ตอน 1

ณ มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง

คณะวิศวกรรมศาสตร์

"เอ่อ พี่มิ้นท์คะ ฝนรบกวนเวลาสักครู่ได้ไหมคะ"

คำถามจากสาวน้อยหน้าตาน่ารักที่กำลังยืนยิ้มอยู่ด้วยอาการเอียงอายเรียกสายตาจากสองหนุ่มที่กำลังนั่งพูดคุยรอเวลาขึ้นเรียนให้หันมามองทันที ยกเว้นเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยังคงนั่งนิ่งไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อการมาของสาวน้อยหน้าตาน่ารักแต่อย่างใดจนเพื่อนๆถึงกับทนไม่ไหวต้องเอ่ยทักท้วงออกไป

"เพื่อนมิ้นท์ครับ น้องคนสวยเขามาหามึงอะสนใจน้องเขาหน่อยสิครับ"

คำพูดของ เซนท์ ทำให้ชายหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรค่อยๆหันมามองสาวสวยที่กำลังยืนส่งยิ้มหวานให้เขาอยู่ด้วยสีหน้าที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่า รำคาญ ทำเอารอยยิ้มของสาวน้อยค่อยๆเลือนหายไปจากใบหน้าทีละนิดเมื่อผู้ชายที่เธอแอบชอบไม่ได้รู้สึกยินดีกับการที่เธอเดินเข้ามาทักทายเพื่อทำความรู้จักกับเขาเลยแม้แต่น้อย

"เธอมีธุระอะไรกับฉันก็รีบๆพูดมา"

น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยถามเด็กสาวด้วยใบหน้าที่ไม่สบอารมณ์ก่อนที่น้ำฝนดาวคณะบริหารธุรกิจปีสองจะรวบรวมความกล้าฮึดสู้อีกครั้งด้วยการเลือกที่จะเมินใบหน้าเฉยชาของเขาและเอ่ยถามมิ้นท์อย่างต้องการหยั่งเชิง

"เอ่อ เราไปคุยกันที่อื่นได้ไหมคะพี่มิ้นท์"

จบประโยคน้ำฝนก็มองมิ้นท์ด้วยสายตาออดอ้อนเหมือนที่เธอชอบทำทุกครั้งเวลาที่มีคนเข้ามาจีบซึ่งเธอมักจะอ้อนผู้ชายเหล่านั้นด้วยสีหน้าท่าทางแบบเดียวกันกับที่กำลังทำกับพี่มิ้นท์ ซึ่งผู้ชายทุกคนล้วนติดกับดักมารยาหญิงของเธอกันทั้งนั้นแล้วคนตรงหน้ามีหรือที่จะรอดจากสายตาออดอ้อนของเธอไปได้

"อย่าลีลาให้มันมากได้ไหม จะพูดอะไรก็รีบๆพูดมาฉันไม่ได้มีเวลามานั่งฟังเธอพูดทั้งวันหรอกนะ"

เพล้ง!!

เศษแก้วบนใบหน้าของน้ำฝนพลันแตกละเอียดอย่างไม่มีชิ้นดีเมื่อสิ่งที่เธอได้ยินนั้นตรงกันข้ามกับสิ่งที่เธอคิดเอาไว้โดยสิ้นเชิงในขณะที่มิ้นท์เมื่อเห็นใบหน้าของคนตรงหน้าดูจืดเจื่อนไปเขาก็ได้แต่กระตุกยิ้มมุมปากน้อยๆ ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นและเดินมาหาน้ำฝนที่รีบปรับสีหน้าอย่างรวดเร็วพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาด้วยความดีใจอีกครั้งเมื่อมิ้นท์เป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาเธอ

“แค่นี้ใกล้มากพอที่จะพูดธุระของเธอที่มีกับฉันได้หรือยัง”

มิ้นท์ที่จงใจเว้นระยะห่างระหว่างเขากับสาวสวยตรงหน้าเพียงเล็กน้อยยื่นใบหน้าไปกระซิบชิดใบหูของเธอทำเอาน้ำฝนถึงกับใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น ใบหน้าเนียนสวยพลันเงยขึ้นสบสายตาที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของคนตรงหน้าราวกับต้องมนต์สะกด

"คือว่า เอ่อ น้ำฝนรบกวนขอเบอร์พี่มิ้นท์ได้ไหมคะ"

น้ำฝนเอ่ยขอเบอร์โทรมิ้นท์อย่างตรงไปตรงมาด้วยอาการเขินอายแต่แววตาของเธอกลับเต็มไปด้วยความท้าทายและเชิญชวนเขาอย่างไม่ปิดบัง ทำเอามิ้นท์ได้แต่หัวเราะน้อยๆในลำคออย่างรู้ทันเจตนาของสาวสวยตรงหน้าที่อยากจะได้เบอร์โทรของเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีผู้หญิงมาขอเบอร์ของเขาถึงที่คณะและมองเขาด้วยสายตาแบบนี้

สายตาที่เต็มไปด้วยความยั่วยวน เชิญชวน หรือถ้าจะให้พูดภาษาบ้านๆก็อ่อยนั่นแหละครับ

ในขณะที่เฝ้ารอคำตอบของหนุ่มหล่อตรงหน้าความคิดมากมายก็พลันแล่นเข้ามาในหัวของน้ำฝนเมื่อเธอได้ยินหลายคนต่างพูดว่าเขานั้นดุแต่ในเมื่อเธอชอบเขาไปแล้วเธอก็อยากจะลองจีบเขาดูสักตั้ง เธอเองก็ไม่ใช่คนที่หน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่สักหน่อยและอีกอย่างเธอก็เป็นถึงดาวคณะบริหารธุรกิจเขาจะใจร้ายปฏิเสธไมตรีที่เธอยื่นให้ก่อนได้ลงคอเชียวเหรอ

"โทษทีว่ะน้องเบอร์พี่มีไว้ให้แค่คนของใจ ส่วนคนที่ไม่ใช่ Sorry ด้วยนะครับ หึ"

มิ้นท์กระซิบบอกน้ำฝนด้วยน้ำเสียงนุ่มละมุนหูแต่ทำเอาคนฟังถึงกับจุกไปทั้งใจกับคำตอบของเขาที่ปฏิเสธเธออย่างเย็นชาความคิดของเธอก่อนหน้านี้ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจในความสวยของตัวเองถูกผู้ชายตรงหน้าทำลายลงไปจนหมดสิ้น

ในขณะที่เซนท์และออกัสสองหนุ่มเพื่อนซี้ของมิ้นท์ได้แต่หันมามองหน้ากันแล้วยักไหล่ให้กันอย่างเอือมระอากับการกระทำของเพื่อนรักที่เขาสองคนเห็นจนชินตาราวกับละครบทหนึ่งที่ฉายวนซ้ำไปซ้ำมาในทุกๆวัน เพราะตั้งแต่ปีหนึ่งจนถึงปีสี่เพื่อนรักของเขาคนนี้มีสาวๆมาขอเบอร์ไม่ก็สารภาพรักบ่อยเสียจนพวกเขานึกสงสารสาวๆเหล่านั้นอยู่ไม่น้อยที่ต้องพากันกลับไปด้วยความผิดหวัง

"ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไรค่ะ ฝนขอโทษด้วยนะคะที่มารบกวนเวลาของพี่มิ้นท์"

น้ำฝนกัดฟันกลั้นใจฝืนใจพูดออกไปทั้งๆที่รู้สึกเจ็บหน่วงไปทั้งใจเพราะที่เธอมาในครั้งนี้เธอตั้งใจมาด้วยความจริงจังไม่ใช่มาเพราะนึกสนุกหรือแค่อยากจะเล่นๆกับผู้ชายตรงหน้าแต่อย่างใด พูดเสร็จเธอก็รีบหันหลังเดินจากไปหากลุ่มเพื่อนที่ยืนรออยู่ใกล้ๆทันทีนอกจากเบอร์โทรจะไม่ได้แล้วเธอยังรู้สึกอับอายขายขี้หน้าอีกด้วย

เธอไม่น่าเฟียร์สเลยถ้าเชื่อเพื่อนตั้งแต่แรกก็คงดีว่าคนแบบพี่มิ้นท์ รามิล เป็นคนที่ไม่มีหัวใจเพราะตั้งแต่ปีหนึ่งมาจนถึงปีสี่พี่มันไม่คบผู้หญิงคนไหนเลยสักคนเธอน่าจะคิดได้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่เคยคิดที่จะจริงจังกับใครทั้งนั้น เพราะข่าวลือหนาหูที่เธอได้ยินมาก็คือคนของใจไม่มีแต่คนข้างกายกลับไม่ซ้ำหน้าถึงจะไม่ได้เจ้าชู้แต่กลับกินดุและกินเงียบมาก

"โห ไอ้เหี้ยมิ้นท์ครับ นั่นน้องน้ำฝนดาวคณะบริหารเชียวนะมึง มึงเมินน้องมันลงได้ยังไงวะไอ้เพื่อนเลว"

เซนท์เอ่ยท้วงเพื่อนรักอย่างนึกเสียดายแทนเพื่อนเป็นอย่างมากเพราะสาวน้อยคนนี้เท่าที่เขาเคยได้ยินมาเธอนั้นหยิ่งพอตัวยังไม่เคยมีแฟนแต่มีผู้ชายแวะมาขายขนมจีบให้เธอไม่เว้นแต่ละวัน หนึ่งในนั้นก็เคยเกือบจะมีเขาคนหนึ่งที่หลงใหลในความน่ารักของเธอจนอยากจะสานสัมพันธ์กันด้วยเรื่องบนเตียงมากกว่าที่จะอยากได้มาเป็นคนของใจแต่ความหยิ่งของเธอทำให้เขาตัดใจ

"เออ ถ้าเป็นกูนะกูจะรีบให้ทุกอย่างกับน้องเขาทันทีเลย นี่ไรว่ะไม่สนใจยังไม่พอยังไปพูดให้เขาเจ็บหัวใจเล่นๆไปอีกแม่งอย่างเหี้ยอะมึง  หักอกสาวแบบเลือดเย็นที่สุดไอ้คนไม่มีหัวใจไอ้คนเย็นชากูสงสารน้องเขาจริงๆเลยที่มาหลงชอบคนแบบมึง"

ออกัสเพื่อนสนิทอีกคนของมิ้นท์ก่นด่าเพื่อนด้วยความรู้สึกเห็นใจสาวสวยคนนั้นไม่น้อยต่อให้เขาจะเห็นภาพเหล่านี้จนชินตาแต่การกระทำของเพื่อนเขาก็ใจร้ายอำมหิตจริงๆ ทำร้ายสาวสวยคนแล้วคนเล่าได้ลงคอเป็นเขาไม่ได้เขาจะอ้าแขนรับผู้หญิงทุกคนที่มายื่นไมตรีให้ถึงที่คณะอย่างไม่อิดออดเลยสักนิด

คำพูดของเพื่อนรักทั้งสองคนราวกับสายลมที่พัดผ่านมาแล้วก็ผ่านไปโดยที่มิ้นท์ไม่คิดที่จะเก็บมาคิดหรือใส่ใจเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงค่อยๆลุกขึ้นจากเก้าอี้ม้าหินอ่อนด้วยท่าทีเย็นชาก่อนที่เขาจะเดินจากไปโดยไม่พูดไม่จาทำเอาสองหนุ่มเพื่อนรักต่างพากันลุกขึ้นและรีบวิ่งตามมิ้นท์ไปทันที

สำหรับมิ้นท์แล้วถ้าเขาไม่ชอบก็คือไม่ชอบออกจะรำคาญเสียด้วยซ้ำกับผู้หญิงที่พากันเข้ามาขอเบอร์ต่อให้สวยแค่ไหนก็ถูกเขาปฏิเสธกลับไปด้วยประโยคร้ายกาจด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเสมอ  ความรักสำหรับเขาแล้วมันช่างไร้สาระสิ้นดีเขาเขาไม่เคยคิดที่จะอยากเอาหัวใจของตัวเองไปผูกไว้กับใครทั้งนั้นและไม่คิดที่จะมอบหัวใจของตัวเองให้ใครง่ายๆด้วย

มิ้นท์ยังคงเชื่อมั่นในความคิดของตัวเองอย่างเต็มเปี่ยมว่าไม่มีใครที่จะทำให้เขายอมมอบหัวใจให้ง่ายๆโดยที่เขาไม่เคยรู้เลยว่าความคิดของเขานั้นกำลังจะเปลี่ยนไปในไม่ช้าเมื่อเขาได้พบกับใครคนหนึ่ง ที่บังเอิญเดินเข้ามาในชีวิตของเขาด้วยความไม่ตั้งใจแต่กลับทำให้หัวใจที่แสนเย็นชาของเขาได้รู้จักกับคำว่า รักแท้

ตอน 2

อีกฟากหนึ่งของมหาวิทยาลัย

คณะอักษรศาสตร์

สาวน้อยรูปโฉมงดงามสะคราญตาทำให้ทุกคนที่เดินผ่านไปผ่านมาล้วนกลั้นหายใจด้วยความตกตะลึงกับเสน่ห์อันเย้ายวนที่เปล่งประกายออกมาจากตัวเธอ นิ้วมือเรียวบางกำลังพลิกเปิดหนังสือหน้าถัดไปดวงตากลมโตสดใสจดจ้องตัวหนังสือด้วยความตั้งใจรอยยิ้มน้อยๆพลันปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยหวานชวนให้ผู้คนที่พบเห็นสะดุดตาสะดุดใจไม่น้อย

โดยเฉพาะหนุ่ม ๆ ทั้งในและต่างคณะที่พากันเหลียวมองสาวน้อยตาหวานเชื่อมจนคอแทบเคล็ดแต่เธอก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับใครทั้งนั้น  ดวงตาที่ทอแสงเป็นประกายสดใสอยู่เป็นนิจกลับเอาแต่จ้องมองตัวหนังสือด้วยความเพลิดเพลิน ด้วยความที่เรียนคณะอักษรศาสตร์เธอจึงชอบอ่านหนังสือโดยที่ไม่เคยรู้สึกเบื่อเลยสักนิด

 "ฮัลโหล!! ชะนีน้อยมานานหรือยังจ๊ะ โทษทีน้าที่พวกเรามาสายก็อีทิมน่ะสิมารับฝ้ายช้ามากเลยอะ ฝ้ายอุตส่าห์แต่งตัวสวยๆรอตั้งนาน พอออกมาสายรถก็ดันติดอีกมันน่าโมโหจริงๆเลย"

ปุยฝ้ายสาวสวยเซ็กซี่ที่หน้าตาน่ารักไม่แพ้ขนมพายเอ่ยทักทายเพื่อนรักที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่พร้อมกับหันไปโวยวายใส่ทิมมี่เพื่อนสาวสองคนสวยต้นเหตุที่ทำให้เธอมาถึงมหาวิทยาลัยสายด้วยความหัวเสียเล็กน้อย

"โอ๊ยนังฝ้าย ฉันบอกแกกี่ครั้งแล้วให้เรียกฉันว่า ทิมมี่ ทิมมี่ ไม่ใช่ทิม ฉันเปลี่ยนชื่อตั้งนานแล้วนะอีกอย่างฉันเป็นผู้หญิงจ้ะไม่ใช่ผู้ชาย เพราะฉะนั้นไม่ต้องมาเรียกฉันแมนๆเลยนะฉันขนลุก"

เพื่อนชายใจหญิงนามว่าทิมที่เปลี่ยนชื่อให้ตัวเองเป็นทิมมี่โวยวายดัดเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างมีจริตเรียกรอยยิ้มสดใสจากสาวน้อยที่นั่งรอเพื่อนทั้งสองคนได้เป็นอย่างดี

"ไม่นานเลยจ้ะ พายเพิ่งมาถึงก่อนทิมมี่กับฝ้ายแค่ 20 นาทีเองก็เลยนั่งอ่านหนังสือรอไปพลางๆก่อน"

ยิ้มหวานละมุนถูกส่งไปให้เพื่อนสาวทั้งสองคนทำให้ทั้งคู่ที่กำลังไม่สบอารมณ์ใส่กันและกันอยู่ต่างรู้สึกเย็นลงทันทีก่อนที่พวกเธอจะหันมาส่งค้อนวงใหญ่ให้กันอย่างพร้อมเพรียงเป็นการตบท้ายเรียกเสียงหัวเราะน้อยๆจากขนมพายได้เป็นอย่างดี

ตั้งแต่รู้จักและคบกันมาทิมมี่และปุยฝ้ายก็คล้ายลิ้นกับฟันที่กระทบกระทั่งกันอยู่บ่อยครั้งจนพวกเธอเองก็ยังงงๆเหมือนกันว่าคบกันมาได้ยังไงตั้งแต่ชั้นมัธยมต้นจนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยคณะเดียวกันแถมยังรักกันมากยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

"ถ้าอย่างนั้นพวกเรารีบไปเข้าเรียนกันเถอะ วิชานี้ถ้าเข้าสายอาจารย์แม่คนดีศรีสมรองค์ลงแน่ ๆ "

ทิมมี่เอ่ยชวนเพื่อนสาวทั้งสองคนด้วยความรู้สึกขนลุกเล็กน้อยเรียนวิชานี้ทีไรกะเทยปวดหัวทุกทีค่ะทุกคนอาจารย์องค์ลงเกือบทุกครั้งไม่เคยได้ให้นักศึกษาสาวสวยตาดำๆอย่างทิมมี่กับเพื่อนๆได้พักเลยสักนิด

"แค่สายนิดสายหน่อยก็หักจิตพิสัยกันเป็นว่าเล่น นี่ยังดีนะหักจาก 10 เหลือตั้ง 9 ถ้าหมดเกลี้ยงนะทิมมี่คนนี้ไม่รอดแน่ ๆ "

จบประโยคทิมมี่ก็รีบฉุดแขนเรียวของสองสาวเพื่อนซี้ให้ลุกขึ้นจากโต๊ะม้านั่งและเดินพูดคุยกันอย่างสนุกสนานขึ้นตึกเรียนทันทีจนกระทั่งวิชาเรียนในภาคเช้าจบลงปุยฝ้ายก็รีบยื่นมือไปสะกิดแผ่นหลังของกระเทยร่างบอบบางอย่างนึกสนุกเมื่อตอนนี้ในหัวของเธอเต็มไปด้วยความคิดจินตนาการถึงหนุ่ม ๆ คณะวิศวกรรมศาสตร์คณะที่ขึ้นชื่อเรื่องผู้ชายหน้าตาดีเป็นอันดับหนึ่งของมหาวิทยาลัย

"โอ๊ย นังฝ้ายแกเป็นอะไรของแกเนี่ยสะกิดอยู่นั่นแหละคันเหรอยะชะนี หรือยังไง"

ทิมมี่หันมาถามปุยฝ้ายด้วยสีหน้ารำคาญใจเล็กน้อยเมื่อถูกรบกวนโดยไม่รู้สาเหตุแล้วเพื่อนของเธอมันเป็นอะไรละเนี่ยเดินลงอาคารเรียนมาดี ๆ อยู่ ๆ ก็มาสะกิด คันหรือยังไงไหนพูดมาสิทิมมี่คนนี้พร้อมรับฟังเพื่อนรักเสมอ

"ว้าย อีทิมมี่ อีกระเทยปากเสีย สะกิดนิดสะกิดหน่อยทำเป็นสะดีดสะดิ้ง ทีผู้ชายสะกิดนะอ่อนเป็นขี้ผึ้งลนไฟเชียว"

ปุยฝ้ายโวยวายพร้อมเบะปากใส่เพื่อนด้วยความหมั่นไส้เอาดิเหน็บมาเหน็บกลับไม่โกงเธอกับทิมมี่มันเพื่อนประเภทไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่อยู่แล้วรู้ทั้งรู้ว่าเวลาที่เธอสะกิดแบบนี้ไม่พ้นเรื่องผู้ชายยังมีหน้ามาถามให้เสียเวลาอีก

"แหม ฝ้ายจ๊ะ นั่นมันผู้ชายจ้ะผู้ชายจ้ะเพื่อน แค่กระดิกนิ้วเรียกทิมมี่คนนี้ก็พร้อมจะสยบใต้ร่างอันเซ็กซี่ของพวกพี่ๆเขาแล้ว อิอิ แล้วยังไงสะกิดทำไม มีไรว่ามาทิมมี่พร้อมรับฟัง"

เมื่อพูดถึงเรื่องผู้ชายคำพูดที่แสนหยาบกระด้างก็ปรับเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลอ่อนหวานทันทีก่อนที่ทิมมี่จะหัวเราะคิกคักด้วยความชอบใจเธอล่ะชอบนักเชียวเวลาที่พูดถึงเรื่องผู้ชายเนี่ยมันแบบคันยิบๆที่หัวใจห้องน้อยๆยังไงไม่รู้

"ฉันจะบอกว่าเที่ยงนี้พวกเราไปกินข้าวที่คณะวิดวะกันไหม พาขนมพายไปเปิดหูเปิดตาบ้างกินแต่ที่คณะมันจืดชืดไม่สู้ไปนั่งมองความหล่อแซบของหนุ่มๆให้หัวใจกระชุ่มกระชวยเล่นดีกว่าแบบนั้นยิ่งกินยิ่งอร่อย"

สาวสวยอารมณ์ดีพูดพร้อมกับหันไปมองขนมพายและขยิบตาให้อย่างทะเล้นทำเอาขนมพายได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆให้กับความขี้เล่นของปุยฝ้ายที่ร่าเริงสดใสอยู่ตลอดเวลา

 "แหม แหม แหม นังฝ้าย ทำเป็นเอาขนมพายมาอ้าง ฉันว่าแกนั่นแหละที่จะไปส่องผู้คณะวิดวะอะ เรื่องผู้ชายเนี่ยขยันจริงเชียวเรื่องเรียนแกขยันได้แบบนี้ไหมไหนพูด"

ทิมมี่แอบแซะปุยฝ้ายอย่างรู้ทันสำหรับปุยฝ้ายอ้าปากมาเธอก็เห็นลิ้นไก่แล้วคบกันมาตั้งแต่มัธยมทำไมเธอจะไม่รู้ทันมันล่ะ ส่วนขนมพายที่เห็นเพื่อนแซะกันไปมาก็รีบเบรกสงครามน้ำลายของสองสาวทันทีก่อนที่มันจะยาวไปมากกว่านี้

 "ทิมมี่จ๋า ฝ้ายจ๋า ขนมพายหิวข้าวแล้วอย่ามัวแต่แซะกันไปแซะกันมาเลยเนอะ พายได้ยินมาว่าข้าวมันไก่ที่นั่นอร่อยมากเราไปลองชิมกันดูดีกว่า นะนะทิมมี่คนสวย ๆ ที่สุดตลอดกาล"

ขนมพายยิ้มหวานพร้อมทำเสียงออดอ้อนเพื่อนรักทั้งคู่ก่อนที่สองสาวจะสะบัดหน้าพรืดใส่กันส่วนขนมพายก็แอบเนียนคล้องแขนเพื่อนคนละข้างพากันเดินลัดเลาะข้างตึกเรียนไปยังโรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์

โรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์

แซด แซด แซด

เสียงพูดคุยของบรรดานักศึกษาที่มีทั้งเด็กคณะวิศวกรรมและเด็กต่างคณะที่พากันมานั่งทานมื้อเที่ยงดังขึ้นเป็นระยะ ๆ นอกจากอาหารที่ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยจนเพื่อนๆต่างคณะพากันติดใจและแวะเวียนมาอุดหนุนอย่างต่อเนื่องแล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่ดึงดูดสาวๆต่างคณะให้มานั่งกินมื้อเที่ยงที่นี่ทุกวันก็คือหนุ่มๆคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่ขึ้นชื่อว่าหน้าตาดีติดTop ของมหาวิทยาลัยนั่นเอง

เมื่อสามสาวมาถึงและจับจองที่นั่งกันเรียบร้อยแล้วตอนนี้อาหารพร้อมชานมของโปรดพร้อมสามสาวก็นั่งกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อยพลางเม้าท์มอยกันอย่างออกรสชาติ เพราะเป็นวันแรกของการเปิดเทอมขึ้นปีสองอย่างเป็นทางการทำให้สามสาวที่ไม่ได้เจอกันนานต่างบอกเล่าเรื่องราวและกิจกรรมระหว่างปิดเทอมให้กันและกันฟังอย่างสนุกสนาน

"เออ พวกแก วันนี้ไปตี้กันไหมปิดเทอมตั้งนานอดอยากปากแห้งมาก เหล้าไม่ได้กระแทกปากนานแล้วกระเทยจะลงแดงตายแล้วเนี่ย ปิดเทอมก็อยู่แต่ที่บ้านป๊ากับม้าไม่ให้ออกไปไหนเลย พาเข้าแต่วัดจนกระเทยจะหนีไปบวชชีล่ะจ้า"

ทิมมี่โอดครวญด้วยความเซ็งเมื่อช่วงเวลาปิดเทอมที่เธอควรจะมีความสุขกลับกลายเป็นช่วงเวลาที่แสนน่าเบื่ออย่างที่ไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้ เพราะตั้งแต่ปิดเทอมป๊ากับม้าก็พาเธอเข้าวัดไปนั่งฟังเทศน์ ฟังธรรม เดินจงกรมบ้าง ทำบุญบ้างเพื่อหวังจะเปลี่ยนสาวสวยอย่างเธอให้เป็นผู้ชายแมนๆ แต่ขอโทษทีค่ะป๊าคะม้าคะหนูเป็นกระเทยค่ากระเทยตั้งแต่จิตใจยันร่างกายเลยค่ะพระวัดไหนก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจหนูได้

"ก็ดีเหมือนกันนะวันนี้เปิดเทอมวันแรกไปตี้กันสักหน่อยฉลองการเป็นพี่ปีสองไงหลังจากที่เป็นน้องปีหนึ่งมานาน รู้สึกตื่นเต้นยังไงไม่รู้อะ"

ปุยฝ้ายเอ่ยขึ้นพร้อมกับพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยกับทิมมี่ส่วนขนมพายที่นั่งฟังสองสาวพูดถึงร้านเหล้าก็เตรียมจะเอ่ยคำปฏิเสธเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาทันที แต่เสียงประสานที่ดังขึ้นมาพร้อมกันอย่างรู้ทันความคิดของขนมพายทำให้เธอหุบปากลงแทบไม่ทัน

"แกห้ามปฏิเสธเด็ดขาดขนมพาย"

"แกห้ามพูดคำว่าไม่ไปเด็ดขาด"

ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูพีชที่ชะงักค้างกลางอากาศหุบลงทันควันเมื่อโดนเพื่อนรักดักคออย่างรู้ทันก็เธอไม่ชอบไปเที่ยวนี่นาเธอชอบอยู่ห้องอ่านหนังสือดูซีรีส์ยังสนุกกว่าการไปเต้นโยกตัวตามจังหวะเพลงเป็นไหน ๆ

"ไม่รู้แหละพายยังไงก็ห้ามปฏิเสธแกออกไปตี้กับพวกฉันบ้าง ไปสนุกไปตี้ดให้ชีวิตมีสีสัน แกจะมัวเป็นเด็กอนามัย เลิกเรียนกลับคอนโดนอนก่อน 3 ทุ่มแบบเมื่อก่อนไม่ได้แล้วนะเว้ยเพื่อนรัก"

ทิมมี่เอ่ยท้วงขนมพายเพราะว่าอยากให้เพื่อนสาวเดินออกจากกรอบชีวิตเด็กอนามัยมาเปิดหูเปิดตาบ้างขนมพายจะได้รู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของคนให้มากขึ้น เพราะในสายตาของทิมมี่กับปุยฝ้ายนั้นเพื่อนสาวของเธอไร้เดียงสาและอ่อนต่อโลกมากอีกอย่างเธออยากให้เพื่อนมีโมเมนต์แบบไปเที่ยวบ้างผ่อนคลายกับเพื่อนบ้างอะไรแบบนี้อะ เข้าใจกระเทยกันไหมคะทุกคน

"จริง  ฉันขอบวกหนึ่งกับอีทิมมันเผลอๆไปเที่ยวรอบนี้แกอาจจะได้แฟนกลับมาก็ได้ใครจะไปรู้ล่ะ หน้าตาน่ารักแบบแกสเปคผู้ชายเลยนะเว้ยขนมพาย"

ปุยฝ้ายเห็นด้วยกับทิมมี่ก่อนจะพูดหว่านล้อมเพื่อนสาวอีกคนจนขนมพายได้แต่พยักหน้ารับอย่างหมดหนทางที่จะเอ่ยคำปฏิเสธลองเที่ยวดูสักครั้งจะเป็นไรไปถึงเธอจะไม่ชอบสถานบันเทิงเริงรมย์เพราะมีแต่สิ่งยั่วยุมากมาย แต่ไปกับเพื่อนรักเธอมั่นใจว่า ปลอดภัย แน่นอน หารู้ไม่ว่าสิ่งที่เธอกำลังคิดนั้นเธอคิดผิดอย่างมหันต์

O_O

"BlackList ไหมแก ผับดังมากเลยนะเว้ยเคยไปเที่ยวบ่อยๆตอนซ้อมลีดอะ ผู้หล่อ บรรยากาศดี ไฮโซหรูหราโคตรมีระดับ แถมเจ้าของผับยังเป็นพี่ปี 4คณะวิดวะอีกด้วย เขาว่ากันว่าอย่างแซบอะแต่ไปทีไรไม่เคยได้เห็นหน้าสักที ดีไม่ดีวันนี้อาจจะได้เห็นเป็นบุญตาสักครั้งก็ได้ใครจะรู้ล่ะ"

ปุยฝ้ายเสนอชื่อผับประจำของเธอกับเพื่อนอีกกลุ่มที่มักจะไปตี้กันตอนที่ซ้อมลีดช่วงปีหนึ่งตอนแรกๆเธอก็ปฏิเสธเหมือนขนมพายไม่มีผิดแต่พอถูกลากไปเที่ยวครั้งสองครั้งเธอกลับติดใจจนไปเที่ยวแทบทุกวัน  บรรยากาศที่นั่นดีมากเป็นผับที่ตกแต่งอย่างหรูหราแต่ราคานักศึกษาแบบตะโกน  

อาหารอร่อยเครื่องดื่มน่าลิ้มลองที่สำคัญวิวดีมากเลยทุกคนเดินไปทางไหนก็มีแต่ผู้หล่อๆจนบางครั้งปุยฝ้ายยังนึกงงว่าผับนี้เขาคัดคนหน้าตาดีมาเที่ยวหรืออย่างไรนะหล่อจนอยากเสียตัวไม่เกินจริงเลยสักนิดถ้าเป็นผับ BlackList

"ฉันเห็นด้วยนะถ้าเป็นผับ Blacklist ได้ยินชื่อมานานแล้วแต่ไม่เคยไปเยือนสักที สาวสวยแบบทิมมี่ต้องไปเปิดประสบการณ์หาผู้หล่อๆสักคนสองคนกลับห้องบ้างแล้วล่ะ”

ทิมมี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงระริกระรี้ในหัวพลันคิดจินตนาการไปถึงผู้ชายหล่อๆที่พากันมาเที่ยวในค่ำคืนนี้อย่างอารมณ์ดี

“โอเคดีลนะทุกคน เดี๋ยวสองทุ่มฉันจะไปรับยัยฝ้ายไปแต่งตัวที่คอนโดแกนะขนมพายวันนี้เราต้องสวยต้องแซบจนผู้น้ำลายไหลไปเลย โดยเฉพาะแกขนมพายวันนี้ฉันจะเปลี่ยนสาวน้อยแสนหวานให้กลายเป็นสาวสวยเซ็กซี่จนได้ผู้ดีๆมาครองไปเลย"

ทิมมี่ยิ้มร่าบอกเพื่อนสาวด้วยความมั่นใจในขณะที่ขนมพายได้แต่รู้สึกตกใจกับคำพูดของเพื่อนสาว

สวยเซ็กซี่จนได้ผู้ดีๆมาครอง

นี่เพื่อนของเธอเมาทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ไปเที่ยวหรืออย่างไรกันนะถึงได้คิดจะหาผู้ชายให้เธอเร็วขนาดนี้เธออายุยังไม่ถึงยี่สิบปีด้วยซ้ำเรื่องความรักเป็นเรื่องที่ไม่เคยอยู่ในหัวหนอนหนังสืออย่างขนมพายเลยแม้แต่น้อย

คอนโดขนมพาย

ภายในห้องชุดสุดหรูสามสาวพากันเลือกชุดอย่างสนุกสนานสำหรับชุดของขนมพายนั้นทิมมี่จัดเต็มชุดเดรสแหวกหลังสีแดงเพลิงเน้นโชว์สัดส่วน อกเป็นอก เอวเป็นเอว ก้นเป็นก้น พร้อมจับเพื่อนสาวแต่งหน้าทาปากแดงอย่างแซบในขณะที่ขนมพายนั้นรู้สึกเขินอายและไม่คุ้นชินกับชุดเดรสที่ค่อนข้างเซ็กซี่แบบชุดนี้เลยสักนิด

"ทิมมี่พายว่าชุดมันโป๊ไปนะพายไม่มั่นใจเลยมันดูโล่งๆยังไงไม่รู้พายไม่ชินเลยอะ"

เสียงหวานใสของขนมพายเอ่ยท้วงเพื่อนรักขึ้นด้วยความเขินอายเพราะข้างหลังโล่งมากจนเธอรู้สึกหวิวๆยังไงไม่รู้

"พายจ๊ะ ชุดนี้สวยและดูแพงมากค่ะเพื่อนสาวที่แกรู้สึกโล่งๆเพราะแกยังไม่ชินน่ะสิ เดี๋ยวพอไปเที่ยวกับพวกฉันบ่อยๆแกก็จะชินไปเองอีกอย่างชุดนี้อะผู้เหลียวมองทุกคนแน่นอนแกเชื่อฉัน"

ทิมมี่บอกเพื่อนรักให้มีความมั่นใจในตัวเองขนมพายเป็นผู้หญิงที่หน้าหวานมีความสวยละมุนแบบน่ารักน่าทะนุถนอมแต่ถ้าได้แต่งตัวแนวเซ็กซี่ขึ้นมาเมื่อไหร่เพื่อนเธอก็สวยฟาดมากทีเดียวหวังว่าคืนนี้เพื่อนสาวของเธอจะเตะตาต้องใจหนุ่มๆที่แสนดีบ้างสักคนสองคนนะ

"ที่นังทิมพูดถูกต้องที่สุดแกใส่ชุดนี้แล้วเปลี่ยนลุคไปเลยจะว่าเซ็กซี่ก็ไม่ใช่ น่ารักก็ไม่เชิง แต่มีเสน่ห์น่ามองที่สุดเชื่อทิมมี่มันเหอะ เซนส์อีทิมมันแม่นนะแกอย่างตอนออกแบบชุดลีดก็อีทิมนี่แหละออกแบบให้เป็นไงล่ะได้ที่หนึ่งสมใจเลย”

ปุยฝ้ายเอ่ยเชียร์ชุดที่ขนมพายใส่อีกคนทำให้ขนมพายที่ในตอนแรกรู้สึกเขินและประหม่าค่อยๆรู้สึกมั่นใจขึ้นทีละนิด

ในเมื่อเพื่อนว่าดีขนมพายก็ว่าดีลองเปลี่ยนตัวเองดูบ้างก็ไม่เสียหายนี่นา เธอก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าพอแต่งชุดแบบนี้แล้วเธอจะสวยเซ็กซี่จนผู้เหลียวมองแบบที่ทิมมี่บอกหรือเปล่านะ

ตอน 3

Blacklist pub

เสียงเพลงบีชหนักๆ ดนตรีจังหวะมันๆ เหล่าผีเสื้อราตรีทั้งหลายซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นนักศึกษากันทั้งนั้น ต่างพากันยักย้ายส่ายสะโพกด้วยความเมามันไปกับจังหวะเสียงเพลง

ขนมพายกับการเหยียบย่างเข้ามาในผับครั้งแรกรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับกลิ่นอายและบรรยากาศที่น่าดึงดูดของผับแห่งนี้เป็นอย่างมาก ร่างเล็กสมส่วนที่วันนี้มาในชุดเดรสสุดเซ็กซี่ต่างเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจสำหรับผู้ชายหลายๆคน

ด้วยความที่สูงไม่มาก 165 เซนติเมตร และหน้าอกที่โดดเด่น Cup C ทำให้ชุดที่ใส่มาวันนี้แทบจะปิดไม่มิด ผิวขาวราวน้ำนมทำให้เธอโดดเด่นท่ามกลางแสง สี เสียง

ภายในผับมีทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นแรกจะเป็นโซนนั่งดริ๊งก์ ส่วนที่ชั้น 2 นั้นเป็นโซน VIP ที่มีความเป็นส่วนตัวถูกออกแบบมาให้สำหรับผู้ที่ชอบนั่งคุยกันชิลๆ

สำหรับชั้นสุดท้ายชั้น 3 เป็นห้องพักที่มีลักษณะคล้ายๆห้องพักในโรงแรม เอาไว้บริการให้กับสายเมาที่ไม่สามารถขับรถกลับที่พักได้ และเป็นที่สำหรับชายหญิงบางคนที่เกิดถูกใจกันแบบ one night stand ก็จะพากันมาต่อที่ชั้นนี้

 เมื่อได้ที่นั่งกันเรียบร้อยแล้วโดยทิมมี่เลือกเป็นโซนชั้น 1 เพื่อที่เธอจะได้ดื่มและเต้นให้เต็มที่ บนโต๊ะมีเหล้านอกราคาแพงที่ดีกรีก็แรงไม่แพ้ราคาตั้งอยู่พร้อมมิกเซอร์ แต่สำหรับขนมพายนั้นเพื่อนสาวสั่งให้เพียง Cocktail ที่เป็นเหล้าผสมกับน้ำผลไม้เท่านั้น

 "โอ๊ย บรรยากาศดีอะแก ผู้ดี เพลงเพราะ กระเทยชอบ พี่เขาออกแบบผับได้ดูมีระดับมากแกดูสิ"

ทิมมี่ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมกับมองไปยังบรรยากาศรอบๆด้วยความชอบใจ

"ก็บอกแล้วไงว่ามันเริ่ด มากี่ทีบรรยากาศก็ไม่เคยเปลี่ยนเหมาะแก่การตกผู้กลับบ้านสักคนสองคนจริงๆ เป็นยังไงบ้างพายแกโอเคไหม"

ปุยฝ้ายหันมาถามขนมพายที่นั่งมองบรรยากาศรอบๆด้วยความตื่นตาตื่นใจ กับประสบการณ์แปลกใหม่ที่เธอเพิ่งเคยสัมผัส

 "อืม ก็โอเคอยู่นะฝ้าย เพิ่งมาครั้งแรกมันก็ตื่นเต้นนิดหน่อยอะ  แต่ก็ดีลองเปลี่ยนบรรยากาศจากห้องนอนมาเป็นร้านเหล้ามันก็ Feel Good ไปอีกแบบ แล้วอีกอย่างนะเครื่องดื่มที่ฝ้ายสั่งให้ก็อร่อยดีพายเพิ่งเคยดื่ม"

ขนมพายตอบเพื่อนด้วยรอยยิ้ม รสชาติขมเล็กน้อยตัดกับน้ำผลไม้รสหวานทำให้ขนมพายที่ไม่เคยดื่มของมึนเมารู้สึกติดใจขึ้นมาทีละน้อย อร่อยแฮะขมๆปนหวานๆกลมกล่อมเข้ากันดีคนที่เพิ่งเคยลองคิดในใจก่อนจะยกเครื่องดื่มขึ้นจิบเรื่อยๆ

"มาๆมาชนแก้วกันฉลองให้กับการเป็นพี่ปีสองของพวกเรา เย่ เย่ "

ทิมมี่ชวนเพื่อนสาวทั้งสองชนแก้วกันแก้วแล้วแก้วเล่าจนเริ่มมึนเมาได้ที่ก็ชวนกันออกไปเต้นกลางฟลอร์ ขนมพายที่เพิ่งมาครั้งแรกรู้สึกสนุกสนานเธอจึงปลดปล่อยตัวเองไปกับเสียงเพลงอย่างเต็มที่โดยที่ไม่รู้เลยว่า อันตราย กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวทุกที

มุมหนึ่งของโซน VIP

มิ้นท์ เซนท์ ออกัส สามหนุ่มหล่อแห่งคณะวิศวกรรม กำลังนั่งคุยกันพร้อมกินเหล้าไปอย่างเงียบๆ มันเป็นมุมประจำของพวกเขาที่สามารถมองลงไปเช็คความเรียบร้อยของผับได้เป็นอย่างดี

เพราะผับแห่งนี้มิ้นท์เป็นเจ้าของเพิ่งเปิดมาได้ 2 ปีด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเขาเอง ถึงแม้ทางบ้านเขาจะรวยมากแค่ไหนแต่เขาก็อยากจะทำอะไรให้สำเร็จด้วยความพยายามของตัวเขาเอง

"เออ ไอ้เซนท์ ช่วงนี้ที่สนามมึงเป็นยังไงบ้างวะ ได้ข่าวว่ามีพวกห้าวตีนมาท้าแข่งรถบ่อยๆนี่"

ออกัสเอ่ยถามเซนท์ด้วยความสนใจกับข่าวใหม่ที่ได้ยินมา เพราะส่วนใหญ่เวลาเลิกเรียนถ้าไม่อยู่ที่ร้านไอ้มิ้นท์ก็จะเป็นสนามแข่งรถไอ้เซนท์มีแค่สองที่ ๆพวกเขาจะไป

"ก็ไม่ยังไงว่ะมึง อ่อนว่ะ พวกเด็กบ้านรวย พ่อแม่สปอยล์ พอแข่งแพ้ก็ห้าวตีนฉิบหาย กูไม่หวดมันยับก็ดีแค่ไหนล่ะ"

เซนท์บอกเพื่อนอย่างไม่ค่อยสนใจกับพวกที่มาห้าวในสนามของเขาสักเท่าไหร่ มือหนาควงแก้วเหล้าในมือเล่นไปมาก่อนที่จะยกขึ้นดื่ม

"มึงก็ปล่อยๆพวกมันไปเหอะว่ะ มันยังเด็กอยู่ยังคิดกันไม่เป็นหรอก"

"กูก็ไม่ได้จะอะไรกับพวกเด็กเวรนั่นหรอก กูแค่เบื่อที่ต้องมาคอยห้ามพวกแม่งตีกันนี่แหละ เสียเวลาซั่มสาวฉิบหาย พวกเวร"

บ่นอย่างหัวเสียกับเรื่องที่เพิ่งผ่านมาเขากำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกับผู้หญิงที่มาเสนอตัว พวกแม่งก็ตีกันทำเอาเขาหมดอารมณ์อยากไปเลย

"เบาได้เบาเพื่อน กูกลัวมึงเป็นเอดส์ตายก่อนจะเรียนจบ"

มิ้นท์เอ่ยแซวเพื่อนอย่างไม่จริงจังนัก ถึงเพื่อนเขาจะฟาดไม่ยั้งแต่เขาก็มั่นใจว่ามันป้องกันตัวเองดีแน่นอน

"โห เพื่อนมิ้นท์มึงว่านี่ใคร กูเซนท์ไง เซนท์เพื่อนมึงไง ระดับเซนท์แล้วทานโทษครับยืดอกพกถุงว่ะครับ"

เซนท์ชี้มาที่ตัวเองแล้วยืดอกอย่างมั่นใจระดับเขาไม่มีพลาดแน่นอนครับทุกคน

"ว่าแต่กูแล้วมึงอะ เยดุ นะครับเพื่อน ได้ข่าวอาทิตย์นี้ฟาดไปสองคนแล้วนี่"

เซนท์หันมาแซวเพื่อนอย่างรู้ทันกัน มิ้นท์ได้แต่กระตุกยิ้มมุมปากน้อยๆก่อนจะตอบกลับเซนท์ทันที

"ผู้หญิงเสนอ กูก็แค่สนอง วินวินกันทั้งสองฝ่ายไงไม่เห็นต้องคิดไรมาก"

พูดจบก็กระดกเหล้าเข้าปากรสขมของเหล้าไม่ได้ทำให้ผู้ชายที่คอแข็งแบบมิ้นท์รู้สึกมึนเลยแม้แต่น้อย เพราะพากันนั่งเล่น นั่งชิล กินเหล้ามาตั้งแต่สองทุ่มจนตอนนี้ใกล้จะเที่ยงคืนยังไม่มีใครเมาเลยสักคน เพราะนั่นคือเรื่องที่ดีที่จะไม่ต้องแบกพวกเพื่อนเวรขึ้นห้อง

เวลาเมาแล้วเรื้อนเหมือนหมาฉิบหาย

โซนชั้น 1 ของผับ

โต๊ะของสามสาวตอนนี้ปุยฝ้ายได้ฟุบลงไปบนโต๊ะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในขณะที่ทิมมี่แค่มึนๆเพราะตี้บ่อยเธอเลยค่อนข้างคอแข็ง

ในขณะที่ขนมพายอยู่ในอาการมึนขั้นสุด เพราะความอร่อยของ Cocktail ที่เธอเพิ่งเคยลิ้มลองทำเอาเธอมึนหัวไปหมดแล้วตอนนี้

"พายแกนั่งอยู่กับนังฝ้ายตรงนี้นะเฝ้ามันหน่อย เดี๋ยวกระเทยมาปวดฉี่ไปฉี่แป๊บ กลับมาแล้วเราค่อยกลับคอนโดกันแกอย่าหายไปไหนนะพาย ใครเอาอะไรมาให้กินก็ห้ามกินนะรู้ไหม หืม"

"อือ ทีมมี่ปายเหอะ ม่ายต้องห่วงพายนะ คิก คิก"

กำชับเพื่อนสาวเสร็จทิมมี่ก็รีบวิ่งไปทางห้องน้ำอย่างไว เพราะดื่มไปค่อนข้างเยอะเธอเลยฉี่บ่อยเป็นพิเศษ เมื่อเพื่อนสาววิ่งหายไปทางห้องน้ำแล้ว

ขนมพายที่สติหายไปเกินครึ่งก็พยายามเขย่าแขนปุยฝ้ายให้ตื่น แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับจากปุยฝ้ายเลยสักนิด ตอนนี้เธอหนักหัวมากใกล้จะฟุบลงบนโต๊ะไปอีกคนแล้ว แต่สติที่มีอยู่น้อยนิดสั่งให้เธอห้ามฟุบโดยเด็ดขาด

"สวัสดีคนสวยชื่อไรอะ เราชื่อบอสนะเพื่อนไปไหนล่ะทำไมนั่งกันสองคนสักแก้วหน่อยไหม"

บอส ลูกค้าประจำของผับเมื่อสบโอกาสก็รีบลุกจากโต๊ะถือแก้วเหล้ามาที่โต๊ะของขนมพายทันที เขาเห็นเธอตั้งแต่เข้าผับมาแล้วสวยเซ็กซี่สะดุดตาเขามาก

และวันนี้เขาต้องได้เธอกลับไปนอนครางที่ใต้ร่างเขาให้ได้ หึ ขนมพายพยายามลืมตาขึ้นด้วยความยากลำบาก เมื่อมีผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเธอไม่รู้จักเดินเข้ามาทักทาย

 "คือเพื่อนราวปายเข้าห้องน้ำอะ ราวรอเพื่อนราวอยู่"

ขนมพายตอบบอสด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ใจอยากเดินหนีไปจากตรงนี้มาก แต่ติดที่ทิ้งปุยฝ้ายไว้คนเดียวไม่ได้กลัวก็กลัว ห่วงเพื่อนก็ห่วง

บอสขยับเข้ามาใกล้ๆขนมพายมือข้างที่ว่างก็ถือวิสาสะโอบเอวขนมพายไปด้วย พลางแอบสูดกลิ่นหอมจากเรือนผมสวยด้วยสีหน้าหื่นสุดฤทธิ์พร้อมก้มลงไปกระซิบที่ข้างหูแผ่วเบา

"ไปต่อที่ห้องด้วยกันไหมครับคนสวย"

ขนมพายเบิกตากว้างด้วยความตกใจที่โดนมือหนาโอบเอวอย่างจาบจ้วง พร้อมกับประโยคคำถามที่พอได้ฟังกลับรู้สึกขยะแขยงจนแทบอยากจะอาเจียนออกมา เธอใช้แรงที่มีอยู่น้อยนิดพยายามสะบัดแขนที่เกาะเอวแน่นราวคีมเหล็กออกแต่ทำยังไงก็ไม่ออกสักที

"นี่ ปล่อยเรานะมากอดเราทำไม ปล่อยเดี๋ยวนี้"

ขนมพายพยายามประคองสติก่อนจะตะโกนบอกผู้ชายแปลกให้ปล่อยเธอแค่นี้เธอก็สะอิดสะเอียนจะแย่แล้ว

บอสยิ้มเยาะมุมปากด้วยความหยามใจ เธอเมาแบบนี้จะทำอะไรเขาได้แค่แรงจะปัดมือเขาออกยังไม่มีเลย ผู้หญิงอะไรตัวหอม ผิวเนียนนุ่มนิ่ม ลื่นมือไปทั้งตัวจริงๆไหนจะหน้าอกที่ใหญ่เกินตัวนั่นอีกแค่คิดสิ่งที่อยู่ใต้กางเกงก็เริ่มมีปฏิกิริยาทันที

"แหม คนสวย กอดนิดกอดหน่อยทำเป็นหวงตัวงั้นเอาแบบนี้ดีกว่า ถ้าเธอยอมดื่มเหล้าแก้วนี้ให้หมดเราสัญญาว่าจะปล่อยเธอทันที"

บอสยื่นข้อเสนอที่ทำเอาขนมพายหยุดดิ้นทันทีที่ได้ยิน  เธอนิ่งอย่างใช้ความคิดสุดท้ายเธอก็ตัดสินใจ

"เธอพูดจริงนะถ้าเราดื่มเธอต้องปล่อยเรา"

เสียงหวานแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความโมโหที่อยู่ๆก็ต้องมาเจอผู้ชายเลวๆแบบนี้

"ลูกผู้ชาย คำไหนคำนั้น"

บอสยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะยักไหล่ให้ขนมพายเล็กน้อย

จบคำพูดนั้นขนมพายก็แย่งแก้วเหล้ามาจากมือของบอส ก่อนที่จะยกแก้วเหล้าขึ้นจิบนิดหนึ่งหน้าสวยเบะน้อยๆด้วยความขม ทั้งขมทั้งแสบคอพากันกินเข้าไปได้ยังไงแต่พอเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้ชายที่กอดเอวเธออยู่ก็เจอกับสายตากดดัน

ทำให้เธอกลั้นใจยกแก้วเหล้ากระดกรวดเดียวจนหมดแก้ว รสชาติขมฝาดคอของเหล้าราคาแพงค่อยๆไหลผ่านลำคอของเธอลงไปด้วยความยากลำบาก ก่อนจะส่งแก้วคืนให้ผู้ชายแปลกหน้าคนนี้

 "หมดแล้ว เอาคืนไป แล้วก็ปล่อยเราได้แล้ว"

บอสยอมปล่อยมือออกจากเอวขนมพายทันที เขายอมถอยโดยง่ายเพราะยังไงเธอก็หนีไม่พ้นเขาหรอกคนสวย เพราะเหล้าแก้วนี้มันผสม ยาปลุกเซ็กซ์ ยังไงล่ะ หึหึ

หลังจากที่บอสเดินออกไปจังหวะเดียวกับที่ทิมมี่กลับมาพอดี

"โทษทีพาย ห้องน้ำคนเยอะมากต่อคิวยาวเป็น 2 แถวเลย แล้วทำไมทำหน้างั้นอะ หน้าแกมันฟ้องว่ายี้มากเลย"

ทิมมี่ทักเพื่อนสาวด้วยความสงสัยก่อนไปยังดีๆอยู่เลย ทำไมกลับมาถึงหน้ายี้แบบนี้ล่ะไม่ใช่ไปรับอะไรใครมาดื่มหรอกนะ

"อ๋อ ปะ เปล่านะ พอดีพายหนักหัวนิดหน่อย เรากลับกันเหอะทิมมี่นี่ก็ดึกแล้ว"

เธอเลือกจะปฏิเสธข้อสงสัยของเพื่อนไหนๆทิมมี่ก็กลับมาแล้วจะได้กลับบ้านกันสักที ทิมมี่ตรงเข้าไปประคองปุยฝ้ายที่ฟุบกับโต๊ะให้ลุกขึ้นมา

ส่วนคนเมาที่ถูกประคองจิ๊ปากราวกับโดนขัดใจที่ถูกปลุก แต่ก็ยอมเดินตามเพื่อนที่ค่อยๆประคองตัวเองออกจากผับอย่างทุลักทุเล

"พายแกเดินตามหลังฉันมานะเดินให้ทันจับแขนนังฝ้ายไว้ห้ามหลงกันนะ"

ทิมมี่ที่ประคองปุยฝ้ายอยู่หันมาสั่งเพื่อนส่วนขนมพายนั้นพยักหน้า อืออา ตอบรับทั้งๆที่ตอนนี้เธอแทบจะเดินไม่ไหวแล้ว

ขนมพายพยายามประคองสติที่มีอยู่ขอทางเหล่านักเต้นและเดินตามทิมมี่ออกไป โดยที่ไม่รู้เลยว่าข้างหลังเธอบอสกำลังเดินตามมาเงียบๆรอจังหวะตะครุบเหยื่อ จนเมื่อถึงบันไดที่เป็นทางเชื่อมขึ้นไปยังโซน VIP ชั้น 2 ขนมพายที่เดินก้มหน้าก้มตาก็ชนเข้ากับผู้ชายคนหนึ่งด้วยความไม่ตั้งใจ

พลั่ก

ร่างบอบบางปะทะกับร่างสูงสมส่วนแบบบุรุษเพศ กลิ่นหอมอ่อนๆจากร่างสูงปะทะจมูกเธออย่างจัง ขนมพายที่ไม่ทันระวังตัวเกือบหกล้มหน้าคะมำ ดีที่มิ้นท์คว้าเข้าที่เอวของเธอเข้ามาหาตัวกันเธอล้มลงไปนอนกองกับพื้น

"อะ เอ่อ ขอโทษค่ะ พายไม่ได้ตั้งใจ"

เอ่ยปากพูดขอโทษไปสองมือก็จับเอวหนาไว้แน่นกันล้ม หน้าก็ฟุบลงบนอกด้วยความไม่ตั้งใจ

บอสที่ตามมาเงียบๆหยุดชะงักทันทีเมื่อเห็นเฮียมิ้นท์เจ้าของผับแห่งนี้ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดกำลังยืนกอดเอวสาวสวยที่ตัวเองเล็งไว้ด้วยความตกใจ

แต่ก็ทำใจดีสู้เสือหมายจะเข้าไปดึงขนมพายออกจากมาจากอ้อมกอดของมิ้นท์ แต่พอเจอสายตาดุๆที่ตวัดมองมาทำเอามือที่กำลังจะเอื้อมไปคว้าแขนของขนมพายทิ้งลงข้างตัวทันที

"ใคร ผู้หญิงที่มึงเล็งไว้ หรือ แฟนมึง"

ริมฝีปากสีชมพูออกคล้ำนิดๆเนื่องจากสูบบุหรี่จัดเอ่ยปากถามทันทีที่เห็นบอสยื่นมือมาหมายจะแย่งขนมพายไปจากอ้อมกอดของเขา

"เอ่อ คือ "

บอสเลิ่กลั่กอย่างลังเลปากยังไม่ยอมขยับไม่รู้จะตอบเฮียมิ้นท์ว่ายังไงดีเพราะเขายังไม่มีแฟนน่ะสิ

เพียงแค่นั้นมิ้นท์ก็ได้คำตอบเขาไม่ใช่คนโง่ที่จะมองไม่ออก เพราะถ้าสองคนนี้เป็นแฟนกันต้องออกมาด้วยกัน ผู้หญิงในอ้อมกอดเขาท่าจะเมาหนักมาก ไอ้บอสมันต้องช่วยประคองสิไม่ใช่เดินตามหลังมาแบบนี้

"มึงอย่ามาทำเลวในผับของกู เรื่องแบบนี้กูไม่ว่าแต่เขาต้องเต็มใจไม่ใช่มึงมาตามหลังคอยฉุดเขาแบบนี้"

เมื่อเจอประโยคฟาดแสกหน้าจากปากเจ้าของผับ บอสก็ล่าถอยออกมาทันทีเพราะเขาไม่อยากเสี่ยงและไม่อยากมีปัญหากับมิ้นท์

"ขอโทษครับเฮียงั้นผมขอตัวก่อนนะครับ"

ปากพูดกับร่างสูงแต่สายตาเสมองขนมพายในอ้อมกอดของเฮียมิ้นท์ด้วยความเสียดาย ก่อนจะตัดใจหันหลังเดินกลับไปหาเพื่อนที่โต๊ะ

ทางด้านขนมพายเมื่อเจออกนุ่มๆเข้าไปเธอก็ซบลงทันที ตอนนี้สติเธอกำลังจะหายไปมือบางที่เกาะเอวหนาไว้หลวมๆในทีแรกตวัดแขนกอดเอวหนาไว้อย่างแนบแน่น

 "เฮ้ยเธอ ตื่น ตื่นสิ"

มิ้นท์เขย่าแขนคนตรงหน้าเพื่อเรียกสติ มือขวาตบแก้มนุ่มๆของเธอเบาๆ แต่ไม่มีทีท่าว่าเธอจะตื่นขึ้นมาเลยสักนิดท่าจะเมาหนักมากแฮะ

"แก้มนุ่มฉิบหาย"

พึมพำเสียงเบาอยู่คนเดียว เมื่อมือใหญ่สัมผัสโดนแก้มใสเนียนนุ่มนั้น

"งืม งืม พ่อขาพายขอนอนก่อนนะ พายง่วง พายขอนอนน้า"

ปากพูด มือก็รัดเอวหนาแน่นยิ่งขึ้นไปอีก มิ้นท์ยกมือขึ้นตบหน้าฝากด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ เวรกรรมอะไรของเขาว่ะเนี่ยที่ต้องมาเจอยายขี้เมาคนนี้

ถึงเขาจะเป็นเสือที่ชอบขย้ำเหยื่อเมื่อสบโอกาส แต่เขาก็เป็นสุภาพบุรุษมากพอที่จะไม่ถือโอกาสทำอะไรกับคนเมาหรอกนะเว้ย

"เธอ ตื่นสิ มากับใคร เพื่อนไปไหน"

ไร้เสียงตอบรับจากร่างบางมีเพียงสีหน้าที่ดูมีความสุขและปากที่ยิ้มน้อยๆ เหมือนเด็กน้อยที่กำลังนอนหลับฝันดี

"เวรเอ้ย"

มิ้นท์สบถคำหยาบออกมาอย่างหัวเสียความตั้งใจที่จะลงมาสำรวจความเรียบร้อยของด้านล่างผับหายไปทันที ก่อนจะก้มลงช้อนอุ้มร่างบางขึ้นมาแนบอก แล้วเดินไปกดลิฟต์ส่วนตัวที่มีเพียงเขาและเพื่อนๆเท่านั้นที่สามารถใช้ได้ขึ้นไปที่ห้องพักส่วนตัวของเขาที่ชั้น3 ทันที

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน

รักละมุน

ตอนที่ 1
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED