ตอน 3

“ถอดเสื้อ” นางย้ำคำเดิม “หรือเจ้าจะให้ข้าเป็นฝ่ายถอดให้?”

น้ำเสียงของนางเอาจริงเอาจังอย่างที่สุด เด็กหนุ่มใบหน้าเห่อร้อน

“ถอด...ถอดขอรับ” พูดจบ ลั่วซินปลดเชือกผูกเอวและถอดเสื้อด้วยท่าทีเคอะเขิน อีกคนในห้องจ้องทุกการเคลื่อนไหวของเขา เด็กหนุ่มไม่รู้จะทำเช่นไรกับเสื้อที่ถอดแล้ว ได้แต่ถือไว้ในมือ

สายตาของอีกฝ่ายจ้องตรงมายังแผงอก ลั่วซินขยับตัวยุกยิก ไม่กล้าสบตา

ในที่สุดนางก็พูดต่อ

“แผลเป็นนั่น เจ้าได้มาจากที่ใด?”

“แผลเป็น...อ้อ” มือเขาเลื่อนไปแตะบริเวณอกโดยอัตโนมัติ “เห็นว่าสมัยข้าอายุได้ปีหรือสองปี เกิดอุบัติเหตุ ทำให้ข้าถูกไม้ตำ”

แผลเป็นมีลักษณะเหมือนถูกของบางอย่างทิ่มตำอย่างที่ว่า แต่ไม่...แทนที่จะเรียกทิ่มตำ เรียกว่าถูกแทงยังจะตรงกับความเป็นจริงยิ่งกว่า เจ้าของห้องขมวดคิ้วงาม เพ่งพิจารณารอยแผลเก่าที่เป็นสีอ่อนกว่าผิวรอบข้าง

“...มีสิ่งใดผิดปกติรึขอรับ?”

“มีเศษไม้ค้างในร่างเจ้า” เสียงหวานเอ่ย

“เศษไม้...? แต่กระนั้นข้าน้อยคิดว่าปล่อยไว้คงไม่อันตราย”

อีกฝ่ายไม่พูดอะไรแต่ไม่ได้บอกให้เขาสวมเสื้อผ้า เด็กหนุ่มเริ่มหนาว ห้องนี้อากาศเย็น ไม่รู้ว่าเจ้าของห้องทนอยู่ได้อย่างไร

“สีผิวเจ้าไม่ใช่เพราะกรำแดด” นางพูดต่อ “สีผม สีตานั่นอีก... เจ้าเป็นคนต่างถิ่น”

พอเริ่มพูดถึงเรื่องลักษณะร่างกาย สีหน้าลั่วซินกระด้างขึ้นทันใด เขาชิงพูดขึ้นก่อน

“การที่ข้าน้อยมีเชื้อสายเป็นคนต่างถิ่นไม่กระทบกับการทำงานหรอกขอรับ” เขาพูด เสียงต่ำลงขั้นหนึ่ง แต่อีกฝ่ายเหมือนไม่สังเกต

“แซ่ลั่วของเจ้าแปลว่าอาชาสีขาวแผงคอสีดำ?”

เด็กหนุ่มคิ้วกระตุก ใบหน้าของคู่สนทนายังราบเรียบเหมือนถามมาแบบไม่ได้คิดอะไร แต่ทุกคนที่เคยถามเช่นนั้นกับเขาต่างมีเจตนาเยาะเย้ย

เพราะลั่วซินมีผิวสีคล้ำโดยธรรมชาติ เป็นสีเดียวกับน้ำผึ้ง หรือหากตากแดดนานๆ จะเข้มจนเหมือนเกาลัด แต่มีเส้นผมสีเทาราวกับเมฆหมอก และดวงตาเป็นสีเดียวกับมรกต

เป็นร่างกายที่บ่งบอกความเป็นคนต่างถิ่นของเขาชัดเจน

บิดาเขาเป็นคนที่นี่ แต่มารดาเป็นนางรำจากโพ้นทะเล ทั้งสองพบกันเมื่อมีการเชื่อมสัมพันธ์ทางการทูตและการค้า

เมื่อเขาอายุได้ราวสองปี มารดาเดินทางกลับบ้านเกิด บิดาได้ฝากฝังเขาไว้กับแม่เฒ่าผู้ทำงานในวังหลวง และหลังบิดาเสียชีวิต แม่เฒ่าและบุตรีของนางดูแลเขามาเสมอ จนกระทั่งลั่วซินได้ข่าวเรื่องงานดูแลตำหนักจึงตัดสินใจสมัครเข้ามา วังหลวงจะคอยดูแลส่งเสียแม่เฒ่าและเหล่าพี่สาวบุญธรรมตราบเท่าที่เขายังอยู่ที่นี่

ลั่วซินสูดหายใจลึกๆ บอกตัวเองว่าชินกับการโดนล้อเลียนแล้ว และตอบออกไปอย่างใจเย็น

“ไม่ใช่ขอรับ แซ่ของข้าน้อยไม่ได้แปลว่าอาชา แปลว่าตาข่ายดักนก”

“อ้อ” เธอตอบรับอย่างไม่ใส่ใจนัก ตอนนั้นมีนกตัวหนึ่งบินมาเกาะหน้าต่าง เอียงคอ แล้วบินจากไป

“ข้าน้อยจะดีใจหากท่านไม่...กระทบกระเทียบเรื่องชาติกำเนิด”

คิ้วงามเลิกขึ้นเล็กน้อยแบบที่ถ้าไม่ได้ตั้งใจมองหน้านางอยู่ก่อนแล้วคงไม่สังเกต

“ข้าเพียงสอบถามเพื่อทำความรู้จักกับเจ้า ว่าเจ้าเป็นผู้ใด มาจากที่ใด ชื่อแซ่เจ้าเขียนเช่นไร เช่นนั้นจะให้ข้าอยู่ร่วมชายคาเดียวกับชายที่ไม่รู้จักเลยอย่างนั้นหรือ?”

“ที่ท่านพูดมามีเหตุผล...เพียงแต่...”

“เหตุใดเจ้าคิดว่าข้ากระทบกระเทียบ?”

“...ก็ท่านกล่าวว่าแซ่ข้าเป็นม้าขาวแผงคอดำ แต่ตัวข้าดำแต่มีผมขาว ท่านไม่คิดว่าเป็นการกระทบกระเทียบหรอกรึ?”

“ข้าไม่เห็นเป็นเรื่องอะไร เจ้าก็มีผิวดำและมีผมขาวจริงๆ”

“...”

ลั่วซินอยากเอาหัวโขกโต๊ะ กระชากเสียงกล่าวว่า

“ท่านจะพูดว่าข้าน้อยตัวดำอัปลักษณ์ ไม่คู่ควรมาทำงานให้หญิงงามเช่นท่านก็พูดมาเถอะขอรับ แต่ข้าน้อยไม่คิดจะลาออกง่ายๆ”

แม่นางฉางเพียงเลิกคิ้วข้างหนึ่ง

“ข้าไม่เข้าใจ เหตุใดเจ้าจึงคิดว่าข้าพูดว่าเจ้าอัปลักษณ์? เจ้าอยู่ในระดับที่คนทั่วไปจะเรียกว่าหน้าตาดี การมีหน้าตาที่ดีเป็นเรื่องที่น่าดีใจไม่ใช่รึ?”

ลั่วซินอ้าปากค้างมองคนพูด

สีหน้าของนางราวกับตุ๊กตา เป็นตุ๊กตามีชีวิตที่เพิ่งถูกปลุกเสกให้พูดจาและเคลื่อนไหวได้ ยังไร้เดียงสาไม่ทราบเรื่องราวใด

เด็กหนุ่มสูดหายใจลึกๆ ทีหนึ่ง ดื่มชาอีกถ้วย และพูดต่อ

“หากท่านคิดว่ามีคนล้อเลียนท่านในสิ่งที่ท่านเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ท่านจะรู้สึกเช่นไร?”

“คาดว่าถ้าเป็นบุคคลทั่วไปจะรู้สึกโกรธและอับอาย... อ้อ” แม่นางฉางพยักหน้าเหมือนเพิ่งเข้าใจ “ในกรณีเช่นนี้ ข้าควรขอโทษที่ทำให้เจ้าเข้าใจผิด... ลั่วซิน ข้า ฉางอ้ายชุน ขอโทษที่ทำให้เจ้าเข้าใจผิดว่าข้ากำลังล้อเลียนเจ้า”

แม้จะพูดเช่นนั้น แต่นางดูราวกับกำลังพูดตามบทที่ท่องมาก่อนมากกว่าจะขอโทษจริงๆ เพียงแต่ลั่วซินไม่คิดซักไซ้ต่อ

“ขอรับ ก็ได้ขอรับ... ข้าน้อยรับคำขอโทษของท่านก็ได้” แต่เขายังทำหน้านิ่วคิ้วขมวด

หลังจากนั้น บรรยากาศในห้องก็อึดอัดจนไม่สามารถพูดต่อได้ ลั่วซินตัดสินใจยกชาไปเก็บ ปล่อยแม่นางฉาง...หรืออ้ายชุนให้นั่งอยู่ในห้องต่อไปเพียงลำพัง

ไม่เข้าใจนางเลย นางเป็นตุ๊กตาที่ไม่เคยออกนอกตำหนักเลยหรือไร...

จริงสิ นางไม่เคยออกนอกตำหนักเลยไม่ใช่หรือ?

เท่าที่ทราบมา คนดูแลคนก่อนของนางเป็นชายที่แทบไม่พูด อาศัยอยู่ด้วยกันจนคนผู้นั้นเสียชีวิตด้วยวัยห้าสิบปีเมื่อราวครึ่งปีก่อน คาดว่านางคงไม่ได้พูดคุยกับผู้ใดนอกจากนั้น เป็นชีวิตที่เงียบเหงาจนน่าสงสาร

“...พรุ่งนี้ควรพูดกับนางดีๆ...” ลั่วซินถอนหายใจ ท่าทางเขาจะยังอ่อนไหวไม่หายกับการโดนล้อเลียนและรังแกมาตั้งแต่สมัยเด็กเพราะรูปร่างหน้าตา “นางเองคงเหงา ข้าคงต้องพูดเรื่องของโลกนอกตำหนักกับนางเยอะๆ สักวันหนึ่ง หากมีผู้ดูแลคนใหม่ นางจะได้เข้ากับคนผู้นั้นได้ดี”

ลั่วซินพยักหน้าแรงๆ เรื่องแค่นี้ทำให้เขายอมแพ้กับงานนี้ไม่ได้ เขายังมีแม่เฒ่าและเหล่าพี่สาวอยู่ จะให้พวกนางเป็นห่วงไม่ได้เป็นอันขาด

ขณะเช็ดถ้วยชามในตู้ ความคิดของลั่วซินวนกลับไปเรื่องที่เกิดขึ้น เขามองเงาสะท้อนตัวเองในอ่างน้ำ แหวกอกเสื้อออกให้เห็นรอยแผลเป็นบริเวณกลางหน้าอก

“...”

นางทราบได้อย่างไรว่ายังมีเศษไม้ค้างอยู่ในแผล? เขาถอนหายใจ ปล่อยความสงสัยผ่านไปก่อน แค่เรื่องที่ตำหนักแห่งนี้ยังเป็นฤดูใบไม้ผลิก็ชวนพิศวงพออยู่แล้ว ไม่ต้องคิดอะไรให้หนักหัวยิ่งกว่านั้นหรอก

ลั่วซินตื่นขึ้นในวันถัดมาเพราะเสียงกระดิ่ง ภายในห้องเขามีกระดิ่งอยู่สองใบ ไม่ทราบใบไหนสำหรับอะไร เขาเดินไปที่ห้องของอ้ายชุนก็พบว่าเธอไม่อยู่ จึงเดินวนหารอบๆ จนพบว่ามีคนยืนอยู่ตรงทางเข้าตำหนัก

“ชักช้าจริง” ชายชราตวาดทันทีที่เขาเดินไปใกล้ ลั่วซินก้มหัวขอโทษขอโพย อีกฝ่ายส่ายหน้าและชี้นิ้วผอมเหมือนกิ่งไม้แห้งไปยังของที่กองอยู่ข้างตัว “ของสำหรับสัปดาห์นี้ อยากได้อะไรเพิ่มก็ให้นางเขียนมาเสียบไว้ที่เดิม”

“ที่เดิม...?”

“แล้วนางได้เปิดหอให้เจ้าหรือยัง?”

“เปิดหอ?!” ลั่วซินอุทานเสียงหลงจนอีกฝ่ายยกมือแคะหู

“ยังรึ? คราวนี้ก็ชักช้าเสียจริง ท่าทางได้ขึ้นคานจนชั่วฟ้าดินสลายแน่ ช่างเถอะ ข้าไปแล้ว”

ชายชราสะบัดหน้าหนีไปอย่างรวดเร็วก่อนที่ลั่วซินจะทันถามอะไร เรียกให้รอก็ไม่หยุด

เด็กหนุ่มถอนหายใจแรงๆ ก่อนจะออกไปหยิบของที่กองอยู่ด้านหน้า มีอาหารสด อาหารแห้ง ใบชา ไม้กวาด นอกจากนั้นยังมีหนังสือพิมพ์มัดหนึ่ง

“...นางอ่านหนังสือพิมพ์ด้วยรึ?”

หนังสือพิมพ์แต่ก่อนถูกจัดทำโดยสำนักเลขาธิการสำหรับแจกจ่ายให้แค่ขุนนางและข้าราชการ แต่หลังแท่นพิมพ์เริ่มเป็นที่แพร่หลาย มีสำนักพิมพ์เอกชนเริ่มเผยแพร่หนังสือพิมพ์แบบรายสองสัปดาห์ แม้จะยังไม่ได้รับความนิยมเท่าการพิมพ์หนังสือเป็นเล่ม แต่ก็เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น

ส่วนตัวลั่วซินไม่เคยใส่ใจเพราะมีแต่เรื่องไม่เกี่ยวข้องกับคนทั่วไปอย่างเขา แต่คาดไม่ถึงว่าสำหรับคนที่โดนตัดขาดจากโลกอย่างอ้ายชุน นี่กลับกลายเป็นวิธีการรับสื่อแบบเดียวของนางไป

ลั่วซินขนของเข้าบ้าน พอดีผ่านไปเห็นอ้ายชุนกำลังใช้ผ้าเช็ดแจกันลายครามที่วางตกแต่งทางเดิน

“แม่นางฉาง” เขาเอ่ยทัก “หนังสือพิมพ์มาส่งขอรับ”

“...” อ้ายชุนหันหลังมา โยนผ้าทิ้งไว้แถวนั้น และวิ่งไปหน้าบ้าน ชายเสื้อพลิ้วไหวดูราวกับลมสีขาวชมพู

“แม่นาง เดี๋ยวก็ล้มหรอกขอรับ!”

ลั่วซินวิ่งตามไปก็เกือบชนกับอ้ายชุนที่วิ่งกลับเข้ามา

“เจ้าเอาไปวางไว้ตรงไหนแล้ว?” นางรีบถาม

“อยู่ตรงบันได...” เขามองไปยังมัดหนังสือพิมพ์ เมื่อครู่อ้ายชุนตื่นเต้นจนไม่ทันสังเกต เดินข้ามมันไป

“...” นางกระแอมทีหนึ่ง ยกมัดหนังสือพิมพ์ด้วยท่าทางสง่างาม ก่อนจะเดินกรีดกรายกลับห้องราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“...” ลั่วซินมองประตูที่ปิดลง ก่อนจะระเบิดหัวเราะลั่นจนอ้ายชุนโผล่หน้าออกมา

“มีอะไรน่าขำ?”

“ฮะๆ! เปล่าขอรับ ไม่มีอะไรน่าขำทั้งนั้นขอรับ ไม่มีเลย ฮะๆ...!”

อ้ายชุนพอใจในคำตอบและปิดประตู

ลั่วซินใช้เวลาที่เหลือไปกับการจัดเก็บของต่างๆ ให้เข้าที่ หลังอาหารค่ำ เขาสงสัยว่าอ้ายชุนไม่ทานอะไรหน่อยหรือจึงไปหานางที่ห้อง ปรากฏว่านางไม่อยู่ จึงเดินออกไปตามหาข้างนอก

บริเวณโคนต้นเหมยพันปีมีโคมหินจุดไว้ ส่องให้เห็นลำต้นใหญ่และกิ่งก้านที่เต็มไปด้วยสีชมพู ไม่ว่าจะมองกี่ครั้งก็ยังเหมือนหลุดมาจากโลกของเหล่าทวยเทพ

ลั่วซินเงยหน้ามองเสียเพลิน พอดีคนที่เขาตามหาเดินวนมาจากหลังต้นไม้

“แม่นางฉาง!”

“มีเรื่องใด?” นางถามห้วน

“ทานอะไรหรือยังขอรับ? ถ้ายัง ข้าน้อยจะทำอะไรให้ทาน”

“ไม่ต้องยุ่ง ข้าไม่ทาน” นางตอบเสียงเรียบก่อนจะเดินสวนไป แต่หยุดและหันหลังกลับมาเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ “เจ้ามานี่สักประเดี๋ยว”

“อะไรหรือขอรับ?” ลั่วซินถอนหายใจกับคำพูดแบบไร้ความถนอมน้ำใจของนาง

“ลองจับต้นเหมยดู”

ลั่วซินขมวดคิ้วมองหน้าฝ่ายตรงข้าม นางพูดต่อเสียงเบา

“...แล้วข้าจะเล่าให้ฟัง เรื่องที่ไม่มีใครยอมเล่าให้เจ้าฟัง”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED