น้ำเงินยืนกอดอกมองภาพพนักงานจากบริษัทออแกไนซ์เตรียมงานแต่งงานเล็กๆ ภายในครอบครัวที่จัดไม่สมหน้าตาฐานะคู่บ่าวสาวสักเท่าไหร่นักหากมองจากภายนอก หากแต่สำหรับตัวน้ำเงินเองงานวันนี้ไม่ว่าเล็กแค่ไหน จัดด้วยความฉุกละหุกเพียงใดเขาก็ยอมเพราะมีความสุขที่วันนี้เขาจะได้แต่งงานกับคนที่เขารัก...
วาวพลอยเจ้าสาวของเขาคือหญิงสาวสวยงดงามเจิดจรัสดั่งแสงแห่งอัญมณีเฉกเช่นชื่อของหล่อน ความงดงามอ่อนหวานของวาวพลอยต้องใจน้ำเงินตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น จากคนที่ไม่เคยสนใจเรื่องการรักมั่นคงซื่อตรงกับใครสักคนเขากลับฉุกคิดว่าเขาต้องการแต่งงานมีคนรักเป็นตัวเป็นตนหลังจากที่รู้จักกับหล่อน
นับแต่วันที่เจอกันครั้งแรกหัวใจของเขาก็เพรียกหาแต่เพียงวาวพลอย ความจริงใจของเขาเป็นสิ่งที่คมเพชรพี่ชายของวาวพลอยเห็นและยอมรับให้เขาหมั้นกับหล่อนเพราะเห็นแก่ความสัตย์ซื่อในความรักที่มีให้หล่อนมาตลอด หลังจากหมั้นหมายมานานปีน้ำเงินก็กำหนดวันแต่งงานกับวาวพลอยเพื่อสร้างครอบครัวที่อบอุ่นแต่น้ำเงินก็ได้รับรู้เรื่องที่ทำให้เจ็บปวดว่าวาวพลอยกำลังหลงใหลอาทิตยะพี่ชายของเพื่อนสนิทหล่อนเข้าจนถึงขนาดว่าวาวพลอยหนีไปกับอาทิตยะทั้งที่รู้ว่างานแต่งงานจะเข้ามาถึงแล้ว
น้ำเงินไม่โกรธวาวพลอยและคิดว่าหล่อนหลงผิดไปชั่วขณะ เขายืนยันหนักแน่นกับคมเพชรว่าเขารักวาวพลอยเสมอ เมื่อได้ตัวหญิงสาวกลับมางานแต่งงานที่ถูกกำหนดไว้อยู่แล้วก็จะดำเนินการต่อโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น น้ำเงินเชื่อมั่นว่าความรักที่เขามีต่อวาวพลอยจะเอาชนะใจของหล่อนและทำให้หล่อนรักเขาได้อย่างเต็มเปี่ยมเมื่อเวลาผ่านไป
และวันนี้คมเพชรก็ตามวาวพลอยคืนกลับมาได้พร้อมๆ กับไอ้แมวขโมยอย่างอาทิตยะซึ่งถูกคุมตัวมาที่บ้านของน้ำเงินที่ถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานเพื่อให้มันเจ็บช้ำที่สุดเมื่อเห็นคนที่มันอยากพาหนีไปเข้าพิธีแต่งงานกับเจ้าของตัวจริงของหล่อน... อาการขัดขืนไม่ยินยอมของวาวพลอยไม่ได้ถูกใส่ใจจากพี่ชายและเขาผู้เป็นคู่หมั้นของหล่อนเพราะมั่นใจว่าหลังจากแต่งงานแล้ววาวพลอยจะรู้ว่าไอ้อาทิตยะไม่ดีพอสำหรับหล่อนแต่เป็นเขาต่างหากที่รักและพร้อมจะดูแลวาวพลอยอย่างจริงใจ
ตอนนี้หล่อนอาจจะมองไม่เห็นความรักของน้ำเงิน แต่เขาสัมผัสได้ถึงความรักที่เขามีต่อหล่อน และเขาจะทำให้หล่อนรักเขาได้ในสักวันหนึ่ง...
พิธีกำลังจะถูกจัดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมง น้ำเงินเดินมาตรวจตราความเรียบร้อย ดวงตาเรียวทอประกายสุขใจและในหัวอกของเขามีความสะใจเล็กน้อยเมื่อได้เอาคืนอาทิตยะที่บังอาจฉกวาวพลอยไปจากอกเขา... นอกจากมันจะได้เป็นแขกในงานแต่งงานของเขากับวาวพลอยแล้วมันจะช้ำใจหนักเข้าเมื่อรู้ว่าเพื่อนเจ้าสาวของวาวพลอยคือน้องสาวทั้งสองคนของมันที่เขาเองจัดการให้พวกหล่อนมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวเพราะว่าหนึ่งในสองนั้นคือเพื่อนสนิทของวาวพลอย...
เขาคิดว่ามีพยานจากฝั่งบ้านอาทิตยะหลายคนก็ดี เพราะต่อไปนี้พวกนั้นจะได้จำเอาไว้ว่าวาวพลอยคือเจ้าสาวของเขาเพียงคนเดียว...
“คุณน้ำเงินครับ มีรายงานว่าได้มีรถออกไปจากบริเวณจัดงานโดยหลบหนีการตรวจค้นแล้วก็ไอ้รพีแอบพังประตูหนีออกจากห้องมาทำร้ายคนที่เฝ้าอยู่แล้วหนีไปครับ” หัวหน้าทีมดูแลความเรียบร้อยในงานปรี่เข้ามารายงานน้ำเงิน
จากที่มีแววปีติอยู่นั้นนัยน์ตาสีน้ำตาลกลับเข้มวาววาบด้วยไฟโทสะ เขาสั่งคนล้อมทั้งบ้านนี้ไว้ รวมทั้งกำชับให้คนที่ตามรถนิรนามคันนั้นไปจนสุดทางเผื่อว่าอาทิตยะจะอยู่ในนั้น สังหรณ์ใจว่าอาทิตยะจะไม่ได้หนีไปคนเดียว เจ้าสาวของเขาอาจจะติดตามไปด้วย
“บอกพวกที่ตามไปให้ตามหารถตู้คันนั้นไปให้ถึงที่สุด ถ้าเจอพลอยให้พากลับมาโดยไม่บุบสลาย ถ้าเจอไอ้อาทิตยะก็จับมันมาให้ฉันจัดการ... แล้วก็สั่งคนที่เหลือด้วยให้ตรวจตราให้ละเอียดเรื่องคนเข้าออกบ้าน ถ้าทำงานพลาดจะโดนลงโทษกันให้หมด” สั่งงานเสียงดุแล้วน้ำเงินก็รุดไปที่ห้องแต่งหน้าเจ้าสาวที่วาวพลอยควรจะอยู่ในนั้น...
ในห้องแต่งหน้าที่ควรจะมีวาวพลอย จันทร์เจ้าขาและรัศมีดาราสองพี่น้องที่เป็นเพื่อนเจ้าสาวนั่งรอช่างแต่งหน้า แต่เมื่อเปิดประตูผางเข้าไปก็เห็นเพียงรัศมีดาราเพียงคนเดียวที่นั่งมองออกไปนอกหน้าต่างซึ่งเป็นวิวบริเวณจัดงาน... หล่อนหันขวับมาเมื่อน้ำเงินพรวดพราดเข้าไป ดวงตากลมสวยของหล่อนมีแววตระหนกก่อนจะตีสีหน้าเรียบสมกับเป็นนางเอกเจ้าบทบาทในวงการบันเทิงไทย
“คุณน้ำเงิน” รัศมีดาราเรียกเขาเสียงเหมือนกระซิบ...
มือของหล่อนเย็นเฉียบแต่ดวงหน้าก็ยังนิ่งเรียบยามเมื่อมองหน้าเขา
ในห้องมีเพียงหล่อนกับน้ำเงินสองคน... รัศมีดาราคิดว่าสายตาที่ทอดมองหล่อนอยู่ตอนนี้กำลังเผาไหม้หล่อนให้เป็นจุณ การตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ที่ทำไปสำเร็จแล้วเมื่อครู่นี้ทำให้หล่อนหวั่นเกรงเมื่อเห็นหน้าคนที่เสียผลประโยชน์ที่สุดจากการกระทำของหล่อน
เจ้าบ่าวของงานที่สวมชุดสีขาวหรูหราเข้ารูปดูโดดเด่นแม้ใบหน้าถมึงทึงและดวงตาทอดมองมาอย่างเกรี้ยวกราด เขาโกรธเพราะเจ้าสาวของเขาหนีหายไปจากงาน ซึ่งผู้ช่วยเหลือก็ไม่ใช่ใครที่ไหนก็คนที่ยืนตัวลีบอยู่หน้าน้ำเงินนี่แหละ... ดูท่าว่าเขาเองก็คงรู้แล้วว่ารัศมีดาราเป็นคนทำ...
ปมความขัดแย้งที่ทำให้รัศมีดาราต้องทำอย่างนั้นทั้งหมดก็เพื่อคำว่าความถูกต้องเพียงอย่างเดียว เมื่อวาวพลอยเจ้าสาวของเขาในวันนี้ไม่ได้เต็มใจแต่งงานกับน้ำเงินเนื่องจากรักกันอยู่กับอาทิตยะพี่ชายของหล่อน ที่ผ่านมาคมเพชรบีบบังคับวาวพลอยให้หมั้นกับน้ำเงินโดยไม่มีใครสนใจเลยว่าทั้งคู่ไม่ได้รักกัน หนำซ้ำน้ำเงินก็ปิดหูปิดตาไม่ฟังเหตุผลและจะจัดงานแต่งงานขึ้นในวันนี้ให้ได้ คมเพชรก็บ้าจี้ไม่สนใจความรู้สึกของน้องสาวเห็นดีเห็นงามไปด้วย ก่อนถึงวันแต่งงานวาวพลอยได้หนีไปกับอาทิตยะแต่ก็หนีไม่พ้นถูกจับตัวมาทั้งคู่เพื่อเข้าพิธีแต่งงาน
รัศมีดารารู้เรื่องเข้าและทนไม่ได้ที่จะต้องให้มันเป็นอย่างนี้ หล่อนกับจันทร์เจ้าขาถูกบีบบังคับมาให้เป็นเพื่อนเจ้าสาวว่าถูกกระทำมากพอแล้วแต่คนรักกันที่กำลังจะถูกพลัดพรากเพราะผู้ชายจอมเผด็จการสองคนมันเลวร้ายกว่าและไม่ควรที่จะเกิดขึ้น เมื่อสบโอกาสและมีช่องว่างรัศมีดาราก็ช่วยให้วาวพลอยและอาทิตยะหนีไปด้วยกันอย่างไม่ลังเล ส่งสองคนนั้นไปแล้วหล่อนก็มานั่งรอจนน้ำเงินเข้ามาหาเรื่องในตอนนี้...
เขาอาจจะโกรธ อาจมองว่าหล่อนผิดที่ทำให้พิธีวิวาห์ของเขาล่ม แต่มันก็คงดูไร้หัวใจมากที่จะให้วาวพลอยที่รักกันอยู่กับอาทิตยะแต่งงานกับผู้ชายอื่นโดยเอาตัวอาทิตยะไว้เพื่อให้เห็นวาวพลอยเข้าพิธีแต่งงานให้ช้ำใจเล่นโทษฐานพาวาวพลอยหนีไป เป็นใครได้รู้เข้าก็คงทนไม่ได้ รัศมีดาราคิดเข้าข้างตัวเองว่าที่หล่อนช่วยให้เจ้าสาวน้ำเงินหนีงานแต่งไปกับคนรักนั้นมันถูกต้อง ไม่ใช่ว่าหล่อนช่วยเพราะว่าอยากให้พี่ชายของตัวเองสมหวังเพียงอย่างเดียว แต่หล่อนทนเห็นไม่ได้หรอกหากคนที่รักกันจะต้องถูกพลัดพรากโดยผู้ชายไม่มีหัวใจอย่างน้ำเงิน
“คุณมีอะไรจะคุยกับฉันหรือคะ” ถามเสียงเรียบสุดๆ ทั้งที่แอบหวั่นเกรงกับความโกรธขึ้งของคนตรงหน้า
“ไม่ต้องมาทำไขสือ บอกผมมาว่าพลอยไปไหน”
เขาไม่ได้ตะคอกแต่เสียงที่บอกก็ชวนขนลุก แต่รัศมีดาราหาได้กลัวไม่ ไหนๆ เขาก็จะรู้แล้วหล่อนก็ขอแขวะเขาสักนิดก็ยังดี
“ฉันไม่ได้พาไปไหนสักหน่อยค่ะ... พี่พลอยยืมโทรศัพท์ฉันแล้วเดินออกไปจากห้องนี้ ฉันก็นั่งรอที่นี่” รัศมีดาราปดเขา อันที่จริงวาวพลอยโทรหาอาทิตยะอยู่พักหนึ่งจนเกือบจะหมดหวังว่าโทรศัพท์ที่อยู่กับอาทิตยะคงสื่อสารถึงเขาไม่ได้แต่อาทิตยะก็รับสายและบอกว่าเขาหนีออกมาจากการคุมขังได้ รัศมีดาราจึงวางแผนให้สองคนนั้นหนีไปกับรถของบริษัทที่มาส่งหล่อน คนของน้ำเงินไม่ได้เตรียมตรวจเข้มที่รถ รถจึงขับฝ่าด่านออกไปโดยไม่มีใครทันคิดที่จะขวางกั้น ป่านนี้คงไปถึงไหนต่อไหนและตามทันยากเพราะคนที่ขับพาหนีนั้นขึ้นชื่อเรื่องเป็นโชเฟอร์ตีนผีที่พานักแสดงฝ่าดงรถติดในชั่วโมงเร่งด่วนไปถึงกองถ่ายทันเวลานัดตลอดมา
“เป็นไปไม่ได้หรอกที่พลอยจะออกไปเอง” น้ำเงินจับโกหกหล่อนได้อย่างหนึ่งล่ะ... วาวพลอยไม่มีทางหนีไปไหนแน่เพราะเขาบอกหล่อนว่าหากหนีงานแต่งครั้งนี้อีกเขาจะไม่ไว้ชีวิตอาทิตยะ หากหล่อนแต่งงานกับเขาแล้วน้ำเงินจะปล่อยอาทิตยะไปโดยไม่แตะต้องอะไร ไม่มีเหตุผลไหนที่วาวพลอยจะอาจหาญหนีงานแต่งเองได้นอกเสียจากว่าหล่อนหนีไปพร้อมกับอาทิตยะเพราะมั่นใจว่าหนีไปแล้วน้ำเงินจะทำอันตรายอะไรอาทิตยะไม่ได้
และก็มีสิ่งช่วยยืนยันลางสังหรณ์ของน้ำเงินเมื่อคนของเขาโทรมาบอกว่ารถคลาดกับรถตู้ไป คนของเขาที่ติดตามไปเห็นวาวพลอยกับอาทิตยะอยู่บนรถด้วยกันแต่ตามกลับคืนมาไม่ได้อีก
“พลอยหนีไปกับพี่ชายของคุณ มันจะบังอาจมากเกินไปแล้วที่พาเจ้าสาวของผมหนีกลางงานแต่ง” น้ำเงินก้าวเข้าไปเผชิญหน้ารัศมีดารา คว้าแขนหล่อนให้ยืนขึ้นเผชิญหน้ากับเขาอย่างเดือดดาล
“พี่ชายฉันไม่ใช่ขโมย คุณต่างหากที่มาแยกคนที่รักกัน การหมั้นของคุณกับพี่พลอยก็เป็นเพียงแค่ข้อตกลงของคุณกับคุณคมเพชรเท่านั้น พี่พลอยไม่อยากแต่งงานกับคุณแต่คุณก็ยังเห็นแก่ตัวที่อยากแต่งงานกับคนรักของคนอื่น” รัศมีดาราบอกในสิ่งที่เขาทำเป็นไม่รับรู้ แต่มันยิ่งทำให้น้ำเงินเคืองขุ่นมากขึ้น
“คนที่เห็นแก่ตัวคือพี่ชายของคุณ มันรู้ทั้งรู้ว่าไม่มีปัญญาดูแลพลอยได้... รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีใครยอมรับให้ไอ้คนกระจอกอย่างมันได้ดูแลพลอยแต่มันก็หลอกลวงพาพลอยหนีไปตกยากกับมัน วันนี้พลอยจะได้กลับมาใช้ชีวิตดีๆ แบบเดิมแล้วแท้ๆ แต่มันก็ยังทำตัวเป็นแมวขโมยไม่มีที่สิ้นสุด... ผมขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าถ้าผมไม่ได้พลอยคืน พวกคุณได้เดือดร้อนกันทั้งหมดแน่... ถ้าไม่ได้หลับหูหลับตาใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทย ผมก็คิดว่าคุณน่าจะรู้จักผม น่าจะรู้ว่าผมไม่ได้เป็นคนที่ใจดีหรอกนะ”
คำพูดเยียบเย็นกับแววตาที่แผดเผาทำให้รัศมีดารารู้สึกพรั่นพรึงขึ้นมา มือหนาของเขาที่ดึงแขนหล่อนไว้ไม่ให้ถอยห่างเพื่อให้ฟังคำขู่เข็ญของเขาถนัดนั้นเริ่มบีบแน่นขึ้น หญิงสาวเม้มปากหากแต่ไม่อุทธรณ์ใดๆ เลย เพราะยิ่งพูดเขาก็คงยิ่งโกรธหล่อนมาก
แต่ดูเหมือนความเงียบจะไม่ช่วยอะไรเพราะมันยิ่งทำให้น้ำเงินคุกรุ่นมากขึ้นที่หล่อนไม่เถียงสักคำเหมือนว่าท้าทายเขา ความโกรธแค้นที่เจ้าสาวหายไปทำให้เครียดเคร่งมากพออยู่แล้ว คนทำไม่หือไม่อือยิ่งทำให้อยากบีบคอทั้งที่ตอนนี้ทำได้แค่บีบข้อมือหล่อนเท่านั้น...