2
รถเคลื่อนตัวเข้าสู่ตัวคฤหาสน์ตระกูลเสิ่น บอดี้การ์ดปล่อยให้เสิ่นอ้ายฉิงลงจากรถ สายตาของคนรับใช้ในบ้านตอนนี้มองเธอด้วยความเดียดฉันท์ เป็นความรู้สึกชิงชังที่อ้ายฉิงรู้สึกได้ คนตัวเล็กกำหมัดแน่น ตั้งแต่มีเสิ่นอ้ายเหรินอยู่ในบ้าน ทุกคนล้วนแล้วแต่เปลี่ยนไป
เสิ่นอ้ายฉิงถูกพาตัวไปที่ห้องรับแขกของบ้าน ทุกคนในครอบครัวอยู่ที่นั่นกันหมดยกเว้นเสิ่นเหยาซิ่วผู้เป็นบิดา ที่กำลังนั่งรถตามมาทีหลัง เพราะต้องพาฮั่วเฉินไปโรงพยาบาลก่อน
ทุกคนในครอบครัวที่ว่านั่น รวมถึงพี่สาวของเธอเสิ่นอ้ายเหรินด้วยเช่นกัน เธอได้ยินเสียงหัวเราะบางเบาลอยออกมาจากห้องรับแขก เสิ่นอ้ายเหรินกำลังพูดเพื่อให้ทุกคนผ่อนคลายความเครียด การยิงมุกตลกนิดหน่อยก็สร้างเสียงหัวเราะได้ไม่น้อย
ตอนนี้ทุกคนกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานและแน่นอนว่าไม่มีเธออยู่ร่วมบทสนทนา เสิ่นอ้ายฉิงถอนหายใจหนึ่งครั้งก่อนจะเดินเข้าไปยังส่วนที่เป็นห้องรับแขก
ภายในห้องรับแขกเข้าสู่ความเงียบสงบเมื่อเธอมาถึง ไม่มีใครพูดจาหรือปลอบใจเธอแม้แต่น้อย ใช่สิทุกคนล้วนเอาใจเสิ่นอ้ายเหริน
คนตัวเล็กเดินเข้ามาเงียบ ๆ นั่งลงตรงที่นั่งประจำของเธอ
คุณชายใหญ่เสิ่นเฟยฉีเป็นคนเปิดบทสนทนา
“พี่ไม่คิดว่าเธอจะเป็นคนแบบนี้ คุณลุงฮั่วเป็นคนเก่าคนแก่ ดูแลเธอมาตั้งแต่เธอยังเด็ก”
เสิ่นอ้ายฉิงนั่งตัวแข็งทื่อ สองมือบีบกำแน่นไม่พูดอะไร
คุณนายเสิ่นผู้เป็นแม่นั่งเงียบ ตอนนี้เธอรู้สึกเหนื่อยหน่ายอ่อนใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่คิดว่าการที่เธอดีต่ออ้ายเหรินที่เป็นลูกเลี้ยง จะเป็นการทำร้ายอ้ายฉิงลูกแท้ ๆ ของเธอขนาดนี้
สาเหตุที่เธอดีกับอ้ายเหริน เพราะเด็กคนนี้น่าสงสารอ้ายเหรินเป็นลูกสาวของเฉินลี่จู่ ภรรยาคนแรกของเสิ่นเหยาซิ่ว เฉินลี่จูเป็นเพื่อนสนิทของเธอ ก่อนตายเฉินลี่จูฝากฝังให้เธอดูแลอ้ายเหรินกับเฟยฉี ให้รักเด็กสองคนเหมือนกับลูกแท้ ๆ หลังจากคุณนายเสิ่นรับปาก เฉินลี่จูเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอก็จากไปอย่างสงบ
แต่เพราะความผิดพลาดเมื่อหลายปีก่อนทำให้เสิ่นอ้ายเหรินต้องพลัดพรากออกจากบ้าน ความผิดใหญ่หลวงในอดีต ทำให้คุณนายเสิ่นรักและเอ็นดูเสิ่นอ้ายเหรินอยากชดใช้ให้เด็กคนนี้มาตลอด
“อย่าว่าน้องเลยค่ะพี่ใหญ่” เสิ่นอ้ายเหรินเข้าห้ามไม่ให้พี่ชายพูดอะไรไปมากกว่านี้
“อย่าห้ามพี่ เด็กคนนี้ถูกพวกเราตามใจจนเคยตัว” เสิ่นเฟยฉีค้านจนเสิ่นอ้ายเหรินต้องเงียบ
ตอนนี้ทุกคนในครอบครัวล้วนแต่กำลังรุมประณามการกระทำของเธอ เสิ่นอ้ายฉิงมองทุกคนในบ้านด้วยแววตาตัดพ้อ แต่เมื่อเธอมองเสิ่นอ้ายเหรินกลับกลายเป็นสายตาแห่งความโกรธ
เสิ่นอ้ายเหรินไม่เข้าใจว่าทำไมน้องสาวของเธอถึงจงเกลียดจงชังเธอเช่นนี้ ทั้งที่เธอไม่เคยทำอะไรให้ ความผิดบาปในอดีตของน้องสาว เธอก็พร้อมที่จะอภัยในทุกเรื่อง เธออยากกลับมาเป็นครอบครัวที่อบอุ่นอีกครั้งทำไมน้องสาวของเธอถึงเป็นแบบนี้
“อ้ายฉิง” เสิ่นอ้ายเหรินแตะที่ไหล่กลมมนของน้องสาวด้วยความห่วงใย เธอห่วงในอ้ายฉิงด้วยความสัตย์จริง
เสิ่นอ้ายฉิงสะบัดมือพี่สาวออกทันที ท่าทีของเธอแสดงออกชัดเจนว่ารังเกียจความห่วงใยของเสิ่นอ้ายเหริน
“ไม่ต้องมาเสแสร้งกับฉันหรอก เสิ่นอ้ายเหริน!!” ผู้เป็นน้องมองพี่สาวด้วยสายตาแห่งความเกลียดชังก่อนจะพูดต่อ “ฉันไม่เคย คิดว่าเธอเป็นพี่สาวของฉัน ตลอด 1 ปี ตั้งแต่ที่เธอกลับมาอยู่ในบ้านตระกูลเสิ่น ทุกคนก็ล้วนแล้วแต่เอาใจเธอ แล้วฉันล่ะเป็นตัวอะไร ทุกคนต่างหลงลืมฉันไปหมด ลืมไปหมดแล้วว่าฉันมีตัวตนอยู่ที่นี่”
“อ้ายฉิงทำไมคิดแบบนั้น พวกเราไม่เคยคิดเรื่องแบบนั้นเลยนะ พวกพี่รักเธอและเอาใจใส่เธอมาตลอด เธอแค่เอ่ยปากเราก็พร้อมจะทำตามคำขอของเธอ เธอนี่มัน....” เสิ่นเฟยหมิง ที่ตอนนี้เป็นคุณชายสามแห่งตระกูลเสิ่นต่อว่าน้องสาวแท้ ๆ ของตัวเอง
“พี่เฟยหมิง พี่เป็นพี่ชายแท้ ๆ ของฉันนะ ทำไมถึงว่าฉันแบบนี้” เสิ่นอ้ายฉิงรู้สึกน้อยใจ เธอเข้าใจได้หากพี่ใหญ่ต่อว่าเธอ เพราะเธอเป็นน้องสาวคนละแม่กับเขา แต่กับเสิ่นเฟยหมิง!!! เขาควรจะเข้าข้างเธอสิ
หยาดน้ำใส ๆ ไหลลงอาบแก้มนวล ตอนนี้เธอร้องไห้จริง ๆ แต่ยังไงซะพวกเขาก็คงไม่เชื่อเธอ
“เฟยหมิงหยุดเถอะ อย่าว่าน้องเล็กอีกเลย” เสิ่นอ้ายเหรินปรามน้องชายของตน
“ปลอม เสแสร้ง”
เพี๊ยะ!!! คุณนายเสิ่นที่นั่งเงียบอยู่นานลุกขึ้นตบหน้าลูกสาวแท้ ๆ ของตัวเอง การตบครั้งนี้เหมือนเป็นการโรยเกลือลงบนบาดแผล ความเจ็บช้ำและแตกสลายของเสิ่นอ้ายฉิงยิ่งทวีคูณ
“หยุดได้แล้วอ้ายฉิง แม่บอกให้หยุด”
คนตัวเล็กยืนตัวสั่นเครือ มองหน้าผู้เป็นแม่ด้วยแววตาแห่งความน้อยใจ เธอมองสายตาของทุกคน มีเพียงอ้ายเหรินคนเดียวที่มีแววตาดูจะเป็นห่วงและสงสารเธอ
แต่ขอโทษนะเสิ่นอ้ายเหริน เธอไม่มีวันเชื่อแววตาแบบนั้นหรอก เสแสร้ง!!! จอมปลอม!!! เสิ่นอ้ายฉิงรีบวิ่งกลับขึ้นห้องของตัวเองทันที ไม่ทันได้ให้ใครอธิบาย
คุณนายเสิ่นเองก็รู้สึกผิดที่ตบหน้าลูกสาวคนเล็ก เธอไม่คาดคิดว่าเรื่องราวจะมาถึงจุดนี้ หญิงวัยกลางคนจับมือประสานกันเอาไว้ มือของเธอสั่นเทา
เสิ่นเฟยฉีต้องรีบเข้ามาประคองคนเป็นแม่ให้นั่งลง
เมื่อกี้ทุกคนยังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน การมีเสิ่นอ้ายเหรินอยู่ในบ้านสร้างความสดใสและเสียงหัวเราะอยู่ไม่น้อย เธอเหมือนส่วนเติมเต็มที่หายไป เขาเองก็เบื่อหน่ายนิสัยเอาแต่ใจของน้องสาวคนเล็กเหมือนกัน เขาเชื่อว่าหลายคนในบ้านก็คิดแบบนี้
“งี่เง่า เอาแต่ใจ ร้ายกาจ”
เป็นคำนิยามประจำตัวของคุณหนูเล็กตระกูลเสิ่น ทุกคนรู้ดี ใครอยู่ใกล้ก็มีแต่จะไร้ความสุข
เมื่อนายใหญ่ตระกูลเสิ่นกลับมาบ้านก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ทุกคนฟังอย่างละเอียดอีกครั้ง รวมถึงสาเหตุที่เสิ่นอ้ายเหรินต้องพลัดพรากไปเมื่อตอนเด็ก
คนในตระกูลตัดสินใจว่า ต่อจากนี้ไปจะทำการดัดนิสัยคุณหนูคนนี้ หากเธอไม่เปลี่ยนแปลงแก้ไขและสำนึกผิด ก็อย่าหวังว่าจะได้มีส่วนร่วมกับอาณาจักรเสิ่นอีกเลย
ค่ำคืนนั้นเสิ่นอ้ายเหรินฝันถึงผู้หญิงคนหนึ่งหน้าตาเหมือนเธอราวกับหลุดออกมาจากพิมพ์เดียวกัน ต่างกันก็แค่ชุดที่เธอสวมใส่ซึ่งเป็นชุดโบราณ
หญิงสาวคนนั้นใบหน้างดงามแสนเศร้า ในฝันเธอพยายามพูดคุยด้วย แต่เธอคนนั้นก็เอาแต่นิ่งเงียบ หรือว่าเธอกำลังเจอเหตุการณ์แบบเดียวกันกับฉันใช่ไหมในฝันเธอถามออกไป...
3
ลูกโป่งอัดแก๊สถูกหยิบยื่นให้กับเด็กหญิงสองคน ทั้งคู่หน้าตาน่ารักราวกับนางฟ้าตัวน้อย ๆ คนที่ตัวสูงกว่าคาดว่าน่าจะเป็นพี่สาว แย่งลูกโป่งสีชมพูสดใสจากมือของน้องสาว อ้ายฉิงที่ยังเด็กปล่อยให้พี่สาวรับเอาไปโดยไม่พูดอะไร ถ้าเป็นพี่สาวเธอยอมได้หมด ส่วนเธอได้ลูกโป่งสีเขียวทึม ๆ ลูกสุดท้ายที่เหลืออยู่เพียงลูกเดียวในร้าน
ในวัยเด็กทุกสิ่งที่อ้ายฉิงอยากได้ ล้วนถูกพี่สาวแย่งเอาไปหมด แม้จะเป็นตระกูลที่ร่ำรวย ก็ไม่วายว่าต้องใช้สิ่งของเหลือจากพี่สาว เด็กหญิงตัวน้อยได้แต่เก็บความรู้สึกนี้ไว้ในใจ
วันนี้เป็นวันที่คุณหนูคุณชายตระกูลเสิ่นได้รับการอนุญาตให้ออกมาเที่ยวเล่นสวนสนุก เด็ก ๆ เที่ยวเล่นกันอย่างมีความสุข
พวกพี่ ๆ ตัวสูงกว่าเธอ ทำให้พวกเขาเดินได้เร็วกว่าและมักจะทิ้งอ้ายฉิงไว้ข้างหลังเสมอ หากเธอก้าวไม่ทัน พวกเขาก็มักจะลืมเธอไว้กับพี่เลี้ยง เครื่องเล่นในสวนสนุกบางอย่างที่พวกพี่ ๆ เล่นได้ ก็ไม่เหมาะกับเด็กตัวเล็กอย่างเธอ จนบางครั้งอ้ายฉิงนึกน้อยใจ
ตูม!!! เสียงระเบิดดังลั่นไปทั้งทั้งบริเวณ ไฟในสวนสนุกดับลง ความมืดเข้าปกคลุม ผู้คนล้วนแตกตื่นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อ้ายฉิงที่ไม่ได้ไปเล่นเครื่องเล่นเหมือนพี่ ๆ เธอถูกอุ้มอยู่ในอ้อมอกของบอดี้การ์ดและพี่เลี้ยง คุณหนูเล็กถูกปกป้องคุ้มครองดูแลเป็นอย่างดี
พี่ชายสองคนรีบวิ่งกลับมายังจุดนัดหมาย แต่อ้ายเหรินกลับหายตัวไป
อ้ายฉิงที่ถูกอุ้มอยู่เห็นว่าพี่สาวของตนเดินไปที่ไหน และเธอก็เห็นว่าใครคนหนึ่งกำลังพาตัวพี่สาวของเธอไป เด็กหญิงตัวเล็กเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง ในสมองเธอคิดว่า ถ้าหากเธอไม่พูดล่ะว่าเสิ่นอ้ายเหรินไปที่ไหนกับใคร
ถ้าเสิ่นอ้ายเหรินหายตัวไปจากโลกนี้ซะ เธอก็จะเป็นคุณหนูเสิ่นที่ได้รับความรักเพียงคนเดียว ถ้าเป็นแบบนั้นมันจะดีแค่ไหน เด็กหญิงจึงปิดปากเงียบไม่พูดอะไรเกี่ยวกับพี่สาวทั้งสิ้น หากมีคนถามก็บอกแต่เพียงว่าเธอไม่รู้ไม่เห็น
หลังจากทุกอย่างสงบลง
ทุกคนระดมกันออกตามหาคุณหนูใหญ่ ไม่มีข่าวคราว ไม่มีเบาะแส ไม่มีใครพบเห็นเสิ่นอ้ายเหริน และตอนนี้เสิ่นอ้ายฉิงก็กลายเป็นคุณหนูเพียงคนเดียวในตระกูลเสิ่น
*************************
แสงแดดสาดส่องเข้ามาภายในห้อง แสงของพระอาทิตย์เกือบจะตั้งฉาก เมื่อดูอีกทีก็เห็นว่าเธอลืมตั้งนาฬิกาปลุก คนตัวเล็กในชุดนอน ทำภารกิจส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย อาจเป็นเพราะเรื่องเมื่อวานจึงทำให้เธอตื่นสาย เสิ่นอ้ายฉิงแต่งตัวไปทำงานตามปกติราวกับว่าเมื่อวานไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เพราะเธอดำรงตำแหน่งผู้บริหาร การทำงานของเธอจึงไม่จำเป็นต้องฟิกเวลา เธอจะเข้าออฟฟิศเมื่อเธออยากเข้าหรือมีเรื่องให้ต้องเข้าเท่านั้น
เสิ่นอ้ายฉิงนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เธอต้องเข้าไปอ่านและอนุมัติต้นฉบับม่านฮวาที่เธอเซ็นสัญญาไว้ เธอจึงจำเป็นต้องกลับเข้าไปทำหน้าที่
รถคันหรูถูกจอดหน้าบริษัทตามปกติ แต่วันนี้ที่ไม่ปกติคือไม่มีใครมารับรถไปจอดให้เธอ รออยู่นาน พนักงานสักคนก็ไม่มี จนในที่สุดอ้ายฉิงก็เลือกขับไปจอดเองที่โรงจอดรถ
เมื่อเธอเข้าไปในที่ทำงาน สายตาทุกคนในบริษัทก็มองเธออย่างไม่วางตา หรือว่าวันนี้เธอแต่งตัวประหลาดเหรอ จนกระทั่งคนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นไปมองป้าย LED สำหรับประชาสัมพันธ์ผลงานของบริษัทที่เธอเป็นคนอนุมัติให้ติดตั้ง
ประกาศสำคัญ
ขอให้พนักงานทุกคนรับทราบโดยทั่วกันว่า “คุณเสิ่นอ้ายฉิง”
ไม่ได้ดำรงตำแหน่งประธานบริษัท SE comic อีกต่อไป
รวมถึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทต่าง ๆ ในเครือตระกูลเสิ่น
จากนี้ไปการกระทำใด ๆ ล้วนแล้วเป็นเรื่องส่วนตัวของคุณเสิ่น
ลงนาม (เสิ่นเหยาซิ่ว)
คำประกาศบน LED เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจ คนตัวเล็กแทบล้มทั้งยืน บริษัทนี้เป็นของเธอ เธอเป็นคนสร้างมันขึ้นมาจากความชอบส่วนตัว กว่าจะทำให้เป็นหนึ่งในผู้นำด้านแพลตฟอร์มผู้ให้บริการด้าน comic เธอต้องลงแรงไปมากเท่าไหร่
เสิ่นอ้ายฉิงโทรหาผู้เป็นบิดาในทันที แต่ต่อให้กดโทรสักกี่ครั้งเสิ่นเหยาซิ่วก็ไม่รับ เธอจึงเลือกโทรหาเสิ่นเฟยฉีพี่ชายของเธอแทน
“พี่ใหญ่ เกิดอะไรขึ้นกับ SE comic”
“เธอไปถามคุณพ่อดีกว่า”
“นั่นมันบริษัทฉัน”
“แต่เป็นเงินของคุณพ่อ ปรับปรุงตัวเป็นเด็กดีซะอ้ายฉิง ก่อนที่เรื่องทุกอย่างมันจะแย่ไปมากกว่านี้ ถือว่าเป็นคำเตือนจากพี่ชายก็แล้วกัน”
พูดจบปลายสายก็ตัดไป ปล่อยให้เสิ่นอ้ายฉิงยืนมืดแปดด้าน หญิงสาวพยายามจะขึ้นไปยังชั้นบนของบริษัท แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เธอเป็นจ้างมาห้ามเอาไว้
เสิ่นอ้ายฉิงเลือกไปนั่งสงบสติอารมณ์ที่คาเฟ่ประจำข้างบริษัท ที่นั่นเงียบสงบตกแต่งด้วยรูปแบบของสถาปัตยกรรมจีนแบบโบราณ ภายในร้านมักจะมีกลิ่นกำยานชนิดพิเศษและกาแฟผสมกัน สร้างความผ่อนคลายให้เธอทุกครั้งที่มาเยือน
เสียงกระดิ่งเหนือประตูดังตามปกติเมื่อมีลูกค้าเข้าร้าน เสิ่นอ้ายฉิงเดินตามหาที่นั่งเพื่อสงบสติอารมณ์ วันนี้คนในร้านเยอะเป็นพิเศษ เธอจึงเดินหาอยู่นาน จนกระทั่งสายตาก็พลันไปพบกับคู่หมั้นของเธอ
เขาอยู่ต่างประเทศไม่ใช่เหรอ หรือว่าเขาจะกลับมาเซอไพรท์เธอ เสิ่นอ้ายฉิงก้าวเท้าเข้าไปหาเขา แต่เมื่อไปถึงกลับพบว่ามีหญิงสาวอีกคนนั่งอยู่ด้วยกัน ทั้งคู่จับมือกันอย่างสนิทสนม
“พี่อี้หาน” อ้ายฉิงพยายามสงบสติอารมณ์ มันอาจไม่มีอะไรไปมากกว่านั้น เธอคิดในทางที่ดี
“อ้ายฉิง ทำไมเธอมาอยู่ที่นี่” ชายหนุ่มมีท่าทีตกใจลนลานปล่อยมือหญิงสาวในชุดเดรสสีแดงสุดเซ็กซี่
“ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร” อ้ายฉิงถามคู่หมั้นของเธอ
ผู้หญิงคนนั้นหันมา “คุณหนูเสิ่น ดูไม่ออกจริง ๆ หรือคะว่าฉันเป็นใคร” น้ำเสียงดัดจริตบาดหู อ้ายฉิงรู้ได้ในทันทีว่าเป็นใคร
โม่อี้นั่ว อดีตเลขาที่เธออัปเปหิออกจากบริษัท นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามคู่หมั้นของเธอ
“โม่อี้นั่ว เธอ”
“ฉันเอง เสิ่นอ้ายฉิง ฉันรอวันนี้มานานแล้ว วันที่เธอตกกระป๋องไร้คนคุ้มกะลาหัว ข่าวลือมันไวมากนะคะคุณหนูเสิ่น” โม่อี้นั่วยั่วโมโห
ในอดีตเสิ่นอ้ายฉิงมักจะใส่อารมณ์และทำตัวร้ายกาจกับเธอ วันนี้หล่อนตกกระป๋อง เธอรู้ว่าเสิ่นอ้ายฉิงมักจะมานั่งดื่มกาแฟเพื่อสงบจิตใจที่ร้านแห่งนี้ เธอจึงนัดเฉินอี้หานมาทำที่นี่ เธอรอวันเอาคืนผู้หญิงร้ายกาจคนนี้มานานมากแล้ว
และวันที่ตระกูลเสิ่นตัดหางปล่อยวัดเสิ่นอ้ายฉิงก็มาถึง
“ข่าวลืออะไร”
โม่อี้นั่วหยิบโทรศัพท์เปิดข่าวให้อดีตเจ้านายดู ‘พาดหัวข่าวล้วนแล้วแต่ลงว่าคุณหนูตระกูล S ถูกตัดออกจากตระกูลเพราะนิสัยร้ายกาจ’
เสิ่นอ้ายฉิงกำมือแน่นพูดอะไรไม่ออก เพราะเสิ่นอ้ายเหรินคนเดียวทำให้ชีวิตเธอเป็นแบบนี้
“ไปกันเถอะค่ะพี่อี้หาน” โม่อี้นั่วคล้องแขนเฉินอี้หานออกจากร้าน
แต่ก่อนจะออกไปไหน กาแฟบนโต๊ะก็ถูกสาดไปที่ชายชั่วหญิงร้าย โม่อี้นั่วร้องกรีดไม่เป็นภาษา โชคดีที่กาแฟคลายความร้อนลงไปแล้ว โม่อี้นั่วตบเสิ่นอ้ายฉิงคืนและรีบสาวเท้าออกจากร้านไปในทันที
3 ครั้งแล้ว ผ่านมาแค่ไม่กี่ชั่วโมง เธอถูกคนตบหน้า 3 ครั้ง เสิ่นอ้ายฉิงเจ็บใจเป็นที่สุด....