Bankpan talk.
"มึงจะไปทำงานที่นั่นจริงดิวะไอ้สัส ไปเป็นลูกน้องเขาเนี่ยนะไอ้ควาย ทั้งที่มึงมีหุ้นอยู่ที่นั่นเกือบ30%เนี่ยนะ"ผมคิดผิดหรือคิดถูกวะเนี่ย ที่ให้มันช่วย มาถึงแม้งก็ด่ากูตั้งแต่เจอหน้าจนจะเที่ยงแล้วมันยังไม่หยุดด่าผมเลย ที่กับเมียมันนะเสียงอ่อนเสียงหวาน เชื่องเป็นลูกหมาเลยสัส กับกูนี่ด่าเอาๆจนหูผมจะชาอยู่แล้ว
ผมขับรถเข้ามาหาไอ้ดีมที่บริษัท เพื่อจะเอาข้อมูลบางอย่างของบริษัท ที่ผมจะไปเริ่มงานพรุ่งนี้ มีหลายบริษัทครับที่เรียกตัวผม แต่ละที่ให้เงินสูงพอสมควรสำหรับนักศึกษาที่จบใหม่ประสบการณ์ไม่เยอะ แต่ระดับนักศึกษาป.โทเกียรตินิยมอันดับหนึ่งอย่างผม เริ่มต้นก็หลายหมื่นอยู่นะครับ แต่ที่ผมเลือกจะไปทำงานที่นี่เพราะผมมีเหตุผลบางอย่าง
"เออดิ" ผมตอบก่อนจะนั่งเซ็นต์เอกสารที่โต๊ะทำงาน ผมร่วมหุ้นกับไอ้ดีมคนละ50% เพื่อเปิดบริษัทนำเข้ารถยนต์ เพราะมันไม่ยุ่งยาก แค่ซื้อมาแล้วขายไป ส่วนมากรถนำเข้าของบริษัทผม จะสั่งซื้อตามออเดอร์ลูกค้ามากกว่าครับ ผมจะเข้ามาทุกวันอาทิตย์ เพื่อมาเซ็นต์เอกสารสำคัญ ที่เพื่อนผมมันไม่ยอมเซ็นต์ อ้างว่าไม่กล้าตัดสินใจทั้งที่มันก็สามารถตัดสินใจได้ แต่มันกวนตีนผมไง ไอ้ดีมมันจะเก็บเอกสารเกี่ยวกับการเงินไว้ให้ผมเซ็นต์อนุมัติ
"มึงนี้โง่หรือโง่วะ กูไม่เข้าใจ รวยล้นฟ้าชนิดที่ใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด เสือกอยากไปเป็นลูกจ้างเงินเดือนแค่ไม่กี่หมื่น"
"ก็กูขี้เกียจบริหารมึงก็รู้ไม่งั้นกูจะขายโรงงานให้พี่เขยมึงรึไง"ผมขายโรงงานผลิตผลไม้กระป๋องให้ไอ้อาร์ม พี่เมียไอ้ดีมนั่นแหละครับ เหตุผลง่ายๆผมไม่ชอบเรื่องบริหาร อะไรๆยุ่งยากๆนี่กูขอผ่าน พ่อผมเสียไปสองสามปีแล้วครับ มรดกทั้งหมดเลยเป็นของผมคนเดียว รวมทั้งโรงงานผลิตผลไม้กระป๋องด้วย แต่หุ้นที่ซื้อไว้กับหลายๆบริษัทผมไม่ได้ขายนะครับ ก็ไม่ได้ไปนั่งบริหาร รับเงินเข้ากระเป๋าอย่างเดียวใครจะไม่เอา
"ไอ้สัสแล้วตอนนี้กูใช้มึงมาช่วยกูบริหารรึไง"
"เอาน่ากูขออยู่เบื้องหลังดีกว่า"ผมพูดยิ้มๆ ผมขี้เกียจบริหารไง ผมเลยโยนงานทุกอย่างให้มันบริหาร ถ้าเพื่อนผมมันจะแบ่งกำไรให้ผมน้อยกว่ามันผมก็ไม่โกรธหรอกครับ แต่ไอ้ดีมมันไม่เคยทำแบบนั่นไง มันบังคับให้ผมเข้าบริษัททุกอาทิตย์ ผมเลยเลือกเข้าทุกวันอาทิตย์ ไม่วุ่นวายดี
"เออๆ นี่ข้อมูลที่มึงอยากรู้" ผมหยิบซองสีน้ำตายที่ไอ้ดีมส่งมาให้ก่อนจะเปิดดู
"คนหรือนางฟ้าวะไอ้เหี้ย"ผมพูดทันทีที่เห็นรูปท่านประธานคนสวย ที่เขาว่าทั้งเก่งทั้งดุ ผมรู้จักเธอดี เธอเป็นหนึ่งในหลายเหตุผลที่ผมอยากเข้าไปทำงานที่นั่น พ่อของเธอป่วยครับ เลยยกตำแหน่ง CEO ให้เธอบริหาร ผมแอบชอบเธอมานานแล้วครับตั้งแต่ไปดูงานตอนปี3 ก็เธอทั้งเก่ง ทั้งสวย จนผมอยากจะได้เธอมาเป็นเมียจริงๆ
"สนใจ"ไอ้ดีมมันรู้ทันผมไปซะทุกอย่าง ที่มาเอาข้อมูลนี้ ไม่ใช่ข้อมูลของบริษัทนะครับ บริษัทนั่นผมรู้จักดีเพราะผมมีหุ้นอยู่ในนั่น แต่ผมมาเอาข้อมูลของเธอต่างหาก
"..."ผมยิ้มแทนคำตอบ
"ได้ข่าวว่าเธอกำลังจะหมั้นนิ"คำพูดของไอ้ดีมทำให้ผมหันไปมองหน้ามัน
"คนอย่างกู อยากได้อะไร ก็ต้องได้ไอ้เหี้ย จะไม่มีงานหมั้นของเธอกับใครทั้งนั่น แต่จะมีงานแต่งของเธอกับกูแทน"
"มึงทำได้หรอวะ"
"พูดเหมือนไม่รู้จักกู มึงคอยดูแล้วกัน ถ้ากูทำไม่ได้ หุ้นบริษัทนี้กูยกให้มึงหมดเลย"
"เอาจริงวุ้ย แต่ถ้ามึงทำได้นะหุ้นกูก็คือหุ้นกูเหมือนเดิม"
"เออ"
พอเที่ยงไอ้ดีมมันก็ชวนผมไปกินข้าวข้างนอกเพราะนัดเมียมันไว้ แม้งเสือกเลือกร้านถูกใจผมอีก ผมเห็นมะปรางค์เพิ่งลงจากรถก่อนจะเดินเข้าไปในร้าน แต่มีผู้ชายที่ผมไม่เคยคิดอยากจะเจอหน้า แล้วไม่อยากจะใช้อากาศร่วมกับมันอย่างไอ้มิค ผู้ชายที่ผมรู้จักดีมันทำธุระกิจสีเทา ที่สำคัญมันเป็นว่าที่คู่หมั้นของเธอ ศัตรูหัวใจของผมเดินตามเธอเข้าไปในร้านด้วยนี่สิ
"จะเปลี่ยนร้านไมวะ"ไอ้ดีมหันมาถามผมที่เริ่มจะอารมณ์ไม่ดีขึ้นมาเฉยๆ
"ไม่ต้องหรอกมึงนัดน้องแอมไว้ที่นี่ไม่ใช่หรอวะ"ผมพูดก่อนจะเดินนำไอ้ดีมเข้าไปในร้าน
"พี่ดีมค่ะ ทางนี้"น้องแอมยิ้มหวานให้ไอ้ดีมก่อนจะโบกมือทำให้คนทั้งร้านหันไปสนใจความน่ารักของเธอ เพื่อนผมก็ยิ้มก่อนจะเดินไปหาเมียมัน ผมเลยเดินตามมันไป โต๊ะในร้านมีเป็นร้อยน้องแอมดันเลือกนั่งข้างๆโต๊ะของมะปรางค์กับไอ้มิค
"อ้าว แบงค์ไม่เจอกันนานเลยนะ มากินข้าวหรอวะ"ไอ้มิคมันทักผม
"เออ"ผมตอบแค่นั่นก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับเพื่อน ไม่ได้สนใจมันอีก มะปรางค์หันมามองหน้าผมนิดหน่อยก่อนจะหันไปมองทางอื่น
"พี่แบงค์อยากกินอะไรคะ ที่นี่อร่อยทุกอย่าง ลูกจันทร์เป็นคนทำเองเลยนะคะ ที่สำคัญลูกจันทร์เพื่อนหนูยังโสดด้วยคะ"น้องแอมพูดยิ้มๆ ผมอยากจะบอกเธอเหลือเกิน ให้เธอหันมองไปที่เค้าเตอร์ ก็คนที่น้องแอมว่าโสดกำลังยืนคุยอยู่กับไอ้เบสเพื่อนรุ่นเดียวกับผม ได้ข่าวว่ามันตามจีบสาวน่าจะคนนี้ละมั้ง
"น้องแอมสั่งเลยค่ะ พี่กินได้ทุกอย่าง แต่ที่พี่อยากกินตอนนี้คือมะปรางค์มากกว่า"พอผมพูดจบ คนที่นั่งโต๊ะข้างๆก็หันมามองหน้าผมด้วยสายตาดุๆ แต่ผมว่ามันน่ารักดีนะครับผมเลยกระตุกยิ้มที่มุมปากให้เธอ
Bankpan talk.
"นั่งซึมเป็นหมาเหงาเลยสัส แค่เธอมากับคู่หมั้นแค่เนี่ยเพื่อนกูนอยแดกเลย"ไอ้ดีมมันแซวผมเพราะผมเอาแต่เงียบตั้งแต่กลับเข้ามาที่บริษัท ที่จริงผมกำลังคิดหาวิธีว่าจะทำยังไงให้เจอเธอที่บริษัทพรุ่งนี้ต่างหาก แต่พอฟังมันพูดคิ้วผมนี่กระตุกเลย เพื่อนกูนี้กวนตีนได้ตลอดเวลาเลยให้ตาย
"ว่าที่ไอ้เหี้ยพูดให้มันถูกๆ ไอ้มิคมันแค่ว่าคู่หมั้น ส่วนกูว่าที่ผัวเธอ" ผมสวนกลับทันทีที่มันพูดจบ
"เออ แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้ แล้วมึงจะเอายังไงต่อ ดูท่าทางเธอไม่ค่อยสบอารมณ์นะวันนี้ ที่มึงพูดว่า อยากกินมะปรางค์นะ
"..."ผมแค่อมยิ้มไม่ได้ตอบคำถามของมัน ที่กูพูดเพราะกูอยากกินจริงๆ อยากกินไปทั้งตัวเลยสัส ผู้หญิงอะไรไม่รู้ขนาดทำหน้าบึ้งยังน่ารักน่าจูบเป็นบ้า
"หึไอ้ควาย เพื่อนกูแม้งเจ้าเล่ห์แบบนี้ไง ถึงไม่มีใครอยากยุ่งกับมึง"
"เกี่ยวกันตรงไหนวะ มึงก็น่าจะรู้ว่ากูชอบมะปรางค์มาตั้งหลายปี"
"ตั้งแต่ไปดูงานตอนปี3น่ะหรอ แล้วมึงเคยเจอเธอกี่ครั้งวะ กูว่าล้มเลิกความคิดเถอะ กูสงสารน้องมัน"
"แทนที่จะสงสารกูไอ้สัส"
"สงสารมึงทำเหี้ยอะไร มึงมันจิ้งจอกเก้าหาง ไว้ใจไม่ได้ เจ้าเล่ห์ จอมวางแผน มีอะไรที่น่าสงสารบอกกูสิ เผื่อกูจะใจดีสงสารมึงสักนิด"ฟังไอ้ดีมมันพูดสิครับ ถึงมันจะมีความจริงผสมอยู่นิดหน่อยก็เถอะ คือผมแอบชอบเธอตั้งแต่ตอนไปดูงานที่บริษัทนั่นตอนปี3 ตอนนั่นเธอเป็นแค่รองประธานบริษัทเองครับ เธอเรียนคณะบริหารมหาลัยเดียวกับผมเนี่ยแหละแต่ไม่เคยเจอตัวสักครั้ง มาเจออีกที่ตอนที่ไปประชุมเรื่องหุ้นของบริษัทนั่น ตั้งแต่นั่นมารู้สึกว่าผู้หญิงที่ผมควงอยู่เริ่มทยอยหายไปที่ละคน จนตอนนี้ผมไม่ได้ควงใครสักคน คงเพราะในหัวผมมีแค่มะปรางค์คนเดียว เลยไม่สนใจผู้หญิงคนไหนอีก
สามปีก่อน
"อุ้ย!! ขอโทษค่ะหนูไม่ทันระวัง" ผมรีบคว้าตัวผู้หญิงที่เดินชนผมไว้ก่อนที่เธอจะตกบันได เธอใส่ชุดนักศึกษามหาลัยเดียวกับผม ในมือเธอถือหนังสือสองสามเล่ม แต่ผมไม่เคยเห็นหน้าเธอ อยู่คณะไหนวะน่ารักชิบหาย แล้วมาทำอะไรที่บริษัทนี้วะ วันนี้ผมมาดูงานกับอาจารย์ที่บริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ พอดีผมออกมาโทรศัพท์ตรงบันไดฉุกเฉิน ผมยืนอยู่ดีๆ เธอก็วิ่งขึ้นบันไดมาชนผม ตัวเธอเล็กนิดเดียวชนผมแท้ๆ แต่ตัวเองกลับเซถอยหลังซะเองจนเกือบจะตกบันได ผมเลยเอามือคว้าเอวเธอไว้
"เป็นอะไรรึป่าวคะ"
"ไม่เป็นไรค่ะ รบกวนช่วยปล่อยมือด้วยค่ะ"พอเธอพูด ผมเลยปล่อยมือจากเอวของเธอ เธอมองหน้าผมนิดหน่อยก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปชั้นบน ผมมารู้ว่าเธอเป็นลูกเจ้าของบริษัท ก็ตอนที่เห็นป้ายหน้าบริษัท ระบุชื่อของเธอกับตำแหน่งชัดเจน ผมเลยรู้ว่าเธอชื่อมะปรางค์ ขนาดชื่อเธอยังน่ากินเลยครับ แล้วตัวเธอจะน่ากินขนาดไหน พอผมดูงานเสร็จอาจารย์ก็ให้กลับเลยไม่ต้องเข้าไปที่มหาลัยอีก ผมกับเพื่อนเลยเดินไปที่ลานจอดรถ ผมกำลังจะขึ้นรถ แต่ไอ้ดีมมันขับมาจอดข้างๆ รถผมซะก่อน
"มึงจะไปกับพวกกูรึป่าว"ไอ้ดีมมันลดกระจกลงก่อนจะถามผม วันนี้พวกผมนัดกันไปที่บ้านไอ้นนต์ ก็ไปนั่งแดกเหล้ากันนั่นแหละครับ
"กูเคยพลาด"
"เออแล้วเจอกัน"ไอ้ดีมมันว่าก่อนจะขับรถออกไปจากลานจอดรถ ผมเลยขึ้นรถขับตามมันออกไป แต่พอถึงทางเลี้ยวข้างหน้า ผมก็เห็นปอร์เช่911จอดอยู่ เจ้าของรถยืนหน้าบึ้งเหมือนทำอะไรไม่ถูก ผมเลยตีไฟเลี้ยวจอดข้างทาง ก่อนจะลงไปหามะปรางค์ที่กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่ที่ฝากระโปร่งรถ
"รถเป็นอะไรคะ"
"หนูก็ไม่รู้คะอยู่ดีๆ มันก็ดับ"ผมเลยลองเช็คให้เธอ ผมไม่ได้เก่งหรอกครับแต่ก็พอซ้อมได้บ้าง ไม่นานผมก็ซ้อมเสร็จ เธอหันมายิ้มให้ผม ก่อนจะขอบคุณที่ผมช่วยเธอไว้ แค่รอยยิ้มหวานๆ ของเธอก็ทำผมเพ้อไปหลายวันแล้วครับ คนอะไรน่ารักน่าเอาชิบหาย
ปัจจุบัน
หลังจากผมเคลียร์งานที่บริษัทเสร็จผมก็ขับรถกลับมาที่บ้าน แต่ยังไม่ทันที่ผมจะขับเข้าไปจอดในรั้วบ้าน ผมก็ต้องหยุดรถเพราะมีรถจอดขวางประตูบ้านผมอยู่ แล้วไอ้เจ้าของรถมันก็กำลังยืนดูดบุหรี่พิงรถของมันอยู่
"มีเหี้ยอะไร"ผมลงจากรถก่อนจะเดินเข้าไปหาไอ้มิคที่ยืนดูดบุหรี่พิงรถของมัน
"กูแค่มาเตือนว่าน้องมะปรางค์เป็นของกู"
Bankpan talk.
"มีเหี้ยอะไร"ผมเปิดประตูลงจากรถ ก่อนจะเดินเข้าไปหาไอ้มิคที่ยืนดูดบุหรี่พิงรถของมันอยู่
"กูแค่มาเตือนว่าน้องมะปรางค์เป็นของกู"
"มึงคิดว่ามึงเป็นใครไอ้สัส ถึงกล้ามาเตือนคนอย่างกู อย่าคิดว่ากูไม่รู้ว่าทำไม มะปรางค์ถึงต้องยอมหมั้นหมายกับมึง แต่ก็ยังไม่ได้หมั้นไม่ใช่หรอวะไอ้เหี้ย ถ้ากลัวกูจะตัดหน้าก็ทำให้เธอยอมหมั้นกับมึงเร็วๆสิวะ ไม่ใช่มาเตือนกูแบบนี้"ผมพูดพร้อมกับลวงบุหรี่ในกระเป๋ากางเกงออกมาสูบ ที่มันมาหาผมถึงที่บ้าน นี่มันคิดดีแล้วใช่ไม
ก็พ่อผมเป็นผู้มีอิทธิพลในแถบนี้ ลูกน้องพ่อมีเยอะจนผมจำแทบไม่หมด พอพ่อผมเสียไปอำนาจทั้งหมดก็ตกมาเป็นของผม ลูกน้องพ่อก็ค่อยช่วยเหลือดูแลผม จนไม่ค่อยมีใครกล้ามายุ่งกับผมหรอกครับ
"ปากดีจังวะ"
"กูไม่มีดีแค่ปาก มึงก็น่าจะรู้ ถ้ามึงยังไม่ถอยรถออกจากหน้าบ้านกูตอนนี้ เดี๋ยวกูจะให้เหรียญบาทลูกรักของกูออกมาคุยกับมึงแทนแล้วกัน" เหรียญบาทที่ผมว่าเป็นเสือโคร่งเพศผู้อายุแค่สามปี พ่อผมเก็บมันมาเลี้ยงก่อนท่านจะเสีย เห็นว่าตอนไปเจอมันแม่ของมันโดนยิงตาย แล้วเหรียญบาทมันก็ไม่ยอมไปไหน นอนเฝ้าแม่มันอยู่อย่างนั่น ใครเดินเข้าไปใกล้ๆมันก็ขู่ไม่ให้ใครจับตัวมันสักคน แต่พอพ่อผมเดินไปจับมัน มันกลับเอาหัวถูไถเหมือนอยากจะอ้อน พ่อผมเลยพามันกลับมาด้วย มันติดพ่อผมขนาดที่ว่าเวลาพ่อออกไปข้างนอกมันจะเฝ้าอยู่หน้าประตูบ้านไม่ไปไหนจนพ่อผมกลับมา แม้แต่วันที่พ่อผมโดนยิงจนเสียชีวิต เหรียญบาทมันก็เฝ้าหน้าประตูบ้าน มันไม่ยอมกินไม่ยอมนอน เพื่อรอพ่อผมกลับมา จนผมที่กำลังเสียใจเรื่องพ่ออยู่ก็อดสงสารมันไม่ได้
"ลูกพี่มีอะไรกันรึป่าวครับ"ลูกน้องผมที่อยู่ในบ้านวิ่งออกมาถามผมที่ยืนทำหน้าเซ็งอยู่ข้างนอกรั้ว มันคงได้ยินเสียงผม
"ไม่มีอะไร มึงมีอะไรก็ไปทำเถอะ กูจัดการเองได้"ไอ้โยมองหน้าผมเหมือนลังเลนิดหน่อย แต่ก็ยอมเดินกลับเข้าไป ผมเลยเดินไปขึ้นรถกะว่าถ้ามันยังไม่ยอมหลีกทางให้ กูจะขับรถชนแม้งเลย พลาสติกหุ้มเหล็กแบบรถของมัน จะมาสู้เหล็กทั้งคันแบบรถผมก็ลองดู แต่พอผมเหยียบคันเร่ง ไอ้มิคมันรีบขึ้นรถขับหลบรถของผมทันที แบบเฉียดฉิว ลูกน้องผมก็เปิดประตูรั้วรอผมอยู่ ผมเลยขับรถเข้าไปจอดที่โรงจอดรถด้านใน บ้านหลังนี้ไม่ใหญ่หรอกครับ พื้นที่โดยรอบแค่สามไร่ แต่มันเป็นบ้านของแม่ผม ผมเลยรักบ้านหลังนี้มากเพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่แม่ทิ้งไว้ให้
พอผมขับรถเข้าไปจอดในโรงจอดรถ ยังไม่ทันจะได้เปิดประตูลงไป เหรียญบาทที่ผมก็ไม่รู้ว่ามันมาตั้งแต่เมื่อไร มันกระโดดใส่ประตูรถฝั่งที่ผมนั่งอยู่ จนรถของผมขยับโยกไปตามแรงของมัน
"เดี๋ยวรถกูเป็นรอยมึงจะโดนเตะนะเหรียญบาท"พอผมเปิดประตูลงมา ผมก็พูดดุๆใส่มัน แต่เหรียญบาทมันไม่สนใจน้ำเสียงของผมไง มันกลับเดินเข้ามาเอาหัวโตๆมาถูขาผม เสือหรือแมววะไอ้เหี้ยอ้อนกูตลอดเวลาโดนดุ ผมเลยอดที่จะเอามือไปลูบหัวมันไม่ได้ เหรียญบาทมันเชื่อฟังแค่ผมกับพ่อ แต่มันก็ไม่เคยทำลายลูกน้องผมสักคนนะครับ ผมเลยไม่เคยคิดจะขังมันไว้ในกรง ผมเดินเข้าไปในบ้านโดยมีเหรียญบาทเดินตามมาด้วย
ครืดดด ครืดดด เสียงมือถือในกระเป๋ากางเกงผมดังไม่หยุด ผมเลยหยิบมือถือออกมาดู ก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟา แล้วกดรับสาย
สายเข้า>>>เฮียแจ็ค
"ครับเฮีย"พี่รหัสผมเองที่โทรเข้ามา เมื่ออาทิตย์ก่อนผมไปขอความช่วยเหลือจากเฮีย ห้เฮียช่วยให้ผมได้เข้าทำงานที่บริษัทนั่น ไม่ใช่ว่าผมไม่มีปัญญาหางานหรอกครับ มีหลายบริษัทที่ติดต่อมา แต่ผมไม่อยากทำไง ผมอยากอยู่ใกล้ๆเธอ
/มึงมารายงานตัวให้ตรงเวลานะไอ้สัส อย่าให้เสียชื่อกูเข้าใจป่าววะ/
"ครับเฮีย ผมไม่ทำให้เสียชื่อเฮียหรอก ว่าแต่เฮียเถอะวางวันไหน"
/ทำไมจะเลี้ยงเหล้ากูรึไง/
"ประมาณนั่นแหละครับเฮีย"
/กูว่ามึงลองมาทำงานดูก่อน ถ้าทำได้ค่อยว่ากัน ถ้าทำไม่ได้กูนี่เสียหมาเลยนะอุส่าคุยไว้เยอะ/
"นี่น้องเฮียนะครับ ไม่เชื่อใจกันเลยรึไง"
/เออๆ ก็เพราะกูเชื่อในความสามารถของมึงไง กูถึงฝากให้ พรุ่งนี้ห้ามสายเด็ดขาด/เฮียแจ็คย้ำอีกรอบ ก่อนจะวางสาย เฮียแจ็คเป็นวิศวกรที่เก่งคนนึง ทำงานไม่ถึงสามปี เฮียก็ได้เป็นถึงผู้จัดการแล้ว ผมกำลังเอื้อมมือเอาโทรศัพท์ไปวางที่โต๊ะหน้าโซฟา แต่ก็รู้สึกถึงอะไรหนักๆที่ทับขาผมอยู่ เหรียญบาทมันเอาหัวมาวางบนตักกูตั้งแต่ตอนไหนวะเนี่ย มันนอนพาดตัวยาวไปตามโซฟา แค่มันนอนตัวเดียวก็เต็มโซฟาไปหมดแล้ว ตัวก็ใหญ่หัวมันก็พาดที่ตักผม ทำให้ผมขยับไปไหนไม่ได้ ที่สำคัญมันนอนหลับไปแล้ว ผมเลยเอามือไปวางไว้ที่ขนนิ่มๆของมัน เดี๋ยวให้กูได้แม่มึงมาเป็นเมียเมื่อไร กูจะหาเมียให้มึงสักสองสามตัว จะได้เลิกอ้อนกูแบบนี้สักทีเหรียญบาท ผมยิ้มให้กับความคิดตัวเอง ก่อนจะหยิบรีโมทแถวๆนั่น มาเปิดโทรทัศน์ดูบอล ดูหนังไปเรื่อย
ตอนเช้าผมขับรถมาที่บริษัท วันนี้เริ่มงานวันแรกเลยมาเร็วหน่อย อีกอย่างเฮียแจ็คแม้งโทรปลุกกูแต่เช้าเลยสัส คงกลัวกูจะตื่นสาย พอผมขับรถมาถึงลานจอดรถของบริษัท ผม ผมเลยดูเวลาที่ข้อมือตัวเอง เห็นว่ายังพอมีเวลาผมเลยหยิบบุหรี่ออกมาสูบก่อนจะเข้าไปหาเฮียที่ห้องอาหาร ผมยืนคิดอะไรเพลินๆโดยไม่ทันได้มอง ปอร์เช่911ที่ขับมาจอดข้างๆ
"เลิกได้ก็ดีนะ บุหรี่มันไม่ดีต่อสุขภาพ อีกอย่างฉันเหม็น"เสียงหวานๆที่ทำให้ผมต้องหันไปมอง มะปรางค์มาตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย เธอกำลังเอามือปิดจมูกตัวเองจนผมอดขำไม่ได้
"มันใช่เรื่องที่นายจะขำรึไง แล้วตรงนี้เข้าห้ามสูบบุหรี่ไม่รู้หรอ"เธอหันมาบอกผมหลังจากหยิบกระเป๋าสะพายออกมาจากรถ
"ขอโทษที พอดีไม่รู้ว่าตรงนี้ไม่ให้สูบ" พอผมพูดจบเธอก็เดินออกมาจากตรงนั่นทันที เธอคงจะเหม็นแบบที่เธอว่าจริงๆ ผมคงได้เลิกบุหรี่จริงๆสักที ถ้าได้เธอมาเป็นเมีย