ตอน 2

ร่างสูงทะมึนเดินฝ่าฝูงชนมาหยุดอยู่ตรงหน้าอะพาร์ตเมนต์สภาพเก่าซอมซ่อ ตรงตามป้ายชื่อที่ปรากฏอยู่ในพวงกุญแจห้องที่ได้รับมา สถานพักอาศัยช่างบ่งบอกฐานะของคนอยู่ได้เป็นอย่างดี ว่าคงเป็นประเภทหาเช้ากินค่ำอย่างแน่นอน ร่างใหญ่ผลุบหายเข้าไปในตัวตึกเดินผ่านช่องทางเดินแคบๆ ที่คนแทบจะเดินสวนทางกันไม่ได้ เขาก้าวขึ้นไปยังชั้นสี่ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของอะพาร์ตเมนต์แห่งนี้ ก่อนจะเลี้ยวขวาแล้วเดินไปยังห้องที่อยู่ริมสุดทางเดิน แอลยืนแน่นิ่งอยู่ชั่วขณะอดคิดไม่ได้ว่ามหาเศรษฐีอย่างเขาที่มีสาวๆ คอยรุมล้อมหน้าล้อมหลัง จำเป็นจะต้องทำเรื่องแบบนี้ในสถานที่เสื่อมโทรมแห่งนี้ด้วยหรือ คิดแล้วก็หันปลายเท้าเบนกลับลงด้านล่าง แต่พอก้าวลงไปได้เพียงแค่สามขั้นบันได ความอยากรู้อยากเห็นที่อยู่ภายในก็เรียกร้องให้ต้องหยุดเดินลง

‘ลองดูหน่อยสักตั้งจะเป็นไรไป หากไม่ชอบก็กลับเท่านั้นเอง’ ความคิดที่สนับสนุนการกระทำของตัวเองก็บังคับปลายเท้าทั้งสองข้างให้เบนทิศทางเดินกลับไปทางเดิม

มือหนารีบไขประตูห้องเข้าไปอย่างเงียบกริบ ซึ่งก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเขาจะต้องตื่นเต้นขนาดนี้ด้วย แอลมองฝ่าความมืดสลัวสำรวจบริเวณภายในห้องอย่างคร่าวๆ พื้นที่สี่เหลี่ยมอันแสนจะคับแคบกับเตียงนอนขนาดเล็กสองเตียง ที่ตั้งกันอยู่คนละมุมของห้อง เงารางๆ ของใครบางคนที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียง ไม่ได้รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใดต่อการมาของเขา มินจันทร์รู้สึกตัวจากเสียงเปิดประตูเมื่อครู่ หญิงสาวค่อยๆ ปรือเปลือกตาขึ้นเพียงเล็กน้อย จากนั้นก็หลับลงตามเดิมด้วยคิดว่าคงเป็นเสียงของพี่ชายตัวเอง

ร่างสูงสาวเท้ามาหยุดอยู่ตรงข้างเตียงนอนของหญิงสาว ก่อนจะหย่อนสะโพกลงบนขอบที่นอนจนมันไหวยวบลงไปตามแรง คราวนี้คนที่นอนอยู่บนเตียงถึงกับผุดลุกขึ้นนั่งด้วยความตกใจ แต่ว่าฝ่ามือหนาของแอลก็ตะปบเข้ายังปากอิ่มของหญิงสาวเอาไว้จนแน่น จากนั้นก็กระซิบตรงซอกหูเบาๆ

“ฉันมาเก็บเงินที่พี่ชายเธอติดฉันเอาไว้ นิ่งซะอย่าร้องเป็นอันขาด”

“กรี๊...” เสียงร้องหลุดเล็ดลอดออกมาเพียงแค่นิดเดียว แอลก็กดแรงแนบเข้าไปใหม่จมูกโด่งสัมผัสได้ถึงกลิ่นแป้งหอมอ่อนๆ ที่โชยออกมาจากตัวของหญิงสาว แอลเหมือนต้องมนตร์ไม่รีรอที่จะฝังปลายจมูกลงยังซอกคอหอมกรุ่น อาการดิ้นรนต่อต้านอย่างรุนแรงของคนบนเตียง ทำให้เขารู้สึกหัวเสียเป็นอย่างมากเมื่อทำอะไรไม่ได้ดั่งที่ใจต้องการ เขากระซิบเตือนริมหูอีกรอบ

“ถ้าร้องพี่เธอได้ไปนรกแน่” แอลเค้นน้ำเสียงเข้มออกมาข่มขู่อีกฝ่าย มินจันทร์ถึงกับนิ่งงันไปชั่วขณะหนึ่ง มันเกิดอะไรขึ้นกับพี่ชายของเธอ แล้วชายแปลกหน้าที่แทบจะไม่รู้ว่าเขาเป็นใครคนนี้ เข้ามาในห้องนอนของเธอได้อย่างไร แผ่นหลังบางถูกเขาดันแนบลงไปบนที่นอนร่างอิ่มก็เด้งตัวต่อต้านในทันทีแต่ก็ไม่อาจสู้แรงอันมหาศาลของบุรุษเพศเช่นแอลได้

“ขอเตือนเป็นครั้งสุดท้ายแม่สาวน้อย พี่ชายเธอจะอยู่หรือตายขึ้นอยู่ที่ว่าเธอจะยอมดีๆ หรือไม่” เขากระซิบข่มขู่อีกครั้ง มินจันทร์รู้สึกกลัวจนตัวสั่นไปหมดทั้งร่าง แม้ไม่ได้เห็นใบหน้าของเขาชัดเจนแต่ว่าสามารถสัมผัสได้ถึงรูปร่างอันใหญ่โตและสุ้มเสียงที่จริงจังของคนด้านบนได้ พี่ชายของเธอเป็นหนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันหญิงสาวได้แต่ครุ่นคิดอย่างไม่เข้าใจ และไม่คิดว่าเธอจะต้องเป็นตัวจ่ายหนี้ จะหนีก็ไม่ได้จะร้องให้คนช่วยก็กลัวพี่ชายของตัวเองจะถูกฆ่า ได้แต่คิดขลาดกลัวอย่างสับสน และเมื่อเขาปล่อยมือออกจากปากของเธอ

“ฉันไม่เชื่อ” มินจันทร์ไม่คิดว่าพี่ชายของตัวเองจะไปเป็นหนี้ของใครได้

“ได้สาวน้อย ถ้าเธอไม่เชื่อ” แอลกดหมายเลขโทรศัพท์หาคนของเขาในทันที ก่อนจะส่งโทรศัพท์มือถือให้หญิงสาวได้พูดคุยกับพี่ชายของตัวเอง

“พี่ป้องใช่ไหมคะ” มินจันทร์จำเสียงของพี่ชายตัวเองได้ และประโยคที่เขาเอ่ยออกมานั้นก็ทำให้หัวใจของเธอแทบจะสลาย

“พี่ขอโทษปุยฝ้าย ถ้าปุยฝ้ายไม่ยอมพี่ก็ตาย” เธอได้ยินเพียงเท่านั้นแอลก็กระชากโทรศัพท์มือถือของตัวเองกลับคืน ก่อนจะกดตัดสายแล้วโยนทิ้งลงข้างเตียง

“ว่ายังไงจะยอมหรือให้พี่ชายตายดี” เขาถามเยาะด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ถึงไม่เห็นหน้าก็เดาได้ไม่ยากว่าผู้หญิงใต้ร่างของตัวเองนั้นตัวสั่นงันงกกลัวเขาแค่ไหน

‘ถ้าปุยฝ้ายไม่ยอมพี่ก็ตาย’ คำพูดของพี่ชายช่างทรมานหัวใจน้องสาวอย่างเธอนัก มินจันทร์จะมีหนทางอื่นให้เลือกได้อย่างไรในเมื่อมีชีวิตของพี่ชายเป็นเดิมพัน หญิงสาวทำได้เพียงพยักหน้าลงจำใจยอมรับในเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้อย่างจำยอม

“ดีแบบนี้แหละดีแล้ว พี่ชายของเธอจะได้มีชีวิตรอด” แอลยิ้มออกมาในความมืด กลิ่นหอมกรุ่นและความนุ่มนิ่มจากตัวของหญิงสาวด้านล่าง ช่างกระตุ้นให้ร่างกายของเขาตื่นตัวได้เป็นอย่างดี นิ้วมือหนาคลายปมเนกไทออกแล้วโยนทิ้งไป จากนั้นก็ก้มลงปิดเรียวปากอิ่มด้านล่างจนแนบสนิท จูบแรกในชีวิตถูกเขาช่วงชิงไปอย่างน่าใจหาย มินจันทร์ถึงกับผวาเฮือกด้วยความกลัว เมื่อร่างหนาของเขาทาบทับหนักลงมาจนแนบชิดไปทั่วอณูเนื้อ แอลถึงกับลูบตะโบมไปทั่วเรือนร่างเนียนนิ่มอุ่นของหญิงสาว ยามนี้ความบริสุทธิ์ไม่มีผลต่อการกระทำของเขาอีกต่อไป อารมณ์ในตอนนี้มีอยู่อย่างเดียวคือต้องการปลดปล่อยปรารถนาร้อนของตัวเองเพียงเท่านั้น

“ฮึก...” มินจันทร์ถึงกับสะอื้นไห้ออกมาเมื่อเขาเลื่อนใบหน้าลงซุกไซ้ต้นคอเนียนผ่องของตัวเอง ชุดนอนตัวโปรดถูกถอดออกอย่างง่ายดาย มือหนาก็ควานดึงเสื้อชั้นในตัวน้อยให้หลุดออกจากร่าง อีกคนก็ดิ้นรนกายอิ่มส่ายหนีไปมาด้วยความกลัว

“จุ๊จุ๊ คิดถึงพี่ชายเอาไว้สาวน้อย” ทว่าเสียงข่มขวัญของเขา ส่งผลให้เธอต้องหยุดอาการดิ้นรนเอาไว้อย่างจำใจ มินจันทร์สะอึกสะอื้นร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ ปากหนาแทะเล็มไปทั่วเนื้อตัวของเธอราวกับเป็นอาหารจานเลิศรสสำหรับเขา

แอลรีบยันกายลุกขึ้นนั่งแล้วปลดเม็ดกระดุมเสื้อให้หลุดออกจากกัน ไม่ช้าเสื้อเชิ้ตสีขาวก็ถูกทิ้งให้หล่นอยู่ข้างเตียง ตามมาด้วยกางเกง สแลกส์ผ้าเนื้อดี ร่างที่ปราศจากเสื้อผ้าทาบลงบนกายนิ่มของหญิงสาวอีกครั้ง มือหนาของเขาเลื้อยไปยังขอบกางเกงในของมินจันทร์ จากนั้นก็รูดมันลงด้านล่างอย่างรวดเร็ว

“อื้อ!” เสียงต่อต้านของคนใต้ร่างทำให้แอลจุปากเตือนหญิงสาวอีกรอบ ร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อหนั่นแน่นทาบลงบนร่างอวบที่ปราศจากอาภรณ์เบื้องล่าง ความร้อนระอุจากผิวกายดั่งหินผาของเขาทำเอาคนที่นอนตัวสั่นอยู่ด้านล่างสะท้านเฮือกด้วยความตกใจ บริเวณหางตาทั้งสองข้างมีหยดน้ำตาเกาะพราวอยู่ ก่อนจะไหลลงตรงขมับอย่างช้าๆ ขณะที่เขากำลังดูดกลืนเรียวลิ้นเล็กของเธออย่างหื่นกระหาย แอล กระตุกยิ้มในความมืดเขารู้สึกชื่นชอบจูบของผู้หญิงตัวเล็กคนนี้เหลือเกิน คล้ายจะเงอะงะไม่เป็นงานทว่ารสชาติชุ่มลิ้นอย่างบอกไม่ถูก

แอลเคลื่อนตัวลงด้านล่างพร้อมกับดอมดมเต้างามทั้งสองข้างอย่างลุ่มหลง ขนาดของมันกำลังเหมาะมือของเขาอย่างพอดิบพอดี ก่อนจะครอบครองยอดทรวงงามที่ตื่นตัวรับลิ้นหนาอย่างแข็งขืน มินจันทร์ถึงกับต้องเกร็งปลายเท้าจนงองุ้มเมื่อไม่อาจทนทานต่อรสสวาทของเขาได้ หญิงสาวคล้ายคนกำลังจะจมดิ่งไปในรสกิเลสตัณหาที่เขาประโลมเล้าอยู่ แอลจูบไต่ระดับลงไปยังหน้าท้องแบนเรียบไร้ไขมัน ดันท่อนขาของหญิงสาวขึ้นข้างหนึ่งแล้วจูบละเมียดตรงต้นขาด้านในหนึ่งที จากนั้นก็เคลื่อนตัวขึ้นด้านบนอย่างรวดเร็ว ความแกร่งดังเหล็กกล้าที่กำลังล่วงล้ำเข้าสู่ร่างกาย ทำให้มินจันทร์ถึงกับหลุดสุ้มเสียงแห่งความเจ็บปวดออกมาให้เขาได้ยิน ชายหนุ่มรีบดุนปลายลิ้นเข้าหาแล้วดูดกลืนเรียวลิ้นเล็กเพื่อบรรเทาอาการ มุธินทร์ไม่ได้โกหกเลยสักนิดน้องสาวของหมอนั่นยังคงบริสุทธิ์อยู่จริงๆ เขายิ้มออกมาอย่างพึงพอใจในความมืด กายด้านล่างยังคงขับเคลื่อนตัวรุดหน้าต่อไป

“ไม่ต้องเกร็งสาวน้อย” เขากระซิบบอกเมื่ออีกคนนั้นตัวแข็งทื่อต้านแรงเขาอย่างเต็มที่

“จะ...เจ็บ” น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยออกมา ทำให้คนที่กำลังเร่งเครื่องสุดแรงเกิด ออกอาการลังเลใจเล็กน้อยด้วยความรู้สึกสงสาร ครั้งแรกของผู้หญิงคนนี้แต่เขาก็ยังร่วมรักเต็มอารมณ์ใคร่ของตัวเอง แค่ขนาดของร่างกายก็แตกต่างกันมากโข แล้วนี่ยังจะต้องรับศึกหนักจากเขาอีก แอลถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งก่อนจะก้มลงดูดกลืนยอดทรวงให้เบี่ยงเบนความรู้สึกเจ็บของหญิงสาว สะโพกหนาเคลื่อนตัวช้าลงเพื่อรอความพร้อมจากร่างอวบ ตอนนี้มินจันทร์ไม่รู้สึกรู้สาอะไรอีกต่อไปแล้ว นอกจากปล่อยให้หยาดน้ำตาไหลเอ่อนองหน้า รอเวลาที่เขาจะหยุดคอยว่าเมื่อไหร่มันจะจบเป็นพอ

“บ้าจริง” แอลสบถออกมาเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาลืมนำเครื่องป้องกันติดตัวมาด้วย แต่ไม่เป็นไรหรอกผู้หญิงคนนี้ยังบริสุทธิ์คงไม่มีโรคร้ายนำมาติดต่อเขาอย่างแน่นอน คิดได้เช่นนั้นก็แนบสะโพกเข้าหานับครั้งไม่ถ้วน ร่างที่อยู่ด้านล่างกระเด็นกระดอนไปตามแรงกระหน่ำรักของเขา นานนับครึ่งชั่วโมงกว่ากายแกร่งของเขาจะกระตุกวูบไปมา กระทั่งบรรลุถึงความปรารถนาของร่างกาย ปลดปล่อยน้ำเสียงแหบห้าวออกมาดังลั่นห้อง

ร่างชื้นเหงื่อของทั้งสองคนนอนก่ายเกยกันอยู่บนเตียงนอน ด้วยขนาดของมันนั้นเล็กจนไม่สามารถรองรับสองคนได้ แอลจึงรั้งร่างของหญิงสาวขึ้นมานอนบนแผงอกหนาของตัวเอง นึกหงุดหงิดในสภาพแวดล้อมที่ไม่อำนวยในตอนนี้เหลือเกิน หยดน้ำตากับแรงสะอื้นไห้จากหญิงสาวยังคงมีให้เขาสัมผัสรับรู้ตลอดช่วงระยะเวลาที่ร่วมรักกัน แต่แปลกที่เขาไม่อาจหยุดการกระทำของตัวเองลงได้ นิ้วมือหนาเอื้อมออกไปเช็ดป้ายคราบน้ำตาออกให้ นึกอยากจะเห็นหน้าเจ้าหล่อนนักหนาว่าจะมีใบหน้ายังไง แอลรีบดันร่างของอีกคนลงด้านข้าง แล้วลุกขึ้นตรงไปเปิดสวิตช์ไฟที่อยู่ตรงประตูทางเข้า แสงสว่างวาบไปทั่วทั้งบริเวณห้อง ความเก่าโทรมของห้องแห่งนี้ทำให้เขาต้องส่ายหน้าไปมา หันหลังกลับไปมองคนที่อยู่บนเตียงก็เห็นเพียงแผ่นหลังบางสั่นสะอื้นอยู่บนนั้น ผิวเนียนลออซึ่งตอนนี้กลายเป็นสีระเรื่อบางจุดยังคงมีรอยรักของเขาปรากฏให้เห็น รอยยิ้มของเขาคลายออกมาอย่างพึงพอใจ ด้านหลังยังสวยขนาดนี้แล้วด้านหน้าจะขนาดไหน ร่างหนาทำท่าจะเดินตรงไปยังเตียงนอน

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด เสียงโทรศัพท์มือถือที่ถูกโยนทิ้งไว้บนพื้นห้องดังขึ้น แอลรีบเดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมาจากพื้นแล้วกดปุ่มรับสายในทันที สีหน้าของเขาเริ่มจะตึงเครียดหลังจากรับฟังรายงานจากลูกน้องของตัวเอง ก่อนจะเดินตรงไปหยุดอยู่ด้านข้างของเตียง แล้วก้มลงหยิบเสื้อผ้าที่เกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นห้องขึ้นสวมใส่อย่างเร่งรีบ เขาหยุดมองดูแผ่นหลังขาวผ่องของคนบนเตียงเพียงชั่วอึดใจเดียว ก่อนจะตัดสินใจก้าวผลุน ผลันออกจากห้องไป เหตุมาจากมีการทะเลาะวิวาทกันของลูกค้าระดับวีไอพีในเบลลาเดโอคลับ จนกลายเป็นการก่อจลาจลย่อมๆ รอเขากลับไปจัดการอย่างเด็ดขาด

ปัง! เสียงปิดประตูดังขึ้น มินจันทร์รีบหันกลับมามองตามทิศทางของเสียง หญิงสาวพบเพียงความว่างเปล่าภายในห้อง คนจิตใจบอบช้ำค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งแล้วมองดูความว่างเปล่ารอบๆ ตัวเอง มองดูรอยยับยู่ยี่ของสภาพเตียงนอนกับหยดเลือดสาวครั้งแรกที่ติดอยู่ตรงที่นอนสีเปลือกไข่ของตัวเอง ความเสียใจแล่นริ้วเข้าหากลายเป็นความทุกข์ใจอย่างใหญ่หลวง หญิงสาวยกฝ่ามือทั้งสองข้างขึ้นปิดใบหน้าแล้วปล่อยเสียงโฮออกมาจนสุดเสียง

“ฮึก...ฮือ ฮือ” เสียงร้องไห้ดังอยู่นานนับครึ่งชั่วโมง ก่อนจะพาสังขารอันแสนจะชอกช้ำเดินโซซัดโซเซเข้าห้องน้ำไปอย่างลำบากยากเย็น กระจกบานใหญ่ตรงหน้าเหมือนจะตอกย้ำว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันคือความจริง ที่ยังคงมีหลักฐานทิ้งเอาไว้ให้ดูต่างหน้าแทบจะทุกซอกมุมของร่างกาย มินจันทร์หันหลังแนบกับผนังห้องน้ำก่อนจะรูดร่างลงไปนั่งชันเข่าอยู่บนพื้น มีเพียงน้ำตากับเสียงร้องไห้ที่อยู่เป็นเพื่อนเธอในตอนนี้ หญิงสาวใช้เวลาอยู่ในนั้นนานเกือบหนึ่งชั่วโมงจึงได้ก้าวออกมาเพื่อสวมใส่เสื้อผ้า จากนั้นก็เดินไปทิ้งตัวนอนบนเตียงตามเดิม เรื่องนี้มันแค่ฝันร้าย หวังว่าพอตื่นขึ้นมาความจริงมันจะไม่ใช่แบบนี้

ตอน 3

2

เมืองคนบาป

มุธินทร์นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าของน้องสาวตัวเองด้วยความรู้สึกผิด เขาหวังเพียงสักนิดว่าการกระทำดังกล่าวจะทำให้มินจันทร์ให้อภัยได้บ้างแค่เศษเสี้ยวหนึ่งก็ยังดี แต่เปล่าเลยเมื่อน้องสาวของเขายังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ แล้วมองเหม่อทะลุหน้าต่างห้องออกไปด้านนอกอย่างไร้จุดหมายปลายทาง

“ปุยฝ้ายอย่าทำแบบนี้สิ พี่ขอโทษพี่ผิดไปแล้ว” คนเป็นพี่ชายเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกเสียใจ มินจันทร์เมินเฉยใส่เขาแบบนี้มาตลอดสองวันนับตั้งแต่ที่เกิดเรื่อง ไม่ว่าเขาจะเอ่ยคำขอโทษขอโพยมากน้อยสักแค่ไหน น้องสาวคนสวยของเขาก็ยังคงนิ่งเฉยราวกับเขาไม่มีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้

“จะให้พี่ทำยังไงในตอนนั้นมันไม่มีหนทางจริงๆ” เขาเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกผิดในสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสองวันก่อน เสียใจที่ต้องสังเวยความสาวของน้องสาวให้กับผู้ชายคนนั้น เพียงเพราะว่าความขาดสติชั่วข้ามคืนของเขาเอง

“ปุยฝ้าย” เสียงเรียกของพี่ชายทำให้ใบหน้างามของคนเป็นน้องสาวค่อยๆ หันกลับมาอย่างช้าๆ ริมฝีปากสีเรื่อกำลังจะขยับเอื้อนเอ่ยบางอย่างต่อเขา

“พี่ป้องคะ เมื่อไหร่เราจะได้กลับบ้าน” มุธินทร์ถึงกับอึ้งไปเมื่อถูกน้องสาวถามคำถามนี้ เมื่อไหร่จะได้กลับบ้านอย่างนั้นหรือ ตัวเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่ เขากับมินจันทร์ช่างโชคร้ายเหลือเกิน เมื่อถูกญาติสนิทชวนให้มาทำงานในร้านอาหารในลาสเวกัส และด้วยมูลค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐนั้นมันค่อนข้างสูง ทำให้เขาไม่ลังเลใจที่จะตัดสินใจพาน้องสาวมาด้วย เพียงเพื่อที่จะเก็บเงินสร้างบ้านหลังใหม่ด้วยกัน แต่แล้วพอกิจการไปไม่รอดเพราะว่าไปขัดผลประโยชน์กับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเข้า ก็ทิ้งพวกเขาทั้งสองคนเอาไว้อย่างไม่แลเหลียว เงินก็มีไม่เพียงพอที่จะซื้อตั๋วเครื่องบินกลับบ้านเกิดด้วยซ้ำไป

“ปุยฝ้ายพี่ขอโทษ พี่เองก็ไม่รู้เหมือนกัน” คนเป็นพี่ชายลุกขึ้นยืนแล้วสวมกอดน้องสาวของตัวเองเอาไว้ด้วยความรู้สึกผิดเต็มหัวใจ จะเอาคำตอบแบบไหนมาให้น้องสาวได้ สำหรับเขาแล้วตอนนี้หนทางเดินมันมืดดับไปทุกด้าน หญิงสาวรับรู้ได้ถึงความเสียใจของพี่ชาย เพียงแต่ว่าเธอยังทำใจไม่ได้กับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นตลอดสองวันที่ผ่านมา มินจันทร์นิ่งเงียบไปสักพักใหญ่ๆ ก่อนจะเอ่ยบางอย่างออกมา

“อะไรที่ผ่านไปแล้วก็แล้วไปเถอะค่ะพี่ป้อง เราต้องอยู่รอดที่นี่ให้ได้” มินจันทร์กัดปากล่างของตัวเองเอาไว้แน่น จะมาเสียใจกับความสาวทำไม ปัญหาต่อจากนี้ต่างหากที่เธอและพี่ชายจะต้องแก้ ไหนจะค่าห้องค่าน้ำค่าไฟ ยังไงก็ต้องรีบหางานทำให้ได้เร็วที่สุด

“พี่มันเลว” มุธินทร์กอดปลอบน้องสาวของตัวเองเอาไว้แนบแน่น ทำไมความกลัวในตอนนั้นมันถึงได้มีอิทธิพลมากกว่าน้องสาวของเขา ทำไมถึงไม่ยอมเสียหูไปสักข้างเพื่อใช้หนี้พวกมัน เขาได้แต่คิดต่อว่าความขี้ขลาดของตัวเอง

“ถ้าพี่ยอมเสียหูสักข้างปุยฝ้ายก็คงไม่เป็นแบบนี้” คนผิดเอ่ยออกมาด้วยความเสียใจไม่รู้ครั้งที่เท่าไหร่ มินจันทร์ดันร่างของพี่ชายออกห่าง ทั้งคู่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เล็กแต่น้อย แค่โดนมีดบาดมือพี่ชายของเธอยังร้องไห้เสียงดังลั่นบ้าน ไม่แปลกใจสักนิดที่มุธินทร์เลือกที่จะสละความสาวของเธอแทนเสียใบหูของตัวเอง

“ปุยฝ้ายไม่โกรธพี่ป้องหรอกค่ะ เรามาลืมเรื่องทั้งหมดนี้แล้วเริ่มต้นกันใหม่นะคะ” หญิงสาวเลือกที่จะปลอบใจทั้งพี่ชายและตัวเอง ทั้งที่ความจริงแล้วเจ็บปวดจนแทบไม่อยากจะมีชีวิตอยู่อีกต่อไป

“ปุยฝ้าย พี่ขอโทษ” มุธินทร์มีสีหน้าคล้ายคนอยากจะร้องไห้อยู่รอมร่อ หากบิดามารดาไม่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตจากรถโดยสารพลิกคว่ำ ป่านนี้พวกท่านคงจะดูแลมินจันทร์ได้ดีกว่านี้ ตอนมีชีวิตอยู่ทั้งสองท่านเคยได้ฝากฝังให้เขาดูแลน้องสาวให้ดีที่สุด แต่ดูเขาสินอกจากจะดูแลได้ไม่ดีเท่าที่ควร ยิ่งไปกว่านั้นยังยัดเยียดซาตานร้ายอย่าง แอล คอร์เทส ให้อีก มุธินทร์ได้แต่คิดแค้นใจในความไม่ได้เรื่องของตัวเอง

“พอเถอะค่ะพี่ป้อง ปุยฝ้ายยกโทษให้”

“ปุยฝ้าย” ชายหนุ่มทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อว่าน้องสาวจะยอมยกโทษให้ง่ายๆ หลังจากนิ่งเงียบมาสองวันเต็ม

“มันคงเป็นเรื่องที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปุยฝ้ายรู้ว่าพี่ป้องเองก็เสียใจ” หญิงสาวพูดออกมาจากใจจริงจะโทษพี่ชายไปมันก็เท่านั้น คงไม่มีอะไรสามารถเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ที่ผ่านไปแล้วให้กลับคืนมาได้

“ขอบใจมากปุยฝ้าย ขอบใจจริงๆ” เมื่อน้องสาวยอมให้อภัยแววตาของพี่ชายจึงประกายด้วยความหวังขึ้นมาใหม่ แตกต่างจากคนเป็นน้องสาวแม้ปากจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่แววตาของหญิงสาวกลับเศร้าหมองลงไปทุกที

“พี่จะรีบออกหางานทำ เราจะได้มีค่าตั๋วเครื่องบินกลับเมืองไทยกันนะ” เขาพูดกับน้องสาวที่กำลังฝืนยิ้มเศร้าๆ กลับมาให้

“ค่ะพี่ป้อง” มินจันทร์รู้ว่าการหางานทำในลาสเวกัสไม่ใช่เรื่องง่าย เธอกับพี่ชายนั้นออกหางานแทบจะทุกวันก็ยังไม่มีที่ไหนรับสักที่ ได้แต่ยิ้มปลอบใจกันไปพลางๆ

มุธินทร์ใช้เวลาในการหางานนานถึงสองสัปดาห์กระทั่งเขามีข่าวดีมาบอกน้องสาวในวันนี้ เมื่อบริษัทขนส่งสินค้าทางน้ำแห่งหนึ่งได้รับเขาเข้าร่วมงาน แต่ว่าลักษณะงานของเขาต้องออกเดินทางไปกับเรือขนส่งสินค้าเป็นเวลาสามเดือน กว่าจะได้กลับเข้าฝั่งอีกครั้งหนึ่ง

“แน่ใจนะคะว่าไว้ใจได้” มินจันทร์ถามด้วยความรู้สึกเป็นห่วง ในเมืองแห่งคนบาปนี้อะไรก็ไม่น่าไว้วางใจ แต่อีกความรู้สึกหนึ่งก็อดดีใจกับพี่ชายไม่ได้ที่ได้งานทำ ผิดกับเธอเสียอีกที่ถูกปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า จนทำให้รู้สึกท้อแท้แทบอยากจะถอดใจ

“ไว้ใจได้ปุยฝ้ายพี่ลองหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตแล้ว แต่ว่าพี่ต้องเริ่มงานวันพรุ่งนี้เลย ปุยฝ้ายอยู่คนเดียวได้หรือเปล่า” มุธินทร์ปิดอาการดีใจจนออกนอกหน้าไม่มิด เขารีบรับปากนายจ้างทันทีที่อีกฝ่ายรับเข้าทำงาน เป็นโชคดีของเขา ที่คนงานของบริษัทแห่งนี้ลาออกไปอย่างกะทันหันก่อนวันเดินทางหนึ่งวัน ชายหนุ่มจึงได้งานนี้มาแบบโชคช่วย

“อยู่ได้ค่ะ ปุยฝ้ายเองก็จะออกไปสมัครงานแถวๆ นี้ทำดู เผื่อมีที่ไหนเขาจะรับบ้าง”

“อืม ดีเหมือนกันเพราะว่ากว่าพี่จะกลับมาก็สามเดือน เดี๋ยวพี่ไปเก็บเสื้อผ้าก่อนนะ” มินจันทร์มองดูพี่ชายกระตือรือร้นเก็บเสื้อผ้าแล้ว พลอยให้รู้สึกดีใจไปกับเขาด้วย หวังว่างานที่ได้จะทำให้ชีวิตลืมตาอ้าปากได้สามารถกลับไปตั้งตัวที่ประเทศไทย พร้อมกับสร้างบ้านหลังใหม่ตามเป้าหมายเดิมจนสำเร็จ ความคิดในแง่บวกเตลิดไปไกลจนทำให้ลืมเลือนเรื่องสำคัญบางอย่างไป

หลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์เจ้าของอะพาร์ตเมนต์ก็ได้อัญเชิญให้หญิงสาวย้ายออกจากที่พัก เนื่องจากไม่มีเงินมาจ่ายค่าเช่าห้อง พี่ชายที่อยู่บนเรือในคาบมหาสมุทรแห่งไหนสักที่ก็ติดต่อไม่ได้ มินจันทร์จำต้องหิ้วกระเป๋าใบน้อยเดินคอตกออกจากอะพาร์ตเมนต์ไปตามท้องถนนด้วยน้ำตานองหน้า เหมือนหนูตัวน้อยในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยความเจริญศิวิไลซ์แห่งนี้ ร่างอ่อนแรงเดินมาหยุดอยู่ตรงม้านั่งริมถนนแล้วทรุดกายลงอย่างเหนื่อยล้า ผู้หญิงตัวคนเดียวในเมืองใหญ่กับผู้คนที่ต่างสัญชาติต่างภาษา แม้จะรู้ภาษาอังกฤษจนสามารถอ่านออกเขียนได้ แต่ว่าก็ไม่สามารถนำวุฒิปริญญาตรีของตัวเองไปสมัครงานที่ไหนได้

คนที่หมดอาลัยตายอยากกับชีวิตเงยหน้าขึ้นมองดูท้องถนนที่รถราวิ่งกันให้ขวักไขว่ไปมาก่อนจะมองเลยไปเจอกับโรงแรมสุดหรูที่ตั้งตระหง่านอยู่บนถนนในฝั่งตรงกันข้าม ลานน้ำพุด้านหน้าที่ตอนกลางคืนเธอมักจะเห็นเปลวไฟพ่นขึ้นมาประดับประดาอย่างสวยงาม ความงามของน้ำพุไม่ได้เรียกความสนใจได้เท่ากับแผ่นกระดาษสีขาว ที่แปะเอาไว้ตรงด้านหน้าของโรงแรม แม้ว่าจะอยู่ค่อนข้างไกลแต่ว่ารูปแบบป้ายลักษณะนี้เธอคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี เพราะว่ามันคือป้ายประกาศรับสมัครงานนั่นเอง

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED