เมื่อรู้สึกถึงแรงกระแทกอย่างจังที่ระหว่างคิ้ว
แพรวา ก็รู้ว่าตัวเองได้ดำดิ่งลงสู่พื้นน้ำ นาฬิกาบนหน้าจอมือถือ หยุดเดินตรงที่เวลา 21นาฬิกา28นาที31วินาที สติสัมปชัญญะดับวูบลงไป ความหนาวเหน็บในเดือนธันวาคม เหมือนจะเสียดแทงแต่ความหนาวเหน็บจากน้ำรอบๆ กายยิ่งเลวร้ายกว่าน้ำตาที่เอ่อนองอยู่เต็มตา เจือจางไปด้วยน้ำในแม่น้ำ
กลิ่นหอมขจรขจาย คล้ายกลิ่นมะลิ โชยมาอ่อนๆ ความหนาวเหน็บยังคงอยู่ แพรวา กวาดสายตามองรอบๆ ตัว เตียงนอนไม่สูงนักที่เธอนอนอยู่กลิ่นหอมที่ได้กลิ่นเมื่อกี้ คงมาจาก อ่างสีทองใบใหญ่ ใส่น้ำลอยดอกอะไรสักอย่างสีแดงเข้มไว้ข้างๆ อ่างทองใบนั้นมีกำยานถูกจุดไว้ควันสีขาวลอยอ้อยอิ่ง ยังไม่ทันขยับตัวสายตาไปสะดุดลงที่ร่างสูงที่ยืนหันหลังให้ความผึ่งผายของแผ่นหลังชวนให้อยากเห็นใบหน้าเจ้าของร่างแต่อาภรณ์ที่สวมใส่เหมือนกับหลุดมาจากหนังจีนกำลังภายใน เธอพยุงกายลุกขึ้น
เสียงเตียงลั่นดังออดแอด ร่างสูงหันกลับมา ตาคมจ้องเขม็งมาที่เธอ ใบหน้าหล่อเหลา สะอาดตา คิ้วเข็มขมวดเข้าหากันเพียงเสี้ยววินาทีเธอเห็นสายตาห่วงใย แล้วก็แปรเปลี่ยนไปเป็นสายตาคมกริบปนไปด้วยความฉงนเหมือนเดิม
“ฟื้นแล้วรึเจ้า นอนไปหลายวันเชียว ข้าเป็นห่วงว่าเจ้าจะตายเสียได้ หมอหลวงต้องเฝ้ารักษาด้วยยา มาหลายขนาน ก็ยังไม่ยอมฟื้นคิดว่าจะตายเสียแล้ว”
คำพูดคล้ายประชดประชันอยู่ในที
” คุณเป็นใคร แล้วฉันมาอยู่นี่ได้อย่างไร”
คราวนี้เป็นเธอเองที่มีแววตาฉงนสนเท่ห์เธอสั่นศีรษะไปมาเพื่อไล่ความมึนงงปอยผมร่วงลงมาปิดใบหน้าสวยใสน่ามองนั้นทำให้ใบหน้าสวยยิ่งน่ามองยิ่งขึ้น ร่างสูงเหมือนจะหยุดมองดวงหน้าของเธอไม่ได้ รอยยิ้มน้อยๆ ผุดขึ้นเหมือนพึงพอใจแต่เป็นเพียงแค่อึดใจเดียวรอยยิ้มหายไป
“เจ้าล่ะเป็นใคร ริมาโดดน้ำตายอยู่หน้าตำหนักของข้า ดีนะที่ข้ามาทันเห็นไม่เช่นนั้นเห็นต้องได้ไปเฝ้ายมบาลเป็นแน่แท้”
แพรวา พึ่งประจักรเดี๋ยวนี้เองว่าภายใต้ใบหน้าที่หล่อเหลานี้ ปากคอช่างเราะร้ายนักริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันในทันที คนบ้าที่ไหนจะฆ่าตัวตายเธออยากจะตะโกนบอกไปแบบนั้นด้วยความเคยชิน แต่ด้วยสถานการณ์ แบบนี้เธอทำได้แค่นี้จริงๆ
“ใครบอกคุณฉันจะฆ่าตัวตาย อุบัติเหตุยะ”
เธอส่งเสียงลอดริมฝีปากบางสวย ใบหน้าคมเลิกคิ้ว ท่าทีขัดตาแต่น่ามอง ไปอีกแบบ
“อย่างนั้นรึทำไม ไม่ว่ายน้ำล่ะปล่อยตัวเองให้ดำดิ่งลงไปอย่างนั้น”
.----------
เธอขยับปากจะเถียงแต่เมื่อนึกย้อนถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา เธอเลือกที่จะหุบปากนิ่ง
เช้าที่แสนสดใสแดดทอประกายอ่อนๆ ท้องฟ้าสีฟ้าครามไม่มีเมฆหมอกลอยมากวนใจ แพรวาถือกล่องของขวัญใบเล็กแต่ทว่ามากด้วยความหมาย วันนี้วันเกิดของคนสำคัญของเธอ แม้แต่กระดาษห่อของขวัญที่เตรียมมาก็เป็นสีที่เขาชอบ
เธอพาตัวเองมาอยู่ที่หน้าลิฟต์ ประตูเปิดออก เอื้อมมือไปกดชั้นบนสุดเขาจะแปลกใจแค่ไหนนะ แพรวานึกถึงท่าทางของเขาไม่ออกเลย เผลออมยิ้มไปโดยไม่รู้ตัวปกติการมาของเธอทุกครั้งต้องแจ้งให้เขาทราบทางโทรศัพท์ แต่ว่าครั้งนี้เป็นโอกาสพิเศษเธออยากให้เขารู้ว่าเขาสำคัญกับเธอแค่ไหน นาฬิกาบนข้อมือบอกเวลา6.30น. เขาคงนอนหลับสบายอยู่บนที่นอนเพราะปกติแล้วกว่าเขาจะตื่นนอนและธุระส่วนตัวเสร็จก็เกือบ8.30 แล้ว เมื่อเวลา09.00 น.เขาจะโทรหาเธอทุกวัน ดีที่เธอมีกุญแจสำรองที่เขาให้ไว้ปกติเมื่อเขาไม่อยู่เธอมักจะแอบมาทำความสะอาดห้องให้เขาทุกๆ วันเสาร์ เลยจำเป็นต้องขอกุญแจเขาไว้ จึงถือว่าเป็นเรื่องดีที่ จะได้ย่องเข้าไปโดยเขาไม่รู้ตัว
เธอรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาทันทีที่เดินมาจนถึงหน้าห้องของเขา ประตูห้องปิดสนิทไม่มีเสียงเคลื่อนไหวใดๆ ในห้อง แพรวา ใช้ความระวังอย่างที่สุด ในการแทรกตัวเข้าไปในห้องอย่างเงียบกริบ เขาต้องอยู่บนเตียงอย่างที่เธอคิดแน่นอนเธอพยายามทำตัวเองให้เบาที่สุดก้าวช้าๆ ไปยังห้องนอนที่แสนจะหรูหรารูปคู่ของเธอและเขาวางอยู่ บนโต๊ะ ก่อนถึงประตูทางเขาไปห้องนอน ประตูห้องนอนแง้มออกเล็กน้อยเธอ สอดส่ายสายตามองไปที่เตียง หัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นร่างเปลือยเปล่าของผู้ชาย สองคน นอนกอดก่าย อย่างไม่อายฟ้าดิน ผิวขาวเกลี้ยงเกลา เบียดชิดแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน ทั้งคู่นอนหลับตาพริ้มเหมือนกับสุขสมหนักหนามีเพียงผ้าห่มบางเบาปิด ตรงส่วนกลางของร่างกาย
แพรวาใช้มือปิดปากตัวเองโดยไม่ได้ตั้งใจ คิดว่าตัวเองคงอดที่จะวี้ดร้องออกมาไม่ได้แต่เปล่าเลย เธอไม่มีแม้กระทั่งเสียงหายใจคล้ายๆ จะหยุดหายใจไปชั่วขณะ น้ำใสๆไหลพรั่งพรูออกมา เธอหันหลังวิ่งกลับออกไปอย่างเร็วที่สุด ลืมห่อของขวัญที่วางไว้ตรงโต๊ะกลางห้อง
แพรวาเหยียบคันเร่งของรถคันที่เธอขับจนสุดแรง ด้วยความเสียใจ พาตัวเองออกมาจากตึกสูงด้วยหัวใจที่แตกสลาย
ร.ป.ภ เปิดแผงกั้นทางออกแทบไม่ทัน เช้าสดใสหายไปกับความเศร้า สมองที่สับสนงุนงงพยายามหาคำอธิบาย แต่ด้วยภาพที่เธอเห็น จะให้คิดเป็นอื่นไปไม่ได้เลย
เธอเหยียบคันเร่งรถจนสุดแรงด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน
น้ำตาไหลรินเป็นสายไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าเหตุการณ์อย่างนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเองสองข้างทางรถยังบางตา แพรวาไม่รู้ว่าตัวเองเสียใจมากแค่ไหนปล่อยให้อารมณ์ที่กำลังครุกรุ่นครอบงำร่างกาย สายตาพร่ามัวนั้นทำให้ความสามารถในการมองเห็นลดลง
“เอี๊ยด เอี๊ยด โครม ปัง”
เธอขับรถชนแท่งซีเมนต์หรือแท่งบาริเออร์บนถนนเป็นผลให้รถหมุนคว้าง ด้วยความเร็วของรถทำให้มีแรงมหาศาลพุ่งเข้าชนราวสะพานเต็มแรงรถพลิกคว่ำ แล้วหงายหลัง แรงเหวี่ยงส่งผลให้รถคันเล็กของเธอพลิกตกลงไปยังแม่น้ำเบื้องหน้า ศีรษะกระแทกบริเวณคอนโซลหน้ารถตัวเธอหมดสติพร้อมกับรถที่ลอยละลิ่วสู่แม่น้ำเย็นเฉียบ
“ความจริงฉัน ฉันแค่”
“ฉันๆ อะไรของเจ้า ข้าไม่เข้าใจ พักผ่อนไปเหอะข้ามีราชการประชุมขุนนางเร่งด่วน วันนี้แค่แวะมาดูฟื้นก็ดีแล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยสอบสวนกันต่อ"
แพรวา อยากตะโกนให้ร่างสูงนั้นอยู่คุยกับเธอก่อนแต่ไม่ทันเสียแล้วพริบตาเดียว เจ้าของแววตาอบอุ่นทว่าปากคอจัดจ้านก็ก้าวขาพ้นธรณีประตูออกไป ทิ้งไว้ให้ความสงสัยอยู่กับเธอเพียงลำพัง รอบกายถูกห้องล้อมด้วยคนแปลกหน้า สองสาวในชุดจีนรุ่มร่าม นั่งพับเพียบอยู่ข้างเตียง ลุกขึ้นยืนกดตัวเธอนอนลง ลองหยิกแขนตัวเองเบาๆ ถึงกับร้องโอ๊ยมันเจ็บจริงอะไรจริง
“นอนเถอะเจ้าค่ะ เดี๋ยวจะหาข้าวต้มร้อนๆ มาให้ทาน เดี๋ยว ฮ่องเต้ กลับมาจะโดนตำหนิเอาได้ พระองค์ให้ดูแลเจ้าอย่างดี ให้พักผ่อนให้จงหนักเจ้าค่ะ”
เธอทะลึ่งพรวดขึ้นมามองคนพูด นี่แต่ล่ะคนแปลกๆ ทั้งนั้นพูดคล้ายลิเกชอบกลเป็นคนต่างจังหวัดก็ไม่น่าจะใช่ด้วยคำพูดคล้ายคนโบราณเหมือนจะตั้งใจและเคยชินในการพูด
“ฮ่องเต้อะไร คือใคร”
เธอยิงคำถามทันที
สาวใช้สองคนทำหน้างุนงงสงสัย อ้าวๆ ๆ ถามไม่ตอบเสียได้
เดินหลบเลี่ยงออกจากห้องทั้งคู่ก่อนที่ประตูแบบในหนังจีนถูกปิดลง แพรวาสงสัยเป็นหนักหนาอะไรพาเธอมาอยู่ตรงนี้จะหาคำตอบจากใครได้ แต่ตอนนี้รู้สึกเพลียเหลือเกิน
ขอนอนเอาแรงก่อนถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลจะได้มีแรงหนี
“สนมฮุ่ย ..เสด็จ”
เสียงขานจากใครสักคนข้างนอกดังเข้ามาในห้องแพรวาขยี้ตาแรงๆนี่เราอยู่ในหนังจีนหรือเปล่าวะ
ร่างสูงสวยสะคราญเดินเยื้องย่างเข้ามาในห้องด้วยท่าทางอ่อนช้อย
เสียงพูดแบบผู้ดีหรือผู้หญิงแบบกุลสตรี
“แม่นางคนนี้เองหรือ ที่ผู้คนร่ำลือว่า ฝ่าบาททรงกระโดดลงไปช่วยขึ้นมาจาก สระน้ำในอุทยานทีเดียวเชียว”
แพรวาผงกศีรษะขึ้นมาจากหมอนรู้สึกหัวหนักอึ้ง ได้แต่ยิ้มจะตอบว่าอย่างไรดีภาษาจีนก็พูดไม่ค่อยคล่อง พูดคล่องคำเดียว เสินเมอ
“หน้าตาผิวพรรณ ต่างจากชาวเรา นางคง มาจากด่านชายแดนที่ไหนสักแห่ง”
สาวรับใช้สองคนที่เดินตามหลังมาคล้ายกับ ฝาแฝดคนหนึ่งเอ่ยปากขึ้นมา
“ฮ่องเต้ทรงเสด็จเฝ้าไข้ตั้งแต่วันแรก จน ถึงเมื่อเช้านี้เลยค่ะพระสนม”
ใบหน้าสวยเรียบตึงขึ้นมาทันทีแต่ก็ปรับสีหน้าโดยเร็ว แทบจับพิรุธไม่ทัน
“ฝ่าบาททรงเป็นแบบนี้ตลอดเมื่อคราวที่เราป่วยเพียงเล็กน้อยก็อยู่ดูแลใส่ใจเรา...ทั้งคืน ทรงเป็นฮ่องเต้ที่เอาใจใส่ไปเสียทุกเรื่องแบบนี้ด้วยพระมหากรุณาธิคุณจึงทำให้เราซาบซึ้งในน้ำพระหฤทัยอย่างยิ่ง”
แหวะใครถาม นึกว่าอยากรู้หรืออย่างไร
“เจ้ามาจากเมืองหน้าด่านแห่งใด”
พูดอยู่คนเดียวแพรวาเริ่มรำคาญเธอต้องพูดแบบยานคางแบบนี้ด้วยไหม
“เออ เออ เออ”
อะไรดีวะจะเข้าใจที่เราพูดไหมหนอเรียนมาหกปีแทบไม่มีประโยชน์พอ จะพูดจริงๆ กับติดอ่าง
“เออ ไม่รู้”
หน้าสวยมีแววเยาะหยัน
“คงจะเสียสติ มารยาทค่อนข้างต่ำทราม คงมาจากตระกูลชั้นต่ำเป็นแน่แท้”
หาเอาแล้วไง เล่นใหญ่เลยหรืออย่างไร
“ห้าสิบก้าว หัวเราะเยาะร้อยก้าว เห็นก็เห็นอยู่ว่าฮ่องเต้ทรงเอาใจใส่ข้า แค่ไหน”
(จำมาจากซีรีส์จีน555) แพรวาเชิดหน้า ทำให้ใบหน้าสวยขาวใส น่ามองยิ่งยามที่ไร้เครื่องสำอาง
หน้าตาก็ดีชื่อก็เพราะ นางสนมคนนี้กับชื่อของนางช่างตรงกันข้ามกันโดยสิ้นเชิง (ฮุ่ย แปลว่าเมตตากรุณา)
อีกฝ่ายใบหน้าบึ้งตึงแต่สักครู่ก็เปลี่ยนเป็นแย้มยิ้ม
“เจ้าเข้ามาอยู่ที่หลังยังไม่ได้รับการแต่งตั้งให้มีตำแหน่งใดอย่าเพิ่งสำคัญตัวผิดไป เราอย่างไรเสียก็เป็นสนมเอก คาดว่าหากทรง มีการคัดเลือกฮองเฮาไม่แน่ว่าอาจเป็นเราเมื่อนั้นเจ้าค่อยมา คารวะกันอีกคราว”
โห ล้ำลึกๆ แพรวาอยากตะโกนออกไปว่าอย่ามายุ่งกับเธอ
ยกมือขึ้นชี้หน้าสนมฮุ่ย แบบลืมตัว
“เจ้านั่นล่ะอย่าสำคัญตัวเองผิด รวมทั้งฮ่องเต้ของเจ้าด้วย เราไม่ได้อยากเป็นฮองเฮาของใคร”
สนมฮุ่ยเอามือปิดปาก ตาเบิกโพลงด้วยไม่เคยเห็นใครที่มีกิริยาก้าวร้าว แบบนี้ภายในวังหลวงแห่งนี้
“บังอาจ เจ้าบังอาจ ใช้วาจา เยี่ยงนี้กับพระสนมได้รึ”
เสียงดังสนั่น มาจาก ด้านหลัง
“ไทเฮา เสด็จ”
อ้าวเฮ้ยมากันเป็นกองทัพเลยทีเดียว
“เด็กๆ ตบปาก”
เสียงเข้มทรงอำนาจ หญิงสองสามคนตรงเข้ามาจับตัวแพรวาไว้ทั้งแขนขา ป้าร่างอวบอ้วนเดินเงื้อมือมาแต่ไกล
“จะทำอะไรฉันปล่อยนะ”
เอาจริงแน่เลย มืออวบอูมเกือบฟาดลงบนปากสวยของแพรวา โหดร้ายเธอป่วยอยู่นะถ้าไม่มีเสียงขานดังมาขัดจังหวะ
“ฮ่องเต้ เสด็จ”
มืออ้วนๆ ชะงัก
“ปล่อยนาง”
คนตัวสูงเดินสาวเท้ายาวๆ เข้ามาอย่างรวดเร็ว
“คารวะฮ่องเต้ทรงพระเจริญหมื่นปี”
ประสานเสียงพร้อมเพรียงกัน
“นางทำอะไรผิด หรือเสด็จแม่”
ไทเฮามองหน้าลูกชายด้วยแววตาสนเท่ห์
“วาจานาง ต่างจากพวกชนชั้นสูง หยาบคาย ทั้งกิริยาไม่น่ามอง”
“เพียงเท่านี้ท่านก็กล่าวโทษนางแล้วหรือ”
“แม่ปกครองวังหลัง ฮ่องเต้ก็ทราบดี ถ้าแม่ไม่ลงโทษนางต่อไปใครจะเกรงกลัว หยางหลงฮ่องเต้ก็รีบแต่งตั้งฮองเฮาเสียแม่จะได้วางใจ”
“นางไม่มีตำแหน่งใดๆ ไม่รู้ที่มาที่ไป อีกทั้ง ไม่ใช่คนในวังต้องห้ามหรือวังใดๆ แล้วยังล้มป่วย เสด็จแม่จะลงทัณฑ์คนป่วยไข้ได้อีกหรือพ่ะย่ะค่ะ”
ไทเฮา ระงับอารมณ์โกรธได้แต่ หันหน้าไปทางอื่น
“กษัตริย์ตัดแล้วไม่คืนคำ แม่เป็นแม่กษัตริย์ฮ่องเต้จะให้แม่คืนคำได้หรือ”
“เสด็จแม่กดดันลูก อย่างนั้นไม่สู้ ลูก... แต่งตั้งนางเป็น ฮองเฮาเสียดีกว่า”
นั่งลงกันอย่างเร็วเสียงกระโปรงดังพรึบพรับทั้งสนมฮุ่ยและ พวกขันที
“ฮ่องเต้ โปรดไตร่ตรอง”
ฮ่องเต้หน้าหล่อมองคนนู้นคนนี้อย่างผู้ชนะ
“ลุกขึ้น ข้าแค่ อยากรู้ว่าในวังนี้ข้าเป็นฮ่องเต้หรือใครกันแน่ที่เป็นฮ่องเต้” ไทเฮายิ้มเยือกเย็น
“ฮ่องเต้ อย่าได้เป็นกังวลไป แม่เองแค่เพียงอยากรู้ว่า แม่นาง ...คนนี้สำคัญกับฮ่องเต้ เหมือนที่สองสามวันมานี้มีข่าวลือไปถึงแม่หรือเปล่า”
แพรวาขมวดคิ้วดกสวยเข้าหากัน คนสำคัญจริงๆ ตัวเธอนี่ มีแขกมาเยือนเต็มไปหมดว่าแต่ นี่เรื่องจริงหรือในหนัง ไม่ได้แล้วแบบนี้ต้องหาคำตอบโดยเร็ว
“ว่าแต่นางมีนามว่าอะไร “
ไทเฮาเปลี่ยนท่าทีเป็นอ่อนหวาน
เวรแล้วชื่ออะไรดีวะ รายชื่อนางเอกหนังจีนหลายชื่อ วนเวียนอยู่ในสมอง หยางมี่ ไม่เอาๆ สวยไป หลิวซือซือ โห่คนรู้จักเยอะ หลิวอี้เฟย ดังไปไหม จ้าวลี่อิง น่ารักไปเหอะ จ้าวลู่ซื่อ เสี่ยวจ้าน หยางจื่อ หมีเซียะเอาชื่อนี้ดีไหม นะชื่อโบราณดี
“เฟยลี่เสด็จแม่ ..นางชื่อเฟยลี่” (โบยบินอย่างงดงาม) เสียงฮ่องเต้หนุ่มเอ่ยออกมาเมื่อเห็นว่าแพรวาไม่มีท่าที จะบอก
“ชื่อ ดี ความหมาย เพราะ เป็นแม่ที่ประเมินนางผิดไป”
“ลูกเองยังไม่รู้จักนางดีเท่าไหร่คงต้องใช้เวลา... กับ...นางอีกนานกว่าจะรู้จักนางมากกว่านี้”
จะมาใช้เวลาอะไรกับเธอแพรวาคิดคงพูดประชดแม่ ไปตามเรื่อง เฮ้อถ้าเป็นการย้อนเวลาเหมือนในหนังคงเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมากไม่ใช่แค่ย้อนเวลาอย่างเดียว ยังมาต่างชาติต่างภาษาอีกซวยเลยแพรวา เธอเองต้องหาทางกลับไปโลกของเธอให้เร็วที่สุด แต่ว่าจะทำอย่างไร
“วันนี้ให้นางพักผ่อนไปก่อน เสี่ยวโอ เจ้าตามหมอหลวงหรือยัง”
ประโยคสุดท้ายหันไปยังเด็กหนุ่ม ที่คงจะเป็นขันทีประจำกาย
“พ่ะย่ะค่ะ หมอหลวงทรงรอพระบัญชาอยู่ข้างนอก”
“หม่อมฉันทูลลาเพค่ะ”
สนมฮุ่ย ย่อตัวพร้อมสาวใช้
“แม่ก็คงต้อง ไปเช่นกัน”
“สนมฮุ่ยเสด็จ”
แววตาอ่อนหวานซ้อนขึ้นมองฮ่องเต้ ด้วยแววตาเชื้อเชิญอาลัยอาวรณ์
“ไทเฮาเสด็จ”
ไปเสียให้หมด คนร่างสูงไม่ยักกะไปมองมาที่เธอเขม็ง
“คราวหลังต้องระวังตัว ในวังแห่งนี้ ถ้าพลาดเพียงก้าวก็เหมือนตกเหวทั้งชีวิต”
ไม่มีคราวหลังยะขอบอก
“เจ้าใช้ชื่อเฟยลี่ ไปก่อนแล้วกันหากนึกชื่อเจ้าได้เมื่อไหร่ค่อยบอกข้า”
รู้ได้อย่างไรฟะ เดาเก่งจริง
“เสี่ยวโอ เชิญหมอหลวง”
ชายแก่ร่างกายยังแข็งแรงหากแต่แววตาค่อนข้างเป็นมิตร
นั่งคุกเข่าก่อนจะ เดินมาจับชีพจรของเธอแพรวาทำตัวนิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อรักษาท่าที
“ร่างกายนางฟื้นฟู เกือบจะเต็มที่แล้ว หม่อมฉันจะจัดยาให้อีกเทียบหนึ่ง “
หันหน้ามาหาแพรวากระซิบเบากริบ
“ยาเทียบนี้เจ้าจะขาดไม่ได้ ไม่เช่นนั้นเจ้าจะฟังภาษาเราไม่เข้าใจ”
แพรวาตะลึงงัน น่านนนนงัยมาแล้วเงื่อนงำ ว่าแล้วทำไมเข้าใจภาษาจีนโบราณเหมือนภาษาตัวเองเลยทีเดียว ตาหมอหลวงคนนี้ต้องมีส่วนรู้เห็นกับการ เดินทางย้อนเวลาของเธอแน่ๆ
“ฉันต้องทำอย่างไรบ้าง”
แพรวากระซิบตอบ
รอยยิ้มที่มีเลศนัยนั้นไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกมา
“เสี่ยวโอ ส่งเทียบยาให้นางกำนัล แล้วให้ปรุงยามาให้นาง”
“น้อมบัญชา ฝ่าบาท”
“มันเป็นชะตาของเจ้า ข้าเป็นเพียงผู้ช่วยเหลือและนำสารมาสู่เจ้า”
งงงงไหมล่ะนั่น ใครเป็นคนทำให้เธอมาอยู่ตรงนี้นะหมอหลวงจากไปเหลือไว้เพียงฮ่องเต้ขี้เก็ก
สงสัยจังในนิยายจีนฮ่องเต้มักจะแก่ง่ำเหงือกทำไมองค์นี้ หล่อ......รัสเซียขนาดนี้ ขยับตัวเข้ามาใกล้เมื่อไม่มีใคร อยู่ภายในห้องแล้วเอาหล่ะว้าฮ่องเต้มักจะสายหื่น สนมมากมาย เสร็จแน่แพรวา
“เจ็บตรงไหนไหม”
ดวงตาเบิกกว้างคิดผิด555เป็นห่วงนี่หน่า
“ไม่ ค่ะเออคือไม่ฉัน เออข้าไม่ได้เจ็บปวดตรงไหน”
รอยยิ้มโลกสว่างนั้นแฝงไว้ด้วยความขบขัน.ใบหน้าหล่อเหลาน่ามองเรียบเนียนเหมือนหลุดมาจากภาพวาด ในกูเกิ้ลมีแต่ภาพฮ่องเต้แก่ๆ พุงพลุ้ย
“ต้องแทนตัวเองว่า หม่อมฉันหรือข้าพระองค์ เจ้านี่สงสัยต้องส่งไปฝึกมารยาท กับไทฮองไทเฮา พระอัยยิกาสักพัก”
แพรวาเชิดหน้าจมูกรั้น ด้วยความทะนงตน หาว่าเธอมารยาทไม่ดี
ขยับเข้ามาใกล้ทรุดตัวลงนั่งข้างๆบนเตียง เอื้อมมือแตะหน้าผากแพรวาเบี่ยงตัวหลบ กับถูกล็อกไว้ด้วยแขนอีกข้างของหยางหลงฮ่องเต้
“อย่าดิ้นไป ข้าแค่จะดูว่ามีไข้ไหม”
แพรวาเม้มริมฝีปากหันหน้าตรง เพียงไม่กี่กระเบียดนิ้ว จมูกเป็นสันอยู่ใกล้แค่นิดเดียวทั้งคู่ชะงักอยู่แค่นั้นใจสั่นในทันที
แพรวาสงบใจ....ไว้ เพิ่งจะผ่านเรื่องราวของผู้ชายหลอกลวง ภาพชายสองคนนอนกกกอดกันอยู่บนเตียง แพรวาเกิดความโมโหขึ้นมาทันทีผู้ชายเป็นแบบนี้ทุกคนไม่สิ คนที่เธอรักนั้นไม่ใช่ผู้ชายเต็มตัวถ้าเป็นผู้ชายต้องไม่เป็นแบบนี้ ส่ายหน้าไปมาช้าๆ หยางหลงฮ่องเต้อมยิ้มในท่าทางของเธอ คงไม่เคย... เข้าใกล้ผู้ชายเป็นแน่แท้ใจไหวยวบด้วยความรู้สึกบางอย่าง ผ่านหญิงมาก็เยอะสนมก็แยะไม่เคยใจสั่นแบบนี้มาก่อน