ตอน 1

เสียงข้าวของกระทบกันดังลั่นจากห้องน้ำในคอนโดมิเนียมทำเอา รุ่งอรุณ ดาราพรรณ ที่ง่วนกับการทำอาหารอยู่ต้องมองไปทางต้นเสียงอย่างตกอกตกใจ และต้องกังวลใจยิ่งกว่าเมื่อเสียงนั้นไม่จบลงง่ายๆ ยังคงดังขึ้นเป็นระยะๆ และเสียงแก้วแตกเป็นเหตุผลให้หล่อนผละจากกิจกรรมที่กำลังปรุงอาหารด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไปที่นั่นทันที...

ในห้องน้ำ วาดดาว น้องสาวต่างมารดาของหล่อนอยู่ในนั้น แต่สาเหตุแห่งเสียงการทำลายข้าวของอันผิดวิสัยคนที่ไม่น่าจะเป็นคนโวยวายขว้างปาของตามอารมณ์นั้นยังเป็นที่คลางแคลงใจยิ่งนัก

“ยายวาดดาว เป็นอะไร วาดดาว เปิดประตูให้พี่ด้วย” รุ่งอรุณเคาะประตูห้องน้ำเสียงดังขึ้น การทำลายข้าวของจึงสงบลง หากมีเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นมาแทนที่

ประตูห้องน้ำเปิดออก พร้อมกับผู้เป็นน้องสาวโผเข้ากอดหล่อน... ดวงหน้าหวานเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตาบนผิวสีแทนอ่อน รุ่งอรุณกอดน้องสาวแล้วมองเลยเข้าไปในห้องน้ำสุดหรูที่เพิ่งจัดการใหม่ก่อนย้ายเข้าคอนโด โล่งใจที่ชุดสุขภัณฑ์โคลเล่อห์ราคาสูงที่ทุ่มทุนซื้อยังอยู่ปรกติ ที่ผิดแผกไปมีเพียงเหล่าแจกัน ถังขยะ และเครื่องใช้ในห้องน้ำพวกครีมประทินผิว สบู่แชมพูเท่านั้นที่กระจัดกระจายเต็มห้องจากแรงการทำลาย...

“พี่วันรุ่ง... ช่วยวาดดาวด้วย” น้องสาวสะอื้นไห้อาดูรปิ่มจะขาดใจ...

หญิงสาวกอดปลอบ... กับน้องคนนี้ไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกันมากเท่าไหร่ เพราะน้องสาวเป็นลูกภรรยาอีกคนของบิดา สมัยที่มารดาทั้งสองยังอยู่ก็ไม่ได้พบปะกันมากเพราะมารดาไม่ถูกกัน จะมีช่วงหลังๆ ที่ผู้ให้กำเนิดได้ตายจากไปหมดเหลือเพียงหล่อนกับน้องสองคนจึงได้พบปะพูดจากันมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ใกล้ชิดกันขนาดนี้ แม้ค่อนข้างกระดากที่ต้องกอดน้องสาวหากแต่หล่อนก็ทำอย่างเต็มใจ เพราะสงสารที่อีกฝ่ายเสียใจ กับเรื่องบางเรื่องที่หล่อนยังไม่รู้สาเหตุ

“เป็นอะไรวาดดาว บอกพี่ได้”

“พี่วันรุ่ง” น้องสาวสะอื้นฮักๆ ค่อยๆ ผละออกจากอ้อมกอดพี่สาว หันหลังไปในห้องน้ำ หยิบสาเหตุแห่งความอัปยศอดสูมาแสดงให้พี่สาว ญาติคนเดียวที่เหลือของหล่อนได้ประจักษ์

แถบตรวจการตั้งครรภ์ที่ขึ้นผลว่ามีอีกชีวิตหนึ่งถือกำเนิดขึ้น คนเคยเรียนแพทย์อย่างรุ่งอรุณเห็นแล้วต้องช็อกตาตั้ง

มันไม่น่ายินดีตรงที่วาดดาวยังไม่ได้แต่งงาน ซ้ำร้ายเพิ่งเลิกกับแฟนมา... เลิกแบบเกลียดตลอดชีวิตไม่เผาผีกันด้วย

บรรลัยล่ะคราวนี้

“ยายวาดดาว” รุ่งอรุณครางเสียงแผ่วระโหย

           “วาดดาวจะทำอย่างไรดีคะพี่วันรุ่ง... ทำไมเขาต้องเกิดมาในตอนนี้... เขาไม่ควรเกิดมาเลย” หญิงสาวร่ำร้องไห้คร่ำครวญ หล่อนจะดีใจมากหากว่าให้กำเนิดทายาทตอนที่ยังรักกันดีกับแฟนหนุ่ม ไม่ใช่ตอนนี้ ตอนที่หล่อนไม่อาจหวนไปหาเขาอีก เพราะเขาไม่ได้รักไม่ได้ต้องการหล่อน

เขาเฉดหัวส่งหล่อนเหมือนหมูเหมือนหมาหลังจากที่รู้ว่าหล่อนรักเขา เขาเผยธาตุแท้ให้หล่อนรู้ว่าอย่าบังอาจคิดว่าเขาจะเอาลูกเมียน้อยมาร่วมวงศาคณาญาติ ที่ผ่านมาเขาเพียงแค่เห็นหล่อนใจง่ายจึงหลอกลิ้มชิมความหวานพิศุทธิ์พอหล่อนหมดความหวานเขาก็คายทิ้งเหมือนซากอ้อยแห้งๆ คำพูดเลวร้ายบ่งบอกความเกลียดชังเหล่านั้นพล่ามมาจากปากเขาให้หล่อนได้ยินยามที่หล่อนรักเขาหมดหัวใจและอยากร่วมชีวิตกับเขา... หล่อนซมซานหนีจากคนใจร้ายเคว้งคว้างมาซบอกพี่สาว เจ็บปวดหัวใจตนเองเท่านั้นยังไม่พอ ยังต้องมาพบว่าตนเองตั้งท้องกับเขาอีก

           วาดดาวเดาเกมได้ว่าลูกที่เกิดมาจะไม่ได้รับการยอมรับจากเขา เพียงแค่คิดว่าดวงใจน้อยๆ แสนบริสุทธิ์จะต้องรับรู้ว่า ตนเองเกิดจากความประมาทของบิดา หัวใจของวาดดาวก็เจ็บร้าวเกินทานทน

 “ไม่มีทางเลยใช่ไหมที่จะให้พ่อของเขารับผิดชอบ” ผู้เป็นพี่สาวถามเสียงเครียด...

เกี่ยวกับคนรักและการเลิกราของน้องสาวนั้นหล่อนไม่ใครรู้ทั้งหมดนักเพราะไม่ค่อยยุ่งเรื่องส่วนตัวของอีกฝ่ายเท่าไหร่ รู้เท่าที่น้องสาวเล่าให้ฟังเท่านั้นว่าเจ้าตัวไปทำงานของบริษัทที่เกาะทางใต้และพบรักกันกับแฟนหนุ่ม น้ำเสียงน้องสาวที่เล่าตอนนั้นสดใสและดูมีความสุข จนหล่อนวางใจ หากต่อมาน้องสาวก็หอบข้าวของมาที่คอนโดหล่อนพร้อมด้วยดวงหน้าเศร้าหมอง ครุ่นเครียด

ตอนนั้นหล่อนคิดว่าเป็นเพราะบริษัทที่อยู่ในความดูแลของวาดดาวถูกหุ้นส่วนหลายคนขายหุ้นให้บริษัทตรงกันข้ามจนกลายเป็นการเปลี่ยนมือ ทำให้วาดดาวตัดสินใจขายหุ้นพวกนั้นไปอย่างไม่มีแก่ใจต่อสู้เรียกร้องอะไร วาดดาวบอกหล่อนว่าตอนนี้อกหัก เหนื่อยกับเรื่องงาน เรื่องหัวใจจึงขอหยุดพักทุกอย่าง คนเป็นพี่ไม่ซักไซร้อะไรได้แต่ดูน้องสาวอยู่ห่างๆ หากเต็มไปด้วยความเป็นห่วง จนวันนี้ที่ได้รู้ว่าน้องสาวท้อง... 

คำถามของพี่สาวทำเอาวาดดาวส่ายศีรษะจนผมกระจาย ไม่มีทางเด็ดขาดที่จะไปอ้อนวอนขอความรับผิดชอบจากผู้ชายพรรค์นั้นเพราะคงได้เพียงคำสมน้ำหน้ากลับมา... จากที่เจ็บช้ำ มันอาจจะกลายเป็นแสนช้ำกว่าเก่าเปล่าๆ

“ที่วาดดาวมา เพราะเขาไล่ เขาไม่ได้คิดว่าวาดดาวเป็นคนรัก เขาคิดแค่ว่าเป็นผู้หญิงง่ายๆ ถ้าได้ ก็เอา... วาดดาวผิดเองที่ไปรักเขา”

“คงไม่คิดทำแท้งใช่ไหม” ผู้เป็นพี่สาวถามน้ำเสียงสั่น ดวงหน้าสวยที่มีผิวขาวอมชมพูกลับซีดเผือดลงทันตา... มือที่จับวาดดาวอยู่สั่นระริก...

“ไม่ค่ะ วาดดาว ไม่คิดทำลายลูกแน่นอน... พี่วันรุ่งไม่ต้องเป็นห่วง ถึงแม้วาดดาวจะต้องดูแลเขาคนเดียว และเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน แต่ก็จะทำให้ดีที่สุด ไม่ทอดทิ้งเขา”

“ดีแล้ว... ถ้าเธอทำ พี่คงไม่เห็นด้วย” น้ำเสียงรุ่งอรุณดีขึ้น

“วาดดาวจะไปอยู่อเมริกา...” คนเป็นน้องสาวเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ

“ถ้าสบายใจที่จะทำแบบนั้นพี่ก็ไม่ว่า...” รุ่งอุรณรู้ว่าน้องสาวชินกับการใช้ชีวิตเสรีที่นั่นเพราะเจ้าตัวเรียนมหาวิทยาลัยในรัฐแมสซาชูเซตต์มาหลายปีดีดัก การที่วาดดาวจะเป็นซิงเกิลมัมก็ควรจะเลือกไปอยู่ที่นั่นเพราะไกลหูไกลตาจากคนที่นี่ คราวที่แล้วบริษัทถูกเปลี่ยนมือมาบริหารโดยคู่แข่งไม่ต่างจากการถูกเทคโอเวอร์ข่าวก็ดังกระฉ่อนไปทั่วถ้าหากต้องตกเป็นข่าวว่าท้องไม่มีพ่อคงทำร้ายหัวใจที่บอบช้ำอยู่แล้วมากขึ้นไปอีก การหลบหนีไปสักพักในช่วงนี้อาจจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น

หล่อนจะดูแลให้น้องสาวได้อยู่อย่างสบายอกสบายใจ และมีคนดูแล หากแต่หล่อนไม่ปล่อยให้เรื่องมันจบแบบนี้หรอก...

รุ่งอรุณเชื่อว่าคนเป็นพ่อคงจะไม่ละเลยหากว่าตนเองรู้ว่าจะมีลูก การเลิกกันอาจเป็นการเข้าใจผิดหรือว่าทั้งสองอาจจะอยู่ในช่วงที่ผิดใจกันนิดหน่อยจนเกิดเป็นความขัดแย้งกันก็เป็นได้ บางครั้งเขาอาจจะรับผิดชอบหรือกลับมาคืนดีกันกับวาดดาว

ดังนั้นหล่อนจะต้องจัดการให้มันรู้ดำรู้แดง ดีกว่าปล่อยให้ทุกอย่างเกิดขึ้นโดยที่คนต้นเหตุไม่รู้เรื่องรู้ราว อย่างน้อยหล่อนก็จะต้องถามเขาให้รู้เรื่องว่าจะเอายังไง

เหตุผลทั้งหมดทั้งมวลที่ทำไป เพราะหลานของหล่อนต้องมีพ่อและน้องสาวของหล่อนก็จะไม่ต้องถูกตราหน้าว่าท้องไม่มีพ่อ

เขาจะต้องรู้เรื่องและรับผิดชอบมัน!

ตอน 2

“นายหัว นายหัว” เสียงเรียกจากชาวเกาะร่างดำมะเมื่อมที่เคลื่อนตัวมาในความมืด ไม่มีเสียงแห่งการเคลื่อนไหว เพราะเท้าเปล่านั้นวิ่งย่ำบนพื้นทราย... ไร้ซึ่งภาพให้เห็นเพราะร่างนั้นดำสนิทจนกลมกลืนกับความมืด สมกับชื่อไอ้มืดของมัน ต้องรอให้เห็นตอนมันทำตาเหลือกรานและอ้าปากเรียกเขาเท่านั้น อัครินทร์ถึงจะได้เห็นตาขาวกับฟันของมันให้ได้ยืนยันว่ามันคือไอ้มืดของแท้ ไม่ใช่ภูตผีที่มีมาแต่เสียง...

“อะไร” เสียงกังวานเข้มทรงอำนาจถามห้วนๆ... ไอ้มืดวิ่งเข้ามาถึงเขตของวงแสงนวลอ่อนของตะเกียงเจ้าพายุเขาจึงได้เห็นมันชัดเจน... ร่างผ่ายผอมหากเต็มไปด้วยมัดกล้ามจากการตรากตรำงานหนักเกาะขอบแคร่ไม้ไผ่เอาไว้แล้วหอบแฮ่กๆ

“มัน... มัน โอ๊ยเหนื่อย มันมาอีกแล้วครับ”

“ใคร”

“พวกไอ้ เฮียฮ้วง มันมาอีกแล้ว... คนของเราที่ซุ่มอยู่ถ้ำท้ายเกาะแจ้งมา อีกไม่เกินสิบนาทีมันมาถึงถ้ำแน่นอน”

“วันนี้เอ็งเวรเฝ้าถ้ำรังนกนี่นา...” ผู้เป็นนายเพิ่งนึกออก... “มันอยากกินกระสุนก็มาเลย คราวนี้ไม่ใจดีปล่อยให้เดินลอยชายไปง่ายๆ เหมือนคราวที่แล้วหรอกนะ”

“ผมบอกนายแล้วยิงมันตายก็สิ้นเรื่อง พวกนี้มันไม่รู้จักสำนึกหรอก”

“ไม่ต้องมาบอก ฉันไม่อยากฆ่าใครถ้าไม่จำเป็น แต่ถ้าจำเป็นล่ะก็ไอ้พวกที่ชอบแนะนำยุยงนี่แหล่ะจะตายก่อน” อัครินทร์หันมาบอกเสียงกร้าว จนไอ้มืดรู้ตัวว่าปากมากเลยถอยกรูดออกห่างผู้เป็นนาย เขาหัวเราะกับการขลาดกลัวของลูกน้องที่ได้รับประทานบาทาเขาไปลายครั้งจนว่าง่ายขึ้นมาก

 ขานายหัวหนุ่มก้าวยาวๆ ขึ้นไปในบ้านพักชั้นสองเข้าห้องนอนของตนเองเปิดหีบไม้เก่าคร่าปลายเตียงนอนที่ดีไซน์เป็นที่วางเบาะนั่งเล่นปลายเตียง หากแต่คุณประโยชน์มันมากกว่านั้น... มันเป็นที่บรรจุปืนสั้นจุดสามห้าแปด และอีกกระบอกที่เป็นปืนที่ผิดกฎหมายเพราะเป็นอาวุธสงคราม อาวุธชินมือถูกจับแน่นกระชับมือพร้อมก่อนที่เขาจะวิ่งออกมานอกบ้าน...

“ไอ้มืด เอ็งถือไฟฉายนี่ตามข้ามา ฉายอันเล็กตอนที่เราไป ตอนที่ประจันหน้ามันฉายอันใหญ่ที่เป็นสป็อตไลท์นะ” ชายหนุ่มโยนของให้ลูกน้อง ก่อนจะโทรไปเรียกพวกที่อยู่เรือนพักคนงานให้ไปพร้อมกันที่จุดเกิดเหตุ...

“นายหัว โคตรเท่ห์เลย นึกว่าจะใช้ปืนลูกซองกับหิ้วตะเกียงเหมือนนายหัวคนก่อน...” มืดชื่นชมในความล้ำสมัยของนายหัว ความเท่ห์ของนายทบทวีเมื่อเขาสวมแว่นตาที่สามารถมองเห็นกลางคืนแล้วก็วิ่งนำหน้าไปก่อนจนแทบวิ่งตามไม่ทัน...

หลายครั้งแล้วที่ไอ้มืดเห็น อัครินทร์ มาร์คัส พงศ์ภวเมธากุล ปีเตอร์สันรวดเร็ว ฉับไว และดุร้ายเหมือน เสือ ชื่อเล่นของเขา...

ไอ้มืดมีเรื่องให้อวดได้สามย่านเจ็ดย่านกันล่ะคราวนี้ ว่านายของมันน่ะ เจ๋งอย่าบอกใคร

กลุ่มคนที่ลักลอบเข้าเกาะมาในยามมืดก่อนรุ่งเช้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาการผลัดเวรยามของกลุ่มคนที่เฝ้าเกาะสัมปทานรังนกที่อัครินทร์ดูแล พวกมันเคยมาครั้งก่อนหน้าเมื่อยามค่ำคืนแล้วถูกจับได้แล้วอัครินทร์ซ้อมปางตายให้เข็ดหลาบมาก่อนหน้านี้แล้ว... แต่มันก็ยังอาจหาญมาต่อกรอีกครั้ง กลุ่มของพวกมันมากันหกคน เป้าหมายคือรังนกนางแอ่นสีขาวราคาแพงมหาศาลที่ตอนนี้พร้อมเก็บจากหนึ่งในหลายๆ ถ้ำของเกาะ

ครั้งนี้แลดูพวกมันระแวดระวังเป็นพิเศษและเตรียมการมาอย่างดี แต่มันก็ไม่ได้รอดพ้นสายตาคนของอัครินทร์ได้ เพราะเขาสอนเรื่องการจับพวกลักลอบนี้ให้แก่ลูกน้องที่ผลัดเปลี่ยนกันมาเป็นเวรยามเองกับมือ

“ซัดมันเลยนายหัว” ไอ้มืดลูกน้องคนสนิทกระซิบ

“เดี๋ยวก่อน รอดูก่อนว่าพวกมันมาอีกหรือเปล่า ลงมือก่อนไอ้พวกที่มาอีกอาจจะไหวตัวทัน บอกต่อไปเรื่อยๆ ว่าไม่ต้องยิงฉันจะจัดการเอง” เขากระซิบบอกกลับไป ไอ้มืดเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเจ้านายของตนเองเคยเป็นทหารกล้า เรียกโก้หู ว่า นาวิกอเมริกัน ไม่อย่างนั้นไม่ฉลาดปราดเปรื่องและเก่งไปทุกเรื่องอย่างนี้หรอก... มันยังเคยสงสัยอยู่ว่า นายทิ้งบ้านที่อเมริกา ทิ้งคฤหาสน์หรูที่กรุงเทพๆ มาอยู่ที่เกาะนี้ทำไม แต่ไม่กล้าถามเป็นครั้งที่สอง เพราะตอนที่ถามครั้งแรก โดนถีบตกแคร่และโดนชี้หน้าว่าอย่าพูดอย่าเสือกให้มาก มันเลยได้แต่เก็บงำความสงสัยเอาไว้...

สิ่งที่นายหัวของทุกคนสงสัยเป็นจริงดังที่เขาพูด ไอ้พวกหกคนแรกเป็นกับดักล่อ เพราะว่าอีกสามสี่คนมันมาที่ตรงหน้าเกาะซึ่งเป็นท่าเรือเพราะน้ำทะเลลึกกว่า ตรงนั้นเป็นบริเวณกระท่อมรินจันทร์บ้าพักของอัครินทร์และบ้านพักของคนงาน มีโกดังเก็บรังนกที่รอส่งใกล้ๆ ท่าเรือด้วย นับว่าเขาฉลาดที่ยังวางคนซุ่มเฝ้าไว้ท่าเรือ ไม่ได้ปล่อยให้มาจับโจรตัวล่อที่ท้ายเกาะหมด

“จัดการกับพวกมัน อย่ายิงให้ตาย จับตัวไว้ให้ได้ทุกคน” อัครินทร์สั่งน้ำเสียงเงียบเชียบ หลังจากที่ใช้ปืนเก็บเสียงมีลำแสงเลเซอร์ชี้เป้าหมายยิงขาไอ้หกคนนั้นล้มระเนระนาดราวกับพินโบว์ลิ่งจนร้องครวญครางโอดโอยเหมือนหมูโดนน้ำร้อนลวก

“ไอ้มืด ไอ้เข้ม ไอ้หมึก ตามมา” ชื่อลูกน้องคล้องร่างคล้ำทั้งสามถูกเรียก

พร้อมกับการเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบเช่นเคย พวกที่เหลืออยู่จัดการไอ้พวกทรราชที่ไม่รู้จักพอ รังนกนางแอ่นที่เกาะของมันก็มีให้เก็บ แต่ยังมายื้อแย่งขโมยของของคนอื่นอย่างหน้าด้านๆ

ส่วนเขากับลูกน้องทั้งสามจะต้องไปจัดการไอ้เฮียฮ้วง ที่มันบุกเกาะมาเอง...

เขาเดาเอาว่าพวกมันวางแผนเอาไว้เพื่อที่จะบุกด้านหน้าของเกาะ ใช้เรือลำใหญ่ราวกับว่าต้องการมาบรรทุกอะไรบางอย่าง... แสดงว่ามีเกลือเป็นหนอนไอ้เฮียฮ้วงถึงได้รู้วันส่งรังนกของเกาะเขา มันถึงได้คิดมาขโมย

เมื่อมาถึงหน้าหาด อันเป็นที่ปลูกสร้างกระท่อมหลังงามของนายหัวไทเกอร์... และทอดยาวไปมีท่าเรือที่ทำจากคอนกรีตหนึ่งท่า และท่าที่ทำจากไม้อีกหนึ่งท่าซึ่งเป็นท่าเก่าแก่... รังนกมีมูลค่ามหาศาล เป็นที่ต้องการของท้องตลาด โดยเฉพาะจากเกาะรังนกที่ให้รังนกที่สร้างจากน้ำลายนกนางแอ่นสีขาวสะอาด เป็นที่ยอมรับจากชาวฮ่องกงและชาวจีนทั่วโลกว่ามีคุณภาพดีที่สุดและให้ราคาสูงลิ่ว... จึงไม่แปลกที่จะมีปัญหาเรื่องการขโมยของมีค่าชนิดนี้

อัครินทร์ขบกรามกรอดเมื่อเห็นภาพเหล่านั้นชัดเจน พวกมันใส่ชุดพรางสีดำกลืนไปกับความมืด แต่เขามีเครื่องมือพิเศษที่ช่วยเรื่องมองเห็น คนสองคนช่วยกันขนรังนกออกจากโกดัง ส่วนไอ้หัวโจกแต่งตัวต่างจากเพื่อนกำลังเดินมุ่งหน้าอาดๆ ไปที่กระท่อมรินจันทร์บ้านพักของเขา ในมือของมันมีคบเพลิงที่ไฟลุกแดงกล้าและแกลลอนน้ำมันขนาดไม่เกินหกลิตร เขาเดาได้ทันทีว่ามันต้องการจะทำอะไร...

มันคิดอย่างนั้น... หลอกล่อให้พวกเขาไปท้ายเกาะหมดเพื่อจะขโมยของในโกดัง และจะเผากระท่อมของเขา... ทำลายหลักฐาน ความโกรธกรุ่นเท่าทบทวีเมื่อเห็นคนของตัวเองสองคนช่วยพวกมันขนกล่องบรรจุรังนกไปที่ท่าเรือ...

อ้อ ไอ้พวกนี้เองที่เป็นหนอนบ่อนไส้ ข้อมูลทุกอย่างไอ้พวกเฮียฮ้วงคงได้ยินจากมันสองคน... แต่มันลืมบอกไปอย่างหนึ่งว่า นายหัวของพวกมันฉลาด ไม่มีทางที่จะได้แอ้มง่ายๆ

อัครินทร์ถอดลำกล้องเก็บเสียงออกและยิงไปที่มือข้างขวาของไอ้เฮียฮ้วงดังปังใหญ่ แม้นเพียงแค่เฉียดไม่ได้เจาะกลางลำแขนแต่ก็สร้างความเจ็บปวดมหาศาลจนมันร้องลั่นเกาะ...

เสียงหัวเราะสะใจ และดวงตาดุกร้าวของอัครินทร์ปรากฏตรงหน้าเฮียฮ้วง... มันลนลานใช้มือข้างซ้ายดึงปืนออกจากซองที่เอว แต่ช้ากว่านายหัวหนุ่มที่ยิงปังไปที่แขนซ้ายของมันอย่างไม่สะดุ้งสะเทือน เขายิ้มด้วยซ้ำตอนที่ยิง... มันเป็นรอยยิ้มพิฆาตของเสือที่ตะครุบเหยื่อไว้ในอุ้งเล็บได้

นับเป็นความปราณีอันสูงสุดที่เขาไม่ฆ่ามันตามที่มันร้องขอเพราะทรมานกับความบาดเจ็บ... เขาทำเช่นนี้ยังพอให้การได้ว่าทำเพราะป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของตัวเอง... ไม่อยากฆาตกรรมหมู่ให้ไอ้ผู้กองเพื่อนสนิทในท้องที่ได้หัวเสียกับการต้องคอยเก็บ...เรื่องของเขาให้เงียบ

จับโจรช่วยมันไอ้เพื่อนยากที่คอยช่วยเหลืออำนวยสะดวกอะไรหลายๆ อย่างให้คนนอกกฎหมายอย่างเขาได้ใช้ชีวิตในเกาะนี้อย่างราบรื่นเป็นการสร้างผลงานให้มันหน่อยแล้วกัน มันคงดีใจกว่าจะให้ฆ่าแล้วมันต้องคอยตามล้างตามเช็ดเกี่ยวกับคดีให้...

มืดย่นคิ้วมืออัครินทร์เก็บปืน แล้วย่ำเท้าบนอกไอ้เฮียฮ้วง หรือ จตุพร ตั้งวาณิชย์เจริญ คู่แค้นของนายหัวมืดคิดว่าการที่นายหัวเขาไม่ฆ่าไอ้เฮียฮ้วงเท่ากับว่าเป็นการตีงูหลังหักชัดๆ มันคงได้แว้งกลับมากัดอีกไม่รู้กี่รอบ

“ว่าไงเพื่อนยาก แกน่ารักบัดซบเลยว่ะ ไม่ร้องขอชีวิตสักแอะ แต่บอกให้ฆ่าทิ้งเพราะทนเจ็บไม่ไหว หน้าด้านมากเลยว่ะพวก จะตายหนีความเจ็บง่ายๆ หรือ”

“ให้อยู่รองตีนมึง กูขอยอมตาย” จตุพรหน้ายับย่นเหยเก หากแต่ดวงตากลับฉายแววโกรธแค้นเขาไม่เกรงกลัวว่าชีวิตจะหาไม่

“อ๊ะๆ อย่าพูดไม่เพราะสิพวก ฉันมันพวกผู้ดี ทนฟังไม่ไหวว่ะ”

“ถุย ผู้ดี มึงก็ผู้ดีแค่นามสกุลเท่านั้น มึงไม่ได้ประเสริฐกว่ากูสักเท่าไหร่หรอก ไอ้ขี้นก...”

“เห็นแก่แก ฉันไม่อยากฆ่าแก ไม่อยากทำร้ายอะไรมากหรอกนะ แม้ว่าจะแค้นที่แกรังควานฉันมากในระยะหลังๆ แต่ก็ฆ่าแกไม่ลง เหมือนที่แกจ้องจะทำลายฉัน เพราะอะไรรู้ไหม เพราะฉันเห็นแก่ความเป็นเพื่อนของเราตั้งแต่สมัยเด็กๆ ไม่อย่างนั้น แกได้ตายคาตีนฉันแหงๆ” อัครินทร์ยกเท้าออกจากอกจตุพร...

“อย่าได้คิดทำลายกระท่อมรินจันทร์หรือว่าสร้างความรำคาญให้ฉันอีก เพราะฉันอาจจะไม่ใจดีได้ทุกครั้ง... โดยเฉพาะยามที่โกรธหรือโมโหมากๆ สะกดคำว่าใจดีไม่ถูกเลยล่ะ”เจ้าของเกาะรังนกสั่งเพื่อนเก่า และหันมาสั่งลูกน้องที่ยืนขนาบข้างอยู่

“ดูแลพวกมันให้ดีล่ะ อย่าให้ตายก่อนตำรวจมา เอาเข้าคุกให้ได้ครบทุกคน ไอ้มืดเอากล่องปฐมพยาบาลมาดูไอ้เฮียฮ้วงซิ ท่าทางมันจะเสียเลือดเยอะ ดูแลเพื่อนฉันดีๆ นะ อย่าปล่อยให้ตาย... เพราะยังมีอะไรต้องสะสางกันอีกเยอะ ที่โรงพัก”

อัครินทร์เดินจากไป ปล่อยให้จตุพรนอนกัดฟันกรอดๆ ข่มความเจ็บแค้นที่แผนการครั้งนี้ไม่สำเร็จ... เขาไม่คิดว่าไอ้อัครินทร์มันจะย้อนกลับมาทัน เขากำลังขโมยรังนกและจะเผาบ้านมัน ทรัพย์สมบัติเป็นผลพลอยได้ แต่การได้ทำลายมันและสิ่งที่มันรักคือความปรารถนาของเขา

มันจับได้หลายต่อหลายครั้งที่เขาสร้างความเสียหายให้มัน... มันพูดทุกครั้งว่าที่ปล่อยไปไม่ยิงเขาทิ้งเหมือนหมาข้างถนนเพราะเห็นแก่ความเป็นเพื่อน

หึ เพื่อนกับผีน่ะสิ เขาไม่นับมันเป็นเพื่อนตั้งแต่รู้ว่ามันได้ทำลายผู้หญิงที่เขารักที่สุดจนเธอจากไป... จากนั้นเขาก็จองล้างของผลาญมันทุกวิถีทางแต่ก็น่าเจ็บใจที่ต้องพ่ายแพ้ทุกครั้งอย่างที่เห็น

มันโง่เองที่ปล่อยเขาไป ตราบใดที่ยังไม่ตายเขาก็จะแว้งกลับมาจัดการกับมันให้ได้ จะหยุดก็ต่อเมื่อหมดลมหายใจแล้วเท่านั้นล่ะ...

“เจ็บหน่อยนะเฮีย” ไอ้มืดตะปบผ้ากอซที่ปากแผลห้ามเลือดแต่ทำด้วยความรุนแรงราวกับตั้งใจทำให้บอบช้ำกว่าเก่า... แม้นายมันจะไว้ชีวิตเฮียฮ้วง แต่ว่ามันก็อดแค้นแทนนายไม่ได้ที่ไอ้คนชอบลอบกัดมาก่อกวนเล่นแรงๆ อยู่บ่อยๆ ไม่รู้ว่านายนับมันเป็นเพื่อนประเภทไหนถึงได้ไม่ยอมฆ่าทิ้งสักที

เฮ้อ มืดไม่พยายามจะเข้าใจผู้เป็นนายหรอก เพราะมีหลายอย่างหลายเรื่องสำหรับเขาที่เป็นปริศนา มีแต่นายหัวเท่านั้นที่รู้อยู่คนเดียว...

           อัครินทร์มองภาพที่คนของตัวเองจัดการกับกลุ่มของจตุพรแล้วทอดถอนใจ ไม่รู้ว่ามันจะบ้าระห่ำตามราวีเขาถึงไหนกัน... แต่มันเจ็บหนักอย่างนี้คงไม่ได้มารบกวนเขาพักใหญ่ให้เขาได้มีเวลาหายใจหายคอเตรียมรับมือกับมันบ้าง...

           “เข้ม อีกสองวันฉันจะไปเกาะสมุย เพราะมีนัดเจรจาธุรกิจกับเพื่อนชาวต่างชาติ ถึงตอนนั้นเราส่งรังนกออกไปหมดแล้ว แต่ก็จัดเวรยามเฝ้าให้ดีเหมือนเดิม... โดยเฉพาะกระท่อมรินจันทร์เข้าใจไหม” เขาสั่งลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างกัน...

           เข้มพยักหน้ารับ เจ้านายเขาทำงานหลายอย่างที่รับช่วงต่อจากทั้งทางฝั่งบิดามารดา แม้ว่าจะมีพี่ชายถึงสองคนแต่กิจการที่แบ่งกันบริหารนั้นก็ยังมากหากต้องรับผิดชอบคนเดียว... บิดาของอัครินทร์เป็นเจ้าของร้านจิวเวอรี่ที่ครองตลาดอันดับต้นๆ ของอเมริกาโดยมีอัครวัตร อาเธอร์ พี่ชายคนโตรับช่วงดูแล และกิจการเกี่ยวกับโรงแรมห้าดาวและกาสิโนในลาสเวกัสมี อัครวินธ์ นิโคลาสพี่ชายคนกลางรับช่วงต่อ

โดยที่อัครินทร์น้องชายคนเล็กของบ้านนั้นบินตรงมาที่ไทยและรับช่วงกิจการสัมปทานรังนก กิจการนำเที่ยว และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จากฝั่งมารดา ทำให้อัครินทร์ต้องพบปะชาวต่างชาติ และเจรจางานบ่อยมากแต่เขามักมาอยู่ที่เกาะรังนกเพื่อพักผ่อน หากเมื่อต้องนัดพบคู่ค้า เขาจะไปพักวิลล่าที่ซื้อไว้จากตะวัน ผู้บริหารสมุยเวเคชันบีช เพื่อนรักของเขา

“เอ่อ... ผมฝากเงินเดือนไปกับนายหัวให้นังละไมด้วยได้ไหมครับ” เข้มขอฝากเงินไปให้ภรรยาที่ทำงานเป็นแม่บ้านที่รีสอร์ทของตะวัน

“ได้สิ... เดี๋ยวฉันจัดการให้... ตอนนี้นายไปจัดการกับพวกนั้นก่อนก็แล้วกัน... ดูด้วยว่ามันทำอะไรเสียหายหรือเปล่า” อัครินทร์เดินจากไป ใบหน้าหล่อคมเครียดขรึมจนเข้มนึกสงสัยเหมือนกับที่ลูกน้องทุกคนสงสัยว่าทำไมนายหัวถึงได้ใจดีกับจตุพรนัก ฝ่ายนั้นทำให้เครียดก็ตั้งหลายครั้ง แต่ไม่ลงมือจัดการขั้นเด็ดขาดจริงจังสักหน ปล่อยให้มันมาแว้งกัดไม่รู้จักเบื่อ...

อยากรู้เหลือเกินว่าในใจนายหัวของมันนั้นคิดอะไรกัน...

ตอน 3

เหล้าเตกีลาร์ช็อตแล้วช็อตเล่าที่ไหลผ่านเข้าลำคอที่แข็งแกร่งราวกับทองแดงเพราะเหล้าพวกนี้ไม่ทำให้เขาสะดุ้งสะเทือนได้... มือหน้าวางแก้วใบเล็กลงก่อนจะยกมือขึ้นปรามไม่ให้บาร์เทนเดอร์แห่ง เวเคชัน บีช เกาะสมุยได้รินเหล้าเพิ่มให้เขา...

“ไม่เอาอีกหรือครับคุณเสือ หรือว่าจะเปลี่ยนเป็นไวน์”

“ไม่ต้อง ฉันพอแล้ว เบื่อ”

บาร์เทนเดอร์หนุ่มหน้าหล่ออมยิ้มกับเพื่อนสนิทของเจ้าของรีสอร์ทที่เขาทำงานอยู่... อาการลูกค้าคนนี้ไม่ต่างจากนายตะวันของเขาเท่าใดนัก สองหนุ่มหล่อเจ้าสำราญดูเหมือนจะนัดกันเบื่อโลกและมักจะเดินเข้ามาที่บาร์ของโรงแรมและบอกว่ารินเหล้าแรงๆ มาให้ดื่มหน่อย ถ้าไม่เมาก็จะไม่กลับ... แล้วก็พากันเมาแอ๋เข้าไปนอนในวิลล่าเหมือนกันทั้งสองคน แต่พักหลังๆ ทั้งสองไม่ได้มาดื่มเหล้าด้วยกันบ่อยเพราะต่างคนต่างยุ่งกับงาน ส่วนใหญ่ก็จะสลับกันมาเมามากกว่า

วันนี้ที่คุณเสือมาที่เกาะสมุยเพื่อติดต่อเรื่องธุรกิจถึงได้มาคนเดียว เพราะตะวันก็เข้ากรุงเทพๆ เพื่อเป็นประธานในที่ประชุมของบริษัทแสงดาวอาร์คีเทคที่เขาเพิ่งเทคโอเวอร์มา สงสัยว่าอัครินทร์คงไม่มีเพื่อนดื่มเหล้าถึงได้เลิกกลางคันทั้งที่ยังไม่เมา

“ก็ดีที่เบื่อครับ... น้องๆ ในร้านแอบเป็นห่วงตับคุณเสือแย่แล้วมั้งครับ”

“ฉันไม่ได้ดื่มหนักและบ่อยขนาดนั้นหรอกน่า แค่ช่วงนี้เบื่อๆ และปวดหัวกับเรื่องบ้าๆ หลายๆ เรื่องเท่านั้น” อัครินทร์ถอนใจ เขาพูดกับบาร์เทนเดอร์อย่างไม่ปกปิดเพราะไม่ได้เป็นความลับอะไร...

บาร์เทนเดอร์แค่ยิ้มและก็เงียบไป เขารินน้ำหวานเข้มข้นกลิ่นกีวี่พร้อมกับโซดาในแก้วทรงสูง เติมน้ำแข็งเต็มแก้วใส่หลอดแต่งขอบแก้วด้วยมะนาวผ่าซีกประดับยื่นให้ชายหนุ่มตรงหน้า...

“ถ้าจะไม่ดื่มเหล้าอีกก็ลองจิบน้ำซ่าๆ ไปก่อนนะครับ... จะได้ไม่เบื่อนั่งเฉยๆ”

“ขอบใจ” เขาพยักหน้าให้เด็กหนุ่มผู้ขยันขันแข็งที่เขาพบบ่อยมากในช่วงนี้เพราะหันหาเหล้าบ่อย และมาสมุยอยู่หลายครั้งเพื่อจัดการเรื่องธุรกิจร่วมกับนักลงทุนต่างชาติโดยมีจุดนัดพบที่รีสอร์ทสมุยเวเคชันบีช มาทีไรก็เจอกับเจ้าหนุ่มคนนี้ทุกคราไป เขากับเจ้าบาร์เทนเดอร์คนนี้ก็ไม่ต่างจากเป็นเพื่อนที่ได้เจอหน้ากันบ่อยๆ เลย

“นี่ นายคิดว่าถ้านายขัดแย้งกันกับเพื่อนเรื่องผู้หญิง นายจะให้อภัยไหมถ้าเกิดเขาไม่ได้ผิดอย่างที่นายคิด”

“ก็ให้ครับ เพราะเขาไม่ผิด ต้นเหตุของความโกรธก็ไม่มี ต้องขอโทษเพื่อนคนนั้นด้วยซ้ำที่เราโกรธเขาเพราะความเข้าใจผิด

“อย่างนั้นเหรอ” อัครินทร์มีสีหน้าท่าทางครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างแผ่วปลง “แต่ฉันแก้ตัวไม่ได้ ไม่มีทางจะแก้ตัว... แต่ฉันก็ไม่อยากปล่อยให้ทุกอย่างมันผ่านเลยมาอย่างนี้หรอก ฉันไม่มีทางเลือกทางอื่น... นอกจากการปกปิดและก็รอรับมือจากคนที่มีความแค้นต่อฉันเท่านั้น”

“ว่าไงนะครับคุณเสือ” เด็กหนุ่มถาม

“อ้อ เปล่า ช่างมันเถอะ วันนี้ทำดีมากค่าเหล้าลงบัญชีไว้คิดตอนเช็คเอาท์ทีเดียว เอาทิปไป” ธนบัตรใบสีเทาถูกดึงออกจากกระเป๋าเสื้อยืดสีขาวสะอาดของนายหัวหนุ่ม

แล้วเขาก็หายไปท่ามกลางความงุนงงของใครหลายคน โดยเฉพาะสาวๆ ที่ทำงานในร้านที่ไม่อยากให้เขาไปเร็วนัก เพราะโอกาสที่จะได้มองหนุ่มหล่อจับตา ดูดีทั้งรูปร่าง ฐานะ หน้าตาอย่างเขา มันไม่ง่ายนักหรอก

“ไทเกอร์ คุณมาเร็วจังค่ะ นี่เพิ่งสองทุ่มเอง” แม่สาวผมทองร่างอร้าอร่ามที่นั่งรันโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในแมคบุคเครื่องโตหันไปเอ่ยกับคนที่เปิดประตูเข้าห้องมาสเตอร์ของวิลล่ามา...

ห้องนี้ที่เป็นที่นัดพบของเขากับหล่อน

“งานยังไม่เสร็จเหรอ” เขาถามโปรแกรมเมอร์สาวที่หน้าตาไม่เข้ากับอาชีพนัก ดูภาพแล้วหล่อนน่าจะเป็นนางแบบนิตยสารเพลย์บอยจำพวกปลุกใจเสือป่ามากกว่าเมื่อทรวดทรงองค์เอวล้นหลามเช่นนี้... เคเธอรีน่าเป็นเพื่อนของเขากับตะวันสมัยที่เรียนในเอ็มไอที(MIT:สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology))มาด้วยกัน เจ้าตัวมักมาเที่ยวที่เมืองไทยยามพักร้อนจากบริษัทเขียนโปรแกรมจำพวกแอพพลิเคชันส์ของมือถือสมาร์ทโฟน

“เสร็จไปชิ้นหนึ่งแล้ว... อันนี้ฉันลองตัวใหม่ต่างหากล่ะ นั่นไม่สำคัญหรอก เพราะคุณสำคัญกว่า” หญิงสาวลุกจากโต๊ะทำงานมาหาเขา เบียดร่างอวบอัดพร้อมกับมอบจูบให้อย่างเร่าร้อน ด้วยความชำนาญในการเชิญชวนอีกฝ่ายก่อน ร่างของทั้งสองเร่าร้อนและแสนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีเพราะนอกจากหล่อนจะเป็นเพื่อนเรียน เพื่อนเล่นของเขาแล้ว... ยังเป็นเพื่อนนอนที่แสนวิเศษและไร้ซึ่งข้อผูกมัดใดๆ อีกด้วย...

“คุณยังเร้าใจเหมือนเดิมเลยนะ เคที่”

“แน่นอน... แต่ขอบอกว่าวันนี้ ฉันจะเร่าร้อนกว่าเดิม... เพราะฉันจะใช้มารยาหญิงอ้อนตามคุณไปพักร้อนที่เกาะรังนกด้วยให้ได้...”

“ไม่ต้องอ้อนผมก็ให้ไปอยู่แล้ว... ช่วงนี้เป็นช่วงพักผ่อนเพราะเก็บรังนกขายไปแล้ว...อีกสองวันผมไปทำธุระที่ภูเก็ตกับกระบี่ก่อนจะกลับเกาะคุณก็ตามไปผมก็พาคุณไปเที่ยวได้ แต่ขอบอกไว้ก่อนนะว่าที่นั้นไม่มีสัญญาณไวไฟให้เล่นอินเตอร์เน็ตหรอกนะ”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ... แค่มีคุณ กับเตียงนอนนุ่มๆ ริมทะเลสีฟ้าสวย เท่านั้นก็เพียงพอสำหรับวันหยุดสุดพิเศษของฉันแล้ว” หล่อนบอกเสียงกระเส่าด้วยเนื่องมือหนากอบกุมความใหญ่โตของทรวงอกหล่อนเอาไว้แล้วคลุกเคล้นมันอย่างหิวกระหาย...

เรียวปากอิ่มยั่วยวนสีแดงสดจุมพิตที่ซอกคอของชายหนุ่มทิ้งรอยสีแดงรูปจูบจากปากของตนเองประทับไว้ตรงนั้น ดังเช่นที่เธอชอบทำกับคู่นอนที่พอใจ... ไล้เลยขึ้นมาที่แนวครางที่มีไรหนวดขึ้นเขียวเข้มสากครูดแก้มและหล่อนก็มอบจุมพิตให้บุรุษผู้ทรงเสน่ห์อีกครั้ง และอีกครั้ง

“ฉันไม่ชอบเสื้อผ้าของคุณเลยค่ะ” เคเธอรีน่ากระซิบบอก นิ้วมือเรียวยาวแต่งแต้มปลายเล็บยาวเกือบหนึ่งนิ้วด้วยสีแดงสดปลดกระดุมเสื้อของเขาออกอย่างเร่งรีบ เหมือนที่เขากำจัดเสื้อผ้าบางพลิ้วไหวของหล่อนออกไปก่อนหน้านี้

“กำจัดมันได้ตามสบายเลยที่รัก” สิ้นคำอนุญาตทั้งสองก็เปล่าเปลือยเฉกเช่นเดียวกันในเวลาไม่นาน... เตียงนอนในวิลล่าที่อัครินทร์ซื้อจากโครงการของเพื่อนไว้หนึ่งหลังที่ถูกปูไว้เรียบร้อยโรยกลีบกุหลาบสีแดงเข้มก็มีอันถูกทำให้ยับย่นไม่สวยงามเพราะไฟพิศวาสจากสองหนุ่มสาวที่เร่าร้อนจนแผดเผาทุกอย่างไหม้เป็นจุล แม้นลมเย็นจากทะเลยามค่ำคืนและความเย็นแห่งราตรีกาลก็มิอาจมอดดับได้...

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED