ที่สนามกีฬาของมหาวิทยาลัย
มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งสวมชุดกีฬาสีฟ้า ยืนอยู่หน้าประตูสนามกีฬา
มือข้างนึงถือกระสอบ มืออีกข้างสวมถุงมือ กำลังก้มลงหยิบขวดเปล่า โยนลงในกระสอบ
‘ถ้ามีการแข่งบาสทุกวันก็คงจะดี หลังจากจบการแข่งขัน ฉันจะได้เอาขวดพวกนี้ไปขายได้ อย่างน้อย ๆ ก็สองสามร้อย สิ้นเดือนฉันจะได้มีเงินไปซื้อไอโฟนสิบเอ็ดให้หยิงหยิงเป็นของขวัญวันเกิด”
เฉินฝานดูตื่นเต้นมาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นและมองไปรอบ ๆ เพื่อหาขวดพลาสติก
ขณะเดียวกัน มีนักศึกษาชายตัวสูงกลุ่มนึงเดินออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ละคนถือถังใบเล็ก ๆ ที่มีชุดกีฬาและถุงเท้าเหม็น ๆ เดินเข้ามาหาเฉินฝาน
“เฉินฝาน ชุดของทีมบาสทั้งหมด ถังละห้าสิบ นายเอาไปซักให้ทีสิ”
นักศึกษาชายคนหนึ่งย้อมผมสีแดงในปากคาบบุหรี่ โยนถังลงข้าง ๆ เฉินฝาน
“ทุกคนต่างก็เป็นเด็กใหม่ของทีม อย่าหาว่าฉันกัวเถาไม่ดูแลนายเลยนะ รับไปสิ”
พูดจบ ผู้ชายผมแดงก็โบกมือเพื่อเป็นสัญญาณ คนอื่น ๆ ก็โยนเสื้อผ้า รองเท้า และถุงเท้าที่มีกลิ่นเหม็น ๆ เต็มไปด้วยเหงื่อลงบนพื้น
“นี่เสื้อผ้าและถุงเท้าเหม็น ๆ ที่ฉันให้ลูกทีมเก็บไว้อาทิตย์นึง เพื่อให้นายมีรายได้เลยนะ ลองดมดูสิหอมไหม?”
กัวเถาหยิบถุงเท้าที่มีกลิ่นเหม็นขึ้นมา และโยนใส่เฉินฝาน
เฉินฝานหลบไม่ทัน ทำให้ถุงเท้าตกลงมาบนหน้าของเขา เขาได้กลิ่นเหม็นเปรี้ยวจนแสบจมูก
“ฉัน…”
ขณะที่เฉินฝานกำลังจะโต้กลับ เขาได้แต่กัดฟัน และกลืนคำพวกนั้นลงไป เขาโกรธจนหน้าดำหน้าแดงไปหมด
สำหรับเขา รายได้ทุกอย่างมีความสำคัญ และเขาก็ไม่อยากพลาดมัน
เขาไม่ใช่ลูกเศรษฐี แต่เป็นนักศึกษาที่มาจากครอบครัวจน ๆ คนหนึ่ง
เขาไม่มีคอนเนคชั่นใด ๆ และไม่มีทักษะทางวิชาชีพใด ๆ เพราะฉะนั้นนอกจากจะออกไปทำงานวันหยุดสุดสัปดาห์แล้ว เขายังรับซักรีดเสื้อผ้า และทำการบ้านให้เพื่อน ๆ เพื่อหารายได้อีกด้วย
เขาทำอย่างนี้ทีละเล็กละน้อย จนมีค่าเล่าเรียน และค่าครองชีพ
เฉินฝานพยายามระงับความโกรธ เขาหยิบถุงเท้าที่มีกลิ่นเหม็นออกจากหน้า แล้วโยนมันลงในถัง
“ทั้งหมดสองร้อยห้าสิบ”
“อะนี่ สามร้อย ห้าสิบนั้นเป็นค่าเหนื่อยไปเอาพัสดุที่หน้าประตู แล้วเอาไปให้กัปตันเหวินที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าทีนะ”
พูดจบกัวเถาก็ยิ้ม และเดินจากไปพร้อมกับลูกทีมคนอื่น ๆ
เฉินฝานเก็บเงินขึ้นมา พลางกำหมัดแน่น ก่อนจะถอนหายใจออกมา
“แม้ว่าพวกกัวเถาจะดูไม่เป็นมิตรนัก แต่ตราบใดที่ทำให้เขาได้เงินมา เรื่องแค่นี้ก็เล็กน้อยมาก”
เขารีบหยิบกระสอบ และเดินไปที่ร้านรับซื้อของเก่านอกมหาวิทยาลัย หลังจากขายขวดแล้ว เขาก็ไปเอาพัสดุที่ประตูวิทยาลัย
ระหว่างเดินทางกลับไปที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เฉินฝานนับเงินที่เขาหามาได้อย่างพอใจ จนลืมเรื่องไม่สบายใจเมื่อครู่ไปเสียสนิท
พอคิดว่าอีกไม่นานก็จะเก็บเงินซื้อของขวัญให้แฟนได้ เฉินฝานก็เดินฮัมเพลงไปอย่างสบายใจ
แต่ทันทีที่เขามาถึงประตู เขาก็ได้ยินเสียงครางของผู้หญิงดังออกมาจากข้างใน มือที่กำลังจะเคาะประตูเลยชะงักหยุด
‘เสียงคุ้น ๆ แฮะ? !’
เสียงจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้านั้นยังคงดังขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งฟังเฉินฝานก็ยิ่งหน้าแดง แต่แล้วเขาก็รู้สึกแปลก ๆ
เสียงผู้หญิงนั้น เหมือนกับเสียงของหยิงหยิงมาก
“เฮี่ยเซี่ย เสียวมากค่ะ ขยุ้มฝั่งขวาด้วยสิคะ”
“ใจเย็น ๆ หยิงหยิง วันนี้ผมซื้อชุดชั้นในสุดเซ็กซี่มาด้วย เดี๋ยวคุณไปเปลี่ยนนะ แล้วเราค่อยมาเล่นเสียวกัน”
เสียงครางดังออกมาอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนกว่าเดิมมาก
หยิงหยิงเหรอ? หยิงหยิงใช่ไหม?
เฉินฝานเลือดขึ้นหน้า เขาถีบประตูห้องออกอย่างแรง
และก็ได้เห็นภาพที่เขาไม่มีวันลืม
ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า
เขาเห็นหยิงหยิง แฟนสาวสุดเซ็กซี่ของเขากำลังซบอยู่บนอกของเหวินเซิง ส่วนมือของเหวินเซิงนั้นกำลังเค้นคลึงหน้าอกของเธออยู่
“นี่พวกแก!”
เฉินฝานหายใจออกมาแรง ๆ อย่างโกรธจัด ใจของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวด
ทางด้านพวกเขาสองคนที่กำลังเล่นเสียวกันอยู่ พอได้ยินเสียงดังเอะอะก็ตกใจ และหันไปมองที่ประตู
พอเห็นว่าคนที่เข้ามาคือเฉินฝาน หยิงหยิงก็ตกใจ และพูดออกมาว่า “เฉินฝาน นายมาได้ไง!”
“ฉันควรจะถามเธอมากกว่านะ เธอบอกว่าตอนบ่ายจะไปช้อปปิ้งกับเพื่อนไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้! ?”
ตาของเฉินฝานแดงก่ำไปด้วยความโกรธ
เขาต้องประหยัดและทำงานพาร์ทไทม์จนถึงเที่ยงคืนทุกวัน เพื่อเก็บเงินซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ให้หยิงหยิงเป็นของขวัญวันเกิด แต่สุดท้ายกลับรู้ว่าโดนสวมเขา ใครจะยอมรับได้!
จางหยิงตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว แต่แทนที่เธอจะรู้สึกละอายใจ เธอกลับพูดออกมาว่า “ในเมื่อรู้ความจริงแล้ว ฉันก็จะไม่ปิดบังนายล่ะกัน นายคิดว่าฉันอยากจะคบกับผู้ชายจน ๆ อย่างนายจริง ๆ เหรอ? ฉันแค่พนันกับเพื่อนเฉย ๆ ฉันไม่คิดว่านายจะจริงจังขนาดนี้!”
“แต่ฉันจริงใจกับเธอนะ” เฉินฝานพูดออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน
“จริงใจแล้วไงล่ะ มันกินได้รึเปล่า ฉันขอให้นายซื้อมือถือเครื่องใหม่ให้ฉัน นายบอกให้ฉันรอตั้งเดือนหนึ่ง ฉันจะบอกอะไรให้นะ เฮียเซี่ยซื้อกระเป๋าหลุยส์รุ่นล่าสุด และไอโฟนสิบสามให้ฉันตั้งนานแล้ว”
หยิงหยิงพูด และมองเขาอย่างเหยียด ๆ
เหวินเซิงโยนเงินให้เขาสามร้อยพลางพูดอย่างเยาะเย้ยว่า “เฉินฝาน คนจน ๆ อย่างนาย คิดจะมาเด็ดดอกฟ้าอย่างหยิงหยิงงั้นเหรอ อ่ะนี่...สามร้อย เอาไปซื้อกระหรี่กินไป”
“เหวินเซิง แกตาย!”
เฉินฝานตาแดงก่ำ เขาทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาพุ่งใส่เหวินเซิงราวกับวัวที่กำลังคลั่ง
“แกกล้าทำร้ายฉันเหรอ แกคิดว่าแกเป็นใครฮะ!” เหวินเซิงสบถออกมา พลางยกมือขึ้นต่อยเฉินฝานเข้าไปเต็ม ๆ
ในฐานะกัปตันทีมบาส เขาสูงกว่าร้อยเก้าสิบ เขามีกล้ามเป็นมัด ๆ ถึงแม้ว่าเฉินฝานจะสูงกว่าร้อยแปดสิบ แต่เมื่อเทียบกับชายหนุ่มร่างบึกคนนี้ เขาก็เป็นแค่ลูกเจี๊ยบตัวนึงเท่านั้น
เฉินฝานล้มลงกับพื้น เขารู้สึกเจ็บที่แก้ม และกำลังพยายามจะลุกขึ้น
แต่เหวินเซิงกลับยกเท้าขึ้น และกระทืบไปที่หน้าของเฉินฝาน ก่อนจะพูดอย่างกร่าง ๆ ว่า “คนจน ๆ แบบแก กล้าโต้กลับงั้นเหรอ ฉันจะเหยียบแกให้จมดินเลย!”
เหวินเซิงกระทืบเขาอยู่หลายครั้ง
หน้าของเฉินฝานเต็มไปด้วยรอยเท้า เขาพยายามดิ้นเพื่อจะลุกขึ้น
เหวินเซิงนั่งค่อมหลังของอีกฝ่าย เขากระชากกระเป๋าเป้ที่วางอยู่บนเก้าอี้แล้วหยิบปากกาสีดำออกมา
ก่อนจะเขียนคำว่า ‘ยาจก’ ลงไปบนหน้าของเฉินฝาน
หลังจากเขียนเสร็จ เหวินเซิงก็ถุยน้ำลายใส่เฉินฝาน ก่อนจะพูดขึ้นว่า “จำไว้นะไอ้ยาจก ถ้าแกกล้ามาหาเรื่องฉันอีก ฉันจะซัดแกทุกครั้งที่เห็นหน้าแก!”
พอพูดจบเขาก็จูงมือหยิงหยิงออกไป
เฉินฝานแบกร่างที่เจ็บปวดกลับไปที่หอพัก พอคนอื่นเห็นรอยบนหน้า ต่างก็พากันซุบซิบไปต่าง ๆ นา ๆ
ตอนนี้เขาโดนหยิงหยิงหักอกเข้าแล้ว คนที่เขารักมากที่สุดทำกับเขาแบบนี้ เขาไม่สนใครหน้าไหนทั้งนั้น ตอนนี้หัวใจของเขามันได้ตายด้านไปแล้ว
เฉินฝานถอดเสื้อผ้าที่สกปรกออก และล้างคำว่า ‘ยกจก’ บนหน้าออก
ภาพเมื่อครู่นั้นยังชัดเจนอยู่ในหัวของเขา ทั้งภาพที่โดนกัวเถาพูดจาดูถูก โดนเหวินเซิงทำร้าย ไหนจะโดนหยิงหยิงปฏิเสธอีก
‘ถึงว่าทำไมเธอถึงไม่ยอมให้ฉันจับมือ ไม่ยอมให้ฉันกอดเหมือนคู่รักคนอื่น ๆ ที่แท้เพราะเธอรังเกียจที่ฉันจน และไม่เคยชอบฉันเลยนี่เอง’
ฝานทั้งโกรธทั้งเสียใจ พอนึกถึงคำที่หยิงหยิงพูดกับเขา เขาก็กำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว
ยิ่งคิดก็ยิ่งเศร้า
เขากวดสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง แล้วก็เห็นเบียร์สองสามขวดที่รูมเมทวางไว้ใต้เตียง เฉินฝานคว้ามันมา เขาเปิดขวดและยกขึ้นดื่มทันที
เขาดื่มขวดแล้วขวดเล่า จนเริ่มเวียนหัว เขาไม่อาจเก็บความเศร้าเสียใจเอาไว้ได้อีกต่อไป และแล้วเขาก็ร้องไห้ออกมา ก่อนจะลงไปนอนกองกับพื้น
‘ฉันไม่ยอม คนจนสมควรโดนรังแกงั้นเหรอ?
เงินเงินเงิน หยิงหยิงวันนึงเธอจะต้องเสียใจ!’
เฉินฝานตาแดงก่ำ เขาตะโกนระบายความเจ็บปวด และความโกรธออกมา
หลังจากระบายความทุกข์ออกมาแล้ว เฉินฝานก็รู้สึกเหนื่อย หัวของเขาเริ่มหนักขึ้นทุกที
ทันใดนั้น โทรศัพท์ก็ดังขึ้น
เฉินฟ่านหยิบมันขึ้นมาและกดรับสาย
“เฉินฝาน อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเกิดอายุครบสิบเก้าปีของลูกแล้วนะ พ่อมีความจริงจะบอก ความจริงแล้วครอบครัวเราไม่ได้ยากจน แต่เรากลับรวยมาก แต่กฎของตระกูลได้กำหนดไว้ว่าเราจะต้องเลี้ยงลูกแบบจน ๆ จนกว่าลูกจะมีอายุครบสิบเก้าปีบริบูรณ์ เราเลยไม่ได้บอกความจริงกับลูก ตระกูลเรามีธุกิจอยู่ทั่วโลก ไม่เพียงแค่มีเหมืองทองในแอฟริกา แต่ยังรวมไปถึงธุรกิจน้ำมันในตะวันออกกลางด้วย”
เสียงที่คุ้นเคยดังออกมาจากปลายสาย
เฉินฟานหัวเราะออกมา และพูดขึ้นว่า “พ่อ นี่พ่อยังไม่ตื่นเหรอ พ่อชอบโม้มาตั้งแต่ผมเด็ก ๆ ว่าพ่อซื้อเฮลิคอปเตอร์ไว้ที่อเมริกา แล้วยังซื้อเรือยอชท์ไว้ที่เวนิสอีกด้วย แต่ตอนนี้แค่ค่าเทอมของผมยังต้องหาเองเลย! พ่อไม่คิดว่ามันตลกบ้างเหรอ ?
ปลายสายถอนหายใจออกมา “เสี่ยวฟาน พ่อรู้ว่าลูกคงจะยังยอมรับเรื่องนี้ไม่ได้ ตอนที่คุณปู่ของลูกพูดอย่างนี้กับพ่อ พ่อเองก็ว่าท่านว่าท่านเลอะเลือนเหมือนกัน แต่ตระกูลเรารวยมากจริง ๆ พ่อจะโอนเงินค่าขนมไปให้ลูกก่อนร้อยล้านนะ”
เดิมทีเฉินฟ่านได้ยินเสียงของอีกฝ่ายเหมือนกับเสียงของพ่อเขามาก อีกทั้งยังรู้สึกคุ้นเคย แต่ยิ่งฟังอีกฝ่ายพูดมากเท่าไร เขาก็ยิ่งรู้สึกแปลก ๆ
เขามองโทรศัพท์อย่างชัด ๆ อีกครั้ง และพบว่าเป็นหมายเลขที่ไม่คุ้นเคยจากต่างประเทศ!
ไอ้สัด!นี่มันพวกแก๊งต้มตุ๋นนี่ว่ะ!
“ไอ้พวกต้มตุ๋น ไสหัวไปให้พ้น!”
เฉินฝานตะโกนเสียงดัง และวางสายไปทันที
พอได้ตะโกนออกมา ก็เหมือนได้ระบายความโกรธ และความเจ็บปวดออกมา แล้วเขาก็หมดแรง
เฉินฝานหลับตาลง และผล็อยหลับไป
เช้าวันรุ่งขึ้น เฉินฝานตื่นขึ้นมาและรู้สึกปวดหัว
เมื่อคืนเขาฝันว่าพ่อโทรมาบอกว่าเขาเป็นลูกคนรวย
‘ฉันจนมากจนเสียสติไปแล้วแน่ ๆ ตระกูลฉันจนมาสามชั่วอายุคนแล้ว ยังจะมาฝันว่าตัวเองเป็นเศรษฐีอีก’
เฉินฝานหัวเราะเยาะตัวเอง สายตาของเขาเต็มไปด้วยความขมขื่น เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา และพบว่ามีข้อความที่ยังไม่ได้อ่านอยู่
“บัญชีธนาคารของคุณ มียอดเงินคงเหลือ หนึ่งร้อยล้านห้าสิบหกบาท...”
หนึ่งร้อยล้าน!?
เฉินฝานเบิกตากว้าง เขาไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลย เขานับมันอีกครั้ง และก็เห็นว่าไม่ได้ตาฝาด ในบัตรมีเงินหนึ่งร้อยล้านจริง ๆ !
ที่หอพัก เฉินฝานเปิดแอพธนาคารผ่านมือถือ และก็เห็นยอดคงเหลือในบัตร
“พระเจ้า... นี่ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหม? ฉันเป็นลูกคนรวยจริง ๆ งั้นเหรอ!”
พอคิดได้แบบนั้น เฉินฝานก็รีบโทรกลับหาเบอร์แปลกนั้นทันที
“พ่อ?” เฉินฝานเอ่ยทักอย่างไม่แน่ใจ
“ว่าไงไอ้ลูกรัก สร่างเมาแล้วใช่ไหม เมื่อคืนพ่อโทรลูก เห็นว่าลูกดูแปลก ๆ ไม่เป็นไร ตอนนี้พ่อกำลังจะนั่งเครื่องไปตะวันออกกลาง เพื่อไปตรวจการขุดเจาะน้ำมันบ่อใหม่ ไว้ค่อยคุยกันตอนที่พ่อลงจากเครื่องบินนะ”
เสียงที่คุ้นเคยดังมาจากปลายสาย
หลังจากอยู่ด้วยกันมาเกือบยี่สิบปี เฉินฝานถึงกับสร่างเมา แล้วและมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่านี่คือพ่อของเขาจริง ๆ
“พ่อ....นี่พ่อล้อเล่นใช่ไหม! บอกมาซะดี ๆ ว่าเอาเงินร้อยล้านนี้มาจากไหน?” เฉินฝานยังคงงง ๆ และยังยอมรับความจริงนี้ไม่ได้