ตอน 2

บทที่ 1

อุ่นกายในคืนหนาวใจ

 SPACEBAR ในเวลาจวนจะสี่ทุ่มนั้นคับคั่งไปด้วยผู้คนที่ออกมาท่องราตรี ต่างกับเขาที่ไม่ควรมาอยู่ที่นี่ ที่ที่เลปกรควรอยู่คือบ้าน บนเตียงนอนของตัวเอง หากไม่ติดเพราะข้อความของแฝดผู้พี่แห่งบ้านเทพอักษรที่ส่งมากวนใจป่านนี้ก็คงหลับปุ๋ยไปแล้ว

 ถูกเด็กนั่นเรียกว่าเฮียใบ เขาแทบลมจับ

 ร้อยวันพันปีไม่เคยจะมีความเกี่ยวข้องกัน แต่บทจะมา เธอก็ทำเอาเข้าตั้งตัวไม่ทัน ทว่าก็ยอมออกมาหาตามเจตนารมณ์ของอีกฝ่าย ด้วยเธอสำทับมาว่าตนเองดื่มไปพอประมาณจนรู้สึกมึนหัวและไม่อยากขับรถกลับบ้านเอง เขาที่เป็นตำรวจจะปล่อยผ่านไปก็ขัดกับจรรยาบรรณที่พึงมี ถึงได้พาเอสยูวีสัญชาติญี่ปุ่นของตนมาถึงอำเภอองครักษ์ ทั้งๆ ที่บ้านอยู่อำเภอเมือง

 ก้าวเข้าไปในร้านได้ไม่กี่ก้าว สายตาก็ประสานเข้ากับหญิงสาวที่พอจะคุ้นหน้าคุ้นตาอย่างอาภาสินี ที่บัดนี้นั่งกระดกแอลกอฮอล์เข้าปากจนหน้าแดงก่ำ

 แก้วเหล้าถูกคว้าไว้กลางอากาศจนไม่สามารถส่งน้ำสีอำพันเข้าปากได้

 ก่อนมันจะถูกดึงออกจากมือเล็กๆ แล้ววางลงจนเกิดเสียงดัง บ่งบอกว่าคนที่กระทำสิ่งนั้นไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไรนัก

 เลปกรทิ้งสะโพกนั่งลงยังเก้าอี้ที่อยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับเมรีขี้เมา

 หลุดพ้นจากพี่สาวคนรองไปได้ เขาไม่คิดเลยว่าจะต้องวนมาเจอกับคนประเภทนี้อีก จึงได้แต่ส่ายหัวอย่างเหนื่อยอ่อนแล้วพยักพเยิดหน้าให้เจ้าตัว

 “ไง เรียกผมมาทำไม พวกเรามีอะไรต้องคุยกันด้วยเหรอครับ”

 “มาจริงด้วยอะ” น้ำเสียงของอาภาสินีค่อนข้างยานคาง ซึ่งคนฟังก็หาได้แปลกใจ “นึกว่าจะไม่มา”

 “มีอะไรครับ ผมไม่ได้ว่างนะ”

 สาวเจ้ายังคงเงียบ ยื่นมือมาหวังจะคว้าแก้วเหล้าไปถือ แต่ก็ถูกเขาขัดด้วยการวางมันไว้ไกลมือบาง

 “คุณเอื้อ ผมไม่ได้มีเวลาว่างพอมานั่งเฝ้าคุณดื่มเหล้าเป็นค่อนคืนนะครับ ถ้าจะให้มารับกลับก็กลับตั้งแต่ตอนนี้เลย แล้วที่บอกว่ามีเรื่องอยากคุยก็ไปคุยกันในรถ” อาภาสินีไม่ตอบ ไม่หือไม่อือกับคำพูดของเขาสักอย่าง เลือกที่จะฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะจนคนมองเผลอระบายลมหายใจออกมาอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก

 “คุณเอื้อ?”

 “...”

 “ผมจะเช็กบิลแล้วพากลับบ้านนะ”

 ว่าจบก็จัดการเรื่องค่าใช้จ่ายให้กับเมรีขี้เมา

 หาเรื่องแท้ๆ เลย อยู่บ้านดีๆ ไม่ชอบ ต้องออกมาเสียเงินโดยใช่เหตุ

 แล้วจึงประคองร่างระหงไปยังรถของตนเอง ใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงก่ำจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ซุกไซ้อยู่ที่ซอกคอแกร่ง ลมหายใจร้อนๆ รดรินพาขนกายลุกซู่ มือเรียวก็ปัดป่ายไปทั่วอย่างคนซุกซน

 เขารับมือกับคนเมามามากพอสมควร ทั้งเพื่อนฝูง ทั้งเจ้านาย และพี่สาวคนรอง แต่ไม่เคยมีใครเมาแล้ว ‘หาเรื่อง’ ได้เท่าที่อาภาสินีทำเลย

 ชายหนุ่มกัดฟันกรอด พูดเสียงลอดไรฟันอย่างข่มอารมณ์เมื่อมือบางป้วนเปี้ยนอยู่แถวหน้าท้อง “เอามือออกไป”

 แต่ก็มินำพา...

 เขาจึงเร่งฝีเท้าเพื่อไปให้ถึงตัวรถแล้วจับคนขี้เมายัดเข้าไปนั่งด้านใน พร้อมคาดเข็มขัดนิรภัยให้เสร็จสรรพ

 เธอเงยหน้ามองเขาตาแป๋ว

 น่ารักตายแหละยายเพิ้ง!

 “เดี๋ยวผมจะพาไปส่งที่บ้าน”

 อาภาสินีไม่ตอบ แต่จังหวะที่ประตูจะถูกปิดลง แววตาที่เธอใช้มองกันกลับไม่เจือความปรือหยาดเยิ้มแต่อย่างใด แต่พอมองอีกทีก็เหมือนจะเป็นคนเมาทั่วๆ ไป

 เลปกรรีบพาตัวเองขึ้นไปนั่งบนรถ แล้วเคลื่อนตัวมุ่งหน้าสู่อำเภอเมืองนครนายกอย่างไม่รอช้า

 “ทำไมถึงมาดื่มไกลขนาดนี้”

 เจ้าหล่อนไม่ตอบ แต่กลับทิ้งสายตามาที่สารถีโดยไม่คิดผละออกไปไหน

 ใจจริงเขาไม่อยากสนทนาอะไรกับผู้หญิงคนนี้ แต่เรื่องมันเลยเถิดมาแล้วเลยคิดเสียว่าเป็นการสอบปากคำ จะได้หายสงสัยว่าเหตุใดแม่นี่ถึงมาดื่มย้อมใจไกลถึงองครักษ์ และเขาอยากรู้เหลือเกินว่าอะไรดลใจให้เธอส่งข้อความไปหาเขา ทั้งๆ ที่คนรอบตัวก็ไม่ใช่น้อยๆ ไม่เห็นจะต้องเป็นเขาเลยที่ถูกเลือก

 อาภาสินีในตอนนี้ไม่น่าไว้ใจเลยสักนิด

 “ถ้าอยากดื่มทำไมไม่ไปร้านพี่กาด มันใกล้บ้าน”

 ริมฝีปากสีหวานเผยอออก ตามมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “เข้าร้านพี่กาดเดี๋ยวพี่อัสรู้”

 “ทำไมถึงให้พี่อัสรู้ไม่ได้”

 เธอเงียบ

 เขาจึงยิงคำถามใส่ไปอีกครั้ง “แล้วไลน์หาผมทำไม ทำไมไม่บอกคนอื่น” ก่อนยกตัวอย่างเป็นแฝดผู้น้องของเจ้าตัว “น้องอี้ก็ได้”

 ใบหน้าแดงปลั่งส่ายไปมาจนผมเผ้าปรกหน้า “ไม่ได้ ต้องเป็นเฮียใบ”

 เสียงทุ้มเปล่งออกโดยไม่เจือความติดเล่น “อย่ามาเรียกผมแบบนั้น ผมไม่ใช่พี่ของคุณ”

 หญิงสาวกลับจดจ้องคู่สนทนาอย่างไม่คิดหลบสายตา แม้จะจับคลื่นความจริงจังได้เต็มเปาแต่ก็ไม่นึกหวั่น

 เธอเอ่ยชัดถ้อยชัดคำด้วยใบหน้าใสซื่อ “เอื้อก็ไม่ได้อยากเป็นแค่น้อง”

• ────── ✾ ────── •

ตอน 3

“เอื้อก็ไม่ได้อยากเป็นแค่น้อง”

 คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ทั้งโมโห ทั้งสับสน

 นี่มันหายนะชัดๆ เลยไม่ใช่หรือ

 ผู้หมวดทำทีเป็นใจเย็น “คุณอาจจะพูดเพราะเมา ผมจะไม่ถือสาแล้วกัน”

 แม้จะมีเรื่องที่สงสัยอยู่มากแต่เขาไม่คิดจะต่อปากต่อคำกับเธออีกแล้ว หากให้เดาการที่เจ้าหล่อนมาไกลถึงนี่อาจจะเพราะมีปัญหาบางอย่างที่ไม่อยากบอกให้คนในครอบครัวรับรู้ แต่แล้วทำไมถึงเป็นเขาที่ได้รู้ ไม่อยากจะเกี่ยวอะไรในสมการนี้ของแม่ติวเตอร์นี่เลยสักนิด

 ในมุมมองคนนอกอย่างเขาที่เห็นเธอผ่านตาบ้างก็ตีความไปว่าชีวิตติวเตอร์สาวไม่น่าจะมีเรื่องอะไรให้น่าปวดหัว หลังการมีพี่เขยอย่างปราชญาธิปที่รวยล้นฟ้าปานนั้น เรียนจบก็มีงานรองรับ รถเอย บ้านเอย ก็มีเป็นของตัวเองใช่ต้องผ่อนหรือเช่า งานการก็ดูจะไปได้ดี ดูจากที่เห็นว่ามีเด็กๆ ตบเท้าเข้าไปเรียนในโรงเรียนกวดวิชาของเจ้าตัวไม่ขาดสาย

 อะไรกันที่ทำให้คนคนนี้ต้องมาดื่มย้อมใจ

 หรืออกหัก?

 แต่ไม่ว่าจะอะไรก็ไม่เห็นว่าเขาจะเกี่ยวข้องตรงไหน

 คิดได้เท่านั้นก็รับรู้ถึงความผิดปกติบางอย่างเมื่อร่างบอบบางค่อยๆ โน้มตัวมายังเบาะคนขับ กลิ่นเหล้าคละคลุ้งไปทั่วบริเวณจนเขาตอนกลั้นลมหายใจ

 หาใช่เพราะไม่ถูกโรคกับกลิ่นแอลกอฮอล์ แต่เพราะระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ต่างหากที่ทำเขาแทบหยุดหายใจ เลือดลมไหลเวียนไม่เป็นปกติ

 “คุณเอื้อ ถอยออกไปหน่อยครับ”

 เธอกลับเปล่งเสียงแหบพร่าออกมา “เฮียใบ”

 “อะ...อะไรครับ แต่ถอยออกไปก่อนได้ไหม” ไม่ว่าเปล่ายังพยายามยื่นมือออกไปดันหัวทุยให้ออกห่างตัว ซึ่งเขาไม่ค่อยกล้าใช้แรงที่เยอะเกินจำเป็น

 อาภาสินีเป็นจอมยุ่งยาก ถ้าทำอะไรให้แม่เจ้าประคุณไม่พอใจเข้าเกรงว่าจะถูกเล่นงานเหมือนเมื่อสี่ปีที่แล้ว ถึงได้พยายามเลี่ยงที่จะใกล้ชิดมาตลอด ทั้งที่ปกติเขาเป็นมิตรและเข้ากับคนอื่นได้ดียิ่งกว่าไซบีเรียน ฮัสกีด้วยซ้ำ แต่อาภาสินีคือมนุษย์คนเดียวที่ผู้หมวดหนุ่มไม่ค่อยอยากเข้าใกล้

 อาจจะนิยามได้ว่า...ขยาด

 “มีแฟนยังคะ”

 เขานิ่งงัน

 “แต่พี่ก้านบอกแล้วว่าเฮียโสด”

 เลปกรตั้งหลักได้หลังจากนั้นเป็นนาที สุ้มเสียงเข้มดังออกจากปากหยัก “โสดไม่โสดก็ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณนะ”

 “เกี่ยวสิ”

 “ไม่”

 “เฮียใบคะ” อาภาสินีโน้มใบหน้ามาอีกครั้ง “คบกันได้ไหม”

 ครั้งนี้เขาผลักหัวของสาวเจ้าแรงกว่าครั้งที่แล้ว แต่ก็ไม่ได้แรงพอจะสร้างความเจ็บปวด ก็แค่ต้องการให้เธอถอยห่างออกไปเท่านั้นเอง เขาทั้งต้องขับรถ ทั้งยังต้องรับมือกับพฤติกรรมแปลกๆ ของผู้โดยสารร่วมทาง การที่เธอเที่ยวมาวอแวใกล้ๆ อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

 “ผมคิดไว้แล้วเชียวว่าคุณมันไม่น่าไว้ใจ ไม่รู้หรอกนะว่าไปโดนใครหักอกจนต้องหาคนมาดามใจ แต่อย่าเข้าหาผมเลยครับ เห็นอย่างนี้ผมก็เลือก”

 “เอื้อมีตรงไหนไม่ดี”

 เขาพูดกับตัวเองให้ได้ยินแค่คนเดียว “เยอะอยู่”

 “คะ?”

 “เอาเป็นว่าอย่ามายุ่งกับผมเลย ตัดใจจากผมซะเถอะ ตอนนี้ผมมีคนที่ชอบอยู่แล้ว”

 เธอครางรับในลำคอสั้นๆ ว่า “อ้อ” แล้วเงียบไปพักใหญ่ จนเขาตายใจว่าอาจจะเข้าใจว่าอ่อยอย่างไรก็ไม่มีทางสำเร็จ แต่แล้วเจ้าหล่อนก็เปิดปากพูดอีกครั้ง “เขากับเอื้อใครดีกว่ากัน”

 “เขา”

 เลปกรตอบได้อย่างไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยสักวินาทีเดียว

 “จริงเหรอ”

 “คุณเมาจริงไหม ทำไมดูคุยคล่องผิดวิสัยคนเมาขนาดนี้”

 อาภาสินีไม่ตอบ แต่ยิงคำถามกลับมา “เอื้อเรียนจบแล้ว มีงานทำ บ้านไม่มีหนี้ ไม่เคยมีแฟน ไม่เคยนอนกับใคร ถ้าเฮียใบเลือกเอื้อก็จะได้เป็นคนแรกของเอื้อด้วย ไม่ชอบเหรอพวกสาวยังซิงน่ะ”

 เขาอึ้งไปทันที ก่อนจะเรียกสติตัวเองได้ก็เผลอสบถออกไปอย่างไม่ทันยั้งปาก ก่อนว่า “คุณบ้าหรือเปล่าเนี่ย ใครเขาจะนอนกับคุณ แล้วเป็นสาวเป็นแส้มาพูดจาแบบนี้ได้ไง น่าเกลียดมาก”

 “เอื้อไม่ดีพอให้เฮียชอบหรือไง”

 หัวคิ้วขมวดเข้าหากันจนแทบผูกเป็นโบ ถ้าย้อนเวลาได้เขาจะไม่ออกมาหาเธอเลย ทำไมตอนนั้นถึงไม่ฉุกคิดแล้วเลือกติดต่อไปบอกปราชญาธิปและอัสมาให้ไปรับน้องสาวของตัวเองกันนะ ไม่อย่างนั้นคงไม่ต้องมาทนฟังคำพูดแสลงหูอย่างตอนนี้

 ขนเขาลุกแทบจะทุกเส้นอยู่แล้ว

 ทว่ายังไม่ทันได้พูดอะไรมากกว่านั้นก็จับความเปลี่ยนแปลงด้านนอกได้ เมื่อกระจกหน้ารถมีหยดน้ำกระทบลงมา เขารีบเปิดใช้งานที่ปัดน้ำฝน แต่ให้หลังไม่ถึงห้านาทีมันก็ตกหนักจนบดบังทัศนียภาพจนมองทางแทบไม่เห็น แม้ว่าจะใช้ที่ปัดน้ำฝนช่วยแต่ก็เหมือนไม่ช่วยอะไร ไหนยังมีคนคอยก่อกวนอยู่ข้างๆ จนทำให้ไม่มีสมาธิอีก

 อาภาสินีผีเข้าแน่นอนถึงได้เอาแต่ลูบไล้หน้าท้องเขาไม่ยอมหยุด

 ก็รู้ว่าหุ่นดี แต่ไม่อยากให้คนพรรค์นี้มาคลั่งไคล้สักหน่อย

 ตำรวจหนุ่มจำได้ว่าเมื่อเช้าที่นั่งทานข้าวกับที่บ้านนั้นมีรายงานเรื่องสภาพอากาศ กรมอุตุฯ แจ้งว่าช่วงนี้อาจมีพายุฤดูร้อนถล่มหลายพื้นที่ในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงจังหวัดนครนายกด้วย

 “คุณเอื้อเอามือออกไปก่อนได้ไหม คุณกำลังคุกคามผมอยู่นะ”

 “เฮียใบ”

 “บอกว่าอย่ามาเรียกแบบนั้นไง”

 “คบกันไหม”

 เขาแทบลืมหายใจ เธอทำทั้งหมดนี่เพราะอยากเป็นแฟนเขาหรือ ที่ผ่านมาที่เห็นว่านิ่งๆ นั่นเพราะเขินกันหรืออย่างไร นิ่งเพื่อกลบเกลื่อนความในใจน่ะนะ

 แล้วเขาก็ใช่ว่าจะไม่ดูดี แต่ดันไปต้องตาคนแปลกๆ พรรค์นี้ได้ สุดยอดความซวย

 บางทีความหล่อมันก็เป็นพิษกับชีวิตเหมือนกัน แล้วเขาควรดีใจหรือรู้สึกเช่นไรที่อาภาสินีแอบชอบทั้งยังมาขอคบ

 แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอน่ะสิ...แย่เลย แม่นี้คงถึงคราวอกหักซ้ำสองเสียแล้วกระมัง

 “ขอปฏิเสธ ผมบอกแล้วว่าเห็นอย่างนี้ผมก็เลือก”

 “นะ คบกันเถอะ”

 “โทษนะ แต่หน้าผมเหมือนคนที่ชอบคุณตรงไหนครับ”

• ────── ✾ ────── •

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED