ตอน 1

งานวิวาห์ของลูกชายเศรษฐีที่ดินที่มีมูลค่ารวมกันแล้วไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันล้านบาท แทบจะล่มกลางคัน เมื่อเจ้าสาวกลับไม่ใช่คนที่เจ้าบ่าวหมายปองและมีใจให้ แต่เป็นน้องสาวของว่าที่เจ้าสาวที่เขาเอ็นดูเหมือนน้อง ทว่าตอนนี้กลับเกลียดเข้าไส้เข้าพุง

“ไม่ ผมไม่แต่ง ยังไงก็ไม่แต่ง” คุณานนท์ยืนกรานเสียงแข็ง เมื่อรู้ว่าตนต้องเปลี่ยนเจ้าสาว

“แต่งๆ ไปก่อน แม่ไม่อยากขายหน้าไปมากกว่านี้ ทุกอย่างก็เตรียมการไว้หมดแล้ว” คุณหญิงคะนึงนิจคนเป็นแม่เอาน้ำเย็นเข้าลูบ เพราะรู้ดีว่า ตอนนี้บุตรชายกำลังอยู่ในอารมณ์ใด หากเป็นตนเจอเหตุการณ์เช่นนี้ก็คงมีความรู้สึกไม่ต่างกัน “ถือว่าเห็นแก่หน้าพ่อหน้าแม่นะกล้า แค่นี้พ่อกับแม่ก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว”

งานแต่งงานบุตรชายเพียงคนเดียวของเจ้าสัวอธิปกับคุณหญิงคะนึงนิจ สิทธิเดโชใช่งานเล็กเสียที่ไหน จัดยิ่งใหญ่อลังการในโรงแรมหรู เชิญแขกมาร่วมงานทั้งงานเช้าและงานช่วงค่ำเกือบหกร้อยคน และคาดว่าจะมีแขกมาร่วมแสดงความยินดีเกินกว่าที่แจกการ์ดไป เนื่องจากแขกบอกปากเปล่าก็มี

เรื่องร้อนใจจะไม่เกิดขึ้นเลย หากพิมาลาหรือพิม ว่าที่เจ้าสาวของงานไม่หนีหายออกไปจากบ้านเมื่อคืนนี้ หายไปไหนไม่มีใครทราบ ทางว่าที่เจ้าบ่าวมารู้ว่า ว่าที่เจ้าสาวหายไปก่อนงานเช้าจะเริ่มแค่หนึ่งชั่วโมง แขกคนสำคัญได้เดินทางมารอร่วมแสดงความยินดีและเป็นสักขีพยาน ระดับเจ้าสัวอธิปจัดงานแต่งบุตรชายทั้งที แขกที่มาร่วมงานล้วนแล้วแต่มีชื่อเสียง หากยกเลิกการแต่งงาน มีหวังเป็นขี้ปากชาวบ้าน ได้เป็นข่าวใหญ่โต เสียทั้งเงินที่ทุ่มไปกับงานแล้วยังจะมาเสียชื่อเสียงอีก เจ้าสัวอธิปกับคะนึงนิจจึงหาทางออกร่วมกับครอบครัวว่าที่เจ้าสาวได้ความว่า เปลี่ยนตัวเจ้าสาวเป็น ลัลณ์ลนิน น้องสาวต่างมารดาของพิมาลา ทุกคนเห็นพ้องต้องกันกับทางออกนี้ ยกเว้นคนเดียวคือเจ้าบ่าว

“ยอมไปก่อนนะกล้า แขกก็มากันเยอะแล้ว มีผู้หลักผู้ใหญ่มาตั้งหลายคน ถือว่าช่วยพ่อกับแม่เถอะนะ แต่งๆ ไปก่อนผ่านไปสักเดือนสองเดือนค่อยเลิกกัน” เจ้าสัวอธิปพูดเสริม คุณานนท์ยังนิ่ง ไม่ปริปากพูด ได้แต่มองหน้าบิดามารดา

“คุณพี่ออกไปรับแขกก่อนเถอะคะ นิลจะพูดกับกล้าเอง”

“อืม ได้” เจ้าสัวอธิปมั่นใจว่า ภรรยาของตนจัดการเรื่องนี้ได้ เขาจึงออกไปรับหน้าแขกด้านนอก

“นะลูกนะ เห็นแก่หน้าพ่อกับแม่นะกล้า” คะนึงนิจอ้อนวอนลูกชาย ก่อนพูดโน้มน้าวต่อ “เราลงทุนไปก็เยอะแล้ว จะมาล่มกลางคันแบบนี้ ฝ่ายเรานะที่เสียหาย เสียชื่อเสียง แต่ฝ่ายนั้นมีแต่ได้กับได้ ได้ค่าสินสอดที่ขอไปล่วงหน้าตั้งเกือบสิบล้าน ป่านนี้หอบเงินไปใช้ที่ไหนสักแห่งสบายใจ แต่เราน่ะสิทุกข์ ปล่อยให้เราต้องมานั่งแก้ปัญหาอย่างนี้ใช้ได้ที่ไหน แต่งกับคนน้องเอาทุนคืนดีกว่านะลูก”

“เอาทุนคืน หมายความว่ายังไงครับคุณแม่” คุณานนท์ถามทันควัน

“แม่เองก็เจ็บใจนะที่พิมทำแบบนี้ แม่รักและไว้ใจพิมมาก ขออะไรก็ให้ ทำแบบนี้มันทำลายความไว้ใจกันชัดๆ แถมส่งคนน้องมาแต่งงานด้วยอีก แม่คิดว่า กล้าต้องแต่งงานกันลัลณ์ แล้วแม่จะเอาคืนเองด้วยวิธีของแม่”

คุณานนท์มองหน้ามารดา สะดุดใจกับประโยคตบท้ายของคนเป็นแม่ ก่อนจะเหยียดยิ้ม นัยน์ตาประกายเจ้าเล่ห์ เพราะเขาเองก็คิดแผนเอาคืนครอบครัวพิมาลาได้เช่นกัน

“ก็ได้ครับ ผมจะแต่งงานกับลัลณ์” คะนึงนิจยิ้มกว้าง ดีใจที่ลูกชายตกปากรับคำแต่โดยดี

พิธีในช่วงเช้าผ่านพ้นไปด้วยดี แม้ว่าแขกเหรื่อบางคนจะแปลกใจที่เจ้าสาวไม่ใช่พิมาลา แต่เป็นลัลณ์ลนิน ผู้เป็นน้องสาว ทว่าก็ไม่มีใครกล้าถามอยู่ร่วมงานเช้าจนจบ ในขณะที่พิธีต่างๆ ดำเนินไปตามขั้นตอน ทุกคนแทบจะไม่เห็นรอยยิ้มของคุณานนท์ เขาจะยิ้มก็ต่อเมื่อบิดามารดาให้ยิ้ม แทบจะไม่มองหน้าเจ้าสาวที่ความสวยไม่ได้ครึ่งหนึ่งของพิมาลา บางครั้งก็ทำอะไรกระแทกกระทั้น ซึ่งลัลณ์ลนินก็เข้าใจความรู้สึกของเจ้าบ่าว เธอได้แต่เก็บซ่อนความเจ็บปวดไว้ภายใต้รอยยิ้มบางๆ

ทางฝ่ายเจ้าบ่าวมีแขกเหรื่อนับร้อย ทว่าแขกทางด้านเจ้าสาวมีเพียงสามคนคือ มารุต ผู้เป็นบิดา รัตนา มารดาเอาแต่น้ำตาปริ่มด้วยความเสียใจจากการกระทำของบุตรสาวคนโต และดวงเดือน เพื่อนสนิทของเจ้าสาวที่มาให้กำลังใจ

แต่พอหมดงานเช้า ลัลณ์ลนินเหมือนถูกทิ้ง มารุตกับรัตนาเดินทางกลับบ้านทันที ดวงเดือนก็ต้องไปเข้าเวรในโรงพยาบาลที่ตัวเองทำงานอยู่ เจ้าสาวที่เจ้าบ่าวไม่ปรารถนาอยู่อย่างโดดเดี่ยวในห้องพักที่ทางเจ้าภาพจัดเตรียมไว้ให้เจ้าสาวแต่งตัว เธอนั่งรออยู่ในห้องนั้นจนกระทั่งถึงเวลาแต่งตัว เตรียมพร้อมสำหรับงานเลี้ยงตอนค่ำ

งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสจบลงไปสามชั่วโมงแล้ว ช่างเป็นงานเลี้ยงฉลองที่ไม่มีความสุขเอาเสียเลย เจ้าบ่าวไม่แจกรอยยิ้มให้ใครเลย จะมีก็เพียงรอยยิ้มแบบฝืนใจตามมารยาท คุณานนท์ไม่แม้แต่จะมองเจ้าสาวของตัวเอง เขาทำเหมือนลัลณ์ลนินเป็นอากาศธาตุที่ไร้ตัวตน แขกหลายคนพากันงงและสงสัยเมื่อเห็นหน้าเจ้าสาว ที่ไม่ใช่ผู้หญิงที่คุณานนท์แนะนำตัว แต่กลับเป็นน้องสาวของพิมาลา ว่าที่เจ้าสาวตัวจริง ทว่าก็ไม่มีใครกล้าถามเจ้าของงาน ได้แต่เก็บงำความสงสัยไว้ ไปสอบถามกันเองในงาน

พิธีการในงานก็ไม่มีเลย ปกติจะให้คู่บ่าวสาวตัดเค้กและพูดบนเวที รวมถึงดื่มฉลองกับแขกที่มาร่วมงาน ขั้นตอนเหล่านี้ถูกยกเลิกไป มีเพียงการเลี้ยงอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ตามความตั้งใจแต่แรกแค่นั้น งานเลี้ยงจึงจบลงไวก่อนสองทุ่มเล็กน้อย

หลังจากจบงานเลี้ยงคะนึงนิจให้พนักงานนำคีย์การ์ดห้องพักที่เดิมทีจะเป็นห้องหอให้คู่บ่าวสาวหนึ่งคืน เพราะห้องพักห้องนี้เป็นอภินันทนาการจากโรงแรม นางสั่งมาว่าให้ลัลณ์ลนินนอนพักที่นี่ในคืนนี้ พรุ่งนี้ค่อยขนเสื้อผ้าไปอยู่บ้านนาง ซึ่งลัลณ์ลนินไม่กล้าขัดคำสั่ง เธอจึงขึ้นมาบนห้องพักหมายเลข 2702

เตียงแสนนุ่มและใหญ่กว่าฟูกที่ลัลณ์ลนินนอนอยู่ทุกวัน คือที่หลับนอนอันเปลี่ยวเหงาสำหรับคืนนี้ และคืนต่อๆ ไปเธอต้องย้ายที่นอนไปนอนร่วมบ้านเดียวกับคุณานนท์ สามีที่ไม่ปรารถนาในตัวเมียคนนี้

เขารักพี่พิม...เป็นความจริงที่ตอกย้ำในใจ

ยังมีความเสียใจ น้อยใจอีกเรื่องหนึ่งที่ติดอยู่ในใจลัลณ์ลนินมานานหลายปี นอกจากตอนนี้เธอจะเป็นเมียที่ไม่ปรารถนา เธอยังเป็นลูกที่พ่อกับแม่ไม่ต้องการ แต่ก็ต้องทนเลี้ยงดูอย่างเสียมิได้ แน่นอนว่าเมื่อพ่อแม่ไม่ต้องการให้เกิดมา ลัลณ์ลนินจึงถูกเพิกเฉยจากบิดามารดาที่ไม่ได้มอบความรัก ความเอาใจใส่เท่าพิมาลา ลูกสาวสุดที่รัก

ตอน 2

พอเกิดเรื่องมารุตกับรัตนาบังคับให้ตนแต่งงานแทนพิมาลา ไม่เพียงแค่บังคับ ยังปั้นเรื่องให้ดูน่ากลัวว่า คุณานนท์ต้องส่งคนมาฆ่าที่ทำให้เสียหน้า แถมเงินที่พิมาลาเชิดไปก็ไม่ใช่น้อยๆ คุณานนท์กับครอบครัวไม่ปล่อยไว้แน่ มารุตยังพูดต่อไปว่า หากตนไม่แต่งงานแทน ก็เตรียมตัวจัดงานศพให้ตนกับรัตนาได้เลย ลัลณ์ลนินจึงยอมทำตามที่บิดามารดาต้องการ

ลัลณ์ลนินนึกภาพไม่ออกว่า ตนเองจะเป็นเช่นไรหากอยู่บ้านเดียวกันกับคนที่ชิงชังตน คงเป็นความอึดอัดที่ยากเกินบรรยาย ไหนจะสายตาเกลียดชัง คำพูดที่อาจสร้างความปวดร้าวใจ และอื่นๆ อีกหลายอย่าง ลัลณ์ลนินไม่รู้ว่า ตนเองจะรับมือได้นานแค่ไหน หรือมากน้อยเพียงใด แค่วันนี้กว่าเธอจะผ่านมาได้ก็ต้องใช้พละกำลังทางจิตใจมากมาย ในทุกๆ วันต่อจากนี้ เธอคงใช้พลังมากขึ้นหลายเท่า

ความที่ลัลณ์ลนินไม่ได้เตรียมตัวค้างคืนที่นี่ เธอมีเพียงชุดที่สวมใส่ตอนขามาโรงแรมชุดเดียว และตอนนี้เธอก็ทำน้ำส้มหกใส่ มันเหนียวและเป็นคราบเธอจึงไม่ได้สวมใส่ชุดนั้น และไว้วานให้ดวงเดือนชุดใหม่มาให้ในวันพรุ่งนี้ เมื่ออาบน้ำเสร็จลัลณ์ลนินจึงใช้ผ้าขนหนูพันกายเพียงผืนเดียว เพราะคิดว่าไม่มีใครเข้ามาในห้องนี้ ห้องนี้จึงเป็นของเธอคนเดียว

แต่เธอคิดผิด...

จวนตีหนึ่งอีกไม่กี่นาที บานประตูห้องพักหมายเลข 2702 เปิดออกด้วยคีย์การ์ดที่อยู่ในมือคุณานนท์ เมื่อก้าวเข้ามาในห้องที่มีแสงสีส้มจากโคมไฟหัวเตียง เขามองไปยังร่างสตรีที่นอนหันหลังให้ตนด้วยแววตามุ่งร้าย เท้าใหญ่นำพาร่างสูงหนาที่เดินไม่ตรงทาง เซไปเซมาจากพิษสุราที่ดื่มไปอย่างหนัก

คุณานนท์เมา...

ใช่ เขาต้องการให้แอลกอฮอล์ดับความทุกข์ ความผิดหวัง ความเสียใจ และอาการเจ็บใจ แค้นฝังรากลึกให้หลุดออกไปใจบ้าง วันนี้เขากับครอบครัวเสียหน้าหนักมาก ต้องตกเป็นขี้ปากชาวบ้านที่ต้องนำเรื่องนี้ไปพูดคุยกันสนุกปาก คงไม่มีใครคิดว่า คนอย่างคุณานนท์จะถูกทิ้งกลางอากาศ ถูกทิ้งในวันสำคัญของชีวิตด้วย

“หึ” เขานึกสมเพชตัวเอง ไม่คิดว่าคนอย่างคุณานนท์ สิทธิเดโชจะถูกผู้หญิงทิ้งในวันสำคัญ

ไม่แค้นก็แปลก แล้วความแค้นทั้งหมดก็กำลังไปลงที่เจ้าสาวที่ไม่ปรารถนา

“หลับสบายเลยนะ” เขาพูดเสียงต่ำ มองดวงหน้าหวานที่นอนหลับพริ้มบนเตียง “ตื่น!”

คุณานนท์ตะโกนเสียงดัง เขาไม่เพียงแค่ส่งเสียงเรียกเธอ มือใหญ่คว้าผ้าห่มแล้วเหวี่ยงมันไปกองบนพื้น และนั่นทำให้เขาเห็นเรือนร่างสาวมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวพันกาย

เสียงอันแผดดัง ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่กระทบผิวกาย ส่งผลให้ลัลณ์ลนินตื่น เธอเอี้ยวตัวมาทางด้านหลังแล้วต้องสะดุ้งตัวลุกขึ้นนั่งเมื่อเห็นร่างสามียืนไม่มั่นคงนักริมเตียง

“พี่กล้า”

“แหม แต่งตัวรอให้ฉันมาเอาเธอเลยเหรอ รู้หน้าที่ดีนี่” น้ำเสียงติดอ้อแอ้ ทำให้เธอรู้ว่า เขากำลังเมา

“ไม่ใช่ค่ะ ไม่ชะ...ว้าย!” ลัลณ์ลนินยังไม่ทันพูดจบประโยค เขาก็โถมร่างดันร่างเล็กให้นอนลงบนที่นอน โดยมีร่างเขาทาบทับ “พี่กล้าลุกคะ ลุก”

“ไม่ลุก” คุณานนท์ตอบเสียงดังฟังชัด “เธอลืมแล้วเหรอว่าเราแต่งงานกันแล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกนี่ที่เราจะมีอะไรกัน จริงไหม”

ใช่...เขาพูดถูก

ไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าการแต่งงานมาจากความรักและความเต็มใจของทั้งสองฝ่าย แต่นี่ไม่ใช่ งานวิวาห์ที่ทั้งเขาและเธอไม่ปรารถนาให้เกิดขึ้น เรื่องแบบนี้ก็ไม่น่าเกิดขึ้นเช่นกัน ยิ่งตอนนี้ด้วยแล้ว กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ฟุ้งตามร่างหนา เป็นอีกสัญญาณหนึ่งให้รู้ถึงความไม่ปลอดภัย

“ไม่ค่ะ ไม่” ลัลณ์ลนินพูดด้วยความกลัว เธอกำลังกลัวคุณานนท์ ลางสังหรณ์บอกเธอว่า ตนเองกำลังไม่ปลอดภัย เธอดิ้นรนไปมา ดิ้นทั้งที่รู้ว่า หนีไม่พ้น

“ไม่อะไร เธอจะปฏิเสธฉันงั้นเหรอ” เขาถาม ก่อนยกยิ้มขึ้นมุมปาก “ถ้าเธอไม่ยอมฉันดีๆ ฉันจะล่าพี่สาวเธอ แล้วจัดการพี่สาวเธอให้สาสม รวมทั้งจัดการพ่อแม่ของเธอด้วย จัดการในแบบฉบับของฉัน”

“พี่กล้าจะทำอะไรพ่อกับแม่ลัลณ์เลยนะคะ พ่อกับแม่ไม่เกี่ยว”

ลัลณ์ลนินตกใจ เธอรู้ว่าเรื่องนี้บิดามารดามีส่วนผิด โดยเฉพาะมารดาที่นำเงินค่าสินสอดไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือยหลายอย่าง โดยที่เธอห้ามปรามไม่ได้

“เธอรู้เต็มอกว่าเกี่ยว ยังจะมาปากดีอีก” เขาเคล้นเสียงต่ำ มองภรรยาไม่ปรารถนาของตนด้วยประกายตาเกลียดชัง “เธอต้องรับโทษแทนพ่อแม่และพี่สาวของเธอ ถ้าเธอไม่ยอม คนในครอบครัวเธอศพไม่สวยแน่ เธอก็รู้ว่า ฉันพูดจริงทำจริง”

แววตาเขาน่ากลัว น้ำเสียงเขาน่ากลัวกว่า มันบอกให้เธอรู้ว่า คุณานนท์พูดจริงทำจริง ยิ่งเรื่องที่พิมาลาทำไว้กับเขาด้วยแล้ว เป็นเรื่องที่ไม่น่าให้อภัย ใครโดนกระทำย่อมโกรธและแค้นเป็นธรรมดา คุณานนท์รักพิมาลามาก รักมากก็ต้องแค้นมาก

“เลือกเอา จะให้พ่อแม่และพี่เธอไม่ตายดีหรือว่าจะยอมฉัน”

เขาถามเชิงขู่ รับรู้ถึงชัยชนะ ต่างกับลัลณ์ลนินที่มองเห็นความพ่ายแพ้มาแต่ไกล

“ถ้าลัลณ์ยอม พี่กล้าอย่าทำอะไรพ่อกับแม่และพี่พิมนะคะ” เธอต่อรอง

“มันขึ้นอยู่กับเธอ ว่าจะทำให้ฉันพอใจมากแค่ไหน ขึ้นอยู่กับเธอคนเดียว”

จบคำพูด ปากได้รูปของเขาก็กระแทกลงมาปิดทับกลีบปากรูปกระจับเต็มแรง แรงราวกับคุณานนท์ไม่กลัวว่าปากเธอจะช้ำหรือแตก เขาทำตามแรงโทสะที่โหมอยู่ในใจ บวกกับความเมาจากปริมาณแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไป รวมกันแล้วมันเกินจะฉุดรั้งให้เขาทะนุถนอมร่างอรชรใต้ร่าง ความโกรธกระตุ้นให้เขากระทำต่อเธออย่างป่าเถื่อน โหดเหี้ยม โดยที่ลัลณ์ลนินไม่มีความผิดในเรื่องนี้เลย

ปากเธอช้ำไปหมดแล้ว...ได้กลิ่นเลือดด้วย

นั่นคือความคิดของลัลณ์ลนิน ซึ่งมันก็จริง เขาไม่เพียงบดจูบกลีบปากเธอด้วยความรุนแรง ไร้ปรานี ไม่สนใจว่าเธอจะเจ็บปวดมากแค่ไหน คุณานนท์ใช้ไรฟันกัดกลีบปากล่างเธอจนเลือดซิป ลัลณ์ลนินไม่มีโอกาสได้ร้องขอความเห็นใจ เพราะปากหนาที่ไม่หยุดจูบ ไม่หยุดกระแทกกระทั้นและไม่ผ่อนปรนความรุนแรงยังคงปิดปากตนไว้

ตอน 3

ลัลณ์ลนินไม่คาดคิดว่าจูบแรกของตนจะทรมานหัวใจและความรู้สึกเช่นนี้เลย เธอเคยฝันไว้ว่า ในคืนวิวาห์ระหว่างตนกับคนรัก จะอวบอวลไปด้วยความสุข จุมพิตแรกที่ได้รับคือความซาบซ่านและอ่อนหวาน ทว่าในความเป็นจริง สิ่งที่ได้รับล้วนแต่ตรงกันข้าม น้ำตาจึงเป็นทางเดียวที่จะปลดปล่อยความรู้สึกให้บรรเทาลง น้ำตาอุ่นร้อนหยดไหลลงสู่หางตา

คุณานนท์กระทำต่อเมียที่ไม่ปรารถนาด้วยความกักขฬะ หยาบโลน มือใหญ่กอบกุมทรวงอกสาวผ่านชุดคลุมที่เธอสวมใส่ ออกแรงบีบจนเจ้าของดอกบัวเกิดความเจ็บ แต่ก็ต้องอดทนทุกการกระทำของเขา ดูเหมือนเขาจะไม่พอใจ อยากสัมผัสเนื้อแท้ของนมสาว คุณานนท์จึงจับสาปเสื้อคลุมให้ออกจากกัน ตะปบเต้าทรวงอวบ สัมผัสความใหญ่และนุ่มเด้ง ขยำและดึงสลับกับเคล้นหนักๆ ปากหนาก็จูบแบบไม่ลดน้ำหนัก รุนแรงเช่นเดิม จนหญิงสาวรู้สึกชาไปทั่วปาก

แม้ว่าจะได้กลิ่นคาวจากเลือดที่ไหลออกมามุมปากสาว และรับรู้รสชาติของมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากปากของทั้งคู่ยังแนบติดกัน ทว่าคุณานนท์ก็ไม่ผ่อนน้ำหนักจุมพิต บดขยี้กลีบปากสวยจนบวมช้ำ เขาไม่สนใจว่าเธอจะเจ็บปวดมากแค่ไหน เธอเจ็บแค่กาย แต่เขากับครอบครัวเจ็บไปทั่วใจ เสียหน้ามากด้วย จึงเป็นที่มาของแรงโทสะลงที่ตัวต้นเหตุไม่ได้ เขาจึงมาลงกับลัลณ์ลนินแทน

ขาสวยข้างหนึ่งถูกดันออกไปด้านข้างด้วยเข่าของคุณานนท์ ดอกไม้ที่ไร้ภมรหนุ่มเชยชมถูกมือใหญ่ตะปบ ลัลณ์ลนินตกใจ หัวใจเต้นถี่แรงเมื่อของสงวนถูกเขาเคล้นคลึงหนักมือ จนเธอรู้สึกเจ็บแต่ก็ต้องอดทนไม่กล้านำมือไปปัดมือใหญ่ให้พ้นจากจุดที่เกิดความเจ็บ

แต่แล้วความเจ็บก็เริ่มมีความรู้สึกบางอย่างเข้ามาแทรก นั่นคือความเสียวจากปากหนาที่ขยับมาครอบครองเม็ดบัว เขาใช้ทั้งปากและลิ้นโลมเลีย ในขณะที่มือใหญ่ตอนนี้ไม่ได้นวดเคล้นของสงวนสาว แต่เขาใช้นิ้วสองนิ้วสอดเข้าไปในรังผึ้งหลวงที่เริ่มมีน้ำหวานไหลริน

การกระทำของเขาไม่หยาบกระด้าง ไม่มีความรุนแรง ปากเขาค่อยๆ ดูดดึงยอดปทุมสีหวาน ใช้ปากลูบเบาๆ สลับกันทั้งซ้ายและขวา จากนั้นปล่อยให้ลิ้นทำหน้าที่โลมเลีย ช้าๆ แผ่วเบา ก่อนพลิ้วลิ้นโบกสะบัด

“อ๊า” เมื่อความเสียวเข้ามาร่วมด้วย จึงเกิดเสียงครางออกมาเบาๆ นิ้วมือคุณานนท์ขยับเข้าออก มันเริ่มคล่องตัวเพราะเวลานี้น้ำสวาทเริ่มถูกผลิตออกมาต่อเนื่องจากปากที่ไม่ละขากยอดถัน โดยมีลิ้นทำหน้าที่สะบัดเลีย ลัลณ์ลนินจึงรู้จักกับความเสียวซ่านในเกมกามเวลานี้เอง “อา...อ๊า”

ทว่า...แค่ช่วงเวลาสั้นๆ

เสมือนร่างลัลณ์ลนินที่กำลังล่องลอยบนท้องนภาถูกดึงลงสู่หุบเหว จากขาวกลายเป็นดำ เมื่อเขาเปลี่ยนความอ่อนโยนเป็นหยาบคาย คุณานนท์กัดยอดบัวไม่แรงมากแต่ก็ให้เกิดความเจ็บ แล้วยังดูดปทุมถันแรงๆ กลืนทั้งปานสีอ่อน นิ้วมือใหญ่ที่ขยับสอดเพิ่มความเร็วและแรง กระแทกแต่ละครั้งโคนนิ้วกระทบกับปากถ้ำ ลัลณ์ลนินเจ็บจนต้องเปล่งเสียงระบายความรู้สึก

“โอ๊ย!”

ลัลณ์ลนินร้องออกมาอย่างสุดจะกลั้นกับความเจ็บปวด ตัวเธอบิดไปมา และพยายามจะกระเถิบตัวหนีชายหนุ่มที่รุกรานให้ตนได้รับความปวดร้าวร่างกาย

“อย่าให้ฉันได้ยินเสียงเธอร้องว่าเจ็บ ถ้าฉันได้ยิน ฉันจะทำให้ครอบครัวเธอเจ็บปางตาย”

ได้ยินประโยคนี้ คนที่ไม่มีส่วนผิดในเรื่องที่เกิดขึ้นถึงกับกลั้นเสียงไว้สุดกำลัง ปล่อยให้ความเสียใจกลั่นเป็นน้ำตาไหลลงสู่หางตา มือเรียวสวยทั้งสองข้างกำผ้าปูที่นอนแน่น ริมฝีปากเม้มเข้าหากั้น ส่วนคนที่ทำให้ลัลณ์ลนินเจ็บ คลี่ยิ้มสะใจ ก่อนลงมือลงทัณฑ์เธอในแบบฉบับของเขา

ในเมื่อเขาทุกข์ทรมานใจ ลัลณ์ลนินก็ต้องรับผิดชอบ เธอต้องเจ็บมากกว่าเขาหลายสิบหลายเท่า

วินาทีที่ลัลณ์ลนินหวาดกลัวก้าวเข้ามาใกล้ทุกขณะ ในความรู้สึกของเธอ ไม่ได้มีแค่ความเจ็บปวดเพียงอย่างเดียว มีความกลัวร่วมด้วย แค่ที่ตนเผชิญอยู่เวลานี้ถือว่าหนักหนาแล้ว เธอเจ็บทรวงอกทั้งสองข้างที่ไม่ได้เพียงแค่ถูกเขาขบกัด ขบเม้ม เต้าทรวงยังถูกเขาดูดจนเกิดรอยจ้ำแดงหลายจุด เป็นการดูดที่ลงน้ำหนักแรงด้วย ทว่าทุกความปวดร้าว ทุกการกระทำของเขา ลัลณ์ลนินต้องข่มความรู้สึกทั้งหลายทั้งมวลไว้ มิอาจเปล่งเสียงร้อง มีเพียงน้ำตารินไหล

ลัลณ์ลนินทรมานกายลามไปถึงหัวใจ ทว่าคุณานนท์กลับทรมานอารมณ์ตัวเอง เขาปฏิเสธไม่ได้ว่า เรือนกายของสาวใต้ร่างกำลังทำให้ธาตุไฟภายในกายแตกซ่าน กลิ่นตัวเธอหอม หอมแบบเฉพาะบุคคลที่ปะปนมากับแป้งฝุ่น

คุณานนท์หลับนอนกับผู้หญิงมานักต่อนัก การเสพสมด้วยท่าทางที่แทบจะเหมือนกัน จะต่างกันก็ตรงกลิ่นกายที่หอมต่างกันไป บางคนหอมจากน้ำหอมราคาแพงยี่ห้อชั้นนำของโลก หรือจากโลชั่นที่ยุคสมัยนี้มักมีส่วนผสมของดอกไม้และหัวน้ำหอม แต่ลัลณ์ลนินไม่ต้องมีตัวช่วย ตัวเธอหอมแบบธรรมชาติที่เขาไม่ได้สัมผัสมานาน กลิ่นที่ได้สัมผัสบวกกับผิวกายเนียนนุ่ม ได้เห็นยอดถันสีสวยงาม อารมณ์ทางเพศเขาพลุ่งพล่านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และไม่น่าเกิดขึ้นกับภรรยาที่ไม่ต้องการ ที่เขามอบความเกลียดชังให้

เจ้าบ่าวตกอยู่ในอารมณ์โกรธผละจากร่างนวลอนงค์ เขาก้าวลงจากเตียงมายืนริมเตียง เพื่อจัดการกับเสื้อผ้าของตน ขณะที่ถอดอาภรณ์ สายตาคมกล้ามองเรือนร่างเปล่าเปลือยของเจ้าสาว เขายกมุมปากขึ้นข้างหนึ่ง แววตาสะใจกับรอยจ้ำแดงหลายจุดจากฝีมือตน

ลัลณ์ลนินรู้สึกโล่งที่ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าสามีถอยห่างร่างตน ซึ่งเธอก็พอจะเดาออกว่า เขาห่างไปด้วยเหตุผลใด เนื่องจากหางตาเธอมองเห็นเขาถอดเสื้อผ้า หญิงสาวรีบหันหนีภาพที่ทำให้หัวใจตัวเองเต้นถี่แรง ทั้งตื่นเต้นและกลัว เป็นความรู้สึกที่เธอไม่อาจหลีกหนี เป็นความรู้สึกที่ต้องทนเผชิญให้จบ จะเจ็บปวดรวดร้าวกายใจเท่าใดก็ต้องทน

ซึ่งมันไม่จบง่ายๆ

คุณานนท์ก้าวขึ้นมาบนเตียง เขาทำในเรื่องที่ลัลณ์ลนินไม่คาดคิดมาก่อน เขานั่งคร่อมตัวเธอตรงช่วงทรวงอก นำส่วนปลายแก่นกายใหญ่จดจ่อตรงปากของเธอ ลัลณ์ลนินตกใจ หลุบตามองสิ่งนั้น หัวใจเต้นระรัว ไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรจากตน ก่อนขยับสายตามองหน้าเขา

“อ้าปาก” เขาสั่ง ทว่าคนถูกสั่งไม่ได้ทำตาม คุณานนท์จึงออกคำสั่งอีกรอบ “ฉันบอกให้อ้าปาก ถ้าไม่ทำตามที่ฉันบอก เธอเจอหนักแน่ ครอบครัวเธอก็ด้วย”

ขู่อย่างนี้อีกแล้ว...

ลัลณ์ลนินน้ำตาไหล ปากจิ้มลิ้มติดสั่นค่อยๆ เปิดออกทีละน้อย แล้วเหมือนจะไม่ทันใจคนสั่ง คุณานนท์ดันความยิ่งใหญ่ของเอกบุรุษเข้าไปในปาก ด้วยความยาวของสิ่งนั้นยาวกว่าช่องปากสาว ส่งผลให้ส่วนปลายกระแทกกับคอหอยของเธออย่างตั้งใจ ลัลณ์ลนินสำลักแต่ก็มิอาจผลักไสอวัยวะที่อยู่ในปากออกไปได้ ซึ่งเขาเองก็คงไม่ยอม

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED