ตอน 1

แค้วนต้าโจว

         แผ่นดินกว้างใหญ่สุดสายตา จากเหนือจรดใต้ ตะวันออกจรดตะวันตก ทั่วทุกสารทิศปกครองแคว้นน้อยใหญ่มากมาย ครอบครองผืนแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์เพื่อก่อตัวสร้างเป็นบ้านเรือน ขยับขยายกลายเป็นชุมชนและเติบโตขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

แผ่นดินมังกรในยุคโบราณต่างมีผู้ปกครองน้อยใหญ่มากมาย แคว้นที่แข็งแกร่งกว่าจะพยายามรวบรวมกำลังคนและพื้นที่มากมายจากแคว้นที่อ่อนแอก่อตั้งเป็นราชวงศ์ของตัวเองขึ้นมา เพื่อปกครองผืนแผ่นดินน้อยใหญ่

         หนึ่งในจำนวนมากมายหลายร้อยแคว้น ท่ามกลางการแก่งแย่งและช่วงชิงผืนแผ่นดินอันมั่งคั่ง แคว้นต้าโจวคือหนึ่งในนั้นที่แข็งแกร่งมากที่สุดเหนือแคว้นใดทั่วหล้า

และด้วยเพราะแผ่นดินที่สมบูรณ์และมีแคว้นในการปกครองมากถึงสองร้อยกว่าแคว้นในเวลานั้น จึงทำให้ต้าโจวแผ่ขยายอำนาจปกครองไปทั่วทุกสารทิศ และเพราะความยิ่งใหญ่นี้ทำให้การแย่งชิงเพื่อหวังครอบครองแผ่นดินต้าโจวทั้งภายในและภายนอกเข้มข้นเป็นยิ่งนัก

         ฮ่องเต้แห่งต้าโจว เป็นสิ่งที่สตรีทุกคนเฝ้าใฝ่ฝันและตำแหน่งฮองเฮาแห่งต้าโจว เป็นตำแหน่งสูงสุดที่สตรีทั่วหล้าอยากก้าวมาถึงจุดนี้ด้วยกันทุกคน การช่วงชิงตำแหน่งฮองเฮาจึงเข้มข้นไม่แตกต่างไปจากสงครามแย่งชิงดินแดนแม้แต่น้อย เพราะสตรีใดที่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นแม่ของแผ่นดินต้าโจว จะได้รับเอกสิทธิ์ทางกองทัพสามารถมีกองทหารส่วนพระองค์เพื่อใช้เป็นกองหนุนและมีตราคำสั่งสามารถบัญชาการทัพได้

หากต้องการจะก้าวขึ้นปกครองแผ่นดินต้าโจวอันกว้างใหญ่นี้ให้ได้ ตำแหน่งฮองเฮาจึงเป็นสิ่งที่เหล่าขุนนางและแม้กระทั่งต่างแคว้นต้องการเข้าครอบครอง เพื่อใช้ประโยชน์จากเอกสิทธิ์ทางทหารที่จะได้รับ

นำไปสู่การยึดครองแคว้นต้าโจวผลัดเปลี่ยนราชวงศ์ใหม่ และตำแหน่งดังกล่าวจะถูกเลือกเฟ้นตั้งแต่องค์รัชทายาทยังไม่ขึ้นปกครองแผ่นดิน พิธีอภิเษกสมรสจะมีขึ้นได้เมื่อธิดาจากสกุลใหญ่ๆ ถูกส่งเข้ามาคัดเลือกในตำแหน่งพระชายาของรัชทายาทแห่งต้าโจว

ซึ่งในการคัดเลือกพระชายาดังกล่าว ถูกจำกัดเฉพาะสตรีที่อยู่ในแคว้นต้าโจวเท่านั้น สตรีนอกแคว้นหรือองค์หญิงจากต่างเมืองหมดสิทธิ์ที่จะได้ครอบครองตำแหน่งพระชายาเอกซึ่งจะได้รับแต่งตั้งเป็นฮองเฮาแห่งต้าโจวต่อไป

ด้วยเหตุนี้การช่วงชิงตำแหน่งพระชายาเอกของรัชทายาทแห่งต้าโจวจึงเข้มข้นยิ่งนัก เพราะผลตอบแทนที่ได้รับคืออำนาจทางการทหารที่จะได้รับสิทธิให้ถือตราคำสั่งบัญชาการทัพของแผ่นดิน และเป็นฐานอำนาจที่จะนำไปสู่บัลลังก์แห่งต้าโจวสืบต่อไป!

ด้วยเหตุนี้การแย่งชิงตำแหน่งพระชายารัชทายาท จึงเป็นเป้าหมายของทุกสกุลใหญ่ที่อยู่ในแคว้นต้าโจวและสิ้นสุดลงเมื่อ

ธิดาจากสกุลเว่ยได้ตำแหน่งนี้ไปครอบครอง ท่ามกลางความดีพระทัยของรัชทายาทโจวหยางเย่ว พระโอรสเพียงหนึ่งเดียวซึ่งประสูติจากหวังฮองเฮาแต่เป็นลำดับที่ห้าจากพระโอรสและพระธิดา 10 พระองค์ด้วยกัน ซึ่งมีพระราชบิดาเดียวกันนั้นก็คือโจวหยางหลงฮ่องเต้แห่งต้าโจว

ดังนั้นเมื่อทรงเป็นพระราชโอรสที่ประสูติจากหวังฮองเฮา ตำแหน่งรัชทายาทจึงเป็นขององค์ชายหนุ่มซึ่งไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าหวังฮองเฮาจะสามารถตั้งพระครรภ์ได้อีก เนื่องจากพระนางแท้งมาแล้วหลายครั้งหากตั้งพระครรภ์อีกอาจถึงแก่พระชนม์ชีพได้

แต่หวังฮองเฮาก็ไม่ฟังทรงยังยืนกรานที่จะอุ้มท้องด้วยหวังว่าเด็กในครรภ์จะเป็นพระโอรสเพื่อรักษาฐานอำนาจของสกุลหวังเอาไว้ให้จงได้ และก็สมความตั้งใจเมื่อพระนางประสูติพระโอรสออกมาจริงๆ จึงทำให้ตำแหน่งรัชทายาทถูกเปลี่ยนแปลงตกมาอยู่องค์ชายโจวหยางเย่วทันที ตามความประสงค์ของหวังฮองเฮาที่ต้องการให้พระโอรสที่นางประสูติขึ้นเป็นรัชทายาท

และนั่นทำให้พระเชษฐาพระองค์ใหญ่โจวลี่หยาง ซึ่งประสูติจากอันฟูเหรินพระสนมเอกและดำรงตำแหน่งเป็นรัชทายาทในขณะนั้น ถูกปลดออกจากตำแหน่งรัชทายาทตามกฎมณเทียรบาลของแคว้น ว่ารัชทายาทผู้สืบทอดบัลลังก์จะต้องประสูติจากฮองเฮาเท่านั้น

ถึงแม้จะกำหนดว่าต้องเป็นพระโอรสองค์ใหญ่ที่จะได้ขึ้นครองบัลลังก์ก็ตาม แต่ถ้าพระมารดาไม่ใช่ฮองเฮาก็นั่งปกครองแผ่นดินไม่ได้ ยกเว้นเสียแต่ว่าฮองเฮาไม่สามารถให้กำเนิดรัชทายาทได้ พระโอรสซึ่งประสูติจากพระมารดาที่มีตำแหน่งต่ำกว่าจะได้ขึ้นครองแคว้น

ภายหลังที่อดีตรัชทายาทโจวลี่หยางถูกปลดจากตำแหน่งอันหนักอึ้ง ซึ่งพระองค์ไม่เคยอยากได้ครอบครองแม้แต่น้อยแม้ว่าในขณะนั้นจะทรงพระเยาว์แต่เพราะมีสติปัญญาปราดเปรื่อง และมีพื้นฐานจิตใจดีรู้สึกดีพระทัยอย่างยิ่งยวดที่ไม่ได้ครอบครองบัลลังก์แห่งต้าโจว

แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ช่วยอดีตรัชทายาทได้เลย พระองค์กลับถูกหวังฮองเฮาผู้หวาดระแวงกลัวโจวลี่หยางจะมาแย่งชิงบัลลังก์ของพระโอรสองค์น้อยไป ด้วยเพราะโจวหยางเย่วเพิ่งจะประสูติในขณะที่โจวลี่หยางมีพระชนมายุแปดชันษาและมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดเต็มไปด้วยความปราดเปรื่องมาตั้งแต่พระองค์ยังทรงพระเยาว์

หวังฮองเฮาจึงใช้แผนชั่วให้โหรหลวงที่ถูกพระนางซื้อตัวมาเป็นฝ่ายเดียวกันทำนายทายทักโจวลี่หยาง อดีตรัชทายาทว่าเป็นดาวแห่งหายนะและเป็นกาลกิณีของแคว้นต้าโจว ให้เนรเทศไปอยู่ชายแดนและทำคุณให้แก่แผ่นดิน โดยการออกล่าดินแดนเพื่อขยายแคว้นต้าโจวให้กว้างใหญ่

หยางหลงฮ่องเต้ผู้มีความเชื่อในเรื่องของลิขิตแห่งสวรรค์และโชคชะตา หลงเชื่อคำลวงของโหรหลวงที่เป็นฝ่ายเดียวกับหวังฮองเฮาจึงทรงมีพระบัญชาเนรเทศโจวลี่หยางอดีตรัชทายาท ไปที่ชายแดนอันห่างไกลทันทีห้ามเหยียบเมืองหลวงตลอดกาล และคำสั่งดังกล่าวทำให้อันฟูเหรินพระมารดาโศกเศร้าเสียพระทัยเป็นอย่างมากที่หยางหลงฮ่องเต้ทรงมีพระบัญชาเช่นนั้น

และนั่นจึงเป็นสาเหตุทำให้อันฟูเหรินทรงเสียพระทัยเป็นยิ่งนักที่ถูกพลัดพรากจากพระโอรส ซึ่งถูกเนรเทศไปอยู่ชายแดนในขณะที่มีพระชนมายุเพียงแปดพระชันษาเท่านั้น พระนางเริ่มล้มป่วยและรักษาพระวรกายอยู่นานก่อนจะสิ้นพระชนม์ลงอย่างสงบหลังจากที่พระโอรสถูกเนรเทศไปแล้วสิบห้าปี

แต่ในขณะเดียวกันก็มีผู้สงสัยว่าอันฟูเหรินแท้จริงแล้วสิ้นพระชนม์ด้วยสาเหตุอื่นอย่างเป็นปริศนาหาใช่เกิดจากการจากไปเพราะโรคภัยอันมีสาเหตุมาจากที่พระโอรสทรงถูกเนรเทศแต่อย่างใด พระนางทรงเข็มแข็งมากกว่าที่คิดและรอคอยการกลับมาของพระโอรสอยู่ทุกลมหายใจเข้าออกมาโดยตลอด

การสิ้นพระชนม์ที่เต็มไปด้วยเงื่อนงำของอันฟูเหรินนั้นทำให้หวังฮองเฮาดีพระทัยอย่างล้นเหลือที่สามารถกำจัดศัตรูตัวฉกาจที่เป็นภัยต่อราชบัลลังก์ของพระโอรสและศัตรูหัวใจของพระนางลงได้ในเวลาไล่เลี่ยกัน ด้วยเพราะอันฟูเหรินเป็นพระสนมที่หยางหลงฮ่องเต้ทรงรักอย่างจริงใจ

ครั้นรัชทายาทโจวหยางเย่วมีอายุครบ 20 พระชันษาและสำเร็จศาสตร์ทั้งบู้และบุ๋นก็ถึงคราวที่จะต้องอภิเษกสมรสตามโบราณราชประเพณี ซึ่งองค์ชายรัชทายาทพยายามบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด จนกระทั่งพระชนมายุเข้าปีที่ 20 ไม่สามารถหาข้ออ้างเพื่อชะลอการอภิเษกได้อีกต่อไป จึงจำต้องตกลงเข้าพิธีอภิเษกสมรสโดยมีเงื่อนไขว่า

เหล่าขุนนางจะต้องส่งบุตรีเข้าวังหลวงเพื่อคัดตัวไม่ต้องการเลือกจากสกุลใดสกุลหนึ่งที่ถูกวางตัวเอาไว้ก่อนหน้านั้น ซึ่งฮ่องเต้ต้าโจวก็ทรงเห็นชอบด้วยเช่นกันจึงทำให้เกิดการคัดเลือกพระชายารัชทายาทครั้งใหญ่เพื่อต้องการตราบัญชาทัพอีกครึ่งหนึ่งของแผ่นดินไว้กับสกุลของตัวเอง

ด้วยเหตุนี้บุตรีของขุนนางจึงได้เข้าร่วมการคัดเลือกพระชายารัชทายาทเป็นครั้งแรกในแผ่นดินต้าโจว ซึ่งปกติแล้วจะถูกวางตัวเอาไว้ก่อนหน้านั้น และจะมาจากสกุลหวังทั้งสิ้นที่ครองตำแหน่งฮองเฮามาโดยตลอด และถูกเปลี่ยนมือไปอย่างน่าตกใจเมื่อองค์ชายรัชทายาททรงเลือกชื่อบุตรีของขุนนางระดับสูงผู้หนึ่งให้มายืนหนึ่งเคียงข้างกายกับพระองค์ซึ่งทำให้เกิดความไม่พอใจกับหลายฝ่ายโดยเฉพาะหวังฮองเฮา

ตระกูลเว่ยก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงโชคชะตาแห่งความวุ่นวายนี้ไปได้ พระราชโองการถูกถ่ายทอดลงไปเพื่อให้เหล่าขุนนางส่งบุตรีของตัวเองเข้าร่วมการคัดเลือกดังกล่าว เป็นไปตามรายชื่อที่แจ้งทะเบียนเกิดเอาไว้และทันทีที่รายชื่อของบุตรีสกุลเว่ยได้ถูกส่งเข้ามาภายในวังหลวง เพื่อเข้าร่วมการคัดเลือกพระชายารัชทายาท

องค์ชายรัชทายาททรงแอบหลงรักสตรีผู้หนึ่งมานานแสนนานแต่นางไม่เคยปรากฏตัวในหมู่ชนชั้นสูงหรือในเมืองหลวงให้ผู้ใดได้พบเห็น ด้วยนางพำนักอยู่ในหุบเขาลึกตามคำสั่งของบิดานั่นก็คือราชครูเว่ยอี้แม้ไม่ล่วงรู้นามจริงของนางก็ตาม แต่ก็ทรงล่วงรู้ว่าบิดาของนางก็คือเว่ยอี้ พระอาจารย์สอนของพระองค์นั่นเอง

ด้วยธิดาจากสกุลเว่ย ได้ครอบครองหัวใจของรัชทายาทโจวหยางเย่วมาตั้งแต่พระองค์ยังมีชันษาเพียง 15 ปีเท่านั้น นางจากแคว้นต้าโจวไปพำนักอยู่กลางขุนเขาในเขตแดนของแคว้นต้าฉีตามคำสั่งของเว่ยอี้ผู้เป็นพ่อ

และเพิ่งจะเดินทางกลับมาได้ไม่นาน เมื่อขุนนางน้อยใหญ่ต่างต้องส่งรายชื่อของบุตรีในสกุลเพื่อทำการคัดเลือกพระชายารัชทายาทตามราชโองการ ทันทีที่องค์รัชทายาทล่วงรู้ว่า ราชครูเว่ยอี้ได้ส่งชื่อบุตรีของตนเข้าร่วมการคัดเลือกพระชายารัชทายาทในครั้งนี้ด้วย โดยไม่เต็มใจแม้แต่น้อยแต่เพราะขัดพระราชโองการไม่ได้นั่นเอง

และนั่นทำให้รัชทายาทโจวหยางเย่วไม่รีรอที่จะปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไป ทรงตัดสินพระทัยเลือกธิดาจากสกุลเว่ย ที่เฝ้าหลงรักมานานแสนนานเพื่อให้นางได้เป็นพระชายาเอกทันที

หลังจากที่นางผ่านเข้ารอบสามคนสุดท้าย โดยที่นางยังไม่ทันจะเข้าวังเพื่อเข้ามาทำการคัดเลือกตรงพระพักตร์ของพระองค์ ขอเพียงแค่พระชายาเอกคือบุตรีของราชครูเว่ยอี้ก็พอแล้ว ซึ่งไม่เคยมีผู้ใดล่วงรู้มาก่อนเลยว่ารัชทายาทโจวหยางเย่วและธิดาจากสกุลเว่ยนั้น เคยพานพบหน้ากันมาแล้วจากเหตุการณ์ลอบปลงพระชนม์รัชทายาทเมื่อห้าปีก่อน 

ท่ามกลางความไม่พอพระทัยเป็นอย่างมากของหวังฮองเฮาพระมารดา ที่ธิดาจากสกุลเว่ยได้ตำแหน่งพระชายารัชทายาทนี้ไป ในขณะที่หลานสาวของพระนางซึ่งมาจากสกุลหวัง ซึ่งมาจากสกุลเดียวกันกับหวังอองเฮานางได้เป็นเพียงพระชายารองและธิดาจากสกุลเหยียนและสกุลอิ๋งได้เป็นอนุชายา

การคัดเลือกพระชายารัชทายาทในครั้งนี้จึงมีผู้พลาดหวังและไม่บรรลุวัตถุประสงค์ที่จะได้เอกสิทธิ์ทางกองทัพไปครอบครอง เพราะต้องถูกเปลี่ยนมือจากสกุลหวังไปสู่สกุลเว่ยแทน

ซึ่งสกุลดังกล่าวครองตำแหน่งราชครูสืบทอดกันมานับรุ่นต่อรุ่น เป็นตำแหน่งที่ยิ่งใหญ่แต่ไร้สิ้นอำนาจในกำมือ เมื่อธิดาสกุลเว่ยได้ขึ้นครอบครองตำแหน่งพระชายารัชทายาทซึ่งจะได้เป็นฮองเฮาของต้าโจวสืบต่อไป ก็เท่ากับว่ากองทหารครึ่งหนึ่งของแผ่นดินได้ไปตกอยู่ในกำมือสกุลของราชครูที่ขึ้นชื่อได้ว่าปราดเปรื่องที่สุดในแผ่นดิน หากเป็นเช่นนั้นการช่วงชิงบัลลังก์ต้าโจวเห็นทีจะยากลำบากมากยิ่งขึ้นนับเท่าทวีคูณ

ตอน 2

จวนราชครู

จวนราชครูในเวลานี้เต็มไปด้วยผ้าแดงมงคลประดับเอาไว้ทั่วทุกพื้นที่ ดอกไม้นานาพรรณถูกนำมาตกแต่งภายในจวนมากมายเพื่อให้ประชาชนในแคว้นต้าโจวต่างล่วงรู้กันถ้วนหน้า

ว่าจวนราชครูเว่ยอี้ผู้ปราดเปรื่อง ซึ่งอยู่ในฐานะพระอาจารย์ของรัชทายาทโจวหยางเย่ว สกุลเว่ยได้ก้าวเข้าสู่การเป็นสมาชิกของเชื้อพระวงศ์ ราชครูผู้เต็มไปด้วยความปราดเปรื่องทั้งเชิงบู้และบุ๋น จะกลายเป็นพ่อตาของว่าที่ฮ่องเต้ต้าโจวในภายภาคหน้า

แต่ดูเหมือนว่าตัวราชครูไม่อยากให้สกุลเว่ยได้ครอบครองตราบัญชาทัพอีกครึ่งหนึ่งของต้าโจวแม้แต่น้อย ด้วยล่วงรู้ดีว่าหวังฮองเฮาทรงไม่พอพระทัยอย่างยิ่งยวดกับอำนาจทางการทหารถูกเปลี่ยนมือไปที่สกุลเว่ยแทนที่จะอยู่กับสกุลหวังมาโดยตลอด

และการตัดสินใจขององค์ชายรัชทายาทในครั้งนี้ทำให้เปลี่ยนถ่ายขั้วอำนาจไปอย่างสิ้นเชิง และผลที่ติดตามมานั้นก็คือความพยายามที่สกุลหวังต้องการจะรักษาตราบัญชาทัพอีกครึ่งหนึ่งของแคว้นให้ดำรงอยู่ต่อไป

ภายในห้องนอนพระชายารัชทายาท

อึก! อึก! อึก! เสียงอึกอักอยู่ในลำคอพยายามที่จะร้องตะโกนขอความช่วยเหลือให้บ่าวรับใช้ที่อยู่ด้านนอกได้ล่วงรู้อันตรายที่เป็นภัยถึงแก่ชีวิตของนางเพื่อให้รอดพ้นจากการถูกลอบสังหารอย่างอุกอาจ ซึ่งบุกเข้ามาจนถึงภายในห้องนอนพระชายารัชทายาท ซึ่งกำลังจะเข้าพิธีอภิเษกสมรสในอีกไม่กี่ชั่วยามข้างหน้า

และขบวนอภิเษกที่จะรับเจ้าสาวไปยังวังหลวง รัชทายาทโจวหยางเย่วเสด็จมารับพระชายาเอกด้วยพระองค์เองเพื่อนำนางเข้าสู่วังหลวงไปด้วยกัน เป็นพิธีอภิเษกสมรสที่รัชทายาทหนุ่มทรงยินดีและเต็มพระทัยยิ่งนักที่จะเข้าพิธีกราบไหว้ฟ้าดินเคียงคู่กับพระชายาที่ทรงมอบหัวใจรักไว้ให้กับนางต่อหน้าสวรรค์และสักขีพยานนับไม่ถ้วน

ร่างของธิดาแห่งสกุลเว่ยในวัยเพียง 17 ปี พยายามตะเกียกตะกายให้ชีวิตของนางหลุดพ้นจากการถูกกดทับด้วยหมอนหนุนที่ยัดด้วยขนห่านอยู่บนใบหน้าของนางเอาไว้จนแน่นอยู่ในขณะนี้ สองมือพยายามไขว่คว้าดึงทึ้งหมอนที่กำลังกดทับใบหน้าของนางอยู่ในขณะนั้นอย่างสุดแรง

ตึง! ตึง! ตึง! เท้าทั้งสองข้างพยายามกระทืบฟูกนอนที่ปูรองเตียงอยู่ในขณะนั้นอย่างแรงเพื่อให้ล่วงรู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของพระชายารัชทายาทอยู่ในขณะนี้

“ชะ..ช่วย…ด้วย! ช่วย...ข้า...ด้วย!!!”ธิดาจากสกุลเว่ย พยายามร้องขอความช่วยเหลือจากด้านนอกอย่างสุดชีวิตแต่ดูเหมือนบ่าวที่เฝ้าอยู่นอกห้องจะรู้เห็นเป็นใจกับมือสังหารด้วยเพราะถูกหวังฮองเฮาส่งมากำจัดพระชายารัชทายาท

“ร้องไปเถอะ! ไม่ว่าจะพยายามร้องขอชีวิตอย่างไรก็ตาม ชีวิตของเจ้าจะต้องจบลงเดี๋ยวนี้! อย่าหวังว่าพวกสกุลเว่ยจะได้ครอบครองทุกสิ่ง เพราะข้าจะไม่มีวันให้เป็นเช่นนั้น ชีวิตของเจ้าต้องจบลงก็เพราะดันถูกเลือกให้เป็นพระชายารัชทายาท ด้วยเหตุนี้เจ้าจึงต้องตายสถานเดียว”เสียงคำรามลั่นดังอยู่เหนือร่างที่กำลังคร่อมพระชายารัชทายาทเอาไว้อยู่ในขณะนั้น

อู้วววว!!! เสียงอู้อี้เอ็ดอึงอยู่ใต้หมอนดังอยู่ชั่วขณะ ร่างที่พยายามดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตรอดต่อไปค่อยๆ สงบลงไร้เรี่ยวแรงต่อต้านและขัดขืนอีกต่อไปก่อนจะเริ่มหยุดการเคลื่อนไหวและนิ่งสนิทในเวลาต่อมาพร้อมลมหายใจที่หลุดลอยออกจากร่าง

รอยแสยะยิ้มเหยียดปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมือสังหารที่แอบแฝงเข้ามาในจวนราชครูเพื่อทำการใหญ่ครั้งนี้ และชีวิตของธิดาสกุลเว่ยก็ถูกสังหารเป็นผลสำเร็จ เพื่อสกัดกั้นไม่ให้นางก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งพระชายารัชทายาทและเพื่อไม่ให้สกุลเว่ยได้ครอบครองกำลังทหารอีกครึ่งของแผ่นดิน

ร่างใหญ่ของบุรุษที่ปลอมตนอยู่ในร่างของสตรี แฝงตัวเข้ามาเป็นบ่าวรับใช้ที่คอยดูแลเรือนนอนของธิดาสกุลเว่ย ค่อยๆ ยกหมอนที่นางใช้หนุนศีรษะออกจากใบหน้า เผยให้เห็นใบหน้าของธิดาจากสกุลเว่ย มีสภาพดวงตาทั้งสองข้างเบิกค้างอยู่เช่นนั้น ร่างของนางแน่นิ่งไม่ไหวติงแต่ดวงตาของนางจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของมือสังหาร

พรึบ! เปลือกตาถูกมือหนาลูบลงเพื่อให้ปิดสนิท ก่อนจะจัดแจงศพให้อยู่ในท่านอนปกติ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับนางให้สาเหตุของการเสียชีวิตมาจากการนอนหลับและสิ้นลมหายใจไปเอง เพื่อตัดปัญหาที่จะมีการสืบค้นสาเหตุของการตายธิดาของสกุลเว่ย

หากลงมือสังหารโดยใช้อาวุธจะต้องล่วงรู้ทันทีว่ามีผู้ขัดขวางไม่ให้มีพิธีอภิเษกสมรสเกิดขึ้น หรือถ้าใช้ยาพิษในทุกรูปแบบ แน่นอนว่าหมอหลวงก็ต้องตรวจพบซึ่งรัชทายาทโจวหยางเย่ว ไม่มีทางปล่อยให้ผู้ใดลอยนวลเอาไว้อย่างแน่นอน

รัชทายาทหนุ่มจะต้องลากคอผู้ลอบปลงพระชนม์พระชายาของพระองค์นำมาสังหารให้ตายตกไปตามกันอย่างไม่ต้องสงสัยเพราะธิดาจากสกุลเว่ยเป็นสตรีเพียงหนึ่งเดียวที่ได้ครอบครองหัวใจโจวหยางเย่วไปทั้งหมด

แม้ว่าจะเคยพานพบหน้าเมื่อห้าปีก่อน แต่นางกลับทำให้องค์ชายรัชทายาทซึ่งในขณะนั้นพระชนมายุเพียงแค่ 15 ชันษาและธิดาจากสกุลเว่ยในเวลานั้นมีอายุเพียงแค่ 11 ปีเท่านั้น แต่นางกลับสามารถเข้าไปอยู่ในหัวใจของพระองค์นับตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบกัน

มือสังหารในร่างของบ่าวรับใช้แต่งกายเป็นหญิง รีบจัดวางร่างอันไร้วิญญาณของพระชายารัชทายาทให้อยู่ในท่านอนหงายและดูเหมือนว่านางกำลังหลับใหลสนิทบนเตียงนอนของตัวเอง

ผ้าห่มนำมาคลุมกายอย่างมิดชิดจนถึงหน้าอกพร้อมดึงผ้าปูฟูกนอนให้แน่นตึงเหมือนเดิม ก่อนจะรีบปลดผ้าม่านทั้งสองข้างปิดบังร่างอันไร้วิญญาณนั้นพร้อมส่งสัญญาณให้บ่าวที่ยืนเฝ้าอยู่นอกห้องได้ล่วงรู้

กรู้วววว!!! กรู้ววววว! กรู้วววว!!! เสียงนกส่งสัญญาญติดต่อกันสามครั้งเป็นการแจ้งข่าวว่างานลุล่วงเป็นผลสำเร็จ รอยแสยะยิ้มเหยียดปรากฏขึ้นบนใบหน้าของบ่าวรับใช้ที่คอยยืนเฝ้ายามอยู่ภายในบริเวณนั้นครั้นได้ยินสัญญาณดังกล่าว

บรรดาบ่าวรับใช้ซึ่งล้วนแล้วแต่ถูกหวังฮองเฮาซื้อตัวเอาไว้แล้วทั้งสิ้น ต่างพากันเมินเฉยไม่สนใจร่างของมือสังหารที่กำลังก้าวออกมาจากห้องนอนของพระชายารัชทายาทก่อนจะหลบหนีออกไปจากจวนราชครูอย่างลอยนวลเพื่อกลับไปรายงานให้หวังฮองเฮาได้ทรงทราบผลของการสังหารในครั้งนี้

ตอน 3

หอดวงดาว

ร่างอรชรของเจ้าหอแห่งดวงดาว นามว่าเว่ยหลินหลางในวัย 17 ปีกำลังนั่งเข้าญาณอยู่ภายในห้องพระจันทร์เสี้ยวซึ่งสร้างยื่นออกไปจากขอบหน้าผา เบื้องล่างคือหุบเหวมรณะ เบื้องบนเปิดกว้างไร้หลังคาบดบังเพื่อให้เจ้าหอคำณวนวิถีแห่งดวงดาวคือท้องฟ้าในยามราตรีเต็มไปด้วยหมู่ดาวนับหมื่นล้านดวงทอแสงระยิบระยับเต็มแผ่นฟ้าไปหมด ยอดเขาเทียนเหมินซานสูงเสียดฟ้าประหนึ่งประตูสวรรค์น้อยคนยิ่งนักที่จะล่วงล้ำเข้าเขตแดนนี้ได้

ท่ามกลางขุนเขาสูงของเทือกเขาเทียนเหมินซาน กลางหุบเหวลึกเป็นที่ตั้งของหอดวงดาวอันเป็นขุมคลังของความรู้ที่รวมตำราโบราณมาตั้งแต่ยุคสร้างแผ่นดิน ล้วนเก็บรักษาเอาไว้อยู่ในสถานที่เป็นความลับสุดยอดไม่อาจเปิดเผยให้ผู้ใดล่วงรู้ได้ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นล่วงรู้ที่ตั้งหอดวงดาวแห่งนี้ ศูนย์รวมแห่งพลังหยินหยางก่อกำเนิดตำรายาลับมากมาย รวมไปถึงสูตรยาอายุวัฒนะก็อยู่รวมภายในนี้เช่นกัน

ท้องฟ้าเบื้องบนในยามนี้เต็มไปด้วยดวงดาวมากมายนับหมื่นล้านดวง ต่างกำลังแข่งขันเปล่งแสงสุกสกาวออกมาอย่างเต็มที่กลับปรากฏ หนึ่งในดวงดาวเหล่านั้นที่เปล่งแสงเจิดจ้าอยู่ดีๆ พลันดับวูบลงไปอย่างไม่รู้สาเหตุและร่วงหล่นตกลงจากฟากฟ้าลงสู่พื้นเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว

พรึบ!!!! เปลือกตาที่กำลังปิดสนิทอยู่ในขณะนั้นเปิดขึ้นทันที ใบหน้างดงามเฉิดฉายบ่งบอกถึงความตกใจสุดขีดกับสิ่งที่นางสัมผัสได้ทางญาณ พร้อมแหงนหน้ามองท้องฟ้าเบื้องบนซึ่งดวงดาวกำลังร่วงหล่นจากแผ่นฟ้าอยู่ในขณะนั้น ไร้สิ้นแสงสว่างเจิดจ้าไปชั่วนิรันดร์

“หลิงเอ๋อ!”เว่ยหลินหลางเรียกชื่อของน้องสาวฝาแฝดออกมาทันใด ร่างงามลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วเฝ้าจับจ้องดวงดาวที่ร่วงหล่นลงมาจากฟ้าก่อนจะแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ

ไม่!!! เสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจอย่างสุดขีดเมื่อเห็นดาวประจำตัวของเว่ยหลิงเหลียนแตกดับไปต่อหน้าต่อตาเช่นนั้น ก่อนจะเหลือบสายตาไปที่ดาวประจำตัวของเว่ยอี้ก็กำลังเริ่มอ่อนแสงลงไปด้วยเช่นกัน

“แย่แล้ว! ดาวประจำตัวของท่านพ่อเหตุใดจึงกลายเป็นเช่นนั้น นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของข้ากันแน่!”เว่ยหลินหลาง กล่าวได้เพียงแค่นั้นญาณหยั่งรู้อนาคตปรากฏขึ้นมาโดยพลัน

ภาพใบหน้าอันงดงามของสตรีสูงศักดิ์นางหนึ่งปรากฏขึ้นมาทันใด รอยแสยะยิ้มเหยียดมาพร้อมกับเสียงหัวเราะหวีดหวิวเต็มไปด้วยความอำมหิตและเหี้ยมเกรียม พร้อมร่างอันไร้วิญญาณมากมายนอนตายเกลื่อนกลาด

ทั่วทั้งแผ่นดินเต็มไปด้วยหยาดโลหิตแดงฉานไหลเนืองนอง และภาพบุรุษผู้สูงศักดิ์แต่กลับไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียวแต่มีสองคนหนึ่งในนั้น เป็นดวงดาวจักรพรรดิและอีกหนึ่งเป็นดวงดาวแห่งหายนะ! และที่สำคัญนางเห็นตัวเองยืนอยู่ท่ามกลางบุรุษทั้งสองที่กำลังเผชิญหน้ากันอยู่ในขณะนั้น

พรึบ! ญาณหยั่งรู้อนาคตดับวูบลงไปโดยพลันพร้อมชื่อของใครบางคนดังออกมาจากปากของนางทันที

“ลี่หยาง!”เจ้าหอแห่งดวงดาวเอ่ยชื่อดังกล่าวออกมาทันที ดวงตาเต็มไปด้วยอาการตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด

 “แผ่นดินต้าโจวกำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และตระกูลของข้าจะพานพบเรื่องเลวร้ายแต่เป็นเรื่องอะไร เหตุใดข้าจึงมองเห็นตัวเองอยู่ในสถานที่เช่นนั้นหรือว่า....”เว่ยหลินหลางเอ่ยได้เพียงเท่านั้น

ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อท้องฟ้าเบื้องบน มีบางอย่างปรากฏให้นางเห็นเพียงผู้เดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นประโยคจากลิขิตสวรรค์ที่ทำเอานางถึงกับยืนอึ้งไปทันที

บัลลังก์หงส์ถึงกาลวิบัติเมื่อผู้มาจากดวงดาวปรากฏตัวและจบสิ้นลงด้วยน้ำมือของดาวจักรพรรดิ

ทันทีที่อ่านประโยคดังกล่าวจากสวรรค์จบลง เว่ยหลินหลางหันกายกลับเดินออกไปจากห้องพระจันทร์เสี้ยวอย่างรวดเร็วก่อนจะหยุดลงเมื่อมาถึงตรงหน้าประตู

“ตามผู้คุมกฎทั้งเก้ามาพบข้าที่นี่เดี๋ยวนี้!”นางสั่งการออกไป

“ขอรับ”เสียงเวรยามหน้าประตูขานรับอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางใบหน้าและแววตาของเจ้าหอคนงามเต็มไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด

ในเวลาต่อมา

ผู้คุมกฎทั้งเก้าต่างมาปรากฏตัวที่หอคอยดวงดาวกันอย่างพร้อมเพรียงตามคำสั่งของเจ้าสำนักคนปัจจุบัน พร้อมเสียงของผู้คุมกฎซึ่งอาวุโสสูงที่สุดเอ่ยขึ้นมาทันที เมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากเว่ยหลินหลางจบลง

“อะไรนะ! เจ้าหอต้องการลงจากเขาเพื่อเดินทางไปเมืองหลวงอย่างนั้นเหรอ! ไม่ได้นะ! ทำเช่นนั้นไม่ได้อย่างเด็ดขาดหาไม่แล้วชะตาของท่านจะต้องพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือไปอย่างสิ้นเชิง ซ้ำร้ายเจ้าสำนักหอดวงดาวทุกรุ่นไม่เคยย่างกายออกจากสถานที่แห่งนี้ก่อนอายุ 20 ปีเลย เพราะทันทีที่ย่างก้าวออกไปนอกจากจะทำให้ชะตาแปรเปลี่ยน อายุขัยจะลดลงไปถึงครึ่งหนึ่งเลยเชียวนะ”ผู้คุมกฎซึ่งอาวุโสสูงสุดกล่าวเตือนด้วยความห่วงใย พร้อมเสียงของผู้คุมกฎคนอื่นๆ ต่างคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน

“เจ้าหอได้โปรดเปลี่ยนใจเถิด ท่านเป็นผู้หยั่งรู้อนาคตทั่วผืนแผ่นดินนี้ไม่มีสิ่งใดที่ท่านไม่รู้ หากก้าวออกจากหอดวงดาวจะประสบชะตากรรมร้ายกับท่านจะทำเช่นไร หอดวงดาวแห่งนี้ขาดไร้เจ้าสำนักไม่ได้ ท่านคือความภาคภูมิใจของพวกข้าทั้งหมดที่เลี้ยงท่านมาตั้งแต่เกิดเลยนะ”เสียงคัดค้านของผู้คุมกฎซึ่งเป็นสตรีหนึ่งในผู้เลี้ยงดูเจ้าหอคนงามเอ่ยแทรกขึ้นอย่างไม่เห็นด้วย

ท่ามกลางเสียงเอ็ดอึงกันอย่างถ้วนหน้าต่างพากันทัดทานเว่ยหลินหลางอย่างสุดกำลัง นางล่วงรู้ดีว่าผู้คุมกฎไม่เห็นด้วยในการออกจากหอดสงดาวก่อนอายุครบ 20 ปีของนางในครั้งนี้

“เรื่องนั้นข้าล่วงรู้เป็นอย่างดีผู้อาวุโสทั้งหลาย แต่จำเป็นต้องไปเพราะนี่คือลิขิตแห่งสวรรค์!”เว่ยหลินหลางอธิบายกลับไป

“อะไรนะ!”ผู้คุมกฎทั้งเก้าต่างพูดออกมาพร้อมกันเมื่อได้ยินเช่นนั้น

ใบหน้างดงามพยักขึ้นลงติดต่อกันเป็นการยืนยันคำกล่าวของนาง ซึ่งทำให้ผู้คุมกฎทั้งเก้าได้แต่ยืนเงียบงันไปตามๆ กัน

“เหตุใดสวรรค์จึงลิขิตออกมาเช่นนี้ ตั้งแต่หอดวงดาวก่อตั้งมานานนับพันปีเป็นเจ้าหอคนแรกที่ต้องออกจากหอดวงดาวก่อนอายุ 20 ปี สวรรค์ต้องการอะไรจากท่านกันแน่ ไม่ง่ายเลยที่จะปรากฏผู้หยั่งรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้เช่นนี้”ผู้คุมกฎอาวุโสสูงสุดกล่าวพร้อมถอนหายใจออกมาอย่างแรง

“คาดว่าสวรรค์ต้องการให้ข้าออกจากหอดวงดาวเพื่อไปทำตามลิขิตของสวรรค์เบื้องบน มีเพียงข้าผู้เดียวเท่านั้นที่จะต้องลงมือ ผู้อาวุโสหลงลืมไปแล้วหรือว่า ข้าเกิดมาพร้อมกับดวงชะตาล้มบัลลังก์หงส์ของแผ่นดินต้าโจว และนี่คงจะถึงเวลาแล้ว”

คำกล่าวของเว่ยหลินหลางแม้จะสร้างความกังวลใจให้แก่ผู้คุมกฎทั้งเก้าก็ตาม แต่ก็มิอาจฝืนโชคชะตาและลิขิตของสวรรค์นี้ได้แม้แต่น้อย จำต้องยอมรับในการออกจากหอดวงดาวของเจ้าสำนักคนปัจจุบันนี้แต่โดยดี

“เมื่อเป็นเช่นนั้นพวกข้าทั้งหมดก็ไม่อาจเหนี่ยวรั้งเอาไว้ได้ เพราะลิขิตของสวรรค์ยากที่ผู้ใดฝ่าฝืนแม้ว่าการออกจากหอดวงดาวก่อนอายุครบ 20 ปีจะส่งผลต่อตัวท่านเป็นอย่างมากก็ตาม ก็ขอให้ท่านเจ้าหอเดินทางอย่างปลอดภัยถ้าจะให้ดีนำสิ่งที่สามารถปกป้องชีวิตให้พ้นภัยร้ายไปด้วยจะดีมาก วรยุทธ์ของท่านก็ยังอ่อนด้อยยากนักที่จะต่อกรกับผู้ใดได้”เหล่าผู้คุมกฎกล่าวแนะนำ

“ขอบคุณท่านอาวุโสทั้งเก้าที่เข้าใจ ข้าจะนำมุกวิเศษและเทียนอธิษฐานนำติดตัวไปเพียงสองสิ่งเท่านั้น ขอได้โปรดวางใจเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยข้าจะกลับคืนสู่หอดวงดาวเช่นเดิม ในระหว่างนี้เว่ยหลินหลางขอฝากหอดวงดาวให้แก่ผู้อาวุโสทุกท่านช่วยดูแลไปพลางก่อน”เจ้าหอคนงามพูดพร้อมยกสองมือเรียวงามประสานเข้าหากัน ก้มศีรษะคำนับคารวะผู้คุมกฎทั้งเก้าที่ยืนมองด้วยความเป็นห่วงมิรู้คลาย

ผู้คุมกฎทั้งเก้าคนต่างเริ่มปรากฏรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้า เมื่อล่วงรู้ว่าเจ้าหอนำสิ่งใดติดตัวไปด้วย ทั้งหมดต่างยกมือประสานเข้าหากันรับการคารวะจากเจ้าหอคนปัจจุบันเช่นเดียวกัน พร้อมเสียงของเว่ยหลินหลางดังกึกก้องขึ้น

“ปิดหอคอยดวงดาว!”เสียงของนางสั่งการออกไปทันที

“ขอรับ!”ทุกชีวิตที่คอยดูแลหอดวงดาวขานรับพร้อมเพรียง

แอดดดด!!! ห้องพระจันทร์เสี้ยวสำหรับเจ้าหอแห่งดวงดาวเริ่มปิดตัวลงอย่างช้าๆ พร้อมร่างของเจ้าหอแห่งดวงดาวเดินนำหน้าออกจากหอคอย โดยมีผู้คุมกฎทั้งเก้าเดินตามหลังมาติดๆ

ปัง!!! ประตูทางเข้าของหอคอยที่จะขึ้นไปบนยอดเขาซึ่งมีห้องพระจันทร์เสี้ยวอยู่บนนั้นถูกปิดผนึกลงด้วยเช่นกัน พร้อมผนึกด้วยค่ายกลดวงดาว

ครืนนนน!!! ค่ายกลดวงดาวปิดผนึกลงอย่างแน่นหนาจนทั่วทั้งหอคอยสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปหมด และจะไม่มีผู้ใดสามารถเปิดหอคอยดังกล่าวนี้ได้อีกต่อไป นอกเสียจากเจ้าหอแห่งดวงดาวเพียงผู้เดียวเท่านั้น ด้วยภายในนั้นเต็มไปด้วยตำราศักดิสิทธิ์และสิ่งวิเศษของแผ่นดินที่เล่าขานในตำนานเก็บรักษาอยู่ภายในนั้น

พรึบ! เปลวเพลิงสีส้มแสดปะทุขึ้นมาจากเทียนอธิษฐานเมื่อถูกจุดขึ้นมาจากการร่ายคาถากำกับ

“เจ้าหอจะออกเดินทางเดี๋ยวนี้เลยเหรอ อีกหนึ่งชั่วยามฟ้าก็จะสางแล้ว”เสียงของหนึ่งในผู้คุมกฎเอ่ยถามกลับไปเมื่อเห็นเจ้าหอแห่งดวงดาวจุดเทียนอธิษฐานขึ้นเพื่อนำนางกลับไปเมืองหลวงภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูปจากที่จะต้องเดินทางนานนับแรมเดือนเลยทีเดียว

“ข้าไม่อาจรั้งรอได้เพราะนี้คือเหตุเร่งด่วน จึงจำเป็นต้องใช้เทียนอธิษฐานนี้พาข้ากลับไปที่จวนราชครูภายในวันนี้ให้ได้ ขอผู้อาวุโสทุกท่านอย่าได้เป็นห่วง”

เว่ยหลินหลางตอบผู้คุมกฎทั้งเก้ากลับไป ก่อนจะออกเดินทางลงจากเขาเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปีตั้งแต่นางเกิดและเติบโตมาจากที่นี่ บรรดาผู้คุมกฎทั้งเก้าและลูกศิษย์ของหอดวงดาวต่างเฝ้ายืนมองเจ้าสำนักดวงดาวลงจากเขาไปโดยถือเทียนอธิษฐานอยู่ในมือท่ามกลางแสงอาทิตย์กำลังโผล่พ้นจากขอบฟ้า

ร่างระหงของเว่ยหลินหลางสวมอาภรณ์ขาวลออตา ค่อยๆ เดินลงจากเขาไปอย่างช้าๆ เพียงลำพังก่อนจะเลือนหายไปเพียงชั่วพริบตา

“อีกนานเท่าใดหนอเจ้าหอจะได้หวนคืนกลับมาที่หอดวงดาว ลงจากเขาก่อนอายุจะครบ 20 ปีเช่นนี้ เจ้าหอจะประสบกับชะตาที่พลิกผันอย่างไรก็ไม่รู้ และจะผ่านพ้นไปได้หรือไม่”เสียงของหนึ่งในผู้คุมกฎอาวุโสสูงที่สุดเอ่ยขึ้นด้วยความกังวล

“เจ้าหอหยั่งรู้ฟ้าดิน นางน่าจะล่วงรู้ว่าชะตาเบื้องหน้าจะต้องประสบกับอะไรบ้างหรอกนะ ท่านกังวลมากจนเกินไปหรือเปล่า”เสียงของหนึ่งในผู้คุมกฎแสดงความคิดเห็นออกมา

ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยส่ายไปมาติดต่อกันเมื่อได้ยินหนึ่งในผู้คุมกฎกล่าวออกมาเช่นนั้น

“นางหยั่งรู้ฟ้าดินของผู้อื่น แต่ในทางกลับกันนางไม่อาจญาณหยั่งรู้โชคชะตาของตัวเอง ลิขิตสวรรค์ไม่ได้ให้มาครบทุกสิ่งอย่างหรอกนะ นางจะรอดพ้นหรือไม่ขึ้นอยู่กับการกระทำของตัวเองและสถานการณ์ที่บีบบังคับ อย่าลืมสิว่าเจ้าหอเพิ่งจะมีอายุ 17 ปีเท่านั้น นางยังเยาว์และด้วยวัยเพียงเท่านี้ต้องมารับภาระอันยิ่งใหญ่คอยปกป้องและดูแลหอดวงดาวแห่งนี้”ผู้อาวุโสสูงสุดหรือที่เรียกขานกันภายในหอดวงดาวว่าท่านลุงใหญ่กล่าวพลางถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงพร้อมเอ่ยขึ้น

“ความคิดความอ่านของนางอาจจะโตกว่าอายุจริงแต่นางไม่ใช่ผู้ทรงศีลหรือบำเพ็ญตนเพื่อประพฤติเป็นเซียน บางวันยังวิ่งเล่นเป็นเด็กเล็กๆ ก็ยังเห็นอยู่เลย ดังนั้นขึ้นชื่อว่าสตรีย่อมที่จะมีอารมณ์อ่อนไหวด้วยกันทั้งสิ้น อีกทั้งการออกจากหอดวงดาวในครั้งนี้ล้วนเป็นลิขิตของสวรรค์ที่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น”

ผู้คุมกฎอาวุโสที่สุดอธิบายออกมาพลางทอดถอนหายใจออกมาอย่างแรงอีกเป็นครั้งที่สองด้วยไม่อยากคิดเลยว่า เจ้าหอแห่งดวงดาวจะพานพบสิ่งใดที่จะเกิดขึ้นในชีวิตของนางบ้าง

และนั่นทำให้ผู้คุมกฎที่เหลือได้แต่ยืนฟังอย่างเงียบๆ ไม่ปริปากกล่าวสิ่งใดออกมาอีก ทำได้แต่เพียงภาวนาให้เรื่องร้ายกลับกลายเป็นเรื่องดีเพื่อเจ้าหอคนงามจะได้กลับคืนหอดวงดาวดั่งเดิม

พระราชวังหลวง

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED