ตอน 1

เจ้านายผลักฉันเข้าไปในห้องเพื่อรับมือกับคนไข้วีไอพีที่กำลังขู่จะฆ่าตัวตาย เธอคือเอวา เบญจรงค์ อินฟลูเอนเซอร์ด้านแฟชั่นชื่อดังที่กำลังคลุ้มคลั่งอาละวาดเพราะเรื่องคู่หมั้นของเธอ

แต่เมื่อเธอโชว์รูปผู้ชายที่เธอรักให้ฉันดูทั้งน้ำตา โลกทั้งใบของฉันก็พังทลายลงในพริบตา

มันคือเบน สามีของฉันที่แต่งงานกันมาสองปี เขาเป็นคนงานก่อสร้างใจดีที่ฉันเจอหลังจากอุบัติเหตุทำให้เขาสูญเสียความทรงจำ

ทว่าในรูปนี้ เขาคือภากร โลหะกุล มหาเศรษฐีผู้เหี้ยมโหดที่ยืนอยู่หน้าตึกระฟ้าซึ่งมีชื่อของเขาปรากฏหราอยู่

และในตอนนั้นเอง ภากร โลหะกุลตัวจริงก็เดินเข้ามาในห้อง เขาสวมสูทที่ราคาแพงกว่ารถญี่ปุ่นคันเล็กๆ ของฉันทั้งคัน

เขาก้าวผ่านฉันไปราวกับฉันไม่มีตัวตน แล้วโอบกอดเอวาไว้ในอ้อมแขน

“ที่รัก ผมอยู่นี่แล้ว” เขากระซิบ น้ำเสียงทุ้มลึกและอ่อนโยนแบบเดียวกับที่เขาเคยใช้ปลอบฉันหลังจากเจอเรื่องแย่ๆ มาทั้งวัน “ผมจะไม่ทิ้งคุณไปไหนอีกแล้ว ผมสัญญา”

เขาเคยให้สัญญาแบบเดียวกันเป๊ะๆ กับฉันมาแล้วนับร้อยครั้ง

เขาจูบหน้าผากเธอ ประกาศก้องว่าเขารักเธอเพียงคนเดียว...เป็นการแสดงให้ผู้ชมเพียงคนเดียวดู นั่นก็คือฉัน เขากำลังแสดงให้ฉันเห็นว่าชีวิตแต่งงานของเรา ชีวิตที่เราร่วมสร้างกันมาตอนที่เขาสูญเสียความทรงจำ เป็นเพียงความลับที่ต้องถูกฝังกลบให้มิด

ขณะที่เขาอุ้มเธอออกจากห้อง ดวงตาเย็นชาของเขาสบตากับฉันเป็นครั้งสุดท้าย

ข้อความนั้นชัดเจน...แกคือตัวปัญหาที่ต้องถูกกำจัด

บทที่ 1

สิ่งแรกที่ฉันได้ยินเมื่อเดินเข้ามาในคลินิกคือเสียงผู้หญิงกรีดร้อง มันไม่ใช่เสียงของความเจ็บปวด แต่เป็นเสียงของความเกรี้ยวกราดอย่างบ้าคลั่งชนิดที่ทำให้อากาศรอบตัวอึดอัดไปหมด

ฉันวางกระเป๋าลงบนโต๊ะทำงาน กลิ่นยาฆ่าเชื้อและกระดาษเก่าๆ ที่คุ้นเคยช่างดูขัดแย้งกับความโกลาหลที่ดังมาจากสุดทางเดิน

“เกิดอะไรขึ้นคะ” ฉันถามแพรว เพื่อนร่วมงานที่กำลังชะโงกหน้ามองออกมาจากห้องทำงานของตัวเองอย่างประหม่า

“เธอไม่อยากรู้หรอก” แพรวกระซิบ ดวงตาเบิกกว้าง “คนไข้วีไอพีน่ะสิ ตัวเป้งเลย”

เสียงแหลมดังตามมา เป็นเสียงแก้วแตกกระทบกำแพง เสียงกรีดร้องดังขึ้นอีก

“เขาเป็นของฉัน! ฉันจะฆ่าตัวตายถ้าต้องเสียเขาไป!”

ฉันเดินตรงไปยังต้นเสียง ในห้องให้คำปรึกษาที่ใหญ่ที่สุด หญิงสาวในชุดแบรนด์เนมยืนอยู่บนเก้าอี้ ถือเศษแจกันที่แตกจ่อคอตัวเอง ใบหน้าของเธอเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา เครื่องสำอางราคาแพงเลอะเทอะไปหมด เธอสวยมาก แต่ในตอนนี้เธอดูเหมือนหมาจนตรอก

“เอมิกา ขอบคุณพระเจ้า” หมอไมตรี เจ้านายของฉันรีบวิ่งเข้ามาหา สีหน้าซีดเผือด “คุณต้องจัดการเรื่องนี้”

เขาผลักฉันไปข้างหน้า “เธอคือเอวา เบญจรงค์ อินฟลูเอนเซอร์ด้านแฟชั่น คนของเธอโทรมา บอกว่าเธอจะยอมคุยกับนักบำบัดผู้หญิงเท่านั้น และคุณคือคนเก่งที่สุดที่เรามี”

เอวา เบญจรงค์ ชื่อนี้คุ้นๆ เหมือนเคยเห็นบนปกนิตยสารตามร้านสะดวกซื้อ

“และเธอมาที่นี่เพราะคู่หมั้นของเธอ” หมอไมตรีเสริมเสียงเบา “ภากร โลหะกุล หนึ่งเดียวคนนั้น”

หัวใจฉันหยุดเต้น

ภากร โลหะกุล

สามีของฉันชื่อเบน โลแกน เขาเป็นคนงานก่อสร้าง เขาเป็นคนง่ายๆ ใจดี และรักฉันมากกว่าสิ่งใดในโลก เราอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์เล็กๆ อีกฟากหนึ่งของกรุงเทพฯ

มันต้องเป็นเรื่องบังเอิญแน่ๆ นามสกุลโลแกนก็มีอยู่ทั่วไป ส่วนชื่อภากรอาจจะไม่ค่อยมี แต่ก็ยังเป็นไปได้

ฉันพยายามบอกตัวเองแบบนั้น พยายามกดความรู้สึกเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปทั่วอกลง มันก็แค่ชื่อเรื่องบังเอิญโง่ๆ ที่ไม่มีความหมายอะไรเลย

หมอไมตรีส่งแฟ้มคนไข้ใส่มือฉัน “นี่ข้อมูลของเธอ ขอให้โชคดี”

ฉันเปิดแฟ้ม มือสั่นเทา ใต้หัวข้อ “ชื่อคู่หมั้น” มีตัวอักษรพิมพ์ที่ดูเป็นทางการและชัดเจนว่า: ภากร โลหะกุล

ลมหายใจฉันสะดุด รู้สึกเหมือนเลือดทั้งตัวไหลลงไปกองที่เท้า

ฉันบังคับตัวเองให้ทำตัวเป็นมืออาชีพ ฉันเป็นนักบำบัด ฉันรับมือกับวิกฤตได้ ฉันสูดหายใจลึกๆ จัดชุดทำงานเรียบๆ ของตัวเองให้เข้าที่ แล้วเดินเข้าไปในห้อง

“คุณเอวาคะ” ฉันพูด น้ำเสียงสงบนิ่ง ทั้งที่ข้างในกรีดร้องโหยหวน “ฉันชื่อเอมิกา เราคุยกันได้ไหมคะ”

ทันทีที่เธอเห็นฉัน พลังงานที่บ้าคลั่งของเธอก็เปลี่ยนไป แววตาที่ดุร้ายอ่อนลงกลายเป็นความเปราะบางเหมือนเด็กๆ เธอทิ้งเศษแก้วลงพื้นเสียงดังเคร้ง

“เอมิกา” เธอครวญคราง ก้าวลงจากเก้าอี้ เธอวิ่งเข้ามาสวมกอดฉัน ซบหน้าร้องไห้ที่ไหล่ “คุณต้องช่วยฉันนะ”

ฉันกอดเธอไว้ ตัวแข็งทื่อ เธอเกาะฉันแน่นเหมือนเด็กๆ ท่าทีทั้งหมดของเธอบ่งบอกถึงชีวิตที่ได้ทุกอย่างที่ต้องการมาตลอด

เธอผละออก ปาดน้ำตาด้วยหลังมือ “เป็นเพราะภากรค่ะ ช่วงนี้เขาห่างเหินกับฉันมาก”

เธอควานหาโทรศัพท์มือถือ นิ้วปัดหน้าจออย่างรวดเร็ว “ดูสิคะ” เธอยื่นมันให้ฉันดู “นี่คือเรา เราดูสมกันมากเลยใช่ไหมคะ”

ในรูปคือเอวากำลังหอมแก้มชายหนุ่มในชุดสูทที่ตัดเย็บอย่างประณีต เขากำลังยิ้ม ดวงตาของเขามีรอยย่นในแบบที่ฉันคุ้นเคยจนเจ็บปวด

มันคือเบนของฉัน

ไม่สิ มันคือภากร โลหะกุล และเขากำลังยืนอยู่หน้าตึกระฟ้าที่มีโลโก้ของ ‘โลหะกุล กรุ๊ป’ ประทับอยู่

“เขารักฉันมากนะคะ” เอวาอวดอ้าง น้ำเสียงเริ่มมีพลังขึ้น “วันเกิดล่าสุดของฉัน เขาซื้อเกาะส่วนตัวให้ฉันเลยนะ เขาบอกว่าเขาจะทำทุกอย่างเพื่อฉัน ให้โลกทั้งใบกับฉันได้”

โลกของฉันกำลังเอียงกระเท่เร่ พื้นห้องเหมือนกำลังจะถล่มลงไป

“แต่มีบางอย่างเปลี่ยนไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน” เธอพูดต่อ ใบหน้าเศร้าหมองอีกครั้ง “ตั้งแต่เขากลับมา เขาหายตัวไปพักหนึ่งค่ะ คุณรู้ไหม สองปีเต็มเลย เขาประสบอุบัติเหตุอะไรสักอย่าง แล้วก็ความจำเสื่อม พอเขากลับมาได้ เขาก็...เปลี่ยนไป ดูเย็นชาขึ้น”

สองปี

เป็นเวลาเท่ากับที่ฉันแต่งงานกับเบนพอดี

ความจริงถาโถมเข้าใส่ฉันรุนแรงเหมือนโดนหมัดหนักๆ มันอัดอากาศออกจากปอดจนหมด เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าที่เจ็บปวดรวดร้าว

ความทรงจำหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว ชัดเจนแจ่มแจ้ง

สองปีที่แล้ว คืนที่ฝนตกหนัก ซากรถที่บิดเบี้ยวบนถนนเปลี่ยว ฉันกำลังขับรถกลับบ้านหลังเลิกงานดึกเมื่อเห็นมัน ฉันจอดรถ หัวใจเต้นระรัว ฉันพบเขานอนสลบอยู่ เลือดไหลจากบาดแผลที่ศีรษะ เขาไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีโทรศัพท์ มีเพียงเสื้อผ้าที่สวมอยู่

ฉันเป็นนักบำบัด ไม่ใช่หมอ แต่ฉันรู้ว่าเขาต้องการความช่วยเหลือ ฉันขับรถพาเขาไปคลินิกเล็กๆ ที่ใกล้ที่สุด ผลวินิจฉัยออกมาว่า: ศีรษะกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ส่งผลให้ความจำเสื่อมโดยสิ้นเชิง

เขาไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร มาจากไหน หรืออะไรทั้งนั้น เขาเหมือนเด็กในร่างผู้ชาย หลงทางและหวาดกลัว ฉันรู้สึกสงสารเขาจับใจ ฉันจะทิ้งเขาไปเฉยๆ ไม่ได้ ตำรวจไม่มีเบาะแสอะไรเลย เขาไม่มีที่ไป

ฉันจึงพาเขากลับบ้าน

ฉันตั้งชื่อให้เขาว่าเบน เป็นชื่อพ่อของฉัน เรียบง่ายและแข็งแกร่ง

ในพื้นที่เล็กๆ ของอพาร์ตเมนต์ฉัน โลกใบใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้น เขาต้องพึ่งพาฉันมาก เขารู้สึกขอบคุณฉันมาก สายตาของเขาจับจ้องมาที่ฉันตลอดเวลา เขาเรียนรู้ทุกอย่างใหม่หมด และฉันคือครูของเขา คือผู้นำทาง คือสิ่งเดียวที่เชื่อมโยยงเขากับโลกที่เขาจำไม่ได้

ความสัมพันธ์ของเราเติบโตอย่างรวดเร็วและลึกซึ้ง เขาเปิดเผยและจริงใจมาก เมื่อไม่มีอดีตมาถ่วงรั้ง เขาก็คือความรักที่บริสุทธิ์ เขาบอกฉันว่าเขารู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่ในวันที่ฉันพบเขา

เขาเรียนทำอาหารให้ฉัน เขาสมัครงานที่ไซต์ก่อสร้างแถวบ้าน ภูมิใจที่ได้กลับบ้านพร้อมกับมือที่ด้านและสกปรก หาเงินมาเพื่อเราสองคน เขาจะเก็บเงินเป็นอาทิตย์ๆ เพื่อซื้อกุหลาบดอกงามให้ฉันเพียงดอกเดียว

เขารักฉันอย่างรุนแรงจนน่าทึ่ง เขาบอกว่าฉันคือดวงอาทิตย์ คือดวงจันทร์ คือท้องฟ้าทั้งใบของเขา เขาบอกว่าต่อให้ความทรงจำไม่กลับมา เขาก็ไม่สนใจ เพราะชีวิตของเขาเริ่มต้นที่ฉัน

หกเดือนหลังจากที่ฉันพบเขา เขาก็ขอฉันแต่งงาน เขาไม่มีแหวน มีเพียงก้อนหินเรียบๆ เล็กๆ ที่เขาเก็บมาจากริมแม่น้ำ เขาคุกเข่าลงบนพื้นในห้องนั่งเล่นเล็กๆ ของเรา ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยน้ำตา

“เอม” เขาพูด น้ำเสียงสั่นเครือด้วยอารมณ์ “ผมไม่มีอดีต แต่ผมรู้ว่าผมอยากให้อนาคตทั้งหมดของผมมีคุณอยู่ด้วย แต่งงานกับผมนะ”

ฉันตอบตกลงโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว

เราจัดพิธีเล็กๆ ที่สำนักงานเขต มีแค่เราสองคน มันเป็นวันที่มีความสุขที่สุดในชีวิตของฉัน

ปีแรกของชีวิตแต่งงานของเราเต็มไปด้วยความรักที่เร่าร้อนและความสุขเรียบง่าย เราไม่ได้มีเงินมากมาย แต่เรามีกันและกัน เราตัวติดกันตลอดเวลา เขาบูชาฉัน และฉันก็รักเขาหมดหัวใจ

แล้วเมื่อประมาณสามเดือนก่อน เขาบอกฉันว่าเขาต้องไปทำงานที่อื่น เขาพูดคลุมเครือ บอกว่าเป็นโครงการก่อสร้างใหญ่ต่างจังหวัด เขาไปอยู่หนึ่งสัปดาห์

พอกลับมา เขาก็เปลี่ยนไป ตอนแรกการเปลี่ยนแปลงมันเล็กน้อยมาก เขาดูเก็บตัวมากขึ้น แสดงความรักทางกายน้อยลง เขาเลิกเรียกฉันด้วยชื่อเล่นที่เขาเคยตั้งให้ เขาบอกว่าเขาแค่เหนื่อยจากงาน

ตอนนี้ฉันเห็นภาพทั้งหมดแล้ว “งาน” ที่ว่าไม่ใช่งาน มันคือความทรงจำของเขากำลังกลับมา มันคือการที่เขากลับไปสู่ชีวิตจริงของเขา สู่ชีวิตของภากร โลหะกุล

และชีวิตของเรา การแต่งงานของเรา เป็นเพียงจุดพักชั่วคราวระหว่างทาง เป็นความลับ เป็นความไม่สะดวก

เอวายังคงพูดต่อไป แต่เสียงของเธอดังห่างไกลออกไป สิ่งที่ฉันรู้สึกได้มีเพียงความจริงอันโหดร้ายที่ถาโถมเข้ามา

“คุณฟังอยู่รึเปล่าคะ” เอวาถามอย่างหงุดหงิด เธอจิ้มแขนฉัน “ตาคุณแดงๆ นะคะ คุณร้องไห้ให้ฉันเหรอ คุณคงคิดว่าชีวิตฉันน่าเศร้ามากสินะ”

คำพูดของเธอช่างน่าขันจนฉันเกือบจะหัวเราะออกมา

ทันใดนั้น ประตูห้องให้คำปรึกษาก็เปิดผางออก

“เอวา!”

ภากร โลหะกุล ยืนอยู่ที่ประตู เขาสวมสูทราคาแพงที่น่าจะแพงกว่ารถของฉันทั้งคัน เขาทรงอำนาจ ดูน่าเกรงขาม และแตกต่างจากผู้ชายที่ซ่อมก๊อกน้ำรั่วให้ฉันเมื่ออาทิตย์ที่แล้วโดยสิ้นเชิง

สายตาของเขาพบฉัน ในเสี้ยววินาทีนั้น ฉันเห็นแววตาตกใจ แววตาที่จดจำได้ แล้วมันก็หายไป ถูกแทนที่ด้วยหน้ากากที่เย็นชาและแข็งกระด้าง

เขาส่งสายตามาให้ฉัน มันไม่ใช่แค่การมอง มันคือคำเตือน คำสั่งที่เงียบงันและโหดร้ายให้ฉันหุบปาก

เขาก้าวผ่านฉันไปราวกับฉันไม่มีตัวตน แล้วโอบกอดเอวาไว้ในอ้อมแขน “ที่รัก ผมอยู่นี่แล้ว ไม่เป็นไรนะ”

“ภากร!” เธอร้องไห้ ซบลงในอ้อมกอดของเขา “คุณมาช้าจัง! ฉันกลัวมากเลย”

“ผมรู้ ผมรู้” เขากระซิบ น้ำเสียงทุ้มลึกและอ่อนโยนแบบเดียวกับที่เขาเคยใช้ปลอบฉันเวลาที่ฉันเจอเรื่องแย่ๆ “ผมจะไม่ทิ้งคุณไปไหนอีกแล้ว ผมสัญญา”

คำพูดนั้นเหมือนมีดที่กรีดลงกลางใจ เขาเคยให้สัญญาแบบเดียวกันเป๊ะๆ กับฉันมาแล้วนับร้อยครั้ง

เขาจูบหน้าผากเธอ “ผมรักคุณนะเอวา รักคุณคนเดียว”

ฉันหันหน้าหนี ทนดูต่อไปไม่ไหว ดวงตาของฉันร้อนผ่าว แต่ฉันปฏิเสธที่จะให้น้ำตาไหลออกมา

เขากำลังประกาศต่อหน้าสาธารณชน เป็นการแสดงให้ผู้ชมเพียงคนเดียวดู นั่นก็คือฉัน เขากำลังแสดงให้ฉันเห็นว่าฉันอยู่ตรงไหน เขากำลังแสดงให้ฉันเห็นว่าฉันไม่มีค่าอะไรเลย

เขาอุ้มเอวาขึ้นในอ้อมแขน ประคองเธอราวกับสมบัติล้ำค่า ขณะที่เขาเดินออกไป ดวงตาเย็นชาของเขาสบตากับฉันเป็นครั้งสุดท้ายผ่านไหล่ของเธอ ข้อความนั้นชัดเจน: แกคือตัวปัญหาที่ต้องถูกกำจัด

ฉันยืนนิ่งอยู่ที่นั่น นานหลังจากที่พวกเขาจากไป ห้องกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง ยกเว้นเสียงหัวใจของฉันที่แตกสลาย

ฉันเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานด้วยขาที่สั่นเทา ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา มือสั่นมากจนต้องพยายามถึงสามครั้งกว่าจะปลดล็อกได้

ฉันเลื่อนดูรายชื่อผู้ติดต่อจนเจอเบอร์ที่ไม่ได้โทรหามาหลายปี

แม่ของฉัน

เธอรับสายในกริ๊งที่สอง “เอมิกาเหรอลูก?” เสียงของเธอชัดเจน มีสำเนียงยุโรปจางๆ

“แม่คะ” ฉันพูด เสียงของฉันเป็นเสียงกระซิบที่ขาดห้วง “หนูต้องการความช่วยเหลือจากแม่ค่ะ”

“แน่นอนจ้ะที่รัก ทุกอย่างเลย มีอะไรเหรอ”

“หนู...หนูอยากย้ายประเทศค่ะ หนูอยากไปอยู่กับแม่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้”

มีความเงียบชั่วครู่ “แล้วสามีของลูกล่ะ แล้วเบนล่ะ”

ฉันหลับตาแน่น เสียงหัวเราะที่ขมขื่นและเจ็บปวดหลุดออกมาจากริมฝีปาก “เขาไม่ไปค่ะ”

ขณะที่ฉันกำลังเก็บของ เตรียมจะออกจากคลินิกและไม่กลับมาอีก เงาหนึ่งก็ทาบทับลงบนโต๊ะทำงานของฉัน

ฉันเงยหน้าขึ้น

เป็นภากร เขากลับมา

“เราต้องคุยกัน” เขาพูด น้ำเสียงต่ำและไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ

ตอน 2

เขายืนอยู่ตรงนั้น ร่างสูงในชุดสูทตัดเย็บอย่างดีตัดกับแสงไฟฟลูออเรสเซนต์ที่สว่างจ้าในโถงทางเดินของคลินิก ภากร โลหะกุล ที่อยู่ตรงหน้าฉันคือคนแปลกหน้า นาฬิกาข้อมือราคาแพง แววตาที่เย็นชาและเต็มไปด้วยการคำนวณ รัศมีความทรงอำนาจที่แผ่ออกมา...มันไม่มีอะไรเหมือนผู้ชายธรรมดาๆ ที่แสนอ่อนโยนที่ฉันคิดว่าฉันแต่งงานด้วยเลย

“ได้ค่ะ” ฉันได้ยินตัวเองตอบ เสียงเบาหวิว ฉันเป็นแค่นักบำบัดจากครอบครัวธรรมดาๆ ฉันมีทางเลือกอะไรบ้างล่ะ

เขาพาฉันออกไปข้างนอก ไปยังรถสีดำเงาวับที่น่าจะแพงกว่าตึกอพาร์ตเมนต์ของฉันทั้งตึก คนขับรถเปิดประตูให้ฉัน

ข้างในมีกลิ่นหนังราคาแพงและน้ำหอมที่ไม่ใช่ของฉัน หมอนสีชมพูฟูฟ่องปักอักษรย่อ ‘อ.บ.’ ด้วยดิ้นสีทองวางอยู่บนเบาะ เอวา เบญจรงค์ แน่นอน

ฉันรู้สึกถึงบางอย่าง...ไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความเจ็บปวดที่ตุบๆ อยู่ข้างใน ฉันหยิบหมอนใบนั้นวางลงบนพรมวางเท้า เป็นการต่อต้านเล็กๆ น้อยๆ ที่น่าสมเพช

เบนของฉัน...ผู้ชายที่ฉันรู้จัก...เคยขับรถกระบะเก่าๆ ที่มักจะมีกลิ่นขี้เลื่อยและกาแฟจางๆ เขาเก็บเงินเป็นปีเพื่อเปลี่ยนยางที่สึกหรอ รถคันนี้ ชีวิตแบบนี้ มันมาจากคนละจักรวาลกันเลย

การเดินทางเงียบสนิท ความตึงเครียดในพื้นที่เล็กๆ นั้นน่าอึดอัด ฉันมองออกไปนอกหน้าต่าง แสงไฟในเมืองพร่ามัวราวกับฉันกำลังอยู่ในหนัง ไม่ใช่ชีวิตของตัวเอง

เขาพาฉันไปที่ ‘เลอ นอร์มังดี’ ร้านอาหารที่หรูหราที่สุดในกรุงเทพฯ ประเภทที่ต้องจองล่วงหน้าหกเดือน

หัวใจฉันบีบรัด เบนกับฉันเคยเดินผ่านที่นี่ครั้งหนึ่ง ฉันเคยเอาหน้าแนบกระจกเหมือนเด็กๆ ชื่นชมโคมไฟระย้าคริสตัลและแขกที่แต่งตัวสวยงาม

“สักวันนะเอม” เขาเคยสัญญา พลางโอบไหล่ฉัน “ถ้าโครงการใหญ่ของผมได้เงินก้อนโต ผมจะพาคุณมาที่นี่ เราจะสั่งทุกอย่างในเมนูเลย”

ตอนนี้ฉันมาอยู่ที่นี่แล้ว แต่ความฝันกลับกลายเป็นฝันร้าย

ฉันรู้สึกแปลกแยกในชุดทำงานเรียบๆ ท่ามกลางชุดผ้าไหมและเครื่องประดับล้ำค่า แต่ภากรกลับดูกลมกลืน ผู้จัดการร้านทักทายเขาตามชื่อ โค้งคำนับเล็กน้อย

เราถูกนำไปที่โต๊ะส่วนตัวที่มองเห็นวิวทั่วทั้งเมือง ภากรเป็นคนสั่งอาหารให้เราทั้งคู่เป็นภาษาฝรั่งเศสอย่างคล่องแคล่ว โดยไม่แม้แต่จะถามว่าฉันอยากทานอะไร

เขารอจนกระทั่งบริกรเทไวน์และถอยออกไปแล้วจึงพูดขึ้น น้ำเสียงของเขาเย็นชาเหมือนน้ำแข็งในแก้วน้ำ

“เธอรู้เมื่อไหร่”

ฉันจ้องมองเขา แก้วไวน์ในมือสั่นระริก “วันนี้ค่ะ” ฉันกระซิบ “ที่คลินิก ตอนที่เธอให้ฉันดูรูปคุณ”

เขาพยักหน้าช้าๆ สีหน้าอ่านไม่ออก “เข้าใจแล้ว” เขาเลื่อนแก้วไวน์มาให้ฉัน “ดื่มสิ”

มันไม่ใช่คำแนะนำ มันคือคำสั่ง

“ฉันต้องการให้เธอฉลาดหน่อยนะเอมิกา” เขาพูด น้ำเสียงต่ำและอันตราย “เอวากับฉันกำลังจะแต่งงานกัน ครอบครัวของเราวางแผนเรื่องนี้มาหลายปีแล้ว เธอเป็น...ความผิดพลาดที่ไม่ได้คาดคิด”

ลมหายใจฉันสะดุด “ความผิดพลาด?”

เขาโน้มตัวมาข้างหน้า ดวงตาจับจ้องมาที่ฉัน “สิ่งที่ฉันกำลังจะเสนอก็คือ ให้เธอเป็นภรรยาของฉันต่อไป แน่นอนว่าต้องเป็นความลับ เธออยู่ที่อพาร์ตเมนต์นั่นต่อไปได้ ฉันจะให้เงินเดือนเธออย่างงาม สิ่งที่เธอต้องทำก็แค่เงียบไว้ ทำตัวดีๆ”

ความหน้าด้านของเขาทำให้ฉันแทบหยุดหายใจ “คุณต้องการให้ฉันเป็นเมียน้อยของคุณเหรอคะ” ฉันถาม คำพูดนั้นรสชาติเหมือนยาพิษ “เป็นภรรยลับของคุณ ซุกซ่อนไว้ในขณะที่คุณใช้ชีวิตจริงของคุณกับเธอ?”

รอยยิ้มเหยียดหยามปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเขา มันไปไม่ถึงดวงตา “อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลยเอมิกา นี่ไม่ใช่เรื่องความรักหรือความปรารถนา ฉันไม่รู้สึกอะไรกับเธอเลย ร่างกายของฉันก็ไม่รู้สึกอะไรกับเธอ คิดซะว่ามันเป็น...ค่าชดเชย ค่าตอบแทนสำหรับบริการที่เธอเคยให้”

บริการที่เคยให้ เขากำลังพูดถึงสองปีที่ฉันรักเขา ดูแลเขา สร้างชีวิตร่วมกับเขา

“เธอช่วยชีวิตฉันไว้” เขาพูดต่อ น้ำเสียงเหมือนการทำธุรกิจ “ฉันรู้สึกขอบคุณ ดังนั้นฉันจะจ่ายหนี้นั่นให้ บอกราคามาสิ เช็ค บ้าน หรืออะไรก็ได้ที่เธอต้องการ แล้วเธอก็หายตัวไป”

ความเจ็บปวดมันรุนแรงจนรู้สึกเหมือนมีอะไรมาบีบหัวใจ แต่สัญชาตญาณนักบำบัดของฉันทำงาน ฉันทำหน้าเฉยเมย ฉันจะไม่ให้เขาเห็นฉันแตกสลายเด็ดขาด

“แล้วทะเบียนสมรสของเราล่ะคะ” ฉันถาม เสียงสั่นเล็กน้อย “มันไม่มีความหมายอะไรเลยเหรอคะ”

เขาหัวเราะเยาะ เสียงสั้นๆ แหลมๆ อย่างดูถูก “กระดาษแผ่นนั้นน่ะเหรอ มันไม่มีความหมายอะไรเลย ฉันเซ็นตอนที่ฉันจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใคร มันเป็นความผิดพลาด เป็นผลพวงของสถานการณ์”

“ความรู้สึกมันเป็นของจริงนะคะ เบน” ฉันอ้อนวอน ชื่อนั้นหลุดออกมาจากปากก่อนที่ฉันจะทันได้ห้ามตัวเอง

ใบหน้าของเขาแข็งกระด้าง “ฉันชื่อภากร และ ‘เบน’ อาจจะเคยรู้สึกอะไรกับเธอ แต่ฉันไม่ใช่เบน โลกของเรามันต่างกันเกินไป เราไม่เคยถูกกำหนดให้คู่กัน”

เขาจิบไวน์ สายตาไม่ไหวติง “ฉันจะไม่ทำร้ายเอวา เธอรอฉันมาสองปี เธอไม่สมควรต้องเจ็บปวด”

แล้วฉันล่ะ ฉันสมควรได้รับอะไร

น้ำตาร้อนผ่าวอยู่หลังดวงตา แต่ฉันกล้ำกลืนมันลงไป ฉันจะไม่ร้องไห้ต่อหน้าเขา ฉันเชิดหน้าขึ้น

“ก็ได้ค่ะ” ฉันพูดเสียงเย็นชา “ฉันจะรับเงิน”

ถ้าเขาจะลดทอนความรักของเราให้เหลือแค่การทำธุรกรรม ฉันก็จะเอาสิ่งที่ฉันควรจะได้ เขาเป็นหนี้ฉันสำหรับสองปีในชีวิตที่ฉันให้เขาไป สำหรับหนี้สินที่ฉันก่อขึ้นเพื่อจ่ายค่ารักษาพยาบาลของเขาตอนที่ฉันเจอเขาครั้งแรก

แววตาโล่งอกปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา “ดี ทนายของฉันจะร่างสัญญาให้”

“แล้วร้านอาหารล่ะคะ” ฉันถาม รสขมปร่าในปาก “คุณพาฉันมาที่นี่ ที่ที่ฉันอยากมาตลอด”

ชั่วแวบหนึ่ง มีบางอย่างไหววูบในดวงตาของเขา เงาของผู้ชายที่ฉันเคยรู้จัก “ฉันจำได้ว่าเธออยากมาที่นี่” เขาพูด เกือบจะแผ่วเบา

หัวใจฉันเต้นผิดจังหวะไปอย่างโง่เขลา

แล้วโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น

เสียงเรียกเข้าเป็นเสียงผู้หญิง หวานและขี้เล่น “ภากร ที่รัก รับสายหน่อย!” เป็นเอวา

ประกายความอบอุ่นในดวงตาของเขาหายไป ถูกแทนที่ด้วยความกังวลในทันที เขาตอบรับทันที

“เอวา? เป็นอะไรไป” เสียงของเขาเต็มไปด้วยความกังวลอย่างอ่อนโยนที่เขาไม่เคยแสดงให้ฉันเห็นเลยแม้แต่ครั้งเดียวนับตั้งแต่เขา “กลับมา”

ฉันไม่ได้ยินเสียงจากปลายสาย แต่ใบหน้าของเขาดูตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ

“โอเค อย่าขยับไปไหนนะ ผมกำลังไป” เขาพูดแล้ววางสาย

เขาลุกขึ้นทันที คว้าแขนฉัน “มานี่ เราต้องไปแล้ว”

“ไปไหนคะ เกิดอะไรขึ้น”

“เอวาฝันร้าย เธอกลัว” เขาพูด พลางลากฉันออกจากร้านอาหารเร็วมากจนฉันเกือบล้ม

ฝันร้าย เขากำลังลากฉันออกจาก “มื้อค่ำธุรกิจ” ของเราเพราะคู่หมั้นของเขาฝันร้าย ความไร้สาระของมันช่างน่าตกใจ

เรามาถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ดูเหมือนปราสาทบนเนินเขา เขาไม่ชะลอความเร็วเลย แค่ลากฉันผ่านประตูทางเข้าที่โอ่อ่าและขึ้นบันไดที่ทอดยาว

“เธอต้องการนักบำบัด” เขาพูด เสียงตึงเครียด “นั่นคือเธอ ไปปลอบเธอซะ”

เขาผลักฉันไปทางประตูคู่ที่หรูหรา เขากำลังใช้ฉัน ฉันไม่ใช่ภรรยาของเขา ไม่ใช่แม้แต่ความทรงจำ ฉันเป็นเครื่องมือสำหรับปลอบคู่หมั้นสุดที่รักของเขา

เขาเปิดประตู เอวาสวมชุดคลุมผ้าไหม นั่งอยู่บนเตียงขนาดมหึมา ทันทีที่เธอเห็นภากร เธอก็ลุกขึ้นจากเตียงแล้วโผเข้ากอดเขา โดยไม่สนใจการมีอยู่ของฉันเลย

“ภากร! ฉันฝันร้ายที่สุดเลย!” เธอร้องโหยหวน “ฉันฝันว่าคุณทิ้งฉันไป!”

“ไม่มีทาง” เขากระซิบ ลูบผมเธอ เขาประคองใบหน้าเธอไว้ในมือแล้วจูบเธออย่างล้ำลึก “ผมรักคุณ ผมจะรักคุณเสมอ”

เขาผละออกแล้วปลดกระดุมเสื้อด้านบน เผยให้เห็นหน้าอกของเขา ตรงนั้น เหนือหัวใจของเขา มีรอยสักอยู่ เป็นลายดอกกุหลาบที่บานสะพรั่งอย่างประณีต มีตัวอักษร ‘อ’ สอดแทรกอยู่ในก้าน

“เห็นนี่ไหม” เขาพูดกับเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำแสดงถึงความทุ่มเท “ผมสักลายนี้เพื่อคุณ ที่รัก สัญลักษณ์ของหัวใจผม ซึ่งเป็นของคุณคนเดียว”

ฉันจ้องมองรอยสักนั้น และลมหายใจเฮือกสุดท้ายก็หมดไปจากปอด

หนึ่งปีที่แล้ว เบนกลับบ้านมาพร้อมกับรอยสักนั้น เขาบอกฉันว่ามันเป็นดอกกุหลาบสำหรับฉัน เพราะเขาบอกว่าความรักของฉันทำให้เขาได้เบ่งบานอีกครั้ง เขาบอกว่าตัวอักษรย่อนั้นย่อมาจาก ‘อมตะ’ เขาโกหก มันย่อมาจาก ‘เอวา’

มันเป็นของเอวามาโดยตลอด

ฉันหันหลังจะเดินออกไป ฉันหายใจในห้องนั้นต่อไปอีกวินาทีเดียวก็ไม่ไหวแล้ว

“เธอคิดจะไปไหน” เสียงของภากรแหลมคม ตัดผ่านม่านหมอกแห่งความเจ็บปวดของฉัน

“งานของฉันเสร็จแล้ว” ฉันพูดโดยไม่หันกลับไป “ดูเหมือนเธอจะสบายดีแล้ว ฉันไม่มีภาระผูกพันที่จะต้องอยู่ต่อ”

“เธอมี ถ้าเธออยากได้นี่คืน” เขาพูดอย่างเย็นชา

ฉันหันกลับไป เขากำลังถือบางอย่างอยู่ กล่องไม้เล็กๆ

หัวใจฉันหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม มันคือกล่องดนตรีของพ่อฉัน สิ่งเดียวที่ฉันมีเหลือจากเขา ฉันคิดว่าฉันขายมันไปเมื่อปีครึ่งที่แล้วที่โรงรับจำนำเพื่อจ่ายค่ารักษาพยาบาลของเบนจนหมด มันทำให้ฉันใจสลาย แต่ฉันยอมทำทุกอย่างเพื่อเขา

และเขาก็มีมัน เขาครอบครองมันมาตลอด

“อยู่ต่อ” เขาสั่ง ดวงตาเหมือนเศษน้ำแข็ง “ไม่งั้นเธอจะไม่ได้เห็นมันอีกเลย”

ตอน 3

ฉันก้าวเข้าไปใกล้เตียง สายตาจับจ้องอยู่ที่กล่องดนตรีในมือของภากร กล่องไม้เล็กๆ ใบนั้นบรรจุความทรงจำชิ้นสุดท้ายที่เป็นรูปธรรมของพ่อฉันไว้

ขณะที่ฉันเข้าไปใกล้ขึ้น หมอนใบหนึ่งก็ลอยผ่านอากาศมาโดนหน้าฉันเต็มๆ

“ไล่เธอออกไป!” เอวากรีดร้อง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความหึงหวงและความโกรธ “ฉันไม่อยากเห็นหน้าเธอ! ภากร คุณพาผู้หญิงคนอื่นเข้ามาในห้องนอนของฉันได้ยังไง!”

“ที่รัก ใจเย็นๆ” ภากรพูด น้ำเสียงอ่อนโยนที่ตั้งใจให้เธอได้ยินคนเดียว “เธอเป็นแค่นักบำบัด ผมเรียกเธอมาเพื่อคุณ”

“ฉันไม่ต้องการเธอ! ฉันอยากให้เธอไป! ออกไป! ออกไป!” เอวากรีดร้อง ชี้มาที่ฉันด้วยนิ้วที่สั่นเทา เธอเหมือนเด็กเอาแต่ใจที่กำลังอาละวาด

ภากรส่งสายตาเย็นเยียบมาให้ฉัน “เธอได้ยินแล้วนี่” เขาพูดกับฉันเสียงเรียบ แล้วหันไปหาบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนที่ยืนอยู่ข้างประตู “ลากเธอออกไปจากบ้านฉัน”

ฉันยังไม่ทันได้ทำอะไร บอดี้การ์ดก็เข้ามาคว้าแขนฉัน พวกเขาหยาบคาย นิ้วจิกลงไปในเนื้อขณะที่ลากฉันออกจากห้อง ลงบันไดใหญ่ และออกไปทางประตูหน้า

พวกเขาผลักฉันลงบนทางรถที่ปูด้วยกรวดแล้วปิดประตูใส่หน้า

อากาศยามค่ำคืนที่หนาวเย็นปะทะหน้าฉันเหมือนโดนตบ ฉันอยู่บนยอดเขาที่ห่างไกล ห่างจากตัวเมืองหลายกิโลเมตร ไม่มีรถและไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ลมพัดผ่านชุดบางๆ ของฉันจนฉันเริ่มสั่น

ไม่มีอะไรทำได้นอกจากเดิน

ฉันเริ่มเดินลงไปตามถนนที่ยาวและคดเคี้ยว รองเท้าส้นสูงที่ใส่ไปดินเนอร์หรูกัดเท้าฉัน ทุกย่างก้าวคือคลื่นแห่งความทรมานระลอกใหม่ ทั้งทางกายและทางใจ

ความทรงจำหนึ่งผุดขึ้นมาโดยไม่ได้รับเชิญ หนึ่งปีที่แล้ว เบนกับฉันไปเดินป่าบนเส้นทางที่ไม่ไกลจากที่นี่ ฉันสะดุดล้มข้อเท้าพลิก เขาไม่พูดอะไรสักคำ แค่ย่อตัวลง ยืนกรานที่จะอุ้มฉันกลับไปที่รถกระบะตลอดทาง หลังของเขาอบอุ่นและแข็งแรง

“ผมจะคอยรับคุณเสมอ เอม” เขาเคยกระซิบ ลมหายใจอุ่นๆ รดต้นคอ “เสมอ”

ฉันสะดุดก้อนหินหลวมๆ เข่ากระแทกพื้นยางมะตอยอย่างแรง ความเจ็บปวดที่แหลมคมดึงฉันกลับสู่ปัจจุบัน

ผู้ชายคนนั้น เบน หายไปแล้ว บางทีเขาอาจไม่เคยมีตัวตนอยู่จริง ความรักที่เขาแสดงให้ฉันเห็น คำสัญญาที่เขาให้ไว้...มันเป็นของผี ของผู้ชายที่ไม่มีความทรงจำ ภากร โลหะกุล จำได้ทุกอย่าง และเขาเลือกที่จะลืมฉัน

ความจริงข้อนี้เป็นเหมือนก้อนหินที่เย็นและแข็งในท้องของฉัน มันจบแล้ว จบสิ้นโดยสมบูรณ์

ฉันพยุงตัวเองลุกขึ้น มือถลอกปอกเปิกและมีเลือดออก และเดินต่อไปบนเส้นทางที่ยาวไกลและเปลี่ยวเหงาลงจากภูเขา น้ำตาไหลอาบแก้ม แข็งตัวในอากาศที่หนาวเย็น

กว่าจะถึงถนนใหญ่และโบกแท็กซี่ได้ ดวงอาทิตย์ก็เริ่มขึ้นแล้ว

ฉันเดินเข้าไปในอพาร์ตเมนต์ของฉัน ที่ที่เคยเป็นบ้านของเรา และมันให้ความรู้สึกเหมือนสุสาน

สิ่งแรกที่ฉันทำคือเปิดแล็ปท็อป ฉันกรอกแบบฟอร์มย้ายถิ่นฐานไปยุโรป นิ้วบินว่อนไปทั่วคีย์บอร์ด ฉันต้องออกไป ฉันต้องหนีจากเมืองนี้ ชีวิตนี้ ความเจ็บปวดนี้

จากนั้นฉันก็โทรไปที่คลินิกและลาออก มีผลทันที ฉันบอกพวกเขาว่าเป็นเรื่องฉุกเฉินทางครอบครัว

โทรศัพท์ของฉันดังขึ้นขณะที่ฉันกำลังจัดกระเป๋าเดินทาง เป็นเบอร์ที่ไม่รู้จัก ฉันเกือบจะไม่รับ แต่มีบางอย่างทำให้ฉันรับสาย

“เอมิกา”

เสียงของภากร เย็นชาและหยิ่งยโส

“ฉันต้องการให้เธอไปที่โรงแรมเพนนินซูล่า ไปรับชุดราตรีให้เอวา สำหรับงานกาล่าของตระกูลโลหะกุลคืนนี้”

มันไม่ใช่คำขอ มันคือคำสั่ง เขากำลังปฏิบัติกับฉันเหมือนเด็กรับใช้

“ภากรคะ” ฉันพูด เสียงเงียบอย่างอันตราย “คุณกับฉันจบกันแล้ว สัญญากำลังจะถูกร่างขึ้น ฉันไม่มีภาระผูกพันใดๆ กับคุณหรือคู่หมั้นของคุณ”

เขาหัวเราะเบาๆ เสียงต่ำและน่ากลัว “ลืมกล่องดนตรีของพ่อเธอไปแล้วเหรอ มันเป็นของชิ้นเล็กๆ ที่เปราะบางนะ คงจะน่าเสียดายถ้ามีอะไร...เกิดขึ้นกับมัน”

คำขู่ลอยอยู่ในอากาศ หนาทึบและน่าอึดอัด

“และไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว” เขาเสริม “เธอต้องไปขอโทษเอวาที่ทำให้เธออารมณ์เสียเมื่อคืนนี้ด้วย”

เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ “ขอโทษเหรอคะ เรื่องอะไร”

“เรื่องที่เธอยังมีตัวตนอยู่” เขาพูด น้ำเสียงหยดหยาดไปด้วยความดูถูก “ไปถึงที่นั่นในหนึ่งชั่วโมง” เขาวางสายก่อนที่ฉันจะทันได้พูดอะไร

ฉันยืนตัวสั่นด้วยความโกรธแค้นที่รุนแรงจนแทบหายใจไม่ออก แต่ความคิดเรื่องกล่องดนตรีของพ่อ ชิ้นส่วนสุดท้ายของท่าน ที่จะถูกทำลายโดยสัตว์ประหลาดตัวนี้...ฉันทนไม่ได้

ฉันสวมเสื้อโค้ทแล้วไปที่โรงแรม

ห้องสวีทอยู่ชั้นบนสุด ประตูแง้มอยู่เล็กน้อย ฉันผลักมันเปิดแล้วก้าวเข้าไปข้างใน มือจับสายกระเป๋าแน่น

แล้วฉันก็ได้ยินเสียงของพวกเขาดังมาจากห้องนอน

ฉันตัวแข็งทื่อ ซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ประดับขนาดใหญ่ตรงทางเข้า

“มันเป็นแค่อุบัติเหตุ ที่รัก” ภากรพูด น้ำเสียงหวานหยดย้อยจนน่าคลื่นไส้ “สองปีที่ผมความจำเสื่อม...การเจอเธอ แต่งงานกับเธอ...มันเป็นความผิดพลาดทั้งหมด เป็นการเดินทางที่โชคร้ายระหว่างทางกลับไปหาคุณ”

“แต่คุณอยู่กับเธอ!” เสียงของเอวาแหลมสูง “คุณแตะต้องเธอ!”

“แค่ครั้งเดียว หลังจากที่ความทรงจำผมกลับมา” เขาพูดอย่างรวดเร็ว “และผมสาบานได้ ผมคิดว่าเป็นคุณ ผมโดนวางยาในที่ประชุมธุรกิจ ผมสับสน พอตื่นขึ้นมาข้างๆ เธอ ผมก็รีบออกมาทันที เธอไม่มีความหมายอะไรกับผมเลยเอวา ไม่มีอะไรเลยจริงๆ ผมจ่ายเงินให้เธอหายไปแล้ว คุณจะไม่ต้องเห็นหน้าเธออีก ผมสัญญา”

คำโกหก คำโกหกที่เลวร้ายและถูกคำนวณมาอย่างดีเพื่อปกป้องตัวเอง คืนนั้น เขากลับบ้านและร่วมรักกับฉันด้วยความปรารถนาที่สิ้นหวังซึ่งฉันเข้าใจผิดว่าเป็นความรัก

“จริงๆ เหรอคะ” เอวาถาม เสียงอ่อนลง

“จริงๆ” เขายืนยัน “มานี่สิ ผมคิดถึงคุณมากเลย”

ฉันได้ยินเสียงผ้าปูที่นอนเสียดสีกัน เสียงครางเบาๆ จากเอวา

“ภากร หยุดก่อน...ลองชุด...” เธอหัวเราะคิกคัก

“ลองชุดรอได้” เขากระซิบ เสียงแหบพร่าด้วยความปรารถนา “ผมต้องการคุณ ตอนนี้เลย”

“คุณนี่ร้ายจริงๆ” เธอพูดเสียงออดอ้อน “แล้วคุณจะทำยังไงกับผู้หญิงคนนั้นล่ะ คนที่คุณโทรหา เราจะลงโทษเธอยังไงดี”

มีความเงียบชั่วครู่ แล้วเสียงของภากรก็ดังขึ้น เข้มและตามใจ “อะไรก็ได้ที่รัก อะไรก็ได้ที่ทำให้คุณมีความสุข”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED