ตอน 1

ม่านฟ้า

สาธารณะรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อาณาเขตดินแดนในฝันที่ใครหลายคนนั้นอยากไปเหยียบสักครั้งในชีวิต ด้วยเสน่ห์ที่น่าหลงใหล ความมั่งคั่งของผู้คน ความตระการตาของตึกราบ้านช่อง วัฒนธรรมที่น่าศึกษาและสิ่งสวยงามของประเทศนี้ที่แตกต่างและหรูหรา

"สวยจัง" เสียงหวานของม่านฟ้าหญิงสาววัยสร้างตัววัยยี่สิบแปดที่ได้แต่นั่งมองรูปภาพ ชื่นชมทัศนียภาพแค่ภาพนิ่ง อยากให้สักวันมันเป็นความจริง ว่าเธอนั้นจะได้มีโอกาสสัมผัส ผืนทะเลทราย ที่ร้อนระอุแต่มันก็มีความงามในแบบของตัวมันเอง ที่ทำให้ม่านฟ้านั้นหลงใหล อยากจะไปสักครั้ง

ม่านฟ้า เป็นสาวโสดตัวคนเดียว ไร้ญาติพี่น้อง พ่อแม่ตายจากตั้งแต่เธอยังเด็ก มีเพียงยายคนเดียวที่ชุบเลี้ยงเธอมา แต่ต้องมาจากลาไปอย่างไม่มีวันกลับเมื่อปีที่แล้วด้วยโรคชรา ม่านฟ้าเป็นคนใจแข็ง เธอเลือกคบคน น้อยนักที่ใครจะกล้าเข้าหาเพราะหน้าตา ท่าทางเธอนั้นดูเย็นชา ม่านฟ้าชอบอิสระ ชอบท่องเที่ยว ชอบถ่ายรูป มีโลกส่วนตัวค่อนข้างสูง แต่แอบดื้อเงียบ มีความมั่นใจในตัวเอง กล้าได้กล้าเสีย ม่านฟ้าทำงานในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง มีเพื่อนที่สนิทกันแค่ไม่กี่คน เพราะเธอนั้นเลือกที่คบ มันมีสาเหตุให้เธอเป็นแบบนี้เพราะความไว้ใจของเพื่อนสมัยอนุบาล แต่ม่านฟ้ากลับถูกเพื่อนคนนี้หักหลัง จนม่านฟ้ากลายเป็นคนหยิ่งในสายตาคนอื่นเพราะเธอเฉยชากับการที่ต้องให้ใจใคร แต่ที่จริงเธอนั้นอ่อนไหวและใจดีเสียยิ่งกว่ากระไร

"เป็นอะไรยัยม่าน นั่งยิ้มคนเดียว" และนี่แหละเพื่อนสนิทไม่กี่คนของเธอที่พูดถึง 'เอย' เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่มารู้จักกันตอนที่ม่านฟ้ามาทำงานที่นี่ซึ่งเอยทำงานอยู่ก่อนแล้ว และมีแค่หล่อนคนเดียวที่กล้าเข้าหาม่านฟ้าจนกลายเป็นนั้นสนิทสนมกันจนถึงปัจจุบัน

"นี่...ฉันอยากไปที่นี่สักครั้งแก" ม่านฟ้าชี้โรงแรมแห่งหนึ่งที่มีลักษณะเป็นรูปเรือใบให้เอยดู เป็นโรงแรมที่ขึ้นชื่อและสวยงาม มีเอกลักษณ์ที่น่าตราตรึงแก่สายตา

"ฝันเฟื่องแล้วแกอะ" เอยดีดนิ้วดังเปาะอย่างดึงสติทำให้ม่านฟ้านั้นหลุดจากภวังค์ จากที่ยิ้มจนต้องหุบยิ้มทันทีเพราะเพื่อนสนิทนั้นดับฝัน

“ฝันอะไร...ฉันกำลังเก็บเงินอยู่ ฝันของฉันมันต้องเป็นจริงเว้ยเพื่อนรัก หุหุ” เสียงหวานหัวเราะขบขันอย่างมีความหวัง

“เป็นเอามากเพื่อนฉัน” เอยส่ายหัวและเปรยออกมาอย่างเอือมระอาในความฝันของม่านฟ้าที่พร่ำเพ้อออกทางสีหน้าชัดเจน

“แล้วนี่แกไม่มีงานมีการทำหรือไง...มาดับฝันฉันเนี่ย”

“มี!”

“แล้วทำไมไม่ไปทำ”

“ฉันขี้เกียจ”

“เออ...ง่ายดีเนอะ”

“ก็ฉันเป็นคนง่าย ๆ ผู้ชายก็ได้ ผู้หญิงก็ดี” เอยไหวไหล่และเอ่ยออกมาหน้าตาเฉย ไม่สะทกสะท้านกับคำพูดสักนิด

“ไม่มีคำบรรยาย...” ม่านฟ้าเอ่ยอย่างเอือมระอา จนเอยเพื่อนรักเดินออกไป ส่วนม่านฟ้าก็ก้มหน้ามองสถานที่ต่าง ๆ ในฝันที่เธอนั้นอยากจะไปด้วยความหวังที่มีเต็มเปี่ยม เพราะตั้งใจไว้แล้วว่า จะต้องไปให้ได้ในชีวิตนี้

“แล้วนี่แกจะรีบไปไหนม่านฟ้า รุกรี้รุกรนเชียว” เอยเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนสาวนั้นเก็บกระเป๋าอย่างร้อนรนเหมือนคนรีบร้อน

“อ๋อ ฉันจะไปบริษัททัวร์น่ะแก ต้องเอาพาสสปอร์ตไปให้เขา”

“ห๊า นี่แกเอาจริงหรอม่านฟ้า แล้ว แล้วนี่แกไปเตรียมการตั้งแต่ตอนไหนวะ” เอยถามขึ้นอย่างตกใจไม่คิดว่าสิ่งที่เพื่อนนั้นฝัน เธอแอบทำมันโดยที่ไม่ได้บอกให้เธอรู้สักนิด

“ก็เริ่มมาสักพักแล้วล่ะ”

“ทำไมฉันไม่รู้อะ”

“แกชอบบอกฉันฝัน ฉันเพ้อเลยไม่อยากบอก ตอนแรกก็ว่าจะเล่าให้ฟังนะ แต่พอเห็นแกบอกเมื่อกลางวันว่าฉันนั้นฝันเฟื่องเลยเปลี่ยนใจไม่เล่าให้ฟัง

“แกนะแก ปิดเพื่อนได้ แล้วนี่จะไปเมื่อไหร่ล่ะ” เอยเมื่อไม่มีคำจะพูดต่อ เพราะสิ่งที่ม่านฟ้านั้นบอกเธอพูดดับฝันเพื่อนจริง ๆ

“อาทิตย์หน้าออกเดินทางและฉันก็ยื่นแจ้งลาพักร้อนไว้แล้ว” ม่านฟ้าบอกกล่าวให้เอยรับรู้ เพราะการไปตามฝันในสถานที่ใฝ่ฝันนั้นต้องไปหลายวัน และบ้านหลังเดียวที่เป็นมรดกส่งต่อมาจากยายเธอต้องอาศัยวานให้เอยดูแลให้ในช่วงที่เธอไม่อยู่

“เร็วจังวะ”

“ก็ฉันเตรียมตัวไว้นานแล้ว แค่ไม่บอกแกแค่นั้นเองเพื่อนรัก”

“ฉันมองแกพลาดมากม่านฟ้า”

“ฮ่าฮ่าฮ่า...ถ้าฉันตั้งใจนะเอยไม่ว่าเรื่องยากแค่ไหนฉันก็ต้องทำมันให้ได้ ไปกับฉันด้วยไหมล่ะ”

“ไม่ไปอะ...แต่คืนนี้อย่าลืมนัดนะ เดี๋ยวฉันเป็นเจ้ามือเอง”

“โอเคจ้ะ”

....ยามราตรีที่แสนครึกครื้นแต่เวลากลางคืนแบบนี้บางคนอาจจะเข้าสู่ของการหลับใหลอย่างสบายใจ แต่มันไม่ใช่สำหรับสองสาวงามอย่างม่านฟ้าและเอย ที่กำลังเชยชมเหล่าผีเสื้อตัวผู้และตัวเมียร่ายท่าทางประกอบกับเสียงเพลงที่แสนเร้าใจ มือบางถือแก้วเครื่องดื่มโยกเบา ๆ ไปมา สายตาก็กวาดมองโดยรอบบริเวณแต่สายตาของม่านฟ้าได้สบตามองกับใครบางคนที่จ้องมาทางเธอเช่นกัน ชายคนนั้นส่งยิ้มให้เธอแต่ม่านฟ้าก็ไม่ได้สนใจ ละสายตามองไปทางอื่นทันที ท่าทางแบบนี้ที่เธอเป็นประจำและคงไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้

“ให้เกียรติดื่มกับผมสักแก้วจะได้ไหม?” ชายคนนั้นเดินมายืนตรงข้ามม่านฟ้าและเอ่ยทักอย่างร้องขอ

“..................” ม่านฟ้ามองนิ่งจ้องมองชายตรงหน้าแต่ก็ไม่พูดจาอะไร

“แก” เอยสะกิดแขนม่านฟ้าอย่างบอกกล่าวเมื่อเพื่อนนั้นเอาแต่นิ่งเงียบไม่สนใจ

“อะไร” ม่านฟ้าตอบเพียงสั้น ๆ

“เขาคุยกับแกอะ” เอยบอกพร้อมส่งยิ้มเป็นการทักทายชายตรงหน้า “นั่งก่อนสิคะ”

“ขอบคุณครับ” ชายคนนั้นนั่งลงตรงข้ามกับม่านฟ้า สายตาที่มองม่านฟ้าอย่างหยาดเยิ้มแต่เธอไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย “ผมชื่อครรชิตนะครับ...จะเป็นอะไรไหมถ้าวันนี้ผมขอเป็นเจ้ามือ” ครรชิตเสนอตัว

((ไม่ค่ะ/ยินดีค่ะ)) คำแรกม่านฟ้าพูด คำต่อมาเอ่ยบอกกล่าวด้วยรอยยิ้ม แต่ต้องหุบยิ้มลงเมื่อเพื่อนไม่เล่นด้วยเอยจึงส่งสายตาขึงตึงใส่ม่านฟ้าอย่างส่งสัญญาณว่าเธอนั้นอุตส่าห์จะรอดพ้นจากการเป็นเจ้ามือในค่ำคืนนี้แต่ทำไมเพื่อนต้องเป็นหนาม

“แหะ ๆ” เมื่อทำอะไรไม่ได้เมื่อสายตาของม่านฟ้านั้นส่งสัญญาณบอกกล่าวว่าเอยควรอยู่นิ่ง ๆ

“คงไม่เป็นไร ขอบคุณค่ะเรามีเงินเลี้ยงตัวเอง...ไปกลับกันได้แล้วเอย” ม่านฟ้าวางแก้วเครื่องดื่มแล้วลุกพรวดจากโต๊ะนั้นทันทีโดยไม่รีรอให้เอยนั้นได้มีโอกาสเอ่ยปากถามหรือตอบโต้ใด ๆ

“ม่านฟ้า!” เอยตวาดเสียงดังในรถเมื่อเพื่อนไม่ได้ดั่งใจ

“ตะคอกเสียงดังทำไม” ม่านฟ้าไม่ได้ใยดีเสียงแค่นี้ไม่สะทกสะท้านหูเธอหรอก

“แกทำให้เราชวดกินฟรี” เอยนั่งหน้างอมือกอดอกพูดพร่ำ

“ของฟรีไม่มีในโลก มันอาจจะคิดไม่ดีกับเราก็ได้นะเอย” ม่านฟ้าชี้แจง “เราเป็นผู้หญิงมาเที่ยวแบบนี้จะเห็นแก่กินฟรีไม่ได้ต้องนึกถึงความปลอดภัยของตัวเองก่อน”

“มันก็ใช่อะ ฉันคิดน้อยไป งั้นเรากลับบ้านกันดีกว่า”

ครรชิต

ท้องฟ้าที่แสนสดใส แสงแดดเจิดจ้าร้อนระอุของเมืองไทย สาวไทยผิวสองสีกำลังย่างกรายเรียวขายาวสวยเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิ วันนี้เธอจะไปทำตามฝันที่ตั้งใจ ม่านฟ้าทำการลาพักร้อนด้วยสิทธิ์ที่เธอนั้นมี วันนี้เธอจะได้เหยียบผืนดินที่ใฝ่ฝันมานาน

"เดินทางดีๆ นะแก" เอยเพื่อนสนิทมาส่งม่านฟ้ายังสนามบินเพื่อเดินทางไปยังที่หมาย สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์

"ขอบใจนะเอย...ที่มาส่ง" ม่านฟ้าขยับเข้าไปกอดเอยอย่างขอบคุณ

"เที่ยวให้สนุกนะแก...ฝันกำลังเป็นจริงแล้ว"

"อืม...ฝากดูแลบ้านด้วยนะ รดน้ำต้นไม้ให้ด้วย" ม่านฟ้าละกอดจากเอย และเอ่ยฝากฝังดูแลบ้านที่เป็นสมบัติชิ้นเดียวที่ยายทิ้งไว้ให้ก่อนลาลับจากโลกไป

เสียงเครื่องบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าที่แสนกว้างใหญ่ไพศาล แพรก้อนเมมฆสีขาวสะอาดตาหนากระทบกับแสงแดดจ้า ส่องประกายระยิบระยับ เป็นความสวยงามที่ธรรมชาติช่างสรรค์สร้างขึ้นมาเสียจริง สายตาคมจ้องมองความงามบนท้องฟ้ารอยยิ้มและหัวใจเต้นตุบ ๆ

...บริษัททัวร์ที่ม่านฟ้าเลือกใช้บริการก็ดูแลดีเสียจริง การเดินทางที่ไร้คนรู้จัก ก็ไม่ยักจะเป็นอุปสรรคต่อม่านฟ้าเลยสักนิด

"สวัสดีครับ" เสียงหนึ่งดังขึ้นจนเธอต้องละสายตาหันมามองตามเสียง ชายคนที่นั่งข้างๆ เอ่ยเรียก เขาคือหนึ่งในคนที่ร่วมทริปในครั้งนี้

"ค่ะ" เสียงนิ่งตอบกลับเพียงสั้น ๆ

"ผมชื่อครรชิต มากับทัวร์กรุ๊ปที่จะไปดูไบ" ชายวัยกลางคนที่นั่งข้าง ๆ ม่านฟ้าแนะนำด้วยท่าทีเป็นมิตรเพราะเธอคนนี้เขาเคยเจอมาก่อนหน้าแล้วแต่เธอนั้นแสดงท่าทีไม่ได้อยากรู้จักเลยสักนิด แต่ก็เอาเถอะอย่างน้อยก็มีเพื่อนร่วมทริปแล้วกัน

"อ่อค่ะ...ฉันม่านฟ้า"

"ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ"

"ค่ะ...ว่าแต่คุณหน้าคุ้น ๆ นะคะ"

“อย่างนั้นเหรอครับ” ครรชิตตีหน้าซื่อตอบแบบอมยิ้มอ่อนเมื่อสิ่งที่เธอนั้นบอกแม้จะจดจำไม่ได้ แต่อย่างน้อยเธอก็ยังแสดงความคุ้นหน้า

การสนทนาแนะนำตัวเริ่มขึ้น ครรชิตที่สังเกตเห็นม่านฟ้าที่คุ้นหน้าคร่าตาตั้งแต่คืนที่พบเจอกันในสถานบันเทิงที่บังเอิญเจอ ความต้องตาเริ่มก่อตัวจนอยากรู้จัก หญิงสาวผู้มักมีใบหน้าไร้รอยยิ้ม ไม่รู้อะไรที่ทำให้ครรชิตหนุ่มหน้าตาดีต้องตาต้องใจได้ ครรชิตเป็นเจ้าของบริษัททัวร์นี้ และครั้งนี้เขาก็มาดูแลลูกค้าด้วยตัวเองแต่ไม่รู้ว่ามันคือโชคชะตาหรือเปล่าที่ทำให้เขานั้นพบสาวคนนี้ที่ถูกใจเขาเพียงสายตาแรกที่พบเห็นแบบชัดเจน เพราะคืนที่เจอกันเขามองเธอผ่านม่านไฟสลัวเท่านั้น ไม่คิดว่าเมื่อเจอเธอแบบจัง ๆ เธอจะถูกใจยิ่งกว่า...

ครรชิตพยายามพูดคุยกับสาวเจ้าที่โลกส่วนตัวค่อนข้างสูง คำถามที่ครรชิตถามยาวเหยียด แต่คำตอบจากสาวเจ้าที่ตอบกลับนั้นช่างแสนสั้นนัก แต่ครรชิตก็ไม่ลดละความพยายาม เพราะเธออาจจะระแวดระวังตัวจากคนไม่คุ้นหน้า และม่านฟ้าก็ยังไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วครรชิตคือเจ้าของบริษัททัวร์ที่เธอกำลังใช้บริการอยู่

"คุณม่านฟ้า..."ครรชิตเอ่ยถาม

"คะ ?"ม่านฟ้าตอบรับสั้น ๆ

"รับอาหารว่างไหมครับ” เมื่อการเดินทางมานานพอสมควรจนพนักงานบริการบนเครื่องบินเข็นรถเข็นที่มีน้ำและอาหารมาบริการ ครรชิตจึงเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นม่านฟ้าไม่มีทีท่าขยับกายไปไหนหรือต้องการอะไรสักอย่าง ความเป็นสุภาพบุรุษจึงก่อตัว

"ไม่เป็นไรค่ะ" ม่านฟ้าตอบปฏิเสธและก้มหน้าอ่านหนังสือที่เธอนั้นชอบพกติดตัวตลอดเวลามาด้วย นิยายเล่มโปรดที่เธอยังอ่านค้างไม่จบ

"ต้องการอะไรบอกได้นะครับ"ครรชิตเสนอตัวให้ความช่วยเหลือ และเขาก็ยินดีหากเธอจะเรียกให้เขาบริการ

"ค่ะ"ม่านฟ้าตอบรับพร้อมส่งยิ้มอ่อน จนคนที่ได้มองนั้นหัวใจแทบหลอมละลาย

เชคฮบราฮิม

"วันนี้เรามีภารกิจที่ไหนบ้าง ราชิต" ทายาทผู้นำรัฐเอ่ยถามเลขาคนสนิทถึงภารกิจที่ต้องทำ ตามที่ท่านผู้นำรัฐมอบหมายให้

"ท่านจะต้องต้อนรับแขกคนสำคัญด้วยตนเองที่สนามบินครับ...และเลี้ยงรับรองในมื้อเย็น เป็นอันเสร็จภารกิจของวันนี้ครับ" ราชิตร่ายยาวถึงภารกิจที่เชคฮบราฮิมต้องทำ

"ทานข้าวอย่างนั้นหรือ...ใครกันแขกสำคัญ เรื่องนี้เราไม่เห็นรู้ล่วงหน้า"

"ท่านผู้นำสั่งมาแบบกะทันหันครับ ต้องขออภัยที่รายงานช้า" ราชิตเลขาคนสนิทโค้งคำนับอย่างนอบน้อมเป็นการขอโทษขอโพย แต่แท้จริงแล้วราชิตทำโดยคำสั่งท่านผู้นำรัฐต่างหากที่สั่งเข้มไว้ เพราะหากบอกกล่าวล่วงหน้าบุตรชายทายาทคงปฏิเสธภารกิจนี้เป็นแน่

เชคฮบราฮิม ทายาทลำดับต่อไปต่อจากท่านผู้นำแห่งรัฐชาร์จาห์ ที่ตั้งอยู่บนคาบสมุทรอาหรับบนอ่าวเปอร์เซีย ที่มีประชากรนับหลายแสนคน เป็นจุดศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมที่มั่งคั่ง ผู้คนมากมายทั้งนักธุรกิจชาวต่างชาติและนักธุรกิจในอาหรับ ที่ต้องการร่วมลงทุนกับธุรกิจของชาร์จาห์ แต่ก็ไม่ง่ายนักเลยที่

เชคฮบราฮิมผู้เคร่งครัดและมีแบบแผนจะยอมร่วมลงทุนด้วยง่าย ๆ หากผลที่ได้นั้นไม่มากพอจนเป็นที่น่าพอใจ

เชคฮบราฮิม ผู้ที่ทรงเสน่ห์ด้วยมาดขรึม แววตาดุดันคมเฉี่ยวดุจพญาเหยี่ยวที่เฉิดฉายบนท้องฟ้า เป็นที่ต้องตาของหญิงสาวชาวอาหรับ แต่ทุกนางกลับถูกเชคฮบราฮิมนั้นปฏิเสธ เพียงเพราะยังไม่อยากผูกมัดกับหญิงใด หากไม่ใช่คนที่หมายตาและถูกใจจริง ๆ

^^^^^^^^^^^^^^^

...ผืนแผ่นดินอาหรับที่อาบล้อมด้วยความงดงามทางวัฒนธรรมและสิ่งก่อสร้างตระการตา สายตาคมของม่านฟ้ามองตึกสูงระฟ้าและสิ่งรอบกายอย่างสนอกสนใจ เธอชื่นชอบและหลงใหลที่นี่เสียแล้ว

"ทุกคน....เดี๋ยวคืนนี้เราจะพักกันที่โรงแรมBurj Al Arab(บุรจอัลอาหรับ) กันนะครับ เป็นโรงแรมที่หรูหราระดับเจ็ดดาวและเป็นสัญลักษณ์แห่งดูไบ” เสียงเข้มสุขุมดังขึ้น เมื่อหันมองไปก็เป็นเสียงของครรชิตที่เปร่งออกมาเพื่อบอกกล่าวลูกทัวร์

((ว้าว))

"ทำไม...?" ม่านฟ้าจ้องมองไปยังครรชิตด้วยความสงสัย และส่งสายตาอย่างเป็นคำถามเมื่อครรชิตนั้นมองมาและส่งยิ้มให้

"ผมขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ...ผมชื่อครรชิต เป็นคนดูแลทุกท่านตลอดทริปนี้ และ...เป็นเจ้าของบริษัททัวร์นี้ครับ"

((ว้าว)) เสียงโห่ร้องของลูกทัวร์ดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อครรชิตแนะนำตัวจบลง แน่นอนสิเพราะครรชิตหนุ่มหน้าตาดีจะเป็นคนดูแลและบริการพาเที่ยว สาวที่ไหนจะไม่กรี๊ดจริงไหม?

การจัดทริปท่องเที่ยวที่แสนจะพิเศษ เรียกได้ว่าระดับราชนิกูลเลยทีเดียว ด้วยราคาทัวร์ต่อคนนั้นเหยียบแสนกว่าบาทและลูกทัวร์แค่ไม่กี่คนเท่านั้น ก็ไม่แปลกหากเจ้าของบริษัทฯ จะลงมาดูแลความเรียบร้อยเอง

ม่านฟ้าที่ได้แต่ยืนมองครรชิตด้วยสีหน้านิ่งเรียบ ท่ามกลางเสียงตื่นเต้นของสาว ๆ หลายคน ใช่แล้วล่ะสาวๆ เพราะทริปนี้ไม่มีคนแก่หรือเด็กสักคน แต่ม่านฟ้าหาได้สนใจไม่ แค่ตกใจกับการได้ยินและรับรู้ครั้งแรกเท่านั้น ทุกอิริยาบถจึงเข้าสู่ปกติดังเดิม

เมื่อผู้นำทัวร์ชี้แจงรายละเอียดห้องพัก คู่ที่ต้องนอนร่วมกันตลอดทั้งทริปและทุกอย่างเรียบร้อย ทั้งหมดจึงมุ่งตรงสู่โรงแรมที่พัก ม่านฟ้าเกิดอาการประหม่าและตื่นเต้นแต่เก็บอาการ เธอจ้องมองรูปภาพของโรงแรมในฝันและตอนนี้มันกำลังจะกลายเป็นความจริง

ความหรูหราตระการตาภายในโรงแรมจนแทบไม่อยากจะละสายตา ความสวยงามที่ฉาบแต่งอย่างอลังการ ม่านฟ้าเดินก้าวขาอย่างช้า ๆ สายตาก็กวาดมองโดยรอบอย่างตะลึงในความสวยงาม และสิ่งก่อสร้างนี้ โดยที่เธอนั้นไม่ได้มองทางสักนิด เพราะหลงใหลกับสิ่งตรงหน้าจนไม่อาจละสายตาลงได้จริง ๆ

"สวยจริง ๆ" สายตาคมแหงนมองพื้นเพดานสีทอง ถูกตกแต่งด้วยไฟระย้าสวยงามพวงใหญ่ ตุ๊กตาพลทหารน่ารักยืนเรียงเป็นชั้น ๆ จนม่านฟ้านั้นอดไม่ได้ที่จะหยิบกล้องมาถ่ายรูปเก็บไว้ในความทรงจำ "โอ๊ะ!..." ด้วยความไม่ทันระวัง ม่านฟ้าถอยหลังเพื่อมุมถ่ายรูปที่ต้องการ จนแผ่นหลังบางนั้นชนกระทบเข้ากับของแข็งบางอย่างจึงรีบหันกลับไปมองทันที "ขอโทษค่ะ" ม่านฟ้ารีบก้มหัวและพูดขอโทษเป็นภาษาอังกฤษทันทีตามวิสัยของคนไทยที่มักนอบน้อมเสมอไม่ว่าอยู่ที่ใดก็ตาม

ชายตรงหน้าที่มีใบหน้าคมเข้ม หล่อเหลา ในแบบฉบับชาวตะวันออกกลาง เปรียบเหมือนมนตราที่สะกดม่านฟ้าให้จ้องมองอย่างไม่อาจละสายตาได้อย่างกับโดนมนตร์ดำสะกดไว้

...ไร้เสียงตอบกลับจากฝ่ายตรงข้ามแม้ม่านฟ้าจะเอ่ยขอโทษออกไป มีเพียงสายตาคมดุดันเท่านั้นที่มองมาพร้อมใบหน้าที่นิ่งเรียบ

"ขอโทษอีกครั้ง...ฉันไม่ได้ตั้งใจ" ม่านฟ้ารีบกล่าวตามมารยาทอีกครั้งเป็นภาษาอังกฤษเมื่อดึงสติกลับมาให้หลุดจากภวังค์ขอบใบหน้าหล่อเหลานั้น "คุณคะ...อ๊ะ!!" มือบางยื่นออกไปหวังจะสะกิดชายตรงหน้า เพราะม่านฟ้าพูดออกไปหลายประโยคแต่กลับไร้น้ำเสียงโต้ตอบกลับมา มีเพียงสายตาคมที่มองมายังเธอเท่านั้น มือบางหวังสัมผัสเพื่อให้ให้ชายตรงหน้าโต้ตอบ เพราะเขานั้นนิ่งเหลือเกินอย่างกับหยุดหายใจ แต่ก็โดนชายชุดสูทสีดำปัดมือบางนั้นออกไปอย่างแรง

ชายคนนั้นเพ่งสายตาคมไปมองชายชุดดำที่ยืนขนาบข้าง พูดเสียงเข้มแต่ม่านฟ้าฟังไม่ออกด้วยภาษาที่เขาใช้กันนั้นไม่ใช่ภาษาอังกฤษ เธอจึงได้แต่ยืนมองอย่างงวยงง

((คุณม่านฟ้า)) เสียงเรียกชื่อที่ดังขึ้นทำให้ม่านฟ้าเบนสายตาไปยังต้นเสียง ครรชิตที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งมายังเธอก่อนจะหยุดยืนข้าง ๆ และมองชายคนนั้นที่ยืนอยู่ก่อนหน้า ม่านฟ้างงว่าทำไมเขาไม่พูดอะไรหรือเดินจากไปเสียที หรือเขาเคืองโกรธที่เธอนั้นเผลอชนเขาเข้า

"คุณครรชิต คือฉันชนเขาค่ะ แต่....อ้าว~~~" ม่านฟ้ากำลังแถลงเหตุการณ์เล่าสู่ครรชิตฟัง หวังให้ครรชิตถามไถ่ให้ แต่ไหนเลยชายคนนั้นกลับเดินจากไปทันทีทั้งที่ก่อนหน้าก็นิ่งอยู่นาน แต่ก็ช่างเถอะเขาไม่เอาเรื่องก็ดีถมไปแล้ว

"เป็นอะไรหรือเปล่าครับคุณม่านฟ้า" ครรชิตเอ่ยถาม

"ไม่เป็นไรค่ะ" ม่านฟ้าตอบกลับ

"พอดีผมจะมาตาม...บัดดี้ที่จะนอนห้องเดียวกับคุณม่านฟ้ารอเข้าห้องพักอยู่ครับ"

"อ่อ...ขอโทษนะคะ ฉันเดินเพลินไปหน่อย"

"ไม่เป็นไรครับ...ไปกันเถอะเดี๋ยวผมเดินไปส่ง"

"ขอบคุณค่ะ" ม่านฟ้าส่งยิ้มให้ครรชิตและเอ่ยขอบคุณ ทันทีที่รอยยิ้มหวานผุดขึ้นบนใบหน้าเสลา ครรชิตนั้นปลื้มปริ่ม ยิ้มกริ่มในใจ รอยยิ้มหวานสดใสที่มองทีไรเป็นต้องทำให้หัวใจครรชิตนั้นสั่นไหวทุกครา

“คุณม่านฟ้ามาเที่ยวคนเดียวหรือครับ” ระหว่างทางที่เดินไปส่งหญิงสาว ครรชิตเอ่ยถามขึ้นเพื่อสยบความเงียบ เพราะม่านฟ้าดูท่าแล้วคงไม่มีทางพูดกับเขาก่อนเป็นแน่

“อ๋อใช่ค่ะ”

“ไม่เหงาหรือครับ ปกติผมเห็นผู้เขาไม่ค่อยไปไหนมาไหนคนเดียว” ครรชิตถามอย่างสงสัยเพราะเท่าที่รู้จักผู้หญิงแทบไม่เจอเลยคนแบบม่านฟ้า มาต่างถิ่นแบบนี้จะมาเพียงลำพัง

“ไม่หรอกค่ะ อีกอย่างฉันไม่ค่อยชอบความวุ่นวายเท่าไหร่ มาคนเดียวก็สบายใจดีค่ะ” ประโยคแรกตั้งแต่เดินทางร่วมกันมาที่ม่านฟ้าพูดกับเขายาวเหยียด จนครรชิตนั้นแสดงออกทางสีหน้าด้วยยิ้ม “ยิ้มอะไรเหรอคะ ? ฉันพูดอะไรผิดไปอย่างนั้นหรือ”

“เปล่าครับ ผมแค่แปลกใจส่วนมากไม่ค่อยมีผู้หญิงที่จะคิดแบบคุณเท่าไหร่” ครรชิตบอกอย่างเขินอายเมื่อถูกจับได้เพียงรอยยิ้มบนใบหน้า

“แฟนหรือคะ ?”

“ผมยังไม่มีใครครับ” ครรชิตรีบพูดทันทีเมื่อคำถามออกจากปากของม่านฟ้า หญิงสาวที่หมายตาตั้งแต่แรกเห็น “ถึงห้องพอดีครับ”

“ขอบคุณที่เดินมาส่งนะคะ” ม่านฟ้าส่งยิ้มอ่อน ๆ พร้อมเอ่ยของคุณ

“พักผ่อนให้สบายนะครับ แล้วพบกันใหม่พรุ่งนี้เช้า”

“ค่ะ”

“คุณม่านฟ้าเข้าห้องเถอะครับ” ครรชิตบอกและม่านฟ้าก็ส่งยิ้มสุดท้ายของค่ำคืนนี้แก่ชายตรงหน้าก่อนจะเคาะห้องพักแล้วเดินหายลับเข้าไปทิ้งไว้เพียงรอยยิ้มที่มันยังคงฝังในใจของครรชิตให้นอนหลับฝันดีในคืนนี้เท่านั้น....

ตอน 2

...สายตาคมที่ยืนมองเหตุการณ์ในมุมลับตา การเสวนาระหว่างหญิงสาวที่เขาเพิ่งชนอยู่ในสายตาของเชคฮ บราฮิมตลอดหลังจากที่เขานั้นเดินออกมา เชคฮ บราฮิมดั่งถูกสาปให้นิ่งดั่งหินเมื่อเห็นใบหน้าหวานเสลา ดุจนางพญา ดวงตาคมของม่านฟ้าที่มองหน้าสบตาเขามันตราตรึงติดในดวงตาอย่างน่าจดจำ...^นางฟ้าเดินดิน^ เขาตราหน้าเธอในใจ

"มีอะไรพึงพอใจหรือครับท่าน" ราชิตเลขาคนสนิทเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าคนเป็นนายอมยิ้มอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หากสิ่งนั้นไม่ถูกใจจริง ๆ

"เราพอใจหญิงนางนั้น" เชคฮ บราฮิมเอ่ยบอก

"ท่านหมายถึงใครหรือครับ"

"นางฟ้าเดินดินคนนั้น" คำพูดที่ทำเอาเลขาอย่างราชิตถึงกับงวยงงเมื่อเจ้านายพร่ำบอก "คนที่ชนเราตอนเข้ามา" เชคฮ บราฮิมขยายความเมื่อเห็นแล้วว่าคนสนิทไม่เข้าใจ "เราต้องการเธอคนนั้น!" เสียงเข้มแผดดังหนักแน่นอย่างมุ่งมั่น

"แต่กระผมเกรงว่า..."

"อยากได้ก็คืออยากได้!...ไปสืบมาว่าเธอเป็นใคร มาจากไหน แลกด้วยอะไรเราก็ยอม" เสียงราชิตต้องหลบคืนกลับสู่ลำคอเมื่อเจ้านายแผดเสียงกังวานดังลั่นยิ่งกว่าระฆัง ทายาทท่านผู้นำแห่งรัฐชาร์จาห์ที่ใครต่อใครนั้นเกรงขาม ด้วยสมญานามที่ก้องไปทั่วว่าดุดันและเด็ดขาดที่สุด สิ่งไหนที่เชคฮ บราฮิมปริปากพูด นั่นหมายถึงต้องทำให้สำเร็จและต้องได้ในสิ่งที่ต้องการ

"ครับ...กระผมจะดำเนินการให้" สิ้นเสียงตอบรับของราชิต เลขาคนสนิทที่เป็นทั้งเพื่อนที่รู้ใจ ไม่ว่างานใดก็ไม่ทำให้เชคฮ บราฮิม นั้นผิดหวัง

**********************

"ท่านครับ" เสียงราชิตเอ่ยเรียกเมื่อข้อมูลที่นายเหนือหัวต้องการทราบ เขาพร้อมที่จะรายงาน

"ว่ามา" ร่างหนากำยำที่นั่งบนเก้าอี้หรูห่อหุ้มด้วยแพรไหมเนื้อดีขลิบทอง หมุนวนมาประจันหน้ากับเลขาคนสนิท

"เธอชื่อ ม่านฟ้า มงคลกุล อายุยี่สิบแปดปี ยังไม่มีครอบครัว ครองสถานะโสด สัญชาติไทย เชื้อชาติไทยโดยแท้ พ่อแม่ของเธอตายจากไป มีเพียงยายที่เลี้ยงเธอมา และตายจากลาไปเมื่อปีที่แล้ว ตอนนี้เธอทำงานที่บริษัทเอกชนในประเทศไทยครับ...และตอนนี้เธอลาพักร้อนเพื่อพักผ่อน และจะอยู่ที่อาหรับเจ็ดวันครับ ข้อมูลที่ได้มีเพียงเท่านี้ครับ" ราชิตรายงานตามที่ได้ข้อมูลมา

"แค่นี้ก็เพียงพอ แล้วเธอไม่มีญาติที่ไหนรึ?" เชคฮ บราฮิม ย้อนถามอย่างสงสัย เธอคือผู้หญิงตัวคนเดียวหรืออย่างไร

"ไม่มีครับ เธอตัวคนเดียว แต่เธอมีเพื่อนสนิทที่รักกันมากหนึ่งคนครับ" เป็นดั่งที่เชคฮ บราฮิมสงสัยเธอจะไม่มีใครอยู่ข้างกายเลยหรืออย่างไร ผู้หญิงที่ไหนจะไม่มีเพื่อนหรือว่าคนสนิท

"อืม...เราต้องการพบเธอในมื้อเย็นวันนี้"เชคฮ บราฮิม บอกถึงความต้องการ

"แต่ท่านมีนัดกับแขกคนสำคัญนะครับ"ราชิตย้ำเตือนในหน้าที่ที่ทายาทอย่าง เชคฮ บราฮิม ต้องทำให้เวลาอันใกล้

"เราจะไม่ทำให้เสียงาน...เป็นไปได้ไหมหากจะเลื่อนเวลานัดแขกสำคัญของท่านพ่อให้เร็วขึ้น” ถึงจะเป็นคนเลือดร้อนเอาแต่ใจแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล

การพบปะแขกคนสำคัญของท่านผู้นำถูกเลื่อนให้เร็วขึ้นตามที่เชคฮ บราฮิมร้องขอ ราชิตทำงานได้ดีตามที่เขาต้องการเสมอและคงไม่มีใครรู้ใจเขาได้มากกว่าราชิตอีกแล้ว แขกคนสำคัญคือคนที่ท่านผู้นำรัฐต้องการร่วมลงทุนในธุรกิจอุตสาหกรรมด้วย เม็ดเงินมหาศาลที่จะเป็นผลตอบแทนหากได้หุ้นส่วนคนนี้ร่วมลงทุนและเชคฮ บราฮิมก็ไม่ได้ทำให้ท่านผู้นำรัฐผิดหวัง ทุกอย่างสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีอย่างตั้งใจ

…หน้าที่อันถึงกระทำนั้นสิ้นสุดด้วยความราบรื่นไร้อุปสรรคขวากหนาม ต่อไปคือหน้าที่ของหัวใจที่เรียกร้องหาหญิงที่เขาตราหน้าว่าเป็น นางฟ้าเดินดิน ความสะพรึงในดวงตาและใบหน้าของเธอแม้เพียงแรกเจอ เขานั้นก็อยากได้เธอมาครองเสียแล้ว เชคฮ บราฮิม ผู้ที่ไม่ค่อยหลงใหลในสาวงามนัก แต่เมื่อได้พบเจอกับเธอคนนี้

ม่านฟ้า มงคลกุล

หญิงสาวชาวไทยที่ต้องตาต้องใจเพียงสัมผัสแรก เธอก็เป็นเหมือนฉนวนไฟชั้นดี ที่กำลังปุกปั่นหัวใจของเชคฮหนุ่มผู้เลือดร้อน ดุดัน และโหดร้ายในสายตาคนอื่นให้หวั่นไหวได้ถึงเพียงนี้อย่างที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน

ตอน 3

...ร่างกายสมส่วนเดินย่างกรายตามหลังราชิตตามคำเชิญของเชคฮ บราฮิมที่ต้องการพบเธอ กว่าราชิตจะเอ่ยชวนได้ จนเธอนั้นยินยอมตามเขามา ตามที่นายเหนือหัวต้องการก็เล่นหมดน้ำลายไปหลายลิตร กว่าเธอนั้นจะยอมตามมาแต่โดยดีด้วยการยื่นข้อเสนอบางอย่างให้แก่เธอ นั่นคือค่าเสียเวลาต่อนาที แต่เธอคนนี้ก็แสนจะระวังตัวเองเป็นอย่างดีแต่เจตนาของราชิตแค่สนองให้นายเหนือหัวเท่านั้น ไม่ได้คิดปองร้ายเธอแม้แต่น้อย

"นายท่านรอพบคุณอยู่ด้านในครับ"ราชิตบอกทันทีเมื่อเดินมาหยุดตรงประตูห้องรับรองบานใหญ่สุดหรูภายในโรงแรมที่ตกแต่งสุดตระการตาระดับเจ็ดดาว

"ฉันยังสงสัย...นายท่านของคุณต้องการพบฉันทำไม หรือโกรธที่ฉันเดินชน แต่ฉันก็ขอโทษไปแล้วนะ" ม่านฟ้ายืนกอดอกร่ายยาวอย่างหงุดหงิดแต่ก็จำยอมเดินเข้าไป เมื่อราชิตเปิดประตูให้ ไม่ได้เห็นแก่เงินค่าเสียเวลาหรอกนะ...ถ้าไม่มากพอ! ^○^ ม่านฟ้าพึมพำกับตัวเองภายในใจ

"ชริ!...ไม่มีปากหรือไงนะ" ม่านฟ้าไม่วายหันไปแขวะราชิตด้วยคำพูดภาษาไทยอย่างคนอารมณ์เสียและหงุดหงิด ก่อนจะเดินผ่านหน้าราชิตเข้าไปด้านใน

...ห้องพักสุดหรูอลังการสีทอง เฟอร์นิเจอร์หรูหราตั้งตระหง่านจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ชายร่างสูงกำยำล่ำสันนั่งมองมายังม่านฟ้าด้วยแววตาเสน่หา แต่ม่านฟ้ากลับไม่ได้สนใจหนุ่มรูปงามที่นั่งมองเลยแม้แต่น้อยเธอสนใจสิ่งของแปลกตาภายในห้องจนไม่ได้มองสังเกตว่ามีใครมองเธออยู่ สายตาคมของม่านฟ้านั้นมองคล้อยไล่กวาดสายตาโดยรอบ ที่เอาแต่เชยชมความสวยงามตรงหน้าที่มันดึงดูดสายตาเธอเท่านั้น

"อะแฮ่ม"

"อุ้ย!" ม่านฟ้าสะดุ้งตัวโหยง เมื่อเสียงกระแอมดังขึ้นจนทำให้เธอนั้นหลุดจากภวังค์ และมองไปยังต้นเสียงทันที

"คุณไม่เห็นผมเหรอ" เชคฮ บราฮิมรู้สึกเสียหน้าแต่ไม่กล้าแสดงออกเท่าไหร่ เมื่อม่านฟ้าไม่ได้สนใจมองเขาเลย เอาแต่เชยชมสิ่งปลูกสร้างที่มนุษย์ปั้นแต่งเท่านั้น

"ฉันขอเข้าเรื่องเลยแล้วกัน" ม่านฟ้าบอกออกไปด้วยสำเนียงภาษาอังกฤษ "เราไม่เคยรู้จักกัน...แล้วเรียกฉันมาพบทำไม ยิ่งใหญ่มาจากไหน แล้วถ้าจะว่าเรื่องที่ฉันชนคุณ ฉันก็ขอโทษไปแล้วด้วย!" ม่านฟ้าร่ายยาวอย่างไม่ได้เกรงกลัวมาดนิ่งขรึมของชายตรงหน้าสักนิด เมื่อชายหนุ่มเอาแต่มองเธอหน้านิ่งไม่ยอมพูดอะไรที่เป็นเนื้อหาสาระ “โอ๊ย เหนื่อย...” เมื่อพอใจที่ได้ถามจนเธอนั้นแทบหายใจไม่ทันจนต้องสบถออกมา “ขอน้ำกินหน่อยได้ไหม ฉันพูดไปเมื่อกี้คอแห้งอะ” ม่านฟ้าร้องขอ

"........." เชคฮ บราฮิมไม่ตอบ ลุกยืนเต็มความสูงแล้วเดินเข้ามาหาม่านฟ้า คนตัวเล็กที่แผดเสียงดัง อย่างไม่เกรงกลัวเขาสักนิด ทั้งที่คนอื่นในอาหรับแค่ได้ยินชื่อของเขาก็ยังกลัวจนตัวสั่น

"เป็นใบ้หรือไง ถามก็ไม่ตอบ ขอน้ำกินก็ อื้อ....." คำพูดถูกสูบคืนลงลำคอระหง เมื่อปากหนาประทับลงปิดกลีบปากบางทันที ที่เอาแต่พร่ำพรรณนาร่ายยาวอย่างตำหนิจนเชคฮ บราฮิมอดที่จะทำโทษไม่ได้ ดวงตาของม่านฟ้าเบิกกว้างอย่างตกใจ การจู่โจมบดจูบกะทันหันที่ไม่ทันตั้งตัว ทำให้ม่านฟ้าแน่นิ่งไปชั่วขณะอย่างกับโดนช็อตด้วยกระแสไฟฟ้า … เขาขโมยจูบแรกของเธอ!

...เมื่อสติกลับมาว่าร่างกายที่ถูกรุกล้ำ ม่านฟ้าพยายามถอยใบหน้าออกห่างแต่เชคฮ บราฮิมกับกดรั้งท้ายทอยให้แน่นิ่งอย่างบังคับ มือบางทุบตีลงไหล่กว้างแข็งแรงแต่ก็ไม่มีไหวติงใด ๆ ทั้งที่ม่านฟ้าทุบตีสุดแรงที่มี

...เมื่อพอใจกับการฉกชิมความหวานในโพรงปากสาว เชคฮ บราฮิมจึงละริมฝีปากออกในระยะประชิด ดวงตาคมเฉี่ยวดุจพญาเหยี่ยวที่บินโฉบท่ามกลางทะเลทรายจ้องมองสบตาเข้าไปในดวงตากลมโตสีนิลนั้นอย่างเสน่หาพร้อมรอยยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ

"ทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย!" ม่านฟ้าถอยกรูออกห่าง แต่ถูกวงแขนแกร่งรวบรัดเข้าหาจนด้านหน้ากระทบกับอกแกร่งแข็งแรง "ปล่อยฉันนะ!...ไอ้โรคจิต!" คำสบประมาทที่เกิดมาไม่เคยมีใครกล้ากล่าวหาว่าร้าย เชคฮ บราฮิมสักครั้ง แต่ม่านฟ้ากลับสาดทอด่าเสียเทเสียอย่างไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย

"หยุด!" คำปรามเสียงเข้มที่ทรงพลังเอ่ยขึ้นพร้อมกับชี้หน้าข่มขู่

"ไอ้โรคจิต! ไอ้บ้า! ไอ้หื่นกาม ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้" ร่างบางดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอดแน่นของเชคฮ บราฮิม แต่ก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากพันธนาการได้ด้วยแรงหญิงที่มีน้อยนิดหรือจะสู้แรงชายชาตรีอย่างเขาได้

"ถ้าไม่หยุดผมจะปล้ำคุณ ตรงนี้! ตอนนี้!" ได้ผลเมื่อคำขู่ที่แสนดุดันถูกพ่นออกมา ม่านฟ้าที่กำลังพยศสงบนิ่งชะงักงันทันที และส่งสายตาเคืองแค้นอย่างเอาเรื่องที่เขานั้นบังอาจพรากจูบแรกของเธอไป จูบที่เธอหวังจะมองให้ชายที่รักในวันที่เข้าหอ

เชคฮ บราฮิม ชายหนุ่มรูปงาม คมเข้ม ร่างกายกำยำล่ำสัน เป็นที่หมายตาของสาว ๆ แค่เพียงกระดิกนิ้วไม่กี่ที ก็มีหญิงสาวเข้าหา แต่กลับไม่ใช่ม่านฟ้าหญิงไทยคนนี้ ความมั่นใจในตัวเองถดถอยลงเมื่อถูกเธอนั้นสบประมาทด้วยคำด่าทอ ^ไอ้โรคจิต...หื่นกาม^ เชคฮ คาตำแหน่งหนึ่งเดียวที่สาวๆ ทั่วทั้งอาหรับอยากจะครอบครองแต่

เชคฮ บราฮิมยังไม่ต้องตาถูกใจจะมอบตำแหน่งนี้ ที่ต้องเคียงกายเขาให้กับใครโดยง่าย หากไม่ใช่หญิงที่เขารักจริง

"อยู่เงียบ ๆ นิ่ง ๆ อย่าพยศให้มาก" เสียงเข้มดุดันสั่งการ

"คุณก็ปล่อยฉันสิ!" กลิ่นสาบสาวที่หอมหวนยั่วยวนเวียนวนในจมูก ทำให้เชคฮ บราฮิมนั้นไม่อยากจะปล่อยออกห่าง แต่ก็ต้องยอมเมื่อสาวเจ้านั้นตวาดเสียงแข็ง...เธอคงไม่ใช่ง่าย ๆ เสียแล้ว ทรงคุณค่ากับตำแหน่งเชคฮคาเสียจริง นี่เขาคิดจริงจังกับคนที่เพิ่งเจอหน้าอย่างนั้นหรือ ? คำเตือนสติที่สงสัยที่ได้แต่ย้อนทวนในใจเท่านั้น "บ้าบอจริงๆ" เสียงสบถหยาบโพลนด้วยภาษาไทยหลุดรอดออกมาอย่างหงุดหงิดเมื่อเธอนั้นหลุดพ้นจากอ้อมกอดชายหนุ่ม

"ต้องการเท่าไหร่" เชคฮ บราฮิม เอ่ยถามทันทีเมื่อปล่อยให้เธอนั้นหลุดพ้นจากอ้อมแขนแม้จะไม่อยากปล่อยก็ตาม

"อะไรต้องการเท่าไหร่"ม่านฟ้าสงสัยในคำถาม

"เงิน ทอง เครื่องเพชร บ้านหรือว่ารถ"เชคฮ บราฮิม ชี้แจง

"บ้าบออะไรของคุณเนี่ย"สิ่งที่ได้ยินยิ่งทำให้ม่านฟ้านั้นงุนงงไปกันใหญ่ อะไรที่ชายตรงหน้าหมายถึงกันแน่

"อยากได้อะไร...แค่บอกผม"เชคฮ บราฮิมยังคงมุ่งมั่นในสิ่งที่ในใจนั้นต้องการ แต่อีกด้านของม่านฟ้านั้นไม่เข้าใจสักนิดในสิ่งที่ชายหนุ่มพร่ำเอ่ย

"โอ้ย! นี่คุณ! ฉันไม่เข้าใจสิ่งที่คุณพูด"เมื่อสุดจะทนม่านฟ้าจึงแผดเสียงแหลมลั่น

"บอกผมมา"เชคฮ บราฮิม ยังคงตั้งหน้าตั้งตาตีมึนเอ่ยร่ำไป

"นี่ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องเหรอ ไม่อยากได้อะไรทั้งนั้น ไม่เอาเข้าใจไหม"ม่านฟ้าบอกในสิ่งที่เธอนั้นก็ยังไม่เข้าใจ แต่ถ้าไม่ถูกอะไรออกไปเธอต้องอกแตกตายกับชายคนนี้แน่ ๆ

"อยากได้อะไร"เชคฮ บราฮิม ไม่ได้สนใจในสิ่งที่ม่านฟ้าบอกสักนิด

"นี่!...ทำไมคุณหน้ามึนขนาดนี้ ห๊ะ! ฉันทนไม่ไหวแล้วนะ!...ไอ้คนบ้าเอาแต่ใจ" ม่านฟ้าสุดจะทนกับสิ่งที่ชายหนุ่มพร่ำพูดโดยไม่สนใจคำถามและสิ่งที่เธอสงสัยสักนิด จนต้องตวาดเสียงดังแหลมอย่างต่อต้าน ความทนทานของเชคฮบราฮิมก็เสียกระไร เขานั้นตั้งใจจะกลั่นแกล้งม่านฟ้าหรือว่าสิ่งที่พูดออกมานั้นเป็นดั่งที่พูดจริง ๆ จากส่วนลึกข้างใน

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED