เมื่อศาลมีคำตัดสินให้แก้วกานดามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตราที่กำหนดเอาไว้ ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท
ถึงแม้ว่าแก้วกานดาจะแสดงเจตจำนงตั้งแต่แรก เพื่อให้เห็นถึงความสำนึกผิด ซึ่งพยาบาลสาวไม่ขอสู้คดี แต่ทว่าความผิดที่มีกลับกลายเป็นทวีคูณ เมื่อนายแพทย์ลูคัสผู้มากด้วยอิทธิพล เขาไม่มีทางปล่อยให้คนที่กระชากหัวใจไปจากอกข้างซ้าย ได้ชดใช้ความผิดแค่ปีสองปี ท้ายที่สุดแล้ว แก้วกานดาก็กลายเป็นเหยื่อ เมื่อถูกผู้ชายสองคนยัดเยียดความผิดให้กับเธอ อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้
เหมันต์คือแฟนหนุ่มที่เพิ่งคบกันได้ไม่ถึงปี แต่เธอก็รู้สึกดี เพราะเขาเคยช่วยเหลือบิดาของเธอ ให้ผ่านพ้นวิกฤตอันโหดร้ายในชีวิตมาได้ แก้วกานดาจึงยอมจำนนทำตามเงื่อนไงที่เขาร้องขอทุกประการ
ส่วนลูคัสนายแพทย์ผู้มากด้วยอิทธิพล เขามีบารมีล้นฟ้า หล่อ รวย เพอร์เฟกต์ไปเสียหมด ผู้ชายอันตรายคนนี้กำลังจะก้าวเข้ามาในชีวิตของเธอ โดยที่แก้วกานดาไม่ทันระวังตัว ซึ่งเขาจะเข้ามาในรูปแบบของเจ้ากรรมนายเวร ที่ทำให้อดีตพยาบาลสาว มีชีวิตผกผันไปตลอดกาล
เธอจะต้องได้รับพลังงานด้านลบจากเขา เพราะความโกรธและการอยากเอาชนะของนายแพทย์ลูคัส กำลังจะทำให้แก้วกานดาเผชิญหน้ากับหายนะ ที่แสนโหดร้ายอยู่ก็เหมือนตายทั้งเป็น ถึงแม้นชีวาวาย ผู้ชายอย่างเขาก็คงไม่หยุดที่จะจองเวรเธอ
//หน้าเรือนจำ////
หลายปีต่อมา ทุกคนคนคงคิดว่าการได้อิสรภาพของนักโทษ คือสิ่งที่ผู้ถูกกักขังต้องการที่สุด แต่แท้จริงแล้วพวกเขาเหล่านั้น ต้องเจอกับมรสุมชีวิตลูกใหญ่ ซึ่งกำลังจะถาโถมเข้ามาใส่ในชีวิตอีกครั้ง
พวกเขาต่างรู้ดีว่า การกลับสู่โลกภายนอกไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าหากไม่มีเงิน ไม่มีอาชีพ ที่สำคัญหากไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม ก็ไม่ต่างจากคนที่ตายทั้งเป็น
เฉกเช่นอดีตพยาบาลสาว ซึ่งอิสรภาพกำลังจะเกิดขึ้นกับเธอในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้ แก้วกานดาเดินออกมาจากเรือนจำด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ พอก้าวเท้าพ้นจากเขตแดนกักขัง เธอสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ ยาวๆ หลายครั้ง ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ
ครั้งแรกในรอบหลายปี ที่เธอได้มองเห็นโลกใบนี้ได้อย่างเต็มตาอีกครั้ง หญิงสาวได้สูดหายลมใจเข้าเต็มปอดซ้ำๆ ราวกับเธอไม่ได้รับออกซิเจนแสนสดชื่นแบบนี้มาเนิ่นนาน น้ำใสๆ เริ่มคลอออกมาจากดวงตาคู่สวยด้วยความรู้สึกปลื้มปีติยินดีเกินบรรยาย หูของเธอได้ยินเสียงเรียกของมารดาและน้องสาวแว่วมาแต่ไกล ทำให้หญิงสาวร่างเล็กหันไปตามเสียงด้วยรอยยิ้มน้อยๆ ที่ประดับเอาไว้บนใบหน้างาม
“แก้วกานดาลูกแม่”
“พี่แก้ว!” เสียงเรียกของกิ่งฉัตรดังไม่แพ้มารดาของเธอ บ่งบอกให้รู้ว่าคนทั้งคู่ดีใจมากแค่ไหน ในอิสรภาพที่แก้วกานดากำลังได้รับ
ทั้งสามโผเข้ากอดกันร่ำไห้ ไม่มีวันไหนที่หญิงสาวกินอิ่มนอนหลับ เธอดูซูบผอมลงไปมาก แต่ทว่าความสวยบนใบหน้ายังคงมีไม่จืดจาง เธอมีจิตใจงดงามเกินกว่าที่ใครหลายคนเข้าใจ
แต่ผู้ชายอย่างลูคัสคงไม่มีทางเข้าใจ เมื่อความโกรธแค้นเข้ามาครอบงำจิตใจของนายแพทย์หนุ่ม จนลืมนึกถึงสิ่งผิดชอบชั่วดี สายตาคมของเขายังคงแอบจ้องมองเธอ มาจากข้างในรถสปอร์ตคันหรู มันคงถึงเวลาที่เขาจะทวงคืนความยุติธรรมให้กับแฟนสาว แค่เธออยู่ข้างไหนนั้นมันยังไม่สาแก่ใจลูคัส
แก้วกานดาจะต้องได้รับโทษจากเขาอีกหลายร้อยเท่าพันเท่า ให้สาสมกับที่นายแพทย์หนุ่มต้องสูญเสียเฮเลนไป เธอคือรักแรกและรักเดียวของเขา จึงทำให้ลูคัสอาฆาตแคนลึกฝังใจ จนไม่อาจอภัยให้กับแก้วกานดาได้
“แม่มากับกิ่งแค่สองคนเหรอคะ แล้วพ่อละ พ่อไปไหน”
หญิงสาวเอ่ยถามออกไป พลางมองซ้ายแลขวา แต่กลับไม่พบแม้แต่เงาของบิดา เขาเกลียดลูกสาวขี้คุกคนนี้ให้แล้วใช่ไหม ถึงไม่มารอรับกลับบ้านพร้อมหน้าพร้อมตากัน
“เดี๋ยวแม่จะพาไปพบพ่อ แม่โทรเรียกแท็กซี่ไว้แล้ว เขาจอดรออยู่ด้านนอก เรารีบไปกันเถอะ”
แก้วกานดายอมเดินตามมารดาและน้องสาวไปขึ้นรถอย่างว่าง่าย สายตาของเธอมองออกไปชมวิวข้างทางด้วยหัวใจที่ดูมีชีวิตชีวาอีกครั้ง หญิงสาวอยากถามข่าวคราวของคนรัก แต่ก็ไม่กล้าเอื้อนเอ่ยออกไป เพราะเหมันต์ไม่ติดต่อ หรือมาเยี่ยมเธอร่วมปีแล้ว ส่งจดหมายไปเขาก็ไม่ตอบกลับ เธอได้แต่รอวันที่จะได้รับอิสรภาพ เพื่อไปถามไถ่เขาด้วยตัวเอง เขาหายไปไหนในช่วงเวลาที่เธอต้องการกำลังใจ หรือมีใครอีกคนซ่อนเอาไว้ เพื่อแทนที่เธอ
เมื่อรถแท็กซี่ขับขับมาในบริเวณวัดแห่งหนึ่ง แก้วกานดาพยายามคิดบวก บิดาของเธอคงบวชเป็นพระ มารดาถึงได้พามาวัดแบบนี้ แต่เมื่อเดินตามนางกนกและกิ่งฉัตรไปเรื่อยๆ ยิ่งทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัว ความหวาดกลัวกำลังก่อตัวขึ้น
ใครเล่าจะรู้ว่าวันที่เธอได้รับอิสรภาพ กลับไม่ไดเจอแม้แต่เงาของผู้เป็นบิดา เมื่อเขานั้นได้ลาลับจากไปอย่างไม่มีวันกลับ เมื่อหลายปีก่อนด้วยสาเหตุที่เธอนั้นต้องจุกในอก
“กราบพ่อสิแก้วกานดา” น้ำตาของหญิงสาวไหลออกมาเป็นทางราวกับสั่งได้ เธอทรุดเข่าลงกับพื้นด้วยหัวใจห่อเหี่ยว ถ้าเธอทำงานที่โรงพยาบาลบิดาคงไม่ต้องเสียชีวิตลงอย่างกะทันหันแบบนี้
“เพราะแก้ว พ่อเลยด่วนจากไปแบบนี้ แก้วขอโทษ แก้วขอโทษนะคะพ่อ”
หญิงสาวร้องไห้ฟูมฟายปิ่มจะขาดใจตายเสียให้ได้ เธอโทษตัวเองถึงสาเหตุการเสียชีวิตของบิดา เพราะแก้วกานดาเชื่อว่าสิ่งที่กระทบจิตใจ ของผู้ป่วยภาวะโรคหัวใจ คงไม่พ้นคำตัดสิน ที่เธอถูกพิพากษาให้รับโทษทัณฑ์ ทั้งที่ตัวเองไม่ได้เป็นผู้กระทำ
“พี่แก้ว พ่อไปสบายแล้วนะ พี่หยุดร้องก่อนได้ไหม กิ่งทนไม่ไหวจะร้องตามอยู่แล้วเนี่ย” ในที่สุดสามคนแม่ลูก ก็ได้นั่งกอดคอกันร้องไห้อยู่หน้าเจดีย์ ซึ่งเป็นที่บรรจุอัฐิเสาหลักของครอบครัว
ภาพอันน่าเวทนา กลับทำให้สายตาคมของผู้ชายหนึ่งคน แสยะยิ้มร้ายออกมา ราวกับว่าเขานั้นกำลังสะใจ เวลาที่เห็นแก้วกานดาและคนที่เธอรักร่ำไห้ มันคือสิ่งที่ลูคัสปรารถนา
“ถ้าแก้วอยู่พ่อก็คงไม่ด่วนจากไปไวแบบนี้ แก้วไม่ดีเองค่ะ เมื่อรักบังตา เห็นผิดเป็นถูก ยอมเอาชีวิตลิสรภาพที่มีเข้าแลก แต่สุดท้ายเหมันต์ก็หายไป ทำไมแก้วถึงโง่ขนาดนี้คะแม่” เธอโผตัวเข้าไปซบหญิงวัยกลางคนเอาไว้ พลางหลั่งน้ำตาออกมาราวกับสายน้ำไหล
“แก้วไม่ใช่คนโง่ แต่เพราะว่าเขาเคยช่วยเหลือครอบครัวของเราเอาไว้ ครั้งหนึ่งที่พ่อรอดมาได้ ก็เพราะคุณเหมันต์ ถือเสียว่าบุญคุณครั้งนั้นทดแทนกันไปหมดแล้ว เริ่มต้นชีวิตใหม่นะแก้ว ยังไงหนูก็ยังคงเป็นลูกสาวคนโตของแม่เสมอ”
ถ้อยคำปลอบโยนของกนก สร้างความตื้นตันใจให้กับหญิงสาวขึ้นมาอย่างท่วมท้น อย่างน้อยในความโชคร้ายเธอก็ยังหลงเหลือความโชคดีอยู่บ้าง ที่ได้ผู้หญิงอย่างกนกมาเป็นแม่เลี้ยง เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานางดูแลเธอกับบิดา ประหนึ่งมารดามารดาผู้ให้กำเนิดแก้วกานดา ถึงแม้ว่าจะมีกิ่งฉัตรเข้ามาเติมเต็ม กนกก็ไม่เคยละทิ้งให้ลูกติดอย่างเธอ ที่รู้สึกโหยหาอ้อมกอดของมารดา จนกระทั่งมีนางเข้ามาในชีวิต
ภายในบ้านหลังเล็กๆ ตามฐานะของแก้วกานดา เมื่อบิดาเสียชีวิตลง ทรัพย์สินทั้งหมดจึงตกเป็นของเธอ แต่ทว่าหญิงสาวกลับไม่คิดว่าบ้านหลังนี้เป็นของเธอแต่เพียงผู้เดียว เพราะมีมารดาอย่างกนกและน้องสาวที่เธอนั้นต้องดูแล
กิ่งฉัตรกำลังจะเข้าเรียนในระดับชั้นอุดมศึกษา พี่สาวอย่างแก้วกานดา จึงควรรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด เพราะที่ผ่านมานั้น กนกได้ทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยบิดาของเธอส่งเสียค่าเล่าเรียนจนจบการศึกษาได้เป็นนางพยาบาลสมใจ
“มื้อเย็นแม่ทำของโปรดแก้วทั้งนั้นเลย กินเยอะๆ นะลูก ดูสิผอมหมดแล้ว” กิ่งฉัตรถึงกับแอบอมยิ้ม ให้กับท่าทีของมารดา ที่พยายามเอาอกเอาใจแก้วกานดา ซึ่งเธอเข้าใจดีว่ามารดารักพี่สาวมากเพียงใด
“พี่แก้ว ทานให้หมดเลยนะ แม่ตื่นเต้นนั่งคิดเมนูตั้งแต่เช้า นับวันหายใจเข้าหายใจออกก็มีแต่พี่แก้ว แม่นั่งตั้งตารอพี่กลับบ้าน จนกิ่งคิดว่าแม่ลำเอียงรักแต่ลูกสาวคนโต”
เพียะ! ต้นแขนของกิ่งฉัตรถูกฝ่ามือของมารดาปะทะเข้าอย่างแรง เธอถึงกับสะดุ้ง เมื่อมารดาตีลงมาอย่างไม่ทันได้ระวังตัว
“ทีหลังอย่าพูดแบบนี้อีกนะ แม่มีลูกสาวอยู่สองคน ก็รักเท่าๆ กันนั่นแหละ พ่อก็ไม่อยู่แล้ว เราต้องปรองดองรักใคร่กลมเกลียวกัน” คำสอนของนางตอกย้ำถึงความสัมพันธ์ ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปกี่ปีกี่ฤดูกาล กนกก็ยังคงเป็นกนก ผู้หญิงที่เพียบพร้อมไปด้วยกิริยาและวาจาที่แสนจะงดงาม เธอคือเพชรน้ำดี ที่บิดาคว้ามาครอบครอง พลอยทำให้แก้วกานดาโชคดีไปด้วย
“ขอบคุณนะคะแม่ แก้วรักแม่ รักกิ่งนะ แก้วสัญญาจะเป็นคนหาเงินส่งน้องเรียนเอง แม่ไม่ต้องห่วง มันถึงเวลาแล้ว ที่แก้วจะดูแลแม่กับกิ่ง เพื่อตอบแทนสิ่งดีๆ ที่แม่คนนี้มอบให้แก้วมา” ทั้งสามส่งยิ้มให้กัน ท่ามกลางความรู้สึกที่ส่งผ่านแววตาคู่สวย
“พรุ่งนี้แม่จะไปถามเจ้าของตลาด ตั้งใจว่าจะเอาเงินไปวางมัดจำ จะได้มีแผงขายขนม ไม่ต้องใช้รถเข็ญเดินไปเดินมา”
“ดีเลยค่ะแก้วเห็นด้วย พรุ่งนี้แก้วเองก็ตั้งใจจะออกไปสมัครงาน แต่ไม่รู้ว่าจะมีที่ไหนต้องการคนอย่างแก้ว ทำงานบ้างหรือเปล่า”
“ถ้าไม่มีที่ไหนอ้าแขนรับ ก็กลับมาขายขนมกับแม่นะลูก” มือนุ่มของหญิงวัยกลางคนแตะลงไปกุมมือเล็กเรียวของแก้วกานดาเอาไว้ เพื่อส่งกำลังใจให้กับเธอ
เช้าวันใหม่แก้วกานดาตื่นแต่เช้า เธอเข้าครัวเอง หญิงสาวทำอาหารใส่บาตร อีกทั้งยังทำไว้ให้คนในบ้านได้รับประทานอีกด้วย
วันนี้เธอแต่งตัวสวย พร้อมกับกระเป๋าเอกสาร ที่ต้องใช้เป็นหลักฐานในการสมัครงาน ถ้าหากว่าวุฒิการศึกษาปริญญาตรีไม่มีคนจ้าง เธอก็จะใช้วุฒิการศึกษามัธยมปลายแทน แก้วกานดามีความมุ่งมั่น ในการออกหางานทำเป็นอย่างยิ่ง เธอจะไม่เกี่ยงงาน ขอเพียงแค่มีรายได้เพิ่มเข้ามาในบ้านก็พอใจ เธอไม่ได้ต้องการอะไร มากไปกว่าการได้ส่งเสียให้กิ่งฉัตรได้เรียนจนจบปริญญาตรี
“แม่ค่ะ ยัยกิ่ง มาทานมื้อเช้าได้แล้วค่ะ”
“ว้าว! พี่แก้ว ทำไมวันนี้แต่งตัวสวยจัง โอ้โฮ... พี่เป็นคนทำอาหารพวกนี้ทั้งหมดเองเลยเหรอคะ” กิ่งฉัตรรู้สึกแปลกใจกับเมนูอาหารในจาน ซึ่งปกติแล้วมารดาจะทำให้รับประทานอย่างมากก็แค่สองอย่างเท่านั้น
“ใช่แล้วจ้า แม่ละ ทำไมยังไม่มาอีก”
“กว่าแม่จะออกจากห้องได้ในแต่ละวัน ยิ่งวันนี้ไม่ได้เปิดร้านก็นานหน่อยนะพี่”
“ทำไมเหรอ”
“ก็แม่มัวแต่คุยกับพ่อนะสิ! อ้อ... เอ่อ... พี่แก้วทำอาหารอร่อยขึ้นเยอะเลยนะคะ แบบนี้กิ่งคงต้องฝากท้องไว้กับพี่แก้วแล้วล่ะค่ะ” กิ่งฉัตรเปลี่ยนเรื่องคุยแทบไม่ทัน เธอไม่รู้ว่าอีกกี่คืนวัน มารดากับพี่สาวถึงจะทำใจได้ ใช่ว่าเธอจะไม่เสียใจกับการจากไปของบิดา แต่ที่ทำเป็นเฉยชา เพราะไม่อยากอยู่ในสภาวะของครอบครัว ที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ
“ยัยกิ่ง!”
“โธ่แม่! อะไรกันเนี่ย อยู่ดีๆ ก็เรียกออกมาเสียเสียงดังเชียว ตกอกตกใจหมดเลย” หญิงสาวถึงกับเอามือขึ้นมาทาบอก ซึ่งทำให้แก้วกานดาเผยยิ้มน้อยๆ ออกมา ให้กับท่าทีของกิ่งฉัตร
“แม่บอกกี่ครั้งว่าให้นั่งดีๆ รู้จักไหมคำว่ากุลสตรีน่ะ กินข้าวก็ไม่ต้องรีบ เดี๋ยวก็ติดคอหรอกบอกไม่เคยจำ ดูอย่างพี่เขาบ้างสิ ลูกคนนี้นี่”
“อย่าดุน้องเลยค่ะ มาทานข้าวดีกว่า มื้อนี้แก้วทำของโปรดให้กับทุกคนเลยนะคะ ผัดคะน้าหมูกรอบของชอบยัยกิ่ง น้ำพริกกะปิของโปรดแม่ ส่วนหมูทอดกระเทียมนั้น พ่อชอบทานเป็นประจำ และเมนูนี้ฉู่ฉี่ปลาทู เป็นอาหารที่พ่อชอบทำให้แก้วทานบ่อยๆ จนมันกลายเป็นเมนูโปรดของแก้วไปโดยปริยาย”
“อาหารมื้อนี้อร่อยที่สุดเท่าที่เคยทานมาเลย กินเยอะๆ นะลูก จะได้มีแรงไปตะเวนสมัครงาน แม่บอกให้พักก่อน อีกสี่ห้าวันค่อยออกหางานทำก็ได้ แม่ยังพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง ถ้าแก้วขาดเหลืออะไร ก็บอกแม่ได้เสมอนะลูก” กนกเป็นผู้หญิงที่มีจิตใจงดงาม เธอไม่เคยมองว่าแก้วกานดาเป็นลูกติดสามีมาเลยสักครั้ง
“ขอบคุณมากค่ะแม่ แก้วก็ยังพอมีเงินเก็บอยู่บ้างนิดหน่อย ยังไงในวันนี้แก้วก็ต้องหางานทำให้ได้” หญิงสาวมีความมุ่งมั่นและตั้งใจ แต่ทว่ากนกกลับแอบลอบถอนหาย เมื่อนางรู้ดีว่างานทุกวันนี้หายากแค่ไหน ยิ่งไปกว่านั้น แก้วกานดายังมีประวัติที่ไม่สู้จะดีนัก ใครเขาจะอ้าแขนรับลูกสาวของเธอเข้าทำงาน
“แม่ขออวยพรให้แก้วได้งานทำ ไปที่ไหนก็มีแต่คนรักใคร่เอ็นดูขอให้ลูกประสบผลสำเร็จในทุกเรื่องนะจ๊ะ”
“ขอบคุณมากค่ะแม่”
เมื่อรับประทานมื้อเช้าเสร็จ แก้วกานดานั่งแท็กซี่ไปที่บ้านของเหมันต์ เธอต้องการคำตอบจากเขา ทำไมอยู่ดีๆ ถึงได้หายไปแบบนี้ ถ้าหากว่าแฟนหนุ่มมีใครเดินเข้ามาในชีวิต เธอก็พร้อมจะหลีกทางอย่างไม่มีข้อแม้ แค่อยากมาเห็นกับตา จะได้ไม่ต้องมีอะไรค้างคาใจกันอีก
อดีตพยาบาลสาวเดินเข้าไปในบ้านของเหมันต์ ซึ่งแม้บ้านเดินเข้ามาต้อนรับเธอด้วยใบหน้าฉายแววฉงน เพราะไม่คิดว่าแก้วกานดาจะมาที่นี่ แต่ถึงกระนั้นนางก็ยังมีความปรารถนาดีต่ออดีตพยาบาลสาวไม่เสื่อมคลาย
“คุณแก้วสบายดีนะคะ ต้องขอโทษด้วยที่ป้าไม่ได้ไปเยี่ยมเลย” ป้าทับทิมยื่นแก้วน้ำให้แก้วกานดาได้ดื่ม ก่อนจะนั่งลงข้างๆ พลางแอบถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกสงสารหญิงสาวจับใจ
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะป้า ที่แก้วมาวันนี้ ก็เพราะอยากรู้สาเหตุที่คุณเหมันต์หายไป เขายังอยู่ที่บ้านหลังนี้หรือเปล่าคะ” แม่บ้านถึงกับแสดงสีหน้าเลิ่กลั่ก เพราะไม่รู้จะพูดยังไงเพื่อรักษาน้ำใจแก้วกานดา
“เอ่อ... คือว่า...”
“พูดมาเถอะค่ะ ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ยังไงแก้วก็ไม่คู่ควรกับคุณเหมันต์ แค่อยากรู้ว่าเขาอยู่ยังไงสบายดีไหม จุดประสงค์ที่แก้วมาที่นี่ก็มีแค่นี้ละค่ะ” แก้วกานดายังคงเป็นผู้หญิงงดงามทั้งหน้าตาและจิตใจ เธอมักจะมองโลกในแง่ดีเสมอ ใครอยู่ใกล้ก็มักจะได้รับพลังงานบวกจากหญิงสาว แต่ทว่าเหมันต์กลับทิ้งโอกาสนี้ไป
“คุณเหมันต์ย้ายออกจากบ้านหลังนี้ไปได้เป็นปีแล้วค่ะ แต่ป้าก็ยังคงทำหน้าที่ดูแลบ้านหลังนี้ ซึ่งได้รับค่าจ้างทุกเดือน”
“แล้วคุณเหมันต์ของป้าย้ายไปอยู่ไหนเหรอคะ”
“คุณแก้วเป็นผู้หญิงที่มีจิตใจงดงาม ป้าเชื่อว่าสักวันคุณแก้วต้องได้เจอกับคนที่ดี ตัดใจจากคุณเหมันต์เถอะนะคะ” นางยังคงพยายามใช้ถ้อยคำให้คนฟังได้รับกำลังใจ เพราะกลัวว่าแก้วกานดาจะรับไม่ได้ ถ้าหากหญิงสาวรู้ว่าคนรักของเธอมีครอบครัวแล้ว
“เขามีแฟนใหม่ไปแล้วใช่ไหมคะ” แก้วกานดาเอ่ยถาม พลางยิ้มน้อยๆ ออกมา เพื่อให้แม่บ้านสบายใจ
“คุณเหมันต์แต่งงานกับลูกสาวนักธุรกิจใหญ่ เจ้าของผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เธอชื่อวลินดา ซึ่งคนทั้งประเทศรู้จักดี เพราะบริษัทในเครือของวลินดากรุ๊ป มีชื่อเสียงมาก”
คำบอกเล่าของแม่บ้าน เป็นดั่งสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจ ทั้งที่แก้วกานดาพยายามบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร เพราะเธอได้ทำใจเอาไว้แล้วก็ตามที แต่เมื่อรู้ว่าเหมันต์เห็นการสละอนาคตที่สดใสของเธอ กับการที่เขาเคยค้ำจุลช่วยชีวิตบิดาครานั้น กลายเป็นเพียงแค่อากาศ ถึงแม้จะมีค่ามหาศาล แต่ทว่าเขากลับมองไม่เห็นมัน
“ขอบคุณมากนะคะป้า แก้วคงไม่มีค่าพอ สำหรับคุณเหมันต์ แก้วคงเป็นแค่อดีตที่ไม่น่าจดจำ เขาถึงไม่เอ่ยคำลา ไม่แม้แต่จะไปเยี่ยมเยียน”
หญิงสาวก้าวเท้าออกมาจากบ้านของคนรักเก่า ด้วยความรู้สึกที่แสนเจ็บปวดลึกสุดหัวใจ สุดท้ายรักแท้ก็แพ้ใกล้ชิด เธอจะเอาอะไรไปสู้ลูกคุณหนูอย่างวลินดาได้
นอกจากทำใจให้เข้มแข็ง ยืนหยัดอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงต่อไป เธอยังมีภาระที่ต้องรับผิดชอบ กิ่งฉัตรกำลังจะเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษา เธอต้องหาเงินส่งน้องเรียนให้จบ นั่นคือเป้าหมายเดียวที่มีอยู่ในชีวิตของแก้วกานดา
ซึ่งเธอก็ไม่คิดที่จะพาหัวใจไปพบเจอกับความผิดหวังอีกครั้ง จะขอโสดไปจนนาทีสุดท้าย ตราบจนชีวาวาย เพราะคงไม่มีผู้ชายคนไหนรักเธอได้อย่างสนิทใจ ผู้หญิงที่เคยใช้ชีวิตในเรือนจำ คงไม่มีค่าพอสำหรับการปลูกต้นรักครั้งใหม่ เพราะแม้แต่เหมันต์ยังทิ้งเธอได้ลงคอ
จากวันเป็นเดือนแก้วกานดาก็ยังหางานทำไม่ได้ เธอเหนื่อยจนท้อใจ เพราะไม่มีที่ไหนอ้าแขนรับ บุคคลที่เคยมีประวัติไม่ใสสะอาดอย่างเธอเข้าทำงาน บางทีสังคมก็คับแคบเกินไป ในการตัดสินใครสักคน ถ้าหากไม่ได้เป็นเจ้าของกิจการก็คงอดตายอย่างแน่นอน
“แก้วอย่าคิดมาสิจ๊ะ ลูกเพิ่งผ่านพ้นเรื่องเลวร้ายมา แม่ว่าแก้วควรพักกายพักใจให้หายเหนื่อยก่อนดีไหม” กนกดีกับเธอมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้แก้วกานดาละอายใจ เธอไม่มีทางอยู่อย่างคนสิ้นหวัง ยังไงก็ต้องหางานทำให้ได้
“แก้วคิดว่าคุณเหมันต์ คงหางานให้แก้วทำได้”
“ไม่นะแก้ว ผู้ชายเห็นแก่ตัวแบบนั้น เขาไม่มีทางช่วยเหลือลูกสาวของแม่หรอก” เมื่อนึกถึงใบหน้าของเหมันต์ กนกก็ยิ่งเจ็บใจ ในสิ่งลูกผู้ชายอย่างเขาทำกับแก้วกานดาเอาไว้
“แก้วตัดสินใจแล้วค่ะ ถ้าเขาปฏิเสธก็ไม่เป็นไร”
“แต่แม่ว่า...”
“แม่ค่ะ ให้แก้วลองไปขอความช่วยเหลือกับเขาสักครั้งนะคะ ถ้าหากคุณเหมันต์ไม่สามารถช่วยได้ แก้วจะกลับมาช่วยแม่ทำขนมขายนะคะ” หญิงสาวอ้อนวอนผู้เป็นมารดา ทั้งที่ไม่รู้ว่าเหมันต์จะมีน้ำใจให้เธอบ้างหรือเปล่า ถึงแม้ว่าแก้วกานดาไม่ปรารถนาที่จะเจอเขาอีก แต่เมื่อชีวิตนี้ต้องพึ่งพาเหมันต์ เพื่อความอยู่รอดของทุกคน จึงทำให้แก้วกานดามองข้ามภาพความทรงจำในอดีตที่ฝังใจ หลังจากเหมันต์ตัดความสัมพันธ์ไปอย่างไม่ไยดี
ในที่สุดหญิงสาวก็ตัดสินใจแบกหน้ามาของานจากเหมันต์ เธอไม่รู้ว่าวลินดากรุ๊ปจะเป็นเหมือนกับบริษัทห้างร้านอื่นๆ หรือเปล่า แต่ถึงยังมันก็คือทางเลือกเดียว ที่อดีตพยาบาลสาวมีอยู่ในเวลานี้
“ไม่ทราบว่าห้องทำงานของท่านรองประธานเหมันต์ไปทางไหนคะ”
“อยู่ชั้นสิบแปด แต่ว่าคุณผู้หญิงได้นัดไว้หรือเปล่าคะ พนักงานต้อนรับเพ่งมองแก้วกานดาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า หล่อนฉายแววตาเย้ยหยันออกมาอย่างเสียมารยาท เพราะเห็นเธอลงมาจากรถแท็กซี่หน้าบริษัท
“นัดเอาไว้แล้วค่ะ ให้บอกกับท่านรองประธานว่าแก้วกานดา ธีระพิทักษ์ มาขอพบ” หญิงสาวตัดสินใจพูดปดออกไป เพราะถึงยังไงก็ต้องหางานทำให้ได้ภายในเดือนนี้
“ถ้าอย่างนั้นรอสักครู่นะคะ ดิฉันขอโทรไปรายงานให้คุณเลขาทราบก่อน”
“ได้ค่ะ” แก้วกานดาจำใจต้องนั่งรอ พลางลอบถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกลุ้นอยู่ภายในใจ แต่ทว่าในเวลานี้ได้มีสายตาคมของใครคนหนึ่งแอบจ้องมองเธอ ซึ่งหญิงสาวรู้สึกได้ ตั้งแต่วันที่เดินออกมาจากเรือนจำ แต่แก้วกานดาคิดว่าตัวเองคงคิดมากไป ใครเขาจะมาสนใจผู้หญิงที่มีประวัติไม่ใสสะอาดอย่างเธอ
“นายครับตอนนี้คุณแก้วกานดา กำลังมาสมัครงานที่บริษัทวลินดากรุ๊ป ให้ผมลงมือเลยไหมครับนาย” มาลิคคือมือขวาของลูคัส เขาตั้งใจที่จะทำงานถวายชีวิตให้กับนายแพทย์หนุ่ม ตั้งแต่วันที่ลูคัสช่วยชีวิตมารดาของเขาเอาไว้