ตอน 2

หลินเฉิงเดินออกจากโรงพยาบาลเพื่อขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินกลับบริษัท ตลอดทางในหัวของเธออดไม่ได้ที่จะหวนนึกถึงคำพูดที่กู้ฉีเฉินเพิ่งพูดกับเธอ

เขาดูเย็นชากว่าเมื่อก่อนมาก

ในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนหลังจบมัธยมปลายปีสุดท้าย วงร้องประสานเสียงได้เข้าร่วมการแข่งขันระดับประเทศจนคว้าแชมป์มาได้ และมีการจัดงานเลี้ยงฉลองขึ้นที่สโมสรของตระกูลกู้

แม้เธอจะเล่นไวโอลินในวงร้องประสานเสียง แต่เธอกลับถนัดดนตรีสากลมากกว่าดนตรีพื้นเมือง ในช่วงใกล้แข่ง กู้ฉีเฉินช่วยซ้อมให้เธอวันละสองชั่วโมงทุกวัน

นั่นเป็นครั้งแรกที่เธอได้รับรางวัล

เธอเตรียมของขวัญชิ้นหนึ่งไว้ให้กู้ฉีเฉิน และแต่งตัวอย่างพิถีพิถันเพื่อไปที่สโมสร ทว่ากลับได้ยินคำพูดถากถางดังออกมาจากในห้องรับรอง

ไวโอลินตัวที่เธอตั้งใจมอบให้กู้ฉีเฉิน วางอยู่บนโต๊ะกาแฟตัวนั้น

“ยัยขนมปังงานั่นไปเอาเงินมากมายมาจากไหน ถึงซื้อไวโอลินส่งให้นายได้ ตัวนี้ราคาตั้งห้าหมื่นกว่าเชียวนะ”

“ก็คงประหยัดอดออมเอาละมั้ง! คุณชายกู้ เห็นแก่ความลำบากของขนมปังงา นายก็ยอมใจอ่อนรับรักเธอไปเถอะ!”

“ต่อให้ประหยัดอดออมยังไง ก็ไม่เห็นเธอจะผอมลงเลย ยังเป็นยัยอ้วนอยู่วันยันค่ำ ฉีเฉินต้องหน้ามืดตามัวขนาดไหนถึงไปคบกับยัยนั่นได้”

“ยัยบ้านนอกที่มีแต่รอยกระเต็มตัวแบบนั้น แม้แต่ธรณีประตูบ้านตระกูลกู้ยังไม่มีสิทธิ์ข้ามมาเลยด้วยซ้ำ”

ตามมาด้วยเสียงของกู้ฉีเฉิน

คำพูดที่เฉียบคมจนบาดลึกเหล่านั้น เธอไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิต

“แค่ไวโอลินห่วย ๆ ตัวเดียว ทำพวกนายตื่นเต้นกันขนาดนี้เลยเหรอ? ที่บ้านฉันตัวไหน ๆ ก็แพงกว่านี้ทั้งนั้น ถ้านายชอบ ฉันยกให้”

ห้องทั้งห้องเงียบกริบลงทันที ก่อนจะมีเสียง “ตึง” ดังขึ้น

เสียงผู้หญิงคนหนึ่งเอ่ยขอโทษด้วยน้ำเสียงออดอ้อน “ขอโทษค่ะคุณชายกู้ ฉันไม่ได้ตั้งใจ แล้วจะทำยังไงดีล่ะคะเนี่ย? ดูเหมือนสายไวโอลินจะขาดซะแล้ว”

ซ่งฮ่าวช่วยแก้สถานการณ์ “กลัวอะไร ไม่ใช่ของที่ถังเข่อเหรินเป็นคนให้คุณชายกู้ของเรามาสักหน่อย ทุกคนดื่มต่อสิ สนุกกันต่อเลย!”

หลินเฉิงยืนอยู่หน้าประตู หัวใจเจ็บแปลบจนแทบหายใจไม่ออก

แต่เธอรออยู่นานก็ไม่ได้ยินเสียงกู้ฉีเฉินพูดอะไรออกมาอีก เขายังคงร้องเพลงร่วมกับคนอื่น ๆ ต่อไป

ไวโอลินสายขาดตัวนั้น ถูกโยนไว้ที่มุมห้องเหมือนขยะชิ้นหนึ่ง

กู้ฉีเฉินเกิดในตระกูลแพทย์อันแสนมั่งคั่ง ฐานะทางบ้านนับว่ากินดีอยู่ดี

ส่วนฐานะทางบ้านของเธอนั้นธรรมดา แต่เธอก็ไม่เคยคิดจะพึ่งพากู้ฉีเฉินเพื่อให้ได้อะไรมาเลย

ไวโอลินตัวนี้ เธอต้องสวมหน้ากากไปรับจ้างทำงานพิเศษเล่นไวโอลินที่ร้านอาหารอิตาลี

เพลงหนึ่งได้ส่วนแบ่งแค่หนึ่งร้อยห้าสิบบาท

เธอเก็บหอมรอมริบมาครึ่งปี

แต่สุดท้ายกลับถูกมองว่าเป็นขยะ

เสียงแจ้งเตือนของรถไฟฟ้าใต้ดินดังขึ้น หลินเฉิงได้สติกลับมาจากความทรงจำ ถึงได้พบว่าใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา

เธอเช็ดน้ำตาจนแห้ง และเดินลงจากรถไฟฟ้าใต้ดินไปสะสางงานที่บริษัทจนเสร็จ แล้วถึงค่อยกลับไปยังตึกแถวเก่าในเขตเมืองตะวันตก

การกลับประเทศครั้งนี้ เป็นเพราะคุณย่าของเธอป่วย และคุณย่าก็ไม่มีคนดูแล เธอจึงตัดสินใจกลับมาทำงานที่เมืองจิงเพื่ออยู่เป็นเพื่อนคุณย่า

คิดไม่ถึงว่าตัวเธอเองก็ป่วยด้วยเช่นกัน

ทันทีที่พอเดินเข้าลานบ้าน ก็บังเอิญเจอหนานจิ่ง เพื่อนบ้านที่เพิ่งกลับจากการเล่นบาสเกตบอลพอดี

หนานจิ่งเป็นคนรูปร่างสูงโปร่ง เพิ่งเรียนจบปริญญาโท เป็นคนอัธยาศัยดีและมีนิสัยร่าเริง “พี่หลินเฉิง วันนี้เลิกงานเร็วเหรอครับ?”

“อืม หนานจิ่ง นายพอจะรู้จักที่ที่รับต้มยาจีนแถวนี้บ้างไหม?” หลินเฉิงเดินขนาบข้างหนานจิ่ง แล้วทั้งคู่ก็เดินขึ้นบันไดไปด้วยกัน

หนานจิ่งเอี้ยวตัวกลับมา และเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “พี่หลินเฉิงไม่สบายเหรอครับ?”

หลินเฉิงส่ายหน้า “เปล่าหรอก ช่วงนี้ไข้หวัดระบาด พี่เลยอยากเตรียมยาไว้บำรุงให้คุณย่าล่วงหน้าน่ะ”

“พี่ว่างวันไหน เดี๋ยวผมพาไป อยู่แถวนี้เองครับ” ตอนที่หนานจิ่งพูด สายตาของเขาคอยมองตามหลินเฉิงอยู่ตลอด

หลินเฉิงพยักหน้ารับ และนัดเป็นช่วงเย็นหลังเลิกงานวันพรุ่งนี้

พอเข้าบ้านมา คุณย่าก็ชะโงกหน้าออกมาจากประตูมองไปข้างนอกทันที “กลับมาพร้อมอาจิ่งเหรอ?”

บ้านของหนานจิ่งอยู่ชั้นล่างเยื้อง ๆ กันนี่เอง

หลินเฉิงถอดรองเท้าแล้วเดินเข้ามาข้างใน “เพิ่งเจอกันข้างล่างเมื่อกี้ค่ะ”

คุณย่าเดินตามหลังมาติด ๆ “ย่าว่าอาจิ่งเขาก็ดีนะ รู้หน้าค่าตากันมานาน ครั้งสุดท้ายที่หลานมีความรักก็ตอนจบมัธยมปลาย โตจนป่านนี้แล้ว ควรจะแต่งงานได้แล้วนะ”

หลินเฉิงเอ่ยตอบอย่างอ่อนใจ “คุณย่าคะ อาจิ่งเด็กกว่าหนูตั้งหลายปีนะคะ”

หมอบอกว่าคุณย่ามีอาการเริ่มแรกของโรคอัลไซเมอร์ แต่ทำไมพอเป็นเรื่องเร่งให้เธอหาคู่ ถึงได้ไม่มีอาการความจำเสื่อมเลยสักนิดนะ

หญิงชราหยิบขวดโหลใบหนึ่งมาวางบนโต๊ะอาหาร “วันนี้ย่ารื้อของเก่าออกมาเจอขวดที่มีหินเต็มไปหมดขวดนี้เข้า หลานดูปู่ของหลานสิ ไม่รู้จะเอาหินพวกนี้มาให้ย่าทำไมเยอะแยะ”

หลินเฉิงปรายตามองแวบหนึ่ง แก้วน้ำในมือเกือบจะร่วงหลุด

นั่นไม่ใช่ขวดของคุณปู่ แต่เป็นของที่กู้ฉีเฉินเคยให้เธอไว้ต่างหาก

ตอน 3

แล้วมันก็ไม่ใช่ก้อนหินธรรมดาด้วย มันคือก้อนหินที่มาจากหน้าสำนักงานเขตของเมืองต่าง ๆ ทั้งยี่สิบหกเมือง

กู้ฉีเฉินเคยบอกว่า เมื่อเธออายุครบยี่สิบหกปี พวกเขาจะแต่งงานกัน และไปฮันนีมูนกันตามเมืองเหล่านี้

ผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว กู้ฉีเฉินคงจะแต่งงานกับถังเข่อเหรินไปนานแล้ว

และก็คงลืมเธอไปนานแล้วเช่นกัน

ลืมไปน่ะดีที่สุดแล้ว พวกเขาไม่ควรมีความเกี่ยวข้องกันอีก ตอนนี้เธอได้เริ่มต้นชีวิตใหม่แล้ว

เสียงโทรศัพท์เรียกเข้าดึงหลินเฉิงกลับมาสู่โลกความจริง

หัวหน้างานโทรมาหา หลินเฉิงจึงโยนขวดโหลใบนั้นลงถังขยะไปอย่างไม่ใส่ใจ

“สวัสดีค่ะ ผู้อำนวยการจาง”

เธอทำงานในบริษัทเทคโนโลยีแอนิเมชันแห่งหนึ่งในเวสซิตี้ และตอนนี้ก็อยู่ในช่วงสำคัญของการปรับเลื่อนขั้นเป็นพนักงานประจำ

ผู้อำนวยการจางพูดขึ้นว่า “หลินเฉิง โปรเจกต์จิงดรีมนี้คุณเป็นคนวางแผนหลัก พรุ่งนี้คุณถังซึ่งเป็นฝั่งผู้ลงทุนโฆษณาจะเข้ามา คุณห้ามมีอะไรผิดพลาดเด็ดขาดเลยนะ”

“รับทราบค่ะ” หลินเฉิงตอบตกลงโดยไม่คิดอะไรมาก

ค่ารักษาพยาบาลของคุณย่า คุณลุงเป็นคนออกให้ ส่วนพ่อกับแม่ก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเธอต้องเจียดออกมาเอง แม้เมื่อก่อนจะมีเงินเก็บอยู่บ้าง

แต่ตอนนี้เธอต้องมารักษาตัวอีก ภาระคงจะหนักหนาขึ้นกว่าเดิม

พรุ่งนี้ต้องนำเสนอ แต่เพิ่งจะมาแจ้งเอาคืนนี้ เธอจึงต้องรีบทำสไลด์นำเสนอให้เสร็จในชั่วข้ามคืน

ดูท่าว่าคืนนี้คงต้องโต้รุ่งเสียแล้ว

โต้รุ่ง...

กู้ฉีเฉินเคยบอกว่า พยายามเข้านอนก่อนห้าทุ่มนะ

หลินเฉิงแสยะยิ้มอย่างขมขื่น ทำไมเธอถึงคิดถึงกู้ฉีเฉินขึ้นมาอีกแล้วนะ

เช้าวันรุ่งขึ้น บริษัทฝั่งลูกค้าเข้ามาดูโปรเจกต์ ทุกคนต่างนั่งรออยู่ในห้องประชุมกันพร้อมหน้า

เพื่อนร่วมงานที่ชื่อเสี่ยวหมิ่นจับแขนหลินเฉิงแน่นด้วยความประหม่า “หลินเฉิง เธอแน่ใจนะว่าเตรียมตัวพร้อมแล้ว?”

“อื้ม” หลินเฉิงมีท่าทีผ่อนคลายมาก

เสี่ยวหมิ่นลดเสียงต่ำลง “เธอรู้ไหมว่าคุณถังคนนั้นน่ะนางมารร้ายตัวจริงเลยนะ จุกจิกจู้จี้เป็นที่สุด เห็นเขาว่ากันว่าจะยอมทำตัวออดอ้อนเฉพาะเวลาอยู่ต่อหน้าคนที่ตัวเองชอบเท่านั้นแหละ”

หลินเฉิงไม่ได้มีอคติ กลับมองว่าอีกฝ่ายเก่งมากที่สามารถเป็นเจ้าของกิจการได้ตั้งแต่อายุยังน้อยด้วยซ้ำ “นั่นก็แสดงว่าเขาจริงจังและเป็นมืออาชีพในการทำงานไงล่ะ”

เสี่ยวหมิ่นส่ายหน้า “อีกเดี๋ยวเธอก็ไม่คิดแบบนี้แล้ว”

สิ้นเสียงคำพูดนั้น ผู้อำนวยการจางก็เดินเข้ามาพร้อมกับคนอีกสองคน หนึ่งในนั้นเป็นหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งที่มีสายตาคมกริบ

ผู้อำนวยการจางยืนเยื้องไปด้านข้าง เว้นว่างตำแหน่งกึ่งกลางไว้ให้หญิงสาวคนนั้น “คุณถังครับ นี่คือสมาชิกในทีมโปรเจกต์จิงดรีมของเราครับ”

หญิงสาวเหยียดริมฝีปากสีแดงสดเป็นรอยยิ้ม “สวัสดีค่ะทุกคน ดิฉันประธานจากถังกู้ กรุ๊ป ถังเข่อเหรินค่ะ”

หลินเฉิงนิ่งอึ้งไปทันที

ถังเข่อเหริน... เมื่อสิบปีก่อน ที่หน้าห้องรับรองส่วนตัว เธอได้ยินคนข้างในบอกว่ากู้ฉีเฉินกับถังเข่อเหรินจะหมั้นกันตอนเรียนมหาวิทยาลัย และจะแต่งงานกันหลังเรียนจบ

ที่แท้เธอก็คือภรรยาของกู้ฉีเฉินนี่เอง

พอตั้งสติกลับมาได้ เธอก็รีบหลบสายตา ไม่กล้าจ้องหน้าหญิงสาวตรง ๆ

ผู้อำนวยการจางโบกมือบุ้ยใบ้ให้ทุกคนนั่งลง

ถังเข่อเหรินกวาดสายตามองไปรอบ ๆ “คนไหนคือหลินเฉิงเหรอคะ?”

หลินเฉิงยังคงใจลอยอยู่

เสี่ยวหมิ่นที่นั่งอยู่ข้าง ๆ สะกิดแขนหลินเฉิงเบา ๆ “คุณถังเรียกเธอน่ะ”

หลินเฉิงได้สติจึงลุกขึ้นยืน น้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย “สวัสดีค่ะ ฉันหลินเฉิงค่ะ”

พูดอย่างนั้นจบ เธอก็เบนสายตาไปมองทางอื่น

สิบปีก่อนเธอไม่เคยเจอถังเข่อเหริน และไม่รู้ว่าถังเข่อเหรินมีใบหน้าค่าตาเป็นอย่างไร

ต่อให้เมื่อสิบปีก่อนถังเข่อเหรินจะเคยสืบเรื่องของเธอ ตอนนี้ก็คงจำเธอไม่ได้หรอก

เธอไม่ใช่หลินซูเหยียนเสียหน่อย เธอคือหลินเฉิง

หลินเฉิงให้กำลังใจตัวเองแบบนั้น แต่ฝ่ามือที่อยู่ใต้โต๊ะกลับเต็มไปด้วยเหงื่อที่ผุดซึม

ถังเข่อเหรินจ้องมองหลินเฉิงเขม็ง “โปรเจกต์นี้ฉันมีจุดที่ไม่เข้าใจในเจตนารมณ์ของคุณอยู่หลายจุด ถ้าคุณอธิบายความสำคัญของจุดเหล่านั้นได้ชัดเจน ฉันจะคงงานออกแบบของพวกคุณไว้”

ในตอนนี้ เพื่อนร่วมงานในทีมต่างพากันมองหลินเฉิงด้วยสายตาละห้อย ฝากฝังความคาดหวังทั้งหมดไว้ที่หลินเฉิง

หลินเฉิงพยักหน้า สลัดเรื่องราวในอดีตทิ้งไป และดึงความมืออาชีพออกมาใช้

เธอเข้าใจโปรเจกต์นี้เป็นอย่างดี จึงสามารถอธิบายข้อสงสัยทั้งหมดของถังเข่อเหรินได้อย่างชัดเจน

แม้ผลลัพธ์จะไม่ได้ประกาศออกมาทันที แต่ก็น่าจะไปได้สวย ผู้อำนวยการจางอารมณ์ดีมากถึงขั้นพาทุกคนไปเลี้ยงข้าวที่โรงแรม

ทว่าหลินเฉิงกลับรู้สึกกระวนกระวายใจอยู่เล็กน้อย

ถ้าโปรเจกต์นี้ผ่าน ต่อไปเธอก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องติดต่อกับถังเข่อเหริน

แต่ถ้าจะลาออก เธอก็อุตส่าห์ทนมาจนถึงช่วงจะได้บรรจุเข้าทำงานประจำอยู่แล้ว ถ้าต้องเริ่มหางานใหม่ ก็ต้องวุ่นวายอีกรอบ

และเธอต้องการเงิน

หลินเฉิงถอนหายใจออกมายาวเหยียด

หลังเลิกงาน หลินเฉิงไปที่คลินิกชุมชนตามที่นัดกับหนานจิ่งไว้

รถออดี้ A4 ของหนานจิ่งจอดลงที่หน้าคลินิก “พี่หลินเฉิง ถึงแล้วครับ พี่เข้าไปก่อนเลย เดี๋ยวผมไปหาที่จอดรถก่อน”

“ได้ เสร็จแล้วนายส่งข้อความมานะ” หลินเฉิงเปิดประตูลงจากรถ

ในคลินิกชุมชนมีคนมารักษาเยอะจนแน่นขนัด โดยที่ส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ หลินเฉิงเดินวนหาอยู่พักใหญ่

“มีอะไรให้ช่วยไหมครับ?” น้ำเสียงทุ้มต่ำสายหนึ่งดังขึ้นจากข้างหลัง

แผ่นหลังของหลินเฉิงเหยียดตรง ในตอนที่เธอหันกลับไป ภาพที่เห็นราวกับเป็นภาพสโลว์โมชัน

กู้ฉีเฉินอยู่ในชุดกาวน์สีขาว ที่กระเป๋าหน้าอกมีปากกาใหม่เอี่ยมเสียบอยู่หกแท่ง มือทั้งสองข้างซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อ

และตอนนี้กำลังก้มมองเธอจากมุมสูง

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED