ที่บ้านคุณปู่วิศาล หลังจากที่ท่านได้คุยกับธาวินหลานชายคนเล็กเรื่องการแต่งงานระหว่างธาวินกับมุกเรียง สายตาและท่าทางของคุณปู่มองชายหนุ่มอย่างลุ้น ๆ
“เป็นไงตามาร์ช แกจะตกลงตามที่ปู่ร้องขอไหม”
ธาวินมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าอย่างชัดเจน คุณปู่ถึงกับยิ้มไม่หุบที่หลานชายคนเล็กของเขาชอบและถูกใจมุกเรียง ท่านถึงกลับตบหัวเข่าดังฉาด
“รู้ไหมว่าปู่ลุ้นใจแทบขาด กลัวมาร์ชจะปฏิเสธ”
ธาวินหันหน้าไปมองเสี้ยวหน้าของหญิงสาวซึ่งกำลังตั้งใจจัดอาหารลงบนโต๊ะ
เพ็ญเพียรคนรับใช้และเป็นญาติของคุณวิศาลคนหนึ่งเดินมาเรียกทั้งคู่
“คุณปู่คะ คุณมาร์ชคะ เชิญที่โต๊ะอาหารค่ะ วันนี้คุณมุกลงมือทำอาหารเอง เพียรได้ชิมแล้วนะคะ บอกได้เลยว่าฝีมือของคุณมุกสุดยอดจริง ๆ มีรสมือที่ดีมาก เพียรอยากให้ทั้งคุณปู่และคุณมาร์ชลองชิมฝีมือของเธอค่ะ”
“อร่อยจริง ๆ หรือครับน้าเพ็ญเพียร” ธาวินถาม
คุณวิศาลยิ้มพราว คิดแต่เพียงว่าท่านเลือกคู่ครองให้หลานชายได้แบบไม่ผิดหวังแน่ ๆ
“จริงค่ะคุณมาร์ช รู้ไหมคะ นอกจากครูมุกจะเก่งในเรื่องการงาน เธอจะเป็นถึงรองศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยแล้ว ยังเก่งทั้งงานในบ้านอีก จะหาผู้หญิงครบเครื่องแบบนี้ได้ที่ไหนคะ เพ็ญเพียรว่า เธอเหมาะสมกับคุณมาร์ชมากจริง ๆ ค่ะ”
เพ็ญเพียรพลอยดีใจและยินดีไปกับชายหนุ่มด้วย หากว่าเขาตกลงใจที่จะแต่งงานกับมุกเรียง ถือได้ว่าทั้งคู่จะเป็นคู่ครองที่เหมาะสมกันมากที่สุด
“แล้วความสวยของคุณมุกก็ไม่เป็นสองรองใครเลยใช่ไหมคะ” เพ็ญเพียรยังชมเธอไม่ขาดปาก
“สวยครับ” ธาวินตอบออกมาด้วยใจจริง สายตาของเขามองตามหญิงสาวที่เยื้องย่างจัดวางของอยู่บนโต๊ะกินข้าว
คุณปู่หันมาขยิบตาให้หลานชาย “ไปสิ ไปกินข้าวกัน” ธาวินลุกขึ้นมาช่วยประคองคุณปู่
มุกเรียงกำลังวางจานใบสุดท้ายที่ใส่เครื่องเคียงของน้ำพริกลงเรือลงบนโต๊ะ หญิงสาวหันไปยิ้มให้กับคุณปู่และธาวิน เธอยังเดินเข้ามาขยับเก้าอี้ให้คุณปู่นั่งด้วย
ธาวินละสายตาจากใบหน้าของหญิงสาวไม่ได้เลย เขาส่งยิ้มหวาน ๆ ให้เธอตลอดเวลา มุกเรียงนั่งลงบนเก้าอี้ตัวที่อยู่ตรงข้ามกันกับเขา
“อะแฮ่ม พี่มาร์ชจะมองหน้ามุกแบบนี้ไปอีกนานไหมคะ” พูดพลางออกอาการหัวเราะนิด ๆ
คุณปู่และเพ็ญเพียรมองหน้ากันแล้วยิ้มไม่หุบ ต่างมีอาการลุ้น เมื่อเห็นทั้งคู่สบสายตากันแบบแปลกไป ดูเหมือนหนุ่มกำลังจีบสาว และสาวกำลังจีบหนุ่ม
“พี่มาร์ชลองชิมอาหารฝีมือของมุกสิคะ” เธอเอ่ยปากกับเขา นั่งทำหน้าแดงอยู่ตอนนี้ พลางตักน้ำพริกที่รสชาติร้อนแรงลงไปในจานของธาวิน เพ็ญเพียรที่ตักกับข้าวให้คุณปู่อยู่ถึงกับออกอาการหัวเราะ ยิ่งเห็นคุณธาวินเขินเป็นครั้งแรก คุณปู่ก็พลอยทำหน้าระรื่นไปด้วย บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเป็นไปด้วยความสนุกและเป็นกันเอง
หนุ่มสาวยังมีอาการเกร็ง ๆ และมีสีหน้าที่บ่งบอกถึงความเก้อเขิน เป็นเหมือนนัดบอดให้มารู้จักกัน ทั้ง ๆ ที่ทั้งคู่ก็คุ้นเคยกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ เคยสนิทชิดเชื้อกันมาตั้งแต่หนหลัง มันเป็นการคุ้นเคยและเล่นด้วยกันแบบเด็ก ๆ เท่านั้น แต่ด้วยการเรียนและภาระหน้าที่ของแต่ละคนทำให้เหินห่างกัน ไม่ได้พบปะกันบ่อย ๆ เหมือนเดิม
เมื่อคุณปู่พยายามชักนำทั้งสองคนให้มาเจอกัน และเล่าเรื่องของแต่ละคนให้อีกฝ่ายฟัง เหมือนกล่อมให้ทั้งคู่เห็นความน่ารักสดใส และอยากให้ทั้งสองมาเจอกัน ลองเรียนรู้ ก่อนที่คุณปู่จะตบท้ายว่าอยากให้ธาวินกับมุกเรียงลงเอยกัน
เมื่อทั้งสองคนไม่ปฏิเสธ และต่างแสดงท่าทีว่าสนใจอีกฝ่าย การนัดกันกินข้าวในมื้อเย็นวันนี้จึงเกิดขึ้น
ผ่านไปเกือบสี่สิบนาที ระหว่างที่กินข้าวกันไป ได้ยินแต่เสียงของคุณปู่ และเพ็ญเพียรที่คุยกัน สองหนุ่มสาวได้แต่เงยหน้ามองสบตากันเป็นบางครั้ง ออกอาการเขินอายกันเสียมากกว่า
“เป็นยังไงคะ คุณมาร์ชกินไปตั้งสองจานใหญ่ ๆ แหนะ” เพ็ญเพียรถาม
“อร่อยมากครับ ไม่ได้กินอาหารอะไรอร่อยแบบนี้มาตั้งนานแล้ว” ปากตอบเพ็ญเพียร แต่สายตาจ้องไปที่ใบหน้าของหญิงสาว
“ปากหวานเหมือนกันนะคะคุณมาร์ช”
มุกเรียงที่ได้รับคำชมได้แต่นั่งยิ้มหวานสบตากับเขา
ปู่วิศาลหายใจแบบโล่ง ๆ เรื่องที่ท่านรับปากกับปู่ทินกร คุณปู่ของมุกเรียงเอาไว้ ว่าหากมีลูกมีหลานจะให้เกี่ยวดองกันให้ได้ ตอนนี้เริ่มจะเข้าเค้าเป็นจริงขึ้นมา
“มาร์ชพาน้องมุกไปเดินเล่นให้อาหารย่อยในสวนไป” คุณปู่ให้ไอเดีย
“เอ่อ...ให้มุกจัดการความเรียบร้อยในครัวก่อนนะคะ พี่มาร์ชนั่งรอก่อนค่ะ”
“ไม่ต้องค่ะคุณมุก คุณมาร์ชค่ะรีบพากันไปเดินเล่นเถอะค่ะ แค่คุณมุกเป็นคนทำอาหารให้พวกเรากินวันนี้กันจนอิ่มก็โอเคแล้ว ที่เหลือให้น้าจัดการนะคะ”
เพ็ญเพียรรีบลุกขึ้น เลื่อนเก้าอี้ให้มุกเรียง พลางส่งสายตาและทำหน้าพยักพเยิดให้กับคุณธาวิน
“มันน่าจะไม่เหมาะนะคะเพ็ญเพียร ให้มุกช่วยทำเถอะค่ะ มุกว่า มุก... เอ่อ...”
“ไปเถอะค่ะ ไป เรื่องจานชามแค่นี้ มันเป็นหน้าที่ของเพ็ญเพียรที่ทำทุกวันอยู่แล้วค่ะ” เพ็ญเพียรไล่หลัง ผลักเธอเบา ๆ ก่อนจะจับมือของธาวินให้จับมือน้อย ๆ ของมุกเรียง หนุ่มสาวถึงกับออกอาการเขินหนักกับการกระทำของเพ็ญเพียร
คุณปู่วิศาลยกหน้าขึ้นมองสองหนุ่มสาว
“ถ้าหลานทั้งสองคนไม่ขัดข้อง อีกสองเดือนปู่จะจัดงานแต่งงานให้ นี่เป็นฤกษ์ที่เร็วที่สุดแล้ว”
“นั่นนะสิคะ คุณมาร์ชกับคุณมุกจะเขินกันทำไม มีเวลาให้เขินกันอีกไม่นานแล้ว” เมื่อโดนแซวทั้งคู่ก็แทบเดินขาขวิดออกไปด้านนอก ได้ยินเสียงหัวเราะของคุณปู่กับเพ็ญเพียรดังมาตามหลัง คงจะสมใจของคนทั้งคู่ที่ออกอาการลุ้นอย่างหนัก
ทั้งสองเดินลงไปจนถึงสวนด้านหลังบ้านของปู่วิศาล
“ปล่อยมือของมุกได้แล้วมั้งคะพี่มาร์ช” หญิงสาวยิ้มหวาน ธาวินรีบปล่อยมือของเธอ แล้วทำท่าเก้อ ๆ
“พี่มาร์ชไม่เคยมีแฟนหรือคะ จนถึงป่านนี้” มุกเรียงเอ่ยถามพร้อมกับส่งรอยยิ้มของเธอหวานจนจับใจไปให้ชายหนุ่ม
“ใครบอกมุกจ๊ะ”
“คุณปู่ค่ะ”
“ถ้าพี่บอกมุกว่า พี่ยังไม่เคยมีแฟน มุกจะเชื่อพี่ไหม”
ทั้งคู่เดินไปนั่งที่เก้าอี้ใต้ต้นไม้ใหญ่ในสวน มองไปยังสวนดอกไม้ฝีมือการปลูกของเพ็ญเพียร
“ถ้าพี่มาร์ชอยากให้เชื่อ มุกก็จะเชื่อค่ะ แต่พี่มาร์ชออกจะเป็นคนหน้าตาดี ทั้งหล่อ ทั้งสมาร์ตขนาดนี้” เธอออกปากชมเขาไปตรง ๆ แต่เมื่อเห็นสายตาของธาวินที่จ้องสบก็ออกอาการเขินเสียเอง
“ตอนที่เรียนหนังสือ พี่คิดแค่ว่าต้องได้เกรดดี ๆ และต้องทำยังไงก็ได้ให้คุณพ่อของพี่ภูมิใจ พี่ดีใจทุกครั้งที่เห็นคุณพ่อยิ้ม แล้วก็เอ่ยปากชมพี่ และพี่ชอบนะที่คุณพ่อเอาเรื่องของพี่ไปอวดให้เพื่อน ๆ ของคุณพ่อฟัง แค่นี้พี่ก็มีความสุขแล้ว”
“พี่มาร์ชเรียนเก่งนี่คะ ไม่ต้องพยายามมากเหมือนมุก” เธอรู้ว่าเขามักติดท็อปของโรงเรียนเสมอ มีชื่อเสียงในโรงเรียนมากพอสมควร และยังเคยเป็นตัวแทนไปประกวดในงานวิชาการต่าง ๆ ทั้งใน และต่างประเทศ
“มุกก็เรียนจบและได้เกียรตินิยมไม่ใช่เหรอ แล้วตอนนี้ก็นำหน้าพี่แล้วด้วย”
“มุกทำงานในสายนี้นี่คะ ก็เลยต้องไปให้สุด ๆ วุฒิการศึกษาก็เป็นแค่ใบประกาศให้คนรู้ว่า เรามีคำอะไรนำหน้าแค่นั้นค่ะ”
“มุกเก่งมากแล้วจ้ะ แล้วต่อไปมุกคิดว่าจะเรียนให้จบ ดร. เลยไหม”
“ไม่แล้วพี่มาร์ช แค่นี้ก็โอเคแล้วค่ะ การเรียนหนัก ๆ บางครั้งก็ทำให้มุกเครียด”
ทั้งสองนิ่งเงียบ เหมือนกับหมดเรื่องคุย จู่ ๆ ธาวินก็ส่งมือมาจับมือของหญิงสาวแน่น เธอหันหน้าไปมองเขาทันที มุกเรียงได้เจอกับสายตาของธาวินจ้องสบตามาแบบมีนัย หญิงสาวใจเต้นแรงตุ๊บ ๆ
“พี่อยากให้มุกรู้จากปากของพี่ พี่ถามหัวใจตัวเองแล้ว พี่อยากแต่งงานกับมุกนะ นี่คือสิ่งที่อยากจะบอกกับมุกวันนี้”
มุกเรียงถึงกับตกตะลึง คำสารภาพออกมาตรง ๆ ของเขาเล่นงานให้ร่างกายของเธอมีเลือดเดือดพล่าน ตื่นเต้นจนร่างกายสูบฉีดโลหิตไปทั่วใบหน้า จนใบหน้าของเธอร้อนออกมาผ่าว ๆ ร้อนจนถึงใบหู
ธาวินอมยิ้มที่เห็นอาการกระดากอายของมุกเรียงได้อย่างชัดเจน เขาบีบกระชับมือของเธอให้แน่นกว่าเดิม
“พี่เลยอยากจะมาถามมุกด้วยตัวเองว่า มุกพร้อมที่จะแต่งงานกับพี่ไหม มุกอยากเป็นภรรยาของพี่ไหม” น้ำเสียงที่สุดแสนจะจริงใจ พร้อมกับใบหน้าและสายตาที่มุ่งมั่น
มุกเรียงหัวใจเต้นเร็ว เกิดมายังไม่เคยมีแฟนสักครั้ง หนุ่ม ๆ แทบไม่ได้เฉียดเข้าใกล้เธอ จู่ ๆ พี่มาร์ชมาสารภาพความรู้สึก และขอเธอแบบนี้ หญิงสาวตัวสั่นไปหมดแล้ว มือที่ถูกธาวินกุมอยู่เย็นเฉียบ เขามองหน้าเธอแล้วยิ้ม ๆ เห็นใบหน้าแดงของมุกเรียงแดงระเรื่อ ใบหูทั้งสองข้างของเธอก็ออกสีแดงไปด้วย จากการเป็นคนพูดเก่งคุยจ้อ พอเจอมุกนี้ของธาวิน เธอถึงกับเหวอไปไม่เป็นกันเลยทีเดียว
ธาวินยกนิ้วเชยปลายคางของมุกเรียงที่ก้มหน้ามองต่ำ
“ว่าไง ตอบให้พี่ชื่นใจหน่อยสิครับ” สายตาที่แสนจะอ้อนวอน มุกเรียงพยักหน้าน้อย ๆ แทนคำตอบ ธาวินก็พอจะรู้คำตอบแล้วว่า มุกเรียงยินดีที่จะแต่งงานกับเขา เพียงแต่เขาอยากได้ยินจากปากของหญิงสาวเท่านั้น
“พี่มาร์ชคะ มุกอาจจะไม่ใช่ผู้หญิงที่เพอร์เฟกต์ค่ะ แต่มุกจะพยายามเป็นภรรยาที่ดี แล้วจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด มุกยินดีแต่งงานกับพี่ค่ะ” เธอยกมุมปากเป็นรอยยิ้มพิมพ์ใจ
มือแข็งแรงของเขาดึงเธอเข้ามากอด ก่อนที่เขาจะจุมพิตเธอที่กลางหน้าผาก
“พี่ไม่ได้ต้องการคนที่สมบูรณ์พร้อม แต่ในเวลาที่พี่เหนื่อยจากทำงาน กลับมาถึงบ้านแล้วพี่ได้เจอมุกที่คอยให้กำลังใจพี่เสมอแค่นี้ก็พอแล้ว”
มุกเรียงเงยหน้าขึ้นมองเขา ใบหน้าของธาวินก็ฉกลงมาทันที ริมฝีปากหนาได้รูปของเขาก็ปิดปากของเธอเสียสนิท ปลายลิ้นเรียวควานหาความหวานละมุนในโพรงปากของเธออย่างดูดดื่ม เธอรู้สึกอิ่มเอมไปกับรสจูบของเขา เสียงของสองหัวใจที่เต้นดังสอดคล้องประสานเหมือนเป็นหนึ่งเดียว
ตั้งแต่วันนั้น ทั้งคู่ก็ตัวติดกัน นัดเจอกันทุกวัน คุยกันทุกเรื่อง ทำตัวเหมือนคนรักที่กำลังดูใจกันและพร้อมที่จะแต่งงานกันแล้ว
เดือนหนึ่งผ่านไป ณ มหาวิทยาลัยของมุกเรียง
“อาจารย์มุกเรียงคะ มีคนมาขอพบค่ะ” มุกเรียงขยับแว่นตาก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาจากกองรายงานของนักศึกษา เธอยังงง ๆ ร้อยวันพันปีไม่เคยมีใครมาหาเธอถึงที่นี่ นอกจากพี่ชายของเธอเอง ดร. ประมุข นอกจากนั้นก็ไม่เคยมีใคร
“ใครคะ ผู้หญิงหรือผู้ชาย แล้วบอกชื่อมาไหมคะพี่รัตน์” มุกเรียงถามอุไรรัตน์แม่บ้านประจำตึก
“ไม่ค่ะ แค่ถามกับพี่ พี่ก็เลยเดินมาส่ง ตอนนี้เขายืนรออาจารย์มุกอยู่ที่หน้าห้องแล้วค่ะ”
“อ้าวเหรอ” มุกเรียงทิ้งงานลงทันที ก่อนจะหยิบมือถือใส่ลงไปในกระเป๋าสะพายขึ้นบ่า แล้วเดินออกมาจากห้องทำงานเพื่อจะไปเจอกับเขาคนนั้น
ใบหน้าคมเข้มที่ยังดูดี ถึงแม้อายุจะมากแล้ว มุกเรียงจำสายตาแบบนี้ได้ คิ้วโด่งรับกับจมูกเป็นสันเหมือนกับคุณปู่วิศาล
“มุกเรียง” คุณกมลเรียกชื่อของเธอ
“สวัสดีค่ะคุณลุงกมล” เธอยกมือไหว้พร้อมกับกล่าวคำทักทาย
คุณกมลรับไหว้มุกเรียงด้วยสีหน้าและแววตาไม่ได้ยินดียินร้ายที่ได้เจอเธอ และออกจะเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด
“ขอเวลาคุยกันสักครึ่งชั่วโมงได้ไหม มีตรงไหนที่เราสามารถคุยกันได้แบบเงียบ ๆ โดยไม่มีใครพลุกพล่านแถว ๆ นี้บ้าง”
มุกเรียงไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าเธอจะเจอว่าที่พ่อของสามีในอนาคตในวันนี้โดยที่ไม่ได้นัดหมาย ในใจของมุกเรียงรู้สึกไม่ค่อยดีเลย หน้าตาและท่าทาง รวมถึงลักษณะการมองมันทะแม่ง ๆ อย่างบอกไม่ถูก มุกเรียงหญิงสาวพยักหน้า เอ่ยปากบอกสถานที่ ก่อนที่เธอจะขึ้นไปนั่งบนรถของคุณกมลตามคำเชิญ
ร้านกาแฟมีชื่อในมหาวิทยาลัยพอจะมีมุมเงียบ ๆ อยู่บ้าง อาจจะเป็นเวลาที่ทุกคนง่วนกับการเรียนในภาคบ่าย
“ลุงจะไม่อ้อมค้อมนะ” เขาเอ่ยปากพูดทันทีไม่ปล่อยเวลาให้ล่วงไป สีหน้าของคุณกมลก็ไม่ต่างจากเดิมที่เจอเธอครั้งแรก เล่นเอาคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าของเขาถึงกับไม่รู้จะเอามือไม้ไปไว้ตรงไหน เซนส์ที่มีมันบอกว่า เรื่องที่คุณกมลกำลังจะพูดคงไม่ใช่เรื่องที่ดี มุกเรียงรู้สึกแบบนั้น
“คุณลุงมีอะไร ก็เชิญพูดออกมาตรง ๆ เลยค่ะ มุกพร้อมที่จะรับฟัง” เธอแบ่งรับแบ่งสู้ ทำใจดีสู้เสือ ทั้ง ๆ ที่ในใจเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ
เธอเริ่มอึดอัดกับสายตาแบบนี้ของคุณกมลเหลือเกิน
“ก็ได้...” เขาพ่นลมหายใจยาว ๆ
“ในฐานะที่ลุงเป็นพ่อของมาร์ช เอาจริง ๆ นะ ลุงไม่ได้อยากให้มาร์ชแต่งงานกับหนูมุกเลย แต่ในฐานะที่ลุงเป็นลูกของคุณพ่อวิศาล ลุงก็ขัดคนเป็นพ่อไม่ได้เหมือนกัน” ท่านย้ำชื่อของคุณปู่อย่างชัดเจน
มุกเรียงรู้สึกสะอึก เธอกลืนน้ำลายเหนียว ๆ ลงไปในคอ บอกได้คำเดียวว่าอึ้ง เจ็บจุก สีหน้าของหญิงสาวซีดลงไปในทันที ‘ทำไม’ คำถามที่ถามออกไปในใจ แต่ถามคุณกมลไปตรง ๆ และต่อจากนี้เธออยากรู้ว่า คุณลุงกมลจะพูดอะไรอีก
“อีกอย่างเจ้าตัวมาร์ชเองก็ไม่ได้ปัดปฏิเสธที่จะไม่แต่งงานกับหนูมุก แล้วคนเป็นพ่ออย่างลุงจะทำอะไรได้ เพราะเหตุนี้ ลุงถึงต้องมาคุยกับหนูมุกด้วยตัวเอง ว่าลุงอยากจะขอให้หนูมุกเป็นฝ่ายปฏิเสธการแต่งงาน”
ใบหน้าซีดแล้วยิ่งจางลงไปอีก คำพูดของลุงกมลแสดงออกมาอย่างชัดเจนว่า เขาไม่ชอบเธอ และไม่เต็มใจกับเรื่องงานแต่ง
“ขอโทษนะหนูมุกที่ลุงเป็นคนตรง ๆ พูดอะไรออกมาตรง ๆ ตามความรู้สึกที่ลุงคิดและอยู่ในหัวนี่” เขาชี้ไปตรงหัวของตัวเอง
‘ตรงมาก’ มุกเรียงยิ่งหน้าซีดเผือดลงไปอีก เหมือนอยากจะถอดใจ ไม่อยากจะแต่งงานกับธาวินแล้ว เธอกล้ำกลืนความรู้สึกไม่พอใจไม่ให้แสดงออกมา คุณกมลรังเกียจอะไรในตัวเธอนักหนา
ที่บ้านคุณปู่วิศาล
เมื่อครั้งที่เธอได้คุยกันกับคุณปู่ตามลำพัง
“รับปากกับปู่แล้วนะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หนูมุกต้องแต่งงานกับมาร์ชเพื่อปู่” มุกเรียงยิ้ม พยักหน้าน้อย ๆ เป็นการรับปากท่าน
การนัดพบกันในครั้งหลังสุดของธาวินกับมุกเรียงที่บ้านของคุณปู่วิศาล แสงสีทองที่ส่องกระทบกับเมฆจนเหลืองอำพันไปทั้งขอบฟ้า ธาวินกอดมุกเรียงเอาไว้แน่น
“พี่เป็นคนขาดความอบอุ่นนะ พี่อยากให้มุกมาเติมในส่วนที่ขาดหายไปของพี่ ไม่รู้ว่ามุกจะคิดยังไง ถ้าพี่จะบอกว่า พี่รักมุกนะ มันจะเร็วไปไหม” เขาหอมแก้มเธอเบา ๆ มุกเรียงได้แต่อมยิ้มอยู่ในอ้อมอกของเขา
“พี่ไม่เคยคิดที่จะปฏิเสธเลยตอนที่คุณปู่ถาม ในใจของพี่มันตอบว่า ตกลงสิ พี่อยากแต่งงานกับมุก มุกจ๋า รับปากพี่นะ ว่ามุกจะแต่งงานกับพี่”
“ที่พี่มาร์ชพูดมาซะยืดยาวแบบนี้ มุกถือเป็นคำสารภาพรัก และขอแต่งงานจากปากของพี่มาร์ชเองนะคะ” ทั้งสองคนผละออกจากกัน เธอยิ้มอ่อนหวานให้เขา
“เอามัดจำไหม” เขาหัวเราะ“มัดจำแบบไหนคะ” ถามเขาและส่งสายตาที่ยั่วยวน หญิงสาวยอมรับว่า ชายหนุ่มทำให้หัวใจเธอเต้นแรง มันเต้นตามจังหวะที่เรียกว่ารัก ชีวิตที่เงียบเหงาและเปล่าเปลี่ยวกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
“มุกก็รักพี่มาร์ชค่ะ” ฝ่ามือของเขารั้งใบหน้าของมุกเรียงให้ยกขึ้น ริมฝีปากเร่าร้อนของชายหนุ่มประกบลงมาแนบสนิท ความหวานละมุนกรุ่นเข้าไปทั้งหัวใจ ทั้งคู่ดื่มด่ำกับคำว่าความสุข สุขที่สุด สุขมาก
“หนูมุก” คุณลุงกมลเรียกชื่อของเธอ ทำให้หญิงสาวตื่นจากภวังค์
“คะ” เธอยกหน้าขึ้นมองใบหน้าของชายที่แก่กว่า
“ที่ลุงมาวันนี้ ลุงมีข้อตกลงมาเสนอให้กับหนูมุกนะ และลุงก็คิดว่าหนูมุกเองน่าจะรับได้”
“ข้อเสนออะไรคะ” เธออดสวนคำถามที่คาใจไปไม่ได้ และในใจของเธอก็คิดว่า ลุงกมลจะมาไม้ไหนกับเธอกันแน่
มุกเรียงไม่รู้จะทำสีหน้าอย่างไร ตอนนี้เธอก็รู้สึกเหมือนหัวใจของตัวเองถูกบีบแรง ๆ และเต้นผิดจังหวะไปแล้ว ความรู้สึกกำลังถูกบีบคั้นจนหายใจหายคอไม่ออก หญิงสาวยกน้ำขึ้นมาดื่มเพราะรู้สึกในลำคอแห้งผาก
“ลุงยอมให้มาร์ชแต่งงานกับหนูมุกได้ แต่...” คุณกมลนิ่งไปชั่วอึดใจ
เขาจ้องสบตาที่สั่นระริกของมุกเรียง หัวใจของหญิงสาวเต็มไปด้วยความไหวหวั่น
ทีแรกไม่อยากให้แต่ง แต่ตอนนี้จะให้แต่ง แต่มีข้อแม้
คนที่แก่กว่าก็รับรู้ได้ถึงความรู้สึกของเธอที่แสดงออกมาทางสีหน้าและแววตาอย่างปิดไม่มิด แต่ความต้องการในหัวใจของเขามันมีมากกว่าที่จะมานั่งแคร์หรือสนใจว่าใครจะรู้สึกอย่างไร ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องการ มันต้องมาเหนือกว่าสิ่งใด ๆ ในโลกนี้
“หลังจากที่แต่งงานกันแล้ว หนูมุกจะต้องตั้งท้องกับมาร์ชภายในปีนี้เท่านั้น” นี่คือข้อเสนอของเขา
มุกเรียงถึงกับคิดหนัก ‘อะไรกันที่ทำให้เกิดข้อเสนอแบบนี้’ หญิงสาวพยายามหาเหตุผลของคุณกมล
“ถ้าหนูมุกไม่ท้อง และมีลูกให้มาร์ชไม่ได้ภายในปีนี้ สัญญาระหว่างเราก็คือ หนูมุกต้องยอมหย่าขาดกับมาร์ช และเดินออกไปจากชีวิตของมาร์ช เพื่อให้เขาได้แต่งงานกับผู้หญิงคนใหม่ที่ลุงจะเป็นคนเลือกให้เอง” ลุงกมลพูดออกมาอย่างง่ายดาย ท่านไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยหรือ
มุกเรียงถึงกับอ้าปากค้าง ก่อนจะหุบมันลงในทันที หัวใจของหญิงสาวกระตุก แทบไม่เชื่อหูตัวเองกับสิ่งที่เธอได้ยิน
‘นี่เหรอคนเป็นพ่อ พี่มาร์ชทุ่มเทความพยายาม และความรักให้กับคุณลุงอย่างมาก ทำไมท่านถึงคิดได้แค่นี้ แล้วเธอจะต้องทำตามที่เสนอมาด้วยหรือ แล้วเธอจะทำยังไง...’
หญิงสาวถามตัวเอง รู้สึกมึนหัวไปหมด มันพูดไม่ออกบอกไม่ถูก มุกเรียงกำลังจนมุมกับเรื่องที่เธอเผชิญ มือสองข้างลดลงมาจับกันแน่นอยู่ใต้โต๊ะ เธอจิกเล็บลงไปในเนื้อของตัวเองจนรู้สึกเจ็บ เพื่อย้ำว่า เธอไม่ได้ฝันไป
‘มันเรื่องจริงใช่ไหม’ เธอยังถามตัวเองซ้ำ ๆ ย้ำอีกครั้งว่าสิ่งที่ได้ยินจากปากของคุณกมลคือเรื่องจริงทั้งหมด
มุกเรียงได้แต่จ้องอยู่ที่ริมฝีปากของคุณลุงที่ขยับขึ้นลง
“หรือไม่อย่างงั้น หนูก็ต้องเป็นฝ่ายปฏิเสธที่จะไม่แต่งงานกับเจ้ามาร์ชตั้งแต่ต้น นี่ก็คืออีกทางเลือกหนึ่งของหนูมุก” ทางออกที่คุณกมลให้กับเธอ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการแต่งงาน แล้วต้องหย่าร้างจากกันขึ้นมาภายหลัง
“ความสุขของหนูมุก หนูมุกต้องเป็นคนเลือกเองนะ ลุงไม่ได้บังคับ” น้ำคำช่างเฉือนใจ
‘มันเป็นสัญญาที่เอาเปรียบอีกฝ่ายอย่างชัดเจน และเขากำลังประกาศว่าเขาไม่ชอบหน้าของเรา’ มุกเรียงบอกกับตัวเองภายในใจ