ตอน 1

18.00 น.

“หม่ำๆ...”

เด็กหญิงวัยหกเดือนกว่าๆที่ตัวขาวจ้ำม่ำนั่งอยู่ในเก้าอี้นั่งทานข้าวของเด็กเมื่อเห็นคนเป็นแม่ถือถ้วยข้าวบดมานั่งอยู่ตรงหน้าก็ใช้ขาที่เป็นปล้องๆของตัวเองดีดดิ้นเพื่อเป็นสัญญาณให้คนเป็นแม่ได้รู้ว่าหนูหิวแล้วนะคะ

“อ้ำๆ...”

น้องเพลงของคุณแม่ทานเก่งจังเลยนะคะดูสิคอลูกสาวแม่จะไม่มีแล้วนะคะขืนถ้ายังทานเยอะอยู่แบบนี้ลูกสาวแม่ต้องกลายเป็นลูกหมูตัวน้อยแน่นอนเลย

“แอร๊....แอร๊ะ!!!”

“ใจเย็นๆสิคะคนเก่ง”

เมื่อผู้เป็นแม่ป้อนข้าวไม่ทันใจเด็กหญิงที่นั่งอยู่เก้าอี้นั่งก็ส่งเสียงดังเพราะความที่แม่ป้อนไม่ทันใจนั่นเองทำให้คนเป็นแม่ต้องปรามบอกกับหนูน้อยว่าให้ใจเย็นๆก็เล่นป้อนข้าวแล้วกลืนหายอย่างเดียวเป็นใครจะป้อนให้ทันใจได้ล่ะ

“แอ้ะ...”

แปะๆๆๆๆ

เด็กหญิงเพียงฟ้าตอนนี้อารมณ์ดีอย่างมากเพราะได้ทานข้าวอิ่มแล้วแถมผู้เป็นแม่ก็พามาอาบน้ำก่อนที่จะพาไปนอนซึ่งการอาบน้ำเป็นอะไรที่เด็กหญิงชอบมาก

“เปียกแม่หมดแล้วค่ะ...แกล้งแม่ใช่มั้ยคะ”

“แอร๊...”

เมื่อพิมริสาป้อนข้าวลูกสาวของเธอเรียบร้อยแล้วเธอจึงพาลูกสาวของเธออาบน้ำเพื่อที่จะได้ป้อนนมแล้วให้ลูกสาวของเธอนอนเพราะมันก็ใกล้เวลานอนของเด็กหญิงแล้วแต่ดูท่าลูกสาวของเธอจะติดลมในการอาบน้ำเสียแล้วจะเป็นแบบนี้ทุกวันไปเธอก็ไม่รู้ว่าลูกสาวของเธอจะชอบเล่นน้ำขนาดนี้

19.30 น.

หลังจากที่หญิงสาวอาบน้ำให้ลูกสาวของเธอเสร็จแล้วเธอจึงพาเด็กหญิงมานอนดูดนมจากเต้าของเธอตอนนี้ก็เป็นเวลาได้สักพักแล้วลูกสาวที่กำลังนอนดูดนมจากอกของเธออยู่ก็หลับตาพริ้มไปแล้วด้วยแต่ปากก็ยังคงมีดูดนมอยู่และทั้งสองมือของหนูน้อยก็ยังคอยโอบเต้างามที่เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดไว้อย่างหวงแหน

พิมริสาย้ายมาอยู่ที่เชียงใหม่เป็นเวลาปีกว่าแล้วเธอมาเช่าบ้านแถวๆนอกตัวเมืองของจังหวัดตากเพื่ออยู่กับธรรมชาติตอนที่เธอมาอยู่ที่นี่เธอไม่คิดว่าเธอเองจะกำลังมีเจ้าตัวเล็กอยู่ในท้องด้วยซ้ำเหตุการณ์ที่มันทำให้เธอต้องย้ายที่อยู่หนีมาอยู่ที่นี่คนเดียวก็เพราะเธอนึกน้อยใจในโชคชะตาและเธอก็ไม่อยากเห็นหน้าคนที่คอยเอาแต่จะทำร้ายและเอาเปรียบเธออีก

ตอนนี้ที่หญิงสาวใช้ชีวิตอยู่กับลูกของเธอที่นี่เพียงแค่สองคนนับว่าเป็นเรื่องที่เธอมีความสุขมากแล้วเพราะตลอดเวลาที่เธอโตมาเธอเองก็ไม่เคยรู้สึกเป็นอิสระแบบนี้มาก่อนเพราะตั้งแต่ที่เธอเกิดมาบ้านของเธอก็เอาตัวของเธอไปขายให้เป็นลูกบุญธรรมคนอื่นถึงคนที่รับอุปการะเธอจะเป็นคนรวยมีชาติตระกูลก็เถอะแต่ตั้งแต่เธอเด็กๆเธอไม่เคยรับรู้เลยว่าคำว่ากินอิ่มนอนหลับมันเป็นยังไงเพราะคนที่บ้านนั้นเลี้ยงเธอไม่ต่างจากคนรับใช้ในบ้านมีแค่พ่อบุญธรรมของเธอคนเดียวเท่านั้นที่ดีกับเธอแต่เขาก็ไม่ค่อยมีเวลาอยู่ดูแลเธอสักเท่าไรแถมเธอยังถูกบังคับให้แต่งงานกับคนป่าเถื่อนอีกต่างหากเรื่องนี้เธอนั้นอยากจะลืมๆมันไปเสียจนสิ้น

เรื่องราวในอดีต

2ปีที่แล้ว

“คุณแม่คะพลอยไม่แต่งนะคะ...ก็ให้นังพิมมันไปแต่งแทนสิคะคุณแม่”

“เอ่อ...ไม่นะคะคุณแม่...พิมไม่แต่งกับคนที่ไม่รู้จักนะคะ”

ตอนนี้ทั้งคุณหญิงดวงฤดีคุณหนูพลอยและพิมริสาต่างก็กำลังนั่งสีหน้าเคร่งเครียดกันอยู่เพราะคุณหญิงดวงฤดีได้รับจดหมายจากอินธรเจ้าหนี้ที่เธอไปกู้ยืมมาเพื่อพยุงให้บริษัทอยู่รอดหลังจากที่สามีของเธอจากไปแล้วว่าต้องรีบหาเงินมาใช้หนี้ให้เร็วที่สุดหรือไม่อย่างนั้นทางเจ้าหนี้ก็มีข้อเสนอมาให้ว่าถ้าหากไม่ใช้หนี้ในเวลาสองเดือนจะต้องส่งลูกสาวมาแต่งงานกับลูกชายของเขาที่อยู่ต่างจังหวัดแต่คุณหนูพลอยลูกสาวแท้ๆคนเดียวของบ้านยืนยันเสียงแข็งว่าไม่ยอมแถมยังสั่งให้พิมริสาไปแต่งงานแทนอีก

พิมริสาเองคิดว่าเธอคงไม่มีความสุขแน่ถ้าหากไปแต่งงานกับคนที่เธอไม่ได้รักแถมยังไม่เคยเห็นหน้าอีกต่างหากเธอไม่ได้รังเกียจที่รู้ว่าชายหนุ่มพิการหรืออยู่ในป่าในดงแต่เธอไม่อยากแต่งงานกับคนที่เธอไม่ได้รักจริงๆ

“แกต้องแต่งฉันไม่ปล่อยให้ลูกสาวฉันต้องไปตกระกำลำบากอยู่ในป่าในดงหรอกนะ”

คุณหญิงดวงฤดีเห็นว่าทางออกของลูกสาวเธอเป็นความคิดที่ดีโดยการส่งลูกเลี้ยงไปแต่งงานแทนเพราะเธอเองก็คงทนดูลูกสาวของเธอที่กำลังจะมีอนาคตที่ดีต้องไปแต่งงานกับพ่อเลี้ยงพิการอยู่แต่ในไร่ในป่าอะไรนั่นไม่ได้หรอก

“ไหนๆฉันก็เลี้ยงเธอจนโตมาป่านนี้แล้วถือซะว่าตอบแทนบุญคุณของฉันก็แล้วกันนะพรุ่งนี้เตรียมตัวเก็บกระเป๋าแล้วเดินทางไปที่ไร่พงษ์พิทักษ์ได้”

คุณหญิงดวงฤดีเห็นทีจึงต้องวางท่าเป็นการทวงบุญคุณกับหญิงสาวทั้งที่เธอก็ไม่ได้อยากจะเลี้ยงหญิงสาวมากนักหรอกและเธอก็เห็นว่าโอกาสนี้เป็นโอกาสที่ดีที่เธอจะได้เฉดหัวหญิงสาวออกจากบ้านไปด้วยไหนๆสามีของเธอก็เสียไปแล้วเธอก็คงไม่ต้องให้หญิงสาวอยู่ในบ้านหลังนี้ต่อไปก็ได้

“ค่ะ..คุณแม่”

ในเมื่อแม่บุญธรรมของเธอยกเรื่องบุญคุณมาพูดกับเธอพิมริสาจึงต้องยอมทั้งน้ำตาเธอรู้ว่าเธอคงเลี่ยงอะไรไม่ได้เธอไม่รู้ว่าต่อจากนี้เธอจะเจออะไรบ้างเลย

เช้าวันต่อมา

07.00 น.

“ฉันไม่ไปส่งนะเธอไปเองได้ใช่มั้ย”

“ค่ะคุณแม่...”

พิมริสาเก็บกระเป๋าเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อคืนเธอเองเก็บไปกลั้นเสียงสะอื้นของตัวเองไปเมื่อมาถึงตอนเช้าที่เธอกำลังจะเดินทางไปแล้วแม่บุญธรรมของเธอที่เธอรักและเคารพเหมือนแม่คนหนึ่งกลับไม่ได้สนใจอะไรเธอสักนิดหญิงสาวจำต้องก้มหน้าเดินทางไปจากที่นี่ด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยวตั้งแต่เกิดมาเธอเองยังไม่ได้สัมผัสถึงความรักจากแม่บุญธรรมของเธอเลยสักครั้งแต่ก็แปลกที่เธอรักท่านจนสุดหัวใจ

วันนี้เธอต้องจากบ้านหลังนี้ไปแล้วเธอไม่รู้ว่าไปที่ไร่พงษ์พิทักษ์นั่นเธอจะเจอกับอะไรบ้างตอนนี้หัวใจของหญิงสาวเหมือนมันเคว้งคว้างไปหมดเหมือนเรื่อเล็กที่ลอยอยู่กลางทะเลอย่างไม่มีจุดหมายและไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้มันไปถึงฝั่ง

ตอน 2

ไร่พงษ์พิทักษ์

เชียงใหม่

“คุณพิมริสาใช่มั้ยครับ”

ลุงชมคนขับรถของไร่พงษ์พิทักษ์เปิดดูรูปที่ทินกรส่งมาให้เขาเพื่อทีจะมารับหญิงสาวได้ถูกคนเขายืนมองหญิงสาวอยู่ครู่หนึ่งเมื่อเห็นว่าน่าจะเป็นคนเดียวกันเขาจึงเดินเข้ามาทักเธอ

“อ๋อ...ใช่ค่ะ”

พิมริสารู้ว่าคนจากจะมารับเธอที่สนามบินและลุงผู้ชายคนตรงหน้าเธอก็น่าจะเป็นคนจากไร่เพราะเรียกชื่อเธอได้ถูก

“ผมลุงชมมารับคุณไปที่ไร่พงษ์พิทักษ์น่ะครับ”

“สวัสดีค่ะลุงชม”

พิมริสาเห็นว่าลุงชมเป็นคนของไรเธอจึงสวัสดีเขาตามมารยาทเพราะลุงชมแก่กว่าเธอ

“ไม่ต้องไหว้ผมหรอกครับคุณพิม”

ลุงชมเองถึงกับทำตัวไม่ถูกที่หญิงสาวมาไหว้เขาเพราะอีกหน่อยหญิงสาวก็คงจะเป็นแม่เลี้ยงของไร่เท่ากับเป็นนายของเขาอันที่จริงเขาต้องไหว้หญิงสาวมากกว่า

“ลุงชมเป็นผู้ใหญ่พิมต้องไหว้สิคะถึงจะถูก”

พิมริสาเองถึงกับทำหน้างงว่าที่เธอไหว้ลุงชมมันผิดตรงไหน

“แล้วแต่คุณพิมเลยครับ”

ลุงชมได้รับหน้าที่มารับหญิงสาวเมื่อรู้ว่าใช่คนเดียวกันเขาจึงรีบยกกระเป๋าของหญิงสาวแล้วเดินนำเธอมาที่รถทันทีเพราะนี่มันก็ใกล้ที่จะค่ำมากแล้วมัวยืนเถียงกันเรื่องรับไหว้ก็คงจะมืดพอดี

“อืม..ลุงชมคะอีกนานมั้ยคะกว่าจะถึงบ้าน”

พิมริสาเห็นป้ายใหญ่ๆบอกทางมาที่ไร่ตั้งแต่ปากทางเข้าเธอคิดว่ามันน่าจะถึงแล้วแต่นี่ลุงชมขับรถมาได้สักพักเธอยังไม่เห็นวี่แววว่ามันจะมีบ้านสักหลังเดียวเลยมีแต่คอกวัว..ฟาร์มแกะและก็คอกม้าหลายแห่งอยู่เหมือนกันมันทำให้เธอเพลินตาอยู่ไม่น้อยแต่ก็อดถามไม่ได้จริงๆว่าเมื่อไรจะถึงเพราะฟ้ามันก็เริ่มจะมืดลงแล้วด้วย

“ฮ่าๆๆ...ใครมาที่นี่ครั้งแรกก็ต้องถามอย่างนี้กันทุกคนครับคุณพิม..อีกประมาณสิบกิโลครับกว่าจะถึง”

ลุงชมถึงกับต้องออกมาเพราะเขาสังเกตุว่าหญิงสาวมองซ้ายมองขวาอยู่นานแล้วอันที่จริงมันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ใครมาบ้านไร่ที่นี่ก็ต้องถามว่าเมื่อไรจะถึงก็เพราะพ่อเลี้ยงที่นี่ค่อนข้างที่จะรักสันโดดเลยปลูกบ้านอยู่ซะไกลห่างผู้คนอยู่มาก

“อ๋อ...ค่ะ”

พิมริสาเองได้ยินคำตอบเธอค่อยสบายใจหน่อยถึงมันจะค่อนข้างอีกไกลแต่เธอก็รู้แล้วว่าจุดหมายอยู่ไกลแค่ไหนตอนนี้เธอก็ขอนั่งรถชมบรรยากาศของไร่ตอนพระอาทิตย์ตกที่นี่หน่อยก็แล้วกันเธอพบว่ายิ่งเข้ามาในไร่ลึกเท่าไรความสวยงามของที่นี่มันยิ่งมากขึ้นเท่านั้นถึงแม้แสงมันจะเริ่มสลัวแล้วก็ตามที่นี่มีทั้งไร่องุ่นไหนจะเป็นไร่สตรอเบอรี่และแปลงผักอีกมากมายจนสุดลูกหูลูกตาเมื่อเธอมองไปมันช่างเป็นภาพที่สวยงามสำหรับเธอมากคงจะสนุกอยู่ไม่น้อยถ้าเธอนั้นมาเที่ยวแต่นี่เธอมาเพราะจุดประสงค์อื่นนี่สิยิ่งคิดใจเธอก็ยิ่งห่อเหี่ยว

“นี่คุณพิมมาคนเดียวหรอครับ...หรือว่าคุณแม่คุณตามมาทีหลัง”

ลุงชมรู้สึกแปลกใจที่คุณหญิงดวงฤดีกล้าปล่อยให้ลูกสาวมาที่นี่เพียงลำพังแถมยังให้นั่งเครื่องมาเองอีกด้วยเขาคิดว่าไม่แน่แม่ของหญิงสาวอาจจะตามมาทีหลังเขาจึงถามเธอขึ้น

“อะ..อ๋อ..พิมมาคนเดียวค่ะ...คุณแม่พิมท่านสุขภาพไม่ค่อยดีท่านเลยมาไม่ไหวค่ะ”

พิมริสาลืมไปเสียสนิทว่าต้องบอกกับคนที่นี่ว่าเธอเป็นลูกแท้ๆของแม่บุญธรรมของเธอหญิงสาวจึงหาข้ออ้างว่าที่แม่ของเธอไม่สามารถมาได้เพราะช่วงนี้ท่านสุขภาพไม่ค่อยดี

“แล้ววันแต่งงานคุณหญิงจะมามั้ยครับผมจะได้บอกแม่บัวให้เตรียมห้องไว้ต้อนรับ”

ลุงชมเองที่ถามหญิงสาวก็เพราะว่าคนเป็นแม่ลูกกันเมื่อถึงวันสำคัญของลูกสาวคนเป็นแม่ก็คงจะต้องมาร่วมแสดงความยินดีถึงแม้การแต่งงานครั้งนี้จะเหมือนคลุมถุงชนไปหน่อยก็เถอะเขาจึงถามเพื่อความแน่ใจจะได้ให้สายบัวภรรยาของเขาที่ทำงานเป็นแม่บ้านที่นี่จัดห้องเอาไว้ให้

“พิมว่าคุณแม่น่าจะมาไม่ได้ค่ะ...”

พิมริสาตอบลุงชมด้วยใบหน้าที่ยิ้มแหยๆพร้อมหลบสายตาเล็กน้อยอันที่จริงหญิงสาวเองไม่ได้อยากโกหกใครเท่าไรแต่มันเป็นความจำเป็นที่เธอต้องทำแบบนี้

“ถึงแล้วครับคุณพิมตามผมมาเลยครับคุณภาครออยู่ด้านในครับ”

“ค่ะ”

พิมริสาลงจากรถได้เธอยืนมองหน้าบ้านที่เป็นบ้านไม้สักทองที่ค่อนข้างใหญ่และตกแต่งทันสมัยถือได้ว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านที่น่าอยู่หลังนึงเลยแต่เธอดูแล้วหลังนี้ถ้าตีมูลค่าก็น่าจะหลายสิบล้านยังไม่นับหลังเล็กที่อยู่ตรงข้างๆกันอีกด้วย

หญิงสาวสูดหายใจเข้าออกลึกๆอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะเข้าไปในบ้านเธอไม่รู้ว่าคนที่นี่จะต้อนรับเธอดีเหมือนกับลุงชมมั้ยแต่เธอเองก็ขอฉีกยิ้มเป็นมิตรกับทุกคนไว้ก่อนก็แล้วกัน

“คุณพิมมาแล้วค่ะคุณภาค”

ป้าสายบัวเป็นภรรยาของลุงชมแล้วก็เป็นแม่บ้านที่นี่ด้วยเมื่อเห็นว่าผู้เป็นสามีเดินนำหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มมาเธอก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นพิมริสาเธอจึงส่งเสียงบอกกับภควัตรว่าหญิงสาวมาถึงแล้ว

“สวัสดีค่ะ”

“เอ่อ..สวัสดีค่ะ”

พิมริสาเห็นหญิงวัยกลางคนซึ่งน่าจะเป็นแม่บ้านที่นี่เธอจึงยกมือสวัสดีเธอตามมารยาทเพื่อผูกมิตรกับคนที่นี่ไว้ป้าสายบัวเองรับไหว้หญิงสาวแทบไม่ทันเพราะน้อยคนนักที่มาที่นี่แล้วจะยกมือไหว้แม่บ้านอย่างเธอ

“ลุงชมกับป้าบัวไปพักเถอะครับเดี๋ยวผมคุยกับเธอเอง”

ภควัตรนั่งอยู่บนรถเข็นมองทอดออกไปนอกหน้าต่างเขาหันมามองหญิงสาวด้วยสายตาที่เรียบเฉยเพราะป้าสายบัวส่งเสียงบอกว่าหญิงสาวมาแล้วเมื่อเห็นว่าหมดหน้าที่ของทั้งลุงชมและป้าสายบัวแล้วเขาจึงสั่งให้ทั้งสองไปพักได้ส่วนหญิงสาวที่ยืนนิ่งงันอยู่เขาขอเป็นคนคุยกับเธอเอง

“ค่ะคุณภาค/ครับคุณภาค”

ทั้งป้าสายบัวและลุงชมต่างก็เดินออกจากบ้านไปตามคำสั่งของพ่อเลี้ยงของที่นี่ทั้งสองมีสีหน้าที่หวั่นใจอยู่เล็กน้อยว่านายหัวของพวกเขานั้นจะเล่นอะไรพิเรนกับหญิงสาวที่จู่ๆมาสั่งให้พวกเขาเล่นตามบทว่าพ่อเลี้ยงตัวเองเป็นคนพิการแบบนี้

“สวัสดีค่ะคุณภาค...พิมยินดีที่ได้รู้จักคุณนะคะ”

พิมริสาเองคราแรกก็ยืนเก้ๆกังๆตั้งแต่เห็นว่าชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนรถเข็นหันมาแล้วเธอคิดว่าที่คุณหนูพลอยบอกว่านายหัวที่จะต้องแต่งงานด้วยพิการเขาคงเดินไม่ได้สินะหญิงสาวเห็นชายหนุ่มแล้วเธอไม่ได้รังกียจอะไรเขาสักนิดเธอกลับรู้สึกสงสารเขาด้วยซ้ำ

ตอน 3

เมื่อเห็นว่าคนที่นั่งรถเข็นอยู่ตรงหน้ามีใบหน้าที่เรียบเฉยและยังไม่ยอมพูดอะไรกับเธอเอาแต่จ้องตาเธอเขม็งอยู่แบบนี้เธอจึงทำลายความเงียบนี้ด้วยรอยยิ้มละส่งเสียงทักทาเขาอย่างจริงใจเธอแอบหวังว่าใบหน้าที่ดูดุของเขาอาจจะมีรอยยิ้มให้เธอบ้าง

“เป็นไงรู้สึกผิดหวังกับว่าที่สามีมั้ยคุณ”

ภควัตรถามหญิงสาวด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยแต่ก็ทำเอาอีกฝ่ายถึงกับหน้าเสียเมื่อได้ยินคำถามของเขา

“เอ่อ...พิมจะผิดหวังเรื่องอะไรหรอคะ”

พิมริสาถึงกับต้องรีบถามกลับว่าเธอนั้นจะผิดหวังเรื่องอะไรเธอรู้สึกว่าชายหนุ่มช่างดูไม่เป็นมิตรกับเธอเลยเสียจริงๆเพราะคนที่พึ่งเจอกันน่าจะทักทายกันแบบที่เธอทักทายเขาเมื่อครู่ไม่ใช่หรอแต่นี่กลับยิงคำถามให้เธอได้อึ้งเสียอย่างนั้น

“ก็ผมมันแค่คนพิการอีกทั้งก็ยังเป็นพ่อเลี้ยงที่อยู่แต่ในป่าในไร่อีก...คุณหนูแบบคุณจะทนอยู่ได้เร้ออ!!!”

ภควัตรเห็นว่าแม่สาวคนนี้ช่างเข้าใจที่เขาพูดยากเสียจริงเขาเลยต้องแจงเรื่องที่คิดว่าทำให้หญิงสาวผิดหวังเกี่ยวกับตัวของเขาให้เธอได้ฟัง

“พิมไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องแบบนี้หรอกค่ะ”

พิมริสาวเองตอบไปตามความจริงเธอไม่ได้ผิดหวังกับรูปร่างของเขาว่าเขาจะพิการอะไรหรือว่าใช้ชีวิตอยู่แต่ในป่าในไร่ไม่สุขสบายแต่ตอนนี้ที่เธอผิดหวังก็คงจะเป็นการต้อนรับแบบไม่เป็นมิตรของเขาต่างหากล่ะ

“อืมม...ก็ดี”

ภควัตรพยักหน้าให้กับคำตอบของหญิงสาวเขาจะดูซิว่าเธอจะทนอยู่กับคนพิการอย่างเขาได้สักกี่น้ำคุณหนูที่เคยอยู่ที่สบายๆแต่จู่ๆกลับต้องมาอยู่ในป่าในดงเขาคิดว่าอีกไม่นานเธอก็คงจะวิ่งแจ้นกลับไปหาแม่เธอเป็นแน่คงจะอยู่ไม่ครบสัญญาการแต่งงานอย่างแน่นนอน

“ทานข้าวก่อนสิคุณ”

“ค่ะ...เอ่อ..แล้วพิมต้องพักที่ไหนคะ”

หลังจากที่พิมริสาเห็นว่าชายหนุ่มเลื่อนรถของเขามาที่โต๊ะทานข้าวตรงข้ามกับเธอแล้วเธอจึงนั่งลงที่โต๊ะอาหารพร้อมทั้งถามชายหนุ่มเรื่องที่พักของเธอว่าอยู่ตรงไหนเพราะเธอกะว่าทานข้าวเสร็จแล้วก็จะไปพักผ่อนวันนี้เธอเดินทางเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว

“ก็ห้องผมไง”

ภควัตรตอบหญิงสาวทั้งที่ยังเคี้ยวข้าวอยู่เต็มปากหน้าตาเฉย

“อะไรนะคะ!!!”

พิมริสาต้องตกใจกับคำพูดของชายหนุ่มอีกครั้งเกิดมาจนอายุ26ปีเธอยังไม่เคยนอนร่วมห้องกับใครเลยแม้กระทั่งผู้หญิงด้วยกันก็ตามเธอชินกับการนอนคนเดียวแต่นี่เธอต้องมานอนกับผู้ชายแปลกหน้าที่เจอกันไม่กี่ชั่วโมงทำให้เธอต้องตกใจเป็นธรรมดา

“ตกใจอะไรคุณ...อีกหน่อยคุณก็แต่งกบผมอยู่แล้วถ้าอยู่คนละห้องเดี๋ยวก็ต้องเก็บของย้ายมาอยู่ห้องเดียวกันอยู่ดีอยู่มันซะตั้งแต่วันนี้แหละ”

ภควัตรนึกขำในสีหน้าและอาการของหญิงสาวเมื่อรู้ว่าต้องนอนห้องเดียวกับเขาเพราะนี่พึ่งจะเป็นเรื่องแรกที่เขาจะแกล้งเธอ

“อะ...เอ่อ...ก็ได้ค่ะ”

พิมริสาเห็นว่าที่ชายหนุ่มพูดมันก็จริงเธอเลยตอบตกลงไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจนักแต่อีกใจนึงก็คิดว่าเขาน่าจะให้โอกาสเธอปรับตัวให้นานกว่านี้อีกสักหน่อยแบบนี้คืนนี้เธอจะนอนหลับมั้ยเนี่ยถึงจะรู้ว่าชายหนุ่มคงจะทำอะไรเธอไม่ได้แต่เธอก็ทำใจได้ยากอยู่ดี

“อิ่มแล้วหรอ...ทานไปนิดเดียวเอง”

ภควัตรเงยหน้าไปมองหญิงสาวหลังจากที่เขาสนใจการทานอาหารของเขาอยู่พักใหญ่เมื่อเห็นว่าหญิงสาวนั่งนิ่งไม่ได้แตะข้าวในจานแล้วเขาจึงถามเธอว่าทานแค่นี้อิ่มแล้วหรอเพราะข้าวในจานมันยังไม่ยุบไปสักเท่าไรเลยถึงเขาจะไม่ได้ยินดีที่เธอมาอยู่ที่นี่แต่เขาก็ไม่ได้อยากให้เธออดๆอยากๆเมื่ออยู่ที่นี่หรอกนะเดี๋ยวคนอื่นจะว่าเขาเลี้ยงคนในหารปกครองไม่ดี

“เอ่อ...พิมอิ่มแล้วค่ะ”

พิมริสาเองมีเรื่องกังวลในใจตั้งมากมายจะให้เธอนั่งทานข้าวอย่างสบายใจมันเป็นไปไม่ได้ตอนนี้เธอรู้สึกว่าตัวเองทานอะไรไม่ลงจริงๆถึงกับข้าวที่วางอยู่มันจะน่าตาน่าทานก็เถอะ

“คุณเดินทางมาทั้งวันทานแค่นี้เองหรอ...คุณต้องทานให้หมดจาน”

ภควัตรสั่งหญิงสาวให้ทานให้หมดจานเพราะเขารู้ว่ายังไงเธอก็ต้องหิวอีกอยู่ดีเพราะทานไปแค่นั้นถึงจะบอกว่าอิ่มแล้วเขาก็ไม่มีทางเชื่อหรอกเด็กตัวเล็กๆยังทานเยอะกว่าเธอตอนนี้ด้วยซ้ำ

“คะ...ก็ฉัน..บอกว่าอิ่มแล้วไงคะ”

พิมริสาไม่ชอบในการบังคับของชายหนุ่มเลยสักนิดเธอก็พึ่งเคยเจอคนแบบนี้ก็วันนี้นี่แหละเธอบอกว่าอิ่มแล้วยังจะมาบังคับให้เธอทานข้าวเป็นเด็กๆไปได้เธอจึงเถียงชายหนุ่มออกไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่แข็งเท่าไรนักแต่ก็เป็นการทำให้เขารู้ว่าเธอนั้นไม่พอใจที่เขามาสั่งเธอแบบนี้

“ผมบอกว่าให้คุณทานหรือจะให้ผมป้อน”

ภควัตรเข็นรถนั่งของเขามาฝั่งตรงข้ามตรงที่หญิงสาวนั่งอยู่ทันทีเขาไม่ชอบให้ใครมาดื้อรั้นกับคำสั่งของเขา

“คุณภาคคะ...พิมบอกว่า..โอ้ยย”

พิมริสาพยายามที่จะบอกกับชายหนุ่มว่าเธอทานไม่ลงจริงๆแต่เธอก็โดนมือของเขาจับมาที่ปากของเธอพร้อมบีบปากของเธอให้มันอ้าขึ้นส่วนมืออีกข้างของเขาก็ตักกับข้าวเข้าปากเธออย่างไม่ได้สนใจว่าเธอจะรู้สึกยังไงหญิงสาวเองจึงต้องจำใจเคี้ยวข้าวคำนั้นกลืนลงไปอย่างเลี่ยงไม่ได้

“ก็แค่นั้น...อื้อ”

“พิมทานเองได้ค่ะ”

ภควัตรเห็นว่าหญิงสาวยอมเคี้ยวข้าวแต่โดยดีเขาเองจึงตักข้าวเพื่อที่จะป้อนเธออีกคำแต่หญิงสาวก็จับช้อนที่เขาถือไปทานเองด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่าเธอไม่ค่อยพอใจเท่าไรนัก

นานสองนานกว่าหญิงสาวจะทานข้าวจนหมดจานเธออยากจะร้องให้ตรงนี้ด้วยซ้ำเพราะตอนนี้เธอเหมือนนักโทษที่โดนผู้คุมจับจ้องตลอดเวลาเพราะชายหนุ่มเอาแต่นั่งมองเธอทานข้าวจนหมดคำสุดท้ายเขาถึงจะละสายตาจากการจ้องเธอได้

“เอ่อ...คุณภาคจะไปพักเลยมั้ยคะ..เดี๋ยวพิมเก็บจานที่นี่ไปล้างก่อนค่ะ”

พิมริสาจำใจทานข้าวจนหมดจานเธอเองเห็นว่าชายหนุ่มยังไม่ยอมออกไปจากตรงนี้เสียทีแถมยังนั่งเงียบอยู่อีกด้วยเธอไม่ค่อยชอบบรรยากาศแบบนี้สักเท่าไรจึงเอ่ยปากขอตัวไปล้างจานเพื่อที่จะหาอะไรทำโดยที่ไม่สีสายตาของเขาจับจ้องอยู่

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED