ตอน 1

“ณิ วันนี้ตอนเย็นจะได้ย้ายเข้าไปอยู่บ้านใหญ่แล้วใช่มั้ย?” เสียงสาวรุ่นๆ เอ่ยถามร่างบางที่นั่งปลูกดอกไม้อยู่บริเวณสวนหน้าบ้าน เธอเงยหน้าขึ้นไปมองเพื่อนพร้อมพยักหน้ารับก่อนจะเดินไปล้างมือ

“ฉันไม่อยากไป” 

“ไม่ได้หรอก” 

“ทำไมเธอถึงไม่ไป…” 

“เขาไม่ได้เรียกฉัน คัดตัวรอบที่แล้วเธอเป็นคนเดียวที่ผ่านส่วนพวกเราเดี๋ยวก็แยกย้ายกันกลับแล้ว” นิ่มบอกด้วยรอยยิ้ม “ฉันกับคนอื่นๆ ช่วยกันเก็บของใส่กระเป๋าไว้ให้แล้ว” 

“ฉันให้นิ่มไปแทน ฉันไม่อยากไปแล้ว” 

“รู้ว่าไม่คิดจะไปอยู่ที่นั่นแล้วจะเสนอตัวมาทำไม เธอก็รู้ว่าถ้าคุณคาถาเลือกใครก็ต้องป็นคนนั้นไม่มีตัวตายตัวแทนทั้งนั้น” 

“ถ้าไม่คิดอยากไปอยู่กับเขาจะมาเสนอตัวเล่นๆ ให้เสียโอกาสคนอื่นทำไม” ผู้หญิงอีกคนเดินมาหยุดข้างนิ่มพร้อมเอ่ยดวยน้ำเสียงติดตำหนิ

“ฉันไม่ได้เต็มใจมา บอกหลายครั้งแล้ว” 

“ช่างเถอะ กฏก็มีนะให้ใช้ความสามารถของตัวเองเราอาจจะมีอะไรบางอย่างที่ไม่ถูกใจคุณคาถาเขาถึงไม่เลือก” นิ่มหันไปบอกแพงเพราะไม่อยากให้ทั้งคู่มีปากเสียงกันเนื่องจากการมาพักอยู่ที่นี่ต่างมีกฏข้อบังคับต่างๆ ที่ต้องปฏิบัติตาม

“ไปล้างไม้ล้างมืออาบน้ำแต่งตัวรอไป คุณคาถาเขาจะมารับเธอด้วยตัวเองนะ” นิ่มพูดจบก็เดินกลับเข้าไปในบ้าน คณิกาจึงหยัดกายลุกขึ้นยืนมองไปรอบบ้านสองชั้นขนาดกลาง 

ก่อนหน้านี้เคยมีหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกับเธออยู่เกือบยี่สิบกว่าคนซึ่งต่างล้วนสมัครเข้ามาอยู่ที่นี่เพื่อรอการคัดเลือกและถูกคัดออกไปหลายคนจนเหลือเพียงห้าคนและเมื่อหลายวันก่อนเป็นการคัดตัวครั้งสุดท้ายและคณิกาคือผู้หญิงที่ผ่านการคัดเลือกครั้งนี้

การคัดเลือกที่ว่าคือการคัดเลือกหญิงสาวที่จะไปอยู่ใช้ชีวิตกับชายหนุ่มทายาทเศรษฐีพันล้านเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในวัยสามสิบต้นๆ คาถา พันธุ์วิเศษ คือชื่อของเขาที่เหล่าสาวๆ ต่างรู้จัก ชายหนุ่มรูปหล่อพ่อรวยที่อยู่ในวัยทำงานและกำลังเลือกหาภรรยาจากการคัดกรองทุกๆ อย่างด้วยตัวเอง

เพราะอยู่ในช่วงวัยทำงานจึงทำให้เขาไม่มีเวลามามองหาหญิงสาวที่ถูกใจ จึงต้องเปิดรับสมัครสาวโสดที่บริสุทธิ์มาคัดกรองด้วยตัวเองผ่านทางเลขาที่คอยดูแลเรื่องให้ คัดจากเหล่าผู้สมัครทั้งหมดให้เหลือเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น แน่นอนว่าคนนั้นต้องตรงตามคุณสมบัติที่เขาวางไว้

“ถอยไม่ได้ เดินต่อก็ไม่รู้จะไปได้ถึงไหน” หญิงสาวรำพึงกับตัวเองแล้วเดินตรงเข้าไปในบ้านขึ้นไปบนห้องนอนส่วนตัวถอดเสื้อผ้าลงตะกร้าแล้วเดินไปเปิดน้ำใส่อ่างตามด้วยลงไปนอนแช่น้ำ

หญิงสาวคนอื่นที่มาสมัครนั้นต่างมาด้วยความเต็มใจที่จะได้เป็นผู้หญิงของคาถา ต่างจากเธอคณิกาผู้หญิงที่ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะต้องไปอยู่กับผู้ชายที่ไม่เคยรู้จักมักหน้ากันมาก่อน

คณิกาหรือณิ หญิงสาววัยยี่สิบปีที่เพิ่งเรียนจบจากต่างประเทศ กลับมาบ้านได้เพียงวันเดียวแม่แท้ๆ ก็ปรี่เข้ามาบอกว่าบ้านเราล้มละลายมีหนี้ท่วมหัวหากอยากสบายนี่คือทางเลือกที่ดีที่สุดที่แม่หาให้ได้ในตอนนี้ และมันไม่ใช่แค่เธอจะสบายแต่ครอบครัวจะสบายด้วยนี่คือสิ่งที่แม่เธอบอกมา

แม่ไม่ได้เสนอทางเลือกให้อย่างเดียว แม่ยังบีบบังคับเธอด้วยคำพูด (ขู่) ต่างๆ ยกสารพัดเรื่องมากล่าวอ้างกับเธอรวมถึงเรื่องการทดแทนบุญคุณ

เธอที่เพิ่งเรียนจบไม่ได้มีเงินพอจะไปสร้างตัวได้แถมพวกท่านยังส่งเสียเธอเรียนจนจบ เธอไม่มีทางเลือกอื่นและนี่ก็คงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแม้จะไม่เต็มใจก็ตาม

“ณิ ทำอะไรอยู่” นอนคิดอะไรเพลินๆ ไปราวสิบนาทีก็มีเสียงดังมาจากห้องนอน แกร่ก! สักพักประตูก็ถูกเปิดออกพร้อมร่างของนิ่มที่เดินมาหยุดข้างอ่างอาบน้ำ

“…” 

“คุณคาถามาถึงแล้วนะ เขาบอกว่าจะขึ้นมาหา…” นิ่มพูดจบพอดีกับที่มีผู้ชายร่างสูงเดินเข้ามาในห้องน้ำ คณิกายกมือขึ้นมาปิดหน้าอกกับนั่งยกขาตั้งชันทันที ดวงตากลมใสจ้องมองชายหนุ่มที่เดินเข้ามาด้วยสายตาหวาดหวั่นยิ่งโดนเขาจ้องก็ยิ่งประหม่า

“ออกไป” เขาปัดมือไล่นิ่มที่ก็ยอมเดินออกไปอย่างว่าง่าย ส่วนตัวเขาเดินมานั่งยองข้างอ่างอาบน้ำที่คณิกานั่งแช่ตัวอยู่ “วันนี้ผมว่างพอดี เลยอยากมารับคุณด้วยตัวเอง” 

“อ่อ” พยักหน้ารับเบาๆ มือยังคงปิดส่วนนั้นของตัวเองอยู่ ใจดวงน้อยเต้นแรงขึ้นเมื่อได้จ้องมองใบหน้าของเขาใกล้ขนาดนี้ เธอเคยเห็นคาถามาแล้วแต่ส่วนมากจะเห็นจากการวิดีโอคอลหรือรูปภาพมากกว่านับว่านี่เป็นครั้งแรกที่เจอตัวจริง

“ตัวจริงคุณน่ารักกว่าในกล้องอีกนะ” นี่ก็เป็นครั้งแรกของเขาที่ได้เห็นเธอตัวจริงเช่นกัน มือหนายื่นไปจับปอยผมที่หล่นมาปรกหน้าคณิกาขึ้นทัดใบหูให้เธอ

“ขอบคุณค่ะ” 

“เราจะนั่งคุยกันอยู่แบบนี้เหรอครับ?” 

“คุณคาถาช่วยออกไปก่อนได้มั้ยคะ ณิขออาบน้ำแปปเดียว” 

“ถ้าผมบอกว่าไม่ได้ล่ะครับ” 

“ณิคงต้องนั่งอยู่แบบนี้จนกว่าคุณจะออกไป” 

“แบบนั้นคุณคงตัวเปื่อย แต่ผมจะออกไปรอข้างล่างนะครับเพื่อความสะดวกและความสบายใจของคุณ” พูดพร้อมบีบแก้มนุ่มๆ ของเด็กสาวอย่างเอ็นดูก่อนจะลุกขึ้นยืนเดินออกจากห้องไป คณิกาถอนหายใจออกมาแรงๆ แล้วรีบลุกขึ้นไปยืนอาบน้ำถูตัวใต้ฝักบัวแทน

แต่งตัวเรียบร้อยเป็นชุดเดรสสายเดี่ยวกระโปรงยาวคลุมเข่าสีขาว เป็นชุดที่ถูกบังคับว่าต้องใส่หากได้รับคัดเลือกเป็นผู้หญิงของคาถาและแน่นอนว่าเป็นชุดที่เขาซื้อและส่งมาให้เธอเอง คณิกาเลือกที่จะปล่อยผมลงมา ปะแป้งที่หน้า ทาผิว พรหมน้ำหอมเล็กน้อยแล้วจึงเดินลงไปยังชั้นล่าง

“สวัสดีค่ะ…” ลงมาชั้นล่างก็พบว่าคาถากำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่ เธอจึงเอ่ยทักทายเขาเพราะก่อนหน้านี้ยังไม่ได้ทักทาย ชายหนุ่มพยักหน้ารับพร้อมตบลงบนโซฟาข้างกาย คณิกาจึงเดินไปหย่อนสะโพกนั่งลงข้างเขาอย่างว่าง่าย

“เดินทางวันนี้เลยพร้อมมั้ย?” 

“ณิพร้อมค่ะ แต่ว่าคุณคาถาจะไม่เหนื่อยเอาเหรอคะเพิ่งมาถึงเองนะ” เขานั่งเครื่องบินมาจากกรุงเทพฯ เพื่อมารับเธอเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องขึ้นเครื่องต่อจึงกลัวว่าเขาจะเหนื่อยจากการเดินทางหากจะกลับไปตอนนี้

“งั้นผมต้องนอนค้างที่นี่สักคืนสินะ” ขยับแขนไปโอบเอวบางไว้

คณิกาสะดุ้งเล็กน้อยเพราะไม่ชินกับการถูกมือผู้ชายแตะตัว แต่เธอก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรเพียงแต่หันไปมองหน้าเขา “ณินอนกับผมนะครับ” คาถาพูดต่อ ขยี้มวนบุหรี่ใส่จานด้านหน้าจนมันดับแล้วหันกลับมามองหญิงสาวในอ้อมแขน

“ค่ะ” มายืนอยู่จุดนี้แล้ว เธอคงไม่มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธความต้องการของเขา คณิกายิ้มอ่อนๆ ให้คาถาที่กำลังมองหน้าเธออยู่ ฝ่ามือหนาขยับขึ้นมากดท้ายทอยเธอไว้ก่อนจะประกบปากลงไปอย่างไม่เปิดโอกาสให้เด็กสาวได้ตั้งตัวเลยแม้แต่น้อย

ตอน 2

ภายในบ้านจู่ๆ ก็ตกอยู่ภายในความเงียบซะงั้น “เอ่อ คุณคาถาขึ้นไปนอนพักบนห้องของณิก่อนมั้ยคะ” เอ่ยถามคนข้างกายเมื่อหลังจากมอบรสจูบแสนดูดดื่มให้เธอแล้วเขาก็เอนตัวนอนหนุนตักเธอพร้อมหลับตาราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นต่างจากเธอที่นั่งตัวแข็งทื่อใบหน้าแดงระเรื่อใจเต้นตุ้บตั้บอย่างตื่นเต้น

“ผมขอนอนตรงนี้ก่อนได้มั้ยครับ พักสายตาสักแปปเเดี๋ยวผมพาไปตลาดหาซื้ออะไรกิน” 

“ได้ค่ะ ณิแค่กลัวคุณจะนอนไม่สบาย” 

“สบายครับ ได้หนุนตักณิผมนอนสบาย” 

“ถ้างั้นนอนเถอะค่ะ” 

“ครับ” หลับตาลงอีกครั้ง ส่วนคณิกาเธอก็ยกโทรศัพท์ในมือขึ้นมากดเล่นอะไรไประหว่างรอเขาหลับ เธอทักถามนิ่มก็พบว่าออกจากบ้านไปทันทีหลังจากคุณคาถามารวมถึงคนอื่นๆ ก็เช่นกัน

ถึงว่าทำไมบ้านเงียบที่ไหนได้มีเธอกับเขาอยู่แค่สองคน สองคนงั้นเหรอ?

แต่ว่าก็ควรทำใจทำตัวให้ชินสินะ จากนี้ไปจะต้องเจออะไรบ้างก็ไม่รู้ สู้สู้นะคณิกาเธอเป็นคนที่เขาโปรดปรานแล้วก็ควรดีใจและใช้ชีวิตอยู่กับเขาไป

เฮ้ออ! เป็นประโยคปลอบใจตัวเองที่ไม่ได้ทำให้รู้สึกดีเลยจริงๆ

….

“อืมม” ร่างเล็กหยัดกายลุกขึ้นนั่งพร้อมบิดตัวเล็กน้อย มือเล็กยกขึ้นมาปิดปากหาวก่อนจะนิ่งชะงักไป ก่อนหน้านี้เธอจำได้ว่านั่งให้คุณคาถาหนุนตักแล้วไหงตอนนี้กลายเป็นเธอที่นอนสบายอยู่บนที่นอนได้ล่ะ?

แกร่ก! ประตูห้องน้ำถูกเปิดออกโดยคาถา เขานุ่งเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวที่พันรอบเอวไว้อย่างหมิ่นเหม่ตามตัวยังคงมีน้ำเกาะบ่งบอกว่าเขาเพิ่งผ่านการอาบน้ำมา คณิกาหยัดกายลุกขึ้นนั่งยกมือขึ้นมาขยี้ตาตัวเองก่อนจะก้าวลงจากที่นอน

“ณิหลับตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้” บอกเสียงอ่อนๆ ใบหน้าเรียวสวยซับสีเลือดราวกับเขินอายที่เผลอหลับไปแบบไม่รู้ตัว

“เมื่อตอนที่ผมกำลังจะหลับสนิทครับ” 

“อะ อ่อ คุณคาถาคงไม่ได้หลับเลยใช่มั้ยคะ” 

“ก็ประมาณนั้น เดี๋ยวผมเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วพาไปตลาดนะคุณจะไปล้างหน้าล้างตาก่อนรึเปล่า?” 

“อืม ณิขอไปล้างหน้าก่อนนะคะ” พูดจบก็เดินดุ๊กดิ๊กเข้าไปในห้องน้ำจัดการล้างหน้าล้างตาให้ตัวเองสดชื่น “เฮือกก!” หันกลับมาทางประตูห้องน้ำก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อคาถายืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำที่ไม่รู้ว่าเปิดเข้ามาตอนไหน

“ผ้าขนหนูครับ ผมเห็นคุณไม่ได้ถือมันเข้าไป” ยื่นผ้าขนหนูผืนเล็กให้คณิกาที่ก็รับมาซับหน้า ดวงตากลมใสจ้องมองชายหนุ่มร่างสูงไล่สายตาลงมาเรื่อยๆ จนหยุดอยู่ที่หน้าท้องซึ่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามเรียงตัวสวยบ่งบอกว่าเขาเป็นคนรักสุขภาพออกกำลังกายบ่อย

“ผมชอบนะครับเวลาที่คุณมองสำรวจร่างกายผมแบบนี้” 

“ณิ…” 

“คุณต้องแต่งหน้าอีกมั้ยครับ เดี๋ยวผมนั่งเล่นโทรศัพท์รอบนโซฟานะ” พูดจบก็โน้มใบหน้าไปหอมแก้มนุ่มของคนตัวเล็กที่เหมือนจะยังชะงักค้างไปกับประโยคก่อนหน้านี้ของเขาที่จับได้ว่าเธอมองสำรวจ

ก็นะ...ไม่ได้แอบสักหน่อยเขาจะเห็นก็คงไม่แปลกอะไร

“ณิทาแค่ลิปมันกับปะแป้งเล็กน้อย” เสียงหวานกล่าวตามหลังคาถาก่อนที่เท้าบางจะเดินไปหยุดหน้าโต๊ะเครื่องแป้งหยิบแป้งฝุ่นมาทาพร้อมเคลือบปากด้วยลิปมันเพียงแค่นั้น

“อ่า แค่นี้ก็น่ารักแล้ว” ชายหนุ่มว่าพลางเดินมาหยุดตรงหน้าหญิงสาวร่างเล็ก มือหนาจับคางเรียวยกขึ้นก่อนจะก้มลงไปจุ๊บปากคณิกาเบาๆ เธอเม้มปากตัวเองเล็กน้อยก้มหน้างุดมองพื้นอย่างไม่กล้าสบตาเขาที่เจอกันไม่ถึงหนึ่งวันเขาจุ๊บและหอมเธอไปแล้วเกือบห้าครั้ง!

“เรา เราจะไปกันเลยมั้ยคะ” 

“ไปสิครับ ณิเขินที่ผมจุ๊บเหรอ?” อดที่จะถามไม่ได้แม้จะรู้และเห็นว่าใบหน้าเธอแดงปลั่งเหมือนลูกมะเขือเทศ

“ปะ เปล่าค่ะ” 

“แต่แก้มคุณแดงมากเลยนะครับ” 

“เพราะณิร้อนต่างหากค่ะ” หยิบยางขึ้นมารวบผมไว้แบบหลวมๆ

“งั้นเหรอ” 

“ค่ะ ไปกันเถอะ” เดินไปจับมือหนาแล้วดึงเขาให้เดินตามหลังลงไปยังชั้นล่าง คาถามองร่างเล็กที่มีความสูงเพียงหน้าอกเขาซึ่งพอก้มลงไปจะเห็นแต่ศีรษะที่หางม้าสะบัดไปมาตามแรงเดินของเธอ

“คืนนี้ผมจะกินคุณนะครับ” 

“คะ?” 

“ผมจะกินคุณ” 

“อืม เอ่อ…” ติดอ่างไปโดยปริยาย

“ผมได้ข่าวมาว่าคุณเพิ่งเรียนจบปริญญาตรี คุณอายุยี่สิบใช่มั้ย?” เหมือนเขาจะเห็นว่าเธอช็อตไปกับประโยคของเขา คาถาจึงหาเรื่องอื่นมาพูดกับเธอแล้วเดินเข้าไปในรถซึ่งคณิกาก็เดินตามเข้าไปนั่งข้างเขา

“ค่ะ” 

“เก่งมากเลยนะครับเรียนจบปริญญาตรีตั้งแต่อายุยี่สิบ” 

“ขอบคุณค่ะ” 

“เรื่องของเราผมคงไม่ต้องพูดอะไรกับคุณอีก แล้วคุณมีเรื่องอะไรอยากถามผมหรือเปล่าครับ” มองหน้าคนข้างกายแล้วสตาร์ทรถขับออกจากตัวบ้านไป

คณิกาเป็นผู้หญิงที่สวยตรงสเปคเขาทุกอย่าง สำหรับเขาแล้วเธอเปรียบเสมือนเพชรน้ำดีที่ไม่มีจุดด่างพร้อยเลยแม้แต่น้อย

ดังนั้นเขาก็จะถนอมเธอให้ได้มากที่สุด

แม้จะรับรู้มาจากมือขวาที่คอยตามสืบเรื่องของเธอมาว่าเธอดื้อซนและแสบมากก็ตาม เขาจะพยายามใจเย็นกับเธอ อ่อนโยนกับเธอเท่าที่จะทำได้...

“ณิต้องแต่งงานกับคุณด้วยมั้ยคะ” 

“แต่งครับ” 

“แล้ว…ต้องมีลูกด้วยหรือเปล่า?” 

“มีสิ ผมคิดว่าคุณน่าจะอ่านรายละเอียดครบแล้วซะอีก” 

“ณิอ่านครบค่ะ เพียงแต่ไม่รู้ว่าคุณคาถาต้องการภรรยาจริงๆ หรือแค่อยากได้แค่คู่นอน มันอาจจะไม่สมควรพูดแต่ณิคิดแบบนั้นจริงๆ” คณิกาพูดไม่ค่อยเต็มปากนักเพราะกลัวจะโดนเอ็ด

เขาเป็นผู้ชายที่รูปหล่อ รวย สามารถหาสาวสวยหาว่าที่ภรรยาได้ด้วยตัวเองแต่ไม่ทำกลับมาเปิดรับสมัครเอาแบบนี้ซึ่งเธอคิดมาตลอดว่าเขาแค่ต้องการหาเด็กเลี้ยงไว้บำเรอตัวเองเท่านั้นเพราะผู้หญิงที่เขาต้องการต้องมีอายุยี่สิบปีบริบูรณ์และไม่เกินยี่สิบห้าปีซึ่งเธอเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มผู้หญิงที่มาสมัครมีอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์ คนอื่นจะยี่สิบเอ็ดถึงยี่สิบห้าประมาณนั้น

“เพราะอะไรถึงคิดว่าผมอยากได้ผู้หญิงมาบำเรอตัวเองครับ?” 

“เพราะผู้หญิงที่คุณคาถาต้องการมีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบและไม่เกินยี่สิบห้า คุณคาถาอายุสามสิบนิดๆ ณิคิดว่าคุณเหมาะสมกับคนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันมากกว่า” 

“ผมไม่ได้ต้องการความเหมาะสมเพราะผมไม่ชอบคนที่อายุเท่ากันหรือมากกว่า” 

“ทำไมคะ?” 

“ผมไม่ชอบให้ใครมาชี้นิ้วสั่งผม อีกอย่างผมเป็นคนที่ชอบเด็กมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เด็กๆ สำหรับผมน่ารักและเชื่อฟังดีครับแต่ก็ไม่รู้ว่าณิจะเชื่อฟังเป็นเด็กดีกับผมรึเปล่า” 

“ณิดื้อค่ะ” 

“ถ้ารู้ตัวก็รีบปรับตัวนะครับ” 

“คุณคาถาควรเลือกผู้หญิงคนอื่นมาแทนณิสิคะ” 

“ผมไม่ทำแบบนั้นหรอกครับ ผมไม่ใช่คนหลายใจนะครับ” 

พ่อพระเอกของฉัน! คุณจะแสนดีขนาดนี้เชียวเร้อ?

“คุณชอบณิมั้ยคะ” 

“อยากให้ผมชอบมั้ยล่ะครับ”

ตอน 3

เมื่อถึงตลาดคณิกาก็เดินลงรถตามหลังคาถาลงไป ก่อนหน้านี้เธอไม่ได้ตอบคำถามของเขาซึ่งเหมือนเขาก็ไม่ได้อยากฟังคำตอบนั้นจากเธอสักเท่าไหร่ ดวงตากลมโตของคณิกามองชายหนุ่มร่างสูงตรงหน้ามองไปมองมาจู่ๆ ก็หลุดยิ้มออกมาซะงั้น

คาถาเป็นผู้ชายที่หล่อตามฉบับนักธุรกิจหนุ่ม แม้อายุจะสามสิบนิดๆ แต่รูปร่างหน้าตายังคงดูดีมีภูมิฐาน ที่สำคัญเขาไม่ถือเนื้อถือตัวเลยสักนิด ดูจากการมาเดินตลาดด้วยท่าทางชิลล์ๆ ไม่มีความรังเกียจกลิ่นคาวของปลาหรือเนื้อสัตว์เลยแม้แต่น้อย

ยิ่งตอนที่เขายืนเลือกไก่ย่างด้วยตัวเองมันยิ่งทำให้คณิการู้สึกถูกใจเขากว่าก่อนหน้าที่จะเจอกันอีก เธอเคยคิดว่าผู้ชายที่หล่อมีเงิน มีธุรกิจส่วนตัวมากมาย มีหน้ามีตาในสังคมจะต้องเย่อหยิ่งไม่ลดตัวลงมาทำอะไรแบบนี้ คนแบบนั้นอาจจะมีเป็นส่วนมากแต่มันก็ไม่ใช่กับเขา

“ผมชอบนะครับเวลาที่คุณมองผมด้วยแววตาที่หลงใหลแบบนั้น” คาถาที่รับถุงไก่ย่างเกือบสิบกว่าไม้มาจากแม่ค้าหลังจากจ่ายเงินเสร็จแล้วหันมามองหญิงสาวตัวเล็กที่ยืนมองเขาด้วยแววตาเป็นประกายมีรอยยิ้มผุดขึ้นมาบนใบหน้าตลอดเวลา

และเหมือนว่าความหล่อของเขาจะสร้างปัญหาให้เธอกลายเป็นคนไม่จิตวิญญาณไปแล้วถึงได้นิ่งชะงักไปแบบนั้น คาถายื่นมือไปบิดปลายจมูกคณิกาเบาๆ จนเธอรู้สึกตัว

“คะ?” 

“อยากกินอะไรครับ?” 

“อืม ณิอยากกินยำ” อยากกินอะไรก็ได้ที่ทำให้คืนนี้ท้องเสียจนไม่สามารถได้หลับนอนร่วมเตียงกับเขาได้น่ะ

“ไว้เป็นวันอื่นนะครับ วันนี้คุณต้องทำงานหนัก” 

“แต่ณิอยากกินวันนี้นะคะ” ออดอ้อนเขาทางสายตา

“หมึกย่างเป็นไงครับ” เดินนำร่างเล็กไปหยุดหน้าร้านหมึกย่างร้านข้างๆ อย่างไม่ได้สนใจประโยคก่อนหน้านี้ของเธอเลยแม้แต่น้อย “ถ้างั้นเอาเป็นไก่ทอดอีกก็แล้วกัน ผมชอบกินไก่” ขยับจากร้านหมึกย่างไปร้านไก่ทอด

“แต่ณิไม่ชอบ” 

“อันนั้นก็เรื่องของคุณครับ” 

“…” 

“อยากกินอะไรเดินนำไปนะครับ ผมให้ใช้เวลาในตลาดแค่ครึ่งชั่วโมง” บอกเสียงเรียบรับไก่ทอดหกเจ็ดน่องที่อยู่ในถุงหูหิ้วมาถือไว้แล้วเดินตามร่างเล็กที่กำมือแน่นทุบขาตัวเองเบาๆ ขณะเดินตามทาง

สุดท้ายแล้วคณิกาเธอก็ได้เป็นขนมโตเกียว เกี๊ยวกุ้ง ข้าวมันไก่และน้ำแตงโมปั่น ได้สิ่งที่ต้องการทั้งคู่ก็พากันกลับมายังบ้านนั่งทานของที่ซื้อมาบนพื้นติดโซฟากลางบ้าน

“หน้าผมมีอะไรติดหรือเปล่า คุณมองผมตลอดเลย” 

“ณิคิดว่าคุณจะไม่ชอบการเดินตลาดและไม่คิดว่าจะนั่งพื้นทานแบบนี้” แม้อาหารจะถูกวางบนโต๊ะตัวเตี้ยด้านหน้าโซฟาแต่เธอคิดว่าคนส่วนใหญ่คงไม่นั่งพื้นทานหรอก

“ผมเป็นคนง่ายๆ ครับ” 

“แล้วปกติตอนที่อยู่กรุงเทพฯ นอกจากทำงานคุณคาถาทำอะไรในเวลาว่างบ้างเหรอคะ” 

“ถ้าเป็นกลางวันก็นอน ส่วนกลางคืนก็ปาร์ตี้กับเพื่อนๆ” 

“อ่อ เหมือนณิตอนเมื่อก่อนเลยค่ะ” ตอนนั้นเรียนอยู่ที่อังกฤษเธอก็ใช้ชีวิตแบบนั้น นอกจากเรียนก็นอนและเที่ยวปาร์ตี้กับเพื่อนๆ แต่พอกลับมายังไม่ทันได้หยิบใบปริญญาขึ้นมาอวดพ่อกับแม่พวกท่านก็บอกว่าไม่ต้องเอาของออกจากกระเป๋าพร้อมส่งตัวมาที่นี่แหละ

“อยากกลับบ้านมั้ยครับ ผมให้โอกาสคุณตัดสินใจครั้งสุดท้าย” 

“อยากกลับ แต่ไม่มีบ้านแล้วนี่สิคะ” 

“พ่อกับแม่ล่ะ” 

“ไปอยู่บ้านป้า” 

“ก็ไปอยู่กับพวกเขาสิ” 

“บ้างครั้งณิก็คิดนะว่าพวกเขารักณิจริงมั้ย พ่อกับแม่ตามใจณิมาตลอด ไม่เคยดุด่าว่าณิไม่เคยเคร่งครัดอะไรกับณิแต่จู่ๆ ก็ให้มาสมัครเป็นภรรยาของคุณแบบนี้” 

“บางทีพวกท่านอาจจะหวังดี” 

“ณิก็พยายามคิดแบบนั้น ส่วนป้าน่ะ ณิไม่ถูกกับเขาหรอกเพราะถูกพ่อแม่เลี้ยงมาแบบตามใจเหมือนลูกคุณหนูทำให้ป้าไม่ชอบ” 

“เหตุผลแค่นั้น?” 

“ก็แค่นั้น ป้ามีลูกหลายคนน่ะสามสี่คนและเพราะมีเยอะจึงตามใจทุกคนไม่ได้ แกอยากให้ลูกสุขสบายเหมือนณิแต่ตัวเองทำไม่ได้ก็เลยพาลมาไม่ชอบณิที่มีชีวิตดีกว่าลูกสาวแก” 

“ทำไมเขาไม่พยายามให้มากขึ้นล่ะ ไม่ชอบคุณเพราะแค่ว่าคุณมีชีวิตที่ดีกว่าลูกตัวเองเนี่ยนะ” ความคิดของคนในครอบครัวเธอแปลกจริงๆ แหละ

“ช่างเถอะค่ะ แม้ณิจะไม่ได้เต็มใจมาแต่หากได้มาแล้วมีชีวิตที่ดีเหมือนที่ผ่านมา ณิก็จะพยายามคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดี” ดูจากการกระทำของเขาแล้วไม่ได้น่ากลัวหรือเป็นการบีบบังคับเธอจนเกินไป อีกอย่างเขายังหล่อกว่าในจินตนาการของเธออีก ฐานะก็ดี ทุกอย่างล้วนดีไปหมดแค่เธอเปิดใจยอมรับทุกอย่างก็คงผ่านไปได้ด้วยดีแหละ…มั้ง

“ผมไม่บังคับใครนะครับ แต่หากเต็มใจที่จะอยู่ก็ช่วยอยู่แบบเต็มใจด้วยผมต้องการภรรยาเพื่อสร้างครอบครัวจริงๆ” 

“คุณไม่มีเพื่อนหรือคุณรู้จักที่สนิทพอที่จะพัฒนาความสัมพันธ์เลยเหรอคะ?” 

“คนพวกนั้นก็ล้วนแล้วแต่จะจับผมกินอย่างเดียวแหละ” 

“แล้วคุณไม่คิดว่าณิจะเป็นคนแบบนั้นบ้างเหรอคะ ณิอาจจะจับคุณกินหลอกเงินคุณแล้วหนีไปก็ได้นะ” 

“ถ้าเป็นคุณผมอาจจะเต็มใจให้หลอก” 

“...ณิอิ่มแล้ว” มองจานเปล่าตรงหน้าแล้วยกพวกมันไปล้างในครัว เสร็จก็เดินกลับออกมา

“ไปอาบน้ำกันนะครับ จะสองทุ่มแล้ว” 

“ยังอยากนั่งเล่นอยู่เลยค่ะ” เดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา คาถาที่ดูออกว่าเธอจะหาเรื่องถ่วงเวลาไม่ให้ตัวเองโดนเขาจับกินก็ได้แต่หัวเราะในลำคอ

“ถ้างั้นผมขอขึ้นไปหยิบถุงยางในกระเป๋าบนห้องก่อนนะครับ” 

“ถุงยางอะไรคะ?” 

“ถุงยางอนามัยไงครับ คุณคงขี้เกียจเดินส่วนผมเองก็ขี้เกียจอุ้มถ้างั้นเอาบนโซฟาก็ได้ครับถ้าคุณไม่ติดอะไร” 

“ณิขึ้นไปบนห้องก็ได้ค่ะ” ตอบด้วยน้ำเสียงห้วนๆ แล้วกระทืบเท้าปึงปังเดินขึ้นไปบนห้องนอนของตัวเอง ครั้งแรกบนโซฟามันคงจะไม่เหมาะสักเท่าไหร่ แม้จะไม่อยากยอมแต่ยังไงก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่ดีฉะนั้นครั้งแรกของเธอก็ควรจะได้นอนอยู่บนเตียงนุ่มๆ

“คุณเอากระเป๋าเสื้อผ้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” หันไปถามเขาที่ปิดประตูห้องแล้ว กระเป๋าเป้ใบไม่ใหญ่ไม่เล็กคาดว่าด้านในน่าจะมีเสื้อผ้า เสื้อผ้างั้นเหรอ? ก็แสดงว่าเขาเตรียมตัวมาพร้อมที่จะนอนที่นี่อยู่แล้วสิ

“ให้คนเอามาให้ตอนที่คุณหลับ” 

“เหรอคะ” ตอนตื่นก็ไม่ได้สังเกตด้วยสิ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นเลยนะ

“ครับ” เดินไปเปิดกระเป๋าเป้พร้อมหยิบกล่องสีขาวออกมาวางไว้บนที่นอนแล้วเดินถือกระเป๋าไปใส่ตู้เสื้อผ้าค้นหาชุดที่ต้องการแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปพร้อมกับผ้าขนหนู

“อะไร” คณิการำพึงกับตัวเอง เดินไปนั่งบนที่นอนชำเลืองตามองทางห้องน้ำ เมื่อได้ยินเสียงน้ำไหลลงมาแล้วเธอจึงหันกลับมาสนใจกล่องสีขาวตรงหน้าอีกครั้ง

มือเล็กเอื้อมไปหยิบมันยกขึ้นมาเขย่าเบาๆ มวลไม่หนักแต่ก็ไม่ได้เบาจนเกินไปและความสงสัยก็ทำให้เธอถือวิสาสะเปิดมันออกและมองเพียงไม่ถึงหนึ่งนาทีก็ต้องปิดมันกลับคืน

ถุงยางอนามัยเกือบยี่สิบกว่าชิ้น!

เธอควรหนี หนีได้มั้ยนะ? เป็นคำถามที่ไม่รู้ว่าควรจะถามใครแต่…

“ดูเสร็จแล้วเข้ามาอาบน้ำพร้อมผมเลยก็ได้นะครับ” ประตูห้องน้ำที่ถูกแง้มออกมีเสียงของคนด้านในดังขึ้นทำให้คณิการีบดีดตัวลุกขึ้นยืนมีท่าทางร้อนลนแบบสุดๆ เมื่อถูกจับได้ว่าแอบเปิดกล่องนั้นของเขาดู

“ณิ ณิหนาวค่ะไม่อยากอาบน้ำเลย” 

“มีเครื่องทำน้ำอุ่นนี่ครับ” 

“คุณคาถาอาบก่อนเถอะค่ะเดี๋ยวณิค่อยอาบ” 

“ผมไม่ชอบพูดมาก” 

“…” ณิก็ไม่ชอบเหมือนกันแหละค่ะ! บ่นในใจแล้วเดินไปหยิบผ้าขนหนูเดินตรงไปหยุดหน้าห้องน้ำ สูดลมหายใจเข้าออกในปอดลึกๆ แล้วยกมือขึ้นหวังจะเคาะประตู แกร่ก! แต่มันถูกเขาเปิดออกพอดี

“เข้ามาครับ” 

“ณิ…” สิ่งแรกที่เธอมองควรจะเป็นใบหน้าของเขาแต่ไหงจู่ๆ ถึงไปจ้องเจ้างูหลามนั่นได้ล่ะ ทำไมมันใหญ่ยาวขนาดนั้น ทำไมมันดูน่ากลัวแบบนั้นนะ แล้วทำไมจะต้องไปสนใจมันด้วยเล่าณิเอ้ย!

“เพิ่งเคยเห็นสินะ ต่อไปนี้จะได้เห็นบ่อยๆ ครับ” ดึงมือเล็กให้เดินเข้ามาแล้วปิดประตูห้องน้ำ คณิกาสะบัดหน้าออกจากงูหลามยักษ์ก่อนจะเงยขึ้นไปสบตาคนตัวใหญ่ที่มองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่งไม่ได้มีความกระดากอายเลยแม้แต่น้อย

“แก้ผ้าสิครับ รีบอาบจะได้ออกไปเอากัน”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน

คาถาพันธุ์

ตอนที่ 1
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED