ตอน 1

บทที่ 1 เปลี่ยนตัว

พิษนุกวาดสายตามองพนักงานบางส่วนที่ยังไม่ได้ออกไปปฏิบัติหน้าที่ ดวงตาหวานฉ่ำคู่นั้นหยุดนิ่งที่หญิงสาวคนหนึ่งที่สบตามาทางเขาพอดี ส่งยิ้มบางเบาแทบมองไม่เห็นผิดกับแววตาให้เธอ

“แยมไม่เข้ามาเหรอวันนี้”

นนทิยาหลุบสายตาลงต่ำเมื่อได้ยินคำถามของเจ้านายหนุ่มรูปหล่อ ไม่ยอมตอบคำถามของเขา

วาสนามองไกด์สาวรุ่นน้องที่ทำเป็นไม่สนใจเจ้านายและตอบคำถามแทน “เธอโทรมาบอกว่าไม่เข้าเพราะรู้สึกไม่ค่อยสบายนิดหน่อย เย็นนี้จะตรงไปที่สนามบินเลยค่ะ”

“พี่จัดการเรื่องเอกสารลูกค้าให้เรียบร้อยด้วยนะ” พิษนุพยักหน้ารับ กล่าวย้ำกับไกด์อาวุโสสุดของบริษัท แล้วหมุนตัวกลับไปทางเดิมอีกครั้ง

“คุณเต้จะไปไหนหรือคะ” นนทิยารีบตั้งคำถามด้วยความลืมตัวเมื่อเห็นชายหนุ่มกำลังจะออกไปทั้งที่เพิ่งเข้ามา

“มีอะไรหรือเปล่า” พิษนุตั้งคำถาม ฉีกยิ้มรอฟังคำตอบ “ถ้ามีงานให้ผมจัดการก็บอกได้นะ ผมจะทำให้เสร็จก่อนแล้วค่อยออกไป.. พี่หนา”

“พี่ไม่มีค่ะ” เห็นเจ้านายเลิกคิ้วเป็นคำถาม วาสนาจึงรีบส่ายหน้าเล็กน้อยกล่าวปฏิเสธ

“ก้อย..”

“ไม่มีค่ะ”

“คนอื่นมีไหม” พิษนุกวาดสายตาหวานฉ่ำมองทุกคนในสำนักงาน เมื่อไม่เห็นมีใครท้วงติงจึงเดินออกไป

“แกจะบ้าหรือไงก้อย ไปถามเจ้านายแบบนั้นได้ยังไง” วาสนาเอ็ดเพื่อนร่วมงานรุ่นน้องทันทีที่พ้นสายตาเจ้านายไปแล้ว

“ก้อยลืมตัวนี่ป้า”

วาสนาหรือที่ไกด์รุ่นน้องต่างยกย่องเรียกว่าป้าหนาบ้าง พี่หนาบ้างแล้วแต่อารมณ์ มองนนทิยาด้วยสายตาพิจารณาเงียบๆ ก่อนจะทำเป็นไม่สนใจ

“พี่ว่าเจ้านายเราคงรีบไปดูอาการแฟนสาวคนสวยของเขากระมัง” ในบริษัทแห่งนี้ใครก็รู้ว่าเจ้าของบริษัทสบายทราเวลเป็นแฟนกับไกด์สาวคนสวยนามว่าดาวลดาหรือที่ทุกคนเรียกสั้นๆ ว่าแยม ไกด์สาวมากความสามารถพูดได้ถึงห้าภาษา

“ป้าหนาคะ ทัวร์ญี่ปุ่นรอบนี้ป้ากับพี่แยมดูแลใช่ไหมคะ” เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานคนหนึ่งถามขึ้น

“ไม่ใช่ป้านะ เป็นพี่ก้อยกับพี่แยมต่างหาก” วาสนาปฏิเสธ เพราะถ้าพูดกันตามจริงแล้วเธอมีหน้าที่แค่กระจายงานให้ไกด์หนุ่มสาวทั้งหลายเท่านั้นเนื่องจากอาวุโสที่สุดจึงได้เป็นหัวหน้าไกด์ที่ประจำอยู่ในบริษัทเป็นหลัก จะเป็นตัวเสริมยามที่ขาดคนจริง ๆ เท่านั้น “ดูผิดหรือเปล่าน้องหนู ป้าคงไม่เบลอจนใส่ชื่อตัวเองเพราะอยากไปหรอกนะ” วาสนาพูดติดตลก

“คุณเต้เขาเปลี่ยนให้ป้าไปแทนก้อยค่ะ แล้วให้ก้อยเป็นหัวหน้าไกด์ดูแลลูกทัวร์ไทยที่ไปสัมมนาที่เกาะช้างแทน” นนทิยารีบอธิบายแทนพนักงานฝ่ายการเงินที่คงไม่รู้เรื่องอะไร “เขาบอกว่าจะเรียกป้าไปคุยนี่คะ”

“ป้าไม่เห็นรู้เรื่องเลย” วาสนาแปลกใจว่าทำไมพิษนุไม่ให้ตนซึ่งมีประสบการณ์มากกว่าดูแลลูกทัวร์ไทยกลุ่มใหญ่กลุ่มนั้น.. หรืออย่างน้อยเขาก็น่าจะเลือกให้ดาวลดาอยู่มากกว่า เพราะประสบการณ์การทำงานและความสามารถของเธอดีกว่าหญิงสาวคนนี้มาก

“คุณเต้อาจจะบอกกับแยมไว้แล้วก็ได้”

“สงสัยไอ้เจ้าแยมลืมบอกพี่..” วาสนารำพัน แววตามีแววลังเลอย่างเห็นได้ชัด

“พี่แยมไม่ค่อยสบายไม่ใช่เหรอป้า เธออาจะเบลอก็ได้” พนักงานสาวโต้แย้ง วางเอกสารของลูกทัวร์ทั้งหมดลงบนโต๊ะทำงานของวาสนา “รายละเอียดทั้งหมดของทัวร์กับเงินสำรองค่ะ”

“ขอบใจจ้ะ” วาสนาหยิบตารางเวลามาอ่าน ตั้งแต่เวลานัดหมายที่สนามบินสุวรรณภูมิไปจนถึงรายละเอียดการนัดหมายกับรถบัสและไกด์ ที่ต้องร่วมงานด้วยทางประเทศญี่ปุ่น ต่อด้วยเอกสารอื่น ๆ จนครบและเก็บทุกอย่างใส่กระเป๋าสะพายใบใหญ่ของตน “อีกสองชั่วโมงป้าจะกลับแล้วนะ ใครอยากฝากซื้ออะไรที่ญี่ปุ่นบ้างก็รีบฝากพร้อมเงินนะจ๊ะ ไม่รับฝากทางโทรศัพท์และปากเปล่า เพราะป้าไม่มีเงินสำรองจ่าย” สาวใหญ่หัวเราะตบท้ายก่อนเริ่มต้นงานเอกสารที่ทำค้างไว้

ประมาณสิบห้านาทีวาสนาก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นไกด์สาวรุ่นน้องทำท่าเหมือนจะออกไปข้างนอก หลังจากรับโทรศัพท์ของเจ้านาย

“ไปไหนก้อย”

“คุณเต้โทรให้ก้อยเอาเอกสารไปส่งให้บริษัทลูกค้าจ้ะป้า” นนทิยาตอบขณะหยิบเอกสารใส่กระเป๋า “ก้อยไปก่อนนะคะป้า”

“จ้ะ” วาสนาพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มกว้าง แต่ในใจนั้นเกิดความสงสัยมากมาย..

นนทิยาเหลียวมองกลับหลังเข้าไปในสำนักงาน เห็นวาสนาให้ความสนใจกับงานบนโต๊ะก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก รีบเดินเร็วๆ ตรงไปที่รถ.. ตอนที่โกหกว่าเอาเอกสารไปให้ลูกค้าดู เธอนึกว่าฝ่ายนั้นจะสงสัยซะแล้ว เพราะงานแบบนี้ไม่ใช่หน้าที่ของไกด์อย่างตน...

ดาวลดาฉีกยิ้มกว้าง โบกมือเล็กน้อยให้คนรักที่เดินเข้ามาในร้านขายข้าวแกงของครอบครัวเธอ ซึ่งในที่นี้หมายถึงป้าดวงดาวและป้าดวงเดือนพี่สาวฝาแฝดของบิดาซึ่งครองตัวเป็นโสดด้วยกันทั้งคู่ สาเหตุที่ต้องเป็นโสดก็อาจจะมาจากเธอกับพี่สาว ที่ท่านทั้งสองต้องช่วยกันเลี้ยง เนื่องจากมารดาเสียชีวิตตั้งแต่ผ่าตัดเอาเธอออกจากท้องได้ไม่ถึงชั่วโมงจากอุบัติเหตุรถชน

เธอจึงกลายเป็นเด็กที่คลอดก่อนกำหนดถึงสองเดือนและต้องอยู่ในตู้อบอีกเป็นเดือน ไม่รู้เพราะสาเหตุนี้หรือเปล่าถึงทำให้เธอกลายเป็นเด็กฉลาด ไอคิวสูงกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน แต่ในความฉลาดก็มักจะแฝงด้วยความบกพร่อง นั่นก็คือความขี้ลืม ถึงจะฉลาดแต่ก็ต้องกระตุ้นอยู่เสมอ ไม่งั้นมันจะถูกฝังลึกอยู่ในสมองทันที หรือไม่ก็ต้องใช้เวลานึกนานสักหน่อย.. ซึ่งป้าทั้งสองชอบพูดอยู่เสมอ

“ทานอะไรดีคะคุณลูกค้าสุดหล่อ” ล้อคนรักที่เดินเข้ามาใกล้

“จะมาหักเงินคนอู้งาน ไอ้เราก็นึกว่าป่วยจริง พอรู้ข่าวก็รีบบึ่งรถมาดู ที่แท้ก็หลอกให้เราเป็นห่วง” พิษนุแกล้งทำหน้านิ่วขณะพูดกับคนรัก “พี่ขอไปไหว้ป้าก่อนนะ” เขาบอกกับเธอเมื่อเห็นป้าฝาแฝดคนหนึ่งของคนรักคิดเงินลูกค้าเสร็จแล้ว ส่วนอีกคนคงจะเป็นแม่ครัวใหญ่ควบคุมลูกจ้างทำอาหารอยู่ในครัวหลังร้าน

“ค่ะ เดี๋ยวแยมไปเก็บเงินโต๊ะนั้นก่อน แล้วเราค่อยมาทานข้าวด้วยกันนะคะ” เธอบอกคนรักเมื่อเห็นลูกค้าโต๊ะหนึ่งยกมือเรียกให้เก็บเงิน

ถึงแม้ร้านของป้าเธอจะเป็นแค่ร้านขายข้าวแกง แต่ก็เป็นร้านที่มีทำเลดีมากจึงทำให้มีลูกค้าเข้ามาอุดหนุนไม่ขาดสาย และเป็นร้านที่มีขนาดใหญ่ถึงสามสิบโต๊ะ นอกจากข้าวแกงแล้วยังมีขนมหวานและขนมประเภทของฝากอีกหลายอย่าง

ตอน 2

บทที่ 2 ปากหวาน

นอกจากนั้นร้านข้าวแกงแห่งนี้จะเปลี่ยนเป็นร้านอาหารที่ยกระดับขึ้นมาอีกนิด เหมาะสำหรับพวกคอเหล้า หรือครอบครัวที่ต้องการออกมาหาของอร่อยในตอนกลางคืน ซึ่งจะเป็นหน้าที่ของบิดาที่เกษียณตัวเอง จากการเป็นลูกเรือขุดเจาะน้ำมันที่ประเทศดูไบมาสิบกว่าปีแล้ว..

“แยมเป็นอะไรมากหรือเปล่า เย็นนี้ไม่ต้องไปญี่ปุ่นดีไหม เดี๋ยวพี่โทรไปบอกพี่หนาให้หาไกด์คนอื่นไปทำแทน” พิษนุถามคนรักด้วยความห่วงใยขณะทานข้าวด้วยกัน

“ไม่ต้องค่ะ แยมไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่รู้สึกปวดหัวนิดหน่อยเท่านั้น พอกินยาและได้นอนพักก็ดีขึ้นมากแล้ว”

“ดีขึ้นมากแล้วทำไมไม่ไปทำงานคะ หรืออยากแกล้งให้พี่เป็นห่วง”

หญิงสาวคลี่ยิ้มให้คนรัก “สงสัยจะเป็นอย่างหลังค่ะ” ความจริงที่เธอไม่เข้าบริษัทเพราะเห็นว่าไม่มีงานอะไร จึงให้นนทิยาที่เดินทางไปด้วยกัน เข้าไปจัดการเบิกเงินสำรองจ่ายและเตรียมเอกสารแทน

“แค่นี้ก็รักจะแย่แล้ว ยังอยากจะแกล้งอะไรอีกคะ” ชายหนุ่มพูดขณะตักต้มจืดเยื่อไผ่ใส่ถ้วยใบเล็ก

“ขอบคุณค่ะ” ดาวลดากล่าวขอบคุณเมื่อเขาวางถ้วยต้มจืดให้ตรงหน้า เขามักจะปากหวานและเอาใจเก่งแบบนี้เสมอจึงทำให้เธอไม่เคยเลิกรักเขา ถึงแม้จะจับได้หลายครั้งแล้วว่าเขาแอบนอกใจ แต่เขาก็มักจะมีคำพูดหวานๆ และวิธีเอาใจจนเธอโกรธไม่ลงและยอมอภัยให้เสมอ

“เดี๋ยวอิ่มข้าวแล้วพี่คงต้องขอตัวก่อน เพราะพี่ต้องไปธุระสำคัญ”

“ค่ะ” ดาวลดารับคำง่ายๆ แต่ในใจนั้นสงสัยมากเพราะเขาไม่กล้าสบตากับเธอเท่าไหร่นัก

“แยมไม่งอนพี่ใช่ไหมคะ” พิษนุส่งยิ้มให้หญิงสาวอย่างอ่อนโยน พอดีกับโทรศัพท์ส่งเสียงดังขึ้น เขาจึงหยิบขึ้นมาดู “ลูกค้าโทรมาพอดีเลย”

“ไม่หรอกค่ะ ถ้าพี่เต้มีงานก็ไปทำเถอะค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นพี่ไปก่อนนะคะ” เขาบอกเธอแล้วรีบลุกขึ้น เดินห่างออกไปไกลพอสมควรจึงกดรับสาย

ดาวลดาส่งสายตามองตามคนรักไปจนเขาสตาร์ทรถออกไป จึงเรียกให้คนงานในร้านมาเก็บถ้วยชามไปล้าง

“แฟนเราไปแล้วเหรอ”

“ค่ะป้าเดือน” ดาวลดาตอบป้าพร้อมรอยยิ้ม

“ทำไมรีบกลับนักล่ะ”

“พี่เต้เขามีธุระต้องไปทำค่ะ”

“แปลกคนนะแฟนเราคนนี้” ดวงเดือนบ่นขึ้นมาลอย ๆ แววตามีความลังเลปนอยู่

“แปลกยังไงหรือคะป้า พี่เต้เขามีสามหู สามตาหรือคะ” ดาวลดาล้อผู้เป็นป้าแล้วหัวเราะเบา ๆ

“เด็กคนนี้นี่ เดี๋ยวป้าตีตายเลย” ดวงเดือนเอ็ดหลานสาวไม่จริงจังนักแล้วนิ่งเงียบไปชั่วครู่ “ป้ารู้สึกว่าเขาไม่อยากอยู่กับเรานาน ๆ ทุกครั้งที่มาหาหนูเขาจะต้องมีธุระไปทำต่อตลอดเลย”

ดาวลดานิ่งไปชั่วครู่เมื่อได้ยินคำพูดของป้าดวงเดือน ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่านางจะสังเกตถึงขนาดนี้

“ป้าเดือนคิดมากไปหรือเปล่าคะ พี่เต้เขาเป็นเจ้าของบริษัทนะ ธุระก็ต้องมากเป็นธรรมดา” เพราะความรักที่มีต่อแฟนหนุ่มทำให้เธอแก้ตัวแทนเขา ถึงแม้จะเห็นด้วยกับคำพูดของป้า.. แต่เขาอาจจะยุ่งเรื่องงานจริง ๆ

“อย่างนั้นเองเหรอ ป้าก็หลงคิดมากอยู่ตั้งนาน” ดวงเดือนรู้ว่าหลานสาวแก้ตัวให้คนรัก แต่นางไม่อยากพูดจากระทบจิตใจหลานให้มากกว่านี้ จึงทำเป็นยอมคล้อยตาม “ป้าว่าหนูเข้าบ้านไปอาบน้ำนอนสักตื่นดีกว่านะ เย็นนี้ต้องไปญี่ปุ่นอีกไม่ใช่เหรอ”

“ค่ะป้า แต่แยมอยากช่วยป้าขายของก่อนค่ะ”

“ไม่ต้องช่วยแล้วลูก เลยเที่ยงไปแล้วคนไม่ค่อยยุ่ง หนูไปนอนพักสักหน่อยดีกว่านะ” ดวงเดือนเกือบจะจับแก้มของหลานสาวอยู่แล้ว แต่เมื่อนึกได้ว่ามือของตัวเองอาจจะสกปรกและทำให้หน้าสวยใสของหลานเป็นสิว จึงเปลี่ยนเป็นลูบผมด้วยความรักใคร่แทน “เชื่อป้านะลูก ไปพักสักหน่อยเย็นนี้ได้มีแรงทำงาน”

“ก็ได้ค่ะ” ดาวลดาโอบเอวอวบๆ ของป้าอย่างรักใคร่ไม่ต่างกัน

“เข้าไปพักด้วยกันทั้งคู่นั่นแหละ ทางนี้ฉันจัดการเอง” ดวงดาวเดินออกมาจากหลังร้าน ได้ยินคำพูดของคู่แฝดกับหลานสาวจึงเอ่ยปากไล่ทั้งคู่

“ฉันว่าเธอนั่นแหละสมควรเข้าไปพักพร้อมหลาน ทำกับข้าวมาตั้งแต่เช้าแล้ว” ดวงเดือนไม่ยอม

“เธอนั่นแหละไป ทางนี้ฉันจัดการเอง ใครบอกว่าฉันเป็นคนทำฉันแค่ไปยืนคุมแล้วก็ชิมรสชาติแค่นั้นเอง ไม่เห็นจะเหนื่อยตรงไหน ไปเถอะไป ไปพักสักหน่อยเถอะ อีกเดี๋ยวก็เก็บร้านแล้ว ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเถอะ แยมเอาป้าเดือนเข้าบ้านไปด้วยลูก” ดวงดาวบอกกับหลานสาว

“แยมว่าป้าทั้งสองเข้าไปพักผ่อนดีกว่าค่ะ ปล่อยหน้าที่ทางนี้ให้แยมจัดการดีกว่า”

“ไม่ได้!” สองเสียงประสานขึ้นมาพร้อมกัน ไม่ยอมให้หลานสาวคนสวยที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวเพราะอีกคนแต่งงานไปแล้วต้องทำงานหนักเด็ดขาด

“ห้ามพูดคำนี้กับแยมเด็ดขาดค่ะ ไปเลยค่ะ เข้าบ้านไปพักผ่อนเดี๋ยวนี้เลยค่ะ งานหมูๆ แค่นี้แยมจัดการเอง” หญิงสาวโอบบ่าของป้าฝาแฝดทั้งสองแล้วเดินไปยังทางเข้าบ้านซึ่งอยู่ทางด้านหลังของร้านเข้าไปประมาณห้าสิบเมตร..

“ป้าเดือน ป้าดาว อาบน้ำแล้วเข้าไปเปิดแอร์นอนให้สบายเลยนะคะ ถ้าแยมกลับเข้ามาเห็นป้าทั้งสองยังไม่นอนแยมงอนจริง ๆ ด้วย” ดาวลดาส่งป้าทั้งสองถึงหน้าบ้านแต่ไม่ได้เดินเข้าไปเพราะจะรีบกลับไปดูแลที่ร้าน

“แต่ป้าอยากให้หนูนอนมากกว่า” ดวงดาวดึงแขนหลานสาวไว้ ดวงเดือนพยักหน้าเห็นด้วย

“แยมยังเป็นสาวเป็นแส้ ยังแข็งแรงดีค่ะ ป้าเดือน ป้าดาวไม่ต้องห่วงแยมหรอกค่ะ” เธอตัดบทด้วยการหอมแก้มของป้าทั้งสองแล้ววิ่งเหยาะ ๆ ออกไปตามเส้นทางเดิมที่เดินเข้ามา..

“ฉันไม่อยากให้หลานแต่งงานกับผู้ชายคนนั้นเลยดาว” ดวงเดือนพูดขึ้นขณะส่งสายตามองตามหลังหลานสาวที่วิ่งไปไกลเกือบถึงร้านแล้ว

“ทำไมล่ะ เขาก็รักกันมานานหลายปีแล้วนี่”

“ก็เพราะหลายปีนะสิถึงไม่อยากให้แต่ง”

“ฉันเข้าใจความรู้สึกเธอนะ แต่มันเป็นเรื่องของเขาสองคนนะพี่เดือน” ดวงดาวเข้าใจดีว่าเพราะอะไรพี่สาวคู่แฝดถึงคิดแบบนี้ เพราะหลายปีที่หลานสาวรู้จักกับพิษนุจนกลายเป็นแฟนกัน ผู้ชายคนนั้นไปมาหาสู่ที่บ้านหลังนี้แต่ละครั้งก็เหมือนไม่ได้ตั้งใจมา ส่วนมากจะแวะมากินข้าวที่ร้านแล้วก็ซื้อกับข้าวกลับไปฝากที่บริษัทครั้งละมาก ๆ แต่ก็ไม่เคยแวะมาคุยหรือกินข้าวร่วมโต๊ะแบบเป็นทางการสักครั้ง

“ก็จริงอย่างที่เธอพูดนะ.. แต่ฉันรู้สึกว่าเขาดูแปลกๆ ยังไงไม่รู้ เวลาฉันมองหน้าเขา เขามักจะหลบสายตาฉันเสมอ แม้กระทั่งกับหลานเราเขาก็เป็นนะดาว” ดวงเดือนเล่าเรื่องเดิม ๆ ให้น้องสาวฟังอีก

“เราอาจจะคิดมากกันไปเองก็ได้นะเดือน เพราะเรารักและเป็นห่วงหลานมากเกินไป”

“ก็ขอให้เป็นแบบนั้นเถอะ”

“เข้าบ้านเถอะ เดี๋ยวหลานกลับมาเห็นเรายังไม่ขยับไปไหนจะโดนเขางอนใส่เอานะ" ดวงดาวพูดติดตลก เดินนำเข้าไปในบ้าน...

ตอน 3

บทที่ 3 อุบัติเหตุ

สนามบิน

ดาวลดาเลิกคิ้วขึ้นสูงเมื่อเดินทางถึงสนามบินแล้วพบว่าคนที่รออยู่ก่อนแล้วคือวาสนา

“ก้อยเป็นอะไรหรือเปล่าคะป้า”

“ทำไมถามอย่างนี้ล่ะน้องแยม” วาสนาเลิกคิ้ว ยู่ปากเล็กน้อย

“ก็ทัวร์นี้หนูต้องไปกับก้อยเขานี่คะ”

“ก็ไอ้ก้อยมันบอกพี่ว่าคุณเต้ให้มันไปดูแลทัวร์ที่เกาะช้าง แล้วให้ป้าไปทัวร์นี้แทนมันน่ะ มันยังบอกอีกว่าเรารู้เพราะคุณเต้จะบอกกับเราเอง” วาสนาทำหน้าแปลกใจ “สรุปว่าเราไม่รู้เรื่องเลยเหรอ แล้ววันนี้ได้เจอคุณเต้เขาหรือเปล่า”

“เจอค่ะป้า เขาแวะไปกินข้าวที่ร้านแต่ไม่เห็นพูดถึงเรื่องนี้เลย.. สงสัยจะลืม” ตอบแบบไม่ได้คิดอะไรมาก

“อือ สงสัยเขาคงลืมจริง ๆ นั่นแหละ ไปเถอะ ไปเตรียมตัวรอรับลูกทัวร์กันดีกว่า” วาสนาตัดบทเพียงเท่านั้น

“ค่ะ” ดาวลดารับคำแล้วเดินตามไกด์สาวรุ่นใหญ่ไปติดๆ

“ถ้าไม่แน่ใจจะโทรถามคุณเต้เขาก็ได้นี่แยม” วาสนาแนะนำขณะเดินคู่กันไป

“ไม่เป็นไรค่ะพี่หนา แยมยังไงก็ได้” ดาวลดาปฏิเสธที่จะทำตามคำแนะนำของรุ่นพี่...

หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป

ดาวลดาเปิดประตูออฟฟิศเข้าไป ส่งยิ้มให้พนักงานทั้งหลายที่ทักทายมาอย่างเป็นกันเอง

“ของฝากจากญี่ปุ่นจ้ะ แบ่งกันนะ” เธอยื่นถุงลูกอมให้พนักงานสาวคนหนึ่งก่อนเดินไปที่แผนกและนั่งลงที่โต๊ะตัวหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่โต๊ะประจำตำแหน่งของใคร ทุกคนสามารถใช้ร่วมกันได้หมด

“มาแต่เช้าเลยนะหนูแยม” วาสนาเดินเข้ามาพร้อมกาแฟหอมกรุ่น ควันลอยฉุย

หญิงสาวคลี่ยิ้มกว้างและยกมือไหว้อีกฝ่าย “ก็ยังช้ากว่าป้าอยู่ดี”

“กาแฟสักถ้วยไหมหนู”

“ไม่เอาค่ะป้า ป้าก็รู้ว่าหนูไม่ค่อยชอบดื่มกาแฟ”

“ดีแล้วที่ไม่ดื่ม ป้าขาดไม่ได้เลยหนูเอ๊ย มือไม้สั่น อาการวูบถามหาอย่างกะวัยทอง” วาสนาทำท่าทางให้ดู

“ถ้าหนูง่วงจริง ๆ นั่นแหละถึงจะเอาสักหน่อย แต่ต้องมีพวกขนมปังแกล้มด้วยนะคะ หรือไม่ก็ต้องกินข้าวตามไป ไม่งั้นปากสั่น มือสั่นไปหมดเลยค่ะ”

“สวัสดีค่ะป้าหนา พี่แยม” พนักงานสาวที่อายุน้อยที่สุดในบริษัทนามว่าหนึ่งฤทัยเยื้องกายเข้ามาทักทายด้วยการไหว้พร้อมรอยยิ้ม

“สวัสดีจ้ะ” ทั้งสองทักทายและยกมือไหว้รับเกือบพร้อมกัน

“น่ารักเนอะป้า” ดาวลดาพูดกับวาสนาเมื่อหนึ่งฤทัยเดินจากไปแล้ว

“อือ” วาสนาพยักหน้าเห็นด้วย

“ไอ้ก้อยยังไม่มาอีก” หญิงสาวถามถึงเพื่อนร่วมงานคนสนิทด้วยความเคยชิน

“มันจะมาได้ยังไง มันเพิ่งไปเกาะช้างเมื่อวานนี้เองนะ” วาสนาซึ่งมีหน้าที่ดูแลตารางงานของไกด์ทั้งหมดกล่าวขึ้น

ก๊อก ๆ ๆ

กระจกที่กั้นไว้ง่าย ๆ ระหว่างแผนกถูกเคาะให้สัญญาณเล็กน้อยก่อนที่จะมีเสียงถาม

“เที่ยงนี้แผนกเราจะออกไปเยี่ยมคุณก้อยพี่ทั้งสองจะไปด้วยไหมคะ”

“ก้อยเป็นอะไร!” ดาวลดาถามด้วยเสียงที่แสดงความแปลกใจ

“พี่ก้อยโดนมอเตอร์ไซค์เฉี่ยวเมื่อวานนี้ค่ะ”

“ทำไมถึงโดนล่ะ ไหนบอกว่าไปเกาะช้างไง” วาสนาถามบ้าง

“โดนตอนเช้าค่ะพี่ก่อนเดินทาง”

“แล้วใครไปแทนไอ้ก้อยล่ะ” วาสนายังซักต่อ หยิบตารางงานขึ้นมาดูเพื่อเปลี่ยนรายชื่อ ทำสรุปผลตอนสิ้นเดือน

“พี่ปุ้มค่ะ แล้วพี่ทั้งสองจะไปกับพวกเราไหมคะ”

“พี่ไม่ไปจ้ะ เพราะอีกเดี๋ยวพี่จะออกไปเลย ขอบใจนะจ๊ะที่ส่งข่าว”

“ป้าก็ไม่ไป เพราะป้าจะไปพร้อมกับพี่แยมเขาเลย”...

ก๊อกๆ ๆ

นนทิยามองไปที่ประตูห้องพักของโรงพยาบาลที่ตนนอนรักษาตัวอยู่เมื่อได้ยินเสียงเคาะ มันถูกเปิดออกช้า ๆ ก่อนที่ใครบางคนจะก้าวเข้ามา

“แยม!” นนทิยาอุทานออกมาด้วยความตกใจสุดขีด แทนที่จะดีใจเมื่อได้เจอเพื่อนสาวร่วมงานคนสนิท

“จ๊ะเอ๋!” วาสนาที่เดินตามดาวลดาอยู่ เอียงหน้าไปทักทายหญิงสาวเจ้าของห้อง

แอ๊ด.. ประตูห้องน้ำเปิดออกพร้อมกับเสียงถาม

“ใครมาเหรอก้อย?”

จากอาการตกใจในตอนแรกกลายเป็นหน้าซีดขาว เหมือนคนที่ทำความผิดร้ายแรง แล้วถูกจับได้คาหนังคาเขา หญิงสาวไม่ได้ตอบคำถาม เธอได้แต่นิ่งงัน

ดาวลดาและวาสนาก็ตกใจไม่แพ้กันที่เห็นพิษณุที่นี่.. ในลักษณะที่ดูคล้ายสนิทชิดเชื้อมากเป็นพิเศษ มากกว่าเจ้านายกับลูกน้องแบบที่ควรจะเป็น

“แยม!” พิษนุอุทานชื่อคนรักออกมาเบาหวิวด้วยความตกใจ ก่อนจะกลบเกลื่อนด้วยการคลี่ยิ้มกว้างแล้วเดินเข้าไปหา โอบบ่าของเธอหลวมๆ “ทำไมไม่โทรบอกพี่ก่อนคะ ว่าจะมาเยี่ยมคุณก้อยเขา พี่จะได้ไปรับ พี่ก็เพิ่งมาถึงเหมือนกัน มาถึงก็ขอคุณก้อยเขาเข้าห้องน้ำนี่แหละ” ชายหนุ่มฉีกยิ้มละมุน ส่งยิ้มให้เธออย่างรักใคร่.. ใครจะคาดคิดว่าจะมีคนมาเยี่ยมไข้แต่เช้าแบบนี้ พวกพนักงานในบริษัทที่รู้ข่าวน่าจะมาอย่างเร็วก็คือช่วงเที่ยงหรือตอนเลิกงานแล้ว

“ค่ะ” ดาวลดารับคำสั้นๆ ฉีกยิ้มเล็กน้อย แต่ในใจนั้นเจ็บปวด เธอมั่นใจว่าเขาโกหก เสื้อผ้าของเขามีรอยยับ.. เวลาพูดมีกลิ่นหอมของยาสีฟันลอยออกมา ใบหน้าของเขาก็เหมือนเพิ่งล้าง ตามไรผมยังมีน้ำเกาะอยู่ให้เห็นบ้าง

“ของฝากจากป้ากับไอ้แยมจ้ะ” วาสนาพูดแทรกด้วยเสียงแจ่มใสและดังกว่าปกตินิดหนึ่ง เพื่อให้คลายความตึงเครียดลงบ้าง ยื่นกระเช้ารังนกให้หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียง เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าความสงสัยที่เกาะกินอยู่ในใจจะเป็นเรื่องจริง แล้วดาวลดาล่ะ.. กำลังคิดอะไรอยู่

“ขอบคุณค่ะป้า ขอบใจมากนะแยม ไม่เห็นต้องซื้ออะไรมาฝากเลย แค่มาเยี่ยมก้อยก็ดีใจแล้ว”

“ไม่ได้หรอก ต้องบำรุงเยอะ ๆ จะได้หายไว ๆ ตอนนี้ไกด์ยิ่งน้อย ๆ อยู่” ดาวลดาตอบเพื่อนสาวพร้อมรอยยิ้มก่อนหันไปทางคนรักอีกครั้ง “แล้วพี่เต้ล่ะคะซื้ออะไรมาเยี่ยมลูกน้องคะ” เธอถามออกไปเพราะแอบมองทั่วห้องแล้วยังไม่เห็นอะไรที่เป็นของฝากสักชิ้น ตอนนี้ความไม่สงสัยมันล้นปรี่อยู่ในอก แต่คนอย่างพิษนุถ้าจับไม่ได้คาหนังคาเขาเขาไม่เคยยอมรับ

“... ไม่ได้ซื้อเลยค่ะ พอดีพี่ทราบข่าวก็รีบแวะมาเยี่ยมเพราะอยู่แถวนี้พอดี ตั้งใจว่าจะซื้อให้ทีหลัง ไม่ว่ากันนะครับคุณก้อย”

“คะ.. ค่ะ.. ไม่ต้องซื้อของมาเยี่ยมให้เปลืองเงินหรอกค่ะคุณเต้ แค่มาเยี่ยมก้อยก็ขอบคุณมากแล้ว” นนทิยาพยายามอย่างยิ่งที่จะพูดออกไปโดยไม่ให้เสียงสั่น น้อยใจในตัวชายหนุ่มเป็นอย่างมากที่ยังเห็นดาวลดาสำคัญกว่าเธออยู่เสมอ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน

ซ่อนรัก

ตอนที่ 1
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED