“ชะ ใช่ค่ะ หนูริสา ไม่ใช่แซงๆ อะไรนั่นนะคะ” สาวน้อยพูดปฏิเสธผิดๆ ถูกๆ เมื่อรู้สึกว่าคนร่างสูงเดินมาหยุดยืนอยู่ที่เบื้องหน้าของเธอในระยะประชิด
ปุก!
แผ่นหลังของคนตัวเล็กที่ชนเข้ากับประตูตู้เสื้อผ้าบานหรูในห้องนั้นจนทำใจน้อยสั่นระรัว หลังจากที่เดินถอยหลังหนีเวย์จนหมดหนทางหนี
“…แล้วเมื่อกี้ เธอเห็นอะไรหรือเปล่า?” ท่าทางเรียบนิ่งไม่แสดงอาการของเขานั้น ดูไม่ออกเลยว่าเขากำลังโกรธหรือคิดอย่างไรอยู่กันแน่ นั่นยิ่งทำให้สาวน้อยเกิดหวั่นกลัวกับน้ำเสียงเรียบนิ่งที่เธอได้ยิน
“ไม่ค่ะ หนูไม่เห็นอะไรเลยนะคะ ไม่เห็นเลยค่ะ” เธอพูดโกหกในขณะที่ยังหลับตาปี๋อยู่ ซึ่งท่าทางของสาวน้อยก็ดูออกไม่ยากว่าเธอกำลังพูดความเท็จ
“โกหก...” น้ำเสียงโทนนิ่งเย็นพูดขึ้น ก่อนใช้มือหนาช้อนปลายคางสวยขึ้น เพื่อต้องการมองใบหน้าของสาวน้อยจอมโกหกให้ชัดเจน “ลืมตาขึ้นซิ๊.. แล้วบอกฉันอีกที ว่าเธอไม่เห็นมันจริงๆ”
เจ้าของดวงตาโตสวยค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างรู้สึกผิด ก่อนจะเอ่ยขอโทษกับสิ่งที่ตนพูดไปเมื่อครู่เพื่อเอาตัวลอด” …หนูขอโทษคะ หนูไม่ได้ตั้งใจจะแอบดูนะคะ หนูแค่จะ..”
“เห็นจริงๆ ด้วยสินะ...” แน่นอนว่านั่นมันเป็นเรื่องน่าอายมากๆ เพราะไม่เคยมีใครได้เห็นสิ่งนั้นของผมมานานมากแล้ว ตั้งแต่ผมอยู่ในสถานะนี้
“หนูขอโทษค่ะคุณเวย์ หนูไม่ได้ตั้งใจล่วงเกินคุณจริงๆ นะคะ..”
ความหวาดกลัวและความรู้สึกผิดของเธอแสดงออกมาทางสีหน้าและแววตาอย่างชัดเจน จนทำให้อีกคนนั้นรับรู้ได้ว่าสิ่งที่เธอพูดมา เป็นเช่นนั้นจริงๆ
“…แต่ยังไงเธอก็เห็นมันไปแล้ว” สายตานิ่งเย็นเยือกของเวย์นั้น กำลังแสดงให้อีกคนรู้ว่าเขาไม่พอใจเป็นอย่างมาก
“หนูขอโทษค่ะ…” เธอพูดขึ้นก่อนจะพยายามวิ่งหนีออกจากตรงนั้น เพราะกลัวกับสายตาคู่นั้นของชายหนุ่มตรงหน้า
แต่เธอยังไม่ทันจะวิ่งไปถึงประตูห้องนอน คนขายาวก็วิ่งมาดักหน้าไว้ซะก่อน “เดี๋ยว!…เธอไม่ได้ถ่ายรูปหรือคลิปไว้ใช่ไหม?”
สำหรับคนดังอย่างเขานั้น การถูกแอบถ่ายรูปโดยไม่ได้รับอนุญาต เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง จึงไม่อาจไว้ใจคนแปลกหน้าที่เพิ่งเจอกันไม่ถึงชั่วโมงได้ และถึงแม้ว่าเธอจะเป็นลูกสาวของป้าแม่บ้านก็ตาม
“ไม่ค่ะ หนูไม่ได้ถ่ายอะไรไว้เลยนะคะ” เธอพูดพร้อมส่ายหัวปฏิเสธ
“งั้นจะวิ่งหนีทำไม? …”
เขาเริ่มสงสัยในพิรุธของเธอที่มโนขึ้นเอง และเมื่อฉุกคิดได้ เวย์ก็รีบค้นตัวเธอเพื่อหาโทรศัพท์มือถือของเธอมาตรวจสอบดู…
“อุ๊ย>< คุณเวย์จะทำอะไรคะ?”
เมื่อล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงขาสั้นด้านหลังของเด็กสาวได้แล้ว เขาจึงรีบให้เธอปลดล็อกโทรศัพท์มือถือให้ทันที… “รหัสอะไร?”
“หนูไม่ได้ถ่ายอะไรไว้จริงๆ นะคะ…” ท่าทางของหนุ่มหล่อเริ่มทำให้คนตัวเล็กนั้นหวาดกลัวเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ
“ฉันถามว่ารหัสอะไร?!” เสียงเข้มดุของเขาทำให้ริสาต้องรีบตอบคำถามนั้น
“สะ สี่ ห้า แปด แปด สอง สองค่ะ” สาวน้อยเดินถอยหลังออกห่างเวย์และปล่อยให้เขาได้ค้นรูปภาพในโทรศัพท์ตามใจ เพราะเธอนั้นไม่ได้ทำผิดอย่างที่เขากล่าวหา จึงไม่คิดต่อต้านหรือแย่งโทรศัพท์กลับคืน
แต่ทว่าความระแวงของเขานั้นดูไม่ได้ลดลงเลย เพราะยิ่งเขาไม่เห็นหลักฐานอะไรในโทรศัพท์ ก็ยิ่งคิดว่าเธอซ่อนบางอย่างที่ลึกลับกว่านั้นไว้…
“ติดกล้องไว้ที่ตัวหรือเปล่า? …” คนขี้ระแวงตั้งข้อสงสัยไม่หยุด
“กล้องอะไร ไม่มีนะคะ” เธอเดินถอยหลังหนีเวย์ จนชิดกำแพงหัวนอน แต่เขากลับมองว่าเธอนั้นกำลังกลัวความผิดและแสดงพิรุธออกมา
“…งั้นขอพิสูจน์หน่อย”
เวย์เดินไปปิดไฟในห้องให้มืดสนิท ก่อนจะเปิดแฟลตโทรศัพท์มือถือ และส่องไปทางร่างกายของคนตัวเล็ก…
“คุณเวย์จะทำอะไรคะ หนูกลัว…” สาวน้อยพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เพราะเขาผู้เป็นเจ้านายกำลังทำให้เธอหวาดกลัวกับสถานะการณ์ที่ไม่เคยพบเจอ
“ถ้าบริสุทธิ์ใจจริงก็อยู่เฉยๆ …”
ว่าแล้วเวย์ก็ยื่นมือไปจับที่กระดุมเสื้อที่หน้าอกของริสาเพื่อส่องแฟลตหาแสงสะท้อนจากกล้องตัวจิ๋วที่เขาคิดว่าเธอแอบติดไว้ แต่ในเวลาเดียวกัน การกระทำนั้นก็ทำริสาไม่อาจอยู่นิ่งเฉยได้ เพราะเธอรู้สึกเหมือนกำลังโดนเขาคุกคาม…เธอพยายามดิ้นหนีจนสุดความสามารถจนทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้นกับเสื้อที่เธอใส่อยู่
กึกๆ!!
กระดุมเสื้อเชิ้ตสีชมพูพีทที่เธอใส่อยู่นั้น เด้งหลุดออกจากกันสามเม็ด จนเสื้อที่ปิดสนิทอยู่เปิดออกกว้าง เพราะโดนทำลายจากมือของอีกคน…
“ฮือๆ คุณเวย์ปล่อยหนูนะคะ”
ฟุบ!
เขาผลักเธอลงบนที่นอนนุ่มกว้าง และส่องไฟหาสิ่งนั้นอย่างเคร่งเครียด แต่ก็ไม่พบสิ่งที่เขาสงสัยเลยสักนิด เห็นเพียงแค่เรือนร่างสวย เนินอกขาวเนียนของสาวน้อยที่ขาวจนสะท้อนกับแสงแฟลต…
และภาพใบหน้าของริสาที่เปียกปอนไปด้วยคราบน้ำตาและท่าทางหวาดกลัวตัวสั่นของเธอ…
“ฮึกๆ หนูไม่ได้ถ่ายอะไรไว้จริงๆ นะคะ ฮือ~”
เหตุการณ์เมื่อครู่ทำริสาตื่นกลัวเอามากๆ เพราะเธอไม่เคยเจอกับความโหดร้ายเช่นนั้นมาก่อน
เสียงร้องสะอึกสะอื้นของริสา ทำให้สติของผมเริ่มกลับมา และคิดได้ว่าตัวเองคงจะเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่ระแวงไม่ลืมหูลืมตาแบบนี้…
“…ฉะฉันขอโทษนะริสา คือฉันเข้าใจผิดน่ะ…”
“ฮือ!~” เธอร้องไห้ปล่อยโฮออกมาเสียงดัง เมื่อได้ยินเขาพูดว่าแค่เข้าใจเธอผิดไป มือน้อยรวบเสื้อที่หลุดลุ่ยขึ้นมาปิดอกอวบไว้
“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกินเธอนะ ขอโทษจริงๆ …” เวย์เปิดไฟห้องให้สว่างขึ้นก่อนจะเดินไปที่ห้องแต่งตัว เพื่อหยิบเสื้อแขนยาวผ้าขนนุ่มสีครีมมาปิดคลุมด้านหน้าให้กับริสาอย่างรู้สึกผิด
“ฮือ~…”
“- -” ผมทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย ไอเวรเอ๊ย… หวังว่าเธอคงไม่เอาเรื่องที่ผมทำไปเล่าให้ใครฟังนะ ไม่งั้นอนาคตผมได้ดับจริงๆ แน่ “ริสา ไม่ร้องนะ ฉันขอโทษ ฉันแค่เข้าใจผิดไป…” เวย์ย่อตัวลงนั่งที่พื้นด้านหน้าของเด็กสาว พร้อมกับพูดปลอบโยนเธอด้วยความรู้สึกผิด กับสิ่งที่ทำไปเมื่อคู่…
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode]
[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]
เธอยังคงร้องไห้ตัวสั่น แม้ว่าเขาจะมีท่าทางเบาความน่ากลัวลง แต่นั่นก็ไม่อาจทำให้เธอหยุดใจที่สั่นระรัวลงได้ในทันที เพราะสำหรับเธอแล้ว เขาเองก็เป็นคนแปลกน่าเช่นกัน…
“…ฮึกๆ”
“โอเคขึ้นหรือยัง?” เวย์เอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเด็กสาวเริ่มเบาเสียงร้องไห้ลง และเหลือเพียงแค่เสียงสะอึกสะอื้นเท่านั้น
“…” เธอนั่งนิ่งและกอดเสื้อขนนุ่มไว้แน่น เพราะอายกับเรือนร่างของตัวเอง ที่เพิ่งเปิดเผยให้คนแปลกหน้าเห็น
กลิ่นน้ำหอมที่กระจายฟุ้งห้องนั้น เรียกให้เด็กสาวหันไปมองที่พื้นและเห็นว่ามีรอยเลือดเลอะเทอะพื้นห้องสีขาวเต็มไปหมด นั่นยิ่งทำให้สติของเธอกลับมาและก้มลงมองต้นตอที่มาของเลือดที่ไหลเลอะเป็นทางนั้น…
“เลือด”
เวย์ที่มองสังเกตตามท่าทางของสาวน้อยแล้วก็เห็นในสิ่งที่เธอเองก็เห็น เท้าเล็กของเธอเกิดบาดแผลใหญ่ที่ฝ่าเท้าจากเศษแก้วที่เธอทำแตก และเลือดที่ไหลไม่หยุดนั้นก็ทำให้ริสาเริ่มรู้สึกถึงความเจ็บปวด…
“><”
“ใส่เสื้อก่อนสิ เดี๋ยวฉันพาไปทำแผล…” เจ้าของใบหน้าหล่อมีมิติลุกยืนขึ้น ก่อนจะหันหลังให้กับริสา เพื่อให้เธอนั้นเปลี่ยนใส่เสื้อตัวใหม่แทนเสื้อที่ชำรุด
“…”
“เสร็จแล้วบอกนะ ฉันจะได้หันไป"
"..."
"...เสร็จหรือยัง?”
“…อย่าเพิ่งหันมานะคะ” ริสาเริ่มเปลี่ยนเสื้ออย่างระมัดระวัง และคอยมองดูเวย์อยู่ตลอดว่าเขาจะหันมาแอบดูเธอหรือเปล่า “เสร็จแล้วค่ะ…”
เวย์หันกลับไปที่ริสา ที่เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยท่าทางระแวดระวัง…
อึบ!
ร่างบอบบางถูกคนตัวสูงอุ้มลอยขึ้นจากเตียงนอน และพาเดินไปยังห้องรับแขกกลางบ้าน…
ห้องรับแขก…
“นั่งรอตรงนี้ก่อนนะ…” แม้ว่าไข้จะเริ่มขึ้นสูงมากเท่าไหร่ เขาก็ไม่อาจเมินเฉยต่อริสาและปล่อยทิ้งเธอให้เจ็บปวดกับสิ่งที่เขาทำได้
“…” ทำไมตัวคุณเวย์ร้อนจัง…
ริสารับรู้ได้ถึงอุณหภูมิในร่างกายของคนที่อุ้มเธอออกมาจากห้อง และได้มองดูการกระทำของเขาที่เดินไปเดินมา ก่อนจะเดินกลับมาหาเธอพร้อมกับกล่องปฐมพยาบาล
“ไม่เป็นไรคะ เดี๋ยวหนูทำเอง…” ริสาชักเท้าหนีเวย์ เมื่อเห็นว่าเขากำลังจะยกเท้าเปื้อนเลือดของเธอขึ้นมาวางที่ต้นขายาวลีนของตน
“อยู่นิ่งๆ น่า…” เขาพูดออกมาด้วยใบหน้านิ่ง น้ำเสียงเอื่อย
“…”
“ขอโทษที่ทำเธอเจ็บตัวนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ” ผมไม่มีเจตนาไม่ดีหรือคิดร้ายกับเธอเลย เพียงแค่หวาดระแวงจนเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นก็เท่านั้น
“อ๊ะ><”
“เจ็บเหรอ ขอโทษนะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ …แต่ว่า คุณเวย์ไม่สบายเหรอคะ ทำไมตัวร้อนจัง” สีหน้าของเขาเริ่มดูไม่ดีจนสาวน้อยจิตใจดีอย่างเธอต้องเอ่ยถาม
“…” เวย์เงียบและไม่ได้ตอบอะไรคำถามของริสา เพราะในขณะนั้นเขาโฟกัสเพียงแค่การทำแผลให้กับเธอ
แต่ใบหน้าที่เริ่มซีดเซียวและเม็ดเหงื่อที่เกาะอยู่บนหน้าผากของเขานั้น แสดงให้เห็นว่าอาการของเขาเริ่มแย่ลง…
“เดี๋ยวหนูทำต่อเองก็ได้นะคะ…”
“อือ ใกล้เสร็จแล้ว” เวย์ตอบเสียงเอื่อยอย่างคนไร้เรี่ยวแรง ก่อนที่จะรู้สึกว่ามือน้อยของอีกคนสัมผัสโดนใบหน้าหล่อใสของเขาอย่างระมัดระวังมือ…
เธอทาบมือไปที่ข้างแก้มของเขาเพื่อเช็คให้แน่ใจ และก็รับรู้ได้ถึงพิษไข้ที่พุ่งพล่านอยู่ในร่างกายของเขาราวกับว่า ความร้อนที่เธอได้สัมผัสในก่อนหน้านั้นจะทวีคูณเพิ่มขึ้นกว่าเดิม
“เสร็จแล้ว…”
ฟุบ!
ทันทีที่ชายหนุ่มวางเท้าเล็กลงที่พื้นอย่างระวัง เขาก็หมดสติฟุบหน้าลงที่ตักของเด็กสาว
“คุณเวย์คะ คุณเวย์!” ริสาพยายามปลุกให้เวย์นั้นตื่นขึ้น แต่ทว่าเขากลับนอนแน่นิ่งอยู่แบบนั้น และไร้ซึ่งการตอบสนอง “งือ ทำไงดี?”
เสียงพูดไร้เดียงสาของริสาเอ่ยถามกับตัวเองก่อนจะนั่งนิ่งเพื่อคิดหาคำตอบกับคำถามของตัวเอง ซึ่งในเวลานั้น เธอก็ปล่อยให้เวย์ได้หลับพักผ่อนอยู่บนตักเล็กของเธอ…
“กินยาหรือยังนะ?”
เธอได้แต่นั่งสงสัยแต่ก็ไม่กล้าขยับเขยื้อนตัวไปไหน เพราะต้องการแน่ใจว่าเขานั้นหลับสนิทแล้วจริงๆ …
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เวลาสิบโมงเช้า…
หลังจากที่นั่งเป็นหมอนให้เวย์นอนอยู่นาน ริสาก็เริ่มขยับตัวลุกขึ้นเพื่อไปจัดการงานของเธอต่อ แต่ก่อนนั้นเธอก็จัดเตรียมหมอนและผ้าห่มออกมาให้กับเวย์ที่โซฟาด้านนอก เพื่อให้เขาได้นอนสบายตัวยิ่งขึ้น
พื้นที่ภายในบ้านเริ่มสะอาดขึ้นทีละจุดจากการทำความสะอาดอย่างชำนาญและปราณีตของริสา จนเมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงเที่ยง เธอก็ยังคงเห็นว่าเจ้าของบ้านยังคงนอนหลับนิ่งอยู่ที่เดิม…
“เหลือแค่ทำความสะอาดในครัวสินะ…”
แม้ว่าเท้าจะเจ็บอยู่ เธอก็ยังทำหน้าที่ของตัวเองอยู่อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แต่ก็ไม่ลืมที่จะนึกถึงเจ้านายของเธอ
“ทำข้าวต้มให้แล้วกัน…”
เวลาเกือบบ่ายโมง...
กึก!
“คุณเวย์คะ.. คุณเวย์~” ริสาปลุกคนป่วยให้ตื่นขึ้นเพื่อทานข้าวและยาลดไข้
หมับ!
มือน้อยที่เพิ่งวางลงที่หน้าผากของเวย์ ถูกเขาจับไว้แน่น ก่อนจะลืมตาขึ้นมองใบหน้าสวยใสไร้พิษภัยของเด็กสาวที่อยู่ห่างกันไม่ถึงเอื้อมมือ
“เป็นไงบ้างคะ ดีขึ้นหรือยัง?”
“…”
“คุณเวย์คะ.. “
“อยู่เป็นเพื่อนฉันหน่อยนะ ฉันไม่อยากอยู่คนเดียว..” เวย์พูดบอกเด็กสาวเสียงเอื่อยๆ เพราะอาการของเขานั้นไม่ได้ดีขึ้น หรือต่างไปจากเดิมเลย
“แต่หนูทำงานเสร็จแล้วนะคะ... “
เวย์บีบมือริสาไว้แน่น พร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอนต่อเธอ เพราะเขาไม่ต้องการให้เธอไป.. “อย่าไปนะ”
“..ก็ได้ค่ะ อยู่ต่อก็ได้ แต่ว่าคุณเวย์ต้องลุกมากินข้าวก่อนนะคะ” เจ้าของเสียงหวานพูดบอกกับเจ้านายของเธอ
“ก็ได้ แต่ถ้าฉันกินเสร็จแล้ว พาฉันเข้าไปนอนที่ห้องหน่อยนะ”
“ถ้าหนูส่งคุณเวย์เข้านอนแล้ว หนูกลับบ้านได้เลยใช่ไหมคะ?”
“อยู่เฝ้าฉันก่อน ฉันดีขึ้นแล้วเธอค่อยกลับ”
เวลาแบบนี้เขาโดดเดี่ยวมากๆ ไร้ซึ่งเงาของคนในครอบครัวรวมถึงผู้จัดการส่วนตัวก็ด้วย มีเพียงแค่เขาที่เป็นทั้งเพื่อนเป็นทั้งครอบครัวให้กับตัวเอง แต่ในเวลานี้เขาต้องการใครสักคนอยู่ดูแลเพราะพิษไข้ที่พุ่งสูงขึ้นมันทำให้เขาเกิดกลัวว่าจะเป็นอะไรไปอย่างลำพังเลยไม่อาจปล่อยให้สาวน้อยกลับบ้านไปได้ในตอนนี้
“งั้นลุกขึ้นมากินข้าวเถอะค่ะ หนูสัญญาว่าจะอยู่จนกว่าคุณเวย์อาการจะดีขึ้น”
ความใจดีและแสนดีของเธอนั้น ทำให้เวย์รู้สึกซาบซึ้งไม่น้อย เพราะเธอทำให้เขาโล่งใจ ที่อย่างน้อยในเวลาแบบนี้ ก็ยังมีเด็กสาวแปลกหน้าอย่างเธออยู่คอยดูแล...
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode]
[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]