ตอน 2

บ้านกนกนาราย บ้านผู้ดีสกุลเก่าแก่สมัยรัชกาลที่ห้า หากแต่เค้าโครงของความมั่งคั่งเหลือแค่บ้านหลังงามที่ข้างในกลวงโบ๋ ของล้ำค่าหรูหราถูกแปลงเป็นเงินมาจุนเจือรักษาหน้าตาทางสังคม แต่ก็ยังหลงเหลือของลอกเลียนแบบที่สั่งทำพิเศษมาประดับประดาให้บ้านดูหรูหราดังเดิม เพราะความจมไม่ลงของเจ้าของบ้าน

ศยามล กนกนาราย นางแบบสาวหัวสูงขาเหวี่ยงของวงการ ลูกสาวเพียงคนเดียวบ้านต้องโมโหอีกรอบ หลังจากที่เพิ่งสงบไปได้ไม่ถึงชั่วโมงจากสนามบิน หญิงสาวเต้นเร่าอย่างขัดใจ

เมื่อผู้เป็นมารดายื่นคำขาดให้เธอแต่งงานกับนายหัวเมืองใต้หลังจากที่เธอกลับมาบ้านไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ผู้ชายที่เธอไม่เคยรู้จักแม้แต่ชื่อ คำว่านายหัวเมืองใต้ในความคิดของเธอก็คงเป็นผู้ชายอ้วนล่ำตัวดำ ที่สำคัญต้องเหงื่อโทรมกายตัวเหม็นเหงื่อ

“แม่จะให้แกแต่งงาน”

“อะไรนะคะ” หญิงสาวถามเสียงสูง ตลอดเวลาที่เกิดมาเป็นแม่เป็นลูก เธอไม่เคยถูกใครขัดใจ แม้กระทั่งมารดาที่กำลังยื่นคำขาดกับเธอตอนนี้

“แกฟังไม่ผิดหรอก ฉันจะให้แกแต่งงานกับนายหัวเจ้าของสวนปาล์มที่ภาคใต้” คนเป็นแม่พยายามบอกอย่างใจเย็น

ศยามลจ้องหน้ามารดาอย่างไม่พอใจ เป็นเรื่องปกติที่จะเห็นสายตาของเธอแบบนี้ หากไม่พอใจใครสักคน หากแต่เห็นแววตาจริงจังของมารดา เธอก็ไม่กล้าทำตัวเยอะกว่าเดิม น้ำเสียงอ่อนลงแต่ยังยื่นคำขาด

“หนูไม่แต่งเด็ดขาด นายบ้านนอกนั่นจะดูแย่แค่ไหน คุณแม่จะยอมให้หนูไปตกนรกอยู่ในสวนเมืองใต้อย่างนั้นหรือคะ คุณแม่กำลังคิดอะไรอยู่”

“แต่เขารวยมาก มีเงินเป็นพันๆ ล้าน ใช้เป็นชาติก็ไม่หมด”

“หนูไม่สน เราก็ออกจะรวย กินใช้ทั้งชาติก็ไม่มีวันหมด” หญิงสาวยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ

“แต่แกต้องแต่ง” คราวนี้มารดาย้ำหนักยื่นคำขาดเสียงแข็งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“ไม่ค่ะ” หญิงสาวหันมาจ้องตามารดาไม่ลดละ คนเป็นแม่เริ่มเกิดอารมณ์ทั้งที่นางเป็นคนใจเย็นและเป็นฝ่ายยอมทุกครั้ง

“แต่ฉันทนเห็นแกเที่ยวทุกคืน มั่วผู้ชายไม่เลือกอย่างนี้ต่อไปไม่ไหว ไอ้พวกผู้ชายกุ๊ยๆ นายแบบที่แกควงอยู่ก็ไม่มีแววที่จะเลี้ยงแกให้สุขสบายได้สักคน”

“ไม่เห็นจำเป็น...หนูรวย เลี้ยงพวกเขาได้” หญิงสาวตอบโดยไม่ต้องคิด

สิ่งที่หลุดออกจากปากของลูกสาวทำคนเป็นแม่แทบล้มทั้งยืน นางเซหาที่พิงก่อนจะเลื่อนตัวลงนั่งบนโซฟา ควานหายาดมในกระเป๋ามาเปิดดมเรียกความรู้สึกกลับมา ความคิดของลูกสาวที่สะท้อนกลับมาก็เห็นความหายนะอยู่รำไร หากนางไม่ทำอะไรสักอย่าง

ศยามลหันกลับมาถามมารดาอีกครั้งหลังจากที่นางเงียบไป

“แม่ไม่มีอะไรอีกใช่มั้ย หนูเดินทางมาเหนื่อยๆ อยากพักผ่อน” หญิงสาวถามมารดาแต่กลับไม่รอคำตอบ เดินลงส้นขึ้นบันไดไป ปากก็ตะโกนเรียกหาหญิงสาวอีกคนที่เอาของเจ้านายไปเก็บแล้วลงมาหายายในครัวตามความเคยชิน

“พลอย นังพลอย! ตามขึ้นไปผสมน้ำอุ่นให้ฉันแช่ด้วย”

“ค่ะ” พลอยขวัญขานรับจากหลังครัวที่เธอเพิ่งเดินเข้าไปช่วยยายหลังกลับมาพร้อมหญิงสาวลูกเจ้าของบ้าน เธอรีบวางมือจากงานทุกอย่างที่ค้างอยู่ แล้วรีบตามขึ้นไป ขืนให้ศยามลต้องเรียกซ้ำครั้งที่สอง ทุกคนในบ้านจะรู้ดีว่าสงครามกลางบ้านจะเกิด ทุกอย่างที่อยู่ใกล้มือจะพังราบเป็นหน้ากลอง

คนเป็นมารดาได้แต่มองตามอย่างทอดถอนใจ หลังจากสามีเสีย นางก็ขนของเก่ามาขายกินเกือบหมดบ้าน โดยที่ลูกสาวไม่มีโอกาสรับรู้ว่าเงินที่เธอใช้เป็นเบี้ย คนเป็นแม่อย่างนางต้องหามาอย่างไรบ้าง

พลอย หรือพลอยขวัญ เพียงเกตุ หลานสาวแม่พร แม่ครัวเก่าแก่ของบ้าน หม่อมหลวงสราลี กนกนาราย ส่งเสียให้เรียนจบปริญญาตรีเพราะหวังให้เธอไปดูแลรับใช้ลูกสาว นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ศยามลกดขี่และล้ำเลิกบุญคุณกับพลอยขวัญทุกครั้งที่ต้องการให้เธอทำอะไรผิดจากเดิมที่เคยทำ

คฤหาสน์สมิธในเวลาเดียวกัน

“อะไรนะ! แต่งงานงั้นหรือ” ทันทีที่ก้าวเข้ามาในบ้านชายหนุ่มก็ได้รับข่าวจากมารดา

“ก็ใช่น่ะสิ...อายุแกปาเข้าไปเท่าไรแล้ว ถ้าอยากอยู่ในสวนในไร่ฉันก็ยอมแล้ว แต่ฉันทนเห็นแกเหมือนซากศพตายซากไร้หัวใจต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว”

“ผมไม่แต่ง แล้วแม่ก็ไม่มีสิทธิ์บังคับผม จัดการเรื่องเอกสารคุณตาเสร็จผมจะกลับใต้เลย มีงานที่ต้องจัดการเยอะแยะ ผลผลิตปาล์มกำลังออกด้วย” ชายหนุ่มบอกธุระสำคัญของตัวเอง ธุระที่สามารถพาตัวเขาขึ้นมากรุงเทพได้ ทั้งที่เขาเกลียดการกลับมากรุงเทพที่สุด

“แต่แกต้องแต่ง ฉันจะจัดงานหมั้นให้ก่อน งานแต่งค่อยจัดอีกที” คนเป็นแม่ยื่นคำขาด

“ผมจะกลับตรังเดี๋ยวนี้” ชายหนุ่มขยับตัวลุก หยิบเสื้อคลุมกับกระเป๋าเป้ที่เพิ่งวางลงบนโซฟาหันหลังเดินออกไป หากแต่เสียงของมารดาก็แทรกขัดขึ้นมาเสียก่อน

“ถ้าแกก้าวออกจากบ้านไปตอนนี้ อย่ามาเรียกฉันว่าแม่อีก”

ชายหนุ่มหันกลับมามองมารดา

“แม่จะพาผมลงไปในนรกอีกทำไม ผู้หญิงเมืองกรุงก็เหมือนกันทุกคน ไม่มีใครทนลำบากได้หรอก” เขาบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลง ไม่มีเหตุผลที่ต้องเอาชนะคะคานต่อไป

“แกแค่เปิดใจรับอีกสักครั้ง แม่ขอร้องละ แม่ทนเห็นแกอยู่แบบไร้หัวใจอีกต่อไปไม่ได้”

“แต่ผมมีความสุขดี” ชายหนุ่มค้าน

“เอาเป็นว่าพักผ่อนให้สบาย รอเจอน้องเขาก่อน แม่นัดเอาไว้แล้ว ถือว่าแม่ขอก็แล้วกัน หัวหงอกแล้วอย่าให้เสียผู้ใหญ่ที่คุยกันไว้” คนเป็นแม่ต่อรอง

ที่จริงใช่ว่านางอยากบังคับลูก แต่นางก็ทนเห็นลูกชายอยู่แบบไร้หัวใจไปวันๆ ไม่ได้ ห้าปีทำให้เขาคล้ายโจรป่าเข้าไปทุกที ทั้งดุดันห้าวหาญ อีกทั้งปล่อยเนื้อปล่อยตัวหนวดเครารุงรัง ถึงแม้ว่าเขาจะดูแลรูปร่างเป็นอย่างดีก็ตาม

ชายหนุ่มพยักหน้าแบบขอไปที แล้วค่อยหาทางหนีทีไล่ทีหลัง ก่อนที่จะขอตัวขึ้นห้องไปพักผ่อนแต่ยังไม่ทันได้เดินถึงข้างบน ก็เจอน้องชายเดินสวนลงมาเสียก่อน

“กลับมาแล้วหรือครับพี่” กริชทักพี่ชาย

ตอน 3

“เออดิ!” กรินพยักหน้าแกนๆ เดินสวนขึ้นบ้านไป ไม่สนใจสภาพแวดล้อมของบ้าน คนเป็นน้องตัดสินใจเดินตามขึ้นไปด้วย น้อยครั้งที่เขาจะมีโอกาสได้คุยกับพี่ชาย

“ตอนแรกผมคิดว่าต้องลงใต้ไปตามพี่เองเสียอีก”

“ทำไมต้องลงไปตาม” กรินหันมาถามน้องชายเสียงเข้ม

“ก็...” คนเป็นน้องเริ่มติดอ่าง

นายหัวหนุ่มยกมือชี้หน้าน้องชายคาดโทษ “นายรู้เรื่องนี้แต่ไม่ยอมบอกฉันสักคำ มันน่าตัดพี่ตัดน้องไหมละ”

กริชยิ้มแหย “ขอโทษครับพี่ แม่คาดโทษผมเอาไว้เหมือนกัน”

“ให้มันได้อย่างนี้สิน่า” นายหัวหนุ่มสบถ

“ลืมๆ บ้าง แต่ไหนๆ ก็มาแล้ว” ชายหนุ่มบีบบ่าพี่ชาย

“ฉันจะไม่ยอมเด็ดขาด”

“แม่ก็คงไม่ยอมเหมือนกัน”

“ถ้ารู้อย่างนี้...ฉันก็ไม่มีวันขึ้นมาหรอก”

“ผมขอนะครับพี่ อยู่รอน้องเขาก่อน บางทีทางโน้นอาจจะเป็นฝ่ายปฏิเสธพี่เองก็ได้”

“นี่แม่สั่งให้แกมากล่อมฉันอีกทีใช่ไหม เข้ากันเป็นคณะกลองยาวเลย” เขาตำหนิติดตลก

“เปล่า ผมแค่เห็นด้วยกับแม่ พี่จะอยู่แบบซังกะตายอย่างนี้ไปถึงเมื่อไร”

“เรื่องนั้นแกไม่ต้องยุ่งหรอก ฉันจัดการตัวเองได้ เชิญแกเป็นลูกในโอวาทของแม่คนเดียวเถอะ” กรินบอกน้องชายพร้อมกับปิดประตูห้อง

หลังจากที่น้องชายก้าวพ้นออกจากห้องชายหนุ่มก็เดินไปหยิบโทรศัพท์บ้านเพื่อต่อเข้าเบอร์มือถือของตัวเอง ถึงราคาของเครื่องจะไม่มากมายเท่าไร เครื่องจะล้าหลังไปหลายปี แต่เบอร์ติดต่อที่อยู่ในเครื่องก็สร้างเม็ดเงินให้เขาได้อีกมหาศาลหลายร้อยล้าน

“ไม่มีเสียงตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก” เป็นคำตอบเดิมๆ นับสิบครั้งภายในเวลาหนึ่งชั่วโมงที่เขาพยายามติดต่อหาเบอร์ของตัวเอง ยิ่งนึกถึงผู้หญิงเมืองกรุงหน้าตาดีแต่เหยียดคนอื่นเขาก็ยิ่งโมโห

“อย่าให้ฉันเจออีกนะ...จะจับหักคอจิ้มเกลือให้หายโมโห”

กรี๊ดดด

เกือบเที่ยงคืนของวัน เสียงกรีดร้องของคุณหนูลูกเจ้าของบ้านปลุกทุกคนที่อยู่ในห้วงนิทราตื่น คนที่มีหน้าที่ดูแลเธอสองคนวิ่งเข้าห้องมาพร้อมกัน รวมทั้งหม่อมหลวงสราลีผู้เป็นแม่ด้วย ที่ผ่านมาไม่มีใครรองรับอารมณ์ของศยามลได้นานเท่าพลอยขวัญสักคน เหตุนี้หม่อมหลวงสราลีจึงยอมควักเงินจ่ายค่าเทอมให้พลอยขวัญเรียนจนจบ

ทันทีที่เปิดประตูห้องทั้งสามก็ได้เห็นภาพชินตา มือของศยามลกำลังจิกอยู่ที่ผมของพลอยขวัญระบายความโกรธ หากแต่คนมาใหม่ยังไม่รู้ว่าเรื่องอะไร

“คุณศยา พลอยเจ็บ” หญิงสาวร้องขอศยามลเสียงเบา มือเล็กของเธอกุมมือศยามลไว้อีกที

“แกไม่ต้องมาอ้อนวอนฉัน แกรู้มั้ยกระเป๋าใบนั้นมันราคาเท่าไร ถ้าแกไม่มัวไปอ่อยไอ้กุ๊ยนั่น ของฉันจะหายไปไหม...หา!” ศยามลตวาดลั่น มือก็ออกแรงจิกมากขึ้น

ต้นเหตุของการถูกลงโทษ พลอยขวัญเกิดไปทำกระเป๋าสตางค์หลุยส์ใบเล็กคอเลคชั่นใหม่ของศยามลหายตอนชนกับชายหนุ่มนิรนามในสนามบิน

“อย่าค่ะ...พลอยเจ็บ” หญิงสาวร้องโอดขอความเห็นใจ แม้รู้ว่าลมปากของตัวเองจะไม่ได้ผล แต่เธอก็มีทางเลือกเดียวคืออ้อนวอน

หม่อมหลวงสราลีส่ายหน้าอย่างระอา รู้ว่เป็นเรื่องปกติ และนางเป็นคนเดียวที่พอจะสั่งลูกสาวได้

“เป็นอะไรอีกศยา ปล่อยยัยพลอยก่อน” หม่อมหลวงสราลีร้องห้าม

พลอยขวัญจะต้องนอนหน้าเตียงของศยามลทุกคืนจึงอยู่ในห้องกับเธอ

“ก็นังพลอยน่ะสิคะ ทำกระเป๋าหลุยส์คอลเลคชั่นใหม่ของหนูหาย ถ้าหนูไม่ได้คืนมันโดนถลกหนังแน่” ศยามลตอบมารดา หากแต่มือก็ยังไม่ปล่อยจากผมของพลอยขวัญ

“แม่ว่าปล่อยก่อนดีกว่า จะฆ่านังพลอยให้ตายตอนนี้ก็ไม่ได้ของคืน แม่จะซื้อคืนให้ก่อนแล้วหักเงินเดือนมันทีหลัง โอเคมั้ย” หม่อมหลวงสราลีตัดสิน ดึงพลอยขวัญมาหลบด้านหลังของนาง

คนเป็นเจ้าของก็หน้าเง้าไม่ได้ต่างจากเดิมสักนิด แต่คนโดนหักเงินแทบลืมหายใจอ้าปากหวอ กระเป๋าใบเล็กๆ ที่คุณหนูศยามลซื้อโดยไม่ลังเลสักครั้ง หากแต่เป็นเธอ ค่าของมันเท่ากับเงินเดือนของเธอเกือบปีก็ว่าได้ ไหนจะค่ารักษายายที่ต้องจ่ายเกือบทุกเดือนอีก

คำตัดสินที่เธอถูกเอาเปรียบอยู่ร่ำไป แต่ที่ต้องทนก็เพราะคำว่าบุญคุณที่ยายเฝ้าย้ำอยู่ทุกวัน

‘แกได้ดิบได้ดีก็เพราะข้าวแดงแกงร้อนของบ้านนี้ และแกมีหน้าที่ทดแทนบุญคุณและชดใช้คนบ้านนี้แทนแม่ของแก’ คำสั่งย้ำๆ ของยาย คำสั่งที่เธอพยายามถามต่อ แต่ยายก็ไม่เคยปริปากเล่าอะไรต่อ พอเธอถามถึงแม่ก็ต้องโดนดุทุกครั้งไป

“แกไสหัวออกไปจากห้องฉันเลยนังพลอย! ฉันไม่อยากเห็นหน้าแก” ศยามลชี้มือไล่พลอยขวัญที่ยืนผมยุ่งเหยิงหลบหลังหม่อมหลวงสราลีอยู่

พลอยขวัญพยักหน้าน้อยๆ แสดงความเคารพก่อนที่จะเดินเลี่ยงออกไปอย่างเงียบๆ พอก้าวพ้นขอบประตูนึกถึงใบหน้าของคนเดินชนเธอเมื่อเย็นอย่างเข่นเขี้ยว เจอไม่ถึงวันทำเอาเงินเดือนเธอหายไปเกือบปี ไม่ว่าอย่างไรเธอจะต้องตามล่าหาตัวเขาให้พบจนได้

“ต้องเป็นนายแน่นอน นายมันมิจฉาชีพชัดๆ”

เสียงนกการ้องเรียกปลุกคนหลับให้ขยับตื่น แสงแดดตอนสายส่องลอดช่องใบไม้ทักทาย ร่างหนากำยำไร้อาภรณ์ห่อหุ้ม นอนแผ่หราบนฟูกอ่อนนุ่ม แอร์เย็นฉ่ำทำให้เขาหลับสบาย เขาเป็นคนถอดเสื้อผ้านอนจนชิน วันนี้ก็ทำเหมือนอยู่สวนปาล์มที่ตรัง หากแต่ผ้าห่มผืนอุ่นเลื่อนหลุดมาอยู่ที่เอวสอบ เผยมัดกล้ามกำยำแผงอกหนายั่วตาคนมอง

มือของใครบางคนดึงผ้าห่มผืนหนาออกจากตัวของชายหนุ่ม แรงกระตุกฉุดดึงทำให้คนหลับหงุดหงิดเพราะกำลังสบาย แต่ความรู้สึกก็สั่งให้เขาบอกเสียงนุ่ม

“ปะการัง ขอป๊านอนต่อนะคะ หนูไปหายายนอมก่อนนะลูก” ชายหนุ่มคิดว่าเป็นลูกสาว สาวน้อยปะการังเป็นเพียงคนเดียวที่เข้าห้องของเขาได้

หลังจากบอกจบชายหนุ่มก็ซุกหน้าลงบนหมอน ดึงผ้าห่มที่ปิดตัวอยู่คลุมศีรษะ

“แม่เอง” น้ำเสียงเย็นเยียบของคนเป็นแม่ทักขึ้น เสียงนั้นเรียกสติของชายหนุ่มกลับมาอีกครั้ง เขาดึงผ้าออกจากใบหน้า ลืมตาขึ้นมอง พอเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็นใครเขาก็ยกมือขึ้นเหนือศีรษะเหยียดตัวบิดขี้เกียจซักพักแล้วลุกขึ้นจากเตียง ถามมารดาเสียงงัวเงีย

“แม่มีอะไรกับผมแต่เช้า” มือหนาของเขาถูกเจ้าตัวยกขึ้นสางผมให้เข้าที่เข้าทางลวกๆ

คนเป็นแม่คนลมหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนกับสภาพของคนบนเตียง การที่ลูกชายคนโตไปอยู่เมืองใต้ห่างไกลความเจริญและไม่มีคนดูแล เพียงแค่เวลา 5 ปีก็ทำให้ตัวเขาดูแย่ได้ถึงขนาดนี้

“ฉันเอาชุดมาให้ แล้วก็ลุกไปอาบน้ำตัดผมโกนหนวดเสียด้วย วันนี้แกต้องเข้าโรงแรม” คนเป็นแม่บอกความต้องการของตัวเอง

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED