ตอนที่1
เมียไม่เต็มใจ
“ใจคุณอยากจะมีอะไรกับผม ถึงขนาดต้องแต่งชุดนอนยั่วขนาดนั้นเลยเหรอ”
ภาคินพูดกับหญิงสาวที่กำลังนั่งหวีผมอยู่ที่หน้ากระจก ชายหนุ่มยอมแต่งงานกับผู้หญิงที่เขาเพิ่งจะได้เห็นหน้า ก็วันแต่งงานเลย หลังจากที่เคยเจอกันแค่ตอนเด็กๆเท่านั้น เพียงเพราะวิธานพ่อของเขา บอกว่าป่วยเป็นโรคหัวใจ กลัวจะอยู่กับลูกต่อไปได้อีกไม่นาน จึงอยากเห็นลูกมีครอบครัวอยากมีโอกาสได้อุ้มหลานเหมือนคนอื่นเขา
“ทำเป็นพูด ใคร ๆ เขาก็รู้ว่าคุณไม่ได้ชอบผู้หญิง อย่าแอบเลย ฉันเข้าใจแสดงตัวออกมาเถอะ”
ธัญชนกพูดตามที่เธอได้ยินคนรอบข้างพูดกัน แต่เธอไม่รู้เลย คำพูดที่ไม่ได้คิดอะไร กำลังจะนำบางอย่างมาเปลี่ยนชีวิตเธอทั้งชีวิต
“อุ๊ย! คุณภาคิน ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ”
ร่างบางถูกยกลอยขึ้นจากพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะถูกชายหนุมโยนเธอลงบนที่นอนอย่างแรงด้วยความโมโหที่ถูกหยามว่าเป็นอีแอบไม่ใช่ผู้ชาย
“ปากดีนัก” คนร่างหนากัดฟันพูดด้วยความโกรธ
“ฉันเจ็บนะ คุณจะมาโกรธที่ฉันพูดความจริงไม่ได้ การที่คุณเป็นเกย์ มันเป็นเรื่องที่สังคมตอนนี้เขายอมรับแล้ว และตอนนี้ฉันก็แต่งงานกับคุณเพื่อรักษาหน้าตาของนามสกุลตามที่พ่อคุณต้องการแล้ว คุณควรจะขอบคุณไม่ใช่มาอุ้มฉันแล้วเหวี่ยงลงเตียงแบบนี้”
ธัญชนกพยายาจะดันตัวเองให้ลุกจากที่นอน แต่เธอกลับถูกร่างหนาผลักเธอให้ลงไปนอนราบลงกับที่นอนอีกครั้ง
ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้โวยวายอะไร ปากอุ่นได้รูปโน้มมาปิดริมฝีปากบางนุ่มแสนหวาน ลิ้นสากที่หาญกล้าของชายหนุ่มที่กำลังอยู่ในอารมณ์โกรธ ก็ชำแรกแทรกเข้ามาในโพลงปากสีชมพู
หญิงสาวพยายามขัดขืน ดิ้นให้พ้นจากการถูกรุกรานแต่มันกลับยิ่งทำให้อีกฝ่ายควบคุมร่างกายของเธอได้ถนัดมากขึ้น
ชุดนอนแสนสวยถูกดึงจนขาดหล่นลงมาอยู่ที่ปลายเตียง เผยให้เห็นเรือนร่างของหญิงสาวในวัยแรกแย้ม ดุจกล้วยไม้ป่าที่งดงาม ส่งกลิ่นหอมยั่วยวน
ภาคินปั่นป่วนในร่างกายไปหมด จากที่ตั้งใจจะสั่งสอนเธอที่กล้ามาดูถูกหาว่าเขาเป็นเกย์ แต่ตอนนี้ภาคินหน้ามืดไปหมดเพราะความงดงามของร่างเปลือยตรงหน้า
ชายหนุ่มเล้าโลมจนคนตัวเล็กสงบลงจากการขัดขืน เปลี่ยนเป็นการกอดรัดร่างหนาให้แนบชิดตัวมากขึ้น
ธัญชนกห้ามตัวเองไม่ได้ ถึงแม้เธอจะยังรู้สึกว่าสิ่งที่เขากำลังทำกับเธอมันไม่ใช่ความรักหรือความใคร่ แต่มันคือความโกรธ แต่ร่างกายของเธอก็ดันอ่อนระทวยไปกับเขา
เมื่อบุบผาอ่อนนุ่มแย้มบาน ส่งน้ำหวานไหลซึมออกมา คนร่างเล็กก็สะดุ้งเฮือกด้วยความเจ็บ ที่ถูกกายใหญ่ผลักดันความเป็นชายของเขา เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในร่างกายของเธอ
“ฉันเจ็บ”
หัวใจของคนที่กำลังโกรธอ่อนลงทันทีเมื่อได้ยินคำนั้นและรับรู้จากการสัมผัสของช่วงล่าง ว่าหญิงสาวยังบริสุทธิ์อยู่
ภาคินรู้สึกผิดที่เขากำลังทำลายความบริสุทธิ์ของหญิงสาวคนหนึ่งเพียงเพราะความโกรธ แต่อารมณ์มันก็พาเขามาไกลเกินกว่าจะหยุดทุกอย่าง
สองร่างโอบกอดกันและกันเมื่อใกล้ถึงจุดหมายปลายทางเส้นชัย หญิงสาวหอบสะท้าน ก่อนที่ทุกอย่างจะจบลง ทั้งคู่ต่างพากันทะยานขึ้นสู่สวรรค์อย่างอิ่มเอม
ธัญชนกหันหลังให้กับสามีหมาดๆของเธอทันที เมื่อเขาปล่อยให้เธอเป็นอิสระ น้ำตาแห่งความเสียใจ ไร้ค่า ไหลพรูออกมาอาบแก้ม เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะต่อว่าหรือรู้สึกอะไร เพราะเขาได้ชื่อว่าเป็นสามีของเธอแล้ว เหลือแค่ทางกฎหมายเท่านั้น เพราะวิธานต้องการให้ทั้งคู่มีหลานให้กับเขาเสียก่อน
ใบหน้าของมารดาที่กำลังนอนป่วยด้วยโรคไตอยู่บนเตียง ผ่านเข้ามาในความคิด ทำให้หญิงสาวเช็ดน้ำตาจากใบหน้า แม่ของเธอต้องใช้เงินในการรักษาจำนวนมาก การที่เธอยอมแต่งงานในครั้งนี้ก็เพื่อยื้อชีวิตของคนที่เธอรัก ดังนั้นเธอจะไม่อ่อนแอ
“ผมขอโทษ แต่ความจริงคุณก็ไม่ควรจะขัดขืนอะไร เพราะมันเป็นหน้าที่ของคุณอยู่แล้ว ในเมื่อยากเลือกที่จะยอมแต่งงานเอง และเลิกพูดได้แล้วนะว่าผมเป็นเกย์ เพราตอนนี้ผมเป็นผัวคุณแล้ว ”
ธัญชนกไม่มีคำตอบใด เขาพูดถูกทุกคำ ความจริงแล้วคนที่วิธานต้องการให้แต่งงานกับลูกชายของเขาคือณัชชาพี่สาวของเธอ แต่พี่สาวขอร้องให้เธอแต่งแทน ด้วยเหตุผลที่เขาสามารถดูแลมารดาได้ดีกว่า หญิงสาวจึงจำเป็นต้องยอม ด้วยความรักที่มีต่อมารดาและพี่สาว
เงินค่าจ้างก้อนใหญ่ที่บิดาของภาคินจ่ายให้กับเธอ สามารถใช้ในการจ่ายค่าบ้านทั้งหมด ต่อไปนี้เธอก็ไม่ต้องกลัวแล้วว่า เดือนไหนจะไม่มีเงินมาจ่าย บ้านจะโดนยึด เพราะถ้าไม่มีบ้านใช้แม่ของเธอคงต้องลำบากมากในการใช้ชีวิตแน่ๆ
ภาคินรู้สึกผิดที่เขาทำให้ผู้หญิงที่บริสุทธิ์หนึ่งคน ต้องมาเสียตัวด้วยความไม่เต็มใจ เพราะตอนแรกเขาคิดว่า การที่ธัญชนกยอมแต่งงานเพื่อเงินแบบนี้ เธอคงไม่ใช่ผู้หญิงที่ไร้เดียงสาแน่ๆ
ภาคินไม่ใช่ผู้ชายที่อ่อนโยนพอที่จะทำท่าให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าเขารู้สึกผิดแค่ไหน เพราะอย่างไรเสียเขาก็ถือว่าเขาแค่ขืนใจเมียตัวเองเท่านั้น หาใช่เป็นคนอื่น เขาจึงแกล้งนอนหลับทั้งที่หัวใจมันรู้สึกคิดถึงความสัมพันธ์ที่เพิ่งจบไปอย่างบอกไม่ถูก
ตอนที่2
เครื่องมือ
“หนูธัญเย็นนี้ไปงานแต่งานลูกสาวท่านทูตเป็นเพื่อนพ่อหน่อยนะ ”
วิธานหันมาบอกลูกสะใภ้ที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่ด้วยกัน ด้วยท่าทางและส่งสายตาแกมบังคับ
“ภาคิน ลูกก็พาเมียไปซื้อเสื้อผ้า แต่งหน้าทำผมให้ดี ๆ งานนี้คนสำคัญในกระทรวงไปกันเยอะ”
ภาคินและธัญชนกเข้าใจความหมายดี พ่อสามีต้องการให้ทั้งคู่ไปเปิดตัวในวันนี้ เพื่องลบคำพูดของคนในสังคมที่มองว่าภาคินเป็นชายรักชาย
“เข้าใจครับพ่อ ผมจะแสดงให้ดีที่สุด” ชายหนุ่มยียวนบิดา
“เอะ! ลูกจะมาพูดประชดพ่อให้ได้อะไร เกรงใจหนูธัญบ้าง”
วิธานไม่อยากตอบย้ำว่าที่ธัญชนกต้องแต่งงานกับลูกชายของเขาเพื่ออะไร กลัวจะยิ่งทำให้ลูกสะใภ้มั่นใจ ว่าลูกชายของเขาไม่ได้เป็นผู้ชาย
“หนูเข้าใจค่ะคุณลุง”
“เลิกเรียกลุง ต่อไปต้องเรียกพ่อได้แล้วนะ” วิธานหันไปพูดกับภรรยาของลูกชาย
ภาคินพาธัญชนกไปจัดการตามที่บิดาต้องการ ส่วนตัวเขาเองก็ให้ทางร้านจัดการให้ด้วย เพราะไม่อยากโดนบิดามาพูดทีหลังว่าแต่งตัวไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่การงานของผู้เป็นพ่อ
วิธานทำงานเป็นรองอธิบดี เป็นที่นับถือของคนในกระทรวง แต่หลังจากที่ภาคินไปเรียนเมืองนอกและมักจะพาเพื่อนที่เป็นเกย์กลับมาเมืองไทยด้วยบ่อยๆ อีกทั้งยังมีคนไปเจอภาคินเดินจับมือกับผู้ชายด้วยกันที่อังกฤษอีก คนในกระทรวงก็พากันซุบซิบเรื่องนี้
วิธานพยายามคิดหาทางออก พ่อของธัญชนกที่เป็นคนขับรถเก่าของเขาเกิดมาเสียชีวิตลงในขณะที่ภรรยาป่วยเป็นโรคไต วิธานจึงคิดหาทางช่วย จนในที่สุดก็ตั้งใจว่าจะให้ภาคินแต่งงานกับณัชชา แต่กลายเป็นทางนั้นส่งธัญชนกมาแทน และทุกอย่างก็เป็นไปตามแผน มารดาของลูกสะใภ้ก็ได้รับการรักษาที่ดีขึ้น และวิธานก็ได้ลูกสะใภ้มากู้หน้าด้วย
“ลูกสะใภ้คุณวิธานหน้าตาน่ารักจังเลยนะคะ”
ภรรยาของอธิบดีเดินมาหาเพื่อทักทายและอยากรู้จักสาวสวยที่เดินเกาะแขนภาคินเข้ามาในงาน
“ขอบคุณมากครับ ถ้าไม่น่ารัก รับรองไม่ได้มาเป็นภรรยาของผมแน่นอน” ภาคินตอบพร้อมกับโอบไหล่ภรรยาไว้
“มีตัวเล็กไวๆ นะคะ คุณวิธานจะได้ไม่เหงามีหลานให้อุ้ม ให้เลี้ยง จะได้ไม่ต้องเครียดค่ะ”
คำพูดของภรรยาท่านทูต ถ้าไม่นับน้ำเสียงกับท่าทางก็ดูปกติแต่ทั้งหมดมันไม่ใช่ เพราะเธอทำท่าทางเหมือนกำลังเยาะเย้ยว่าชายหนุ่มคงไม่สามารถมีลูกได้แน่นอน
“ผมเพิ่งจะแต่งงานได้คืนเดียวเอง แต่รับรองมีลูกให้คุณพ่อได้เร็วๆนี้แน่นอนครับ ไม่เชื่อลองถามภรรยาผมได้”
เมื่อถูกโยนมาให้ตอบ ธัญชนกทำได้แค่เพียงยิ้มอย่างเขินๆ เพราะไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรดี
“ขอบคุณมากนะครับ ที่แวะมาทักทายครอบครัวผม เดี๋ยวผมขอตัวพาลูกๆไปแนะนำตัวกับท่านอธิบดีก่อนนะครับ”
วิธานรีบพูดตัดบท เพราะกลัวถ้าโต้ตอบกันนานกว่านี้ ลูกชายเขาจะทำให้งานเสียซะเปล่าๆ
“คุณพ่อ ภรรยาท่านอธิดี เขาคิดอะไรก็ไม่น่าจะกล้าแสดงขนาดนั้น โตแล้ว ทำตัวเป็นเด็ก”
ภาคินรู้สึกไม่พอใจ เพราะเขากำลังโดนหยาม เรื่องการมีลูกเอามากๆ เขารู้ว่าคนพูดกำลังคิดว่าเขากับธัญชนกแค่แต่งงานกันในนามแต่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกันแบบสามีภรรยา
เกือบสามทุ่มแล้วชายหนุ่มจึงชวนบิดากลับ เพราะรู้สึกสงสารภรรยาด้วยที่ต้องฝืนใส่ส้นสูงเดินทั้งที่ไม่ค่อยจะถนัด
“ภาคินลูกเถียงทุกคนไม่ได้หรอก แต่สิ่งที่ลูกจะพิสูจน์คือการกระทำ พ่อรออุ้มหลานอยู่นะ หนูธัญด้วยอย่าทำให้พ่อผิดหวัง”
ก่อนจะเปิดประตูรถเพื่อเข้าบ้าน ผู้เป็นพ่อทิ้งคำพูดให้สองคนผัวเมียรู้ว่าสิ่งที่เขาต้องการตอนนี้คืออะไร
“คืนนี้ต้องจัดหนักๆ เพราะคุณพ่อต้องการแบบเร่งด่วน”
ชายหนุ่มหันมาพูดกับภรรยาหลังจากกำลังลงจากรถและพากันขึ้นไปบนบ้านชั้นสอง
ภาคินคิดว่าหญิงสาวคงจะต้องทำหน้าเขินอาย ที่เขาพูดเรื่องแบบนั้นกับเธอ แต่มันไม่ใช่ ธัญชนกกลับมีสายตาที่ดูเศร้าแทน
“คุณภาคินอยากมีลูกไหมคะ”
ธัญชนกถามหลังจากที่สามีของเธอกำลังจะล้มตัวลงนอนข้างๆ
“ก็อยากมีนะ แต่คงจะน้อยกว่าคุณพ่อ” ภาคินตอบโดยไม่สนใจ ยังคงใช้มือเขี่ยโทรศัพท์เล่น
“ถ้าวันไหนที่คุณทำให้ฉันท้องสำเร็จ ฉันก็จะไม่จำเป็นกับคุณแล้วใช่ไหม”
หญิงสาวหันไปมองชายหนุ่มแต่เขากลับไม่ได้มองเธอตอบ
“จำเป็นสิ พูดเป็นเล่น”
ธัญชนกกำลังจะยิ้มได้เชียว ถ้ามันไม่ดันมีประโยคต่อไปที่ทำร้ายจิตใจเธอตามมา
“ลูกคุณ ผมก็ต้องให้คุณเลี้ยง ใครมันจะมาดูแลดีเท่าแม่แท้ๆ”
เมื่อรู้ตัวว่าอีกฝ่ายกำลังคิดเรื่องมีลูก ภาคินก็ปิดโคมไฟหัวนอนทันที
“อุ๊ย! อะไรของคุณฉันตกใจหมดเลย”
หญิงสาวยังไม่ทนตั้งตัว พอไฟถูกปิดลง ร่างหนาก็ดันตัวเธอให้ลงไปนอนบนที่นอนก่อนจะใช้ปากหนาหอมแก้มเธออย่างแรง
“ขวัญอ่อนจริงๆเมียผม หลับตานะครับจะเรียกขวัญให้”
ธัญชนกจากที่โมโหที่ถูกดันให้ล้มตัวลงนอน เกือบจะกลั้นเสียงหัวเราะไว้ไม่ไหว เมื่อได้ยินคำพูดของสามี
“ฉันว่าคุณไม่ได้เป็นเกย์หรอก แต่คุณกำลังบ้ากามต่างหาก” หญิงสาวแกล้งว่า
“บ้ามากด้วย”
คืนที่สองของการแต่งงาน ภาคินยังคงทำหน้าที่สามีอย่างเต็มกำลัง ความจริงแล้ว เขากับณัชชาและธัญชนกเคยเจอกันตอนช่วงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นอยู่บ่อยๆ และเขาก็แอบชอบภรรยาตัวเอง แต่ไม่กล้าบอก เพราะตอนนั้นเขาหนักเกือบร้อยกิโลกรัมแถมเตี้ยอีกต่างหาก