Desire of love เพียงรักที่ปรารถนา
Chapter 0
‘ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ชอบเธอ’
กี่ครั้งแล้ว ! ! ที่โดนปฏิเสธ บางทีอาจจะจำไม่ด้วยซ้ำไปเพราะว่าเยอะเกินที่จะนับ ทุกครั้งที่เดินเข้าไปหาผู้ชายที่แอบชอบหรือว่าหลงใหล แต่ก็ต้องเจอคำนี้ตอบกลับมาทุกที เธอ..ไม่สวยอย่างนั้นเหรอ
เหม่ยอี้ถอนหายใจออกมาพร้อมกับลุกขึ้นเดินมาส่องกระจกดูตัวเอง บางทีเธอก็คิดว่าควรเลิกโหยหาความรักเสียที
“โอ๊ย!! ทำไมนะ!!” หญิงสาวกัดริมฝีปากล่างของตัวเองพลางส่งสายตามองในกระจกทรงยาวแล้วหมุนซ้ายขวามองตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้ง
“ความรัก มันหายากนักหรือไง!”
หญิงสาวบ่นพร้อมกับเดินมานั่งลงที่โซฟาอีกครั้ง สีหน้าบูดบึ้งมองไปที่โต๊ะ กองหนังสือนิตยสารเสริมความงามที่อ่านแล้วก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมนางแบบดัง ๆ ถึงมีชายหนุ่มหลงใหลกันมากมาย เธอก็ไม่ได้ดูน่าเกลียด(ใช่มั้ย ?) แต่...ไม่เคยมีความรักสักครั้ง อาภัพแท้ที่สุด ! !
ประตูห้องเปิดออก หนิงเหอรูมเมตที่เพิ่งกลับมาจากการทำงานเดินเข้ามาแล้วหันไปประตูปิด ก่อนจะเดินมานั่งลงที่โซฟาตัวข้าง ๆ พลางถอนหายใจออกมา สายตาหันไปมองเหม่ยอี้ที่ทำหน้าราวกับหมดสิ้นทุกอย่างก็ไม่ปาน
“เป็นอะไรไปน่ะ” หนิงเหอเอ่ยถามขึ้น
เหม่ยอี้ลุกขึ้นพร้อมกับตะโกนออกมาสุดเสียง “เซ็งงงงงงง ! !”
หนิงเหอถึงกับเบี่ยงตัวหลบทันที เมื่อเห็นอีกฝ่ายนั่งลงแล้วตัวเองจึงจัดท่านั่งตามปกติ “เธอยังโอเคอยู่ใช่มั้ย?”
“ก็รู้สึกว่าไม่เท่าไหร่” เหม่ยอี้ตอบขณะเอื้อมมือหยิบหมอนข้าง ๆ ขึ้นมากอด “ฉันน่าสงสารที่สุดเลย ! !”
หนิงเหอมองเพื่อนสาวของตัวเองพูดเพ้อออกมา ก่อนที่จะขยับตัวและยื่นหน้าเข้าไปมองใกล้ ๆ “เธอโดนปฏิเสธมาอีกแล้วเหรอ”
ฉึก ! โดนเข้าอย่างจัง เหม่ยอี้หันไปมองจ้องด้วยสายตาขุ่นเคือง
“ก็แค่...โชคไม่เข้าข้างเท่านั้น”
“โชค ?”
“ใช่ ! !” เหม่ยอี้คิดมาเสมอว่าความรักต้องอยู่ที่โชคเข้าข้าง ซึ่งเธอเองไม่มีโชคในเรื่องนี้เลย ทั้งไม่สวยและยังซื่ออีกต่างหาก ไม่แปลกที่จะไม่มีผู้ชายคนไหนชอบ ครั้นจะไปจีบก็โดนปฏิเสธ...
สวรรค์ช่างไม่ยุติธรรม ! !
“นี่เหม่ยอี้...ความรักมันขึ้นอยู่กับโชคอย่างเดียวไม่ได้นะ”
หนิงเหอกล่าวพร้อมกับลุกขึ้นขยับตัวเข้ามานั่งข้าง ๆ เพื่อนสาว
“มันต้องใช้ใจสัมผัส”
“ใจ ?” ฟังดูเหมือนจะเข้าใจ แต่...เธอก็ยังงง ? !
“เธอต้องลองรักใครสักคนดู” หนิงเหอแนะนำ ก่อนที่จะหันไปมองเหม่ยอี้ด้วยสายตาจริงจัง
“แล้วเธอจะเข้าใจว่าความรักไม่ใช่โชคอย่างที่คิด”
“รักใครสักคน ?” หญิงสาวทวนคำพูดก่อนที่จะทำหน้าสลดลงแล้วอยู่ ๆ ก็โวยวายขึ้นมา “จะเป็นไปได้ยังไงกัน ! ฉันโดนปฏิเสธกี่รอบแล้ว !”
“ฉันให้เธอลองรักใครสักคน ไม่ใช่ไปขอเขาคบสักหน่อย ใช้ใจสัมผัส สิ ! เธอเคยได้ยินมั้ยความรักไม่ต้องการเหตุผลว่าทำไม ?” หนิงเหอต่อว่าพร้อมกับหัวเราะออกมา เหม่ยอี้ถึงกับยกมือขึ้นกุมศีรษะของตัวเองเอาไว้
“งั้นจะยากมั้ย”
“ไม่รู้สิ เธอก็ลองดูละกัน”
เหม่ยอี้มองเพื่อนสาวพร้อมกับถอนหายใจออกมา
“ไม่เอาดีกว่า! ...ฉันตั้งใจจะโสดทั้งชีวิต !”
หนิงเหอมองหน้ารูมเมตของเธอที่ลุกขึ้นพูดอย่างตั้งมั่น ก่อนที่จะยิ้มขำออกมา “เธอคงไม่คิดจริง ๆ ใช่มั้ย”
“จริงสิ” เมื่อเจ้าตัวนั่งลงก็หยิบหมอนขึ้นมากอดอีกครั้ง
“แบบนี้ดีแล้ว”
“ก็แล้วแต่นะ แต่ผู้หญิงทุกคนทั้งโลกก็ฝันที่อยากจะมีความรักกันทั้งนั้น อย่างน้อยก็สักครั้งในชีวิต” หนิงเหอพูดขึ้นก่อนที่จะส่งสายตามองไปที่เหม่ยอี้ “เธอไม่อยากรู้เหรอว่ามีความรักแล้วเป็นยังไง ?”
“อยากสิ” เธออยากรู้มาก ๆ เลยว่าความรักจะเป็นยังไง
“งั้นก็ต้องลองเปิดใจดู แล้วก็หาคนที่ใช่” หนิงเหอแนะนำ
เหม่ยอี้มองก่อนที่จะสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วลุกขึ้นพร้อมพูดว่า
“ฉันจะตามหาความรักให้พบ !”
หนิงเหอมองอีกครั้งก่อนที่จะสะกิดเหม่ยอี้ ไม่รู้ว่านอกจากเพื่อนร่วมห้องจะชอบเพ้อฝันแล้วยังจะ...ปัญญาอ่อน (นิด ๆ) อีกด้วย
“เอ่อ...ก่อนหาความรัก...ฉันว่า เธอหางานทำก่อนดีมั้ย”
แน่นอนว่านอกจากความรักจะไม่มีแล้ว สิ่งหนึ่งที่เหม่ยอี้ยังไม่มี คืองาน !! หญิงสาวลดมือลงพร้อมกับยิ้มเจื่อน ๆ
“นั่นสินะ ! หางานทำ”
Desire of love เพียงรักที่ปรารถนา
Chapter 1
ความเงียบครอบคลุมภายในห้องประชุมของตึกสูงใจกลางเมืองปักกิ่งของบริษัทหลวนเฉินกรุ๊ป ผู้ผลิตเสื้อผ้าและส่งออกจนได้รับการยอมรับเป็นแนวหน้าของวงการแฟชั่น
“คุณคิดว่าควรทำยังไง ?” เสียงเข้มของประธานหนุ่มถังเฟยหลงอายุราว ๆ สามสิบปีเอ่ยถามขึ้น หลังจากที่ดูข้อมูลการตลาดเมื่อเดือนที่ผ่านมา เมื่อเสื้อผ้าแบบใหม่จากแบรนด์ deluxe (ดีลักซ์) ที่เพิ่งออกวางจำหน่ายเมื่อเดือนก่อน ปรากฏว่าความชอบของผู้ซื้อยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ทั้งยังไม่สามารถตีตลาดออกนอกประเทศได้อีกด้วย นับเป็นความล้มเหลวอย่างหนึ่งของบริษัท
เงียบ...ไม่มีเสียงตอบรับจากผู้จัดการจากทุกแผนกที่ประสานกันทำงาน เว้นกระทั่งเฉินจิ้นฝูผู้อำนวยการของบริษัทและเป็น ญาติผู้น้องของเฟยหลงกล่าวขึ้น “ผมคิดว่าบางทีอาจเพราะผู้บริโภคอาจไม่ได้รับแหล่งข่าวสาร อีกอย่างเราเพิ่งวางจำหน่ายได้แค่เดือนเดียวด้วย”
“นายคิดว่าอย่างนั้นเหรอ ?”
เฟยหลงหรี่ตามองก่อนที่จะก้มหน้าลงแล้วเอื้อมมือปิดแฟ้มสีดำที่วางอยู่บนโต๊ะ “เอาเป็นว่า ฉันจะรอดูยอดขายเดือนนี้”
จิ้นฝูยิ้มพร้อมกับกล่าวขึ้น “เอาเป็นว่าการประชุมวันนี้แค่นี้ ผมอยากให้พวกคุณทำงานอย่างเต็มที่เพื่อบริษัท”
เมื่อกล่าวจบทุกคนต่างขานรับก่อนที่จะลุกขึ้นเดินออกจากห้องประชุมไป เหลือเพียงแค่ประธานหนุ่มหน้านิ่งและผอ.จิ้นฝู
“พี่คิดอะไรอยู่ ?” จิ้นฝูเอ่ยถามขึ้น
“ฉันรู้ว่านายรู้ดี” เฟยหลงกล่าว
จิ้นฝูเป็นคนที่มีความสามารถและแก้ไขสถานการณ์ได้ แต่ครั้งนี้เขาจนปัญญาจริง ๆ เพราะสินค้าชิ้นใหม่ที่นำออกวางขายไม่ได้รับการตอบรับจากตลาดผู้ซื้อ เขาจะไปบังคับให้คนมาซื้อได้ยังไงกัน ?
“ผมว่าเรื่องนี้เราต้องปรึกษากันอีกที แล้วเก็บสถิติของสองเดือนดูว่าเราต้องแก้ไขตรงจุดไหน”
ประธานหนุ่มพยักหน้าพร้อมกับลุกขึ้นจัดสูทให้เรียบร้อย ก่อนที่จะเดินออกไปโดยที่ไม่พูดอะไร
จิ้นฝูมองหน้าของชายหนุ่มพร้อมกับหัวเราะส่ายหน้าออกมา เขาคงชินเสียแล้วกับสีหน้าท่าทางไร้อารมณ์ของเฟยหลง แม้มีสาว ๆ มากมายที่อยากจะเดทกับประธานหนุ่มของบริษัทหลวนเฉินกรุ๊ป แต่เจ้าตัวกลับปฏิเสธ หนำซ้ำยังไม่เหลียวจะมองด้วยซ้ำไป
ชายหนุ่มหยิบเอกสารก่อนที่จะเดินออกจากห้องประชุมไป ทันทีที่ก้าวออกจากห้อง สาว ๆ ที่เดินผ่านก็ต่างยิ้มหวานให้เขา เป็นเรื่องปกติที่หนุ่มหล่ออัธยาศัยดี มีฐานะอย่างจิ้นฝูจะมีคนปลื้มและหลงใหลกันมากมาย เรียกได้ว่า หล่อสมบูรณ์แบบ
หางานทำ ! !
คำคำนี้อยู่ในหัวของเหม่ยอี้มาสามวันแล้ว คนธรรมดาอย่างเธอที่ทั้งโง่ทั้งซื่อแค่จบมาก็ดีถึงไหนแล้ว เพราะหลังจบมาหางานทำไม่เคยอยู่เกินสามเดือนก็มักโดนไล่ออกก่อนตลอด แน่นอนว่าจะมีที่ไหนรับเธอเข้าทำงานกันละ !
สายตาคู่สวยมองกระดาษหนังสือพิมพ์ตรงหน้าที่ขีดกากบาทด้วยปากกาสีแดงออกที่ละรายการอย่างท้อใจ ครั้นโทร. ไปฝ่ายบุคคลรับสมัครพนักงานใหม่ แต่ก็มีเสียงตอบกลับมาว่า
‘ตอนนี้ตำแหน่งพนักงานบัญชีเต็มแล้วค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ’
ราวกับเสียงอัตโนมัติก็ไม่ปาน ! ! มีบางบริษัทส่งอีเมลพร้อมประวัติการศึกษาไปก็ไม่มีท่าทีจะตอบกลับมาสักนิด
เฮ้อ...เสียงถอนหายใจออกมาอย่างหนักของหญิงสาว
“หายากจัง ! !” เหม่ยอี้บ่นด้วยท่าทางหงุดหงิด พร้อมกับขย้ำหนังสือพิมพ์ตรงหน้าทิ้งลงถังขยะ ก่อนที่จะลุกขึ้นเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบขนมออกมา แล้วนั่งทานที่โซฟาด้วยท่าทางสบายใจ
หิวแล้ว เธอขอกินก่อนแล้วกัน ! !
สุดท้ายแล้วพุดดิ้งตรงหน้าก็ดึงความสนใจของเหม่ยอี้ไปจนหมด หญิงสาวทานอย่างมีความสุขในขณะที่ประตูห้องเปิดออก หนิงเหอเดินเข้ามาหลังจากที่ทำงานกลับจากร้านหนังสือ
เหม่ยอี้หันความสนใจจากของกินตรงหน้าไปมองเพื่อนสาวที่เดินเข้ามาพร้อมกับวางถุงกับข้าวที่ซื้อมาจากข้างนอก “เหม่ยอี้...ถ้าฉันไม่ใช่เพื่อนเธอตั้งแต่เด็ก ๆ และไม่เพราะพ่อของเธอฝากไว้ด้วยแล้วละก็ฉันไม่ให้เธอมาพักอยู่กับฉันแน่ ๆ”
นั่นเป็นคำขอร้องของพ่อของเหม่ยอี้ก่อนที่จะเสียเมื่อต้นปีที่แล้ว ซึ่งตั้งแต่นั้นมาเหม่ยอี้ก็ตัวคนเดียว และคำขอจากปากบิดาของเธอทำให้ หนิงเหอรับปากก่อนจะย้ายมาอยู่ด้วยกันที่ปักกิ่ง
แววตาใส ๆ ของเหม่ยอี้เปล่งประกายมองเพื่อนรักอย่างมีความหมาย “ฉันก็พยายามหาอยู่นะ แต่มันหายากน่ะ”
“งั้นเหรอ”
“ใช่แล้ว !” หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริง
“เธอหามากี่เดือนแล้วตั้งแต่เธอโดนไล่ออกจากงานเก่า” เหม่ยอี้วางจานพุดดิ้งลงพร้อมกับขยับตัวเข้ามาหาหนิงเหอด้วยสายตาอ้อน ๆ
“อีกไม่นาน ฉันมั่นใจ ! !” เธอพูดออกมาด้วยท่าทางมั่นใจ ทว่าคนเป็นเพื่อนกลับมองด้วยความลังเลและหัวเราะออกมา ไม่ต้องคิดให้มากทำไมเหม่ยอี้ถึงไม่มีใครมาจีบ
“เอาละ ๆ กินข้าวดีกว่า ฉันหิวแล้ว” หนิงเหอพูดพร้อมกับส่ายหน้าอย่างเอือมนิดๆ
กินข้าว ! ! เหม่ยอี้ไม่รอช้าที่จะเดินไปหยิบจานและแกะถุงอาหารทันที...ไม่มีสิ่งใดที่เธอรักไปกว่าการกินอีกแล้ว
บ้านตระกูลถัง...บนโต๊ะอาหารมื้อเย็น
จิ้นฝูมองหน้าเฟยหลงที่นั่งฝั่งตรงข้ามเยื้องจากเขา ก่อนที่จะเอ่ยถามขึ้นในขณะที่วางตะเกียบลง สีหน้าของญาติผู้พี่ยังคงนิ่งเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน เฟยหลงคีบอาหารเข้าปากอย่างเงียบๆ โดยไม่สนใจท่าทีของจิ้นฝูแม้แต่น้อย
“พี่อยากไปผ่อนคลายบ้างมั้ย ?” หนุ่มเจ้าสำราญเอ่ยถาม
เฟยหลงวางตะเกียบลง ก่อนที่จะหยิบผ้าเช็ดปากแล้วมองหน้าญาติผู้น้องที่ยิ้มให้ “นายไปเถอะ”
เหมือนเดิมทุกครั้ง ไม่ว่าจิ้นฝูจะชวนไปไหนเขาก็ปฏิเสธเสมอ ไรสาระสิ้นดีกับการไปผับหรือบาร์มองสาว ๆ เต้น นั่นไม่ใช่ความต้องการของเขาสักนิด
“แล้วพี่ล่ะ” จิ้นฝูถามอีกครั้งเผื่อว่าอีกฝ่ายจะพูดเปลี่ยนใจขึ้นมากะทันหันซึ่ง...มันไม่ใช่เลย
“ฉันต้องทำงานต่ออีกสักหน่อย อย่าดื่มมากล่ะ พรุ่งนี้ต้องทำงาน” ว่าแล้วเฟยหลงลุกขึ้นก่อนที่จะเดินออกจากห้องอาหารไป ทิ้งให้ญาติผู้น้องมองพร้อมถอนหายใจออกมา
บางทีถ้าเกิดเฟยหลงคิดจะไปเที่ยวหรือจีบผู้หญิงสักคนบ้างล่ะนะ..ชีวิตคงมีสีสันมากกว่านี้...ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ทำไมไม่สนใจเรื่องแบบนี้บ้าง
จิ้นฝูลุกขึ้นจากโต๊ะ ก่อนที่จะเดินออกจากประตูบ้านแล้วขับรถออกไปอย่างทันที ในขณะที่เฟยหลงมองผ่านจากหน้าต่างทางห้อง
เมื่อรถของจิ้นฝูแล่นผ่านออกประตูใหญ่ไปแล้วชายหนุ่มจึงเอื้อมมือจับผ้าม่านปิดลง แล้วเดินมานั่งที่โซฟา หยิบเอกสารที่แบกกลับมาด้วยขึ้นมาดู เฟยหลงนึกถอนหายใจออกมา เมื่อเห็นงานตรงหน้า...อยากเที่ยว แต่ขอเป็นที่สงบ ๆ และสบาย ๆ ถ้ามีก็คงจะดี... แม้หลายครั้งที่จิ้นฝูชวนเขาไป แต่เขาไม่ไปนั่นเพราะน่าเบื่อผู้หญิงที่เกาะข้างกายมากมาย...คงไม่ใช่วิสัย จนตอนนี้เขาทำงานและลืมไปด้วยซ้ำว่าไปเที่ยวครั้งสุดท้ายตอนไหน ?
ติ๊ด ๆ ติ๊ด ๆ
เสียงนาฬิกาปลุกแต่เช้า เหม่ยอี้ขยับตัวพร้อมกับเอื้อมมือไปปิดแล้วนอนต่อโดยไม่สนใจว่าเวลานี้กี่โมง
“เหม่ยอี้ ! !” เสียงของหนิงเหอตะโกนดังเข้ามาในห้อง แต่เจ้าตัวกลับเอาหมอนที่นอนอยู่ปิดหูด้วยความรำคาญ ไม่นานนักตามมาด้วยเสียงเคาะประตูที่รบกวนการนอนของหญิงสาวจนทำให้ต้องลุกขึ้นเดินมาเปิดประตูห้องด้วยสีหน้าหงุดหงิด
เปิดประตูออกมาถามด้วยความไม่เต็มใจนัก “มีอะไรเหรอ”
“จะนอนทั้งวันเลยหรือไง ! !” เหม่ยอี้กะพริบตามองอย่างงง ๆ เมื่อหนิงเหอมีท่าทีโมโหใส่
“เดี๋ยวอีกชั่วโมงก็ตื่นแล้ว”
คนที่ฟังอยู่แทบอยากจะเดินไปเอาขนมปังในตู้เย็นยัดใส่ปากเพื่อนสาวให้ตื่นเลยทีเดียว นอกจากจะกินเก่งแล้วยังจะนอนเป็นหมูอีกด้วย ! !
“ว่าแต่มีอะไรเหรอ ?”
หนิงเหอปรับสีหน้าควบคุมอารมณ์ก่อนที่จะพูดขึ้น “เมื่อกี้ที่บริษัทหลวน...อะไรสักอย่างเนี่ยแหละ โทรมาเรียกตัวเธอไปสัมภาษณ์งานน่ะ”
เรียกตัวสัมภาษณ์ ! !
เหม่ยอี้ยืนนิ่งอยู่สักพัก ก่อนที่จะยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองแรง ๆ สองทีให้ตัวเองตื่นขึ้นจากฝัน เธอไม่หูฝาดและไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย บริษัทหลวนเฉินเรียกตัวเธอไปสัมภาษณ์ !
“ระ...เรื่องจริงใช่มั้ย!!”
น้ำเสียงของหญิงสาวดูดีใจราวกับถูกรางวัล
“ใช่แล้ว” หนิงเหอพยักหน้ามองเพื่อนสาวของตนที่กำลังยิ้มออกมาอย่างมีความสุข งานนี้ก็คงต้องจุดพลุฉลองให้เลยที่บริษัทยักษ์ใหญ่เรียกตัวเหม่ยอี้ไปสัมภาษณ์ ! !
“เขานัดเธอสิบโมงเช้านะ รีบ ๆ ละ ฉันไปทำงานก่อนนะ” เมื่อพูดจบก็หยิบกระดาษที่จดส่งให้เหม่ยอี้ ก่อนที่จะหมุนตัวเดินจากไป
เหม่ยอี้ได้แต่ยิ้มและกระโดดออกมาอย่างมีความสุข เธอไม่รอช้าที่จะปิดประตูและเดินเข้าไปในห้องเพื่ออาบน้ำ เปลี่ยนชุดเตรียมตัวไปสัมภาษณ์ทันที
Desire of love เพียงรักที่ปรารถนา
Chapter 2
“ผู้จัดการเย่วหาพนักงานที่จะมาทำงานแทนหลิ่งฟางหรือยัง” ผอ. จิ้นฝูเอ่ยถามผู้จัดการแผนกฝ่ายบัญชีขึ้นหลังจากที่คุยงานกันเสร็จ เพราะหลิ่งฟางลาออกไป จึงต้องหาพนักงานใหม่เข้ามาเพิ่ม เพื่อไม่ให้งานของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งล่าช้าไป
“ผมให้เธอเข้ามาสัมภาษณ์ในวันนี้ตอนสิบโมงเช้า” ซือเหลินตอบ
จิ้นฝูพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนที่จะพูดขึ้น “งั้นให้มาสัมภาษณ์งานกับผมละกัน ผมมีเรื่องที่อยากลองถามพนักงานเข้าใหม่หน่อย”
“ครับ” เมื่อคุยตกลงกันเสร็จแล้วผู้จัดการเย่วจึงเดินออกจากห้องของผอ. ไป ชายหนุ่มเอนตัวลงพิงพนัก พร้อมกับหันไปมองนาฬิกาที่เป็นเวลาเก้าโมงสามสิบห้านาที อีกเพียงยี่สิบห้านาทีเขาต้องสัมภาษณ์งานพนักงานใหม่ที่จะมาแทนหลิ่งฟางด้วย
จิ้นฝูก้มหน้าสนใจกับเอกสารตรงหน้ารวมถึงฝ่ายออกแบบที่เสนอแบบสินค้าชุดใหม่มาให้เขาตามหัวข้อที่สั่งไป ชายหนุ่มมองอย่างครุ่นคิดราวกับว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้ายังไม่ถูกใจพอ แต่ก็ต้องดูคำตัดสินจากเฟยหลงอีกครั้ง ว่าจะสั่งแก้หรือให้ทำใหม่ทั้งหมดไปเลย
เมื่อมองเวลาอีกเพียงแค่สิบห้านาทีเขาคงไม่ทันที่จะเดินไปคุยงานกับเฟยหลงแล้ว จึงต่อสายโทรหาเลขาที่หน้าห้องทันที
“ชิงเซียน เข้ามาพบผมหน่อย”
ไม่นานนักร่างของเลขาสาวเดินเข้ามาหาเจ้านายหนุ่ม
“คุณช่วยเอาเอกสารตรงนี้ส่งให้ที่ชั้นยี่สิบเก้าที”
ชั้นยี่สิบเก้า เป็นที่รู้กันนั้นคือชั้นของท่านประธานบริษัทหลวนเฉินที่ทั้งเก่งและหล่อ แต่ทว่าใคร ๆ ก็ไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปโปรยเสน่ห์ให้ ถ้าทำรับรองทางเดียว คือโดนไล่ออกทันที
“ค่ะ” เลขาสาวขานรับก่อนที่จะพูดขึ้น “ผู้จัดการเย่วโทร. มาเมื่อครู่ ว่าพนักงานที่จะมาสัมภาษณ์ได้มาพบแล้ว ไม่ทราบว่าจะให้ผู้จัดการเย่วพามาที่ห้องหรือไม่คะ”
จิ้นฝูเงียบครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดขึ้น “พามาเลย แล้วส่งประวัติของเธอมาให้ผมด้วย”
“ค่ะ” ชิงเซียนตอบก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป พร้อมทำตามคำสั่งคือต่อสายหาผู้จัดการแผนกบัญชีทันที
เธอกำลังจะเข้าไปสัมภาษณ์แล้ว ! !
เหม่ยอี้ยืนอยู่หน้าห้องพร้อมกับสูดหายใจเข้าลึก ๆ ขอให้เธอทำใจ
สักสิบวินาทีก่อนจะเดินเปิดประตูเข้าไป
“เธอทำได้เหม่ยอี้ ! ” บอกกับตัวเองก่อนที่จะค่อย ๆ เอื้อมมือไป บิดกลอนประตูแง้มออก ดวงตากลมกะพริบมองไปยังชายหนุ่มที่นั่งก้มหน้าอ่านเอกสารอยู่บนโต๊ะ เท้าขวาก้าวนำเข้าไปในห้องอย่างสั่น ๆ จนกระทั่งปิดประตูลง หญิงสาวก็ยังยืนอยู่ที่เดิมพร้อมกับส่งสายตามองชายหนุ่มที่จะสัมภาษณ์เธอ ก้าวเข้าไปยืนตรงหน้าเขา
“นั่งลงสิ” จิ้นฝูพูดในขณะที่เขาเงยหน้าขึ้นมอง
รอยยิ้มโปรยเสน่ห์ของชายหนุ่มยังคงเหมือนเดิมที่จะทำให้สาว ๆ ตกหลุมรัก ไม่ต่างจากเหม่ยอี้ในตอนนี้เลย เธอกำลังมองเขาตาค้าง ! !
คนอะไรหล่อจัง ! !
จิ้นฝูก้มหน้าลงอ่านชื่อของหญิงสาว “ฟางเหม่ยอี้”
คนที่นั่งอยู่แทบจะได้ยินเสียงของชายหนุ่มเล็ดลอดผ่านหูน้อยมาก เพราะเธอกำลังหลงในความหล่อของคนตรงหน้าอย่างจังๆ
“ทำไมคุณถึงมาสมัครงานที่นี่” คำถามแรกที่เขายิงมาเล่นทำให้เหม่ยอี้หยุดชะงักลง
หญิงสาวอ้ำอึ้งตอบไม่ถูก พลางคิดทวนคำถามของเขาในใจ ทำไมน่ะเหรอ...ก็เธอสมัครไปทุกที่น่ะสิ ที่ไหนรับก็เอาไว้ก่อน ! !
“ฉันคิดว่า....”
“อยากทำงานที่บริษัทนี้ค่ะ”
ตอบเหมือนจะไม่ค่อยตรงสักเท่าไหร่เลย
จิ้นฝูยิ้มออกมา มองหญิงสาวแก้มป่องตรงหน้าก็อดที่จะขำออกมาไม่ได้ “ผมขอถามอีกคุณข้อเดียว”
เหม่ยอี้มองหน้าชายหนุ่มที่ยิ้มให้ แต่เธอกลับรู้สึกว่ารอยยิ้มนี้ดูน่ากลัวที่สุด คำถามจะเป็นแบบไหนกันนะ ! หัวใจเต้นแรงสุดๆ ทั้งลุ้นกับคำถามและเต้นเพราะความหล่อของคนตรงหน้า
“คุณเคยใช้เสื้อผ้าจากแบรนด์บริษัทของเรามั้ย ?”
ฉึก ! เหม่ยอี้ทำหน้าหนักใจขึ้นทันที จะตอบโกหกว่า เคยใช้ค่ะ !
แต่เธอโกหกไม่เป็น ถึงโกหกก็โกหกไม่เนียน โดนจับได้ทุกครั้ง !
“เอ่อ...” หญิงสาวอ้ำอึ้งตอบไม่ถูก แต่สีหน้าแสดงออกมาจนจิ้นฝูรู้ทันทีว่าแทนคำตอบว่าไม่เคยใช้...เขาจึงรอดูท่าทีของเธอ
“ฉัน...ไม่เคยซื้อเลยค่ะ...สักครั้ง” ตอบไปแล้ว ! ตอบไปจนได้...
เหม่ยอี้ก้มหน้าลงอย่างหมดหวังกับโอกาสที่จะได้งานทันที จิ้นฝูยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ “เพราะอะไร ?”
ไหนว่าคำถามสุดท้ายไงเล่า...คำถามนี้ตอบยากกว่าอีก
เหม่ยอี้ฉีกยิ้มให้เขาพร้อมกับท่าทางของเธอยังหนักใจที่จะตอบอยู่
“เอ่อ...คือว่า...”
“ตอบเลย ผมอยากรู้” จิ้นฝูยิ้มให้ แต่กลับไม่ได้ปลอบใจของ เหม่ยอี้เลยหนำซ้ำยังกลายเป็นแรงกดดันอย่างสูง
“คำถามนี้ต้องตอบจริง ๆ ใช่มั้ยคะ” ดูยากสำหรับเธอไปเลย เหตุผลน่ะมีแน่ แต่ใครจะกล้าพูดออกไปล่ะว่าเพราะอะไร ?!
เพียงแค่จิ้นฝูพยักหน้าเหม่ยอี้ก็ฉีกยิ้มหวานให้ แล้วเบี่ยงสายตาหันไปมองทางอื่น
“ที่ไม่ใช้เพราะ” เธอกัดฟันตอบเขา
“ฉันคิดว่า...”เหม่ยอี้มองหน้าของชายหนุ่มที่ยังรอฟังคำตอบจากเธอ หญิงสาวก้มหน้าลงก่อนที่จะสูดหายใจเข้าลึกๆ “ฉันคิดว่า...ราคาแพงเกินไปค่ะ บางทีก็เสียดายเงินเลยไม่อยากซื้อ แต่อยากได้นะ...”
“แพง ?”
จิ้นฝูทวนคำทันทีโดยที่ไม่ถามอะไรต่อนอกเสียจาก เอื้อมมือหยิบปากกาเซ็นที่แฟ้มเอกสารแล้วปิดลงทันที
เหม่ยอี้มองเขาที่ปิดแฟ้มประวัติของเธอ หญิงสาวก้มหน้าสลดทันที หมดแล้ว...งานของเธอ คงต้องหางานที่อื่นใหม่หรือรอบริษัทอื่นเรียกตัวมาสัมภาษณ์ แล้วจะเมื่อไหร่กัน ! รู้แบบนี้ไม่น่าตอบแต่แรกว่าไม่เคย
โธ่! เหม่ยอี้เธอช่างโง่เสียจริง !
“คุณพร้อมเข้ามาทดลองงานใช่มั้ย ?”
คำถามนี้หยุดความคิดไร้สาระของเหม่ยอี้ทันที เธอเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มแล้วกะพริบตาอย่างงุนงงและตกใจ
เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่หรือไม่ ?
“พร้อม ?” เหม่ยอี้ทวนถามอีกครั้ง
จิ้นฝูพยักหน้า “ใช่”
“จริงๆ ใช่มั้ยคะ ?” เหม่ยอี้ทวนคำอีกรอบ ชายหนุ่มจึงพยักหน้าแทนคำตอบ ดูท่าทีของหญิงสาวที่เหมือนจะเก็บความดีใจไม่อยู่
“พรุ่งนี้เริ่มงานแปดโมงเช้า” จิ้นฝูกล่าว
“เอาละผมมีงานต้องทำต่อ พรุ่งนี้เจอกัน สาวน้อย”
เหม่ยอี้ยิ้มรับอย่างมีความสุข วันนี้คือวันโชคดีของเธอที่สุด ได้ทั้งงานได้ทั้งมองคนหล่อใกล้ ๆ ไม่มีอะไรที่ทำให้เธอฟินได้แบบนี้อีกแล้ว !
มีงานทำแล้ว ! !
เหม่ยอี้ตะโกนอยู่ในใจ ยิ้มออกมาราวกับว่าวันนี้สรรค์เป็นใจที่สุด พรุ่งนี้จะต้องเริ่มทำงานและเป็นวันแรกหลังจากที่นั่งว่างมานานหลายเดือน
หญิงสาวเดินมานั่งลงที่โซฟาภายในห้องทั้งที่ยังยิ้มไม่หุบตั้งแต่ออกจากห้องตอนสัมภาษณ์ ในสมองของเธอนึกถึงภาพใบหน้าของชายหนุ่มที่สัมภาษณ์ ซึ่งยังไม่รู้ชื่อด้วยซ้ำ
วันพรุ่งนี้เธอจะต้องรู้ชื่อเขาให้ได้ !
ความสนใจของเธอหันไปมองนิตยสารที่วางอยู่ตรงหน้า เหมือนเป็นแผลใจอยู่ลึกที่ ๆ จะกลัวการบอกรักใครสักคนอีกครั้ง ไม่เอาแล้ว ! ! เธอจะไม่บอกความรู้สึกของตัวเองให้ผู้ชายคนไหนอีกเด็ดขาด บอกทีไรจำเป็นต้องพบกับความผิดหวังตลอดแค่เธออยู่ใกล้ ๆ เขาก็พอ
เหม่ยอี้หยิบหมอนข้างที่อยู่ข้างตัวขึ้นกอด มีคนบอกเสมอเลยว่าเวลามีความรักจะมีความสุขที่สุด...แต่เธอไม่เคยมีและคงไม่หวังแล้ว
หญิงสาวทำหน้าบึ้งพร้อมกับลุกขึ้นเดินไปหยิบน้ำดื่มในตู้เย็นออกมาพร้อมกับถุงขนม แล้วเดินกลับมานั่งที่โซฟาเหมือนเดิม การกินสามารถทำให้เธอหายเครียดลงได้ แต่ก็ไม่ดีเท่าไหร่..เพราะสักวันเธออาจจะกลิ้งได้ !เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เหม่ยอี้เอื้อมไปหยิบพร้อมกับมองเบอร์ก่อนที่จะกดรับ
“ฮัลโหล”
[เหม่ยอี้วันนี้ฉันกลับดึกนะ เธอหาอะไรกินไปก่อนเลยไม่ต้องรอ]
เสียงปลายสายของหนิงเหอบอกอย่างรีบร้อน หญิงสาวจึงถามต่อไปทันที “แล้วเธอล่ะ”
[วันนี้ที่รานมีหนังสือเข้าใหม่ ฉันต้องตรวจของน่ะ]
“อ้อ” เธอขานตอบ
[งั้นแค่นี้ก่อนนะ]
เมื่อพูดจบหนิงเหอวางสายไปทันที ขณะที่เหม่ยอี้ถอนหายใจออกมา เพราะวันนี้ต้องออกไปกินอาหารมื้อเย็นข้างนอกคนเดียว
วางโทรศัพท์ลงที่บนโต๊ะก่อนที่จะเข้าห้องหยิบเงินจำนวนหนึ่งรวมถึงเดินไปส่องกระจกจัดแต่งทรงผมให้เรียบร้อย กลับมาที่โซฟาหยิบโทรศัพท์กับกระเป๋าขึ้นมา พลางคิดถึงเมนูอาหารมื้อเย็นที่ถึง