ในวินาทีที่หลินรั่วเหมยพยักหน้า หลินหลั่งเยี่ยนก็แผ่ความเยือกเย็นออกมาอย่างรุนแรง ความบ้าคลั่งในแววตาของเธอแทบจะทำลายเมืองทั้งเมืองจนพังพินาศ!
“พี่คะ……” หลินรั่วเหมยเอ่ยออกมาอย่างไม่เชื่อสายตา “พี่…พี่กลับมาแล้วเหรอคะ?”
เธอรู้สึกราวกับความฝันที่อยู่คนละโลก
เมื่อเห็นว่าน้องสาวอยู่ในสภาพที่ไม่ปกติ หลินหลั่งเยี่ยนก็เอามือแตะหน้าผากด้วยความกังวล อุณหภูมิที่ร้อนระอุทำให้เธอตกใจกลัว และในวินาทีต่อมา หลินรั่วเหมยก็หมดสติล้มลงในอ้อมแขนของหลินหลั่งเยี่ยนทันที
หน้าผากของเธอร้อนจัดจนน่ากลัว แต่ร่างกายกลับเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง
หัวใจของหลินหลั่งเยี่ยนพลันเย็นเยียบตามไปด้วย
ทันใดนั้นเอง ประตูวิลล่าก็เปิดออก
“หลินรั่วเหมย นังขี้เกียจ ผ่านไปตั้งกี่นาทีแล้ว แกยังกินไม่เสร็จอีกเหรอ? รีบไสหัวเข้ามาล้างจานเดี๋ยวนี้” คนที่ออกมาคือคุณอา อีกฝ่ายตะโกนเสียงดังลั่น
หลินหลั่งเยี่ยนค่อย ๆ หันกลับไปมองที่คุณอา
หลายปีผ่านไป คุณอาที่เคยดูแก่ชราและทรุดโทรมนั้นกลับดูกลายเป็นคนละคน เธอสวมเสื้อโค้ทราคาแพง ใส่เครื่องประดับทำจากหยกทั้งตัว ดูสง่างามหรูหราไปหมด
เมื่อเผชิญกับความเย็นยะเยือกในดวงตาคู่นั้น คุณอาก็ถึงกับสะดุ้งเฮือก “เธอ…… หลั่งเยี่ยน เธอกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“พวกคุณ…ทำอะไรกับน้องสาวฉัน?” หลินหลั่งเยี่ยนก้าวเดินเข้าไปทีละก้าว ราวกับยมทูตที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้
คุณอารู้สึกหวาดหวั่นกับความน่ากลัวในสายตาของเธอจนต้องถอยหลังไปโดยสัญชาตญาณ แต่พอได้สติ เธอก็นึกขึ้นได้ว่านี่เป็นแค่เด็กสาวคนหนึ่งเท่านั้นเอง!
คุณอาแค่นเสียงเยาะอย่างเย็นชา “ยัยนั่นทำชามในบ้านแตก ฉันถึงได้ลงโทษยัยนั่น เธอไม่อยู่บ้านมาตั้งหลายปี เธอรู้ไหมว่าที่บ้านลำบากแค่ไหน? แต่ฉันก็ไม่เคยให้ยัยนั่นต้องอดอยาก ไม่เคยให้อดอาหาร ถ้าไม่เห็นแก่ที่เธอเป็นลูกสาวของพี่ชายฉัน ฉันไม่ดูแลพวกเธอหรอกนะ”
วินาทีต่อมา จู่ ๆ ลำคอของคุณอาก็ถูกบีบแน่น ใบหน้าที่เย็นชาไม่ต่างจากน้ำแข็งพลันปรากฏอยู่ตรงหน้าเธอ จนคุณอารู้สึกหายใจไม่ออก “เธอ…… ปล่อย……”
หลินหลั่งเยี่ยนมีสีหน้าเย็นชาสุดขีด แววตามองราวกับกำลังมองคนตาย “ที่นี่คือบ้านฉัน พวกคุณให้น้องสาวฉันล้างจาน ให้น้องสาวฉันนอนในบ้านสุนัข…… คุณกล้ามากนะ!”
อาศัยแสงไฟจากในบ้าน หลินหลั่งเยี่ยนก็เห็นสิ่งที่หลินรั่วเหมยกิน มันเป็นของเหลวข้น ๆ ที่ดูไม่จืดเอาเสียเลย นั่นมันอาหารหมูชัด ๆ !
ผู้เป็นน้องสาวที่อยู่ในอ้อมแขนของเธอเบาหวิวราวกับกระดาษ ใบหน้าก็ซูบซีดดูอิดโรย ไม่มีสีเลือดฝาดเลยแม้แต่น้อย
หัวใจของหลินหลั่งเยี่ยนราวกับถูกมีดคมกริบกรีดจนเลือดไหลทะลัก
น้องสาวของเธอที่เธอทะนุถนอมราวกับแก้วตาดวงใจ คิดไม่ถึงเลยว่าจะถูกปฏิบัติแบบนี้!
“หลินชุ่ยฮวา ตอนที่คุณย้ายเข้ามา คุณตกลงไว้แล้วนี่ว่าจะดูแลน้องสาวฉันให้ดี!” ในดวงตาของหลินหลั่งเยี่ยนมีจิตสังหารไหลเวียนอยู่อย่างชัดเจน
หลินชุ่ยฮวาโกรธที่เธอถึงกับกล้าเรียกชื่อเต็ม ๆ ของตัวเองออกมา
แต่พอเห็นจิตสังหารในแววตาของเธอ หลินชุ่ยฮวาก็อ่อนแรงลงอีกครั้ง
หลินหลั่งเยี่ยนมีความแปลกประหลาดมาตั้งแต่เด็ก นิสัยก็เย็นชาโหดเหี้ยม ดังนั้นในช่วงหลายปีที่เธออยู่ที่นี่ หลินชุ่ยฮวาจึงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม พยายามทำหน้าที่ของอาหญิงไปอย่างฝืนทน
แต่คิดไม่ถึงว่าหลินหลั่งเยี่ยนจะจากไปกะทันหัน
ภายในบ้านเหลือเพียงแค่หลินรั่วเหมยที่มีนิสัยอ่อนโยน หลินชุ่ยฮวาจึงค่อย ๆ ยึดที่นี่เป็นบ้านของตัวเอง และไล่หลินรั่วเหมยออกไป
ใครจะคิดว่า วันหนึ่งหลินหลั่งเยี่ยนจะกลับมากันล่ะ!
“ฉันก็ดูแลยัยนั่นดีมากแล้ว ยัยนั่นทำผิด ฉันจะลงโทษบ้างแล้วมันผิดตรงไหน? อึก!” หลินชุ่ยฮวาพูดไม่ทันจบคำ ก็ถูกบีบคออีกครั้งจนหายใจไม่ออกแม้แต่น้อย ราวกับยมทูตกำลังกวักมือเรียกเธออยู่ก็ไม่ปาน
“หลินหลั่งเยี่ยน ” ความโกลาหลทำให้คนในบ้านเริ่มสังเกตเห็น ลูกพี่ลูกน้องและอาเขยต่างก็มองมาที่ประตู
หลินหลั่งเยี่ยนเห็นพวกเขากำลังใช้ชีวิตอยู่ในวิลล่าอันใหญ่โตที่ตกแต่งอย่างหรูหรา บนโต๊ะมีอาหารโอชะวางอยู่ ลูกพี่ลูกน้องและอาเขยต่างก็สวมเสื้อผ้าราคาแพง
ในขณะที่น้องสาวของเธอกลับต้องนอนในบ้านสุนัขและกินอาหารหมู ขอบตาของเธอก็แดงก่ำขึ้นมาอีกครั้ง
“หลินหลั่งเยี่ยน เธอทำอะไรน่ะ? ปล่อยแม่ฉันเดี๋ยวนี้นะ!” ลูกพี่ลูกน้องพูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจ “ถ้าไม่ใช่เพราะแม่ฉันใจดีดูแลพวกเธอ พวกเธอก็คงตายไปนานแล้ว เธอยังกล้าหนีออกไปทำงานข้างนอกตั้งหลายปีโดยไม่กลับมาอีก เธอคงไม่ได้แอบไปมีลูกมีผัวข้างนอกมาหรอกนะ? ต่ำทรามจริง ๆ ……”
ลูกพี่ลูกน้องกล่าวเยาะเย้ย
แต่ในใจกลับคิดว่าหลินหลั่งเยี่ยนกลับมาแล้ว ต่อไปจะมีคนสองคนช่วยดูแลพวกเขา มันก็ดีเหมือนกัน
วินาทีต่อมา หลินหลั่งเยี่ยนก็เดินเข้ามาอย่างกะทันหัน
“ปัง!”
โต๊ะอาหารถูกเตะกระเด็นลอยไปทันที
อาหารที่อยู่บนโต๊ะหกเรี่ยราดบนพื้น สภาพดูไม่จืดเลย
“ว้าย!”
หลินหลั่งเยี่ยนคว้าแจกันข้าง ๆ ปาเข้าใส่ลูกพี่ลูกน้องกับอาเขยอย่างไม่ใส่ใจ ทันใดนั้นเลือดไหลทะลักออกมา ทั้งสองคนกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวพลางสั่นเทิ้มไปทั้งตัว
“ฉันให้เวลาพวกคุณหนึ่งวัน ไสหัวออกจากบ้านของฉันไปซะ!” เสียงของหลินหลั่งเยี่ยนเย็นยะเยือกราวกับผุดมาจากขุมนรก พอพูดจบ เธอก็หันหลังอุ้มน้องสาวออกจากบ้านทันที และรีบโบกรถไปยังโรงพยาบาล
ในวิลล่าพลันวุ่นวายโกลาหล มีคนร้องไห้บ้าง กรีดร้องบ้าง
“แม่คะ นังสารเลวนี่มันถึงกับกล้าทำร้ายหนู หน้าหนูเป็นรอยแล้ว หนูจะไม่เสียโฉมใช่ไหมคะ!” ลูกพี่ลูกน้องมองตัวเองในกระจก ทั้งโกรธทั้งแค้น แล้วก็ร้องไห้ออกมา
หลินชุ่ยฮวาก็โกรธแทบสิ้นใจไม่ต่างกัน “นังสารเลวนี่ออกไปไม่กี่ปี ชักจะกำเริบเสิบสานใหญ่แล้ว! ถ้าเธอกล้ากลับมาอีกล่ะก็ พวกเราจะสั่งสอนเธอให้หนักเลย พวกเราไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้วนะ ตอนนี้บริษัทของเรามีความร่วมมือกับเป่ยฟางกรุ๊ปแล้ว จะไปกลัวกะอีแค่นังเด็กกะโปโลอย่างเธอได้ยังไงกันล่ะ”
พูดจบ หลินชุ่ยฮวาก็มองลูกสาวด้วยความเจ็บปวด “ลูกรัก ไม่ต้องห่วงนะ แม่จะพาไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้แหละ!”
……
ณ โรงพยาบาล
“ขาหักมานานมากแล้ว มีบาดแผลเต็มตัวไปหมด ฟันก็หายไปหลายซี่ด้วย คุณเป็นพี่สาวประสาอะไรกันเนี่ย?” คุณหมอเคยเห็นผู้ป่วยมาหลายรูปแบบแล้ว แต่ก็ยังอดตกใจไม่ได้
หลินหลั่งเยี่ยนพูดเสียงแผ่ว “เป็นความผิดของฉันเองค่ะ”
ผมหน้าม้าของเธอปิดบังใบหน้าเอาไว้ ทำให้มองเห็นอารมณ์ความรู้สึกได้ไม่ชัดเจน
คุณหมอเห็นเธอเชื่อฟังและทำตัวรู้ความ ก็พูดอะไรที่รุนแรงไม่ออกแล้ว “ผมทำแผลให้หมดแล้วนะ ถ้ามีใครรังแกพวกคุณ คุณต้องรีบแจ้งตำรวจนะครับ”
คุณหมอเตือนด้วยความหวังดี
หลินหลั่งเยี่ยนพยักหน้ารับ แล้วเดินไปที่ข้างเตียงของหลินรั่วเหมย
หญิงสาววัยสิบเก้าปี แต่ร่างกายกลับผอมซูบเหลือทน ข้อมือของเธอบอบบางราวกับว่าเพียงแค่ออกแรงบิดเบา ๆ ก็สามารถหักได้ง่าย ๆ
ผมสั้นของเธอแห้งกร้านราวกับวัชพืช แถมยังถูกตัดสั้น ๆ อย่างไม่เป็นระเบียบ
หลินหลั่งเยี่ยนค่อย ๆ เลิกผ้าห่มขึ้น
ผิวหนังของเด็กสาวเต็มไปด้วยรอยเฆี่ยนตีและบาดแผล อีกทั้งยังมีรอยไหม้จากก้นบุหรี่อีกด้วย ความบ้าคลั่งในตัวหลินหลั่งเยี่ยนไม่อาจเก็บซ่อนไว้ได้อีกต่อไป น้ำตาเอ่อล้นออกมาจากดวงตาทันที
“พี่คะ……”
ทันใดนั้น เด็กสาวบนเตียงก็พึมพำเสียงแผ่วเบา
หลินหลั่งเยี่ยนรีบคว้ามือเธอมากอบกุมเอาไว้แน่น “พี่อยู่นี่แล้ว”
“พี่คะ ฉัน…… คิดถึงพี่เหลือเกิน” หลินรั่วเหมยพึมพำเสียงแหบพร่า
หลินหลั่งเยี่ยนจับมือเธอเอาไว้แน่น น้ำตาพลางไหลอาบแก้ม “ขอโทษนะ เหมยเหมย พี่คิดว่าการไปทำโครงการจะทำให้เธอมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ พี่ผิดไปแล้ว จากนี้ไปพี่จะไม่ทิ้งเธอไปไหนอีกแล้ว”
ราวกับสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของหลินหลั่งเยี่ยน คิ้วของเด็กสาวก็เริ่มคลายลงช้า ๆ
เมื่อหลินรั่วเหมยอาการคงที่ หลินหลั่งเยี่ยนก็ลุกขึ้นไปจ่ายค่ารักษาพยาบาล
“ค่ารักษาพยาบาลของพวกคุณ ชำระครบหมดแล้วค่ะ” ที่ช่องจ่ายเงิน พยาบาลแจ้งด้วยความสุภาพ
หลินหลั่งเยี่ยนขมวดคิ้วมุ่น เป็นฝีมือใครกัน
หรือว่าจะเป็นซูเจิ้งเหวิน ไม่สิ เขาไม่น่าจะรู้เรื่องนี้
“ช่วยตรวจสอบให้ฉันหน่อยได้ไหมคะว่าเป็นใคร?” หลินหลั่งเยี่ยนเอ่ยถาม
พยาบาล “ขออภัยค่ะ ทางเราไม่ได้รับอนุญาต อาจจะเป็นคนในครอบครัวของคุณก็ได้นะคะ คุณลองสอบถามดูได้ค่ะ”
คำว่าคนในครอบครัวนี้ทำให้สีหน้าของหลินหลั่งเยี่ยนเย็นชาลงทันที เธอไม่ได้พูดอะไรต่อ และเตรียมหันหลังกลับไปสืบหาเอง
ที่โถงทางเดินของโรงพยาบาล
หลินชุ่ยฮวาเพิ่งจะพาลูกสาวอย่างเจ้าอวิ๋นอวิ๋นไปทำแผลเสร็จ
“หนูไม่มีทางปล่อยนังหลินหลั่งเยี่ยนไปแน่” เจ้าอวิ๋นอวิ๋นเกลียดชังอย่างรุนแรง
“ไม่ต้องห่วงหรอก หลินหลั่งเยี่ยนไม่ได้อยู่เป็นสุขแน่ ลูกเองก็ใจเย็น ๆ เถอะนะ ระวังเดี๋ยวแผลที่หน้าจะเปิดอีก” หลินชุ่ยฮวารู้สึกสงสารจับใจ “เมื่อไหร่ลูกจะรู้จักเรียนรู้จากพี่สาวของลูกบ้าง อย่าอารมณ์ร้อนนักสิ”
เมื่อนึกถึงพี่สาว สีหน้าของเจ้าอวิ๋นอวิ๋นก็ดูภาคภูมิใจขึ้นมา “โธ่คุณแม่คะ แค่พี่สาวของหนูเก่งก็พอแล้วไม่ใช่เหรอคะ? ตอนนี้พี่สาวของหนูเป็นนักเต้นที่อายุน้อยที่สุดในคณะบัลเลต์ของเจียงเฉิงกรุ๊ปเลยนะ ยัยหลินรั่วเหมยนั่นยังคิดจะมาแก่งแย่งชิงดีกับพี่สาวหนูอีก ขาเธอหักไปก็สมควรแล้ว! ถ้าพี่สาวหนูรู้ว่าหนูถูกรังแก ต้องสงสารหนูแทบแย่แน่ ๆ เลยค่ะ”
“ตอนนี้เธออยู่ในช่วงสำคัญ ลูกอย่าเพิ่งบอกเธอเลยนะ” หลินชุ่ยฮวาเอานิ้วลูบจมูกลูกสาวเบา ๆ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นแผ่นหลังของหลินหลั่งเยี่ยนเข้าพอดี
เจ้าอวิ๋นอวิ๋นเองก็เห็นเช่นกัน เมื่อนึกถึงบาดแผลบนใบหน้าของตัวเองก็โมโหจนอกกระเพื่อม เธอคว้ากระเป๋าในมือแล้วฟาดเข้าใส่หลินหลั่งเยี่ยนอย่างแรง
กระเป๋านั้นมีหมุดโลหะ เจ้าอวิ๋นอวิ๋นออกแรงสุดกำลัง การฟาดครั้งนี้ต้องทำให้ผิวหนังแตกจนเลือดไหลแน่นอน
หลินหลั่งเยี่ยนยังคงเดินต่อไป แต่ในชั่วขณะที่รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวจากด้านหลัง เธอก็เตรียมพร้อมที่จะตอบโต้
แต่เมื่อหันกลับไป เธอกลับเห็นร่างสูงใหญ่ของใครคนหนึ่ง ชายคนนั้นมีไหล่กว้างกำยำพร้อมกับแผ่นหลังดูแข็งแรง เขาดึงสายกระเป๋าเอาไว้ แล้วกระชากไปข้างหน้าทันที
“กรี๊ด!”
เจ้าอวิ๋นอวิ๋นล้มลงไปกองกับพื้นอย่างแรง พร้อมกับส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาทันที