สิบห้าปีก่อน....
"แม่จ๋าอย่าทิ้งขวัญไป ฮือออ แม่จ๋าอย่าทิ้งขวัญให้อยู่ที่นี่เลยนะ" เด็กหญิงวัยห้าขวบนั่งร้องไห้กอดขาแม่ของตัวเองอยู่ที่พื้นอย่างน่าเวทนาหลังจากที่แม่พามาที่บ้านหลังใหญ่หลังหนึ่งโดยโกหกว่าจะพาไปหาพ่อ พ่อที่เด็กหญิงไม่เคยเจอหน้าไม่รู้ว่าท่านคือใคร แต่พอมาถึงแม่ก็ให้รออยู่หน้าบ้านเพียงลำพัง จนเวลาผ่านไปสักพักแม่ก็เดินยิ้มออกมาพร้อมเงินจำนวนหนึ่ง
"เงินเยอะจังเลยจ๊ะแม่" เด็กหญิงพูดออกมาด้วยความดีใจเพราะไม่เคยเห็นเงินจำนวนมากมายขนาดนี้มาก่อนในชีวิต เด็กหญิงคิดในใจว่าถ้าแม่มีเงินเยอะแบบนี้แม่ก็จะอารมณ์ดีแล้วตัวเองก็จะไม่ถูกทุบตีเหมือนเช่นที่ผ่านมาอีกเพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาถ้าเด็กหญิงออกไปขายพวงมาลัยแล้วได้เงินน้อยก็จะแม่ทุบตีเป็นประจำบางวันก็ให้อดข้าวอดน้ำ แต่ถ้าแม่มีเงินเยอะก็จะไม่เจ็บตัวอีก
"แน่นอนสิ ค่าตอบแทนที่กูคลอดมึงเลี้ยงมึงมายังไงล่ะ ต่อไปมึงต้องอยู่ที่นี่เข้าใจไหมนังขวัญ"
"แม่พูดอะไรจ๊ะขวัญไม่เข้าใจ"
"มึงฟังกู...ต่อแต่นี้ต่อไปมึงต้องอยู่ที่นี่ เพราะบ้านนี้คือบ้านของพ่อมึงถึงตอนนี้พ่อมึงจะตายไปแล้วก็ตาม แต่ปู่ย่ามึงญาติพี่น้องพ่อมึงยังอยู่ต่อไปนี้มึงต้องอยู่กับพวกเขา อ่ะกระเป๋าเสื้อผ้าของมึงกูเก็บมาให้แล้ว" แม่โยนกระเป๋าเสื้อผ้ามาให้พอเปิดออกดูข้างในเป็นเสื้อผ้าของเด็กหญิงทั้งหมดโดยที่เด็กหญิงไม่รู้ว่าคนเป็นแม่แอบเก็บมาตอนไหน
"แล้วแม่ล่ะจ๊ะ แม่จะอยู่ที่นี่กับขวัญใช่ไหมจ๊ะ" นั่นคือสิ่งที่เด็กหญิงภาวนาถึงแม่จะไม่ค่อยรักแต่เด็กหญิงก็รักแม่อยากอยู่กับแม่
"กูจะอยู่ทำไมกูก็ไปตามทางของกูสิหมดหน้าที่ของกูแล้วกูเลี้ยงดูมึงมาตั้งห้าปีแค่นี้ก็เหนื่อยจะแย่แล้วเพราะฉะนั้นมึงต้องอยู่ที่นี่เข้าใจไหม กูไปล่ะ"
"ไม่เอาขวัญไม่อยู่ขวัญจะอยู่กับแม่" เด็กหญิงวิ่งไปกอดขาแม่เมื่อเห็นว่าแม่กำลังจะเดินจากไป
"ปล่อยกูเดี๋ยวนี้นะนังขวัญ กูบอกให้ปล่อยไง" แรงสะบัดของคนเป็นแม่ทำให้เด็กหญิงกระเด็นออกมาแต่เด็กหญิงก็ยังคลานเข้าไปกอดขาแม่ของตัวเองอย่างเดิม
"นังขวัญ!!! กุบอกให้มึงปล่อยกู!!!"
"ไม่ปล่อย ฮือออแม่จะทิ้งขวัญไว้ที่นี่ ฮือออ แม่จ๋าแม่พาขวัญไปด้วยนะแม่"
"แกต้องอยู่ที่นี่อยู่กับพ่อของแก"
"ไม่เอาขวัญไม่อยู่ ขวัญจะไปกับแม่ ฮือออ"
"มึงจะไปกับกูทำไมห๊ะ กูไม่มีเงินเลี้ยงดูมึงแล้ว มึงมันตัวซวยตั้งแต่เกิดมึงมากูก็มีแต่ความวิบัติมีแต่ความฉิบหาย ทำอะไรก็ไม่ขึ้นขายของก็เจ๊งเข้าบ่อนก็ถูกโกงดีแค่ไหนที่กูไม่ขายมึงให้เจ๊กหลังตลาด ที่กูพามึงมาอยู่ที่นี่ก็เพื่อที่มึงจะได้สบายเพราะบ้านพ่อมึงมันรวยมันมีเงินเลี้ยงดูมึงให้สุขสบายไปตลอดทั้งชาติ นี่กูหวังดีกับมึงนะนังขวัญ"
"ไม่ ขวัญไม่อยากสบายขวัญอยากอยู่กับแม่ ฮือออ ขวัญสัญญาจะทำงานทุกอย่างจะซักผ้าถูบ้านทำกับข้าวตอนเย็นก็จะออกไปขายพวงมาลัยทุกวันเอาเงินมาให้แม่ใช้เยอะๆ"
"เศษเงินแค่ไม่กี่ร้อยมันจะพอยาไส้อะไร ตอนนี้กูขายมึงให้ย่ามึงกูได้เงินค่าตัวมึงมาแล้ว มึงจะไปกับกูได้ยังไงห๊ะ"
"แม่เอาเงินคืนเขาไปเถอะนะ แล้วพาขวัญกลับบ้านนะจ๊ะแม่"
"เอ๊ะนังนี่ พูดไม่รู้เรื่องหรือไงห๊ะ กูสั่งให้มึงอยู่ที่นี่มึงก็ต้องอยู่ แล้วมึงก็ไม่ต้องหนีกลับไปที่บ้านนะเพราะกูจะย้ายไปอยู่กับผัวใหม่กู"
"แม่ให้ขวัญไปอยู่ด้วยสิจ๊ะ นะแม่นะ" เด็กหญิงอ้อนวอนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ถ้าเอามึงไปก็เป็นภาระกูอีก มึงต้องอยู่ที่นี่ มึงปล่อยขากูได้ละ กูจะไปแล้ว"
"ไม่ปล่อย ฮือออ"
"ไม่ปล่อยใช่ไหมห๊ะ"
"โอ๊ย ฮือออแม่ขวัญเจ็บ" เด็กหญิงโดนกระชากผมแล้วถูกผลักจนหงายหลังจากนั้นคนเป็นแม่ก็รีบเดินออกไปจากบ้านพร้อมเงินจำนวนหนึ่ง
"แม่!!! ฮือออ แม่อย่าทิ้งขวัญ ฮือออ แม่จ๋า"
เด็กหญิงร้องไห้อย่างสุดเวทนาแต่ไม่มีใครสงสารเธอเลย ทุกคนยืนมองด้วยสายตาสมเพชและรังเกียจก่อนจะแยกย้ายกันไปปล่อยให้เด็กหญิงนั่งกอดกระเป๋าร้องไห้อยู่หน้าบันไดบ้าน เด็กหญิงมองออกไปหน้าประตูรั้วบ้านที่แม่ของเธอเพิ่งเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามองเธอเลยแม้แต่น้อย
"ฮือออ แม่ทิ้งขวัญทำไม ฮือออ แม่ ฮืออออ"
"ชื่ออะไรน่ะเรา" คุณหญิงพรรณิภาหญิงสูงวัยอายุเกือบเจ็ดสิบถามเด็กหญิงตรงหน้าที่ยังร้องไห้ไม่หยุดหลังจากที่ท่านให้แม่บ้านพาเด็กหญิงเข้ามาในบ้านเด็กหญิงเดินตามแม่บ้านเข้ามาอย่างกล้าๆกลัวๆก่อนจะนั่งลงที่พื้นพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้าเก่าๆ
"ฮึก ฮึก ชะ ชื่อขวัญจ๊ะ" เด็กหญิงก้มหน้าตอบด้วยเสียงสะอื้น
"ขวัญเหรอ แล้วชื่อจริงล่ะมีไหมหรือแม่เราตั้งชื่อว่าขวัญเฉยๆ"
"ชื่อจริง ฮึก ฮึก มีจ๊ะ ชื่อของขวัญจ๊ะ"
"อืมแม่เราเค้าก็เข้าใจตั้งชื่อนะ ชื่อเพราะเชียว ของขวัญ ว่าแต่เราอายุกี่ขวบแล้วล่ะ"
"ห้าขวบจ๊ะ ฮึก ฮึก"
"อืม ห้าขวบพอๆกับที่ลูกชายฉันเสียพอดี ไม่คิดเลยว่าลูกฉันจะไปแอบมีอีกคนจนมีลูกมีเต้าเห้อออ"
"คุณแม่คิดว่านังเด็กนี่เป็นลูกของพี่เขตจริงเหรอคะษาไม่อยากจะเชื่อว่าพี่เขตจะตาต่ำไปเอานังผู้หญิงชั้นต่ำแบบนั้นมาเป็นเมียน้อย" อุษาที่มีศักดิ์เป็นลูกสะใภ้ถามคุณหญิงพรรณิภาพร้อมกับมองไปที่เด็กหญิงด้วยท่าทีเกลียดชังรังเกียจอย่างออกนอกหน้า
"แล้วเธอคิดว่าไงอุษาคิดว่าผู้หญิงคนนั้นโกหกงั้นเหรอ เธอลองดูหน้าเด็กคนนี้ดีๆสิว่าแกคล้ายตาเขตมากแค่ไหน มากกว่ายัยเอมซะอีกที่ถอดแบบเธอมาทั้งหน้าตาทั้งนิสัย"
"คุณแม่!!! ทำไมคุณแม่พูดแบบนี้คะคุณแม่พูดเหมือนกับว่าอุษาไม่ดีทั้งที่อุษาเป็นสะใภ้ของคุณแม่เป็นภรรยาของพี่เขตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ถ้ายัยเอมมาได้ยินที่คุณแม่พูดแกจะคิดยังไง"
"แล้วยัยเอมอยู่ตรงนี้ไหมล่ะฉันเห็นไปเล่นบ้านตาสงครามตั้งแต่เช้าจนป่านนี้ยังไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง"
"ก็ยัยเอมกับตาสงครามรู้จักกันเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็กยัยเอมจะไปเล่นด้วยทุกวันก็ไม่เห็นจะแปลกเลยนี่คะ"
"แต่เธอให้ลูกไปอยู่ที่นั้นทั้งวันเธอไม่เกรงใจบ้านโน้นเค้าบ้างหรือไง ลูกเธอน่ะนิสัยเป็นยังไงเอาแต่ใจตัวเองแค่ไหนเธอก็น่าจะรู้ดีอะไรไม่ได้ดั่งใจก็กรี๊ดๆฉันกลัวบ้านโน้นจะเอือมระอาไม่ใช่อะไรหรอก"
"ใครจะกล้าเอือมระอาคะ ยัยเอมน่ารักจะตายพี่กองทัพกับพี่กานพ่อแม่ของตาสงครามก็เอ็นดูยัยเอมเหมือนลูกสาวถึงแกจะเอาแต่ใจไปบ้างตามประสาเด็กก็เถอะอีกอย่างนะคะถ้าไม่มีใครไปยุ่งกับตาครามยัยเอมก็ไม่อาละวาดหรอกค่ะใครๆก็รู้ยัยเอมน่ะหวงตาครามยิ่งกว่าอะไรและที่สำคัญไปกว่านั้นพี่เขตกับพี่กองทัพก็เคยให้สัญญากันไว้ว่าถ้าทั้งสองโตขึ้นจะให้ยัยเอมกับตาครามแต่งงาน เพราะฉะนั้นยัยเอมก็มีสิทธิ์ที่จะไปที่นั่นได้ทุกวันในฐานะว่าที่สะใภ้บ้านนั้น"
"รอให้ถึงตอนนั้นก่อนเถอะแม่อุษาตอนนี้ยัยเอมกับตาสงครามก็เพิ่งแปดเก้าขวบอะไรก็ย่อมเปลี่ยนแปลงได้เสมอ"
"คุณแม่หมายความว่าไงคะ"
"ไม่มีอะไรฉันก็พูดในสิ่งที่มันน่าจะเป็นอนาคตไม่มีใครกำหนดได้หรอก ไม่แน่ตาสงครามอาจจะไม่ได้แต่งงานกับยัยเอมก็ได้"
"ไม่มีทางค่ะ ยังไงษาก็ต้องทำให้ยัยเอมได้แต่งงานกับตาครามให้ได้"
"เอาล่ะฉันไม่อยากจะเถียงกับเธอแล้ว พรุ่งนี้ฉันจะให้เด็กคนนี้ไปตรวจดีเอ็นเอ"
"แล้วถ้านังเด็กนี่เป็นลูกพี่เขตจริงๆคุณแม่จะทำยังไงคะคุณแม่จะยอมรับนังเด็กนี่เลี้ยงดูนังเด็กนี่เหรอคะ"
"เธอนี่ก็ถามแปลกๆนะอุษา ถ้าผลตรวจออกมาว่าเด็กคนนี้เป็นลูกตาเขตเป็นหลานฉันฉันก็ต้องส่งเสียเลี้ยงดูเหมือนที่ฉันส่งเสียเลี้ยงดูยัยเอมลูกสาวของเธอนั่นแล่ะ และที่สำคัญพินัยกรรมของฉันที่เขียนไว้แต่แรกว่าจะยกทุกอย่างให้ยัยเอมก็คงต้องแบ่งให้ของ..."
"ไม่ได้นะคะษาไม่ยอมคุณแม่จะมาเปลี่ยนพินัยกรรมจะมาแบ่งทรัพย์สมบัติที่ยกให้ลูกเอมไปให้นังเด็กสกปรกนี่ษายอมเด็ดขาด"
"เธอไม่ยอมก็เรื่องของเธอในเมื่อทรัพย์สินทุกอย่างมันเป็นของฉันรวมถึงบ้านหลังนี้ด้วยฉันย่อมมีสิทธิ์ที่จะยกอะไรให้ใครก็ได้"
"แต่คุณแม่ทำเรื่องยกทุกอย่างให้ยัยเอมแล้วนี่คะ"
"ก็ตอนนั้นฉันคิดว่ามีแค่ยัยเอมคนเดียวที่เป็นหลานของฉันแต่ตอนนี้มันไม่ใช่ เธออย่าใจแคบไปหน่อยเลย ทรัพย์สมบัติที่เธอกับยัยเอมได้จากตาเขตก็ไม่ใช่น้อยๆใชัทั้งชาติก็ยังไม่หมด แล้วมันจะแปลกอะไรที่ฉันจะแบ่งในส่วนของฉันให้กับลูกสาวอีกคนของตาเขตถ้าผลออกมาว่าเด็กคนนี้ก็เป็นลูกของตาเขตเหมือนกัน"
" ถ้ายัยเอมรู้แกต้องเสียใจมากที่คุณแม่เห็นคนอื่นสำคัญกว่าแก ษาจะบอกกับลูกว่ายัยเด็กนี่มันจะมาแย่งทุกอย่างไปจากแก"
"เธออย่าเสี้ยมให้ลูกเกลียดพี่เกลียดน้องตัวเองเพราะมันไม่ใช่นิสัยของผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะ แทนที่เธอจะสอนลูกให้รู้จักสงสารเห็นใจมากกว่าจะมาสอนหลานฉันให้เกลียดน้องสาวของตัวเอง"
"ษาจะไม่ยอมให้ยัยเอมนับญาติกับนังเด็กสกปรกนี่หรอกค่ะไม่มีวัน"
น้ำเน่าตั้งแต่เริ่มเรื่องเลย5555
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา....
"ของขวัญเราเป็นหลานของย่าจริงๆ นี่คือผลตรวจดีเอ็นเอนะแต่เราคงจะอ่านไม่รู้เรื่องแต่ไม่เป็นไรเพราะถึงยังไงเราก็คือหลานของย่า" เด็กหญิงมองหน้าหญิงสูงวัยที่ยิ้มให้อย่างอบอุ่นรอยยิ้มที่เด็กหญิงไม่เคยได้รับจากใครมาก่อนแม่แต่คนเป็นแม่ จากนั้นเด็กหญิงก็มองที่กระดาษที่อยู่ตรงหน้าที่เขียนอะไรไม่รู้เต็มไปหมดเด็กหญิงไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร จากนั้นเด็กหญิงก็ถูกคุณหญิงพรรณภาสวมกอด มันเป็นอ้อมกอดแรกในชีวิตที่เด็กหญิงได้รับทำไมมันอบอุ่นแบบนี้นะเธอไม่เคยถูกกอดเลยตั้งแต่จำความได้
"ต่อไปย่าจะดูแลเราเองนะลูกถึงแม่เราจะไม่ต้องการเราก็ตาม"
และหลังจากวันนั้นคุณหญิงพรรณิภาก็ได้สั่งให้แม่บ้านทำความสะอาดห้องพักชั้นบนเพื่อเป็นห้องส่วนตัวของเด็กหญิงเพราะก่อนหน้านี้เธอนอนที่ห้องรับแขกเนื่องจากผลตรวจยังไม่ออกแต่ในเมื่อตอนนี้ผลตรวจออกมาแล้วเด็กหญิงจึงมีสิทธิ์ที่จะได้ขึ้นไปอยู่ชั้นบนเหมือนกับเอมอรหลานสาวอีกคนของท่าน แต่ดูเหมือนเอมอรจะไม่พอใจที่มีเด็กหญิงเข้ามาอยู่ในบ้าน
"คุณย่าทำไมต้องให้มันมาอยู่ข้างบนด้วยคะทำไมไม่ให้มันไปอยู่กับคนรับใช้"
"ของขวัญเป็นน้องสาวของเรานะเอมทำไมเราพูดแบบนี้ล่ะย่าไม่ชอบเลยนะที่เราพูดแบบนี้กับน้อง"
"เอมไม่ยอมนับว่ามันเป็นน้องหรอกค่ะมันเป็นลูกเมียน้อยของคุณพ่อ แม่มันนิสัยไม่ดีมันก็คงนิสัยเหมือนแม่มันเอมเกลียดมัน"
"ยัยเอม!!!ใครสั่งใครสอนให้เราพูดแบบนี้ห๊ะ"
"ษาเองค่ะในเมื่อมันคือเรื่องจริงทำไมษาจะพูดให้ลูกฟังไม่ได้"
"เอมไม่อยากอยู่ร่วมชายคาเดียวกับนังเด็กสกปรกนี่ถ้าคุณย่าให้มันขึ้นมาอยู่ข้างบนเอมจะย้ายไปอยู่บ้านคุณตาคุณยาย"
"ไมไ่ด้นะลูกเอมเราจะไม่ไปไหนมั้งนั้นเราต้องอยู่ที่นี่ลูกเพราะถ้าเราไปนังเด็กนี่มันก็อาจจะฮุบเอาทุกอย่างของลูกไปเป็นของมัน"
"แต่เอมเกลียดมันเอมไม่อยากให้มันอยู่ที่นี่ คุณย่าถ้าคุณย่ารักเอมคุณย่าก็ต้องให้มันย้ายไปอยู่ที่อื่น"
"บ้านหลังนี้มันเป็นชื่อของย่าและที่สำคัญมากไปกว่านั้นของขวัญก็เป็นลูกของพ่อเราเหมือนกันกับเรานะยัยเอมถ้าเราอยู่ที่นี่ได้ทำไมของขวัญจะอยู่ที่นี่ไม่ได้"
"คุณย่ารักมันมากกว่าเอมเหรอคะ"
"ย่ารักเอมเหมือนเดิมเพราะเอมคือหลานสาวคนโตของย่าและย่าก็รักของขวัญด้วยเหมือนกันเพราะของขวัญก็คือหลานสาวของย่าเหมือนกัน ขวัญต่อไปให้เรียกพี่เค้าว่าพี่เอมนะเข้าใจมั้ยพี่เอมคือพี่สาวของเรานะลูก"
"จ๊ะ พี่เอม"
"ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าพี่เพราะฉันไม่นับแกเป็นน้องนังลูกเมียน้อย" คุณหญิงพรรณิภาถึงกับอ่อนใจกับนิสัยของหลานสาวคนโตที่ถอดแบบนิสัยผู้เป็นแม่มาเต็มๆ ทั้งที่สุดเขตลูกชายของท่านเป็นคนใจดีนิสัยอ่อนโยน แต่ท่านก็หวังว่าเมื่อโตขึ้นกว่านี้เอมอรจะยอมรับของขวัญเป็นน้องสาว
วันต่อมา...
"พี่สงคราม ฮือออ ฮือออพี่สงคราม" เอมอรวิ่งไปที่บ้านของสงคราม
"เอมร้องไห้ทำไม"
"คุณย่า ฮือออคุณย่าไม่รักเอมแล้ว ฮือออ"
"ทำไมล่ะเกิดอะไรขึ้น"
"ก็ตอนนี้มีนังลูกเมียน้อยย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน คุณย่าก็เอาอกเอาใจมันแล้วก็ดุด่าเอมฮืออออ"
"ลูกเมียน้อย หมายความว่าไงพี่ไม่เข้าใจ" สงครามในวัยเก้าขวบถามเอมอรน้องสาวข้างบ้านที่สนิมกันมาตั้งแต่เด็ก
"แม่เล่าว่าตอนที่คุณพ่อยังอยู่คุณพ่อไปแอบมีเมียน้อยค่ะ แล้วก็มีลูกด้วยกัน ฮือออ ตอนนี้เมียน้อยคุณพ่อพาเด็กคนนั้นมาอยู่ที่บ้านแล้ว ฮืออออ เอมเกลียดมัน มันมาแย่งความรักของคุณย่าไปฮือออ เมือ่ก่อนคุณย่าไม่เคยดุเอมเลยแต่พอนังเด็กสกปรกนั่นเข้ามาคุณย่าก็เปลี่ยนไป ที่แย่ไปกว่านั้นแม่บอกว่าคุณย่าจะแบ่งทรัพย์สินให้มันด้วยทั้งที่มันควรจะเป็นของเอมคนเดียว ฮือออ"
"ยัยเด็กสกปรกนั่นชื่ออะไร"
"มันชื่อนังของขวัญค่ะนังของขวัญนังสกปรกนิสัยไม่ดี มันคอยยุแยงให้คุณย่าดุด่าเอมค่ะพี่สงคราม ถ้าพี่เจอมันพี่ต้องจัดการให้เอมด้วยนะ ฮืออออ"
"ไม่ต้องร้องนะ ถ้าพี่เจอนังเด็กนั่นพี่จะจัดการให้"
"พี่ต้องจัดการให้เอมจริงๆนะแล้วพี่ก็ห้ามพูดห้ามเล่นกับมันนะ"
"อื้มพี่ไม่ลดตัวลงไปเล่นกับเด็กสกปรกแบบนั้นหรอก"
จะด่าพระเอกว่าโง่เหมือนควายก็สงสารควาย555
เตรียมสงสารของขวัญล่วงหน้าได้เลยจ้าเพราะพี่สงครามถูกป้อนข้อมูลเข้าสมองเรียบร้อยแล้ว