ตอน 2

หลังจากแทนคุณเรียนจบก็เข้ามาบริหารทรัพย์สินอย่างเต็มตัวด้วยความเต็มใจของใบบัวเพราะเกลียดตัวเลข เกลียดการดูบัญชีทุกชนิด เขาทำบัญชีรายรับรายจ่าย ช่วยดูแลสัญญาของคนเช่าและผู้เช่าที่ต้องการย้ายออก หาผู้เช่ารายใหม่ไม่ปล่อยให้ว่างเพราะจะเป็นการสูญเสียรายได้ คอยดูแลเรื่องปรับปรุงซ่อมแซมให้อาคารแข็งแรงมั่นคงอยู่เสมอ เรียกว่างานมากจนใบบัวร้องขอให้หาคนมาช่วยเพื่อจะได้มีเวลาให้หล่อนมากขึ้นเพราะรู้สึกว่างานของครอบครัวตัวเองเอาเวลาของแทนคุณไปหมด

แล้วก็ได้จิราพรเพื่อนของใบบัวที่เกือบต้องเลิกเรียนกลางคันเพราะทางบ้านเกิดปัญหาด้านการเงินมาช่วยแบ่งเบา เรียกว่ามาเป็นเลขาให้แทนคุณก็คงไม่ผิดนัก

ถึงเป็นแค่ธุรกิจของครอบครัวแต่มีห้องทำงานเป็นสัดส่วนในสำนักขายเก่าของโครงการซึ่งพ่อของใบบัวใช้ที่นั่นทำงานเพื่อความสะดวกไม่ต้องวุ่นวายที่บ้านพักส่วนแม่จะคอยส่งอาหารกลางวันหรือบางวันพ่อก็กลับมากินข้าวที่บ้านแล้วนอนพักจากนั้นค่อยออกไปทำโน่นทำนี่ตอนบ่ายแก่ใกล้เย็นอีกครั้ง พอแทนคุณเรียนจบก็ซ่อมแซมปรับปรุงและใช้เป็นห้องทำงานเหมือนตอนพ่อยังอยู่

“อย่าเดินหนีบัวนะพี่แทน” ใบบัวเดินตามมาดึงข้อศอกไว้เมื่อแทนคุณหันหลังหนี เพราะถูกหล่อนกรีดเสียงใส่หน้าเมื่อครู่

“ก็หนวกหู จะกรี๊ดทำไมไม่รู้จักเกรงอกเกรงใจชาวบ้านชาวช่อง”

“เกรงใจทำไม บัวกรี๊ดในบ้านบัว ไม่ได้ไปกรี๊ดบนหัวใคร ใครรำคาญก็ย้ายบ้านหนีไปสิ” หล่อนหันไปทางหน้าต่างจึงเห็นว่าบ้านข้างๆ กำลังเปิดไฟขึ้นทีละดวง จะว่าดึกก็ดึกสำหรับคนอื่น แต่หล่อนพอใจจะกรีดร้องเวลานี้ใครจะทำไม!

ใบบัวเดินไปใกล้หน้าต่างแล้วตั้งใจตะโกนเสียงดังมากขึ้น

“รำคาญก็ย้ายไปสิ จะช่วยซื้อบ้านไว้กี่ล้านก็ว่ามาเลย”

“บัว ไม่เอา”

แทนคุณไม่เรียกเปล่าแต่ลากหล่อนออกมาหน้าต่างเพราะรู้สึกว่าหญิงสาวจะพูดจาพาลพาโลมากไป เขารู้ดีว่าที่ใบบัวจงใจตะโกนไปทางนั้นเพราะไม่ชอบหน้าหลานสาวของบ้านหลังนั้นเป็นทุนเดิม

กมลเนตรเป็นหลานกำพร้าของสันติกับชื่นกลม คุณหมอวัยเกษียนที่อยู่บ้านติดกัน กลมเนตรมีอาชีพเป็นพยาบาลจึงแวะมาดูแลแม่นมของใบบัวตามคำสั่งของคุณหมอซึ่งเป็นหมอประจำตัวของแม่นมตั้งแต่พ่อแม่ของใบบัวยังมีชีวิตอยู่

แต่บังเอิญวันนั้นใบบัวมาเห็นเขาสนทนาอยู่กับกมลเนตรตามลำพังจึงหึงหวง สั่งห้ามไม่ให้ใครมายุ่มย่ามในบ้าน หากแม่นมป่วยก็ให้พาไปโรงพยาบาลหรือเรียกหาหมอคนอื่นมาดูแลและให้หมอเข้าทางประตูหลังบ้าน ห้ามคนบ้านนั้นเข้ามายุ่งเด็ดขาด

“อะไรเล่า” หล่อนดึงมือเขาออกจากต้นแขน

“จะบ้าไปกันใหญ่แล้วนะบัว”

“บ้ายังไง บัวหึงผัวนี่คือบ้าหรือ”

“บ้าสิ บ้าที่หึงไม่เข้าเรื่อง พี่ไม่มีอะไรกับคุณเนตรซะหน่อย วันนั้นก็เพิ่งคุยกันครั้งแรกและครั้งเดียว”

“ทำไมต้องคุย”

“ก็เขาเป็นพยาบาลพี่ก็ปรึกษาอาการป่วยของแม่”

“ทำไมไม่ปรึกษาหมอ ปรึกษาพยาบาลมันจะได้เรื่องอะไร แล้วทำไมไม่พาแม่ไปหาหมอมัวจีบพยาบาลแบบนี้แม่จะหายป่วยมั้ยล่ะ”

“ไปกันใหญ่แล้ว บอกว่าปรึกษาก็คือปรึกษา แล้วมันก็ผ่านมานานแล้วจะมาแขวะพี่ทำไมอีก ไปละเสียเวลา” เขาตัดบทแล้วเดินหนีเสียอย่างนั้น

“ไปไม่ได้นะ ไม่ให้ไปนะ” ใบบัววิ่งตามไปคว้าข้อมือที่กำลังเอื้อมหยิบกระเป๋าเดินทาง

“พี่ไปเจรจาธุรกิจให้บัวนะ ถ้าจะไปก็รีบไปจัดกระเป๋าสิ”

“แล้วทำไมเพิ่งบอกเอาตอนนี้ ใครจะเตรียมตัวทัน ไม่รู้ละบัวไม่ให้ไป” หล่อนกอดแขนเขาไว้แน่น

“ไร้สาระ” แทนคุณปลดมือแล้วเดินหนี ก่อนหันมาชี้นิ้วสั่ง

“ถ้าจะไปก็รีบตามมา ตกเครื่องพี่ไม่รู้ด้วย” แล้วเขาก็หันกลับเดินลากกระเป๋าใบใหญ่ออกจากประตู

“ไม่ไป ไม่ให้ไปนะ ไม่ให้ไป” ใบบัวตะโกนลั่นแล้ววิ่งตามออกไปหน้าบ้าน แต่แทนคุณขึ้นรถที่มารอรับแล้วเคลื่อนออกไปแล้ว ไม่สนใจเสียงกรีดร้องตะโกนก่นด่าตามหลังของหล่อนเลย

“ไอ้บ้า ผัวเฮงซวย ไม่เชื่อฟังเมีย ไอ้บ้าบอกว่าไม่ให้ไป”

ตอน 3

ไฟในโถงด้านล่างปิดลงหมดทุกดวง ทำให้ชายหนุ่มที่ยืนแอบอยู่ใกล้หน้าต่างสะดุ้งเล็กน้อยแล้วหันกลับไปมองตำแหน่งควบคุมแผงไฟ เงามืดที่เห็นไม่ได้สร้างความสะพรึงกลัวแต่ทำให้รู้สึกขัดใจมากกว่า

“ปิดไฟทำไมเนตร พี่ยังไม่เสร็จงาน”

“คุณหมอแน่ใจหรือคะว่างานไม่เสร็จหรือยังส่องผัวเมียทะเลาะกันไม่เสร็จคะ” กมลเนตรยิ้มจนเห็นฟันขาวกลางความมืด

“เรานะเป็นพยาบาลหรือเป็นนักสืบ พี่ละเบื่อคนรู้ทันจริงๆ”

“ไม่ต้องสืบก็รู้ค่ะ ทะเลาะกันลั่นออกบ่อย น่าเห็นใจยายยุลีที่ต้องระเห็จไปนอนบ้านเล็กมดหมอก็ไม่ให้ไปดูแล”

“แกไม่สบายหรือ”

“ค่ะ เนตรเจอน้าผึ้งที่ตลาดเมื่อเช้า น้าผึ้งบอกว่ายายเป็นไข้ตัวร้อนนอนซมมาหลายวันจะพาไปหาหมอก็ไม่ไป หาหมอมาดูที่บ้านแกก็ไม่เอา แกจะหาแต่หมอบ้านเราเท่านั้น น้าผึ้งก็ไม่กล้ามาตามเพราะเจ้าของบ้านเค้าประกาศิตไว้ห้ามคนบ้านเราไปยุ่มย่ามเด็ดขาด ขอโทษนะคะเพราะเนตรคนเดียวทำให้เดือดร้อนกันไปหมด”

“ถ้าเป็นเรื่องนั้นพี่น่าจะผิดมากกว่าเพราะพี่วานให้เนตรไปที่นั่น”

“ถ้าเนตรไม่คุยกับคุณแทน เด็กบัวนั่นก็คงไม่หึงหวงจนเกิดเรื่อง ยังไงเนตรก็ผิด”

“โอเคเนตรผิดที่เกิดมาหน้าตาดี ไปนอนเถอะพี่ก็จะนอนแล้ว พรุ่งนี้กลางวันพี่จะแอบไปดูยายยุลีเสียหน่อย”

“แต่เจ้าของบ้านไม่ให้เข้า” กลมเนตรเลิกคิ้วบางๆ

“เชื่อสิ เดี๋ยวก็เก็บกระเป๋าตามผัวไป” ขาดคำของเขมกร ต่างก็หันไปทางบ้านใบบัวอีกครั้งเพราะได้ยินเจ้าหล่อนพูดโทรศัพท์เสียงดังพร้อมกับการลากกระเป๋าเดินทางใบย่อมออกมานอกบ้านแล้วปิดประตูไปพลาง

“รอด้วย จำไว้นะรอจนกว่าบัวจะไป”

“ห้ามไปก่อน ห้ามทิ้งบัวไว้ที่สนามบินนะ”

“ถ้ากลัวตกเครื่องก็ซื้อใหม่สิรอไปพร้อมบัวเข้าใจมั้ย”

“ตอบสิว่าเข้าใจ ตอบ”

“เออก็แค่นี้แหละ กำลังไปนะ”

คนที่นี่ได้ยินสิ่งที่หล่อนพูดโดยไม่ต้องแอบฟังต่างหันมายิ้มระอา เขมกรยักไหล่หัวเราะในลำคอแล้วแกล้งพูดเสียงคาดคั้นใส่กลมเนตร

“รับปากพี่สิว่าจะไปนอนแล้ว ตอบมา”

“นอนไม่ได้ค่ะ เนตรรอน้องบัวอยู่” กลมเนตรหัวเราะคิกพลางส่ายหน้า

“หือ” นายแพทย์เขมกรศัลยแพทย์ประจำโรงพยาบาลรัฐบาลแห่งหนึ่งเลิกคิ้วเข้มขึ้นแทนเครื่องหมายคำถาม ลูกผู้น้องสาวหัวเราะอีกครั้งก่อนบอก

“ไม่ใช่บัวนี้ค่ะ แต่เป็นน้องบัวบก มาเอายาให้แม่”

“อะไรกัน เนตรเบิกยามาให้คนไข้อีกแล้วหรือ ทำไมคนไข้ไม่ไปตรวจตามนัดละ” คิ้วคนเป็นหมอขมวดทันที

“คือน้าชวนชมไปตรวจตามนัดแล้วค่ะ แต่มีธุระรีบกลับมาก่อนไม่ได้รอรับยา น้องบัวเลยฝากเนตรไว้”

“อ๋อ แต่มาเสียดึกเชียว”

“โนคอมเมนต์ค่ะ”

“งั้นพี่ไปนอนละนะ” เขาบอกแล้วเดินไปห้องนอนที่อยู่ใกล้ห้องรับแขกกลางบ้านซึ่งต่อเติมขึ้นมาใหม่เมื่อสมาชิกในครอบครัวต่างเติบใหญ่

เดิมทีบ้านสองชั้นหลังนี้มีสองห้องนอนใหญ่ชั้นบนเป็นของพ่อกับแม่และเขา เมื่อกรกมลน้องสาวที่อายุต่างกันสามปีโตพอจะแยกห้องนอนจากพ่อแม่ได้แล้ว พ่อก็ดัดแปลงห้องทำงานเป็นห้องนอนพร้อมห้องน้ำในตัวอีกห้อง เขาจึงขอย้ายลงมาอยู่ห้องใหม่เองเพื่อให้น้องสาวที่ยังเล็กได้อยู่ใกล้พ่อกับแม่ที่ชั้นบน

เวลานี้น้องสาวเขาแต่งงานแยกครอบครัวไปแล้ว ห้องนอนนั้นจึงยกให้กมลเนตรหลานกำพร้าของพ่อที่มาพักอาศัย กมลเนตรมาอยู่กับครอบครัวตั้งแต่เรียนมัธยมศึกษาปีที่หกจนเรียนจบพยาบาล เวลานี้ก็ทำงานเป็นพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลรัฐบาลแห่งเดียวกับเขา ซึ่งพ่อกับแม่เคยทำงานจนเกษียณอายุราชการ

ทุกวันนี้ทั้งสองท่านยังเป็นหมออาสาออกตรวจรักษาคนไข้ร่วมกับหน่วยราชการที่จัดบริการประชาชนโดยไม่คิดค่ารักษาใดๆ เป็นประจำ บางคราก็ออกต่างจังหวัดทีละหลายวัน เขารู้ว่าทั้งสองหมดห่วงเรื่องลูกหลานและมีความสุขกับงานที่ตอบแทนแผ่นดินอย่างแท้จริง

นายแพทย์เขมกรอดหันไปมองหน้าบ้านหลังนั้นไม่ได้เมื่อได้ยินเสียงกระชากรถให้ออกตัวแรงและเร็วจนได้ยินเสียงกมลเนตรอุทานตามหลัง

“โห แม่คุณ จะรีบไปตามผัวหรือจะรีบไปตายนะ”

เขมกรอยากตำหนิญาติผู้น้องนักว่าทำไมถึงพูดแช่งชักหักกระดูกคนเช่นนี้ แต่เมื่อคิดไปก็ไม่อยากยุ่งให้มากความ เพราะคนถูกแช่งก็ไม่ได้รับรู้รับฟังคงไม่น่ามีผลกับจิตใจมากเท่าใด จึงค่อยๆ ปิดประตูห้อง

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED