ตอนที่ 2
ธราเทพเคลื่อนรถเข้าไปจอดในโรงรถอย่างช้าๆ ถึงคนในบ้านจะไม่ตื่นแม้จะได้ยินเสียงรถก็ตาม เพราะบ้านเขาอยู่ติดถนนใหญ่ มีรถราแล่นวุ่นทั้งคืนทั้งวัน แต่ถึงจะเป้นอย่างนั้น เขาก็ยังทำทุกอย่างให้เบาและเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะไม่ต้องการให้คนที่นอนหลับอยู่ตื่นขึ้นมาเจอกับสิ่งที่เขาทำอยู่
ชายหนุ่มช้อนร่างโปร่งบางพาเดินลัดเลาะผ่านตัวบ้านซึ่งสร้างด้วยอิฐบล็อกที่ยังไม่ทันจะได้ฉาบ เพราะทุนในการก่อสร้างหมดเสียก่อนไปยังห้องนอนของตัวเอง ซึ่งมีการทำประตูด้านข้างไว้ เพราะแม่คิดว่าเขาเป็นชายหนุ่ม ที่คงจะมีเหตุและเรื่องราวที่ต้องออกนอกบ้านโดยไม่ต้องการให้คนในบ้านรู้
อีกทั้งหน้าที่การงาน บางทีก็ทำให้ต้องกลับบ้านดึกๆ ดื่นๆ แล้วเขาก็เกรงใจแม่ ถ้าจะให้ท่านนั่งคอยเปิดประตูให้ เลยตกลงที่จะทำห้องที่มีประตูเชื่อมกับบ้านใหญ่ เมื่อไหร่ที่เขาต้องการความเป็นส่วนตัวก็เข้าออกทางประตูนี้ได้
ด้วยความเคยชิน ทำให้เขาไม่จำเป็นต้องเปิดไฟ อีกทั้งคืนนี้ก็ยังมีแสงจากพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวส่องสว่างให้เห็นเป็นเงาตะคุ่มๆ เตียงที่รองรับร่างใหญ่และแข็งแกร่งนั้นอยู่ตรงส่วนใดของห้อง
ชายหนุ่มวางร่างโปร่งบางลงบนเตียง พร้อมกับพ่นลมออกทางปาก สองมือใหญ่ยกขึ้นเท้าสะเอว
ดูว่าตอนแรกเกร็ดแก้วมีรูปร่างโปร่งบางสะโอดสะอง แต่พอได้อุ้มเข้าจริงๆ ก็เล่นเอาเหงื่อตกได้ไม่น้อย ชายหนุ่มยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนใบหน้า ก่อนที่จะทำงานชิ้นต่อไปจนเรียบร้อย ชายหนุ่มจึงได้ล้มตัวลงนอนบนเตียงเคียงข้างกับเกร็ดแก้ว
ใบหน้าคมเข้มเปื้อนยิ้มเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเมื่อแม่เจ้าประคุณตื่นมาเจอกับสภาพที่เขาทำไว้ เธอจะกรีดจนขี้ในหูเขาจะเต้นออกมาวิ่งอยู่ข้างนอกหรือเปล่า
ชายหนุ่มหันตัวเข้าหาคนที่นอนหลับสนิทไม่รู้เรื่องรู้ราว นิ้วยาวไล้บนใบหน้านวลขาวรูปไข่ ถ้าได้เจอกันในสภาพปกติ ไม่มีเรื่องของเปรมมิกา น้ำหน้าอย่างเขาคงไม่ได้เข้าใกล้หญิงสาวแสนสวยอย่างกับนางฟ้าคนนี้หรอก ก็แม่เจ้าประคุณเล่นเป็นถึงลูกสาวของเจ้าของร้านเพชร และยังจะมีธุรกิจอีกหลายอย่าง สภาพคนจนๆ อย่างเขา ทำได้เพียงแค่แหงนมองเหมือนกับหมาเห่าเครื่องบินเท่านั้น
อาทิตย์ก่อนจะเกิดเรื่องนี้ เพราะความที่เขาไม่ได้เข้าเช็คข้อความในเมลตัวส่วนตัว เพื่อนรักอย่างการัณย์เลยต้องโทรมาหาด่วน
“ว่าไงไอ้ใหญ่ โทษทีช่วงนี้ฉันยุ่งๆ เลยไม่ได้ติดต่อแก” ธราเทพขอโทษขอโพยเพื่อนรัก ก่อนจะเปิดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะใช้ทั้งทำงานและติดต่อพูดคุยกับเพื่อนรัก
“ไม่เป็นไร กันรู้ ถ้าแกรู้เรื่องคงโทรมานานแล้ว ไม่รอให้เวลาผ่านไปเกือบอาทิตย์แบบนี้หรอก” การัณย์ตอบกลับอย่างรู้ดี เพื่อนรักคนนี้เป็นคนเอางานเอาการ หลังจากเรียนจบทางด้านการเกษตรมา แทนที่จะใช้เวลาอยู่ในเมืองกรุงท่องเที่ยวสรวนเสเฮฮาเหมือนกับเพื่อนคนอื่นๆ ธราเทพรีบกลับมาบ้านและหาทางพัฒนาความเป็นอยู่ของชาวบ้านด้วยสิ่งที่ได้เรียนรู้มา
“กันว่าก่อนที่แกจะถามอะไรมาก เปิดเมลเช็คสิ่งที่กันส่งไปให้แกดูก่อนดีกว่าวะเพื่อน”
“เออ...แกถือสายรอนิดหนึ่งนะ” ธราเทพบอกขณะรอให้คอมพิวเตอร์ทำงาน เมื่อเขาเปิดดูข้อความจากหน้าหนังสือพิมพ์ที่การัณย์สแกนส่งมา...
ดวงตาคมกริบถึงกับเบิกกว้างและลุกวาว เมื่อไล่ตามข้อความพร้อมอ่านด้วยน้ำเสียงดังๆ ให้เพื่อนรักได้ฟังอย่างชัดๆ อีกครั้ง
‘ไฮโซสาว เปรมมิกา น้องสาวการัณย์ พิริยะสนิทชัยวงศ์ เจ้าของโรงแรมชื่อดังทั้งในกรุงเทพฯ กระบี่และภูเก็ต ผิดหวังช้ำรักจากดอกเตอร์ทินภัทร หนุ่มรูปหล่อพ่อแม่รวยที่ควงสาวสวยถึงสามคนกลับเมืองไทย ประชดตัวเองด้วยการขับรถชนต้นไม้อาการสาหัส’
ภาพผู้หญิงสาวทั้งสามคนไม่ชัดเจน แต่การัณย์ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพื่อนรักส่งภาพสาวน้อยนางหนึ่งที่ยืนเคียงข้างคนรักของเปรมมิกามาให้ดู
“แกคิดว่าไงบ้างใหญ่” ธราเทพถามเพื่อนรัก คิ้วคมเข้มขมวดมุ่นอย่างไม่ค่อยเชื่อในสิ่งที่ได้อ่าน
ผู้หญิงอย่างเปรมมิกานะหรือจะฆ่าตัวตาย เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด เท่าที่ได้เห็นและได้สัมผัสมา เปรมมิกาเป็นผู้หญิงน่ารักน่าทะนุถนอม ช่างเอาอกเอาใจ จนเขาและพฤกษ์เคยคิดลงสนามแย่งสาวน้อยคนนี้มาเป็นแฟนแล้ว แต่พอได้อยู่ใกล้ชิดกันนานวันเข้า ความรู้สึกพวกนั้นกลับแปลเปลี่ยนไป กลายเป็นสายใยความผูกพันประมาณว่าพี่น้องร่วมอุทรมากกว่าที่จะเป็นหนุ่มรักสาว อีกทั้งทั้งเปรมมิกาและการัณย์เองก็เคยมาพักที่บ้านอยู่บ่อยครั้ง จนตอนนี้ทั้งสองคนกลายเป็นเหมือนคนในครอบครัวไปแล้ว
ตอนแรกเห็นว่าเปรมมิการ่างอรชรอ้อนแอ้น แต่ใจกลับใหญ่กว่าตัวมาก สู้ไม่ถอย เคยตากแดดหน้าดำช่วยเขาและครอบครัวทำนาตัวเป็นเกลียว จนสาวน้อยในหมู่บ้านบางคนยังอาย แล้วเท่าที่จำได้ แม้จะอกหักแต่น้องสาวคนนี้ไม่เคยร้องไห้ฟูมฟายให้เห็น อาจมีเศร้าบ้างเล็กน้อยแต่ไม่นานก็กลับเป็นปรกติ ทำตัวร่าเริงเที่ยวหยอกล้อคนโน้นที่คนนี้ทีอย่างสนุกสนาน บางทีก็ยังหาเรื่องแกล้งเขา พฤกษ์และการัณย์เสียอีก แล้วคนเข้มแข็งอย่างนี้นะ จะฆ่าตัวตายเพราะอกหัก
ไม่จริง...เขาไม่เชื่อ มันต้องมีใครเข้าใจผิดไปแน่ๆ
“เรื่องราวมันเป็นมายังไงวะใหญ่” ธราเทพถามน้ำเสียงเคร่งเครียด คิ้วเข้มขมวดมุ่น กวาดสายตาไปตามข้อความที่ได้เห็นหลายต่อหลายครั้งแล้ว แต่ยังไงมันไม่ทำให้เขาเชื่อได้เลยสักครั้ง ในใจเลยมีแต่คำถาม...มันเกิดอะไรขึ้นกับน้องสาวนอกไส้ของเขากันแน่
“กันเองก็ยังไม่รู้เรื่องเลย ตอนเกิดเรื่อง กันอยู่กระบี่ รู้ข่าวอีกทีก็ตอนที่ป้านาทโทรมาบอกว่ายายเปรมเข้าโรงพยาบาลนั่นแหละ ถามไปก็ไม่ได้เรื่อง เพราะแกเอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายลูกเดียว จะรู้เรื่องอีกทีก็ตามหน้าหนังสือพิมพ์และข่าวตามหน้าอินเทอร์เน็ตที่ส่งให้แกนั่นแหละ”
“ไอ้พฤกษ์มันรู้เรื่องหรือยัง”
“รู้แล้ว มันเพิ่งติดต่อมาก่อนแกสองสามวันเอง” การัณย์ไม่ยอมบอกว่าเขาตกลงกับพฤกษ์ไว้เรียบร้อยแล้ว รอแต่คำตอบจากปากธราเทพเท่านั้นเอง แล้วเขาก็คิดว่าเพื่อนรักคนนี้จะไม่ทำให้ผิดหวังเช่นกัน
“แล้วแกจะเอาไง” ธราเทพถามเสียงเข้ม ถ้าการัณย์ติดต่อมาอย่างนี้ แสดงว่าเพื่อนรักจะต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง และคงอยากได้ความช่วยเหลือจากเขาและพฤกษ์เป็นแน่
“ไม่เอาไง แค่ถางทางให้ยายเปรมก่อน ส่วนไอ้คนที่มันก่อเรื่อง ยายตัวแสบคงจัดการเอง”
การัณย์เอนร่างอิงขอบโต๊ะ มองไปเบื้องล่างอันเป็นธุรกิจของครอบครัวที่มีเขาเป็นผู้กุมบังเหียนใหญ่ ก่อนจะมองไปยังใบหน้าสาวน้อยแสนสวยและน่ารักที่โชว์หราอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ดวงตาคมกริบเป็นประกายดุร้ายและแข็งกร้าว
ใครก็ตามที่เหยียบจมูกคนตระกูลพิริยะสนิทชัยวงศ์แล้วคิดว่าตัวเองจะลอยนวลไปโดยไม่ได้รับผลตอบแทนที่สาสม...คิดผิดแล้ว
รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นบนใบหน้าคมคร้าม ถ้าสาวน้อยที่อวดโฉมอยู่หน้าคอมได้เห็น ถึงแม้เธอจะเก่งกล้าเพียงใด ก็ต้องรีบถอยห่างแน่นอน เพราะเสือตัวใหญ่ได้ลุกออกจากการจำศีล พร้อมจะกัดทุกคนที่ขวางหน้าแล้วในขณะนี้
“แกจะให้ฉันทำไงใหญ่ บอกมาได้เลย ถ้าทำได้ฉันทำให้เต็มที่” ธราเทพถามโดยไม่คิดถึงคำตอบที่จะได้รับกลับมา
“ถ้าจะต้องลักพาผู้หญิงสักคนไปอยู่ที่บ้าน พ่อแม่จะมีปัญหาหรือเปล่า” การัณย์ถามโต้งๆ
“พ่อแม่ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แกอยากได้ลูกสะใภ้จะตาย” ธราเทพพูดเล่นๆ ก่อนจะเลิกคิดขึ้นสูง ดวงตาคมเข้มเหมือนกับนัยน์ตาผู้หญิงอีกทั้งยังล้อมกรอบด้วยขนตายาวงอน ชนิดที่ว่าผู้หญิงบางคนยังอายหากได้เห็นเบิกกว้าง “กะ...แกพูดใหม่ได้ไหมใหญ่ หูกันไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหมเพื่อน?”
ตอนที่ 3
“ไม่ว่ะ เพราะงานนี้ไอ้พฤกษ์มันเอาด้วยแล้ว ตอนนี้รอคำตอบแค่แกคนเดียวเท่านั้น”
ธราเทพยกมือขึ้นลูบท้ายทอย ขนตามแขนและขาลุกชัน ใบหน้าคมคร้ามมีไรหนวดยิ้มแหยๆ พาผู้หญิงเข้าบ้านเหรอ มีหวังเขาตายหยังเขียดแน่ ถึงแม้แม่อยากได้ลูกสะใภ้มากก็จริง แต่งานนี้แม่บ่นสามวันเจ็ดวันไม่จบแน่ ดีไม่ดีมีพ่อร่วมผสมโรงด้วย ไอ้เขามันหัวเดียวกระเทียมลีบ ตายแน่ๆ ...ตายหยังเขียด...
“เออ...จะเอาไงก็เอากัน แกส่งรายละเอียดมาให้ก็แล้วกัน อีกสามวันจะขึ้นไปหาแกกับไอ้หนึ่ง” ธราเทพตอบรับอย่างเสียไม่ได้ แต่ในใจกลับเริ่มสนุกสนาน นานเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่เจอกับสองเพื่อนรัก ก็ตั้งแต่เรียนจบมาและเข้ามารับหน้าที่เป็นกำนันต่อจากบิดาละมั้ง
ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปหลายปี แต่สายใยเส้นเล็กๆ ระหว่างเพื่อนที่ยอมแม้กระทั่งตายแทนกันได้ยังผูกติดกันไว้ไม่คลาย ถึงไม่ได้เจอกันแต่ในยุคที่เทคโนโลยีเจริญก้าวหน้า มีทั้งโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต ทำให้ระยะทางที่ห่างไกลกลับเหมือนใกล้เพียงแค่เอื้อม คงจะมีพักหลังๆ นี่แหละที่ในหมู่บ้านมีเรื่องมีราวเกิดขึ้นมากมาย ทำให้การติดต่อสื่อสารระหว่างกันห่างเหินกันไปบ้าง แต่ถ้ามีใครคนใดคนหนึ่งเกิดเรื่อง ไม่ว่าจะอยู่ห่างกันไกลแค่ไหน เพื่อนก็ยังต้องช่วยเพื่อนเสมอ
“ไม่ต้องวะเทพ”
“ทำไมวะ?” ธราเทพถามกลับอย่างสงสัย ไม่ให้เขาไปกรุงเทพแล้วจะได้ตัวผู้หญิงตรงหน้ามาได้ยังไงกัน หรือว่าการัณย์ห่วงน้องจนเพี้ยนไปแล้ว
“อีกสามวันผู้หญิงคนนั้นจะเดินทางไปเดินแฟชั่นโชว์ที่ภูเก็ต และที่สำคัญคือไปที่โรงแรมกันด้วย แกเตรียมวางแผนการไว้ได้เลยเพื่อน”
“อือ...” ธราเทพวางโทรศัพท์ลงที่เดิม ขณะที่สายตายังไล่วนไปตามข้อความที่ขึ้นอยู่บนคอมพิวเตอร์อีกครั้ง เขาต้องการความมั่นใจว่าตัวเองคิดไม่ผิดที่ร่วมก่อการร้ายกับเพื่อนรักในครั้งนี้
ดูท่าคู่กรณีของเปรมมิกาคงจะต้องมีดีมากถึงขนาดทำให้สาวน้อยผู้แสนจะมั่นใจในตัวเองเสียสูนย์เข้าไปนอนในโรงพยาบาลได้
‘เอาละคนสวยไงเรามาเจอกันสักตั้ง ฉันเองก็อยากรู้ว่าเธอจะมีดีแค่ไหน’
เอ๊กอีเอ๊กเอ้กๆ
เสียงไก่ขันปลุกธราเทพให้ตื่นจากนิทรารมย์ อากาศยามเช้าตรู่ช่วงเข้าสู่ปลายฝนต้นหนาวของชาวบ้านป่าบ้านไร่เย็นฉ่ำชื่นใจโดยไม่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศ ชายหนุ่มควานหาคนที่อยู่ในอ้อมกอดเข้ามาแนบอก
ธราเทพคิดถึงความรู้สึกของตัวเองพร้อมรอยยิ้ม ขนาดว่าพาแม่ตัวดีเข้ามานอนบนเตียงแล้ว เขายังกลัวอยู่เลยว่าแม่ที่นอนหลับแล้วจะตื่นขึ้นมา โหย...ไม่อยากคิดเลย จะเป็นยังไงถ้าแม่ตื่นขึ้นมาพบจริงๆ มีหวังไม่ได้หลับไม่ได้นอนทั้งคืนแน่
เฮ้อ...ไม่ใช่อะไรหรอก เขาไม่อยากตอบคำถามเท่านั้นเอง เพราะแม่เป็นคนที่เข้าใจอะไรยาก...ไปนิด กว่าจะรู้เรื่องจะต้องถามให้ได้ความตั้งแต่ต้นเหตุ เรื่องราวเป็นมาอย่างไร แล้วเลยไปไหนต่อ จนมาถึงปลายเหตุ ทำไมเขาต้องพาเกร็ดแก้วมาอยู่ที่บ้านในฐานะ...ภรรยาด้วย
ชายหนุ่มมองใบหน้างาม สมองก็คิดประมวลเรื่องราวที่เกิดขึ้น เขาจะอธิบายกับแม่ยังไงดี แม่ถึงจะให้เข้าใจได้ง่ายที่สุด และเขาก็จะต้องเคลียร์กับผู้หญิงที่นอนอยู่ด้วย ถูกเอาตัวมาทำไม จะต้องอยู่ที่นี่สักกี่วัน และอยู่ในฐานะใด ถ้าเป็นน้องสาวอกหักหนีรักมาพักร้อนก็ได้นะ แต่ไม่รู้ทำไมใจถึงได้บอกว่าไม่ดี ให้เป็นเมียนั่นแหละดีแล้ว
คิดแล้วก็สนุกดีเหมือนกัน ได้เมียมาตั้งคน รูปร่างหน้าตาก็สวยดีใช่หยอก แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่อีกนั่นแหละ สาวเจ้าจะยินยอมหรือเปล่า แล้ว...เขาจะไม่มีวิธีจัดการหรือไงกัน ในเมื่อเรื่องยากกว่านี้ก็ผ่านมาแล้ว แค่เรื่องหญิงไม่ยอมนี่น่าจะเล็กอยู่นะ
ชายหนุ่มสอดมือประสานกันรองไว้ใต้ท้ายทอย นึกถึงตอนที่ได้เห็นหน้าเกร็ดแก้วชัดๆ ครั้งแรกในงานเดินแฟชั่นโชว์ ใจที่แข็งแกร่งก็เกิดหวั่นไหว เมื่อจูบที่เจ้าของไม่ได้พอใจจะให้นั่นอีก ทำให้หัวใจเขาถึงกับเต้นไม่เป็นจังหวะ คิดแล้วก็น่าขำ อายุเขาสามสิบกว่าไปแล้ว ใช่ว่าจะเป็นเด็กวัยรุ่นอายุไม่ถึงยี่สิบเสียเมื่อไหร่ แต่กลับตื่นเต้นเหมือนเด็กประถมที่ต้องออกไปแสดงอะไรหน้าชั้นเป็นครั้งแรกและคนแรกเสียได้
ธราเทพเปลี่ยนจากการนอนหงายเป็นนอนตะแคง มองคนที่นอนหลับสนิทใกล้ตัวอย่างอิจฉานิดๆ สำหรับเขาเพียงแค่หูได้ยินเสียงไก่ขัน แม้จะนอนดึกเพียงใดก็รู้สึกตัวตื่นแล้ว แต่เกร็ดแก้วยังคงอยู่ในนิทรารมย์ แต่ก็ดี มันทำให้เขามองเธอได้เต็มๆ ตาอีกครั้ง
เค้าโครงหน้าเกร็ดแก้วเป็นรูปไข่ ดวงตากลมโตล้อมด้วยขนตายาวงอนจนอยากรู้ว่าถ้าเอาปากกาไปตั้งไว้จะหล่นหรือเปล่า จมูกเล็กโด่งขึ้นสันรับกับริมฝีปากรูปกระจับเป็นสีแดงระเรื่อ ผิวพรรณก็ผุดผ่องเป็นยองใย
ตอนที่เธอเดินออกมาจากด้านหลังเวทีด้วยชุดสีราตรีสีขาว ทั้งสวยและงามสง่า กิริยาท่าทางก็คล่องแคล่ว ใบหน้าที่ตกแต่งไว้อย่างดีเชิดขึ้นสูง เธอยกมือเรียวขึ้นทาบบนเนินอกโชว์สร้อยข้อมือที่ทำจากเพชรเม็ดงาม ก่อนจะสะบัดหน้าหนีพอประมาณ ดูแล้วไม่น่าเกลียดใดๆ เลยสักนิด แต่กลับยิ่งเสริมให้มีเสน่ห์และเรียกร้องความสนใจจากหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่นั่งอยู่รอบเวทีได้เป็นอย่างดี
เทียบความสวยแล้ว เปรมมิกาแพ้หลุดลุ่ยทีเดียว ความงามของน้องสาวนอกไส้เขาคือผู้ชายมองผ่านเลยไปก่อนแล้วถึงค่อยย้อนกลับมามองใหม่ แต่สำหรับเกร็ดแก้วแล้ว ผู้ชายทุกคนจะต้องหยุดมองเพียงแค่แรกเห็น และจะต้องมอบหัวใจให้เพียงได้สบกับดวงตากลมโต
เกร็ดแก้วยังได้เปรียบเรื่องของฐานะทางบ้านอีกด้วย เพราะเธอคือลูกสาวคนเดียวของเจ้าของร้านเพชรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และยังจะมีธุรกิจหลายชนิด เขายังแว่วๆ ได้ยินข่าวมาก็คือ ในตอนนี้บิดาของหญิงสาวเปิดร้านเสื้อผ้าและเครื่องประดับแบรนด์ดังให้ลูกสาวได้บริหารดูแลด้วย
ในขณะที่เปรมมิกาแม้จะเป็นน้องสาวของการัณย์ พิริยะสนิทชัยวงศ์ แต่ก็ไม่ใช่ลูกสาวเมียหลวง แต่เป็นเมียน้อยลำดับที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ ไร้ทรัพย์สินมรดกพอกกาย เขาจึงไม่ได้แปลกใจมากสักเท่าไหร่ เมื่อได้รู้ข้อมูลทุกสิ่งจากปากเพื่อนรักเรื่องน้องสาวโดนสลัดรัก แต่ถึงเปรมมิกาจะไม่ใช่ทายาทสายตรงของพิริยะสนิทชัยวงศ์ แต่การัณย์ก็รักน้องสาวคนนี้มากกว่าญาติคนอื่นๆ เพราะความน่ารักบวกกับการเข้าอกเข้าใจพี่ชายนั่นแหละ แต่อย่าให้แม่โกรธขึ้นมาเชียวนะ พี่ชายก็เถอะ แม่ด่าไม่ไว้หน้าเหมือนกัน
ใบหน้าธราเทพเปื้อนยิ้ม ดวงตาแพรวพราวระยับ เมื่อคืนกว่าจะเดินทางมาถึงบ้านก็ดึกเอาการ อย่างแรกไม่ใช่เพราะการเดินทางที่ไกล แต่เพราะเขาแอบจอดรถข้างทางหากำไรจากแก้มนุ่มหอมนี่บ่อยๆ ต่างหากละ ไม่รู้ผู้หญิงอะไร กลิ่นกายหอมจนเขาอดใจไม่ไหว ไอ้เขาก็ดันร้างผู้หญิงมานาน ถึงจะมีวนเวียนแจกขนมจีบจนหัวบันไดบ้านไม่แห้ง แต่ก็ไม่ตรงใจเขาเอาเสียเลย และก็คิดเป็นน้องเป็นนุ่งเสียมากกว่า ก็เห็นกันมาตั้งแต่เด็กๆ บางคนถึงกับเคยแก้ผ้าวิ่งเล่นและอาบน้ำคลองด้วยกันด้วยซ้ำ
ธราเทพยกมือขึ้นปิดปากกลั้นอาการหาวหวอดๆ ร้างรางานประจำไปเสียหลายวัน ไม่รู้วันนี้มีงานอะไรต้องทำหรือเปล่า ไม่รู้น้องวัวน้องควายในคอก แม่อีหนูหมูและไก่ในเล้าจะเป็นยังไงบ้าง เพราะเขาไปภูเก็ตเกือบจะอาทิตย์
เพราะเขาเรียนดี กิจกรรมเด่น มีบางองค์กรมาทาบทามเพื่อให้ไปร่วมงานด้วย แต่เขาปฏิเสธ เพื่อนที่รู้ก็เลยถาม
“อะไรวะไอ้เทพ...คนอื่นวิ่งหางานจนรองเท้าสึก แต่มึงมีคนมาประเคนงานให้ถึงที่ เสือกทำหยิ่งไม่รับ แล้วมึงจะไปทำอะไรวะ...กลับบ้านไปทำไร่ไถนาหรือไง”