ค.ศ. 1989 ประเทศฝรั่งเศส
รถเบนซ์คันหรูสีดำทมิฬ ขับผ่านสวนสาธารณะคิงชิน สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ที่ผลิดอกบานสะพรั่ง ตกแต่งด้วยไฟสลัวหลากสีตามตรีมของเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ บ้านของชายหนุ่มมหาเศรษฐีถูกสร้างออกมาห่างจากตัวเมือง และอยู่ติดกับเขตสงวนเพราะเขาต้องการความเป็นส่วนตัว และเงียบสงบ แต่ทว่าห้าสิบปีมานี้ รัฐบาลได้จัดสรรให้เขตสงวนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวซึ่งเขาเองก็เพิ่งรู้
คฤหาสน์สีทองอร่ามบนพื้นกว้างหลายร้อยไร่ หญ้าสีเขียวถูกตัดแต่งสวยงาม ต้นโอนอ่อนพัดปลิวไปตามลม เขาสั่งให้คนขับเปิดกระจกรถเลื่อนลง
กลิ่นหอมอ่อนลอยโชยมาจากทุ่งกุหลาบสีขาวในลานใหญ่พิเศษ ปกคลุมคฤหาสน์ทั้งหลัง
เวเฟียส ชายผู้อายุสี่ร้อยกว่าปีในคราบชายหนุ่มหล่อเหลาผิวกายขาวซีด เจ้าของเส้นผมสีแดงเพลิงดวงตาสีรัตติกาลดั่งเจ้าชายผู้ไร้ซึ่งแสงแดดอาจเอื้อมถึง ความร่ำรวยมหาศาลทำให้เขามีบ้านสีทองอร่ามอยู่ทุกประเทศทั่วโลก ผู้บริหารหนึ่งเดียวของธุรกิจเพชร เป็นทั้งเจ้าของเหมืองเพชร โรงงานผลิตส่งออกเพชร รวมถึงเป็นนักอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของโลก แต่นั่นกลับไม่มีใครรู้ว่าเป็นเขาเพราะนิสัยที่ลึกลับ แสนจะเย็นชา และไม่ใช่มนุษย์ ทำให้เขาไม่สามารถปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนได้
“ยินดีต้อนรับกลับค่ะนายน้อย” เมื่อรถเบนซ์ขับเข้ามาจอดนิ่งอยู่หน้าประตู
สีทองบานใหญ่ คนในบ้านต่างวิ่งกรูเข้ามารอต้อนรับเขา ชายหนุ่มเจ้าของเส้นผม
สีแดงสง่าก้าวขายาวลงจากรถ หันมองแม่บ้านที่ยืนอยู่หน้าแถว สังเกตเห็นเส้นผมของเธอที่ขาวหงอกเต็มหัวก็ทำให้เขารู้ว่าเธอแก่ขึ้นมากแล้ว
“กลับมาคราวนี้จะอยู่กับพวกเรา...” เธอยังคงพูดถามต่อไป พร้อมสายตาของคนอื่น ๆ ซึ่งคาดหวังว่านายน้อยของพวกเขาจะอยู่ที่นี่นานสักหน่อย
"ตอบไม่ได้" แต่แล้วประโยคนั้นกลับเปล่งออกมาได้เพียงครึ่งหนึ่งคำตอบจากคนร่างสูงก็พลันสวนกลับไปในทันที
เธอพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะให้แม่บ้านคนอื่นมาช่วยยกของเข้าบ้าน แม่บ้านหญิงชรามองตามเจ้านายของตนกำลังเดินหายลับเข้าไปหยุดอยู่ที่สวนหลังบ้านเพียงลำพัง
ดวงตาสีรัตติกาลมองชื่นชมดอกไม้สีขาวที่มีผีเสื้อโบยบินล้อมรอบกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์เหล่านั้น มือหนาเอื้อมจับสร้อยล็อกเกตสีเทาสวยบนคอ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเล็กน้อย
รุ่งเช้า ณ สวนสาธารณะคิงชิน
ทั้งที่เป็นฤดูใบไม้ผลิแต่กลับมีหมอกหนา แสงแดดไม่สาดส่อง ชายหนุ่ม
ร่างสูงออกมาเชยชมบรรยากาศในสวนสาธารณะใกล้บ้าน สองเท้าเดินมาหยุด
อยู่บนสะพานข้ามแม่น้ำขนาดเล็กสีแดงสวย หันไปมองน้ำที่กำลังไหลออกไปอย่างมีทิศทางที่ชัดเจน ใบไม้ร่วงหล่นลอยบนผิวน้ำ และเงาสะท้อนของต้นไม้รอบข้าง
เกิดเป็นแสงระยิบระยับกระทบดวงตาสีรัตติกาลของเขา ลมเบาบางพัดสัมผัส
เส้นผมสีแดงสดให้ปลิวไสว เขายืนนิ่งเหม่อมองแม่น้ำ จนกระทั่งมีชายหนุ่มอีกคน
ที่กำลังวิ่งเหยาะ ๆ ผ่านมา ดวงตากลมโตสีฟ้าใสหันมองชายเส้นผมสีแดงที่ยืน
อยู่บนสะพานสีเดียวกันนี้
'เส้นผมของเขามีสีแดงสด โดดเด่นรับกับสันจมูกโด่ง และใบหน้าหล่อของเขา ทำไมเด็กสมัยนี้โตไวจังเลยนะ’ สีแดงภายในดวงตาเด่นชัดบนนัยน์ตา
สีฟ้า ดั่งไฟกับน้ำที่ตัดกันอย่างชัดเจน โอเชี่ยนคิดในใจ เขายังคงก้าววิ่งสายตาไม่ได้มองทางเพราะมัวแต่จับจ้องเด็กหนุ่มคนนั้น
โครม!!!
‘วันนี้ผมจะเจอเรื่องซวยอะไรอีกไหมนะ ซุ่มซ่ามตั้งแต่เช้าเลย’ ความไม่ระมัดระวังทำให้เขาไถลลงไปกับทางต่างระดับ คนล้มลงไม่ร้องออกมาแม้สักนิด แต่กลับบ่นตัวเองอุบอิบอยู่ภายในใจ
หลังจากล้มลงไปก้นจ้ำเบ้า เขาก็รีบมองสำรวจตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเข้ากับชายหนุ่มที่หันมามองจ้องเขาอยู่เช่นกัน ใบหน้าหล่อหันมามองก่อนจะชะงักไปครู่หนึ่ง เขายังคงค้ำแขนอยู่ที่สะพานก่อนจะถอยออกมาแล้วก้าวขายาวเดินมาหยุดยืนตรงหน้าของโอเชี่ยน นัยน์ตาสีรัตติกาลถ่ายทอดความรู้สึกออกมาอย่างเผลอตัวเมื่อได้เห็นคนตรงหน้า ความอ่อนโยน ห่วงหา ความดีใจเหล่านั้นถูกกลบทับด้วยความเศร้า มือเรียวของคนด้านล่างเอื้อมออกไปเพราะคิดว่าชายหนุ่มต้องมาช่วยเขาแน่
“เป็นอะไร”
'ผมคิดว่าเขาจะช่วยพยุงผมสักหน่อยแต่ว่า... ผมคงคิดผิดไปเอง' ไม่เพียงไม่ยื่นมือออกมาช่วยพยุง เขายังเอามือสอดเข้าไปในกางเกงทั้งสองข้าง แล้วเอ่ยถามคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่กลับดูคล้ายเป็นการตอกย้ำว่าคนด้านล่างซุ่มซ่ามมากแค่ไหน
“ผมไม่เป็นไร ผมสบายดี” คนตัวเล็กเจ้าของเส้นผมสีชมพูเห็นพฤติกรรมของเด็กหนุ่มก็ถึงกับคิ้วขมวดเล็กน้อย มือเรียวถอยเลื่อนกลับลงมาด้วยความ
เขินอาย รีบลุกขึ้นปัดฝุ่นบนตัวเล็กน้อย พร้อมรีบกล่าวปฏิเสธ
‘เป็นเด็กที่ดูดีจริง ๆ มองใกล้ ๆ เขายิ่งหล่อกว่าเดิม’
ส่วนสูงที่ห่างกันเพียงสี่เซนติเมตร เป็นความพอดีของระยะสายตาเมื่อ
คนทั้งคู่มองสบประสานกัน คนร่างสูงยืนนิ่งไม่พูดอะไรดวงตาสีรัตติกาลหางตาคมเฉี่ยวจ้องมองคนตัวเล็กกว่าอย่างไม่ละสายตา ทำเอาโอเชี่ยนทำตัวไม่ถูก
“หน้าของนาย สีตาของนาย...” เด็กหนุ่มพึมพำออกมา
'เขามองหน้าผมอยู่จริงด้วย ตั้งแต่ตอนล้มเมื่อกี้แล้ว' โอเชี่ยนขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะถามกลับ
“มีอะไรติดหน้าของผมงั้นเหรอครับ” มือเรียวข้างหนึ่งยกจับที่ข้างแก้มของตัวเอง
“ไม่มีอะไร”
“ดะ... เดี๋ยวสิ” โอเชี่ยนร้องตามหลัง คนร่างสูงที่ก้าวเดินลับหายไปอย่างรวดเร็วไม่ทันให้เขาได้วิ่งตามไป คนถูกทักเรื่องใบหน้าจึงรีบหยิบโทรศัพท์เปิดกล้องขึ้นส่องมองหน้าเรียวของตัวเอง
“ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติเลยนี่นา” หลังจากมองดูแล้วไม่พบสิ่งที่แปลกไปจึงเลื่อนโทรศัพท์ลงด้วยความงุนงง เขาได้แต่บ่นพึมพำออกมา
คฤหาสน์สีทอง
ชายเส้นผมสีแดงเจ้าของบ้าน เปิดประตูเข้าห้องนอนของตัวเองก่อนจะทิ้งกายใหญ่ลงนอนบนเตียงใหญ่สีเพลิง ภาพในหัวปรากฏผู้ชายร่างบางเจ้าของดวงตาสีฟ้าทะเล ใบหน้าน่ารักสวยหวาน เส้นผม และผิวกายคนนั้น ที่ทำให้เขาก้าวเข้าหาคนแปลกหน้าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
เวเฟียสวางหลังมือขึ้นปิดเปลือกตาก่อนจะเผลออมยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว
'ทำไมถึงรู้สึก... มีความสุข'
1 สัปดาห์ต่อมา
ครืด ครืด
"ฮัลโหล” คนมือหนากดรับโทรศัพท์สายหนึ่งที่โทรเข้ามา
“สวัสดีครับคุณคิงเวเฟียส ยินดีต้อนรับกลับนะครับ วันนี้จะแวะเข้ามาตรวจงานใช่ไหมครับ”
“อืม” คุณคิงเวเฟียสที่ปลายสายกล่าวเรียก ตอบกลับเสียงเรียบตามบุคลิกของเขาก่อนจะตัดสายไป
14.00น.
"จริง ๆ ไม่ต้องลำบากนายท่านลงมาจากรถหรอกนะครับ" น้ำเสียงของชายมีอายุคนหนึ่งดังขึ้นจากทางเบาะหน้า เขาก้าวออกจากรถพร้อมกับหยิบร่ม
สีดำคันใหญ่รีบวิ่งมาเปิดประตูพร้อมกางออกให้กับนายท่านของเขา
ชายหนุ่มสวมแว่นตาสีดำเดินลงจากรถโดยมีเลขาพยายามก้าวไวตามมา และคอยระวังผิวกายของนายท่านที่เขาเรียกนั้น ไม่ให้กระทบแสงแดดแม้แต่น้อย
"ที่นี่คือที่สุดท้ายแล้วล่ะครับ เขาเพิ่งมาเช่าใหม่เห็นว่าติดท็อปร้านอาหารยอดนิยมประจำปี ผมว่าจะซื้อฝากภรรยาสักหน่อย" เมื่อทั้งคู่ก้าวหยุดอยู่ที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง เลขาจอร์นพูดยิ้ม ๆ แล้วหุบร่มลง
"สวัสดีค่ะ เชิญด้านในได้เลยค่ะ รับอะไรดีคะ" เปิดเข้ามาภายในร้าน
มีพนักงานต้อนรับกล่าวทักทาย ร้านเรียบหรูโทนสีฟ้า กว้างขวาง และถูกออกแบบสวยงามน่าใช้บริการ
"เจ้าของร้านอยู่ไหมครับ" เลขาจอร์นกล่าวถามพนักงานสาว
"เชฟเข้าครัวอยู่ค่ะ ต้องการพบใช่ไหมคะ"
"ครับ เดี๋ยวผมสั่งอาหารไปด้วยเลย นายท่านสั่งอะไรไปทานด้วยไหมครับ" เลขาตอบรับพนักงานพร้อมทั้งหันกลับมาถามเจ้านายของเขาที่นั่งกอดอกพิงเก้าอี้ ไม่พูดอะไร แต่แล้วเลขาจอร์นก็ต้องยิ้มแห้งเพราะรู้ตัวว่าพูดผิดไป เลยลุกลี้ลุกลนเล็กน้อย กลัวคนตรงหน้าจะโกรธ
"ขอโทษด้วยครับ" เลขาจอร์นกล่าวขอโทษ และหันไปสั่งอาหารที่มียอดขายดีอันดับหนึ่งของร้านไปหลายรายการ พร้อมแจ้งเรื่องธุระไปเรียบร้อย
ห้องครัว
"เชฟคะ ออเดอร์ล่าสุดลูกค้าแจ้งว่ามาเรื่องสัญญาเช่าค่ะ" หญิงสาวเปิดม่านเข้ามาด้านใน ตะโกนบอกเจ้าของร้านที่ง่วนกับการทำอาหารอย่างตั้งใจ
"ขอบคุณครับ แจ้งเขาว่าผมจะออกไปพร้อมกับอาหารชุดนี้"
"รับทราบค่ะ"
40 นาทีต่อมา [Talk Ocean]
เจ้าของร้านถอดชุดเชฟสีขาวสะอาดออก ก่อนจะเดินมาที่โซนหน้าร้าน แวะพูดคุยกับพนักงานเล็กน้อย
ชายหนุ่มนั่งมองสำรวจรอบร้านกว้างโทนสีฟ้าอ่อน ก่อนจะหันไปเห็น
คนที่คุ้นหน้าคุ้นตา คนตัวเล็กเส้นผมสีชมพูสดใส ยืนพูดคุยออกคำสั่งพนักงานด้วยสีหน้าจริงจัง สลับกับยิ้มแย้มดูเป็นมืออาชีพ รอยยิ้มของเขาสดใสจนทำให้คนที่กำลังจ้องมองแทบละสายตาไม่ได้
"ให้เขาเซ็นสัญญาระยะยาวที่ยอดเงิน 0 ยูโรแล้วไม่ต้องบอกว่าฉันมาด้วย" คนร่างสูงออกเสียงสั่งตามใจตน ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ มือหนาคว้าร่มดำ
เดินออกไปจากร้านในทันที
“ทำไมล่ะครับนายท่าน?” เวเฟียสไม่สนใจเสียงร้องถามของเลขาจอร์นแม้แต่น้อย ทิ้งไว้เพียงความงุนงง เลขาหันไปมองตามนายของตัวเองที่เดินออกไปจากร้าน
‘เมื่อกี้เขาพูดผิดหรือผมฟังผิดกันแน่ ศูนย์ยูโรเนี่ยนะ เขาจะได้อะไร?' สถานการณ์พลิกผัน และพฤติกรรมของเจ้านายที่แปลกไปจากที่เคย ทำให้ชายสูงวัยแบบเขาไม่สบายใจเพราะกลัวที่จะทำงานผิดพลาด เลขาจอร์นได้แต่คิดก่อนจะหลุดจากภวังค์เมื่อมีเสียงชายหนุ่มอีกคนกล่าวทักทาย
"สวัสดีครับ คุณจอร์นทำไมมาคนเดียวล่ะครับ ไหนว่าเราจะเซ็นสัญญากันไม่ใช่เหรอครับ" ผมเดินเข้ามาเห็นเขานั่งอยู่คนเดียว ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเขาแจ้งว่าจะมีการเซ็นสัญญาฉบับจริงเมื่อเจ้านายของเขามาด้วย
"ครับคุณโอเชี่ยน พอดีนายท่านติดประชุม เขาแจ้งว่าให้คุณเซ็นสัญญาฉบับนี้ได้เลยครับ" เลขาจอร์นพูดขึ้นพร้อมจัดวางเอกสารลงบนโต๊ะด้านหน้าของผม
"คือว่า...ยอดเงินผิดหรือเปล่าครับ" ผมมองจ้องที่ช่องตัวเลขอยู่ครู่ใหญ่ มันมีเพียงตัวเลขกลม ๆ หนึ่งหน่วยในช่องประนั้น
"ถูกแล้วครับ" เลขาจอร์นยิ้มบาง ๆ ให้กับผม
‘มีแบบนี้ด้วยเหรอ ให้เช่าตึกฟรี’
“มันจะดีเหรอครับ ช่วยบอกเหตุผลหน่อยได้ไหมครับ”
“ผมแค่ทำตามหน้าที่ครับ เรื่องเหตุผลผมไม่ทราบ อย่าทำให้ผมเดือดร้อนเลยนะครับ” เจ้าของเส้นผมสีหวานนั่งนิ่งไป เพราะไม่เคยเจอเรื่องราวแบบนี้มาก่อน และคิดไปว่ามันจะเป็นผลดีกับธุรกิจของเขาในระยะยาวจริง ๆ งั้นเหรอ
“นายท่านรวยมาก เขาอาจจะอยากช่วยคุณ ยังไงก็ช่วยลงนามให้ผมด้วยนะครับ” เลขาจอร์นสังเกตเห็นความกังวลของโอเชี่ยนจึงพูดเพื่อให้เขาสบายใจ แม้ตนจะไม่รู้ถึงเหตุผลที่แท้จริงด้วยเช่นกัน
'ไม่เซ็นคงไม่ได้ เลขาจอร์นเขาจริงจังกับงานไม่น้อยเลย' โอเชี่ยนเซ็นชื่อลงก่อนจะเลื่อนกระดาษส่งคืน'
“ขอบคุณครับ เรื่องสัญญาเรียบร้อยแล้วนะครับ” ชายในชุดสูทรีบจัดเก็บเอกสารใส่ซองทันที
"ขอบคุณที่มาอุดหนุนทางร้านของเรา ยังไงเมนูนี้ผมฝากให้เจ้านายของคุณลองชิมด้วยนะครับเป็นเมนูใหม่ที่ผมทดลองทำ" โอเชี่ยนกล่าวขอบคุณพร้อมยื่นถุงอาหารให้กับเขา
‘ผมไม่รู้ว่าเจ้านายของเขาเป็นคนยังไง ทำไมรูปแบบสัญญาดูเหมือนจะเป็นผมที่ได้ประโยชน์อยู่ฝ่ายเดียว หรือเขาอาจจะเป็นคนที่ใจดีมากคนหนึ่งนะ’
"นายท่านทำไมให้ใช้สัญญารูปแบบนี้ล่ะครับ ผมตกใจหมด ทำงานกับคุณมาหลายสิบปี ไม่เคยเห็นคุณเป็นแบบนี้เลยนะครับ" เมื่อเลขาจอร์นก้าวขากลับขึ้นมาบนรถ เขาวางข้าวของลงแล้วพูดโวยวายเล็กน้อยใส่เจ้านายของตน เพราะเขาทั้งกังวลทั้งตกใจกับการตัดสินใจปุ๊บปั๊บของเจ้านายตนเอง
"อืม เขาเซ็นไหม" ชายผมแดงไม่สนใจในสิ่งที่คนตรงหน้าถาม แต่ถามกลับในสิ่งที่เขาต้องการรู้
"เซ็นแล้วครับ เขาฝากเมนูใหม่มาด้วยนะครับแต่นายท่านคงไม่ทาน งั้นผม..."
เลขาจอร์นรีบตอบรับเจ้านาย เขาพูดพร้อมยกถุงอาหารขึ้นมา ใบหน้าที่วิตกกังวลก่อนหน้านี้แปรเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มพอใจ กำลังคิดว่าตนเองจะต้องได้ของกินปลอบใจ
สักหน่อย
"เอามา เอกสารชุดนั้นด้วย" ยังไม่ทันที่เลขาจะพูดขอ นายท่านของเขาก็รีบตอบกลับโดยเร็ว
‘นี่เขาทานอาหารของมนุษย์ได้แล้วเหรอ’ เลขาส่วนตัวถึงกับตกตะลึง
ไม่อยากจะเชื่อว่าคนตรงหน้าของเขา จะสามารถกินอาหารคนได้แล้วจริง ๆ
"มันชื่อเมนูอะไร"
"เขาไม่ได้แจ้งนะครับ แต่เขาบอกว่าเพิ่งลองทำด้วย ถ้าอร่อยบอกผมด้วยนะครับ ผมจะกลับมาซื้อ" เลขาจอร์นยิ้มแย้ม เขาสังเกตได้ว่านายของตัวเองเปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งที่ไม่ทานอาหารไม่ชอบเกี่ยวข้องกับมนุษย์แต่กลับให้ความสนใจเด็กหนุ่มคนนั้น
‘หรือเขาจะพยายามทำตัวให้เหมือนคนปกติอยู่นะ’ เลขาจอร์นคิดไปไกล
ดวงตาฉายแววมีความหวังเมื่อรู้ว่านายของตนเองกำลังพยายามทำตัวให้เข้ากับสังคมบ้างแล้ว
“ผมเอาใจช่วยนะครับ เดี๋ยวนายท่านก็ชินกับการเข้าสังคมเองล่ะครับ”
“หึ ไร้สาระ” คิ้วหนากระตุกทันทีที่ถูกทักแบบนั้น เขาตอบกลับอย่างไม่สนใจเหมือนทุกครั้ง
เมื่อรถเบนซ์คันสีดำถูกขับเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน ทุกคนต่างวิ่งเข้ามาต้อนรับอย่างที่เคยทำ เวเฟียสเดินตัวปลิวออกจากรถเมื่อเลขาจอร์นเปิดประตูให้กับเขา ร่างสูงเดินมานั่งที่โต๊ะยาวในห้องอาหาร
“เตรียมนี่ใส่จานให้นายน้อยด้วย” เลขาจอร์นยื่นถุงอาหารให้กับแม่บ้าน เธอรับรู้ความต้องการของนายน้อยจึงรีบจัดเตรียมใส่จานสีขาวนวล อาหารหน้าตาน่าทานถูกวางโดดเด่นบนโต๊ะอาหารสีแดงยาว มือหนาเปิดซองกระดาษสีน้ำตาลหยิบเอกสารใบขาววางลง สายตาคมมองที่จุดลงชื่อ เขาอมยิ้มเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว
ลงนาม... O'cean
บ้านของโอเชี่ยน
"เป็นยังไงบ้าง” ชายร่างใหญ่เส้นผมสีชมพูอีกคนถามขึ้น เมื่อโอเชี่ยนเปิดประตูเข้ามาในบ้าน
“ผมสบายดี” คนตัวเล็กตอบพ่อยิ้ม ๆ
'ดูเหมือนจะเป็นครั้งแรกที่เขาพูดดีกับผม'
“ฉันหมายถึงร้านอาหารของแก"
"อ๋อก็ดีครับ ทำไมทุกคนยังไม่นอนล่ะครับ" คนร่างสูงบางก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือนี่ก็เกือบห้าทุ่มแล้ว พูดถามออกไปด้วยความแปลกใจเล็กน้อยที่เห็น
พวกเขายังอยู่ตรงนี้พร้อมหน้า ทั้งที่คิดว่าถ้ากลับเข้าบ้านเวลานี้ก็ไม่ต้องเจอหน้าพวกเขาแล้วแท้ ๆ
"พูดไปแกจะรู้เรื่องอะไร ฝึกวิชาพื้นฐานยังไม่รอดยังมีหน้ามาถาม อายน้องแกบ้างไหม" พ่อพูดใส่อารมณ์ คนตรงหน้าได้ฟังคำพูดเหล่านั้นก็รู้สึกเจ็บภายในใจไม่น้อย
"ผมขอตัวก่อนดีกว่าครับ" โอเชี่ยนไม่อยากที่จะต่อปากต่อคำกับผู้เป็นพ่อ
"แกกล้าเดินหนีฉันเหรอ"
"ผมไม่อยากทะเลาะนะครับ"
"ทำไม? ฉันพูดความจริงแกยอมรับไม่ได้ แกมันไม่ได้เรื่องสักอย่าง ไม่เคยทำในสิ่งที่พวกฉันต้องการได้" คำพูดรุนแรงเปล่งออกมาจากปากคนเป็นพ่ออย่างไม่หยุดยั้ง คนเส้นผมสีชมพูทั้งสองยืนมองหน้ากันอยู่กลางบ้าน มีสายตาของน้องชาย และแม่ของเขาอยู่ด้วย
"ครับ ผมทำอะไรไม่เคยถูกใจพวกคุณเลย”
"รู้ตัวแล้วแกไม่หัดทำตัวให้ดีบ้างไอ้เด็กนอกคอก ฉันไม่น่ามีแกเลย!" คำพูดนั้นทิ่มแทงหัวใจของโอเชี่ยนอย่างรุนแรง มือเล็กกำหมัดแน่นพยายามกดความรู้สึกแย่ ๆ เอาไว้
"ผมผิดมากเลยเหรอครับที่ใช้พลังไม่ได้ หรือผิดตั้งแต่เกิดมาแล้ว!" โอเชี่ยนเถียงกลับ ด้วยตัวเขาที่ไม่เคยเป็นที่รักของคนในครอบครัวเลยสักนิด พ่อ และแม่ปฏิบัติกับเขาเหมือนไม่ใช่ลูกของพวกเขาตั้งแต่วันแรกที่เขาจำความได้
“พ่อ หยุดเถอะครับ” เด็กหนุ่มอีกคนตะโกนห้ามพ่อ
“เพราะผมแตกต่างจากพวกคุณงั้นเหรอ หรือเพราะพวกคุณไม่เคยรักผมเลยคุณถึงทำร้ายจิตใจของผมตลอดเลย!” โอเชี่ยนโวยวายเสียงดัง ระเบิดความเสียใจออกมา มองสบตาคนทั้งสาม กลับมีเเต่เพียงความเงียบเป็นคำตอบ
“ขอตัวก่อนนะครับ" น้ำตาใสเริ่มไหลออกมา โอเชี่ยนเงยหน้าขึ้นมองเพดานก่อนจะวิ่งขึ้นห้องของตัวเอง
"ทำไมพ่อต้องใจร้ายกับพี่ด้วย" เสียงของเด็กหนุ่มวัยสิบแปดปีกล่าวถาม
เขาเป็นน้องชายที่มีอายุห่างจากโอเชี่ยนถึงแปดปี
"เพราะเขาเป็นคนอ่อนแอ"
'แม้ผมจะวิ่งผ่านพวกเขาเข้ามาในห้องแล้ว แต่ก็ยังได้ยินเสียงคำตอบของแม่ที่แผ่วเบา แต่มันกลับดังชัดเจน และทำให้ผมรู้สึกเจ็บลึกภายในใจ... ไม่มีใครรักผมเลย’
โอเชี่ยนรีบเข้ามาในห้อง มือเรียวล็อกกลอนประตูแน่นสนิทคล้ายต้องการ
กักขังตัวเอง กระเป๋าถูกวางลงช้า ๆ พร้อมกับร่างที่ไถลลงหลังประตูบานนั้น นั่งฟุบหน้า
กอดเข่า น้ำตาไหลเอ่อล้นออกมาอย่างควบคุมไม่ได้
"ใช่ ผมมันอ่อนแอ" โอเชี่ยนพูดออกมาเสียงสั่นเครือ
'ตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้ผมก็ยังคงเป็นคนที่ไม่เคยได้รับความรักจากพ่อ และแม่ ผมถูกมองข้าม ผมไม่ถูกใส่ใจ ผมไม่ถูกห่วงใย ผมถูกทอดทิ้งไว้ข้างหลังพวกเขาเสมอ การมีตัวตนของผมคือความทรมาน เจ็บปวดมาตลอดจนตอนนี้อายุ 26 ปี ผมเหมือนหุ่นที่ใช้ชีวิตไปวัน ๆ ถ้าหากเป็นหุ่นแล้ว ผมก็อยากเป็นหุ่นที่โดยไร้หัวใจ
ไร้ความรู้สึกที่จะรักใครเพราะยิ่งผมรู้สึก หรือต้องการความรักมากแค่ไหน กลับถูกปฏิเสธอย่างรุนแรงมากเท่านั้น ไม่มีทางที่จะสมหวังได้เลย'
รุ่งเช้าของอีกวัน
"นายน้อย วันนี้จะทานอะไรดีคะ" คนร่างสูงนอนหลับตา เส้นผมสีแดงสด
ลู่ไปตามลม เขานอนเล่นบนสนามหญ้าใต้ต้นไม้ใหญ่ ความเงียบสงบถูกขัดขวางไปชั่วขณะ เมื่อแม่บ้านคนหนึ่งเดินเข้ามาถามอย่างใส่ใจ
"เหมือนเมื่อวาน"
"จ-จะซื้อจากที่ไหนคะ" แม่บ้านถามอย่างแปลกใจเพราะไม่คิดว่าเขาจะอยากทานอาหารของมนุษย์อีกครั้ง
"อืม ไม่ต้องแล้ว" เวเฟียสชันเข่าลุกขึ้นยืน หยิบร่มคันสีดำกางออกแล้วเดินขึ้นรถสปอร์ตคันสีแดงสวยของเขาไป แม่บ้านได้แต่มองตามไม่รู้ว่าตัวเธอเองทำอะไรให้นายน้อยไม่พอใจหรือเปล่า หรือเขาเพียงต้องการจะออกไปที่ไหน
O'cean Restaurant
"สวัสดีค่ะ อ้าวเชฟ! วันนี้วันหยุดไม่ใช่เหรอคะ" เขาเปิดประตูร้านเข้ามาพนักงานตกใจเล็กน้อยที่เจอเขาในวันหยุด
"ครับ ผมจะมาฝึกทำเมนูใหม่น่ะ" โอเชี่ยนตอบกลับแบบยิ้ม ๆ ทั้งที่สีหน้าดูเศร้าหมอง และเหนื่อยล้าจนสังเกตได้
"ไม่พักผ่อนเลยจะดีเหรอคะ" พนักงานทุกคนหันมามองด้วยความเป็นห่วง
"ไม่เป็นไรครับ" เขาตอบรับอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปิดม่านเดินเข้าไปในครัวโดยลำพัง
ภายในห้องครัว
คนร่างบางมองจ้อง และเดินวนรอบโต๊ะอยู่หลายรอบ เขากำลังคิดว่าอาหารตรงหน้าควรมีชื่อว่าอะไรดี ลักษณะของเส้นพาสต้าสีเหลืองถูกวางทับด้วยเนื้อหอยเชลล์นุ่มเด้งพอดีคำ โรยด้วยผักออนท็อปด้วยโหระพา มีรสชาติกลมกล่อมละมุนปาก และหอมกลิ่นของเครื่องเทศเล็กน้อย
ปัก! จู่ ๆ เขาก็คิดออกพร้อมดีดนิ้วเสียงดัง
"เฟตตูชินี่เพสโต้หอยเชลล์ ใช่แล้วใช้ชื่อนี้แหละ" โอเชี่ยนฝึกทำจนถนัดมือ ในที่สุดก็ได้เมนูใหม่ของร้านออกมาขายอย่างเป็นทางการ คนร่างบางก้าวขากำลังจะเดินไปที่หน้าร้านแต่กลับรู้สึกเวียนหัวคล้ายบ้านหมุนเอียงไปมา แขนข้างหนึ่งค้ำบนโต๊ะ ขาอ่อนแรงทรุดตัวลง
เพล้ง! เกิดเสียงดังออกมาจากหลังร้าน พนักงานส่วนหนึ่งรีบเข้าไปดู
"เชฟ! เชฟคะ! เชฟเป็นลมขอยาดมหน่อย" พนักงานในครัวที่อยู่ใกล้เคียงรีบวิ่งเข้ามาหาเขา
"เชฟ ดะ-โดนมีดบาดด้วย" หญิงสาวอีกคนหนึ่งพูดเสียงสั่น
"เรียกรถพยาบาลที!!!" เสียงร้องเรียกดังออกมาถึงหน้าร้าน จนลูกค้าหลายคนสังเกตสถานการณ์ และกำลังตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น
"ขอผ้าสะอาดหน่อยเร็ว!" เสียงตะโกนดูวุ่นวายอยู่ภายในครัว
ชายร่างสูงเดินเข้ามาในร้าน เขาทิ้งร่มในมือ วิ่งเข้าไปในห้องครัวอย่างหลงลืมตัวว่าตนเองเป็นคนนอก รีบอุ้มคนร่างเล็กที่ใกล้หมดสติ และมีเลือดไหลออกมาที่ฝ่ามือขึ้นแนบอกกว้างของตนเอง
‘เขาเป็นใคร? ดวงตาของผมเลือนรางมองใบหน้าของเขาไม่ชัดเลย’
"คุณเป็นใครคะ" พนักงานยื่นผ้าสะอาดให้เขา เขารับมันไปปิดเข้าทับบาดแผลบนฝ่ามือซ้ายของเจ้านายพวกเขา แต่หนุ่มหล่อร่างสูงนั้นกลับไม่ตอบหมุนตัวอุ้มคนเจ็บเดินออกจากร้านไป
"ผู้ชายคนนั้นเขาไม่ตอบเลย อุ้มคุณเวเฟียสไปอีกจะไว้ใจได้ไหมเนี่ย" พนักงานวิ่งตามออกมา
"ไม่ต้องห่วงนะครับ ยังไงพวกคุณช่วยจัดการหน้าร้านให้สงบก่อนดีกว่า" เลขาจอร์นที่เดินเข้ามาทีหลัง เขากล่าวขึ้น ทั้งมองดูนายท่านของตัวเองอุ้มร่างของชายเจ้าของร้านขึ้นรถไปอย่างรีบร้อน
‘เขาไม่เคยต้องทำแบบนี้เพื่อใครเลยนะ หรือว่าคนนี้...จะพิเศษ’
โรงพยาบาลคิงชิน
"ยังดีนะครับที่มาทัน ตอนนี้เขาปลอดภัยแล้ว คุณเป็นญาติของเขาหรือเปล่าครับ" ชายร่างสูงยืนพูดคุยกับคุณหมอที่หน้าห้องพักผู้ป่วย
"เพื่อนครับ" เขามองผ่านกระจกเข้าไปด้านใน คนตัวเล็กยังคงนอนหลับใหลไม่ได้สติ
"คุณโอเชี่ยนร่างกายไม่แข็งแรง แล้วยังมีภาวะซึมเศร้ารุนแรง คุณพอจะทราบสาเหตุไหมครับ" ชายหนุ่มส่ายหน้า ดวงตาจ้องมองโอเชี่ยนไม่ละสายตา
ทำได้เพียงแค่เอ่ยถามต่อ
"ผมช่วยอะไรเขาได้บ้าง" คุณหมอแนะนำวิธีเบื้องต้นให้กับเขา ก่อนจะขอตัวออกไป เวเฟียสเปิดประตูเข้าไปนั่งลงข้างคนเจ็บ คนตรงหน้าหลับสนิท
สีหน้าที่ไร้กังวลแต่กลับซุกซ่อนความเจ็บปวดหลายอย่างไว้
"นายเจอเรื่องแย่ ๆ มาสินะ" มือใหญ่ยกขึ้นกุมมือเล็กอีกข้างของโอเชี่ยนอย่างเผลอตัว ก่อนจะปล่อยออกแล้วรีบเดินออกมาจากห้องพักของคนป่วย
2 ชั่วโมงผ่านไป [Ocean Talk]
โอเชี่ยนลืมตาขึ้นช้า ๆ ดวงตาสีฟ้าพร่ามัวเห็นภาพเพดานสีขาว และรับรู้ความรู้สึกชาหนึบ และปวดที่มือด้านซ้าย
"ฟื้นแล้วเหรอครับ" เสียงของเลขาจอร์นทำให้โอเชี่ยนต้องเอียงหน้าหันไปมองในทันที เขานั่งอยู่ที่โซฟาเมื่อครู่ก่อนจะเดินเข้ามาหาโอเชี่ยน
"คุณพาผมมาที่นี่เหรอครับ" โอเชี่ยนพยายามตั้งสติ อาการเวียนศีรษะยังไม่หายดีพยุงตัวเองลุกขึ้นนั่งมือขวายกกุมขมับ
"เปล่าครับ คุณเวเฟียสเจ้านายของผม เขาพาคุณมา"
‘ทำไมถึงเป็นเขาล่ะ... เขาแวะมาที่ร้านของผมงั้นเหรอ’ โอเชี่ยนคิดทบทวน มันช่างบังเอิญ แต่พวกเขาจะมาที่ร้านของผมอีกทำไม ทั้งที่เซ็นสัญญาไปเรียบร้อยแล้วนี่นา
"เขากลับไปแล้วเหรอครับ" เลขาจอร์นพยักหน้า
"ฝากขอบคุณเขาด้วยนะครับ"
"ไว้ไปขอบคุณเขาด้วยตัวเองดีกว่าครับ ว่าแต่...คุณโอเคหรือเปล่า" เลขาจอร์นถามอย่างใส่ใจ
“ผมเหรอ...” สีหน้าของโอเชี่ยนแสดงออกถึงความวิตกกังวล และดูเหมือนกำลังคิดบางอย่าง
“คือว่าผมอยากขอเช่าพื้นที่ด้านบนเพิ่ม...จะได้ไหมครับ" โอเชี่ยนพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาดวงตาเศร้าหมอง
'ผมคิดมาทั้งคืนแล้ว ผมต้องการจะย้ายออกจากบ้านหลังนั้น'
"ผมไม่ได้ใช้ทำร้านหรอกครับ ผมแค่จะเช่าอยู่เอง" โอเชี่ยนมองไปทางเลขาจอร์นด้วยสายตาที่คาดหวัง
“ไม่ใช่ผมหรอกที่ตัดสินใจเรื่องพวกนี้ได้”
ติ๊ง! เสียงข้อความเข้า
"สักครู่นะครับ" เลขาจอร์นเปิดดูข้อความที่ดังขึ้นเมื่อครู่
นายท่าน : อนุมัติ
‘ผมเริ่มมั่นใจแล้วว่าคนนี้สำคัญกับเขาจริง ๆ’ ทันทีที่เลขาจอร์นเห็นข้อความก็รู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่เขากำลังคิดอยู่นั้นถูกต้อง
"ผมไม่รู้ว่าคุณเจอปัญหาอะไรมาบ้าง แต่ผมคิดว่าทางเราน่าจะช่วยได้ ยังไงคุณย้ายเข้าอยู่ได้เลยนะครับ ส่วนเรื่องการต่อเติมแล้วแต่ผู้เช่าสะดวกเลย"
"ขอบคุณมาก ๆ นะครับ" โอเชี่ยนยิ้มบางด้วยความสบายใจขึ้นมาเล็กน้อย
หางตาของจอร์นมองออกไปที่ช่องกระจกใสทางหน้าห้อง เขารู้ว่า...
คนร่างสูงยืนพิงกำแพงอยู่หน้าห้องผู้ป่วย และได้ยินทุกอย่าง
หน้าโรงพยาบาล
"นายท่านผมถามจริง ๆ นะครับ ทำไมคุณต้องปิดบังตัวตนทั้งที่คุณทำดี
กับเขามากขนาดนี้ก็ให้เขารู้ไปเลยสิครับ" เลขาจอร์นพูดเปิดประเด็น ทันทีที่
เวเฟียสเลื่อนกระจกรถลง
"แน่ใจเหรอว่าอยากรู้?" เวเฟียสตอบเสียงเรียบพร้อมทั้งยกยิ้มเจ้าเล่ห์ เลขาจอร์นชั่งใจว่าจะพูดต่อดีไหม
"อย่าโกรธที่ผมก้าวก่ายเลย ผมมองออกนะครับ กับคนที่คุณชอบ คุณควรแสดงตัวตนของคุณให้เขาเห็นนะครับ มันแสดงถึงความจริงใจ" เลขาจอร์นพูดแนะนำเพียงเพราะว่าอยากเห็นนายท่านของตนเองมีความสุขบ้าง ด้วยเขาพอมีประสบการณ์ของคนมีครอบครัว ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาเป็นห่วงเวเฟียสมากนั่นเพราะรู้จักเวเฟียสดีระดับหนึ่งทั้งบุคลิกนิ่งเฉย เย็นชา และความไม่เข้าสังคมของ
เวเฟียสอาจเป็นปัญหาสำหรับเรื่องนี้
"อืม" เวเฟียสตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ ขายาวเหยียบคันเร่งรถสปอร์ตสีแดงคันเก่งของเขาเคลื่อนตัวออกไปในทันที
วันต่อมาที่โรงพยาบาลคิงชิน
"ผมจะทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลครับ ขอบิลค่ารักษาได้ไหมครับ" อาการของโอเชี่ยนดีขึ้นเล็กน้อย เขาเอ่ยบอกพยาบาลสาวอย่างมั่นใจเพราะในตอนนี้เขาพร้อมที่จะออกไปใช้ชีวิตของตนเองแล้ว
"มีคนชำระให้แล้วค่ะคุณโอเชี่ยน ออกวันไหนก็ได้นะคะ" เมื่อพยาบาลสาว
พูดตอบ โอเชี่ยนจึงอดสงสัยไม่ได้
"เขาคือใครเหรอครับ"
"เขาไม่ประสงค์ออกนามค่ะ แต่เท่าที่จำได้เป็นผู้ชายใส่สูทนะคะ"
'เลขาจอร์น? ไม่สิหรือจะเป็นเจ้านายของเขาอีกงั้นเหรอ ถ้าหากเป็นคุณ
เวเฟียสจริง ทำไมเขาต้องทำดีกับผมด้วยนะ’
"ขอบคุณครับ" โอเชี่ยนกล่าวตอบพยาบาล ในใจก็คิดว่าทำไมถึงเป็น
คนอื่นที่ห่วงใยเขาทุกที แต่คนในครอบครัวกลับไม่โทรหาเขาสักสาย แม้จะรู้ว่า
ลูกชายของตนได้หายจากบ้านไปทั้งคืน
เวลา 18.00น. ณ บ้านของโอเชี่ยน
คนร่างบางทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลแล้วขับรถมาที่หน้าบ้านของตัวเอง มองจากภายนอกนั้นเงียบสงบ เมื่อไขกุญแจเข้ามาด้านในเขาก็พบว่าไม่มีใครอยู่เลย
‘คงจะไปเที่ยวต่างประเทศเหมือนทุกที พวกเขาไม่เคยห่วงใยผม ที่ตั้งใจกลับมาที่นี่เพราะผมเองก็ไม่อยากทำตัวเป็นปัญหาสำหรับพวกเขาอีกแล้ว’
โอเชี่ยนเดินขึ้นห้อง จัดเสื้อผ้าของใช้ที่จำเป็นเตรียมใส่กระเป๋าด้วยแขนอีกข้างหนึ่งที่ไม่บาดเจ็บก่อนจะเดินลากกระเป๋าลงมาชั้นล่าง หางตาเหลือบมองไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะกลางห้องนั่งเล่น คนร่างบางเดินเข้าไปมองให้ชัด ๆ มือเรียวหยิบมันขึ้นมาอ่าน
"พวกฉันย้ายไปอยู่ออสเตรเลีย 3 ปี เงินของแกฉันจะโอนให้" กระดาษแผ่นสีขาวอยู่บนมือเรียวที่เริ่มสั่นเทาตั้งแต่อ่านข้อความบนกระดาษจบ โอเชี่ยนนิ่งเงียบไป
‘หัวใจของผมคล้ายกับหล่นวูบ และแหลกสลายในเวลาเดียวกัน พวกเขาทิ้งผมไปแล้ว พวกเขาไม่ต้องการผม ทั้งที่เป็นผมที่คิดจะหนีจากพวกเขาไปแต่เป็นพวกเขาที่ลงมือก่อน มันเป็นอย่างที่ผมคิดมาโดยตลอด... ผมไม่สำคัญ’ น้ำตา
เม็ดใสของโอเชี่ยนร่วงหล่นลงบนฝ่ามือทั้งสองข้างซึมผ่านเข้าไปยังผ้าพันแผล
สีขาวสะอาด กระดาษตรงหน้าค่อย ๆ เปื่อยยุ่ยจากหยดน้ำตาอุ่นร้อน
“ผมไม่ใช่ลูกของพวกคุณงั้นเหรอ แค่ความรักเพียงเล็กน้อยจากพวกคุณเท่านั้นที่ผมต้องการ ทำไมถึง... ฮึก” โอเชี่ยนกำกระดาษจนยับยู่ยี่โยนมันทิ้งไป เสียงพูดสั่นเครือปนสะอื้น ก่อนจะรีบปาดน้ำตาลากกระเป๋าออกจากบ้าน
'ผมไม่อยากเฝ้ารอความรักจากพวกคุณอีกต่อไปแล้ว'
O'cean Restaurant
"เชฟกลับมาแล้ว" พนักงานวิ่งมาด้วยความตื่นเต้นดีใจ รับของไปจากมือขวาของโอเชี่ยน ในขณะที่มือซ้ายของคนร่างสูงบางถูกพันด้วยผ้าก๊อซหนา และเปียกชื้นด้วยคราบน้ำตา
"ผมสบายดีแล้วครับ ขอบคุณที่เป็นห่วง" โอเชี่ยนยิ้มบาง ๆ ให้กับทุกคน
"โล่งอกไปที" หญิงสาวกล่าวขึ้น
"ทำงานกันเถอะครับ ผมขอคุยธุระก่อน" โอเชี่ยนกล่าวบอก ทุกคนจึง
แยกย้าย คนร่างบางหันกลับมาทางสถาปนิกหนุ่มที่เขาติดต่อเพื่อเข้ามาตกแต่ง
ที่ร้าน ก่อนจะเชิญเขามานั่งพูดคุย
"คุณโอเชี่ยนชอบห้องแบบไหนครับ" สถาปนิกหมุนหน้าจอโน้ตบุ๊กมาทางเจ้าของเส้นผมสีหวานพร้อมเสนอแบบต่าง ๆ ให้เลือก
"ผมชอบโมเดิร์น โทนสีฟ้าหรือฟ้ามินต์ครับ" โอเชี่ยนหมุนหน้าจอกลับไปพร้อมกับภาพบ้านสไตล์โมเดิร์นเรียบง่ายแต่ดูหรูหรา
"ได้ครับ คาดว่าต้องใช้เวลาเกือบ 2 สัปดาห์เลยนะครับ คุณรีบย้ายมาแบบนี้จะดีเหรอครับ" สถาปนิกกล่าวถาม เพราะเห็นกระเป๋าใบใหญ่ที่โอเชี่ยนลากเข้ามาด้วยก่อนหน้านี้
"ผมนอนได้ครับ"
'ไม่ว่ายังไงผมก็ไม่กลับไปที่บ้านหลังนั้นอีก บ้านที่มีแต่ความทรงจำที่เจ็บปวดทรมาน'
"โอเคครับ ยังไงทางเราจะทำออกมาให้ดีที่สุดครับ"
"ขอบคุณครับ"
"เชฟคะ ช่วงนี้นักศึกษาใกล้เปิดเทอม มี โพรโมชันหรือเมนูใหม่บ้างไหมคะ" พนักงานแคชเชียร์ของร้านเดินเข้ามาถามโอเชี่ยนเมื่อสถาปนิกเดินออกนอกร้าน
ไปแล้ว
"ลด 25% สำหรับนักศึกษา ส่วนเมนูใหม่พรุ่งนี้ผมสอนงานให้ครับ"
"รับทราบค่ะ"
20.30น.
"สวัสดีครับ มาส่งเตียงนอนครับ" ระยะเวลาผ่านไปเพียงไม่นาน มีพนักงานส่งของคนหนึ่งเดินมาที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ทำเอาคนในร้านถึงกับทำหน้าฉงนเพราะเจ้านายของเขาไม่ได้แจ้งไว้ว่าจะมีของมาส่ง
"สักครู่นะคะ"
"เชฟคะ มีเตียงมาส่งค่ะ ให้ยกขึ้นด้านบนเลยไหมคะ" โอเชี่ยนที่ง่วนกับการจัดเตรียมวัตถุดิบสำหรับพรุ่งนี้อยู่ ก็ต้องหยุดชะงักไป หันขวับไปตามเสียงก่อนจะเดินออกไปที่หน้าร้าน
"สวัสดีครับ ทำไมมาเร็วจังเลยครับ ทางร้านแจ้งว่าสะดวกจัดส่งพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอครับ"
"ด่วนน่ะครับ แล้วก็ไซซ์เตียงถูกเปลี่ยนเป็นไซซ์ใหญ่นะครับ"
"ผมยังไม่ได้แจ้งเปลี่ยนนะครับ งั้นผมยังไม่รับของได้หรือเปล่าครับ" โอเชี่ยนคิดว่าน่าจะเกิดข้อผิดพลาด ไม่รับของไว้น่าจะดีที่สุด
"ช่วยรับไว้ทีนะครับ งานนี้เป็นงานแรกของผมเลยไม่อย่างนั้นผมโดนไล่ออกแน่" พนักงานอ้อนวอนขอร้องโอเชี่ยนลูกใหญ่
'ทำไมฟังดูน่าสงสารจังนะ'
"ข-ขนาดนั้นเลยเหรอครับ เอ่อ...ก็ได้ครับ" โอเชี่ยนเห็นสีหน้าแววตาที่
น่าสงสารของพนักงานส่งของก็ใจอ่อน แม้จะรู้สึกอึดอัดใจไปบ้างก็ตามแต่สุดท้ายก็ยอมรับของ
โอเชี่ยนเดินขึ้นไปชั้นบนของตึก พื้นที่โล่งกว้างถูกวางแปลนไว้เป็นโซนต่าง ๆ แต่ยังไม่ออกมาเป็นรูปร่างของห้อง มีเพียงเตียงเปล่าขนาดใหญ่ที่ถูกประกอบไว้อย่างสมบูรณ์ มีหมอนใบเล็กและผ้าห่มครบชุด เขาลากกระเป๋ามาหยุดอยู่ที่ปลายเตียง รอเวลาปิดร้านช่วงเวลา 4 ทุ่ม เมื่อทุกคนกลับบ้านกันหมด คนร่างบางก็จะหอบเสื้อผ้าลงไปอาบน้ำที่ชั้นล่าง ก่อนจะขึ้นไปทิ้งตัวนอนบนเตียงใหญ่ ปิดเปลือกตาลงพร้อมห่มผ้าผืนบางหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า
รถสปอร์ตคันแดงจอดอยู่ที่หน้าร้านอาหารโอเชี่ยน ชายร่างสูงยืนพิงรถมองไปที่หน้าต่างชั้นบน ไฟในห้องยังคงเปิดสว่างทิ้งไว้แต่คนน่าจะหลับไปแล้ว
"นายกลัวความมืดสินะ"
รุ่งเช้าของอีกวัน
'ผมฝันแปลก ๆ คล้ายกับว่ามีใครคนหนึ่งเข้ามาหาผม เขามีเส้นผมสีแดงผิวขาวซีด ใบหน้าหล่อเหลาแม้เห็นแค่เพียงครึ่งหน้าก็ตาม มือใหญ่ดึงผ้าห่มคลุมบนตัวผม เคลื่อนเข้ามาหาคล้ายจะสัมผัสบนเส้นผมสีชมพูของผม แต่เขากลับชะงักดึงมือออกและหายจากไป'
คนตัวเล็กลืมตาขึ้นช้า ๆ ลำตัวบางขดอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเล็กไม่ยอมลุกขึ้นอย่างง่ายดาย เพียงแต่แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามากระทบเส้นผมสีชมพูและดวงตาสีฟ้าทำให้รู้สึกคล้ายถูกปลุก มือเรียวคว้าหยิบที่คาดผมสีดำขึ้นสวม และหอบเสื้อผ้าลงไปอาบน้ำก่อนที่พนักงานจะมาเข้างาน
ครืด ครืด~ สายเรียกเข้าดังขึ้นหลังจากที่โอเชี่ยนอาบน้ำแต่งตัวเสร็จพอดี
"สวัสดีครับ" มือเรียวรีบกดรับสายจากสถาปนิก
"วันนี้สะดวกให้เข้าไปจัดตกแต่งไหมครับ ผมจะพาคนงานเข้าไปหลายสิบคนจะเร่งงานให้เสร็จภายใน 2 วันครับ"
"ส...สองวันเหรอครับ ที่เราคุยกันไว้คือสองสัปดาห์ไม่ใช่เหรอครับ" โอเชี่ยนตกใจมากที่ได้ยินแบบนั้น
'มันไม่ใช่ที่ตกลงกันไว้นี่นา ทำไมช่วงนี้ทุกอย่างกลายเป็นเข้ามาอย่างเร่งด่วน ไม่เป็นตามที่ตกลงกันไว้สักอย่างเลย'
"เจ้าของตึกสั่งให้เร่งงานน่ะครับ"
‘เขาอีกแล้วเหรอ เขาทำให้ผมอยากเจอเขาสักครั้ง’
"ครับ เข้ามาได้เลย" เพราะเป็นเวเฟียส โอเชี่ยนจึงปฏิเสธไม่ได้ รีบตอบรับสถาปนิกโดยเร็ว หลังจากคุยสายเสร็จคนร่างบางรีบลงมาเปิดร้านก่อนเวลา เตรียมอุปกรณ์สำหรับฝึกพนักงานครัวทำเมนูใหม่ด้วยความตื่นเต้น
กริ๊ง~
เสียงกระดิ่งเล็กหน้าประตูดังขึ้นเมื่อมีคนเปิดเข้ามา โอเชี่ยนเดินออกจากห้องครัวในชุดเชฟสีขาวสะอาดตา
ดวงตาหันไปมองคนที่เดินเข้ามา ปรากฏผู้ชายร่างสูงผมสีแดง เขาสวมเชิ้ตสีดำกางเกงสีดำสนิทยืนอยู่ตรงหน้าของโอเชี่ยน
'ผมพยายามนึกว่าเคยเจอเขาที่ไหนนะ'
"สวัสดีครับคุณลูกค้า... หน้าคุ้น ๆ นะครับ"
"เราเคยเจอกันแล้ว" คนร่างสูงตอบกลับเสียงเรียบพร้อมเดินเข้าไปเลือกที่นั่งด้านใน
"อ๋อ ผมนึกออกแล้ว คุณคือเด็กหนุ่มที่สวนสาธารณะวันนั้นใช่ไหมครับ"
โอเชี่ยนเดินตามเขาไปแล้วคิดออกทันที คนตรงหน้านิ่งเงียบไม่ตอบรับอะไร
'จะว่าไปตั้งแต่เข้าโรงพยาบาลก็ไม่ได้ไปวิ่งเลยแฮะ'
"คุณมาเป็นลูกค้าคิวแรกเลย อันนี้เป็นเมนูสำหรับนักศึกษาครับ" โอเชี่ยนยื่นใบรายการอาหารให้กับเขา มือใหญ่รับไปแล้วมีท่าทีชะงักเล็กน้อย
‘โอเชี่ยนเข้าใจว่าผมเป็นนักศึกษาสินะ’ เวเฟียสกระตุกยิ้มมุมปากคล้ายกำลังสนุกกับการได้แกล้ง
‘จริง ๆ แล้วยังไม่ถึงเวลาเปิดร้านหรอกแต่ผมดันเปิดก่อนเวลาครึ่งชั่วโมง’
โอเชี่ยนก้มมองนาฬิกาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า
"ไม่มีเมนูใหม่บ้างเหรอ" ดวงตาสีรัตติกาลเงยหน้าขึ้นสบตากับคนร่างบางที่อยู่ในชุดฟอร์มสีขาว
'เขารู้ได้ยังไงว่าผมจะมีเมนูใหม่ทั้งที่ผมยังไม่ได้ทำสื่อออกมาเลย'
"งั้นรอสักครู่นะครับ"
'อาหารพวกนั้นเขาคงเคยทานจนเบื่อแล้วเลยอยากลองเมนูใหม่ก็ได้ ผมคิดว่า
คงเป็นแบบนั้น'
โอเชี่ยนเดินกลับเข้าครัว เขาเริ่มทำเมนูเฟตตูชินี่เพสโต้หอยเชลล์อีกครั้งแม้มือของเขาจะยังเจ็บอยู่ก็ตาม แต่ด้วยวัตถุดิบเหล่านี้พร้อมใช้งาน พนักงานได้ช่วยจัดเตรียมไว้เมื่อวานจึงเบาแรงไปเยอะ คนตัวเล็กหันมามองส่วนประกอบก่อนจะลงมือปรุงอาหารโดยวางสิ่งเหล่านี้ลงบนจานตามลำดับ เส้นเฟตตูชินี่
ต้มสุก 2 ถ้วยตวงครึ่ง, หอยเชลล์ 4 ตัว, โหระพาอิตาลี 1/3 ถ้วยตวง, อัลมอนด์สไลด์อบ หรือเม็ดมะม่วงหิมพานต์อบ 3 ช้อนโต๊ะ, น้ำมันมะกอก 1/4 ถ้วยตวง, เกลือ 1 ช้อนชา, พริกขี้หนูสวนสีเขียว 7 เม็ด, กระเทียมไทยแกะเปลือก 1 หัวใหญ่ และพริกไทย
"มาแล้วครับ" สิบห้านาทีต่อมา เชฟร่างบางเดินออกมาเสิร์ฟอาหารด้วยตนเองมือเรียววางจานสีขาว หน้าตาอาหารที่น่าทานลงตรงหน้าของเขาก่อนจะเดินหลบออกมา
"เจ็บมืออยู่ไหม" เพียงคนตัวเล็กเบี่ยงตัว ข้อมือข้างซ้ายของเขากลับถูกจับไว้โดยใครอีกคน โอเชี่ยนสะดุ้งเล็กน้อยเพราะมือของเขามีบาดแผล และไม่ชอบการถูกสัมผัสจากคนแปลกหน้า
"นิดหน่อยครับ" โอเชี่ยนหันกลับมาตอบคนเส้นผมสีแดงตรงหน้า
"วันนี้ฉันจะพานายไปล้างแผล"
'เขาเป็นใคร ทำไมถึงต้องมาสละเวลาตัวเองให้ผมด้วย'
"ม-ไม่เป็นไรครับ" โอเชี่ยนค่อย ๆ ดึงมือกลับ ก่อนจะเดินเข้าไปด้านใน ตอนนี้พนักงานก็เริ่มทยอยมาทำงานแล้ว
"เชฟคะ มีลูกค้าท่านหนึ่งต้องการสั่งทุกรายการ รายการละ 50 กล่องค่ะ" เวลาผ่านมาราวสองชั่วโมง จู่ ๆ พนักงานก็เปิดม่านตะโกนเข้ามาบอกเจ้าของร้าน โอเชี่ยนตกใจมาก รีบออกไปพบลูกค้าที่หน้าร้านทันที
"คุณผู้ชายคนนั้นค่ะ" หญิงสาวผายมือไปทางเขา... ผู้ชายคนเดิม
"คือว่า...คุณจะสั่งไปทานเองเหรอครับ มันเยอะมากเลยนะครับ" คนร่างบาง
เดินตรงมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเขา
"แจกที่โรงพยาบาล นายไปกับฉันด้วย" เขาพูดพร้อมยกยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่
คนร่างบาง ชายเจ้าของเส้นผมสีแดงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้คนตัวเล็ก
“อย่าช้าล่ะ” เสียงกระซิบเย็นยะเยือกดังขึ้นข้างใบหูของโอเชี่ยน คนร่างสูงเขยิบถอยออก เขามองหน้าของคนตัวเล็กอย่างจริงจัง เสียงคำสั่งนั้นถูกเปล่งออกมา ทำให้โอเชี่ยนรู้สึกงุนงงกับสถานการณ์ไปบ้าง จึงรีบหันไปสั่งงานพนักงาน
อาหารที่สั่งถูกจัดเตรียมเรียบร้อย มากกว่า 700 ชุดในเวลาสองชั่วโมงเรียกได้ว่าเป็นการทำอาหารที่มาราธอนคล้ายกับตอนแข่งรายการทำอาหารอย่างไงอย่างงั้น ด้วยจำนวนอาหารที่มาก คนสั่งได้ทยอยเอารถอีกคันขนของใส่ และขับตรงออกไปก่อน
'ดูท่าเขาจะเป็นคนที่รวยมาก มีคนขับรถให้ สไตล์การแต่งตัวเรียบหรู ผิวพรรณขาวซีดอย่างกับไม่เคยโดนแสงแดด' โอเชี่ยนนั่งตัวเกร็งอยู่บนรถเบนซ์คันหรูโดยมีชายผมสีเพลิงนั่งอยู่ข้าง ๆ เขามองข้างทาง แล้วแอบหันมาจ้องหน้าเวเฟียสเป็นระยะ
"มีอะไร" ดูเหมือนเขาจะรู้ตัว คนตัวเล็กก็รู้สึกอึดอัดทำตัวไม่ถูก
'เพราะเขาบอกว่าให้ผมเป็นเจ้าภาพบริจาคอาหารในครั้งนี้ ผมเลยต้องมาด้วยแต่ดูเหมือนจะไม่ใช่จุดประสงค์ที่แท้จริงของเขา'
"ป...เปล่าครับ" ผมหลบสายตาของเขา พร้อมกล่าวปฏิเสธ
เมื่อถึงโรงพยาบาลเขารีบเดินลงจากรถ มาเปิดประตูอีกฝั่งเพื่อรับผม ทำไมต้องใส่ใจกันขนาดนั้น แค่มาบริจาคของด้วยกันเท่านั้นเอง เขาทำให้ผมรู้สึกเกรงใจมากจริง ๆ ไม่เพียงผมที่ทำตัวไม่ถูก ดูเหมือนคนขับของเขาก็มองเขาเป็นตาเดียว
“มะ-ไม่เป็นไร ผมเปิดเองได้”
“มือนายเจ็บ”
“มันก็ใช่แต่...”
"สวัสดีค่ะ คุณโอเชี่ยนมาเองเลยเหรอคะ ขอบคุณมาก ๆ นะคะ ผู้ป่วยดีใจมาก ๆ ที่ได้ทานอาหารของร้านคุณ” โอเชี่ยนกำลังจะพูดต่อแต่เสียงหนึ่งดังขึ้น
จนเขาต้องรีบหันกลับไปกล่าวสวัสดี เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลเองที่เดินเข้า
มาหาเขาพร้อมพูดจายิ้มแย้ม เธอดูดีใจมาก โอเชี่ยนจึงพูดคุยกับเธอก่อนเล็กน้อยโดยที่มีคนร่างสูงยืนประกบข้างอยู่ตลอด
“สวัสดีครับ ยินดีมาก ๆ ครับ”
“ไม่นึกว่าจะได้เจอกันอีก เราเคยออกค่ายอาสาด้วยกัน พอจะจำได้ไหมคะ”
“อ๋อ...คุณหมอมินนี่ใช่ไหมครับ”
“ดีใจจังจำกันได้ด้วย” หมอสาวยิ้มแย้มสดใส เธอน่ารักมาก
"ยกของลง ส่วนนายไปล้างแผลสักทีจะได้กลับ" จู่ ๆ คนข้าง ๆ ก็หันไปออกคำสั่งให้คนขับยกของลง และหันมาพูดกับโอเชี่ยน
“ขอตัวก่อนนะครับ” โอเชี่ยนหันไปยิ้มให้คุณหมอก่อนจะหันมามองข้าง ๆ คนร่างสูงก้าวยาวเดินหลบออกไปไม่รอ
‘ชวนเรามาแท้ ๆ ทำไมทำหน้าเป็นยักษ์เหมือนจะฆ่าผมแบบนั้นล่ะ’
"เสร็จแล้วค่ะ เป็นไปได้อย่าเพิ่งให้งานมือฝั่งนี้เลยนะคะ" คนมือเจ็บเดินมาถึงห้องทำแผล ได้ล้างบาดแผลเสร็จเรียบร้อยคุณพยาบาลมือเบามาก แถมให้คำแนะนำเป็นอย่างดี
"จะพยายามครับ" โอเชี่ยนตอบรับไป ก่อนจะเดินออกมา ผู้ชายผมสีแดงยืนกอดอกมองมาทางเขา ก่อนจะเดินนำกลับมาที่รถ
'ตลอดทางกลับร้าน ผมคิดวนไปวนมาถึงเหตุผลว่าทำไมเขาถึงต้องสละเวลาของตัวเอง มาอุดหนุนอาหารที่ร้านก็มากเกินพอ แล้วทั้งยังตั้งใจพาผมไปบริจาคที่โรงพยาบาล'
“วันนี้ฉันจะพานายไปล้างแผล” พอนึกถึงคำพูดของเขา โอเชี่ยนก็ไม่เข้าใจ
อยู่ดี
‘นี่เขา... ต้องทำขนาดนี้เพียงเพื่อพาผมมาโรงพยาบาล ว่างมากเลยเหรอ?ผมไม่ได้ขอให้เขาพามาสักหน่อย แล้วยังมาทำท่าทางไม่พอใจผมอีก คล้ายกับว่าผมทำอะไรผิด แต่ยังไงเขาก็เป็นลูกค้านี่นา’ โอเชี่ยนทำได้แต่คิดในใจไม่กล้าถามออกไป
“ขอบคุณที่สละเวลา แต่ว่าอย่าทำแบบนี้อีกเลยนะครับ” เมื่อกลับถึงหน้าร้านอาหาร โอเชี่ยนรีบเปิดประตูลงจากรถด้วยตัวเอง ก่อนจะหันมากล่าวขอบคุณเขาแล้วรีบกลับเข้าร้านของตนเอง