การเคลื่อนตัวเข้าสู่คอคอดอันคับแคบอย่างรวดเร็วนั้นเรียกเสียงหวีดหวานจากเจ้าของเรือนร่างอ้อนแอ้นที่นอนทอดกายแอ่นระแน้เชื้อเชิญเจ้าของงูยักษ์ร้าย
คอคอดนั้นไม่เคยมีใครย่ำกรายนั้นช่างคับแคบเกินไปสำหรับลำกายอันมหึมา เมื่อเจ้าอนาคอนด้าร้ายของเขาดุนหัวเข้าใส่หมายลอดผ่านเข้าไปด้วยความรวดเร็ว ความอ่อนนุ่มของผืนที่แห่งนั้นจึงแทบปริแตกเหมือนผืนดินแตกระแหงถูกท่อนเหล็กหนักๆตอกอัดอย่างรุนแรง
เมื่อลำกายกร้าวแกร่งแทรกผ่านเข้าไปได้ยากเย็นเหลือใจ เจ้าของเรือนกายแกร่งกร้าวจึงต้องถอดถอยออกมาตั้งหลักแล้วออกแรงปลุกปล้ำนำพามันลอดเข้าถอยออกอยู่เสียหลายหน
จนท้ายสุดก็พุ่งสอดลอดผ่านเข้าไปได้จนสุดลำกายใหญ่ยาว
การพาเจ้างูยักษ์ร้ายรุกล้ำเข้าไปดื่มด่ำหยาดน้ำอมฤตในคราวนี้ ทำเอาเจ้าของเรือนกายที่อุดมไปด้วยกล้ามเนื้อหนั่นแน่นทรงพลังถึงกับ หอบแฮ่ก
เขาพาเจ้าอนาคอนด้ายักษ์สัตว์เลี้ยงคู่ใจลอดเข้าลอดออกสำรวจซอกซอนโพรงถ้ำมานับครั้งไม่ถ้วน ไม่มีครั้งไหนที่ถูกสูบพลังมากเท่านี้
ช่องทางที่ไม่เคยมีผู้ใดสำรวจมาก่อนช่างเต็มไปด้วยความรู้สึกหฤหรรษ์ มันกระตุ้นความอยากรู้อยากลองและปลุกความเถื่อนดิบที่ซุกซ่อนในตัวเขาออกมาได้ชะงัดนัก
แม้จะประหลาดใจอยู่บ้างที่เจ้าของถ้ำที่ไม่เคยเชื้อเชิญให้ใครเข้าเชยชมกลับเต็มใจแย้มพรายให้เขาทั้งที่เจ้าหล่อนควรสงวนเอาไว้สำหรับคนพิเศษมากกว่า
เท่าที่ดูทรงแล้วเจ้าหล่อนไม่น่าจะเป็นคนชอบเชื้อเชิญชักชวนใครให้เข้ามาย่ำกรายได้ง่ายๆ แต่นั่นเป็นเพียงความคิดแวบหนึ่งที่ผุดวาบขึ้นมาแล้วก็หายวับไป
เขาไม่จำเป็นต้องคิดอ่านอะไรแทนใคร ในเมื่อต่างฝายต่างเต็มใจและเมื่อทุกอย่างจบสิ้นลงก็จะเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
‘ถามจริงเถอะ คุณรอดพ้นจากพวกเสือสิงห์กระทิงแรดมาถึงผมได้ยังไงกัน’
เขาถามพรางเม้มปากเก็บข่มความซ่านสยิวที่กำลังพุ่งพล่านอัดแน่นในกาย
เขาอยากสาดซัดความเถื่อนดิบใส่เสียให้สาสมกับก๋ากั่นมั่นอกมั่นใจของเจ้าหล่อน แต่ต้องยับยั้งเอาไว้รอคอยให้ความคับแน่นคลายตัวลงเสียก่อนเพราะตอนนี้มันรึงรัดเจ้ายักษ์ร้ายของเขาเสียจนปวดปร่าไปหมด
‘จำเป็นต้องรู้ด้วยเหรอคะ ฉันว่าคุณสนใจแค่สิ่งที่ต้องทำตรงหน้าดีกว่านะ’
‘คุณนี่ใจถึงเป็นบ้า’
‘อย่าพูดมากเลยน่า รีบๆเข้าเถอะฉันเจ็บจนจะทนไม่ไหวแล้วนะ’
‘ฮื่อ...ไม่อยากเจ็บต้องใจเย็นๆสิ นอนนิ่งๆเดี๋ยวผมจัดการเอง รับรองว่าซาบซ่านถึงใจจนลืมเจ็บเชียวแหละ’
เพียงสิ้นเสียงแหบโหย คนบอกให้ใจเย็นก็เริ่มขยับเขยื้อนนำพาเจ้าอนาคอนด้ายักษ์เคลื่อนตัวลอดเข้าลอดออกช้าๆ
ยามผิวกายร้อนผ่าวของลำกายแกร่งกร้าวของเจ้างูยักษ์ถูไถเสียดสีกับพื้นผิวนุ่มหยุ่นของคอคอดคับแน่นนั้นสร้างความรู้สึกประหลาดล้ำให้กับเขาอย่างไม่เคยพบเจอมาก่อน
ทุกช่วงจังหวะลอดเข้าถอยออกแสนเชื่องช้าเนิบนาบนั้นก่อเกิดความเสียดเสียวขมวดม้วนเป็นเกลียวคลื่นถาโถมสาดซัดอัดแน่นอยู่ในกายกำยำ
ระลอกแล้ว...ระลอกเล่า!
เขามั่นใจว่าเจ้าหล่อนก็รู้สึกไม่ต่างกัน เพราะร่างอ้อนแอ้นแอ่นระแน้ของเจ้าหล่อนนั้นบิดพล่านหยัดยกสะโพกร่อนรับทุกการขับเคลื่อนของเขาราวกับคนรู้งาน
ยิ่งเขาเร่งจังหวะจุ่มจ้วงล่วงล้ำหนักหน่วงและรัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ เสียงเจ้าหล่อนก็หวีดหวานกังวานก้องร้องเร่งเขาจนฟังไม่เป็นศัพท์
ยิ่งเขาเร่งทะยานต่อไปด้วยความรวดเร็วและรุนแรงตามอารมณ์เถื่อนดิบ เกลียวคลื่นแห่งความหฤหรรษ์ในกายเขานั้นก็ยิ่งขมวดม้วนพุ่งทะยานสาดซัดเข้าใส่ไม่ปราณี
ความรู้สึกที่ก่อเกิดนี้ช่างยั่วยวนลึกล้ำจนเสียจนเขาต้องพยายามสะกดกลั้นหักห้ามใจไม่ให้สั่นหวิวพลิ้วไปตามอารมณ์ปรารถนา
ใช่! เขาจะถลำลึกกับความรู้สึกประหลาดล้ำที่ก่อเกิดไม่ได้
เขาลากเธอขึ้นเตียงเพียงความสนุกชั่วคราว ไม่ใช่ชั่วนิรันดร์
เจ้าหล่อนเองก็แค่อยากลิ้มลองความสนุกเฉกเช่นคนอื่น
One Night Stand เท่านั้นกับค่ำคืนนี้ เมื่อวันพรุ่งนี้มาถึง เขาและเธอก็ต่างคนต่างไป
ไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอ
ไม่มีวันหวนกลับมาพานพบกันอีก
“ผิดแล้ว! คนอื่นอาจไม่มีวันหวนกลับแต่นั่นไม่ใช่สำหรับเธอแม่คนอวดดี” เปลวตะวันสบถเสียงเข้มดุ ดวงตากร้าวเขม้นมองผนังห้องน้ำเขม็ง
แม้สายน้ำที่ไหลซู่จากฝักบัวละผ่านม่านตาจะเย็นเยียบแต่ก็ไม่อาจผ่อนปรนความร้อนแรงของเปลวไฟแห่งดวงตะวันที่กำลังลุกโชนด้วยความโกรธเกรี้ยวให้คลายลงได้เลย
“ผู้ชายขายกล้วย หึๆ ผู้หญิงบ้า กล้าดีนัก แล้วเธอจะได้รู้ว่าฉันไม่ใช่ผู้ชายห่วยๆแบบนั้น”
“สองขีด สองขีด สองขีด ใช่แล้ว! ใช่แน่ๆ เยส!!”
เสียงกรีดร้องอย่างตื่นเต้นดังขึ้นพร้อมๆกับเจ้าตัวกระโดดจนตัวลอยด้วยความดีใจ พอได้สติก็รีบหย่อนกายลงนั่งบนโซฟาบุนวมตัวเก่าคร่ำครึ บ่งบอกอายุใช้งานว่าผ่านมานานนับสิบปี
สองมือเล็กๆลูบเบาๆตรงท้องน้อย ริมฝีปากเต็มอิ่มสีชมพูระเรื่อคลี่ยิ้มกว้างดวงตากลมโตเปล่งประกายราวดวงดาวนับล้านดวงทอแสงระยิบระยับบนท้องฟ้าในคืนเดือนดับ
“ไม่เสียแรงที่ลงทุนหนักขนาดนั้น ขอบคุณสวรรค์ที่เมตตาประทานลูกน้อยมาให้ค่ะ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ”
เสียงหวานของเจ้าหล่อนพร่ำพรรณนาถึงความสมหวังในสิ่งที่ปรารถนา
ใช่! เธอกำลังสมหวัง ความหวัง ความปรารถนาอันแรงกล้าที่เธอวาดฝันมาเนิ่นนานกำลังจะเป็นจริงแล้ว
“ขอบคุณทุกสรรพสิ่งที่ดลบันดาลให้มีวันนี้ค่ะ”
พราวชมพูอยากตะโกนดังๆให้โลกทั้งโลกรู้ว่าเธอกำลังจะเป็นแม่คน
ใช่แล้ว! ฟังไม่ผิดหรอก
ผู้หญิงสาว สวย รวย แต่โสดอย่างเธอกำลังจะเป็นแม่คน แล้วใครกันเล่าที่เธอเอามาเป็นพ่อพันธุ์
โอ...ไม่นะ เธอไม่ได้เป็นผู้หญิงพันธุ์นั้น ใช่ว่าเธอจะก๋ากั่นกระโดดขึ้นเตียงกับใครต่อใครเป็นว่าเล่นเห็นเป็นของสนุก
ไม่ใช่เลย! เธอไม่เคยทำตัวไร้ค่าไร้ราคาแบบนั้นและครั้งนี้ก็ไม่เช่นกัน เธอตัดสินใจดีแล้วและมันจะเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิต จากคืนนั้นมาจนคืนนี้นานนับกว่าสองเดือนที่เธอเฝ้ารอผลลัพธ์ด้วยใจลุ้นระทึก
หากพลาด! หมายความว่าสิ่งที่ลงแรงไปก็เสียเปล่า
หากโชคดี เธอก็ยิ่งกว่าถูกล็อตเตอรี่รางวัลใหญ่
เธอไม่สนใครหน้าไหนทั้งสิ้น ชีวิตเป็นของเธอ เธอเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ
ผิดเหรอที่เธออยากมีลูกแต่ไม่ได้อยากมี ผอ สระอัว เป็นตัวตน
ผิดเหรอที่เธอคิดและตัดสินใจไม่เหมือนใคร
ไม่ผิด! เธอไม่ผิด คนอื่นก็ไม่ผิดเช่นกัน เพียงแค่มันไม่เป็นไปตามจารีตและธรรมเนียมปฏิบัติของมนุษย์ผู้ได้ชื่อว่าสัตว์ประเสริฐก็เท่านั้น แต่ใครกันจะมาสนชีวิตคนอื่นมากไปกว่าชีวิตตัวเอง
สนใจก็เพียงชั่วพักชั่วครู่ เพียงลมพัดวูบหนึ่งแล้วก็เลิกสนกันไป
แล้วถ้ามีใครถาม...
เด็กในท้องนั่นเกิดมาได้ยังไงกัน
หมอผีจอมขมังเวทย์มีแต่เสกตะปูหนังควายเข้าท้องคน ไม่เคยมีใครสัปดนเสกคนเข้าท้องใคร เธอไม่ใช่สาวไวไฟขึ้นเตียงกับใครจนโชกโชนแล้วท้องโย้ไม่มีพ่อ แล้วเด็กนั่นลูกใครกัน
หึๆ ถ้ามั่นหน้ากล้ามาถาม เธอก็จะตอบอย่างนางงามด้วยสีหน้านิ่งๆแล้วยิ้มหวานๆ
‘บ้านหนูไม่ได้ปลูกมันปลูกเผือก ไปหาขุดที่อื่นดีกว่านะคะ’
“เอาล่ะ! ลูกจ๋า การเดินทางของเราแม่ลูกกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ไม่ต้องกลัวนะ แม่จะดูแลหนูเอง” พราวชมพูบอกกล่าวพร้อมกับลูบท้องน้อยเบาๆทะนุถนอม
“พรุ่งนี้แม่จะพาหนูไปอยู่บ้านที่แม่เตรียมไว้รอรับหนูแล้วนะ แม่สัญญาว่าหนูจะเป็นเด็กที่มีความสุขที่สุด”
ใช่! เธอเตรียมพร้อมรองรับกับอีกหนึ่งชีวิตที่ก่อเกิดแล้ว
ใครจะมองอย่างไรเธอไม่ใส่ใจ สำหรับเธอแล้วสิ่งที่เธอคิดและตัดสินใจคือสิ่งที่ดีที่สุด
ค่ำคืนนั้นก็เป็นค่ำคืนที่ดีที่สุดในชีวิตเช่นกัน
ไม่นะ! หยุดคิดถึงมันได้แล้ว
นั่นก็แค่กรรมวิธีขั้นตอนหนึ่งที่ช่วยให้เธอมีลูกสมใจก็เท่านั้น จะเอามาผูกพันรึงรัดตัวเองไว้ชั่วนิจนิรันดร์ไม่ได้
แม้ใครคนนั้นในค่ำคืนหวามจะชวนให้ใฝ่ฝันถึงทุกคืนวันก็ตาม แต่เธอไม่ปรารถนา เธอมั่นใจชั่วชีวิตนี้เธอและเขาไม่มีวันพานพบกันอีกแน่นอน
+++++++++++++++++++++++
“เป็นไปได้ยังไง ผู้หญิงคนเดียวสองเดือนกว่าแล้วแต่หาตัวไม่เจอ” เปลวตะวันสบถบ่นอย่างหัวเสียเมื่อคนสนิทที่เรียกใช้งานเป็นประจำรายงานความคืบหน้าเรื่องที่เขาให้ติดตามหาตัวผู้หญิงคนนั้น
จากคืนนั้นจนวันนี้เขาแทบกินไม่ได้นอนไม่หลับ ในหัวเขามีแต่ข้อความหยามหน้าที่เจ้าหล่อนคนนั้นทิ้งเอาไว้ให้ตอกย้ำวันแล้ววันเล่า
สาบานได้เลยว่าถ้าหากชาตินี้เขาตามล่าลากเจ้าหล่อนมาลงทัณฑ์ให้สาสมกับความอวดดีไม่ได้ เขาจะตามจองเวรทุกชาติไปไม่สิ้นสุด คนอย่างเขาสามชาติสามภพแก้แค้นก็ยังไม่สาย
“นายมั่นใจนะว่านายตั้งใจหาแม่นั่นจริงๆ”
“โธ่...นายครับ ผมเคยโกหกนายเสียที่ไหนล่ะครับ นี่ผมก็ควานหาแทบพลิกแผ่นดินแล้วก็ไม่พบใครสักคนเลยนะครับที่จะเข้าข่ายว่าเป็นผู้หญิงที่นายตามหา”
“บ้าชะมัด! ผู้หญิงคนเดียวทำไมหายากหาเย็นแบบนี้นะ”
“เอ่อ...นายครับ”
“มีอะไร”
“ปกตินายไม่เคยเรียกหาใครครั้งที่สองแล้วนี่...”
“อย่าเสือกสักเรื่องจะได้ไหม จะไปไหนก็ไป แล้วถ้าตามหาแม่นั่นไม่เจอก็อย่ากลับมาให้เห็นหน้าอีกเข้าใจไหม”
จบคำตวาดของหมอหนุ่มรูปงามแต่ดุดันยิ่งกว่าเสือ ลูกน้องผู้รู้ใจก็รีบเผ่นแนบไม่ลีลาท่ามาก เจ้านายของเขาอารมณ์ร้ายไม่เข้าใครออกใคร ยิ่งเวลาไม่ได้ดั่งใจยิ่งไม่ควรอยู่ใกล้ เรื่องเหล่านี้เขารู้ดีกว่าใคร
พอคล้อยหลังคนสนิทคนติดอยู่กับความคับแค้นฝังแน่นใจก็ได้แต่ฟาดงวงฟาดงากับตัวเอง
เขาต้องนิ่งให้มาก ต้องใช้ความคิดให้หนัก เขาเชื่อว่าเจ้าหล่อนอยู่ไม่ไกล เพียงแต่มีอะไรบางอย่าง บดบังทำให้เขาและเธอแคล้วคลาดกัน
ดึ๋ง ดึ่ง...
สายตาคมดำสนิทตวัดขวับมองหน้าจอสมาร์ตโฟนที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้า พอเห็นว่าใครเป็นคนส่งข้อความมา ริมฝีปากหยักราวคันศรก็คลี่ยิ้มก่อนยื่นมือหนาใหญ่ไปหยิบเอาสมาร์ตโฟนเครื่องโปรดมาเปิดอ่านข้อความ แล้วโทรหาเจ้าของข้อความทันที