“โอว... พี่ชินขา... ซี้ด... ทิพย์เสียว... ซี้ด... โอว...”
ตรีทิพย์ร่ำร้องพร้อมบิดกายอยู่บนที่นอนกว้างด้วยความเสียวซ่านอย่างสุดๆ เพราะเส้นทางฉ่ำน้ำของหล่อนกำลังถูกความยิ่งใหญ่ของแฟนหนุ่มสอดเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ก่อนที่เขาจะเร่งความเร็วตามที่หล่อนร้องบอก ยิ่งหล่อนร้องดังเท่าไร บอกเขาว่าเสียวมากมายเท่าไร เขาก็ยิ่งเร่ง จนทั่วทั้งร่างหล่อนร้อนราวกับไฟลุก
“พี่ชินขา... ซี้ด... แรงๆ หนักๆ โอว... ทิพย์ชอบ... ซี้ด...”
หล่อนร่ำร้องพร้อมแลบปลายลิ้นออกมาเลียไล้ที่นอกปาก รับรู้ได้ถึงความร้อนเร่าอย่างแปลกประหลาดของตัวเอง ค่ำคืนนี้หล่อนร้อนเหลือเกิน หล่อนต้องการมีเซ็กซ์อย่างเร่าร้อนกับแฟนหนุ่มจนห้ามใจตัวเองไม่ไหว แค่ทนอยู่ในงานเลี้ยงรุ่นอีกครึ่งชั่วโมง หล่อนก็ทนไม่ได้ ต้องขอให้ชินภัทรรีบพาหล่อนออกมาจากที่นั่น ก่อนที่หล่อนจะทนไม่ไหวแล้วเป็นฝ่ายหาที่หลบมุมแล้วขึ้นขย่มเขาเสียเอง
และดูตอนนี้สิ ขนาดหล่อนออกไปแล้ว 2 น้ำ ก็ยังไม่พอ หล่อนยังต้องการอีก มากครั้งเท่าไรก็ได้ที่ชินภัทรจะมีเรี่ยวแรง หล่อนพร้อมจะเป็นทุกอย่างให้กับเขา จะให้หล่อนเป็นอาหารจานร้อนให้เขาดูดเลียแสนอร่อย จะให้หล่อนเป็นนางม้าป่าให้เขาควบขี่ไปสวรรค์ หรือจะให้หล่อนเป็นจอกกี้กุมบังเหียนและพาเขากระโจนก้าวผ่านทุกอย่างไปจนสุดแผ่นฟ้าก็ได้ ช่องทางใดที่จะทำให้หล่อนเสียวจนเสร็จสุดยอด หล่อนจะไปให้ถึง และตอนนี้หล่อนก็ใกล้จะถึงอีกแล้ว
“ซี้ด... พี่ชิน... โอว... พี่ชินขา... กระแทกอีก โอว... แรงอีก! ทิพย์ชอบ... อ๊ายยยยย...”
ตรีทิพย์กรีดร้องสุดเสียง ร่องฉ่ำน้ำของหล่อนตอดรัดดุ้นยาวใหญ่ของแฟนหนุ่มไว้แน่น หล่อนเสียวจนสะท้านสั่นไปทั้งร่าง แต่แค่เขาขยับตัวหล่อนก็พร้อมจะเสียวและล่องลอยอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ชินภัทรจับหล่อนพลิกคว่ำร่างคลานสี่ขา
“อ้า... ทิพย์อยากเป็นม้าของพี่ชิน ซี้ด... พี่ชินขา เอาเข้ามาเลยค่ะ เข้ามาสุดๆ โอว...”
หล่อนส่ายบั้นท้ายให้เขาสอดใส่ความแข็งแกร่งเข้ามา และแค่ความยาวใหญ่สอดใส่ หล่อนก็ได้แต่แหงนหน้าเปล่งเสียงร้อง
“อ๊ายยยยย... พี่ชิน! ซี้ด...”
ความยาวใหญ่ที่สอดใส่อย่างรุนแรง ให้ความรู้สึกแทบจะทะลุออกปาก หล่อนชอบเหลือเกิน ก่อนจะกรีดร้องด้วยความเสียวสุดๆ เพราะชินภัทรจับสะโพกของหล่อนกระชากเข้าหาความแข็งแกร่งรัวเร็ว นั่นทำให้ความยิ่งใหญ่ที่สอดลึกมากอยู่แล้วก็กลับลึกมากยิ่งขึ้น ลึกจนหล่อนกรีดร้องไม่หยุด เพราะหล่อนเสร็จอีกแล้ว เสร็จต่อเนื่องอย่างง่ายดาย
“พี่ชินขา... ซี้ด... ทิพย์เสียว... ซี้ด... พี่ชินขา... โอว... ซี้ด... ทิพย์เสียว... โอว... พี่ชินขา... มันที่สุด โอว... มันสุดติ่ง”
ตรีทิพย์ส่ายสะบัดศีรษะ ปากก็คร่ำครวญถึงความเสียวไม่มีขีดจำกัด เมื่อชินภัทรยังไม่หยุดเคลื่อนไหว เขาค้อมร่างมากอดรัดรอบเอวพร้อมกระแทกดุ้นยาวใหญ่ใส่ร่องของหล่อนเร็วรี่และร้อนฉ่า จนหล่อนทนไม่ไหวเปล่งเสียงร่ำร้องแต่สะโพกกลับโยกตอบโต้และเด้งรับความยิ่งใหญ่ที่กระหน่ำใส่ครั้งแล้วครั้งเล่า เขาทำหล่อนรัวเร็วรุนแรงกว่าทุกครั้ง และสัญชาตญาณร้องสั่งว่าครั้งนี้เขาจะเสร็จ
“โอว... โอว... โอว... พี่ชิน พี่ชิน! โอว... พี่ชินขา... อ๊ายยยยย...”
แต่หล่อนรอเขาไม่ไหวแล้วเพราะเขากระตุ้นต่อมเสียวของหล่อนเหลือเกิน ตรีทิพย์แหงนหน้ากรีดร้องสลับครางระรัว ร่างสั่นกระตุก ร่องบีบรัดดุ้นยาวใหญ่แนบแน่น จังหวะนั้นที่ชินภัทรชักดุ้นออก
ตรีทิพย์พลิกร่างนอนหงายอย่างรู้งาน เพราะผู้ชายคนไหนๆ ก็ชอบแบบนี้กันทั้งนั้น และก็เป็นดังคาดเมื่อชินภัทรก้าวขึ้นคร่อมใบหน้า ฝ่ามือของเขากอบกุมความยิ่งใหญ่ก่อนจะสาวดุ้นในมือเป็นระวิง นั่นล่ะหล่อนจึงอ้าริมฝีปากไว้รอคอยพร้อมกับใช้ลิ้นน้อยๆ สะบัดพลิ้วแลบเลียไล้ที่ส่วนหัวตามจังหวะที่เขาชักเข้าชักออก
“โอว... จงออกมา... จงออกมา โอว... ออกมา ออก... โอววววว...”
ชินภัทรแหงนหน้าครางระรัวก่อนจะกดส่วนหัวเข้าปากหล่อนที่อ้าไว้รอคอย กดลึกและแนบแน่นมากกว่าทุกครั้ง จนหล่อนตาเหลือกดิ้นพล่าน หายไม่ออกและมันแทบจะทะลุคอหอย
มือที่เป็นอิสระพยายามผลักดัน ทว่าชินภัทรไม่สะเทือนเลย เขามีแต่กดดุ้นฝังลึกเข้ามา พร้อมกับเค้นทุกหยาดหยดให้พุ่งกระฉูดสู่ลำคอ หล่อนอึดอัดรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง หายใจไม่เข้าปอด ทุกสิ่งหนักอึ้งและแสงสว่างที่หัวเตียงก็เริ่มพร่าเลือน ทว่าหล่อนยังได้ยินเสียงเขาครางอู้
“โอว... ทิพย์... สุดยอด... ดูดเก่ง โอย... ที่รักจ๋า... รับเอาไป รับเอาความต่ำช้าออกจากตัวพี่ไป รับไป... อูย... เอาไปให้หมด อย่าให้เหลือไว้ เอาไป... โอว...”
บ้านตึกสไตล์โมเดิลร่วมสมัยที่เห็นอยู่ตรงหน้าทำให้ ‘ไตรทศ’ ถึงกับต้องถอดแว่นกันแดดออกเพื่อมองให้ชัด เพราะเขากลัวว่าจะมาผิดหลัง แต่เมื่อดูตำแหน่งที่แม่ปักหมุดแผนที่มาให้ เครื่องมือกำหนดเส้นทางก็บอกว่าเขามาถูกหลังแล้ว แต่จะใช่จริงๆ น่ะเหรอ
‘ตำหนักแม่หมอขวัญยิหวา’
แค่ชื่อก็น่าจะบ่งบอกถึงสถานที่ เพราะสิ่งที่คาคดิดไว้ตำหนักร่างทรงแหกตาชาวบ้านควรจะเป็นประมาณบ้านทรงไทยทั้งหลัง หรือไม่ก็บ้านไม้มีผ้าสามสีผูกอยู่ตามจุดต่างๆ ให้ดูขลังไม่ใช่เหรอ แต่ที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้า ไม่เห็นมีส่วนใดเลยที่บ่งบอกว่าที่นี่คือบ้านคนทรง
ไตรทศยกโทรศัพท์ขึ้นเพื่อถ่ายรูปด้านหน้าของบ้านและซูมเข้าไปจนเห็นบ้านเลขที่ ก่อนจะส่งไปที่เครื่องโทรศัพท์มือถือของแม่ เพราะต้องการคำยืนยันว่าที่นี่เป็นบ้านตามจุดที่แม่ปักหมุดมาไว้จริงๆ เพราะหากไม่ใช่แล้วเขาลงไปถามไถ่หรือไปกดกริ่งเรียกคนด้านในออกมา เขาคงต้องหน้าแหกแน่ๆ ที่ทึกทักเอาตึกโมเดิลนี้เป็นตำหนักทรง
‘ใช่จุดที่แม่ปักหมุดมาไหมครับ’ เขาพิมพ์ไปในข้อความ Line หลังจากส่งภาพไปให้แม่เรียบร้อยแล้ว
‘ใช่ กดกริ่งเรียกเขาได้เลย แม่เรียนกับเลขาของแม่หมอไว้แล้ว’
ไตรทศกลอกตามองบนเมื่อได้ยินคำว่า ‘เรียนกับเลขา’ เพราะกะอีแค่นัดพบหมอผี แม่เขาถึงกับต้องใช้คำว่า ‘เรียน’ แล้วหมอผีสมัยนี้ก็ต้องมีเลขาด้วยเหรอ อารมณ์เขาเหมือนจะขึ้น กัดปากตัวเองแบบหงุดหงิดเต็มที ที่เขากำลังจะกลายเป็นอีกคนที่ต้องมากราบกรานให้คนหลอกลวงพวกนี้ให้ช่วย
‘แม่ไม่เปลี่ยนใจแน่ใช่ไหมครับ ที่จะให้ผมเข้าไปนะ’
‘ถ้าแม่เปลี่ยนใจแล้วแม่จะให้ทศไปทำไม ทศก็รู้นี่ว่าเราพึ่งพาใครไม่ได้อีกแล้ว แม้แต่ตัวทศเอง ทศก็ไม่สามารถจะรักษาน้องได้ แล้วนี่คือทางเลือกหนึ่งซึ่งอาจจะเป็นทางออก เราจะไม่คว้าไว้เหรอทศ หรือทศจะปล่อยให้น้องตาย’
ไตรทศพูดไม่ออกไม่รู้ด้วยว่าควรจะพูดคำไหนกับแม่อีก เขาจึงทำได้เพียงส่งสติ๊กเกอร์รูปหัวใจไปให้แม่เท่านั้น เป็นอันว่ารู้กันว่าเขาจะทำในสิ่งที่แม่ร้องขอนั่นคือ ให้เขามาพบแม่หมอขวัญยิหวาในวันนี้ เพื่อบอกเล่าอาการของ ‘ตรีทิพย์’ น้องสาวเพียงคนเดียวของเขาให้แม่หมอฟัง เพื่อให้แม่หมอพิจารณาว่าจะไปทำการรักษาให้ที่บ้านหรือไม่
ดวงตาคมเข้มมองตรงไปยังรั้วอัลลอยขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะมองแค่ประตูรั้ว แนวกำแพง หรือมองเข้าไปเห็นตึกขนาดใหญ่ด้านใน เขาก็ยังไม่อยากเชื่อว่านี่คือตำหนักทรงจริงๆ แต่หากเป็นเช่นนั้นก็แปลว่าแม่หมอคนนี้คงไม่ธรรมดา ไอ้ที่ไม่ธรรมดาก็คือ คงจะหลอกเงินคนรวยกระเป๋าหนักแบบแม่ของเขามานักต่อนักแล้ว ถึงได้มีเงินสร้างบ้านใหญ่โตขนาดนี้ สนนราคาที่ดินในย่านนี้รวมทั้งค่าก่อสร้างบ้าน เขาว่าน่าจะไม่ต่ำกว่า 100 ล้าน และอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้ แม่ของเขาจะกลายเป็นหนึ่งในบรรดาคนสนับสนุนพวกลวงโลกหรือเปล่า
ไตรทศถอนหายใจเฮือกใหญ่ แม้ไม่อยากมา แต่เมื่อมาถึงแล้วก็ต้องลองดู เพราะคำที่แม่บอกยังก้องอยู่ในความรู้สึก... ตัวเขาซึ่งเป็น ‘นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา’ เขาก็รักษาน้องสาวไม่ได้ และแม้จะเสาะหาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสำหรับรักษาอาการที่น้องสาวเป็น แต่ทุกนายแพทย์หรือแพทย์หญิงที่เขาส่งตัวน้องไปและขอคำปรึกษา ต่างส่ายหน้าว่าไม่รู้ว่าน้องสาวของเขาป่วยด้วยโรคอะไร แต่ก็มีบางท่านที่แนะนำให้เขาไปปรึกษาพระ หรืออาจารย์ดังๆ
เพราะตรีทิพย์เจ็บปวดเนื้อตัวทุกครั้งในคืนวันโกนและวันพระ หล่อนจะรู้สึกราวกับมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงอยู่ตามร่างกาย และในวันธรรมดาที่ไม่ใช่วันพระวันโกน ตรีทิพย์ก็จะอ่อนแรงในช่วงกลางวัน และจะมีแรงในช่วงกลางคืน
ตลอดทั้งกลางคืนตรีทิพย์ใช้เวลานั้นหมดไปกับการกิน หล่อนกินทุกอย่าง กินอย่างหิวกระหาย กินอย่างไม่รู้จักอิ่ม จนกลายเป็นว่าแม่ต้องจัดเวรแม่บ้านออกเป็น 2 กะ เพราะต้องดูแลตรีทิพย์อย่างใกล้ชิด
ตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมานี้ คนในครอบครัวไม่เคยนอนได้เต็มอิ่ม เขาก็เช่นกัน และเมื่อปรึกษากับเพื่อนๆ แพทย์ด้วยกัน ทุกคนก็ลงความเห็นว่าควรพาตรีทิพย์ไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้เพื่อนๆ ของเขากำลังช่วยประสานงานกับแพทย์ในโรงพยาบาลที่คิดว่าจะรักษาได้ โดยเล่าอาการเบื้องต้นพร้อมส่งคลิปวิดีโออาการของตรีทิพย์ไปให้ทางโน้นพิจารณา แต่จนถึงวันนี้เขายังไม่ได้รับคำตอบว่าที่ใดจะมีแนวทางรักษา
แต่แล้วแม่ก็มีข้อเสนอ เมื่อคุณน้าเพื่อนของแม่ แนะนำให้แม่ลองมาปรึกษาแม่หมอขวัญยิหวาว่าตรีทิพย์ถูกทำของใส่หรือเปล่า เพราะจากที่คุณน้าประเมินอาการก็คิดว่าใช่
แม่เห็นดีเห็นงามกับคำแนะนำของคุณน้า ทั้งๆ ที่บ้านเขาทำงานสายแพทย์กันหมด เรื่องเหนือธรรมชาติเป็นสิ่งที่ไม่คิดจะยุ่งเกี่ยว เขาถูกสอนให้เชื่อในหลักวิทยาศาสตร์ ส่วนเรื่องไสยศาสตร์ก็แค่ปาหี่หลอกต้มตุ๋นผู้คน โดยอาศัยหลักฟิสิกส์เล็กๆ น้อยๆ แค่นั้นก็ทำให้ผู้คนหลงเชื่อได้แล้ว แต่ตอนนี้แม่กลับจะผ่าเหล่าโดยเชื่อในหลักไสยศาสตร์นั้นเสียเอง แต่เขาก็เข้าใจแม่ เพราะแค่ฟางเส้นเล็กๆ ที่พอจะมีความหวัง คนเป็นแม่ก็เลือกที่จะคว้าไว้
แต่ฐานะครอบครัวของเขาซึ่งเป็นถึงเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หากจะปล่อยให้แม่พาน้องสาวไปพบคนทรงเจ้าเข้าผีที่ตำหนัก เขาก็ไม่ยินดีเหมือนกัน ทางเดียวที่เขาจะยอมก็คือ แม่หมอขวัญยิหวาต้องเข้ามาดูอาการของตรีทิพย์ที่บ้าน
คุณน้าจึงเช็กคิวของแม่หมอขวัญยิหวาให้แม่ ก็ได้คำตอบว่าแน่นเอี๊ยดจนไม่สามารถรับงานนอกสถานที่ได้ แต่ถ้าจะมาที่ตำหนักก็ยินดี แต่เขาก็ยอมให้เป็นแบบนั้นไม่ได้อยู่แล้ว เพราะเขาไม่อาจรู้ได้เลยว่าวันที่แม่มาพบแม่หมอจะเจอใครบ้าง และสภาพของตรีทิพย์ก็ไม่ควรให้ใครพบเห็น เพราะหากเรื่องนี้รู้ถึงหูนักข่าว แน่นอนว่าภาพลักษณ์โรงพยาบาลจะต้องเสียหายอย่างแน่นอน
เขาจึงเรียนคุณน้าไปว่าสภาพของตรีทิพย์ที่เป็นแบบนี้ เขาก็ไม่สะดวกให้ออกไปเช่นกัน เมื่อคุณน้านำเหตุนี้ไปปรึกษากับแม่หมออีกครั้ง แม่หมอจึงมีเงื่อนไขว่าให้คนในครอบครัวมาเล่าอาการของตรีทิพย์ให้ฟังก็ได้ ทว่าคนคนนั้นจะต้องเป็นคนที่มีเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกัน ผูกพันกันด้วยสายเลือด ซึ่งในโลกใบนี้ก็มีแค่แม่กับเขาเท่านั้นเพราะพ่อของเขาตายไปได้ 5 ปีแล้ว
‘ยังไงผมก็ไม่ไปครับ ไม่มีทางพาตัวเองไปสถานที่แบบนั้นเด็ดขาด’
‘ถ้าทศไม่ไป งั้นแม่ไปเอง’
‘ไม่ได้นะครับแม่ ถ้าแม่ไปแล้วเป็นข่าวขึ้นมาล่ะ จะทำยังไง’
‘ทศกลัวเป็นข่าว มากกว่ากลัวน้องเป็นอันตรายเหรอ’
‘ไม่ใช่อย่างนั้นเลยครับแม่ แต่ผมว่านี่มันเรื่องปาหี่นะ ไม่มีทางที่คนทรงเจ้าเข้าผีจะรักษายายทิพย์ได้หรอกครับ ทั้งผม ทั้งอาจารย์หมอยังรักษาไม่ได้เลย’
‘ก็เพราะว่าทศรักษาไม่ได้ไง แม่ก็เลยต้องหาทางรักษาน้องเอง’
‘แม่ครับ รอหน่อยเถอะครับ อาจารย์หมอกำลังหาโรงพยาบาลที่จะรับรักษายายทิพย์อยู่’
‘อีกกี่วันล่ะทศ สามวัน เจ็ดวัน หรือหนึ่งเดือน แต่สำหรับแม่ แค่วินาทีเดียวแม่ก็ไม่อยากรอ แม่รอไม่ได้ รอไม่ได้จริงๆ’
‘แม่จะว่าอะไรไหม ถ้าผมจะเชิญจิตแพทย์มาที่บ้าน’
‘ตาทศ! น้องไม่ได้บ้านะ น้องถูกคนทำของใส่’
น้ำเสียงของแม่เต็มไปด้วยความขมขื่น ดวงตาฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำที่ไหลอาบแก้มพร้อมสะอื้นฮึกฮักก่อนจะส่งโทรศัพท์ของแม่ให้เขา สิ่งที่เขาเห็นคือคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดภายในบ้าน และนั่นทำให้เขาตัวเย็นเยียบ
เขาเป็นหมอ นั่นคือสิ่งที่เขาท่องอยู่ในใจ ทั้งๆ ที่ภาพเคลื่อนไหวจากในคลิปทำให้ขนหัวเขาลุกตั้ง บอกตัวเองว่านั่นไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด
ภาพที่เห็นนั้นเป็นตรีทิพย์ที่อยู่ในชุดนอนกำลังเดินลงมาจากบันไดบ้าน แต่เพียงพริบตา ตรีทิพย์ก็มาโผล่ในห้องครัวในลักษณะไวจนเหมือนหายตัวมา ทั้งๆ ที่เวลาที่ระบุอยู่ในคลิปก็ยังเคลื่อนไหวอย่างเป็นปกติ
ร่างแบบบางผอมแห้งจนเหลือหนังหุ้มกระดูกเปิดตู้เย็นอย่างเร็ว เขาคาดว่าน้องสาวจะหาของกินในตู้เย็นเหมือนเช่นทุกครั้งที่แม่บอก และครั้งนี้ก็เป็นดังเดิม
ทว่าสิ่งที่ทำให้แม่ปิดปากร้องไห้โฮก็คือ ตรีทิพย์หยิบกล่องใส่ของสดที่แม่บ้านจัดแยกไว้เป็นแพคสำหรับปรุงอาหารได้แต่ละมื้อออกมา จากนั้นก็เปิดออกล้วงของสดเหล่านั้นมากัดกินอย่างอร่อย ก่อนจะทำท่ารู้ตัว มองซ้ายมองขวา จากนั้นก็เปิดทุกกล่อง กินทุกกล่อง อย่างจะนิดอย่างละหน่อย ก่อนจะเก็บของแต่ละกล่องใส่ตู้เย็นดังเดิม
จากนั้นร่างผอมบางก็เดินออกจากห้องครัวและมาโผล่ที่โคนบันได ทั้งๆ ที่ระยะทางจากครัวมาบันไดจะต้องผ่านห้องทานอาหาร และห้องรับแขก แต่กล้องทั้ง 2 ห้อง กลับจับภาพของตรีทิพย์ไว้ไม่ได้
‘กล้องอาจจะเสียนะครับแม่ หรือไม่ภาพก็อาจจะสะดุด’
‘แล้วทำไมเวลาไม่สะดุดล่ะทศ’
นั่นคือคำถามของแม่ที่เขาเองก็ตอบไม่ได้ และก็ทำให้เขาจำนนต่อเหตุผลทุกอย่างจนต้องมาที่นี่ในวันนี้
ไตรทศถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะก้าวลงจากรถสปอร์ตคันหรู เดินตรงไปที่ประตูหน้าคฤหาสน์ เขาเดินเข้าไปใกล้รั้วไม่คิดที่จะกดกริ่งเพราะจะขอดูลาดเลาก่อน เพราะหากไม่ชอบมาพากลเขาก็จะได้กลับโดยที่ไม่ต้องพูดคุยกับคนที่นี่เลยสักนิด จากนั้นเขาก็จะพาตรีทิพย์ไปรักษาตัวที่เมืองนอก เพราะเขายังมั่นใจว่าจะต้องมีคุณหมอที่รักษาตรีทิพย์ได้อย่างแน่นอน
เจ้าของร่างสูงกว่า 180 เซนติเมตร ก้าวไปชิดประตูเพื่อมองลอดผ่านเข้าไปข้างใน ซี่รั้วที่ห่างกันไม่มากแต่ก็พอมองเห็นเรื่องราวภายในได้ชัด และสิ่งที่เห็นก็ทำให้เขาต้องเบะปากเล็กๆ เพราะเขาคิดไม่ผิดจริงๆ
ด้านในนั้น เขาเห็นชายหนุ่มมากกว่า 10 คน หรืออาจถึง 20 คน เดินไปเดินมาอยู่ในบริเวณบ้าน แต่ละคนหน้าตาหล่อเหลาดูแตกต่างกันไปหลายสัญชาติ มีทั้งยุโรปและเอเชีย แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือทุกคนใส่ผ้าโจงกระเบนสั้นสีน้ำตาลเหลือบทองหรืออาจเรียกว่านุ่งผ้าเตี่ยวก็ได้เพราะใส่สั้นเน้นสัดส่วนกันเหลือเกิน
ผู้ชายหุ่นดีเหมือนนายแบบเหล่านั้นไม่มีใครสวมเสื้อ แต่ละคนเดินไปเดินมาเหมือนตรวจตราความเรียบร้อยและมีบ้างที่กำลังยกถาดเครื่องดื่มและถาดอาหารเดินตรงเข้าไปในบริเวณสวนด้านข้างตัวบ้าน
ไตรทศรีบเดินขนาบรั้วไป เขาอยากรู้ว่าผู้ชายเหล่านั้นจะนำอาหารและน้ำดื่มไปให้ใคร
สิ่งที่เห็นทำให้ไตรทศชะงักเพราะหญิงสาวรูปร่างอรชรหน้าตาสวยจัดที่นั่งอยู่ริมสระสวมชุดว่ายน้ำสีแดงเพลิง หล่อนมีทรวดทรงองค์เอวอะร้าอร่ามแทบจะเปิดเผยทุกสัดส่วน หล่อนกำลังอยู่ในวงล้อมของผู้ชายเหล่านั้น ไม่สิต้องเรียกว่าผู้ชายเหล่านั้นกำลังปรนนิบัติหล่อนเสียมากกว่า
คนหนึ่งเสิร์ฟน้ำ คนหนึ่งเสิร์ฟขนม คนหนึ่งคอยโบกพัดให้ความเย็น อีกคนกำลังทำท่าคล้ายจะบีบนวด ทว่าอีกหลายคนก็เหมือนจะหยอกเย้าเล่นกันไปมา จนเหมือนว่าที่นี่เป็นสถานที่สร้างปาร์ตี้สังสรรค์สำหรับหนุ่มสาว
ทว่าแค่หล่อนปรายตามองผู้ชายที่นั่งอยู่ด้านข้าง ไตรทศก็รู้สึกได้ว่าเลือดในกายเขาเย็นเยียบก่อนจะร้อนผ่าวเพราะตื่นตัว เขากัดริมฝีปากตัวเองแน่น เพราะไม่เคยรู้สึกกับผู้หญิงคนไหนแบบนี้มาก่อน