ย้อนไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว
ทุกคนมีคนที่เก็บเอาไว้ในความทรงจำ ไม่ว่าความทรงจำตรงนี้มันไปอยู่ตรงไหน แต่รู้นะ ว่าทุกส่วนที่อยู่ นั้นคุณสามารถแวะไปหาเขาได้เสมอๆ ไปหาเขาในความรู้สึก ไปหาเขาในใจ ไปหาเขาในความทรงจำที่เคยผ่านมา เป็นเรานี่แหล่ะไม่อยากลืมมัน
รักใครก็บอก ชอบใครก็บอก อย่างน้อยก็ได้พยายามเต็มที่ ที่สุดกับความรักและความทรงจำของตัวเอง
ย้อนไปตอน ม.6
ในคืนที่ฝนตก สายตาคู่คมพิจารณาจ้องมอง ร่างสวย มัดผมสวมใส่ชุมมัธยมปลาย ใบหน้าจิ้มลิ้ม ขาวใส แต่บ้านของปังปอด์นเพื่อนสนิทของเขา ประตูรั้วกับหน้าบ้านเขา อยู่ห่างกัน ซึ่งเขากังวัลว่า เธอจะเปียกอาจจะหนักกว่าเดิม ถ้าฝนที่กำลังโปรยปราย จะก่อตัวแรงขึ้น
"เฮ้ยปอนด์ นั่นน้องมึงป่าวนั้น"
"เออ ใช่ๆ ร่มอยู่หน้าบ้านมึงไปรับมันให้กูหน่อย กูติดทำงานอยู่"
"เออได้ๆ"
เมื่อเพื่อนๆของปังปอด์นได้นัดรวมตัวมาทำรายงานที่บ้านเพื่อทำรายงานส่งคุณครู หลังจากที่ หญิงสาวรูปร่างเพรียวบาง มองไปยังชายหนุ่ม ที่อยู่ตรงหน้า ใบหน้าราวกับภาพวาด หล่อคมคาย จมูกโด่งคิ้วเข้ม ทรงผมหน้าม้าปัดข้าง เสื้อมหาวิทลัยสีขาว กางเกงยีนต์ ถือร่มคันโตสีน้ำเงิน วิ่งออกมารับเธอที่หน้าบ้าน
ตึ่กตัก ! ตึกตัก ! ตอนนี้ทำให้หัวใจของหญิงสาว สั่นราวกับแผ่นดินไหว ได้แต่อึ้งตะลึงกับชายร่างสูงตรงหน้าโดยไม่ทันนึกว่าตัวเธอเองอยู่กลางสายฝนเพราะเธอกำลังที่จะเปิดประตูเหล็กบานใหญ่ เพื่อเข้ามาในบ้าน
มือสวยยังค้างอยู่ที่กลอนประตูรั้วแต่ทอดสายตาจดจ้องเหมือนอยู่ในภวังค์
"เชี่ย ! คนหรือพระเอกซีรีย์ หล่อไม่ไหว " เธอพึมพำในลำคอเบาๆ
เนื้อตัวเริ่ม เปียกปอน เพราะลงจากรถเมล์หญิงสาวก็รีบวิ่งฝ่าสายฝนที่กำลังลงเม็ดบางจนกระทั่งตอนนี้ถึงบ้านเม็ดหนาขึ้น ชายหนุ่ม กางร่มบังฝนพร้อมลำแขนแกร่งโอบมาที่ไหล่ ร่างสูงบังฝนแล้วนำร่างเล็กของเธอกลับเข้าไปในบ้าน ซึ่งนั่นคือความประทับใจแรก ที่เธอได้สัมผัส
"เฮ้ย ไอ้ปอด์น มึงดูมือไอ้มาร์ค กอดน้องมึงด้วย " เสียงทุ้มแทรกเข้ามาจากชายหนุ่มอีกคนดังขึ้นแซว นั่นคือ พี่แกปตัวดีชอบพูดมากแซวคนนั้นคนนี้ตามนิสัย เมื่อชายหนุ่มได้ยินดังนั้นมือแกร่งจึง รีบผละมือออกทันที
"กอด เชี่ย ! ไร น้องไอ้ปอด์นจะเปียกฝนก็แค่กางร่มให้น้อง มึงนี่ นะคิดอกุศลตลอด "
ประโยคนี้ส่งผลให้ทั้ง 4 คน หัวเราะชอบใจกัน แต่ตัวหญิงสาวกลับเขินอายหน้าแดงเมื่อโดนพี่ ๆแซวขนาดหนัก
หญิงสาวถอดรองเท้าเก็บเข้าชั้น พร้อมเดินเข้าบ้านไป เก็บกระเป๋าเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเช่นทุกวัน ผ่านไปไม่นานเมื่อวิ่งลงมาชั้นล่าง ปังปอน พี่ชายของเธอสั่งให้ทำกับข้าวให้พี่ๆกิน เนื่องจากพ่อกับแม่ก็ไม่อยู่ ฝนก็ตก เธอจึงยอมทำให้แบบไม่ค่อยพอใจ
"ปัน ปัน ทำกับข้าวให้พี่ ๆ เขากินหน่อย นะ...นะ...น๊าา.." พี่ชายของเธอทำเสียงออดอ้อนเพื่อให้ผู้เป็นน้องทำตาม และเมนูประจำบ้าน ที่ง่ายที่สุดคือต้มมาม่า ใส่ไข่ และใส่ผัก
ขณะที่ร่างบางของหญิงสาวหันหลังต้มน้ำอยู่นั้น เบื้องหลังปรากฎร่างสูงของใครบางคนยืนอยู่ข้างหลังจังหวะนั้น เธอเคลื่อนตัวหันกลับมาเพื่อหยิบอะไรบางอย่าง กลับชนเข้ากับร่างสูงเป็นเหตุให้หญิงสาวอยู่ในอ้อมกอดของมาร์ค ศีรษะของเธอประกบเข้ากับสันจมูกโด่ง
เขาคว้าตัวเธอเอาไว้ขณะหันมาด้วยอาการตกใจอาจจะทำให้เธอล้มใส่หม้อน้ำที่กำลังเดือดพล่าน อยู่ก็เป็นได้
" เป็นไรหรือเปล่า" เสียงทุ้มนุ่มของร่างสูงเอ่ยถาม
" ปะ เปล่า ค่ะ " หญิงสาวเอ่ยพร้อมผลักร่างตัวเองออกให้เป็นอิสระเพื่อรีบไปหยิบ มาม่า
" ต้มมาม่าเหรอ ให้พี่ช่วยอะไรมั้ย "
"'หั่นผักตรงนี้ให้ด่วนทีนะคะ ปันจะรีบเอาไข่มาใส่ก่อน"
มาร์คเป็นคนเดียวที่ อาสามาช่วยทำกับข้าว เขาทั้งหล่อแถมยังน่ารักอีก บรรยากาศในครัวที่เมนู ง่ายๆ แต่อบอวลไปด้วยความประทับใจ และมีความสุข
หลังจากที่ ทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อย เพื่อนๆของปังปอนด์ทำรายงานกันต่อ เมื่อช่วงบักเบรคทีไร มาร์คมักจะชอบหยิบกีตาร์ขึ้นมาร้องเพลง
ทุกครั้งที่ได้ยินเธอจะชอบแอบจ้องมองดูอยู่ห่างๆ ทุกครั้ง ด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะ ของชายหนุ่ม บางครั้ง ปัน ปัน ก็อดไม่ได้ที่จะมาเสนอตัวร่วมร้องเพลงไปด้วยกันรุ่นพี่ แม้เสียงจะไม่ดีก็ตามแต่มาร์คก็ชมเสมอว่าเธอร้องเพลงเพราะ
นับจากวันนั้นเป็นต้นมา มาร์คและ เพื่อน ๆ กลุ่มนี้ก็มาเล่นที่บ้านกันอยู่บ่อย ๆ จนหญิงสาวเริ่มที่จะคุ้นเคย ทุกครั้งที่มาร์คมามักจะหอบหิ้วขนมของฝากติดไม้ติดมือมาฝากตลอด
มาวันหนึ่งเป็นอีกคืนที่มาร์ค นอนค้างที่บ้าน เมื่อช่วงดึกสงัดที่ใครๆต่างหลับใหลกันไปหมด ซึ่งตอนนั้น ปัน ปัน หิวน้ำลงมาในครัวเพื่อหาอะไรดื่ม เจอเงาตะคุ่มๆของคนที่เธอนึกว่าโขมย มือสวยคว้ากระชอน เพื่อที่เอาฟาดร่างเงาตรงหน้า แต่ร่างสูงตรงหน้าดันหันมาคว้ามือเธอเอาไว้เสียก่อน
" พี่มาร์ค พี่มาทำอะไรมืดๆ ทำไมไม่เปิดไฟ " เสียงกระซิบกระซาบบอกร่างหนาตรงหน้า เพราะเกรงว่าคนอื่นจะได้ยิน แต่ทันใดนั้นมีเสียงเดินลงบันใด อาจจะเป็นพ่อเพื่อมาสำรวจบ้านว่าล๊อคแล้วหรือไม่ แต่ในความมืดนั้น ร่างหนาของมาร์คคว้าตัวเธอและใช้มือปิดปากเพื่อหลบไปยังอีกซอกหนึ่ง เกรงว่าพ่อจะเห็น ชายหญิงอยู่ด้วยกันสองต่อสอง
แต่นั่นกลับทำให้ หญิงสาวใจเต้นจนตัวสั่นเพราะมันกลับได้ใกล้ชิดเขาแทบจะเนื้อแนบเนื้อ อกชิดอก กันเลยก็ว่าได้
ขณะที่ตาคู่สวยจ้องมองไปที่ใบหน้าคมคาย แต่สายตาเขา จ้องมองไปที่พ่อเพื่อสำรวจดูว่า พ่อขึ้นบ้านไปหรือยัง และเมื่อพ้นจากตรงนั้น ไปแล้วเขาคลายมือสากออก จากใบหน้าสวย แล้วสะกดสายตาจ้องมองมาที่เธอ ไม่รู้ว่าไปกระตุ้นต่อมอะไรของเขาหรือเปล่า
ร่างสูงโน้มตัวลงยื่นใบหน้าคมเข้ามาใกล้ๆ สัมผัสแตะปลายริมฝีปากเบาๆ หนึ่งครั้ง ซึ่งนั้นเป็นจูบแรกของเธอเลยก็ว่าได้ ทันใดนั้น มีเสียงของใครบางคนเดินออกมา ทันทีที่เห็นร่างของมาร์คและ ปัน ปัน จึงต้องรีบผละอย่าอัตโนมัติ แล้วต่างคนต่างแยกย้ายรีบวิ่งเข้าห้องนอนของตัวเอง
หลังจากวันนั้นทั้งคู่ก็ไม่ค่อยได้เจอกัน มาร์คเองก็ไม่ค่อยได้มาที่บ้านของปันปันอีก
เมื่อครั้งถึงวันเกิด ของมาร์ค ปันปัน เก็บเงินหยอดกระปุกจากเงินค่าขนมที่ไปโรงเรียนทุกวัน เพื่อที่จะนำไปซื้อ นาฬิกา ให้กับเขา เฝ้ารอเวลาว่าวันไหนชายหนุ่มจะมาที่บ้านอีกครั้ง แต่กระนั้นก็ไร้ซึ่งวี่แวว พอทราบข่าวอีกที พี่ชายของ เธอ บอกว่า เขาเดินทางไปที่ต่างประเทศแล้ว
โปรดติดตามตอนต่อไป ....
อกแทบหักแอบรักท่านประธาน
5 ปีต่อมา
ปัจจุบัน..
"อืออ เดี๋ยวสิคะ"
เสียงหวานออดอ้อนเล็ดลอดออกมาจากร่างของหญิงสาวที่กำลังเชิดหน้าขึ้นครางเพราะถูกฝ่ายชายเล้าโลมอยู่ที่ต้นคอขาว เสื้อผ้าตัวบางรัดรูปค่อยๆถูกฝ่ามือหนาปลดเปลื้องออกทีละชิ้นอย่างเร่งรีบจนเธอต้องหันเสี้ยวหน้ามาปรามอีกฝ่ายก่อนเบาๆ
"อย่าลีลาเลยน่า ฉันจ่ายให้เธอได้มากกว่าที่เธอต้องการ แค่ทำตามที่ฉันบอก"
ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่มีกล้ามเนื้อพอประมาณเอ่ยขึ้นในขณะที่กำลังซุกไซร้ไปตามซอกคอเนียนก่อนจะผลักอีกฝ่ายลงเตียงนุ่มราคาแพง แล้วหย่อนกายตามมาคร่อมร่างของหญิงสาวหุ่นสะโอดสะองใต้ร่างทันที
หน้าตาของเธอก็จัดได้เลยว่าสวยงามเลยทีเดียว จะเป็นเช่นนั้นก็ไม่แปลกเพราะราคาที่จ่ายไปเพื่อให้ได้มาซึ่งตัวเธอนั้นก็ถือว่ามากมหาศาล คนเหล่านี้ไม่ได้ใช้เงินจ่ายเพื่อซื้อร่างกาย หากแต่ซื้อชีวิตของพวกหล่อนต่างหาก
ชื่อเสียงที่พวกเธอมีรวมถึงโปรไฟล์เบื้องหลังอันสวยหรู ในวันนี้มันเหมือนจะถูกใช้อัพราคาค่าตัวของพวกเธอได้มาก แม้แต่ดาราสาวสวยเบอร์หนึ่งคนนี้เองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนพวกนั้นเช่นกัน
กระนั้น มาร์ค กลับไม่ได้ยี่หระกับราคาที่ต้องจ่าย เขามีมากพอที่จะใช้บำเรอความสุขของตนให้สบายไปหลายชาติ การเสียเงินเพียงเท่านี้จึงไม่ใช่เรื่องราวใหญ่โตอะไรสำหรับเขา ชายหนุ่มผู้เปลี่ยนผู้หญิงและทิ้งขว้างราวกับการเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมที่จะถอดชุดสูทและคลายเนคไทออกเพื่อให้สะดวกต่อการลงสนาม
จมูกโด่งสันเป็นคมถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อของตนก้มลงสูดดมกลิ่นกายที่เจือกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูราคาแพง ก่อนที่อีกฝ่ายจะเริ่มบิดเร่าไปมาอยู่ภายใต้ร่างของเขา
"อ๊ะ"
เสียงครางดังแว่วออกมาในขณะที่ร่างสูงยังคงทำการสำรวจและเชยชมไปตามผิวกายขาวเนียนละเอียด การที่พวกหล่อนจะได้ผิวแบบนี้มาคงจะต้องเสียเงินไปไม่น้อย นั่นอาจจะเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ค่าตัวของเธอแพงก็ได้
ใบหน้าหวานของหญิงสาวเชิดขึ้นกัดเม้มริมฝีปากที่ถูกย้อมด้วยสีชมพูระเรื่อ ก่อนที่เรียวขายาวจะถูกจับให้อ้าออก ไม่จำเป็นต้องพิธีรีตองหรือถนุถนอมอะไรมาก เพราะนี่มันเป็นเพียงแค่การใช้สินค้า เธอยอมอ้าขาออกพร้อมกับลูบไล้ไปตามเส้นผมสีดำขลับของชายหนุ่มเรื่อยไล้มาจนถึงลำคอแกร่งและบ่ากว้างอยู่เช่นนั้น รอยจูบสีจางถูกประดับเอาไว้ที่ผิวบางของหล่อน กระนั้นก็กลับไร้ซึ่งเสียงห้ามปราม
แน่นอนว่าเพราะมันเป็นมาร์ค พวกหล่อนจึงไม่อยากจะขัดขืน ก็จะมีใครบ้างล่ะที่จะไม่อยากจะจับไฮโซหนุ่มที่มีเงินมากมายมหาศาลแถมยังเป็นเจ้าของธุรกิจยักษ์ใหญ่
มาร์คเหยียดยิ้มออกมาเบาๆอย่างพอใจก่อนจะผละออกมารูดซิปกางเกงลงเพื่อปลดธนาการของแก่นกายที่กำลังตื่นตัวเต็มที่พร้อมลงสนาม เขาไม่อยากจะถอดเสื้อผ้าออกเพราะว่าไม่อยากจะเสียเวลาไปมากกว่านี้แล้ว
นิ้วแกร่งแหวกและไล้วนอยู่ที่ร่องสวาทไปมาสักพัก ไม่นานมันก็ส่งเสียงฉ่ำแฉะเพราะมีของเหลวหล่อลื่นไหลออกมา เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าพร้อมที่จะเปิดรับบางสิ่งให้ใส่เข้าไป ในเวลาถัดมาแก่นกายใหญ่โตจึงถูกนำมาถูที่บริเวณช่องทางสวาทสีหวานที่กำลังขมิบตอดตอบสนองต่อตัวตนของชายหนุ่มอย่างโหยหา
"อ๊าา…"
เธอครางออกมาเมื่อมาร์คสอดใส่ตัวตนของเขาเข้าไปในช่องทางร่องสาว ก่อนที่ชายหนุ่มจะเริ่มออกแรงขยับ ตัวของหล่อนกระตุกเกร็งช่องทางตอดรับ รัดแก่นกายของเขาถี่จนมาร์คยังต้องนิ่วหน้าก่อนจะยกมือขึ้นมากอบกุมที่ลำคอระหงแล้วกดตัวของอีกฝ่ายให้จมลงในเตียงกว้าง
ซี๊ด...อ่าห์..ก่อนที่เอวสอบจะเริ่มขยับกายสืบเข้าหาหล่อนจนเธอต้องครางออกมาอีกหลายครั้ง เสียงเนื้อกระทบกันอย่างหยาบโลนดังคลอเคล้ากับเสียงครางเครือกระตุ้นอารมณ์ร้อนรุ่มจนทำให้ชายหนุ่มรีบขยับกายให้เร็วขึ้นอีก
"อ๊าา~ จะเสร็จแล้วค่ะ"
เธอหวีดร้องออกมาพร้อมกับจิกมือลงผ้าปู เชิดหน้าขึ้นครางเสียงหลง อกบางแอ่นรับกับสัมผัสวาบหวาบที่มาร์คมอบให้
"อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ มาร์คขา ซี๊ด.. อ่าห์ " เสียงหวานครางกระเส่าด้วยความแซ่บ ร่างเล็กบิดเร้าแอ่นกายรับตามท่วงท่า
พั่บ พั่บ พั่บ
ชายหนุ่มขยับเอวสอดใส่แก่นกายเข้าไปให้ลึกขึ้นอีกจนร่างกระตุกเกร็งก่อนจะแช่ค้างไว้ครู่หนึ่ง น้ำกามสีขาวขุ่นข้นฉีดเข้าไปในช่องทางรักที่กำลังชื้นแฉะและตอดรัดเป็นจังหวะ
เฮ่อ เฮ่อ เฮ่อ...เสียงหอบหายใจเหนื่อยดังขึ้นแทนที่เสียงครางกระเส่า บ่งบอกว่างานของหล่อนในคืนนี้ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ชายหนุ่มเมื่อทำธุระเสร็จเขาก็ผละออกทันทีอย่างไม่แยแสกับร่างบางตรงหน้าก่อนจะหายกลับเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกาย
โปรดติดตามตอนต่อไป...
อกแทบหักแอบรักท่านประธาน
5 ปีต่อมา
ปัจจุบัน..
"อืออ เดี๋ยวสิคะ"
เสียงหวานออดอ้อนเล็ดลอดออกมาจากร่างของหญิงสาวที่กำลังเชิดหน้าขึ้นครางเพราะถูกฝ่ายชายเล้าโลมอยู่ที่ต้นคอขาว เสื้อผ้าตัวบางรัดรูปค่อยๆถูกฝ่ามือหนาปลดเปลื้องออกทีละชิ้นอย่างเร่งรีบจนเธอต้องหันเสี้ยวหน้ามาปรามอีกฝ่ายก่อนเบาๆ
"อย่าลีลาเลยน่า ฉันจ่ายให้เธอได้มากกว่าที่เธอต้องการ แค่ทำตามที่ฉันบอก"
ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่มีกล้ามเนื้อพอประมาณเอ่ยขึ้นในขณะที่กำลังซุกไซร้ไปตามซอกคอเนียนก่อนจะผลักอีกฝ่ายลงเตียงนุ่มราคาแพง แล้วหย่อนกายตามมาคร่อมร่างของหญิงสาวหุ่นสะโอดสะองใต้ร่างทันที
หน้าตาของเธอก็จัดได้เลยว่าสวยงามเลยทีเดียว จะเป็นเช่นนั้นก็ไม่แปลกเพราะราคาที่จ่ายไปเพื่อให้ได้มาซึ่งตัวเธอนั้นก็ถือว่ามากมหาศาล คนเหล่านี้ไม่ได้ใช้เงินจ่ายเพื่อซื้อร่างกาย หากแต่ซื้อชีวิตของพวกหล่อนต่างหาก
ชื่อเสียงที่พวกเธอมีรวมถึงโปรไฟล์เบื้องหลังอันสวยหรู ในวันนี้มันเหมือนจะถูกใช้อัพราคาค่าตัวของพวกเธอได้มาก แม้แต่ดาราสาวสวยเบอร์หนึ่งคนนี้เองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนพวกนั้นเช่นกัน
กระนั้น มาร์ค กลับไม่ได้ยี่หระกับราคาที่ต้องจ่าย เขามีมากพอที่จะใช้บำเรอความสุขของตนให้สบายไปหลายชาติ การเสียเงินเพียงเท่านี้จึงไม่ใช่เรื่องราวใหญ่โตอะไรสำหรับเขา ชายหนุ่มผู้เปลี่ยนผู้หญิงและทิ้งขว้างราวกับการเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมที่จะถอดชุดสูทและคลายเนคไทออกเพื่อให้สะดวกต่อการลงสนาม
จมูกโด่งสันเป็นคมถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อของตนก้มลงสูดดมกลิ่นกายที่เจือกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูราคาแพง ก่อนที่อีกฝ่ายจะเริ่มบิดเร่าไปมาอยู่ภายใต้ร่างของเขา
"อ๊ะ"
เสียงครางดังแว่วออกมาในขณะที่ร่างสูงยังคงทำการสำรวจและเชยชมไปตามผิวกายขาวเนียนละเอียด การที่พวกหล่อนจะได้ผิวแบบนี้มาคงจะต้องเสียเงินไปไม่น้อย นั่นอาจจะเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ค่าตัวของเธอแพงก็ได้
ใบหน้าหวานของหญิงสาวเชิดขึ้นกัดเม้มริมฝีปากที่ถูกย้อมด้วยสีชมพูระเรื่อ ก่อนที่เรียวขายาวจะถูกจับให้อ้าออก ไม่จำเป็นต้องพิธีรีตองหรือถนุถนอมอะไรมาก เพราะนี่มันเป็นเพียงแค่การใช้สินค้า เธอยอมอ้าขาออกพร้อมกับลูบไล้ไปตามเส้นผมสีดำขลับของชายหนุ่มเรื่อยไล้มาจนถึงลำคอแกร่งและบ่ากว้างอยู่เช่นนั้น รอยจูบสีจางถูกประดับเอาไว้ที่ผิวบางของหล่อน กระนั้นก็กลับไร้ซึ่งเสียงห้ามปราม
แน่นอนว่าเพราะมันเป็นมาร์ค พวกหล่อนจึงไม่อยากจะขัดขืน ก็จะมีใครบ้างล่ะที่จะไม่อยากจะจับไฮโซหนุ่มที่มีเงินมากมายมหาศาลแถมยังเป็นเจ้าของธุรกิจยักษ์ใหญ่
มาร์คเหยียดยิ้มออกมาเบาๆอย่างพอใจก่อนจะผละออกมารูดซิปกางเกงลงเพื่อปลดธนาการของแก่นกายที่กำลังตื่นตัวเต็มที่พร้อมลงสนาม เขาไม่อยากจะถอดเสื้อผ้าออกเพราะว่าไม่อยากจะเสียเวลาไปมากกว่านี้แล้ว
นิ้วแกร่งแหวกและไล้วนอยู่ที่ร่องสวาทไปมาสักพัก ไม่นานมันก็ส่งเสียงฉ่ำแฉะเพราะมีของเหลวหล่อลื่นไหลออกมา เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าพร้อมที่จะเปิดรับบางสิ่งให้ใส่เข้าไป ในเวลาถัดมาแก่นกายใหญ่โตจึงถูกนำมาถูที่บริเวณช่องทางสวาทสีหวานที่กำลังขมิบตอดตอบสนองต่อตัวตนของชายหนุ่มอย่างโหยหา
"อ๊าา…"
เธอครางออกมาเมื่อมาร์คสอดใส่ตัวตนของเขาเข้าไปในช่องทางร่องสาว ก่อนที่ชายหนุ่มจะเริ่มออกแรงขยับ ตัวของหล่อนกระตุกเกร็งช่องทางตอดรับ รัดแก่นกายของเขาถี่จนมาร์คยังต้องนิ่วหน้าก่อนจะยกมือขึ้นมากอบกุมที่ลำคอระหงแล้วกดตัวของอีกฝ่ายให้จมลงในเตียงกว้าง
ซี๊ด...อ่าห์..ก่อนที่เอวสอบจะเริ่มขยับกายสืบเข้าหาหล่อนจนเธอต้องครางออกมาอีกหลายครั้ง เสียงเนื้อกระทบกันอย่างหยาบโลนดังคลอเคล้ากับเสียงครางเครือกระตุ้นอารมณ์ร้อนรุ่มจนทำให้ชายหนุ่มรีบขยับกายให้เร็วขึ้นอีก
"อ๊าา~ จะเสร็จแล้วค่ะ"
เธอหวีดร้องออกมาพร้อมกับจิกมือลงผ้าปู เชิดหน้าขึ้นครางเสียงหลง อกบางแอ่นรับกับสัมผัสวาบหวาบที่มาร์คมอบให้
"อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ มาร์คขา ซี๊ด.. อ่าห์ " เสียงหวานครางกระเส่าด้วยความแซ่บ ร่างเล็กบิดเร้าแอ่นกายรับตามท่วงท่า
พั่บ พั่บ พั่บ
ชายหนุ่มขยับเอวสอดใส่แก่นกายเข้าไปให้ลึกขึ้นอีกจนร่างกระตุกเกร็งก่อนจะแช่ค้างไว้ครู่หนึ่ง น้ำกามสีขาวขุ่นข้นฉีดเข้าไปในช่องทางรักที่กำลังชื้นแฉะและตอดรัดเป็นจังหวะ
เฮ่อ เฮ่อ เฮ่อ...เสียงหอบหายใจเหนื่อยดังขึ้นแทนที่เสียงครางกระเส่า บ่งบอกว่างานของหล่อนในคืนนี้ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ชายหนุ่มเมื่อทำธุระเสร็จเขาก็ผละออกทันทีอย่างไม่แยแสกับร่างบางตรงหน้าก่อนจะหายกลับเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกาย
โปรดติดตามตอนต่อไป...
เย็นชา
เซฟเฮาส์ใจกลางเมืองหลวง
สถานที่ที่เขาอยู่มันก็คือเซฟเฮาส์ใจกลางเมืองหลวง การตกแต่งด้านในนั้นคุมโทนสีดำทองดูหรูหรา สาเหตุที่มาร์คเลือกมาพักที่นี่ก็เพราะว่ามันให้ความเป็นส่วนตัวทั้งยังมีระบบความปลอดภัยที่รัดกุม แถมยังสะดวกเวลาจะพาใครมาอีกด้วย ไม่ต้องมาคอยระแวงสายตาของใคร เพราะตัวเขาเบื่อจะเป็นข่าวแล้วเต็มที
แวดวงไฮโซ นักข่าว ด้วยความที่เจ้าตัวเป็นหนุ่มหล่อไฟแรงเข้ามารับตำแหน่งในองค์กรใหญ่มีชื่อเสียงที่รู้จักกันมานานของตระกูลนี้ แม้ว่ามาอยู่เมืองไทยได้ไม่เท่าไหร่ ก็มีแต่ใครๆจะวิ่งเข้ามา จับจ้องทำข่าวหรือควงออกงาน
ร่างสูงเมื่อชำระร่างกายเสร็จเรียบร้อยเขาก็เดินออกมา ส่วนอีกฝ่ายที่ถูกเรียกให้มาก็ยังคงนั่งอยู่บนเตียงด้วยสภาพเปลือยเปล่า เธอเดินมากอดแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อส่งผลทำให้มาร์คต้องตวัดสายตากลับมามองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่ง เพราะเขารู้ว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไร
"ปล่อย"
มาร์คพูดออกมาเสียงเข้มก่อนจะส่งสายตากดดัน หล่อนถึงกับหน้าถอดสีก่อนที่จะยอมปล่อยมือออกจากแขนของอีกฝ่ายแล้วก้มหน้าหลบสายตาทันที
"คุณมาร์คขา..?"
"จะเรียกเพิ่มหรือ? ฉันก็ยังไม่ได้เรียกเธอมาเกินเวลานี่"
ชายหนุ่มเดินเบี่ยงไปอีกทางราวกับว่าหล่อนเป็นเพียงแค่อากาศธาตุที่ลอยคว้างอยู่ในห้องก่อนจะหย่อนกายลงนั่งบนโซฟาขนสัตว์สีดำแล้วรินไวน์สีแดงสดลงแก้วทรงสูงอย่างใจเย็น
"ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ ฉันแค่อยากจะชวนคุณไปทานข้าวด้วยกันสักครั้งนะคะ" หญิงสาวใบหน้าเนียนสวยทำเสียงหวานออดอ้อน แต่ใช่ว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะสนใจทำตามคำขอซะเมื่อไหร่่..
"เสร็จงานแล้วก็กลับไปเสียสิ"
เสียงทุ้มดังขึ้นตัดบทในขณะที่ใบหน้าคมเข้มยังคงจดจ้องอยู่ที่แก้วไวน์เบื้องหน้าอย่างไม่แยแส ส่งผลทำเอาหล่อนต้องเผลอกำหมัดแน่นก่อนจะขบกรามถลึงตามองอยู่เบื้องหลังเพราะรู้สึกไม่พอใจกับการกระทำนั้นเพราะเธอเองเป็นถึงระดับดารา กระนั้นเจ้าหล่อนก็ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากก้มหัวยอมรับ
ชายหนุ่มก็เป็นคนแบบนี้ อย่างเช่นข่าวลือ เย็นชาไร้อารมณ์ หากใครขัดใจก็พร้อมจะอาละวาดได้ทันที ยิ่งถ้ามีใครคิดจะตุกติกกับเขาแล้วล่ะก็ถือว่าคนคนนั้นดวงตกอย่างถึงที่สุดเพราะมาร์คสามารถทำลายชีวิตของใครก็ได้ในชั่วพริบตา
ร่างสวยก้มลงเก็บเสื้อผ้าที่ถูกโยนทิ้งขว้างไปคนทีละทิศละทาง ถูกเก็บขึ้นมาแล้วสวมใส่ ในใจก็นึกหงุดหงิดที่มาร์คนั้นเป็นคนที่เกรี้ยวกราดและเย็นชาอะไรขนาดนี้
ก่อนจะเก็บข้าวของกวาดสวยตาเหล่มองชายหนุ่มด้วยหางตาทิ้งลมหายใจแล้วเดินจากไปอย่างจำยอม
หลังจากเดินพ้นประตูบานหนาร่างสวยเดินเฉิดฉายออกมา สวมแว่นดำจัดแต่งทรงผมให้ดูเข้าที่ทำตัวราวกับเป็นเรื่องปรกติสอดส่องสายตามองบริเวณรอบๆว่ามีใครแอบถ่ายหรือมีกล้องวงจรปิดอยู่มุมใหนหรือไม่ จากนั้น ถอดเท้า ฉับ ฉับ ออกไปยังลานจอดรถ แต่เชื่อว่าที่นี่เป็นเซฟเฮาส์ส่วนตัวของมาร์คคงจะไม่มีใครเห็น
" ชิ ! ไม่ง้อก็ได้ ทำตัวซะหล่อรวยล้นฟ้าเป็นเทวดา อยู่คนเดียวหรือไง เอาใจยากเย็น " เธอพึมพรำพร่ำบ่นกับตัวเอง พร้อมกับขาคู่สวยก้าวขึ้นรถ Audy สีขาว ออกไป
ภายใต้ภาพถ่ายสวยงามของคนมีชื่อเสียง บางคนใครจะทราบว่าเบื้องลึกเบื้องหลังว่า เขาต้องแลกกับอะไรมาบ้าง บางทีอยากจะจับไฮโซรวยๆก็ไม่ได้จับกันง่ายๆ ภาพสวยงามที่ลงไอจี เป็นเพียงเรื่องราวบางส่วนไม่อาจเอามาตัดสินความจริงในชีวิตได้
ชายหนุ่มผู้เย็นชา ก็คิดเพียงแค่ว่า ถ้าเสร็จแล้วทุกอย่างก็จบไม่คิดที่จะสานต่อกับใคร เขาแตกต่างไปจากเมื่อนก่อนในครั้งที่ยังเรียนมหาวิทยาลัย ที่คอยช่วยเหลือเห็นอกเห็นใจผู้อื่น แต่บัดนี้กลับเปลี่ยนราวกับคนละคน
ชีวิตไม่มีกรอบถ้าชอบก็ทำเถอะ เวลาบนโลกใบนี้มีจำกัด ไม่มีอะไรที่ยั่งยืนไม่มีความสุขชั่วนิรันดร์ ความทุกข์ก็เช่นกัน แค่ผ่านมาเดี๋ยวมันก็ผ่านไป สักวันเราจะเจอคนที่ใช่ในวันที่ใช่ แต่ไม่มีทางรู้หรอกว่ามันจะคือวันใหน ที่สำคัญไม่มีวันบอกได้เลย ว่าเขาจะคือคนที่ใช่ตลอดไป หรือเปล่า ...
กลับมาที่มาร์ค
ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่ตัวเขา มันเป็นเรื่องปกติที่เป็นแบบนี้มาทั้งชีวิต ชายหนุ่มรูปร่างสูงหุ่นนายแบบ หน้าตาคมคาย จมูกโด่งสันได้รูป ดวงตาคมกริบสีนิลดำขลับ ริมฝีปากบางเฉียบกับรูปหน้ารีได้รูป แถมยังเป็นเจ้าของเรือนร่างสมส่วนเพอร์เฟคมีดีกรีเป็นนักธุรกิจยักษ์ใหญ่อย่างมาร์คกำลังเดินสืบเท้าเข้ามาในตัวอาคารหรูหราใหญ่โตที่ตั้งตระหง่านอยู่ในใจกลางเมืองหลวง
เหล่าพนักงานต่างให้ความเคารพนบน้อมแก่เขา กระนั้นเขากลับไม่ได้รู้สึกหลงระเริงไปในชื่อเสียงโด่งดังที่เขามีเลย มันก็เพราะว่าเขารู้สึกชินชากับการถูกปฏิบัตแบบนี้มาตั้งแต่ที่เขาเริ่มจำความได้แล้ว ทุกคนมักพร้อมจะก้มหัวให้เขาเสมอเมื่อรู้ว่าเขาคือใคร มันจึงไม่ได้เป็นสิ่งที่มีความหมายอะไรสำหรับชายหนุ่ม
ร่างสูงเมื่อเข้ามาในตัวบริษัทได้แล้วเขาก็มุ่งตรงเข้าไปที่ห้องทำงานของตัวเองทันที ไม่มีการหยุดแวะทักทายกับใคร แล้วก็คงไม่มีใครกล้าเข้ามาล้ำเส้นของเขาด้วยเช่นกัน เพราะใครๆต่างก็รู้ดีถึงเบื้องหลังและนิสัยของชายหนุ่มผู้นี้อยู่แล้ว
โปรดติดตามตอนต่อไป...รี๊ดขา เป็นอย่างไรกันบ้างคะทุกคนเงียบมากเลย หรือไม่มีคนเห็นนิยายเรื่องนี้ ถ้าใครอ่านเจอขอคอมเม้นท์ คนละอันทีนะคะ ขอบคุณค่ะ