พศุตม์หยุดยืนงง เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่า เดินมาถึงปลายเตียงนอนของคริญาได้อย่างไรกัน หรือว่าเขาจะใจลอยมากเกินไป แต่ไหนๆ ก็มาถึงแล้ว เขาก้าวเท้าเบาๆ เดินเข้าไปใกล้ ภาพสาวน้อยนอนหลับสนิท ก็ช่างน่าดูอยู่เหมือนกัน เขานั่งลงบนเตียงเบาๆ เพราะกลัวหญิงสาวจะรู้สึกตัวตื่น... เขามองเธอในแสงสลัว ที่มีแสงไฟจากภายนอกตัวบ้านส่องลำแสงลอดผ่านเข้ามาจากทางช่องหน้าต่าง เมื่อเห็นว่านางฟ้าของเขากำลังหลับพริ้ม และอาจจะหลงวนอยู่ในห้วงแห่งฝันหวาน ด้วยกลีบปากจิ้มลิ้มแลดูเหมือนจะอมยิ้มอยู่น้อยๆ เป็นไปได้อย่างไรกันว่า การนั่งมองเด็กในปกครองกำลังนอนหลับแบบนี้ จะเป็นการผ่อนคลาย ช่วยให้เขาหายเหนื่อยจากการทำงานได้
พศุตม์เพิ่งผ่านงานผ่าตัดครั้งใหญ่มาหยกๆ อันเป็นเคสที่ญาติคนไข้คาดหวังสูงมาก เพราะคนไข้ของเขารายนี้เป็นคนสำคัญแนวหน้าระดับโลก ช่วงเวลาผ่าตัดกินเวลาตั้งแต่หัวค่ำ มารู้ตัวอีกทีก็เสร็จสิ้นตอนเกือบรุ่งเช้า แม้จะผ่านพ้นไปได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ครั้งนี้เขาสูญเสียพลังงานไปเยอะมาก แทบจะว่าขับรถกลับมาถึงบ้านได้ก็เก่งมากแล้ว แต่แปลกใจเหลือเกินว่าทำไมมาหยุดยืนอยู่ปลายเตียงของคริญา เด็กสาวในปกครองโดยไม่รู้ตัวได้อย่างไรกัน...
มันคงเป็น... ออโต้ไพล็อตสินะ มีงานวิจัยระบุว่าร่างกายและสมองของมนุษย์เรามีการทำงานแบบออโต้ไพล็อต[ ออโต้ไพล็อต – เป็นกระบวนการทำงานที่ไม่ใช้สติ เป็นเหมือนการเหม่อลอย เช่น การขับรถแล้วขับรถไปในทิศทางเดิม ไม่ได้ใช้ความพยายามของสมองมากนักในการบังคับสั่งการ หรือพูดง่ายๆ ก็คือการที่สมองของคนเราตัดสินใจ หรือสั่งการให้ทำอะไรๆ จากประสบการณ์ในอดีต(จิตใต้สำนึก) อะไรที่เราทำบ่อยๆ เหมือนความเคยชิน เวลาทำแบบเดิมๆ ซ้ำกันร่างกายเราก็ทำได้โดยอัตโนมัติโดยไม่รู้ตัว] หรือพูดง่ายๆ ก็คือทำงานแบบจิตใต้สำนึก[ จิตใต้สำนึก(Subconscious Mind) – จิตส่วนที่ทำหน้าที่ในการจดจำเรื่องราว บันทึกข้อมูล ประสบการณ์ชีวิต ภาพ เหตุการณ์ ความเชื่อ ความรู้สึก ในสภาวะที่เรารู้ตัวและไม่รู้ตัว] ที่เราทำลงไปโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวนั่นเอง.....
นายแพทย์หนุ่ม ทิ้งตัวลงนั่งขอบเตียง เพื่อมองหญิงสาวหลับ ในยามหลับก็หมดฤทธิ์ดีเหมือนกันนะ เขาเพิ่งรู้ตัวตอนนี้ว่า การนั่งมองเด็กในปกครองนอนหลับก็ถือเป็นการพักผ่อนอย่างหนึ่งได้เหมือนกัน ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีเขาจะขอนั่งพักตรงนี้สักพักใหญ่ให้หายเหนื่อย ก่อนจะกลับเข้าห้องไป ไม่น่าเชื่อว่า เขาเลี้ยงดูส่งเสียเด็กสาวน้อยคนนี้มาถึงปัจจุบันก็เข้าสู่ปีที่เจ็ดแล้ว จากวันนั้นจวบวันนี้ เขาไม่มีความคิดเป็นอื่นเลย นอกจากเป็นผู้ปกครอง ที่หวังจะเห็นเธอมีอนาคตที่สดใส เพราะอดีตของเธอมันยิ่งกว่าฝันร้ายที่ไม่มีใครต้องการจะพบเจอ
พศุตม์คิดอะไรเพลินๆ ก็รู้สึกตัวได้ว่าความเมื่อยล้าจากงานผ่าตัดใหญ่ที่ผ่านมาตลอดทั้งคืน ดูจะหายเป็นปลิดทิ้ง สงสัยว่านางฟ้าขี้เซาบนเตียงจะเป่ามนต์วิเศษขับไล่ความเหนื่อยล้าให้เขาจนหมดสิ้น พศุตม์จึงผุดลุกขึ้นยืน คงได้เวลากลับเข้าห้องพักของตัวเองสักที แต่แล้วแขนข้างหนึ่งก็ถูกคว้าเอาไว้จากมือนิ่มของใครบางคน
“...” เสียงร่างน้อยขยับใต้ผ้าห่ม ก่อนที่มันจะถูกยันไปกองอยู่ปลายเตียงทั้งผ้าห่มทั้งตุ๊กตาหมี เผยให้เห็นร่างน้อยในชุดนอนแพรบางเนื้อผ้าแนบผิวยั่วยวนสายตาแม้อยู่ในแสงสลัว
“ละเมอหรือยังไง...” พศุตม์พึมพำ เขาเข้าใจอย่างนั้นจริงๆ พยายามข่มสายตาให้มองไปที่อื่นแทนวัตถุยั่วยวนนั่น แต่เหมือนว่าจะไร้ผลเพราะเขาคงกำลังต้องมนต์สะกด
“กลับมาแล้วเหรอคะ?”
“ตื่นแล้วเหรอ... เป็นฉันทำเธอตื่นหรือเปล่า?”
“ค่ะ... มารับโทษเลยนะคะ” คริญางัวเงีย ก่อนผุดลุกขึ้นแล้วโผตัวน้อยๆ เข้ามาวาดลำแขนเสลาคล้องคอเขาเอาไว้ ก่อนหอมแก้มผู้ปกครองหนุ่มอย่างแสนคิดถึง แล้วก็ลดร่างน้อยลงมานั่งบนเตียงแต่เปลี่ยนจากคล้องคอมากอดเอวเขาเอาไว้แทน แล้วแนบหน้ากับลำตัวของเขาเพื่อรับความอบอุ่น
พศุตม์ไม่ทันตั้งตัว แต่รู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด เขาอยากจะคว้าร่างน้อยมากดจูบแต่ก็เกรงว่า มันจะเกินเลยไปมากกว่านั้นเมื่ออยู่กันเพียงลำพังอย่างนี้...
“นอนต่อเถอะ ฉันจะไปพักผ่อนแล้ว” น้ำเสียงของเขาฟังเรียบเรื่อยอบอุ่น หากหญิงสาวกลับแกล้งกระชับกอดแนบแน่นยิ่งขึ้น จะยั่วกันชัดๆ
“จะให้กลับก็ได้ค่ะ” เธอคลายอ้อมกอดออก แล้วจู่ๆ ก็ผุดลุกขึ้นมามองจ้องตาผู้ปกครองหนุ่ม ประคองหน้าหล่อเอาไว้ด้วยอุ้งมือน้อยๆ แสนจะนุ่มนิ่ม แล้วรั้งเข้ามาจูบ เธอแนบริมฝีปากนุ่มลงไปบนกลีบปากเขา ชายหนุ่มตื่นเต้นเล็กน้อยและเธอก็หัวใจเต้นโครมคราม สัมผัสละมุนระเบิดความหักห้ามใจของเขาหมดสิ้น เขาพลั้งจูบตอบเหมือนโดนสะกด บดเบียดริมฝีปากสาวน้อย ดูดกลืนริมฝีปากนุ่มนิ่มจิ้มลิ้มนั้น จูบหวานอ้อยอิ่งเนิ่นนานแล้วไม่นานจูบหวานๆ ก็ทวีความเร่าร้อนขึ้น มือหมอที่เพิ่งจับมีดผ่าตัดมาหมาดๆ ขณะนี้กำลังวาดไล้ไปตามลำตัวของสาวน้อยที่ให้ความรู้สึกละมุนมืออย่างสุดจะต้าน
เมื่อห้าปีที่แล้ว...
กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
“ทำไมมาช้านักวะไอ้หมา?”
“หมอ!” พศุตม์แก้ให้ เขารู้ดีเพื่อนคนนี้มันทำฟาร์มสุนัขเอาไว้ในปาก แต่กระนั้นหมอใหญ่อย่างเขาก็ไม่เคยจะถือสา ความจริงงานปาร์ตี้คืนนี้เขาน่าจะมาช้าที่สุด แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครรอเขาสักคน และเพื่อนๆ เองก็คงเคยชินกับนายแพทย์ใหญ่ผู้ไม่ค่อยจะว่างอย่างเขาอยู่แล้ว
“เออ... หมอก็หมอ น้องสาวชงเหล้าให้พี่หมอเพลย์บอยด่วนเลย” เสียงของเดนนิสเพื่อนเพลย์บอยเจ้าถิ่นร้องตะโกนแข่งเสียงดนตรีร็อคถามพศุตม์ทันทีที่มองเห็น ก่อนหันหน้าไปสั่งน้องๆ นางฟ้านักบริการที่ล้วนแต่สวยๆ เพริศพริ้งทั้งนั้น
“มาได้ก็ดีแล้วมั้ย... มีเคสด่วนน่ะ” พศุตม์ตอบด้วยน้ำเสียงเพลียๆ ก่อนทิ้งตัวลงนั่งบนเบาะนุ่มแล้วเอนหลังพิงพนักอย่างสบายตัว ก่อนรับแก้วขึ้นดื่ม...
นายแพทย์หนุ่มหล่อหน้าตาดี มองมุมไหนก็ให้ความรู้สึกถึงพระเอกซีรี่ส์ที่ขโมยหัวใจใครหลายๆ คน ดวงหน้าขาวใสปากชมพูเข้ม สันจมูกโด่งเด่นชัด ดวงตายาวรีเฉียงขึ้นเล็กน้อย รับกันดีอย่างงดงามหล่อเหลากับคิ้วดกดำละมุนของเขา ผมสีดำสนิทที่ตอนนี้ปรกหน้าผากอยู่น้อยๆ ความยาวเสมอคิ้ว ยิ่งทำให้พศุตม์ในลุคนี้เหมาะจะเป็นพระเอกซีรี่ส์มากกว่าหมอกระดูก กลิ่นหอมสะอาดสะอ้านยังคงไม่เจือจาง เมื่อเขาเดินผ่านก็ทิ้งร่องรอยความหอมสะอาดเอาไว้ให้น่าหลงใหล ด้วยรูปร่างสูงใหญ่และสมาร์ท กอรปกับช่วงไหล่กว้างตรง ส่งให้บุคลิกดีดึงดูดสายตา ลำตัวที่อุดมไปด้วยกล้ามเนื้องดงามแข็งแรง ทำให้ทุกสายตามองมาที่เขาเป็นตาเดียวตั้งแต่เดินเข้ามาในคลับ แม้เจ้าตัวเองยังไม่รู้ตัวว่าตกเป็นเป้าสายตา โดยเฉพาะกับสาวๆ
“ไอ้หมอเพลย์บอย... ยังดีนะที่ยังมีเวลาให้พวกกูบ้าง” เสียงแซะจากเดนนิสเพื่อนสนิท ที่คบกันมาตั้งแต่ชั้นประถม จนวันนี้เขาเป็นเจ้าของธุรกิจสตาร์ทอัพกลุ่มการเงินการลงทุนที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศ เพียงแค่เขาเอ่ยปากระดมทุนคนทั้งประเทศก็ยินดีเอาเงินมากองอยู่ตรงหน้า
“ไอ้เดน... กูว่ามึงจัดการเหล้าในแก้วมึงเถอะ ปากจะได้ไม่ว่าง” หมอหนุ่มฟาดกลับเพื่อน เดนนิสยิ้มกว้าง สนุกปากที่ได้แกล้งเพื่อน มิตรภาพความเป็นเพื่อนนั้นยืนยาวเกินยี่สิบปี
“มีใครเห็นเชอรีนบ้างมั้ย เห็นไลน์มาบอกว่าถึงนานแล้ว” มาถึงพศุตม์ก็ถามหาผู้หญิงคนสวยของเขาก่อนใคร สายตาคมเฉี่ยวทำให้เขาดูหล่อเหลาในแบบฉบับของหนุ่มลูกเสี้ยวไทย-เกาหลี-ไต้หวัน แม่เป็นคนไทยล้านเปอร์เซ็นต์ พ่อเป็นลูกครึ่งเกาหลีไต้หวัน ผู้คร่ำหวอดในธุรกิจการแพทย์และสุขภาพแนวใหม่ โดยมีเขาเพียงคนเดียวสานต่อธุรกิจอันยิ่งใหญ่นี้ในฐานะทายาทเพียงคนเดียว
“ตะกี้ยังเห็นเต้นๆ อยู่แถวนี้นี่”
“ไปไหนแล้ว?”
“หาของกินมั้ง หรือไม่ก็ห้องน้ำ”
พศุตม์ไม่อาจนั่งเฉยอยู่นิ่งได้เลย... ชายหนุ่มมีนิสัยหวงของ ต่อให้ไม่ใช่แฟน... เขาก็หวงอยู่ดี หมอหล่อลุกพรวดก่อนที่เขาจะก้าวออกจากวงสนทนาจากโต๊ะที่มีเพื่อนๆ อยู่ล้อมรอบ
เขาก็อยากจะเจอหน้าเชอรีนสักหน่อย ผู้หญิงสวยจัดคนนี้จะเรียกแฟนก็คงเร็วเกินไป... จะเรียกคนคุยก็ไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะไม่ได้แค่คุย... เขาและเธอทำอะไรร่วมกันหลายๆ อย่าง ขาดแค่อย่างเดียว นั่นก็คือการให้สถานะ ‘แฟน’ แต่ถ้าจะนับจากการอกหักครั้งที่แล้วของคนเป็นหมอ นี่ก็นับได้หนึ่งปีเต็มแล้วที่เขาคบหาและสนิทกับเธอที่สุด...
เชอรริลีน สวัสดิอมรนันท์หรือเรียกสั้นๆ ว่าเชอรีน เป็นสาวสวยจัด สถาปนิกสาวไฟแรง เธอรู้จักกับพศุตม์เมื่อสองปีที่แล้ว ในตอนนั้นโรงพยาบาลในเครือต้องการรีโนเวทใหม่ เป็นความบังเอิญที่ได้เชอร์ริลีนมาร่วมงาน แล้วคุยกันไปคุยกันมา ปรากฏว่าทั้งคู่เป็นศิษย์เก่าร่วมสถาบันในระดับปริญญาตรี เช่นนั้นก็เลยคุยกันถูกคอ หลังจากจบโปรเจ็คส่งมอบงาน ต่างคนต่างแยกย้าย แต่จนแล้วจนรอด ชีวิตของพศุตม์ก็มีเชอร์ริลีนผ่านเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง เมื่อในค่ำคืนหนึ่งเขาเมาไม่ได้สติอยู่คนเดียวที่ห้องอาหารกึ่งผับที่ตั้งอยู่ชั้นลอยฟ้าของตึกสูงแห่งหนึ่งใจกลางกรุง เวลาผ่านเลยไปจนจะเก็บร้านก็ไม่มีใครมาแสดงตัวว่าเป็นเพื่อนและจะรับผิดชอบพาเขากลับบ้าน และในคืนเดียวกันนั้นเองเชอร์ริลีนเพิ่งเลิกจากงานวันเกิดเพื่อนร่วมงานที่มาจัดปาร์ตี้วันเกิดที่ผับเดียวกัน แต่อยู่คนละโซน เชอร์ริลีนผ่านไปเจอเข้าพอดี... จึงอาสาพาพศุตม์ไปส่งคอนโดที่พักของเขา และอยู่เฝ้าดูแลจนกระทั่งพศุตม์สร่างเมา
เขาอกหักเพราะถูกผู้หญิงเท เทแบบจริงจังมาก แม้ความหล่อและความรวยที่มีก็ดูเหมือนจะไม่ช่วยอะไร ด้วยความเป็นหมอใหญ่ระดับผู้บริหารและเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังระดับประเทศ เขาบ้างาน เขาไม่มีเวลาให้แฟน แม้จะเป็นการผิดหวังในความรักแต่เขาไม่น่าเมามายขนาดนี้ พศุตม์จำได้ว่า คืนนั้นเขาใช้เหล้าเป็นเพื่อน ไม่เพียงว่าเขาอกหัก แต่เขากลับเบื่อหน่ายขั้นสุดกับความรับผิดชอบใหญ่หลวงที่ต้องเผชิญ ในฐานะทายาทเพียงคนเดียวของธุรกิจโรงพยาบาลของตระกูล....
นับจากวันนั้น เขาจึงได้สนิทสนมและไว้ใจเชอร์ริลีน ให้เป็นเพื่อนคนหนึ่ง หากอีกฝ่ายคิดต่างออกไปจากเขา เธอเฝ้ามองและมอบหัวใจให้เขาตั้งแต่วันแรกพบ เพียงแต่แอบซ่อนความรู้สึกเอาไว้จนกระทั่งวันนี้....
ในอีกมุมหนึ่งของงานเลี้ยง...
นายแพทย์หนุ่มเดินออกตามหาเพื่อนสาว แล้วก็อ้อมไปด้านหลัง ซึ่งจำได้ว่า ที่ผับแห่งนี้มีมุมเงียบๆ ที่ปกติเชอรีนจะชอบมานั่งเล่นเวลารอเขา... เธอเป็นผู้หญิงสวยจัด ช่างเก็บตัวและเข้าถึงยาก ดังนั้นเวลามีปาร์ตี้ ถ้าพศุตม์มาช้า เชอรีนมักจะปลีกตัวเองออกมานั่งรอเขาคนเดียวลำพัง รอจนกว่าเขาจะมาถึง เมื่อเขามาจึงจะอยู่ในกลุ่มด้วยกัน เขารู้จักนิสัยเธอดี...
แต่แล้วใครจะรู้ว่า... ในคืนนี้ มีความจริงข้อหนึ่งที่พศุตม์จะต้องเจอ!
“เธอต้องใช้เวลาเป็นปี ไม่นานไปหน่อยเหรอ?” น้ำเสียงของผู้ชายคนนั้นฟังดูเข้มและคุ้นหู
“แต่คุณก็ได้ทุกอย่างตามที่ต้องการแล้วนี่” ปากสวยขยับถ้อยคำก่อนเหยียดยิ้มอย่างผู้ชนะ!
“แต่ที่ตกลงกัน... ไม่ใช่ราคานี้นะ!” จริงอยู่ว่านี่คือเกมธุรกิจ เขาจ่าย เธอทำ...และมันก็สำเร็จ แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังมันคือการเดิมพันและการแก้แค้น
“ฉันเอาตัวเข้าแลก คุณไม่มีฉัน คุณก็ไม่สำเร็จ เอาน่ะ... คิดเสียว่าคือการลงทุน”
“งั้นก็ได้ เธอชนะ ฉันจะจัดการส่วนที่เหลือให้เธอทันทีที่ส่งมอบเอกสารพรุ่งนี้”
“ได้สิ”
สาวสวยในชุดเดรสปาดไหล่ สีแดงเพลิงที่สะกดทุกคนในงานทันทีที่เธอเยื้องย่างมาถึง หลายเสียงต่างถามเป็นคำถามเดียวว่าผู้หญิงสวยจัดคนนี้...แท้จริงแล้วเธอคือใคร
เมื่อได้รู้ว่าเชอร์ริลีนคือเพื่อนสาวคนสนิทของพศุตม์ นายแพทย์หนุ่มสุดหล่อผู้บริหารโรงพยาบาลชื่อดัง สาวๆ หลายคนต่างก็อิจฉา แต่ทำไม... เพื่อนสาวคนสนิทของเขาถึงมาคุยกันตามลำพังกับไอ้นาว ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นศัตรูคู่แค้นของเขาได้
พศุฒม์ขยับเข้าไปใกล้พอที่จะมองเห็นรูปร่างและใบหน้าของผู้ชายที่เชอรีนกำลังดีลด้วย แล้วก็ไม่ไกลเกินคาดเดา เป็นมันจริงๆ ด้วย
ไอ้นาวหรือชื่อตามบัตรประชาชนคือ นิจนที ทายาทคนเล็กสุดของตระกูลชโลธรธนาขจาย เขาเป็นเพื่อนร่วมรุ่นของพศุตม์มาตั้งแต่เด็ก นั่นความเป็นเพื่อนร่วมรุ่นก็จริงอยู่ แต่ลึกๆ ในใจแล้ว นาวมองว่าพศุตม์เป็นคู่แข่งไปเสียทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน เรื่องงาน เรื่องผู้หญิงแล้วความรัก นาวตั้งตัวเป็นศัตรูคู่แข่งกับพศุตม์อยู่เสมอ จะเรียกว่าเป็นไม้เบื่อไม้เมาก็ไม่ผิด
เชอร์ริลีนเธอน่าจะรู้ว่าเขาไม่กินเส้นกับนิจนทีมากแค่ไหน นั่นไม่ใช่เพียงแค่ต่างฝ่ายต่างเป็นทายาทของโรงพยาบาลคู่แข่งทางธุรกิจกันเท่านั้น แต่นิจนทีคนนี้นี่เอง ที่เป็นต้นเหตุให้เขาต้องกลายเป็นคนอกหัก เพราะอดีตรักของเขา... หนีไปแต่งงานกันมันยังไงล่ะ แล้วนี่... อย่าบอกนะว่า มันจะคว้าเชอร์ริลีนไปจากเขาอีกคน!
“ไม่คิดเลยว่าคนที่ไอ้แพ้ทไว้ใจที่สุด... จะเลือดเย็นกับมันได้ขนาดนี้” พ่นถ้อยคำออกมาก่อนยิ้มเหยียด
สีแดงมันวาวสะท้อนแสงยามริมฝีปากอิ่มสวยแย้มรอยยิ้มออกมาอย่างผู้ชนะ เธอตอบคู่สนทนาอย่างใจเย็น และนี่คือตัวตนของตัวเธอเองในอีกบทบาทหนึ่ง.... ต่างจากเชอร์ริลีนสาวสวยอ่อนหวานในสายตาของพศุตม์โดยสิ้นเชิง
“เรื่องนั้น... มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้” หญิงสาวยักไหล่ “ว่าแต่... หลังภารกิจเสร็จสิ้น เราไม่ควรพบเจอกันอีก หรือถ้าจำเป็นต้องเจอ... อย่าลืมว่าเราไม่รู้จักกัน”
“แบบนั้นไม่มีปัญหาหรอก”
“ก็ดี...”
“ฉันยกย่องเธอนะ ที่กล้ารับคำท้าของฉันแลกกับข้อเสนอเพื่อทำลายโรงพยาบาลของมัน”
“ใครใช้ให้แพ้ทปฏิเสธฉันในวันนั้นล่ะ ในวัยเด็ก... ต่อให้ตอนเด็กๆ ฉันจะขี้เหร่ก็เถอะ เขาคงไม่รู้ว่ายี่สิบปีผ่านไปฉันจะโตเป็นสาวสวยจนเขาจำไม่ได้” เชอร์ริลีนเอ่ยน้ำเสียงเรียบเย็น ริมฝีปากฉาบทาด้วยสีแดงฉ่ำวาวบาดลึกไปถึงหัวใจ เขารู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาอย่างประหลาด เขาพลาดที่ไว้ใจ ไม่คิดว่าคนที่เขากำลังหมายมั่นว่าจะขึ้นมาแทนที่ใครสักคนได้ แท้ที่จริงแล้วจะกลายเป็นคนทรยศเขาอีกคน...
กี่ครั้งแล้ว... ที่ต้องเจ็บปวดเพราะความไว้ใจ....
“นี่สินะ ที่เธอต้องการ... ทำให้มันรัก แล้วก็เหยียบย่ำให้มันจมดิน... แถมยังล้วงความลับโรงพยาบาลของมันมาขายให้ฉันแบบหมดไส้หมดพุงแบบนี้ ใจเธออยากจะรอดูมันพังพินาศย่อยยับลงไปต่อหน้าต่อตาจริงๆ น่ะเหรอเชอ?”
“คงไม่ใช่ฉันคนเดียวหรอกมั้ง... ที่รอดู!” เชอร์ริลีนเหยียดยิ้มร้ายกาจ
“คงไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกมั้ง” เป็นเสียงหนึ่งโพล่งขึ้น น้ำเสียงช่างฟังดูคุ้นหู...
ใคร?
สองคนที่กำลังสนทนาดีลลับอยู่นั้น ถึงกับหันขวับมองมาตามเสียง แล้วภาพที่ประจักษ์ตรงหน้า ก็ไม่ใช่ใครอื่นไกลเลย...
“แพ้ท!”
เป็นเชอร์ริลีนที่ผวาเสียงออกมาอย่างคนใจเสีย ไม่รู้ว่าพศุตม์มานานเท่าไหร่แล้ว และเขาได้ยินอะไรไปบ้าง...
“ดีลลับกันอยู่เหรอ?”
เหมือนฟ้าผ่าลงตรงกลางวงสนทนาของคนทั้งคู่ ชายร่างหนาพร้อมร่างระหงหันมามองพศุตม์ด้วยสายตาตกตะลึง ทันใดนั้นเองนาวก็ถอยห่างออกมาจากเชอรีน คล้ายว่าวงกำลังจะแตก
ใช่... “วงแตก” ต้องแยกย้ายและทำลายหลักฐานสิ!
ความจริงถึงเรื่องดีลลับจะถูกจับได้ แต่คนที่เลวที่สุดก็คงจะเป็น... เชอริลีน ที่เจ้าหล่อนทำนั้นมันไม่ต่างจากการหักหลังพศุตม์เต็มๆ ฉะนั้นเขาไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ เพราะเงินก็จ่ายให้แม่สาวสวยผู้หิวเงินไปแล้วเรียบร้อย
พศุตม์ออกเดินตามหาเพื่อนสาวคนสนิท แต่ไปเจอความลับเข้าอย่างจัง เขาจึงแอบซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบๆ เพื่อรอฟังอะไรดีๆ ก็ได้พบว่าเพื่อนสาวคนสนิทที่เขาไว้เนื้อเชื่อใจอยู่นาน ความจริงแล้ว เจ้าหล่อนเข้ามาตีสนิทกับเขา เพื่อหลอกให้พศุตม์รักใคร่มีใจแล้วจากนั้นเธอก็จะถีบหัวส่ง ทำให้ผู้ชายที่ชื่อพศุตม์เสียใจสมกับที่เจ้าหล่อนเก็บความแค้นนี้เอาไว้นานปี
แต่ระหว่างนั้นเชอรริลีนกำลังอยู่กับใครคนหนึ่ง เจ้าหล่อนเอาความลับของธุรกิจโรงพยาบาลของพศุตม์มาปล่อยให้คู่แข่ง ที่ยอมเป็นพ่อบุญทุ่มเงินจำนวนหลายร้อยล้านเพื่อแลกกับเงินมหาศาล เงินจำนวนนั้นมันมากมายมหาศาลสำหรับเจ้าหล่อน หากแต่เมื่อเทียบกันแล้ว กลับเป็นเพียงแค่เศษเงินเท่านั้นในสายตาของพศุตม์
จากนั้นเมื่อพศุตม์ได้รู้ เขาเกิดความรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก และเสียใจที่อุตส่าห์ไว้ใจผู้หญิงคนนี้ เมื่อได้รู้ความจริง เขารอฟังอยู่อย่างเงียบเชียบ ขณะที่ภายในใจเขาตั้งปณิธานไว้มั่นว่าจะไม่ใจง่ายๆ กับผู้หญิงคนนี้อีกต่อไป รวมทั้งผู้หญิงหน้าไหนอีกต่อไป
“แคร้ก!!!”
ปลายเท้าเผลอเหยียบลงไปที่กระป๋องเบียร์ที่ไม่รู้ไอ้ขี้เมาหน้าไหนทิ้งไม่เป็นที่ หากพศุตม์เขาไม่ได้ใจมันอีกต่อไป นี่หรือผลตอบแทนของความมีใจไว้ใจที่เขามีให้ สุดท้ายแล้ว เขาก็เป็นเพียงชายหนุ่มผู้โชคร้ายที่เจ้าหล่อนกำลังทำร้ายเขาอย่างไร้ความปราณี!
”เดี๋ยว แพ้ท! เรื่องนี้เชอร์รีนอธิบายได้นะ” พศุตม์หันหลังเดินออกมาจากตรงนั้น ในขณะเดียวกันหญิงสาวคนสวยก็เอ่ยเรียกชื่อเขา และร้องตามนายแพทย์หนุ่มด้วยอาการใจคอไม่ดี เสียงสวยทำเขาหยุดชะงักครู่หนึ่งก่อนหันหลังกลับมามองสบสายตาเจ้าหล่อนด้วยดวงตาวาวโรจน์
“เก็บปากของเธอเอาไว้เถอะ!” มีประโยชน์อะไรที่จะฟังถ้อยคำคนทรยศ
“แพ้ท!” เชอร์รีนร้องเรียกชื่อเขาริมฝีปากสั่น หัวใจเธอหวิวร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอจะกลายเป็นผู้แพ้อย่างราบคาบ เพียงเพราะเขาตาสว่างขึ้นมาว่า แท้ที่จริงแล้ว... เธอไม่ใช่อย่างที่เขาคิด
ร่างระหงวิ่งตามคนร่างสูงไป หากด้วยชุดงามที่สวมใส่ทำให้ก้าวย่างของเธอไม่สะดวกเอาเสียเลย เผลอเหยียบชายกระโปรงตัวเองจนล้มลุกคลุกคลาน แต่นายแพทย์หนุ่ม ไม่แม้แต่จะเหลียวหลังกลับมามอง
เขาบึ่งรถสปอร์ตหรูออกจากสถานที่จัดงาน ไม่มีใครรู้สาเหตุที่แท้จริง เขากำพวงมาลัยแน่นด้วยความแค้น ผู้ชายร่ำรวยหล่อเหลาที่เพียบพร้อมไปหมดทุกอย่าง แต่ทำไมจะมีรักดีๆ สักครั้ง มันทำไมถึงยากจังวะ
ระหว่างขับรถกลับนั้น น่าประหลาดที่ค่ำมืดดึกดื่นขนาดนี้ ข้างทางกลับดูเหมือนเกิดเหตุชุลมุน เขาตัดสินใจเข้าไปยุ่ง
แล้วก็พบว่าเป็นเหตุการณ์ที่มีใครบางคนต้องการความช่วยเหลือ....
มีเพียงแสงไฟหน้ารถของพศุตม์ที่ขับไล่ความมืดในเวลานี้ ต้องยอมรับว่าเส้นทางสายนี้เปลี่ยวและดูอันตรายเสียเหลือเกิน ภาพที่เขามองเห็นคือ กลุ่มชายฉกรรจ์ห้าหกคนได้ กำลังมุ่งเข้าทำร้ายร่างเล็กที่เขามั่นใจในทันทีว่า เป็นเด็กหญิงที่ไร้ทางสู้ เขาสำรวจด้วยสายตามั่นใจว่าพวกมันมีอาวุธ เขาจึงหยิบปืนพกขนาดเล็กลงไปจากรถด้วย
เขาประกาศถ้อยคำให้คนพวกนั้นหยุดการกระทำที่สารเลว ไม่งั้นพวกมันโดนแน่
เมื่อกลุ่มชายฉกรรจ์อันธพาลเห็นว่า งานนี้มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญแหย่เท้าเข้ามายุ่ง พวกมันจึงต้องวางมือ แล้วสลายตัวแยกย้ายหนีไป เหลือเอาไว้ก็เพียงร่างน้อยของเด็กหญิงที่สวมชุดนักเรียนมัธยมต้น เสื้อนักเรียนสีขาวที่เปื้อนเลือดสดๆ กระจายเต็มไปหมด เขาสำรวจพบว่าเธอยังคงมีลมหายใจ ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยแผล เขาปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนอุ้มร่างน้อยไปที่รถ ทันทีที่รถพยาบาลของโรงพยาบาลภายใต้การบริหารของเขามาถึงที่เกิดเหตุทันท่วงที
เด็กหญิงถูกนำตัวขึ้นรถพยาบาล มุ่งตรงไปรักษาฟื้นฟูร่างกายและจิตใจจากเหตุสะเทือนขวัญ ส่วนเขาอาการชวนตื่นเต้นเมื่อครู่ การทำดี การได้ช่วยชีวิตใครสักคน มันทำให้เขาหัวใจฟองฟูขึ้นอย่างแปลกประหลาด แล้วแทบไม่อยากเชื่อเลยว่า เขาลืมเรื่องราวบัดซบทรยศหักหลังจากผู้หญิงที่เขาไว้ใจเมื่อช่วงค่ำไปแล้วแทบหมดสิ้น