
“ยัยตัวแสบ... ลูกสาวไอ้พิภพไง ผมว่านางน่าจะกิ๊กกับหมอหมา”
ได้ยินเท่านั้น นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจัดลุกวาว แน่นอนว่าใบหน้าสดสวยโฉบเฉี่ยวอมเปรี้ยวและหวานในคนคนเดียว คำพูดจาร้ายกาจทำให้เขาติดใจอยู่ไม่น้อย
ขณะมือหนากำหมัดแน่นในอารมณ์เกรี้ยวโกรธ เหมือนเด็กถูกแย่งของเล่น วิทยาเห็นท่าไม่ดีและมีแผนสำรอง รีบบอก
“เอ้อ! นายหัว... อย่าเพิ่งอารมณ์เสีย ผมมีอะไรให้ดู” รูปถ่ายหลายใบถูกหยิบออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ยื่นให้อีกคนรับไป
สีหน้าขุ่นเคืองใจของเจ้านายค่อยคลายลง ในสายตาของลูกน้อยที่ตั้งใจรอ...
กระดาษแต่ละใบสอดไว้ข้างใต้ล่างสุด แต่ละรูป ดวงตาที่ฉายแววเย็นยะเยือกอยู่เสมอใช้เวลาจับจ้องมันอยู่สักพัก
ใบหน้าหวานหมดจดลงตัวไม่มีส่วนไหนที่เขาไม่ชอบเลย ดวงตาคู่กลมโตดูใสซื่อบริสุทธิ์กับเดรสทรงคุณหนูเฉิ่ม ๆ ดูยังไงก็เป็นผู้หญิงเรียบร้อย ช่างห่างไกลจากผู้หญิงในอุดมคติ...
สเปคของเมธพนธ์ต้องนมโตเท่าหัวเด็ก! แต่ถึงเขาจะเป็นอย่างนั้น หัวสมองกลับโลดแล่นจินตนาการฉากสวาท วาบหวามน้ำรักน้ำกามเต็มหน้าสวย ๆ และก็ยังคิดอยู่ว่าเธอมีใครจับจองเป็นเจ้าของหรือยัง ทั้งที่เห็นอยู่ว่าเธอมีความสัมพันธ์อย่างไรกับศัตรูตัวฉกาจ
เจ้าของฟาร์มม้า รีสอร์ตเชิงท่องเที่ยวธรรมชาติ ดำเนินกิจการมาก่อนฟาร์มองุ่นของเขาถึงสามสิบปี ก็คงจะต้องเขม่นกันอย่างเลี่ยงไม่ได้
ปลายนิ้วยกขึ้นรูปไล้ใบหน้าของหญิงสาวในภาพถ่ายอย่างหลงใหล ราวกับว่าตกอยู่ในห้วงมนต์ ก่อนยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย
“เด็กไอ้พิภพงั้นเหรอ...?”
“ลูกสาวของพลตำรวจเอกปรีชา ผู้หญิงที่ไอ้พิภพกำลังติดพัน พวกผมตามสืบอยู่ น่าสนใจกว่านังอริสเยอะ นังนั่นมันไล่ยิงพวกเราตั้งหลายคน มาป่วนฟาร์มเราอีก” คนพูดมีท่าทีโกรธแค้น แววตาวาวโรจน์บอกนายที่ยกมือแตะคางด้วยท่าทางครุ่นคิด
“จริงอย่างที่แกว่า... วิทยา หัวดีเหมือนกันนะ ไม่เสียแรงที่ฉันนับเป็นน้องเป็นนุ่ง” นายยกมือลูบศีรษะผู้ชายตัวโตที่แค่ยิ้มแหย ก่อนจะหน้าเข้มเครียดขึ้น
“ผมได้ยินมาจากชาวบ้านว่าเธออัธยาศัยดีเข้ากับคนง่าย ช่วงนี้พวกผู้หมวดผู้กองยุ่งกับคดีใหญ่ของท่านรองฯ คดียาเสพติดจับปลาใหญ่ไม่ได้สักตัว เธอเลยไม่มีตำรวจคอยตาม ถ้านายอยากแก้แค้นไอ้พิภพเพื่อความสะใจ ผมว่าเหมาะ”
“อืม... สงสัยจะมีเรื่องสนุกทำ แกไม่ต้องยุ่งอะไรทั้งนั้นนะ ฉันจะจัดการเอง”
ความคิดร้ายกาจบอกเมธพนธ์ได้ทันทีว่าควรทำอย่างไรกับแม่สาวหน้าตาจิ้มลิ้ม ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าอสรพิษอย่างอริสา ยังมีอีกเรื่องที่เขาเพิ่งจะนึกออกพอพิจารณาวงหน้าหวานงามดูให้ดี ๆ ทำหน้าเครียดให้ลูกน้องคนสนิทเกิดสงสัย
“มีอะไรหรือเปล่าครับ? นายหัว...”
ใบหน้าหล่อเหลาเหลือบขึ้นมองคนถามแต่เขาคงไม่บอก แต่ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เพราะไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะปกปิดเรื่องอะไรได้จากวิทยาได้บ้างไหม
“เปล่า... ไม่มีอะไร แกไปสืบเรื่องผู้หญิงคนนี้มาให้ฉัน” แล้วส่งสายตาคมวับไปยังแก้วทรงสวยบนโต๊ะ
“จะรอให้ยุงไข่ในไวน์รสเลิศของฟาร์มฉันก่อนหรือยังไง? เสียมารยาทสุด ๆ ไปเลยนะไอ้วิทย์”
ความสนิทสนมกันไม่มีใครถือสาใคร วิทยาโน้มตัวลงจับก้านแก้วใสขึ้นดมกลิ่นหอมขององุ่นที่มักบ่มมานาน ด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้มก่อนยกขึ้นแตะริมฝีปาก จิบชิมทีละเล็กละน้อย
ฟาร์ม ‘พีควัลเลย์’ เป็นสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ด้วยบรรยากาศสุดแสนธรรมชาติท่ามกลางขุนเขา
ไวน์คุณภาพของเมืองไทยหมักบ่มจากองุ่นหลากหลายสายพันธุ์ ใครจะรู้ว่าทีแรกนั้นนายทุนใหญ่นำเงินหมุนเวียนจากธุรกิจสีเทา ๆ มาลงไว้ เพื่อให้เงินพวกนั้นให้กลายเป็นเงินสะอาด
“เธอชื่ออะไร?” เสียงเข้มถามขึ้นมา ทำคนเป็นลูกน้องแปลกใจแต่ก็รีบตอบ
“คุณพายครับ”
“ชื่อ นามสกุล...”
“ขณิกา อรรถ..? อะไรสักอย่างน่ะครับ นามสกุลเธอยาวมาก เอ๊ะ..? นายไม่เคยถามชื่อใครนี่” ลูกน้องหนุ่มมีสีหน้างุนงงสุดๆ เพราะแม้แต่คู่นอนของนายแต่ละคน สาวคนโปรดนายยังเรียกหาแบบส่ง ๆ ยัยนางแบบ ยัยขายาว ยัยนมโต...
“ก็แค่ถาม มันจะไปแปลกอะไร เหมือนคุณกิ้บ... ฉันยังเรียกหล่อนว่าคุณกิ้บเลย” แก้ตัวพลางคว้าขวดสีเขียวเข้มรินลงในแก้วอีกใบหนึ่งให้ตัวของเขาเอง กลบเกลื่อนอาการโกหกที่คนสนิทนับสิบปีอย่างวิทยาต้องรู้
“นายเรียกยัยแม่บ้านนมโต... ผมเพิ่งได้ยินนายเรียกคุณกิ้บ เพราะว่าเธอแทนตัวเองว่ากิ้บแค่หนเดียว”
“แกจะมาเถียงฉันเรื่องชื่อให้มันได้อะไรล่ะ? หืม...” เลิกคิ้วถามพร้อมด้วยรอยแย้มยิ้มเจ้าเล่ห์ ร่างสูงโน้มตัวลงจับก้านแก้วทรงสวยขึ้น ยื่นไปข้างหน้าเพื่อแตะแก้วกับลูกน้องหนุ่มเบา ๆ พอวิทยาจิบชิมไวน์รสชาติดีอย่างชื่นใจ เขาถึงได้วนน้ำสีแดงสดไปมาอย่างนึกอารมณ์ดี ทว่าประกายไฟเดือดดาลปะทุขึ้นในดวงตา
“ไอ้โคแก่คิดจะกินหญ้าอ่อนสินะ... ฉันคงต้องรีบไปแย่งน้องพายมาซะแล้ว”
สามเดือนที่แล้ว...
“เลี้ยวซ้ายข้างหน้านี้ก็ถึงฟาร์มนายภพ รุ่นน้องพ่อแล้วล่ะ อย่าลืมที่พ่อบอกนะลูก” ปรีชาหันไปย้ำเรื่องสำคัญอีกครั้งหนึ่งในที่ข้างหลังของเขากับลูกสาว
“ค่ะพ่อ ห้ามพูดเรื่องรัก ๆ กับอาภพ เท่านี้สบายมาก พายทำได้ รูดซิบปิดปากสนิทไม่มีปัญหาแน่นอน” เสียงเจื้อยแจ้วตอบพลันส่งยิ้มหวาน มือกอดรัดแขนพ่อประสาคนช่างอ้อน ก่อนจะชะเง้อคอหาคนขับรถยนต์ส่วนตัวข้างหน้า “ลุงนิ่มไปเที่ยวกับพายด้วยนะ”
“ได้เลยครับคุณพาย”
ลุงนิ่มทำงานให้ครอบครัวอรรถจิรานนท์มานาน คอยรับส่งหญิงสาวมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ ช่วงนี้คงบ่อยขึ้นพอขณิกามาอยู่เขาใหญ่กับครอบครัว ไปกรุงเทพเป็นบางครั้งบางคราวเฉพาะเวลาเข้าไปเคลียร์งานที่บริษัท
ปรีชาคิดว่าลูกสาวคงกำลังตื่นเต้นเพราะเป็นลูกคุณหนูผู้ดีมาแต่เกิด จึงเดินห้างสรรพสินค้าเสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่เคยได้มีโอกาสท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ถึงได้รีบลุกขึ้นมาแต่งตัวตั้งแต่เช้า
ในเดรสสีครีมหวานเข้ากันกับหมวกปีกกว้างและกระเป๋างานแบรนด์เนมใบเล็กๆ ดวงตากลมโตเปล่งประกาย ริมฝีปากได้รูปอมชมพูแย้มยิ้มอย่างอารมณ์ดี
“พายอ่านรีวิวก่อนมาแล้วพ่อ รีสอร์ตฟาร์มม้าของคุณอาสวยมาก ข้างในมีห้องพักเห็นภูเขา 360 องศาด้วยค่ะ เขาบอกกันว่าเป็นรีสอร์ตที่สวยที่สุดในเขาใหญ่”
คนพ่อเลื่อนมือไปจับมือเรียวเล็กของลูกสาวไว้ พลางเอ่ยชมไม่ขาดปาก “รับรองว่าลูกจะติดใจ จนต้องขอนอนชมวิวที่นี่บ่อย ๆ”
“แน่ ๆ เลยค่ะพ่อ นี่พอพายบอกเพื่อนในไลน์กลุ่มว่าจะมาที่นี่ ยัยฟ้ายัยพิมพ์อิจฉากันใหญ่ พ่อเลิกงานแล้วมาเที่ยวกับพายนะ”
“อืม... พ่อเสร็จงานแล้วจะโทรหา ฝากพายด้วยตานิ่ม ฉันขับรถไปทำงานเอง เย็น ๆ ฉันมารับแกกับพายเนอะ” ปลายเสียงบอกกับสารถีคนดีประจำบ้าน หนุ่มวัยหกสิบตอบรับด้วยรอยยิ้ม ผ่านกระจกมองหน้า
“ครับ ท่าน”
เป็นความหวังดีของพ่อที่กลัวลูกสาวเบื่อหน่ายระหว่างที่เขาติดภารกิจสำคัญ คดีใหญ่ระดับชาติ ตั้งแต่พลตำรวจเอกปรีชาพาครอบครัวย้ายมาลงหลักปักฐานอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา ตัวของเขาเองก็ไม่ค่อยจะมีเวลา การพาลูกสาวมาเที่ยวมาฝากรุ่นน้องที่ฟาร์มม้าแห่งนี้ ลูกได้เที่ยวแล้วตัวเขายังไม่ต้องเป็นห่วงลูกสาวมาก
“ช่วงนี้เราเที่ยวให้หนำใจไปเลยนะ วันไหนพ่อกลับดึก จะได้ไม่ต้องอยู่รอ อยู่กับนายภพกับลูกสาวแกจะได้ไม่เหงา”
คุณหนูของบ้านยังคงมีสีหน้าสงสัยอยู่ “อืม... พ่อบอกว่ารู้จักอาภพมานานแล้วใช่เปล่า?”
“ตั้งแต่พ่อเป็นตำรวจใหม่ ๆ เลยล่ะลูก ตอนนั้นแก้วใจ เมียแกก็ยังอยู่ เป็นรุ่นน้องพ่อทั้งสองคนนั่นแหละ”
ในหน้าตาเข้มเครียดขึ้นเล็กน้อยพอเอ่ยถึงอดีตภรรยาของนายหัวฟาร์มม้า ปรีชารู้จักกับสองสามีภรรยาที่รักใคร่กันมาก เสียอยู่เรื่องเดียวคือพิภพเป็นคนสูบบุหรี่จัด ทว่าพอภรรยาต้องมาเสียชีวิตไปเพราะควันบุหรี่มือสอง เจ้าตัวจึงเลิกบุหรี่เป็นการถาวร
คุณพ่อนั้นแน่ใจว่าเพื่อนรุ่นน้องที่รู้จักกันมานานนับหลายสิบปีจะดูแลลูกสาวเป็นอย่างดี ไม่มีนอกลู่นอกทาง โดยไม่ได้เอะใจอะไร...
กระทั่งใบหน้าสดสวยเผยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม หรี่ตาเล็กจนเหยียดตรง
“พายว่าพายเคยได้ยินอยู่ค่ะ นายหัวฟาร์มม้าเป็นคนดังละแวกนี้ แปลว่าตอนนี้คุณพิภพโสดน่ะสิ”
คนพ่อหัวเราะเสียงดัง “ตั้งแต่เมียตายตาภพก็อย่างนั้น อยู่คนเดียวน่ะสิลูก ทำไมรึ?”
“พายจีบเพื่อนพ่อได้เปล่า?”
“ลามปาม” ดุทันที วงหน้าหวานเสแสร้งเป็นเศร้าอยู่ครู่ ทว่าพอมุมปากหนาหยักได้รูปกระตุกว่า “ถ้าแกมีปัญญานะ ยัยพาย”
“อุ๊ย...! พ่อดูถูกพายอ่ะ” เสียงตกใจตอบพลางยกมือแนบอก ขณิกาแน่ใจว่าเธอไม่ได้ขี้เหร่เลย ยังดูแลตัวเองอยู่เสมอประสาลูกคนมีเงิน ทว่าสำหรับปรีชาที่รู้จักหนุ่มใหญ่มานานมั่นใจว่าความสวยไม่ใช่ประเด็น
เศรษฐีพ่อม่ายลูกติด เจ้าของรีสอร์ตฟาร์มม้ากว้างขวางพื้นที่กว่าร้อยไร่ มีสาวน้อยใหญ่มารุมล้อมทอดสะพานให้มากมาย ไม่เคยจะได้สนใจใครนอกจากลูกสาว ด้วยเหตุว่าเขายังฝังใจกับภรรยาที่ลาจากโลกไปถึงสิบห้าปี
“พ่อพูดเรื่องจริง ไม่อย่างนั้นพ่อจะกล้าพาลูกสาวสุดที่รักของพ่อมาฝากรึ?”
“เชื่อแล้วค่ะ คุณพ่อขา...” แล้วเธอก็ซุกแก้มลงบนไหล่พ่อ ที่รักและเอาใจใส่เธอเป็นที่สุดด้วยความเป็นลูกคนเดียว
“เดี๋ยวตอนเย็น ลูกคงได้เจอพี่อริสา ลูกสาวนายภพ พ่อโทรหาแล้วล่ะ เห็นว่าจะกลับมาทานข้าวที่บ้านด้วยกัน กับข้าวที่นี่อร่อยมาก ถ้าลูกหิวลูกกินไปก่อนเลยนะ”
“ค่ะพ่อ เอ... พี่อริส.. ที่พ่อเล่าให้ฟัง เป็นครูสอนยิงปืนด้วยใช่ป่ะ?” คนถามเชยหน้าขึ้นมองเจ้าของบ่ากว้างกำยำที่อิงแอบ
ขณิกากำลังนึกถึงรูปในโทรศัพท์มือถือของพ่อ หญิงสาวหน้าตาสะสวยยืนทำหน้านิ่ง ๆ เหมือนถูกบังคับให้ถ่ายรูป อาจเป็นเพราะบุคลิกของอริสาเป็นคนเงียบขรึม
“ใช่แล้วลูก เราอยากจะไปเรียนกับพี่เขาไหมล่ะ? เดี๋ยวพ่อบอกนายภพให้ เป็นผู้หญิงเรียนไว้ก็ดีนะ ไว้ป้องกันตัว พ่อจะได้ไม่ต้องวานหมวดพินมาดูเราบ่อย ๆ”
“พ่อจะไปวานพี่พินทำไมล่ะคะ? เห็นพายเป็นผู้ต้องหาหรือไง ต้องมีหมวดมาคอยประกบอ่ะ” ขณิกาบ่นอุบอิบ เธอไม่ค่อยพอใจกับเรื่องนี้เท่าไรนัก
ร้อยตำรวจตรีพิมฐาหรือหมวดพิน ทำงานอยู่ในสังกัดของพลตำรวจเอกปรีชา รองผู้บังคับการฯ ฝ่ายสืบสวนสอบสวน หน้าที่ของผู้หมวดสาวมีอีกหนึ่งอย่างคือดูแลลูกสาวท่าน ด้วยเป็นญาติห่าง ๆ กันอยู่แล้วจนทุกวันนี้หมวดพินเปรียบเสมือนญาติมิตรสนิทกันอีกคนหนึ่ง
“พ่อเป็นห่วงลูกนี่... สมัยนี้อาชญากรรมเยอะแยะ พ่อทำคดีหนัก ๆ นึกถึงลูกขึ้นมาแล้วไม่สบายใจทุกที” ปรีชาจึงแก้ปัญหาโดยใช้ลูกน้องในสังกัดเสียเลย เขามีสีหน้าไม่ค่อยจะดี ยังเครียดอยู่กับเรื่องงาน
“พายว่า... พี่พินนิสัยอาจจะคล้าย ๆ พี่อริสนะพ่อ สวยเท่ ยิงปืนเก่ง ขี่ม้าเก่ง พายอยากให้พี่อริสหล่อล่ำบึ้กแบบพี่พินจัง”
ได้ยินคำไม่เข้าหู คนพ่อมองขวับตามลูกสาวที่ทำหน้าทะเล้นใส่
“พายพูดเล่นน่ะ”
เธอหัวเราะ ปรีชายกมือขึ้นแตะศีรษะลูกสาว แล้วผลักเบาๆ
“ยัยลูกคนนี้ ชอบแกล้งพ่ออยู่เรื่อย ก็รู้ว่าพ่อมีลูกสาวคนเดียว พ่อหวงนะ เอ้า... เที่ยวให้สนุก” คนพูดบอกลาเมื่อมาถึงที่หมาย
เมอร์เซเดสเบนซ์สีขาวจอดสนิทดีในที่จอดรถด้านหลังฟาร์ม หน้าบ้านหลังใหญ่โตโอ่อ่า คนที่มารอรับก็เข้ามาทักทาย ปรีชาจากรถเป็นคนแรก ตบบ่าพูดคุยกันสองสามคำประสาผู้ชายตัวโต ตามด้วยลูกสาวที่ขยับตัวช้าสักหน่อย
คล้ายเป็นเรื่องโกหกจากพ่อมากกว่า ใบหน้าหวานคมของหนุ่มวัยห้าสิบสองปีดูไม่หนีไปจากหนุ่มรุ่นอายุสักสามสิบ ความสูงชะลูดกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบ หุ่นกำยำเป็นล่ำสันของเจ้าของฟาร์มที่ขี่ม้าออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ สะกดตาใส ๆ ของเธอไว้ทันทีที่ปิดประตูรถลง ตวัดกระเป๋าแบรนด์เนมใบเล็กน่ารักขึ้นบ่า
ผู้ใหญ่ทั้งสองคนหันมาพร้อมรอยยิ้ม “นี่ลูกสาวพี่... ชื่อพาย เป็นเจ้าของบริษัทโฆษณา เป็นยังไง หน้าตาดีเหมือนพี่ไหม?” นายตำรวจใหญ่นั้นช่างอวดลูกสาวเกินใคร เอื้อมมือขึ้นโอบร่างบางไว้ในอ้อมแขน
ขณิกายกมือประนมแนบอกอย่างนอบน้อม “สวัสดีค่ะ คุณอา”
พิภพกวาดสายตามองตาม ใบหน้างดงามหมดจด ทรวดทรงองเอวสะโอดสะองว่าเป็นนางเอกละครได้ เขาไม่ได้รับไหว้ผู้น้อย แต่เอ่ยปากชม
“สวยครับ... สวยกว่าที่พี่ชาเล่าให้ผมฟังอีกนะครับ”
หญิงสาวได้แต่ยืนม้วนตัวเขินอาย จนพ่อมองตาขวาง
“เอ้อ... ช่วงนี้พายไป ๆ มา ๆ กรุงเทพ-ปากช่อง งานที่บริษัทไม่เยอะมาก พี่คงจะพามาเที่ยวบ่อย ๆ พี่ไว้ใจแกน่ะไอ้น้องรัก ฝากด้วย”
ในปลายเสียงชักเริ่มไม่แน่ใจหนุ่มรุ่นน้องที่คิดว่าไว้ใจ ทว่าแทนที่เจ้าตัวจะตอบดันเป็นเสียงหวาน
“พ่อก็ต้องไว้ใจคุณอานะคะ เพราะที่ไว้ใจไม่ได้น่ะเป็นพาย... อาภพหล๊อหล่อค่ะ สเปคพายเลย” ว่าแล้วก็โบกมือไปมาเป็นเชิงไล่ “บายพ่อ ไปทำงานนาน ๆ เลยนะคะ”
“ให้มันน้อย ๆ หน่อยนะเรา เดี๋ยวพ่อจะตีให้ก้นลาย” เสียงเข่นเขี้ยวขู่ฟ่อ ปรีชาสะบัดหน้างอนลูกสาว ก้าวขาขึ้นที่นั่งคนขับรถเหยียบคันเร่งแรง ขณะที่นายนิ่มตามทั้งสองไปทำหน้าที่ขับรถกอล์ฟให้แทนเจ้าของฟาร์มม้า
เจ้าของร่างสูงในชุดทะมัดทะแมง เสื้อโปโลกางเกงยีน ก้าวขึ้นรถโดยมีหญิงสาวส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ขณะที่เขาไม่ได้ยิ้มตอบ ถามเสียงเข้ม
“ชื่อพายใช่ไหมเรา?”
“ค่ะ คุณอา”
“เรียกอาภพก็ได้”
“ค่ะ อาภพ” เสียงหวานตอบ ตามปรกตินิสัยคนมีมารยาทอัธยาศัยดี ก่อนที่เธอจะเลื่อนสายตาไปทางทิวทัศน์อันแสนสวยงามของหญ้าเขียวขจี ลมเย็น ๆ พัดผ่านใบหน้าให้ความรู้สึกสดชื่นแจ่มใสจนต้องสูดลมธรรมชาติเข้าปอดซึ่งเคยได้แต่กลิ่นควันของรถยนต์มากมายในเมืองกรุง
“ฟาร์มสวยจังเลยค่ะ... เหมือนที่พายเปิดรีวิวมาเปี้ยบ”
คนที่นั่งอยู่ข้างกันนั้นคงไม่ได้ฟัง นัยน์ตาคู่คมยังจับจ้องทุกส่วนบนวงหน้าหวาน ไล่ตั้งแต่ดวงตาสว่างใส จมูกโด่งเป็นสันงาม ถอดต้นแบบใบหน้าธรรมชาติไร้มีดหมอมาจากพลตำรวจเอกปรีชา ผมสีดำขลับยาวสลวยพลิ้วไปตามลมส่งกลิ่นหอมอ่อน
พิภพไม่รู้ตัวว่ากำลังคาดหวังอะไรกับสาวรุ่นลูก นอกไปเสียจากคำพูดค้างค้าใจอย่างหนึ่ง
“พายทำไมพูดแบบนั้นกับพ่อ?”
“พูดอะไรคะอาภพ?” ความสงสัยเต็มวงหน้าหวาน ขณะดวงตาคู่คมหรี่เล็กลงคล้ายจะเอาคำตอบที่เธอควรรู้ดีกว่าใคร
“ออ... ที่บอกว่าอาภพหล่อเหรอคะ? อาภพก็ดูดีนี่คะ” อุปนิสัยของเธอแค่เป็นคนปากไว ดูเหมือนว่าอีกคนนั้นคิดไปไกล
“ที่บอกว่าอาเป็นสเปคพาย...”
ขณิกายกมือป้องปากหัวเราะ มือจับหมวกปีกกว้างไม่ให้ปลิวไปกับลม “พายกับพ่อสนิทกัน พูดเล่นกันแบบนี้ประจำแหละค่ะ”
“สรุปว่าพูดเล่น?” ในคำพูดที่ฟังดูแล้วหดหู่ใจแปลก ๆ อีกคนก็จุดประกายความหวังให้เขาอีกครั้ง
“พายหมายถึงพายหยอกเล่นกับพ่อเป็นปรกติค่ะ แต่ที่พายพูด พายพูดจริง พายไม่ได้จะจีบอาภพนะคะ พายไม่กล้าลามปาม พายแค่ชม พายชมได้ใช่ไหมคะ?”
“ใครไปห้ามล่ะ?”
ขณิกย่นจมูก หยอกคุณอาเข้าทีหนึ่ง “อาภพหล่อค่ะ พายขอนั่งใกล้ ๆ คุณอานะคะ พายกลัวตก” แล้วกระถดกายเข้าหาจนหน้าขาสะกิดกันเบา ๆ ซึ่งเขาไม่มีท่าทีอะไร
“จะนั่งใกล้ ๆ น่ะไม่ว่า แต่ถ้าเด็กน้อยอย่างเราจะมายั่วอาน่ะ ไม่ได้ผลนะ” ไม่มีทางที่หนุ่มรุ่นคุณอาจะไม่รู้ หญิงสาวฉีกยิ้มหวานเห็นไรฟันขาวครบทุกซี่
“รับรองว่าพายไม่ได้ยั่วอาภพแน่ค่ะ เพราะถ้าพายจะยั่ว ยิ่งกว่านี้ร้อยเท่า หนุ่ม ๆ ในพระนครยังหนาว”
สายตาของสองหนุ่มสาวต่างวัยปะทะกันด้วยความรู้สึกที่แตกต่าง ทันใดนั้นเอง คนขับรถคนดีจึงแก้สถานการณ์ให้
“ว้าย!” เสียงวี้ดว้าย ตามแรงเหวี่ยงของรถกอล์ฟที่สะดุดหินก้อนใหญ่เหมือนจงใจ มือเรียวเกาะที่จับด้านหน้าไว้มั่น หนุ่มใหญ่กอดประคองบ่ามนไว้อย่างหวงแหน เหมือนเป็นไปตามสัญชาติ
“ลุงนิ่ม! ขับดี ๆ สิ มดลูกพายแทบหลุด” ขณิกาเอาเรื่องทันที สารถีของบ้านส่งยิ้มหวานผ่านกระจกมองหลัง
“คือ... คุณพายไม่ได้ส่งสายตาให้ลุงกระโดดหินลูกเมื่อกี้เหรอ?”
“นี่ลุงนิ่ม ถ้าพายขยิบตาให้ลุงโดดจริง ลุงต้องโดดหินลูกใหญ่กว่าลูกเมื่อกี้นะคะ ลุงมโนไปเองล้วน ๆ นะ” ขณิกามีท่าทีหงุดหงิดใส่ ถึงเธอจะชอบแกล้งอยู่สักหน่อย ด้วยสาเหตุมาจากคำสบประมาทท้าทายของพ่อ ก็ไม่ได้มีเจตนาอ่อยผู้ชายขนาดนั้น
“ครับคุณพาย ลุงขอโทษ..”
“พายให้อภัยค่ะ ลุงนิ่ม” เธอตอบ ขณะที่สายตาคู่คมสบมองมาในความหมายอย่างไรไม่รู้แน่ ใบหน้าสดสวยเชยหน้าขึ้นมองคนข้างกายที่ไม่ยอมปล่อยเธอจากอ้อมแขน บังเอิญอีกครั้งกับที่ตาสบตา...
อาจเป็นเช่นเดียวกันกับหนุ่มรุ่นราวคราวพ่อที่เกิดอยากเป็นโคแก่ขึ้นมาตอนอายุปูนนี้ เสียงเข้มบอก
“ลุงขับตรงไปทางฟาร์มม้า มีหินอีกสามลูกนะข้างหน้า”