“กรี๊ด!!!!”
เสียงกรีดร้องของหญิงสาวพร้อมกับเสียงบางอย่างหล่นลงพื้นถนนทำให้อรุณ บอดี้การ์ดของฟ้า แผ่นฟ้าทำหน้าตกใจ เขาเพียงก้มลงหยิบโทรศัพท์มือถือที่ตกลงไปที่พื้น แต่จังหวะที่เงยหน้าขึ้นเขากับรู้สึกว่าเฉี่ยวชนเข้ากับบางอย่างเข้า พอมองดูกระจกหลังก็พบนักศึกษาคนหนึ่งนอนกองอยู่กับพื้นใกล้กับรถจักรยานคันสีชมพู เขารีบจอดรถแล้วลงจากรถไปดูเหตุการณ์ในทันที
“เห้ย!!!ซวยแล้วไอ้อรุณเอ๊ย....” อรุณสบถออกมาขณะที่รีบจอดรถที่ข้างทางแล้วลงไปดู
“น้อง...น้อง.... เป็นอะไรไหม”
เขาเอ่ยถามออกมาพร้อมทั้งสำรวจร่างกายของเธอ หญิงสาวที่ล้มลงไปกับพื้นเงยหน้าขึ้นมาดูก่อนที่จะตอบออกมา
“ไม่เป็นไรค่ะพี่ แต่..โอ๊ย!!!” ข้อศอกของเธอเลือดไหล แถมขายังขยับไม่ได้
“ไม่เป็นไรได้ไง ไหนดูซิ”
เฟรนด์ จุฑารัตน์ถึงแม้จะรู้สึกโมโหในตอนแรก แต่พอได้เห็นถึงความมีน้ำใจของคนที่ขับรถมาเฉี่ยวเธอความโกรธในตอนแรกก็เบาบางลง
“ไม่ได้การล่ะ... ไปหาหมอเถอะ”
เขาไม่ฟังเสียงปฏิเสธของเธอเลยแม้แต่น้อย ท่อนแขนแข็งแรงสอดมาประคองก่อนที่จะอุ้มเธอตัวลอยเข้าไปในรถเบนซ์สุดหรูที่ไม่รู้ว่าเป็นของเขาหรือเปล่า แต่เขาแต่งกายคล้ายกับทำงานเป็นผู้คุ้มกันหรือพวกบอดี้การ์ดให้กับพวกคนมีเงิน
เฟรนด์ จุฑารัตน์นั่งนิ่งยอมให้ชายหนุ่มพาเธอไปโรงพยาบาลแต่โดยดี อรุณจัดการค่ารักษาพยาบาล และให้เด็กสาวได้พักฟื้นอยู่ที่ห้องพิเศษ เขานั่งรอเพื่อนสนิทของเด็กสาวอยู่ครู่ใหญ่กว่าที่เธอจะเดินทางมาถึงโรงพยาบาล
แต่พอมาเพื่อนสนิทของเธอมาถึงก็โวยวาย ด่าว่าเขาที่เขาทำให้เพื่อนของเธอเจ็บ อรุณมองเด็กสาวที่มีใบหน้าสะสวยแต่ทว่าฝีปากกล้าด้วยสายตาทึ่งๆ เธอช่างไม่กลัวเขาที่แต่งชุดดำน่าเกรงขามแบบนี้ เขากลับรู้สึกขำเสียด้วยซ้ำเมื่อมองไปยังเด็กสาวบนเตียงที่ส่งยิ้มแหยๆ มาให้ เขาไม่ได้เถียงเธอกลับ เพราะเขาผิดจริงๆ ที่ทำให้เพื่อนของเธอต้องเจ็บ
“พอเถอะดาว...พี่เขาไม่ได้ตั้งใจ และก็ไม่ได้ชนแล้วหนีด้วย” เฟรนด์ จุฑารัตน์รีบห้ามปรามเพื่อนสนิททันที นั่นแหละสาวสวยในชุดนักศึกษาจึงหยุดต่อว่าคนตัวโต
“ผมขอโทษจริงๆ ครับที่ไม่ทันระวัง ผมจะดูแลรับผิดชอบค่ารักษาให้เพื่อนของคุณจนกว่าจะหายดี” เขาเอาน้ำเย็นเข้าลูบ และก็ดูเหมือนว่าเธอจะใจเย็นลงเพราะคำพูดของเพื่อนสนิทมากกว่าคำพูดของเขา
“มันก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วค่ะ ขอโทษนะคะที่ต่อว่าไปเยอะ”
ดาว ดาราภัสยกมือไหว้หลังจากเอ่ยประโยคแรกจบ อย่างน้อยเขาก็ไม่ทอดทิ้งเพื่อนของเธอ ยังพามารักษาแถมอยู่ห้องพักพิเศษของโรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้อีกต่างหาก เรื่องราวจึงจบลงด้วยดี เขาจึงได้กลับไปหาเจ้านายหนุ่มที่อาณาจักรคูเวอร์เพื่อเดินทางไปไนต์คลับในเย็นวันนี้
แสนพันหมื่นล้านไนต์คลับ
หลังจากที่ส่งคนไปสืบประวัติหญิงสาวที่เดินเข้ามาชนเขาในวันงานหมั้นของพี่สาวฝาแฝด ฟ้า แผ่นฟ้า นิรันนุกุล คูเวอร์ก็เอาแต่เฝ้ารอคอย แต่ผ่านไปเพียงหนึ่งวันข้อมูลทุกอย่างของหญิงสาวที่เขาสนใจก็ถูกนำมาวางไว้ตรงหน้า ดวงตาคมกวาดสายตาไล่อ่านไปตามตัวหนังสือที่บ่งบอกว่าเป็นประวัติของหญิงสาวตั้งแต่แรกเกิดจนถึงปัจจุบัน
“ชีวิตคนเรานี่มันก็ไม่แน่นะ เป็นลูกคุณหนูอยู่ดีๆ พอพ่อแม่เสียก็ไม่มีใครรับดูแลซะอย่างนั้น ญาติแต่ละคนทำไมเห็นแก่ตัวกันจังเลยวะ”
ชายหนุ่มอดที่จะบ่นออกมาไม่ได้เมื่อได้อ่านประวัติของหญิงสาวที่เฝ้าเอาแต่นึกถึงดวงตากลมโตกับปากจิ้มลิ้มของเธอ
‘ดาว ดาราภัส พงษ์วิภา อายุ 20 ปี เป็นลูกสาวคนเดียวของนายพิภพและนางวิลาวรรณ พงษ์วิภา ทั้งนายพิภพและนางวิลาวรรณเสียชีวิตพร้อมกันทั้งคู่เนื่องจากอุบัติเหตุ ตอนนั้นเด็กสาวอายุเพียงสองขวบ ญาติๆ ที่พอจะรับเด็กหญิงไปเลี้ยงได้กลับไม่มีใครอยากจะแบกรับภาระนี้เอาไว้ อดีตครอบครัวนี้เคยมีธุรกิจโรงแรมอยู่หลายแห่งทั่วประเทศ แต่ถูกโกงจึงทำให้ธุรกิจทั้งหมดตกอยู่ในมือญาติทางพ่อ เด็กหญิงถูกรับเลี้ยงโดยสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าตั้งแต่อายุเพียงสองขวบครึ่งจนอายุสิบแปดปี จึงได้ออกมาใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนภายในหอพักของมหาวิทยาลัย ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ปีสอง คณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการโรงแรม’
“ใฝ่ดี รักเรียน เออ... ชื่อสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าคุ้นๆ ใช่ที่ครอบครัวของฉันสนับสนุนและให้ทุนมาตลอดใช่หรือเปล่า” ชายหนุ่มเอ่ยออกมา ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นถามวิรุตและอรุณ
“ใช่ครับเจ้านาย และเด็กคนนี้ก็อยู่ในโครงการที่คุณท่านให้ทุนการศึกษาด้วยครับ” วิชิตตอบ หากแต่อรุณนั้นยังไม่เคยได้เห็นประวัติของเด็กสาวมาก่อนจึงก้มมองรูป
“เอ๊ะ!! ใช่เด็กนั่นจริงๆ ด้วย คนเดียวกันเลยครับ” อรุณเอ่ยออกมาตาเป็นประกาย
“เด็กไหน!!” เสียงเย็นชาของเจ้านายหนุ่มดังขึ้นมาในทันที
“ก็นักศึกษาที่ผมขับรถชนเมื่อวานยังไงล่ะครับ เด็กคนนั้นเป็นเพื่อนของเธอคนนี้ คนในรูปนี่แหละครับ แล้วคนที่โวยวายให้ผมเมื่อวานก็เธออีกนี่แหละ” อรุณรายงานเจ้านายหนุ่ม
“แล้ว... เพื่อนเธอออกจากโรงพยาบาลหรือยัง” เสียงเย็นชาดังออกมาจากผู้เป็นนาย
“ออกเช้าพรุ่งนี้ครับ” อรุณรายงาน
“แล้วเด็กคนนี้คือเพื่อนของเธอคนนั้นแน่เหรอ” แผ่นฟ้าเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ
“แน่ครับ คนเดียวกันครับ”
อรุณตอบออกมาด้วยความมั่นใจ ฟ้า แผ่นฟ้ากวาดสายตาลงไปในประวัติที่วิรุตสืบมาได้อีกครั้งก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองอรุณ
“มีเบอร์ติดต่อของพวกเธอไหม” คำถามที่เจ้านายหนุ่มถามออกมาทำเอาสองบอดี้การ์ดอ้าปากค้าง
“เอ่อ... มีครับ แต่เป็นของน้องที่ผมขับรถเฉี่ยวนะครับ”
อรุณตอบออกมาพร้อมกับค้นเบอร์โทรของนักศึกษาสาวคนที่เขาขับรถเฉี่ยวเมื่อวาน มือหนาจดใส่กระดาษให้เจ้านายหนุ่ม
“ใครบอกว่าจะเอา”
คำตอบของฟ้า แผ่นฟ้าถึงกับทำให้สองบอดี้การ์ดอ้าปากค้าง พร้อมกับทำหน้างุนงงไปตามๆ กัน ร่างสูงโปร่งลุกจากที่นั่งก่อนที่จะเดินลงไปด้านล่างของคลับ สองบอดี้การ์ดหนุ่มไม่รอช้ารีบตามเจ้านายไปเช่นกัน
ร่างระหงในชุดนักศึกษากำลังเยื้องย่างไปเรียนที่ตึกคณะของตนเอง แต่ระหว่างทางก็มีสายตาหลายคู่มองมา นั่นก็เป็นเพราะความสวยของสาวคณะการท่องเที่ยวคนนี้ที่ดึงดูดสายตาให้หนุ่มๆ มองมาเป็นตาเดียวกัน หลายคนแอบสงสัยว่าสวยๆ แบบเธอไปเรียนคณะนิเทศศาสตร์ได้อย่างสบาย อาจจะเป็นเพราะความชอบก็เป็นได้
“ยัยดาว ยัยเฟรนด์เป็นไงบ้าง” เพื่อนในคณะเดียวกันเอ่ยถามขึ้น
“พรุ่งนี้เช้าถึงจะได้ออกจากโรงพยาบาลน่ะ คุณหมอให้นอนดูอาการอีกคืน ไม่ได้เป็นอะไรเยอะหรอก แต่เธอก็รู้ว่าเฟรนด์ไม่ค่อยแข็งแรงเหมือนพวกเรา ฉันเลยอยากให้เฟรนด์ได้พักผ่อนอีกวัน” ดาว ดาราภัสตอบเพื่อนอีกคนขณะที่เดินไปนั่งลงข้างๆ
“จดแลคเชอร์ไว้ให้แล้วนะ อืม...เห็นบอกอยากทำงานพาร์ทไทม์กันใช่เปล่า” วาสนาเอ่ยถาม
“อืม...เธอมีงานแนะนำเราเหรอ” ดาว ดาราภัสตอบก่อนที่จะเอ่ยถามเพื่อนด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ใช่...แต่เป็นงานกลางคืนนะเธอทำได้ไหม” พอได้ยินว่าเป็นงานกลางคืนสีหน้าของคนดีใจก็เจื่อนลง
“งานแบบไหนอะ คงไม่ใช่งานแบบว่าใช่ไหม”
เธอเคยได้ยินเพื่อนๆ เล่าให้ฟังเกี่ยวกับนักศึกษาบางคนที่ไปหางานพิเศษทำเพราะอยากมีของใช้ราคาแพง มีเงินใช้ไม่ขาดมือ
“ไม่ใช่!!! งานรับออเดอร์ เสิร์ฟและก็เก็บร้านพวกนี้แหละ พี่หมิวปีสามคณะเดียวกับเราไง แกหาคนไปทำอยู่ เห็นบอกช่วงนี้ที่ไนต์คลับรับคนเพิ่ม” วาสนาบอกออกมาเสียงเบา
“พี่หมิวเหรอ... อืม เดี๋ยวเราลองไปถามข้อมูลเพิ่มเติมจากพี่เขาดู”
ดาว ดาราภัสทวนชื่อของรุ่นพี่สาวที่ค่อนข้างจะสนิทกันเพราะเคยร่วมงานแคชชวลในโรงแรมกันมาหลายต่อหลายครั้งก่อนที่จะสองสาวจะหยุดคุยกันเพราะอาจารย์เข้ามาภายในห้องพอดี
ช่วงพักกลางวัน ดาว ดาราภัสที่โทรหาพี่หมิว รุ่นพี่ปีสามที่วาสนาเพื่อนอีกคนในกลุ่มแนะนำมาเพื่อคุยเรื่องงาน หมิวรีบปรี่มาหารุ่นน้องที่กำลังนั่งรับประทานอาหารกลางวันอยู่กับวาสนาที่โรงอาหารของมหาวิทยาลัยทันที
“น้องดาว ทำจริงไหม พี่กำลังหาคนไปช่วยงานพอดีเลย” หมิว เอ่ยถามเด็กสาวหน้าสวยอย่างตื่นเต้น
“จริงค่ะ เข้างานกี่โมงแล้วเลิกประมาณกี่โมงคะ”
หญิงสาวเอ่ยถามออกมาเพื่อความแน่ใจว่าการไปทำงานพาร์ทไทม์ในครั้งนี้จะไม่รบกวนเวลาเรียนของเธอ
“เข้างานหนึ่งทุ่ม เลิกงานประมาณตีหนึ่ง เป็นไงไหวหรือเปล่า”
ปีสองยังไม่ได้เรียนหนักเท่าปีสี่ ดาว ดาราภัสจึงตัดสินใจได้ในทันที
“ไหวค่ะพี่หมิว แต่ดาวขอให้ยัยเฟรนด์ไปทำด้วยได้ไหมคะ”
หมิวคิดถึงหน้ารุ่นน้องที่ชื่อเฟรนด์ก็พยักหน้าตกลง เพราะไนต์คลับแห่งนี้ไม่ได้เน้นเรื่องหน้าตาแต่เน้นเรื่องการทำงานคล่องแคล่วและว่องไว สองสาวรุ่นน้องน่าจะทำได้ไม่ยากเพราะเคยผ่านงานเสิร์ฟมาบ้างแล้ว
“แล้วน้องดาวกับน้องเฟรนด์พร้อมไปทำวันไหนล่ะ พี่จะได้แจ้งผู้จัดการร้านเอาไว้ให้ ตอนนี้เขารับคน พี่เลยไม่อยากให้เราสองคนพลาดโอกาส ไม่อยากจะบอกเลยว่าเจ้าของคลับน่ะหล่อมาก แถมไม่ขี้หลี ไม่เจ้าชู้อีกด้วยนะ”
หมิวเอ่ยออกมาพร้อมกับทำหน้าเพ้อฝันยามนึกถึงบอสสุดหล่อ แต่เธอก็แอบคิดอยู่ว่าทำไมเจ้าของไนต์คลับแบบเขาถึงไม่เคยพาสาวๆ มาที่ไนต์คลับหรือคั่วสาวๆ ที่มาเที่ยวในไนต์คลับเลยสักครั้ง หรือที่คนเขานินทาว่าบอสสุดหล่อแต่เย็นชาของเธอเป็นเกย์นั้นเป็นเรื่องจริง
เสียงที่ดังอึกทึกอยู่ภายในคลับสุดหรูทำให้ดาว ดาราภัสรู้สึกลังเลอยู่ไม่น้อย เธอได้รับคำแนะนำจากรุ่นพี่ที่คณะให้มาสมัครงานที่นี่ เพราะลูกค้าที่นี่ส่วนมากจะไม่น่ากลัวเท่าคลับอื่นที่มักจะลวนลามพนักงานสาวๆ และเธอก็ได้รับรู้มาว่าเจ้าของคลับแห่งนี้ใจดีและไม่เคยเอาเปรียบพนักงานของตนเองเธอจึงตัดสินใจมา ถ้าลูกค้าดีเจ้านายดี เพื่อนร่วมงานดี เท่านี้มันก็เพียงพอแล้วสำหรับเด็กสาวที่โชคไม่ดีเหมือนกับเธอ
“ดาว...มาสิ ผู้จัดการร้านรออยู่ แล้วเฟรนด์ยังมาไม่ได้ใช่ไหม”
เสียงของพี่หมิวรุ่นพี่ปีสามคณะเดียวกันกับเธอเอ่ยถามออกมาเมื่อมองหาเด็กสาวที่เธอเห็นเป็นน้องเป็นนุ่งอีกคนก็ไม่เห็น
“เมื่อวานก่อนเฟรนด์ประสบอุบัติเหตุน่ะค่ะ วันนี้เลยยังนอนอยู่ที่โรงพยาบาล”
ดาว ดาราภัสตอบก่อนที่จะเดินไปหา เมื่อวานตอนที่พี่หมิวถามพร้อมไปทำวันไหน เธอยังไม่ทันตอบ รุ่นพี่สาวก็รีบเข้าเรียนไปเสียก่อนจึงไม่ทันได้คุยกัน
“อ้าว! อย่างนั้นเหรอ น้องเฟรนด์เป็นอะไรมากเปล่า” หมิวเอ่ยถามออกมาด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นอะไรมากแล้วค่ะ พรุ่งนี้เช้าคุณหมอก็อนุญาตให้ออกแล้ว” ดาว ดาราภัสตอบพร้อมกับส่งยิ้มให้ก่อนที่จะเอ่ยถามอีกประโยคออกไป
“พี่หมิว เจ้าของร้านใจดีจริงๆ ใช่ไหมคะ แล้วแขกที่นี่มือไวหรือเปล่า คือ... ดาวกลัวน่ะ” หญิงสาววัยสะพรั่งผู้ที่ไม่เคยผ่านมือชายใดมาเอ่ยถามรุ่นพี่ออกมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“คลับนี้ไว้ใจได้ ไม่มีเรื่องค้าประเวณีแน่นอน นอกจากไปติดต่อกันนอกคลับ แต่พี่ว่าเราคงไม่เดือดร้อนจนถึงขั้นจะต้องไปเป็นเด็กของใครหรอกมั้งดาว”
ความสวยของดาว ดาราภัสอดทำให้เธอนึกเป็นห่วงไม่ได้หากจะต้องทำงานกลางคืน แต่ที่คลับแสนพันหมื่นล้านแห่งนี้ บอสทั้งหล่อและใจดี แถมไม่เคยมีประวัติคั่วผู้หญิงให้เห็นเลย แม้จะมีผู้หญิงมากหน้าหลายตาเทียวมาอ่อยบอสอยู่เป็นประจำก็ตาม
“ไม่หรอกจ้ะ ดาวแค่อยากหารายได้เสริม พอดีงานที่โรงแรมมีแต่งานแคชชวล มันไม่ได้มีให้ดาวทำทุกวัน ดาวเลยต้องตัดสินใจมาหางานกลางคืนทำ”
หญิงสาวบอกออกมา เฉพาะเงินค่าเทอมเธอได้รับทุนกับเพื่อนสองคนก็จริง แต่ค่ากินค่าอยู่เธอก็ต้องหามาจ่ายด้วยตนเอง
“บอสใจดี ลูกค้าที่นี่ก็ไม่มือไว ไปเถอะดาว เดี๋ยวพี่จะพาไปแนะนำให้พี่ผู้จัดการร้านรู้จัก”
หมิวจูงมือเด็กสาวเข้าไปทางหลังร้าน ก่อนที่จะแนะนำเด็กสาวให้กับผู้จัดการร้านซึ่งเป็นผู้ชายวัยกลางคนได้รู้จัก เขาเป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพไม่มีสายตาที่จะใช้ลวนลามเด็กสาวแบบที่ผู้จัดการร้านอื่นที่เธอเคยเจอ
ลุงผินพาหญิงสาวขึ้นไปหาบอสใหญ่ที่ห้องทำงานชั้นสองเพื่อแนะนำเธอให้เขาได้รู้จัก เพราะฟ้า แผ่นฟ้ามักจะทำความรู้จักพนักงานที่คลับนี้ทุกคนเพื่อที่จะได้รู้ถึงปัญหาของแต่ละคน หากเขาช่วยแก้ไขได้เขาก็จะช่วยเพราะฉะนั้นพนักงานทุกคนจึงเคารพและรักเขาถึงแม้เขาจะอายุยังน้อยและเย็นชากับพนักงานมากมายก็ตามที
ก๊อก..ก๊อก...ก๊อก....
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้วิรุตเดินไปเปิดก่อนที่เขาจะตาเบิกโพลงเมื่อได้เห็นหญิงสาวที่อยู่ในประวัติที่เขาหามาให้ผู้เป็นนาย ไม่ทันได้ไปหาเหยื่อ เหยื่อกลับเดินมาหา เขาก็อยากจะรู้นักว่าเจ้านายผู้ที่ไม่เคยมองผู้หญิงคนใดทำไมถึงสนใจในตัวเด็กกำพร้าที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากความสวยและหุ่นที่สมส่วน
“ใคร!!” เสียงเย็นชาดังออกมาจนร่างบางรู้สึกสั่นสะท้าน
“ลุงผินน่ะครับ” เสียงวิรุตตอบออกมา
“ผมพาเด็กใหม่มาแนะนำให้เธอได้รู้จักบอสเอาไว้ครับ”
เสียงทุ้มของลุงผิน ผู้จัดการร้านดังออกมา ทำให้ร่างสูงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หนังตัวใหญ่สีดำหมุนตัวกลับมามอง
“สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อดาราภัส พงษ์วิภา หรือดาว ขอฝากเนื้อฝากตัวกับบอสด้วยนะคะ”
หญิงสาวก้มหน้าก่อนที่จะเอ่ยแนะนำตัวเองออกไป ชายหนุ่มมองหญิงสาวตาค้างด้วยไม่คิดว่าแม่สาวสวยที่เขารู้สึกถูกตาต้องใจจะเดินมาหาเขาถึงที่ โดยที่เขายังไม่ได้ออกแรงไปหาเธอเลยสักนิด ริมฝีปากหนาฉีกยิ้มออกมาบางๆ ก่อนที่จะทำสีหน้าเรียบเฉยตามเดิมราวกับว่าเมื่อสักครู่ไม่ได้ยิ้มออกมา
ฟ้า แผ่นฟ้าสำรวจสาวสวยตรงหน้าอีกครั้ง เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาก่อนที่ร่างระหงในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวกับกระโปรงสีดำสั้นเคลียร์หน้าขา สวมรองเท้าผ้าใบสีขาว วันนี้เธอแต่งตัวเข้ากับเด็กที่ร้านได้เป็นอย่างดีทำเอาชายหนุ่มนึกชื่นชมให้กับความพร้อมของเธออยู่ภายในใจ ไม่เพียงแค่ฟ้า แผ่นฟ้าเท่านั้นที่รู้สึกตกใจกับการที่ได้พบเจอเธออีกครั้ง เธอเองก็ตกใจเช่นกัน ไม่นึกว่าคนที่เธอได้พบเจอและบังเอิญชนเขาวันนั้นที่งานหมั้นของซุปตาร์สาวชื่อดังจะกลายมาเป็นเจ้าของไนต์คลับที่เธอเลือกมาทำงานในวันนี้
“ดาราภัส อายุเท่าไหร่ล่ะ แล้วมาทำตำแหน่งอะไร” น้ำเสียงเย็นชาดังออกมาจากริมฝีปากสีแดงอมชมพูธรรมชาติ
"อายุยี่สิบ มาเป็นพนักงานเสิร์ฟค่ะ”
เสียงหวานตอบออกมาแต่ทว่าสายตาคู่สวยกลับมองต่ำลงไปที่พื้น มากกว่าจะที่กล้าสบตากับเขา
“อืม...... ไปทำงานได้ ที่นี่เราอยู่กันแบบครอบครัว ถ้ามีเรื่องหรือมีปัญหาอะไรเกี่ยวกับแขกภายในร้าน แจ้งที่ลุงผินได้เลย เข้าใจไหม”
ฟ้า แผ่นฟ้าเอ่ยออกมาก่อนที่ก้มหน้าลงแสร้งทำเป็นอ่านเอกสารที่อยู่ตรงหน้าโดยไม่สนใจเธออีก
ลุงผินพอเห็นเจ้านายหนุ่มไม่พูดอะไรอีกจึงสะกิดแขนเด็กสาวให้ตามออกไป พอลงไปยังชั้นล่าง ลุงผินก็จัดแจงหน้าที่ให้กับเธอ ซึ่งดาว ดาราภัสก็ทำหน้าที่ของเธอได้เป็นอย่างดีไม่มีขาดตกบกพร่อง และแน่นอนว่าคนสวยๆ แบบเธอย่อมตกเป็นเป้าสายตาของกลุ่มนักเที่ยวและพนักงานภายในร้าน แต่เพราะเจ้านายหนุ่มออกกฎมาว่าห้ามให้มีเหตุการณ์ชู้สาวเกิดขึ้นภายในที่ทำงาน หนุ่มๆ เลยได้แต่เสียดายไปตามๆ กัน
ดาว ดาราภัสเริ่มงานเป็นพนักงานเสิร์ฟและรับออร์เดอร์อย่างคล่องแคล่ว เธอหารู้ไม่ว่าทุกการขยับร่างกายของเธออยู่ในสายตาคมดุจพญาเหยี่ยวของเจ้านายหนุ่มตลอดเวลา สองบอดี้การ์ดหนุ่มถึงกับแปลกใจกับการกระทำของเจ้านาย เพราะก่อนหน้านี้ฟ้า แผ่นฟ้า บอสหนุ่มผู้เย็นชาคนนี้จะสนใจผู้หญิงคนไหน
จนเวลาเที่ยงคืนเด็กๆ ภายในร้านก็ช่วยกันเก็บกวาดร้านและตรวจเช็กไฟฟ้าอีกครั้ง ดาว ดาราภัสกลับพร้อมกับรุ่นพี่ปีสามอย่างหมิว ฟ้า แผ่นฟ้าไม่ลืมที่จะสั่งให้หนึ่งในสองบอดี้การ์ดของเขาติดตามไปคอยดูแลเธอจนถึงหอพักที่ดูเหมือนตอนนี้หญิงสาวจะย้ายหอพักมาอยู่นอกมหาวิทยาลัยแล้ว คงจะเป็นเพราะสะดวกต่อการออกไปหารายได้เสริมมากขึ้น
“ทำไมเธอไม่เข้ามหาวิทยาลัยวะ” อรุณเอ่ยถามลูกน้อง
“พี่อรุณลืมเหรอครับว่าเธอย้ายออกมาอยู่นอกมหาวิทยาลัยแล้ว”
ลูกน้องเอ่ยถามออกมาอย่างขำๆ ก็ลูกพี่ของเขาเพิ่งจะสั่งให้คนไปสืบประวัติเธอเพิ่มและเพิ่งรายงานไปเมื่อเย็นแท้ๆ สงสัยลูกพี่เขาจะลืม
“เออ...จริงด้วยว่ะ มัวแต่งงกับนายหึๆ”
อรุณหัวเราะออกมาเบาๆ สายตาคมก็จ้องมองร่างระหงเดินเข้าหอพักไปจนลับสายตา ถือว่างานของเขาในค่ำคืนนี้สิ้นสุดลง เขาเองก็ไม่เข้าใจเจ้านายหนุ่มเช่นกันว่าจะให้เขาตามดูแลเธอทำไม หรือเจ้านายผู้ที่มีหัวใจเย็นชาจะตกหลุมรักแม่สาวน้อยคนนี้จริงๆ
ดาว ดาราภัสแยกย้ายกับรุ่นพี่ที่หน้าหอพักเพราะอยู่คนละตึกกัน หญิงสาวเดินเข้าห้องไป ห้องนอนที่ว่างเปล่านั้นทำให้เธอรู้สึกเหงาแทบจับใจ เพื่อนที่เคยนอนร่วมเตียงกันก็มาเจ็บป่วย เธอหยุดมองที่นอนว่างเปล่าอยู่ครู่เดียวก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องน้ำขนาดเล็ก แล้วอาบน้ำชำระล้างร่างกายให้สะอาดเพื่อเตรียมตัวเข้านอน
ร่างบางในชุดนอนเสื้อแขนสั้นลายกระต่ายสีชมพูกับกางเกงขายาวสีเดียวกันเดินออกมาจากห้องน้ำหลังจากที่ทำธุระส่วนตัวเสร็จ คืนนี้เธอเลือกที่จะไม่สระผมก่อนนอนเพราะความเหน็ดเหนื่อย ร่างบางที่แสนเหนื่อยล้าเดินตรงไปที่เตียงก่อนที่จะล้มตัวลงนอน เพียงไม่นานเสียงลมหายใจของเธอก็ดังออกมาอย่างสม่ำเสมอ
เช้านี้ร่างบางในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนขายาวซีดๆ สวมรองเท้าผ้าใบให้ความทะมัดทะแมงเยื้องย่างไปตามฟุตบาทก่อนที่จะไปหยุดอยู่ที่ป้ายรถเมล์ ดาว ดาราภัสกำลังจะเดินทางไปโรงพยาบาลเอกชนที่เพื่อนสนิทเข้ารับการรักษาจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อสองวันก่อน วันนี้ เฟรนด์ จุฑารัตน์ก็จะออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว
“ดาว.... มาแล้วเหรอ” เฟรนด์ จุฑารัตน์เรียกขานชื่อของเพื่อนสนิทขณะที่ยังนอนอยู่บนเตียง
“อ้าว ทำไมยังไม่เปลี่ยนชุดอีกล่ะ” ดาว ดาราภัสเอ่ยถามคนที่ยังคงอยู่ในชุดคนป่วย
“รอคุณหมอมาตรวจก่อนน่ะ” คนป่วยตอบยิ้มๆ
“เฟรนด์... แล้วหัวใจเฟรนด์เป็นยังไงบ้าง ไม่มีอะไรผิดปกติใช่ไหม” ดาว ดาราภัสเดินไปนั่งลงที่ข้างเตียงก่อนที่จะคว้ามือเพื่อนมากุมเอาไว้แล้วเอ่ยถามออกมา
“อืม...ดูเหมือนจะไม่เป็นอะไรนะ” คนป่วยตอบยิ้มๆ คนฟังทำหน้าเศร้าทันที
“ทำไมพูดแบบนี้อะ ถ้าเฟรนด์รู้สึกไม่ดีหรือมีปัญหาอะไร เฟรนด์ต้องรีบบอกดาวเลยนะ”
ดาว ดาราภัสกำชับเพื่อน คนฟังพยักหน้าเพื่อให้เพื่อนสบายใจ ถึงแม้เธอจะรู้สึกไม่ค่อยจะดีก็ตามที
สองสาวนั่งคุยกันไปสักพักคุณหมอก็เข้ามาตรวจและอนุญาตให้เฟรนด์ จุฑารัตน์กลับบ้านได้ เพราะอาการบาดเจ็บจากการถูกรถเชี่ยวแล้วจักรยานล้มนั้นดีขึ้นมากแล้ว สองสาวจึงพากันออกจากโรงพยาบาลในเวลาต่อมา ส่วนค่ารักษานั้นคนที่ขับรถเฉี่ยวชนรับผิดชอบเอาไว้หมดแล้ว