“พี่เมฆ !”
บัวตอง หญิงวัยกลางคนในชุดสุภาพร้องเรียกสามีลั่น น้ำตาอาบหน้า ทรุดตัวอย่างไร้เรี่ยวแรงอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง
“ปล่อยพวกเราไปเถอะ ฉันขอร้องล่ะ”
หล่อนถูกลูกน้องของพ่อเลี้ยงพยัคฆ์กันไว้ไม่ให้เข้ามาในวงการลงทัณฑ์ของเจ้านาย เสียงร่ำไห้ของเธอนั้นคล้ายกับแมลงตัวหนึ่งเท่าหนึ่ง จึงไม่มีใครสนใจเธอแม้แต่น้อย
“ถึงกูจะเป็นหมา แต่กูก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและรอดตายมาได้ตั้ง 12 ปี ไม่โง่ดักดานยอมเป็นควายเฝ้าสมบัติเหมือนมึงแล้วกัน !”
พลั๊ก !
ตุบ !
คำพูดนั้นทำให้ร่างสูงใหญ่เตะเสยปลายคางของไอ้เสือดำรงเต็มแรง จนเลือดกระทะลักออกทั้งปาก และจมูก
“ปากดีนักนะมึง เดี๋ยวกูส่งมึงไปลงนรกเดี๋ยวนี้เลย !”
ความโมโหจนแทบจะไร้สติทำให้เขาพ่นคำหยาบออกมา เพราะคำพูดของคนใต้เท้าเหมือนกับลูกศรที่พุ่งทะลุเข้าสู่หัวใจพ่อเลี้ยงพยัคฆ์ ใบหน้าหล่อคมคายกระด้างขึ้น เมื่อนึกถึงอดีตเมื่อ 12 ปีก่อน
บัวตองรีบพุ่งตัวเข้ามาสวมกอดร่างของสามีเอาไว้ แล้วร่ำไห้ขณะที่ขอร้องว่า
“เห็นแก่ที่พวกเราเคยรู้จักกัน เคยอยู่ด้วยกัน ปล่อยพวกเราไปเถอะ น้าขอร้องพ่อพยัคฆ์นะ สิ่งใดที่มันเกิดขึ้นแล้ว ก็ให้แล้วกันไปเถอะนะ ฮือ ๆ”
“ปล่อยไปเหรอ ! เมื่อ 12 ปีก่อน พ่อเลี้ยงสิงหากับครอบครัวก็ร้องขอชีวิตเช่นกัน แล้วมีใครเหลือรอดสักคนไหม !”
พ่อเลี้ยงพยัคฆ์โน้มตัวลงตะคอกใส่คู่สามีภรรยาด้วยความเกรี้ยวกราด ดวงตาคมของเขาแดงก่ำด้วยความแค้นที่ฝังในใจมานาน
“ส่วนคนหักหลังอย่างพวกมึงก็หอบเอาทรัพย์สมบัติของพ่อเลี้ยงมาเสพสุขกัน !”
ร่างสูงตระหง่านราวกับซาตานที่ยืนคุมอยู่ประตูนรกชักกระบอกปืนออกมาเล็งไปที่เสือเมฆ
ดวงตาคมกริบสั่นไหวเล็กน้อย เขากับเสือเมฆเคยเป็นลูกน้องของพ่อเลี้ยงสิงหาตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจด้านมืด ไม่ว่าจะเป็นค้ายา หรือลักลอบขนอาวุธเถื่อนข้ามชายแดน พวกเขาทั้งคู่ล้วนเป็นดั่งมือซ้ายขวาของพ่อเลี้ยงสิงหา
แต่แล้วเมื่อพ่อเลี้ยงสิงหาได้แต่งานกับคุณนภาลูกสาวของเจ้าของไร่ปลายฟ้า แล้วเมื่อลูกสาวคนแรกเกิดจึงได้เปลี่ยนชื่อไร่ตามชื่อลูกสาวเป็น “ไร่ปลายดาว” จากนั้น พ่อเลี้ยงสิงหาจึงคิดจะวางมือในเส้นทางผิดกฎหมายเพื่ออยู่กับครอบครัวอย่างสงบสุข ดังนั้น พ่อเลี้ยงสิงหาจึงให้ทุนตั้งตัวสำหรับลูกน้องที่ต้องการไปเริ่มชีวิตใหม่ส่วนเขาเลือกที่จะอยู่รับใช้เคียงข้างพ่อเลี้ยงเช่นเดิมในขณะนั้นตนมีเพียงอายุ 25 ปี และเสือเมฆขอแยกทางไปตั้งตัวกับครอบครัว
หลังจากนั้น 3 เดือนต่อมา เสือเมฆร่วมมือกับไอ้เสือสนศัตรูของพ่อเลี้ยงสิงหา ยกพวกเข้ามาบุกไร่ปลายดาว มันกอบโกยเอาทรัพย์สินของพ่อเลี้ยงสิงหา คนในไร่กว่าครึ่งหนึ่งถูกสังหารจนสิ้น ส่วนพ่อเลี้ยงยิ่งต่อสู้กับศัตรูเพื่อปกป้องลูกเมียจนตัวตาย ก่อนสิ้นลมหายใจพ่อเลี้ยงสิงหาฝากฝังกับเขาว่าให้ช่วยดูแลไร่ปลายดาวและลูกเมีย เขาไล่ยิงศัตรูจนพวกมันถอยออกไปจากไร่ และเสือเมฆหนีรอดไปได้
เมื่อสถานการณ์สงบลงแล้วเขาระดมคนในไร่ที่เหลือออกตามหานายหญิงและคุณหนูปลายดาว จนมาพบศพนายหญิงที่ท้ายไร่ ส่วนคุณหนูหายสาบสูญ
พ่อเลี้ยงหารับเด็กกำพร้าอย่างเขามาเลี้ยงตั้งแต่อายุ 10 ปี พ่อเลี้ยงสอนงานเขาทุกอย่าง ทั้งการต่อสู้ และการยิงปืน เขาจึงรักพ่อเลี้ยงสิงหาเหมือนพ่อแท้ ๆ นายหญิงก็เมตตาเขาเหมือนน้องชายคนหนึ่ง ดังนั้น เมื่อครอบครัวพ่อเลี้ยงสิงหาถูกฆ่าล้างตระกูล เขาจึงเหมือนกับคนสูญเสียครอบครัวที่รักไป !
หลังจากนั้น เขาจึงดูแลไร่ปลายดาวในฐานะพ่อเลี้ยงสืบต่อมา และออกตามล่าสังหารศัตรูพ่อเลี้ยงสิงหาจนสิ้น เหลือเพียงไอ้คนทรยศคนนี้เท่านั้นที่เขาตามหามันมานานถึง 12 ปี !
“อย่า... ฮือ ๆ สงสารพวกฉันเถอะ”
บังตองยกมือขึ้นไหว้ชายหนุ่ม เขาเปรียบดังมัจจุราชที่สามารถลั่นไกสังหารสามีของเธอได้ทุกเมื่อ
ปลายกระบอกปืนสั่นเล็กน้อย ไม่มีการสังหารครั้งใดที่ทำให้พ่อเลี้ยงพยัคฆ์รู้สึกลังเลได้เท่าครั้งนี้ อาจเป็นเพราะว่าเขาเคยนับถือเสือเมฆเฉกเช่นพี่ชาย และเคยได้รับความเอื้ออาทรจากพี่บัวตองยามเมื่ออยู่ที่ปลายดาวด้วยกัน
แกร๊บ !
“แม่ !”
เสียงถุงขนมหล่นลงกระทบพื้น พร้อมกับเสียงร้องด้วยความตกใจของหญิงสาวในชุดนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย
“เมย์ ! หนีไปลูก ! อย่าเข้ามา !”
บังตองร้องบอกลูกสาวสุดเสียง หัวใจของเธอกระตุกวูบด้วยความกลัวที่จะต้องสูญเสียลูกไปต่อหน้าต่อตา
“แม่ !”
เด็กสาวในชุดมัธยมปลายวิ่งเข้ามากอดผู้เป็นมารดาอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด เธอรู้แต่เพียงว่า เธอจะไม่ยอมให้ใครมาทำอันตรายแม่ของเธอเป็นอันขาด ดวงตากลมโตที่เคยสุกใสบัดนี้วาวโรจน์ เธอจ้องมองชายหนุ่มผู้เป็นดั่งซาตานด้วยความแค้นเคือง
“อย่าทำอะไรแม่ฉันนะ !”
เมื่อภานุขับมอเตอร์ไซค์มาส่งเธอถึงหน้ารีสอร์ต เธอจึงให้เขากลับบ้านเลยเพราะไม่อยากให้พ่อและแม่เห็นว่ามีผู้ชายมาส่งถึงหน้าบ้าน และทันทีที่เข้ามาในรีสอร์ต หัวใจของเธอก็กระตุกวูบเมื่อเห็นรถของไร่ปลายดาวจอดอยู่สองสามคัน
รถของไร่ต้องห้ามมาจอดในบริเวณบ้านของเธอแบบนี้ ต้องเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแน่ ๆ เธอจึงรีบสาวเท้าเข้ามา และเห็นผู้ชายป่าเถื่อนคนนี้กำลังเอาปืนเล็งที่พ่อแม่ของเธอ
พ่อเลี้ยงพยัคฆ์มองสาวน้อยด้วยความสนใจ ความสวยหวานปานจะกลืนของเธอนั้น ขัดกับกิริยาท่าทางแข็งกร้าว และน้ำเสียงที่บ่งบอกว่าเธอจะสู้ไม่ถอย หากเขาทำอะไรแม่ของหล่อน
“นี่ยัยเมย์ลูกเป็ดขี้เหร่เหรอ นึกไม่ถึงเลยว่าโตเป็นสาวแล้วจะสวยจนฉันแทบจำไม่ได้”
พ่อเลี้ยงพยัคฆ์หวนนึกถึงสมัยที่เคยเป็นพี่เลี้ยงดูแลเด็กสาวสองคนที่วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานบนสนามหญ้า คนหนึ่งลูกพ่อเลี้ยงสิงหา อีกคนคือลูกสาวของคนทรยศ !
ชายหนุ่มโน้มตัวลง หมายจะเอื้อมมือไปเชยคางสาวน้อยให้เห็นอย่างเต็มตา แต่กลับถูกบัวตองดึงตัวสาวน้อยเข้ามากอดไว้อย่างหวงแหน
“อย่าแตะต้องลูกสาวฉันนะ !”
บัวตองกอดลูกสาวแน่น ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์เมื่อ 12 ปีก่อน เธอก็ใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวงมาตลอด ไม่มีความสุขเลยสักวัน ความทุกข์ที่ได้รับเปรียบเสมือนการชดใช้กรรมที่พวกเธอได้ก่อเอาไว้กับครอบครัวของพ่อเลี้ยงสิงหา
“ฮ่า ๆ ฉันมาคิด ๆ ดูแล้ว ถ้าฉันฆ่าพวกแกให้ตาย มันคงดีเกินไปสำหรับคนเลว ๆ อย่างแกเกินไป สู้ทำให้พวกแกอยู่เหมือนกับตายทั้งเป็นไม่ดีกว่าเหรอ”
พ่อเลี้ยงพยัคฆ์ยิ้มที่มุมปากอย่างชั่วร้าย
“แกจะเอายังไงกับฉันว่ามา”
อดีตเสือเมฆกัดฟันพูด แม้จะเจ็บเจียนตาย แต่เพราะศักดิ์ศรีของอดีตเสือเขาจึงไม่ยอมร้องขอชีวิต
“ฉันจะเอาลูกสาวแกไปเป็นตัวประกัน !”
สิ้นคำ มือแกร่งก็กระชากร่างบางออกมาจากอ้อมกอดของผู้เป็นมารดา
“ไม่นะ ! อย่าเอาลูกฉันไป ! ฮือ ๆ”
บังตองร้องไห้ปริ่มใจจะขาด ถลาเข้าไปกราบลงแทบเท้าของซาตานหนุ่ม ผู้กระหายการแก้แค้น
“แม่ ! ไม่ต้องไปกราบขอร้องอ้อนวอนไอ้คนเลว ๆ แบบนี้ !”
เมย์ใช้มือข้างที่เหลือทุบเข้าที่แขนของชายหนุ่ม พร้อมกับกัดลงที่มือเขาเต็มแรง
“โอ๊ย !”
ชายหนุ่มคำรามลั่น พร้อมกับสะบัดมือออกด้วยความเจ็บปวด มือของเขาปรากฏรอยแดงเป็นฟันซี่เล็ก ๆ
เด็กสาวอาศัยจังหวะนั้น ไปพยุงแม่ของตนขึ้นมาแล้วถอยไปอยู่รวมกันกับบิดา
“ศักดิ์ เอาเชือกมัดลูกหมาตัวนี้ไว้ !”
พ่อเลี้ยงพยัคฆ์ตะโกนสั่งสมุนมือขวา จากนั้น ชายรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าเรียบเฉยก็ตรงเข้าไปมัดมือของเด็กสาวอย่างว่องไว
“ศักดิ์ เอาเชือกมัดลูกหมาตัวนี้ไว้ !”
พ่อเลี้ยงพยัคฆ์ตะโกนสั่งสมุนมือขวา จากนั้น ชายรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าเรียบเฉยก็ตรงเข้าไปมัดมือของเด็กสาวอย่างว่องไว
“ไม่ อย่าทำลูกฉัน”
บัวตองพยายามเข้ามาขัดขวางแต่ถูกลูกน้องอีกคนจับตัวไว้ ส่วนพ่อของเธอนั้นได้แค่ขบกรามแน่น
“ปล่อยฉันนะไอ้พวกชั่ว ! ฉันจะแจ้งตำรวจให้มาลากพวกแกเข้าคุกให้หมด !”
เมย์ร้องลั่น ข้อมือเล็ก ๆ ถูกเชือกปอเส้นโต มัดเข้าหากันจนแน่น
ปัง !
พ่อเลี้ยงพยัคฆ์ยิงปืนขึ้นฟ้า เสียงดังราวกับสายฟ้าพิโรธนั้น ทำให้ทุกคนเงียบสนิท
“เอาสิ แจ้งเลย แจ้งตำรวจ ฉันอยากจะรู้นักว่าระหว่างฉัน กับพ่อของเธอที่ฆ่าล้างโคตรคนในไร่ปลายดาว ตำรวจจะจับใคร !”
ชายหนุ่มกระชากข้อมือเล็กที่ถูกพันธการเอาไว้ขึ้น ร่างบางก็ลอยติดมือเขาขึ้นมาอย่างง่ายดาย
เมย์มองสบตาซาตานตรงหน้า แววตาของเธอวูบไหวกับสิ่งที่ได้ยิน สมองของเธอกำลังถูกโจมตีจากถ้อยคำที่เพิ่งจะได้รับรู้ว่าพ่อของเธอเป็นฆาตกร !
“หากเธอไม่อยากให้พ่อกับแม่เธอตาย ก็ยอมไปกับฉันดี ๆ”
ชายหนุ่มโน้มหน้าลงใกล้ใบหน้าสวย น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความคุกคามจนเด็กสาวตัวสั่นระริก
“หนี้แค้นครั้งนี้ เธอจะต้องชดใช้แทนอย่างสาสม !”
สิ้นคำ พ่อเลี้ยงก็กระชากเชือกที่ผูกข้อมือหญิงสาวรั้งให้หล่อนเดินตามเขาออกไปในฐานะตัวประกัน ก่อนก้าวพ้นประตูออกไปเขาบอกกับสองสามีภรรยาโดยไม่หันกลับมามองว่า
“พวกแกต้องส่งเงินมาให้ฉันเดือนละแสน หากเดือนไหนไม่ได้ เดือนนั้นก็เตรียมรับศพลูกสาวแกไปได้เลย !”
“ไม่นะ ! อย่าเอาลูกฉันไป เมย์ ! ลูกแม่ ! ฮือ ๆ”
บัวตองร้องไห้ปริ่มใจจะขาด ร่างกายไร้เรี่ยวแรงได้แต่มองตามร่างลูกสาวตัวน้อยถูกกระชากลากถูกไปตามทางจนหายลับตาไป
เมื่อคนจากไร่ปลายดาวกลับไปจนหมดแล้ว เสือเมฆก็เข้ามาพยุงคู่ชีวิตให้ลุกขึ้น ซึ่งบัดนี้ดวงตาเหม่อลอยคล้ายกับคนที่เสียสติไปแล้ว
“บัวตอง มีสติหน่อย ลูกสาวเธอยังไม่ได้ตายเสียหน่อย”
คำพูดของเขาทำให้ภรรยามีน้ำตาอีกครั้ง พร้อมกับกรีดร้องออกมาว่า
“คุณรู้ดีแก่ใจใช่ไหมว่าต้องมีวันนี้ ! คุณถึงไม่ยอมพาฉันหนีให้ไกลจากที่นี่ !”
“ใช่ ! ผมรู้ดีว่าสักวันมันต้องมา !”
เสือเมฆยอมรับกับภรรยา เขาหันไปทางอื่นเพราะไม่อยากเห็นน้ำตาของหล่อน
“คุณมันเห็นแก่ตัว !”
เสือเมฆหันกลับมองภรรยา แววตาเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดไม่แพ้หล่อน ขยับปากเอ่ยว่า
“ถ้าผมไม่เห็นแก่ตัว แล้วมีใครหน้าไหนที่เห็นแก่เราบ้าง !”
เขาอดทนรอคอยมาถึง 12 ปี อะไรที่ควรเป็นของเขาตั้งแต่ต้น เขาก็ควรที่จะได้มันมา !
.............................................
“นี่ ! มันจะมากไปแล้วนะ !”
เมย์ตะเบ็งเสียงออกมาอย่างไม่พอใจ ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธ เธอรั้งข้อมือเข้าหาตนเองเพื่อให้ร่างสูงหยุดลากเธอไปขึ้นรถ เมื่อเขาหันมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย เธอก็ตะโกนใส่หน้าเขาต่อว่า
“จับฉันไปเป็นทาสแล้วยังจะข่มขู่เอาเงินกับพ่อฉันอีก แบบนี้มันต่างจากพวกโจรชั้นต่ำ รีดไถเงินชาวบ้านตรงไหน !”
“ลูกหมาอย่างเธอมีสิทธิ์อะไรมาต่อรองกับฉัน”
พ่อเลี้ยงพยัคฆ์กระชากเชือกที่ถืออยู่ในมือรั้งร่างบางเข้าใกล้ แล้วเชยคางเธอขึ้นด้วยมืออีกข้างหนึ่ง การกระทำของเขานั้น ทำให้บรรดาลูกสมุนสิบกว่าคนหยุดยืนรายล้อมมองเขาทั้งคู่อย่างสนใจ ยิ่งเมื่อเขาทำท่าเหมือนจะขย้ำสาวน้อยตรงหน้าให้แหลกลาญ พวกมันยิ่งหัวเราะออกมาอย่างครึกครื้น
“แต่สิ่งที่คุณกระทำมันเกินไป”
เมย์ดึงพยายามข้อมือของตนเองกลับเต็มแรงเพื่อให้อยู่ห่างจากเรือนร่างกำยำของเขา ผิวนุ่มเสียดสีกับเชือกหยาบ ๆ รู้เจ็บแสบไปหมดจนต้องกัดฟัน
“เกินไปเหรอ”
เขาดึงเชือกเข้าหาตัวมากขึ้น แล้วใช้มืออีกข้างโอบรอบเอวบางรั้งตัวเธอให้แนบชิดเรือนกายเขายิ่งกว่าเดิม ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ทำให้หญิงสาวถึงกับลืมหายใจไปชั่วครู่ หัวใจของเธอเริ่มเต้นระส่ำ
“ฉันจะบอกอะไรเธอไว้อย่างหนึ่งนะ เงินทองที่เธอและพ่อของเธอใช้จ่ายอย่างสุขสบายทุกวันนี้เป็นเงินของพ่อเลี้ยงสิงหาที่ถูกปล้นมาทั้งนั้น ที่ฉันเรียกคืนเดือนละแสนมันยังน้อยไปด้วยซ้ำ”
น้ำเสียงของเขาเยียบเย็นด้วยความแค้นที่เก็บกดไว้มาแสนนาน เรือนกายของเขาเสียดสีอยู่กับความอ่อนนุ่มของเนื้อสาว
“ไม่จริง”
เมย์ร้องออกมาอย่างตระหนก จะให้เธอเชื่อได้อย่างไรว่า แท้จริงแล้วพ่อกับแม่ของเธอเป็นคนเลว
“ตอนนั้นเธอเองก็ 7 ขวบแล้วนี่ อย่าแกล้งทำเป็นเด็กใสซื่อจำอะไรไม่ได้หน่อยเลย”
เขาโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้ใบหน้าสวยมากยิ่งขึ้น ริมฝีปากบางของเขาฉาบด้วยรอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกขนลุกเกรียวขึ้นทั่วทั้งร่าง
“ฉะ ฉันจำไม่ได้”
หญิงสาวเบี่ยงหน้าหลบ ลมหายใจอุ่น ๆ ของเขาที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ แต่ดูเหมือนว่าเธอไม่อาจจะขัดขืนได้มากนัก เขาใช้มืออีกข้างจับคางของเธอเอาไว้ทําให้ไม่อาจจะหลีกหนีได้อีก
“จำได้ ไม่ได้ ไม่สำคัญ แต่ที่เธอต้องจำเอาไว้ให้ขึ้นใจ ว่าเธอคือ เชลยในกำมือของฉัน !”
สิ้นคำ เขาก็ประทับริมฝีปากลงมาบดจูบกลีบปากบางอิ่มของหญิงสาวในอ้อมกอดอย่างเหี้ยมโหด และดุดันเท่าที่เขาอยากจะลงทัณฑ์ลูกของคนทรยศ !
“อื้อ”
หญิงสาวครางประท้วงในลำคอ เธอเพิ่งเคยถูกผู้ชายรุกรานอย่างหยาบช้าเช่นนี้เป็นครั้งแรก ร่างน้อยดิ้นเร้าคล้ายกับคนกำลังจะจมน้ำ
และเมื่อจูบล้ำลึกมากขึ้น วงแขนแกร่งก็รั้งร่างนุ่มนิ่มของหล่อน แนบสนิทกับเรือนกายกำยำของเขามากขึ้นกว่าเดิม เด็กสาวรู้สึกถึงความร้อนร้อนรุ่มบางอย่างถูกกระตุ้นขึ้นมาจนเธอมึนงง ความรู้สึกอันแปลกใหม่นี้ราวกับว่าตัวเธอเหมือนจะค่อย ๆ ลอยขึ้น ไฟปรารถนาที่ซ่อนเร้นในกายสาวลุกไหม้ไหม้อย่างรวดเร็ว จนพลุ่งพล่านไปทั่วทั้งกาย
เมื่อร่างบางในอ้อมกอดอ่อนระทดระทวยไปกับรสจูบที่เขามอบให้อย่างหนักหน่วง เขาก็ถอนริมฝีปากออก แล้วมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยามพร้อมกับเอ่ยออกมาอย่างสาแก่ใจว่า
“จำเอาไว้ เธอก็เป็นแค่เชลย อย่าริอาจมาต่อรองกับฉัน !”
คำพูดนั้นเรียกเสียงโห่ร้องอย่างสะใจจากลูกน้องของเขาได้เป็นอย่างดี จากนั้นเขาก็ผลักร่างอ่อนปวกเปียกของหญิงสาวให้ห่างออก
เมย์จึงล้มพับลงไปกับพื้นดิน เพราะร่างของเธอยังคงสั่นสะท้านกับการถูกเขาจู่โจมเมื่อครู่ เธอรู้สึกทั้งอับอาย ทั้งไร้ทางสู้ จนหัวใจของเธอเจ็บร้าวเหมือนถูกบีบอย่างรุนแรง ดวงตากลมโตสั่นระริก มีน้ำตารื้อขึ้นมา
“ไม่ต้องมาทำเป็นสำออย”
พ่อเลี้ยงพยัคฆ์ดึงปลายเชือกที่ผูกโยงกับข้อมือของหญิงสาวเพื่อให้เธอลุกขึ้นเดินไปที่รถ
แม้เมย์จะรู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อมือ แต่เธอก็กัดริมฝีปากตนเองเอาไว้ ไม่ให้มีเสียงร้องออกมา เธอจะไม่มีวันให้เขาได้สมใจที่ต้องการเห็นเธอทุกข์ทรมาน !
.............................................