ด้านหน้าโรงแรมระดับ 5 ดาวประจำอำเภอ คลาคล่ำไปด้วยรถยนต์สุดหรู ด้วยเหล่าพนักงานต้อนรับ พนักงานรับรถต่างวุ่นวายกับการจัดสรรพื้นที่อันจำกัดของลานจอดรถ ให้เพียงพอแก่รถยนต์ของแขกผู้มาร่วมงานในวันนี้ เพราะนี่คืองานแต่งของลูกสาวเศรษฐีนีประจำอำเภอ กับข้าราชการหนุ่มหล่ออนาคตไกล
หลังจากคบหาดูใจกันกว่า 5 ปี ต้นรักก็เติบโตผลิดอกออกผลจนถึงเวลาเก็บเกี่ยว ไม่อ่อน ไม่ห่าม ทว่าสุกหวานกำลังกิน เพราะเจ้าสาวในวันนี้งดงามเปล่งปลั่งไปทั้งเนื้อทั้งตัว จนเจ้าบ่าวได้แต่จ้องมองเจ้าสาวแทบไม่ละสายตา ส่งผลให้บรรดาเพื่อนๆ และญาติของทั้งสองฝ่ายต้องเอ่ยปากแซวให้เจ้าสาวได้อายม้วนต้วนเข้าไปอีก
‘จักร’ ทอดสายตาที่เปี่ยมไปด้วยแววรักแววปรารถนาไปยัง ‘ดาริน’ เจ้าสาวที่ยืนอยู่ข้างกายเขาไม่ห่าง และแม้จะใกล้กันแค่นี้ แต่เขาก็ยังรู้สึกว่ามันไกลอยู่ดี นั่นเป็นเพราะกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่โชยออกมาจากเรือนร่างงดงามของเจ้าสาวในทุกครั้งที่เธอขยับกาย
เขาและเธอพบกันครั้งแรกเมื่อ 5 ปีก่อน เพราะยัยจี๊ดน้องสาวของเขาพาเพื่อนไปเที่ยวที่บ้าน และหนึ่งในนั้นก็คือดาริน สาวน้อยหน้าใสในชุดนักศึกษาเรียบร้อย ไม่ได้นุ่งสั้นตามสมัยนิยม พร้อมกับเสียงพูดน้อยๆ ดูอาย และดูสุภาพอย่างที่สุดในยามที่เธอพูดจากับแม่ของเขา แต่สำหรับเขานั้นเธอกลับไม่พูดไม่จาอะไรเลย ซึ่งเขาดูออกว่านั่นคือการไว้ตัว
แน่นอนล่ะผู้ชายเจนสนามรักอย่างเขา เห็นแบบนี้ก็ท้าทายจนแทบอยากกระชากเธอเข้ามาจูบ และสอดลิ้นเข้าไปชอนชิมรสชาติ ที่อยากรู้ว่าจะหวานได้มากแค่ไหน แต่ที่ทำได้คือแค่รับไหว้จากเธอและก็ทำหน้านิ่งเช่นเดียวกัน แต่เขาไม่หยุดแค่นั้นหรอก เพราะได้แม่สื่อมือดีอย่างยัยจี๊ดมาช่วยอีกแรง
จากที่เห็นหน้ากันบ่อยๆ เมื่อยัยจี๊ดชวนมาบ้าน หรือเขาทำใจดีไปรับยัยจี๊ดที่มหาวิทยาลัย ให้หัวใจได้กระชุ่มกระชวยจากการเหล่หญิงในเครื่องแบบบ้าง ไม่นานหลังจากนั้นสัมพันธภาพอันดีงามระหว่างเขากับดารินก็งอกเงยขึ้น และเขาก็ได้รู้ว่าดารินไม่เหมือนผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยผ่านมา เธอ ‘บริสุทธิ์’ ทั้งกายและใจ
จากเดิมที่เขาคิดจะแค่เล่นสนุก ‘น้ำแตกแล้วแยกทาง’ กลับกลายเป็น ‘อดเปรี้ยวไว้กินหวาน’ แม้ว่าเพื่อนๆ จะสบประมาทว่าเขาไม่มีน้ำยา เขาก็ไม่แคร์ เพราะความน่ารักความอ่อนหวานของเธอทำให้เขามองเห็นแม่ของลูกอยู่ตรงหน้า
ดารินเป็นแรงบันดาลใจให้เขาเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพราะเมื่อเขาอยากสร้างครอบครัวกับเธอ เขาก็ต้องทำตัวให้สมกับลูกสาวคนเดียวของเศรษฐีนีประจำอำเภอแห่งนี้
เขาตั้งใจทำงานจนได้เลื่อนตำแหน่ง ได้รับความไว้วางใจจากแม่ของเธอให้เขาคบหากับลูกสาว และไปมาหาสู่กันเป็นประจำ แต่นั่นก็ยังไม่มากพอที่แม่จะยกเธอให้กับเขา เพราะที่ท่านต้องการมากกว่านั้นก็คือ ให้เธอกลับมาอยู่ที่บ้านเพื่อสานธุรกิจของครอบครัว
ในเมื่อเขาต้องการใช้ชีวิตเป็นครอบครัวกับเธอ หลังจากปรึกษาทางบ้านแล้ว พ่อแม่ก็เห็นด้วยที่เขาจะย้ายมาประจำที่อำเภอแห่งนี้ เพราะหน้าที่การงานที่ก้าวหน้าของเขาจะช่วยการันตีฐานะของแม่ยายได้อีกทาง
และก็เป็นไปตามคาดหมาย หลังจากฝ่าฟันสร้างฝันด้วยความรักมาด้วยกัน สุดท้ายเขาก็มาถึงวันนี้จนได้ และในค่ำคืนนี้เจ้าสาวของเขาก็งดงามหมดจด สมเป็นดอกไม้ที่เต็มใจให้เขาเด็ดดมเพื่อเป็นรางวัลแห่งความพยายาม และเป็นรางวัลแห่งการให้เกียรติและรอคอยจนผลไม้สุกพร้อมกิน
โดยเฉพาะทรวงอกอวบอิ่มที่ผลักดันเกาะอกผ้าลูกไม้ออกมานั้น มันส่งผลให้ไอ้ลูกชายตัวดีของเขามันผงกหัวหงึกๆ เตรียมพร้อมอยู่เสมอ แต่ช้าไว้ก่อนเถอะไอ้ลูกชาย ยังไม่ได้เวลา
“พี่จักรคะ เลิกมองน้องดาได้แล้ว น้องดาอายเขาจะแย่”
“หึหึหึ... อายใครล่ะครับ ทุกคนในวันนี้เขาก็มาร่วมเป็นสักขีพยานในงานแต่งงานของเราทุกคนแหละ”
“ก็นั่นแหละค่ะ พี่จักรก็เลิกมองน้องดาเสียทีสิคะ มองแขกคนอื่นบ้าง มองแต่เจ้าสาวอ่ะ”
“ก็น้องดาจะให้พี่ทำยังไงล่ะครับ วันนี้น้องดาสวยมาก มากเสียจนพี่... อยากจะเข้าหอเสียเดี๋ยวนี้”
“พี่จักรอ่ะบ้า! พูดอะไรก็ไม่รู้”
“โอ้ย!”
ดารินแก้เขินด้วยการหยิกหมับลงบนต้นแขนของเขา และเสียงร้องดังของเขาก็ทำให้แขกเหรื่อที่จับจ้องมองเขาและเจ้าสาวอยู่ก่อนแล้ว ถึงกับหัวเราะขำขันที่บ่าวสาวหยอกกันให้เห็น
“เอ้าๆ บ่าวสาว ยังไม่ได้เวลาเข้าหอนะ หยอกเย้ากันแบบนี้ น้ำตาลตกเรี่ยราด มดมันจะมาตอมซะก่อนนะ”
แขกคนหนึ่งเอ่ยแซวเรียกเสียงหัวเราะเฮฮาจากบรรดาแขกเหรื่อและญาติๆ ได้อีกครา และนั่นก็ทำให้เขาต้องร้องโอ้ยออกมาอีกครั้ง เมื่อเจ้าสาวแก้เขินด้วยการหยิบหมับลงที่ต้นแขนของเขาอีกแล้ว
‘ฝากไว้ก่อนเถอะ พี่จะเอาคืนตอนเข้าหอ’
นั่นคือความหมายจากสายตาที่เขาฝากถึงเจ้าสาวที่ก้มหน้ายิ้มเอียงอาย ส่วนเขาน่ะเรอะ นับเวลารอคอยที่จะเข้าหอน่ะสิ แต่ก็นับได้ไม่นานหรอกเพราะบรรดาเพื่อนๆ ก๊วนหนุ่มโสดก็มาลากเขาไปก๊งสละโสดซะก่อน
ส่วนเจ้าสาวของเขาก็ถูกบรรดาเพื่อนสาวของเธอลากไปเหมือนกัน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มียัยจี๊ดตัวแสบของเขาอยู่ด้วย
“ว้าว... สวยที่สุดเลยอ่ะแก เมื่อไหร่นะฉันจะได้เข้าหอกับเขาแบบนี้บ้าง”
เสียงยัยจี๊ดวี้ดว้ายทันทีที่เปิดประตูเข้ามาในห้องหอซึ่งทางโรงแรมจัดเตรียมเอาไว้ให้ จนดารินและเพื่อนๆ คนอื่นอดไม่ได้ที่จะหัวเราะขำกับท่าทางเป็นเอามากของว่าที่น้องสามีของดาริน
“เธอก็รีบให้พี่วินเขามาขอเร็วๆ สิ”
ดารินเอ่ยสัพยอก แต่ดวงตาสวยหวานมองสำรวจห้องหอของตัวเองอย่างชื่นชม รอยยิ้มผุดขึ้นที่ใบหน้าอย่างหุบไม่ลง พร้อมความร้อนที่วูบๆ วาบๆ ไปทั้งร่าง เพราะรู้ดีว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ ห้องหอแห่งนี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำแสนประทับใจของค่ำคืนนี้
ห้องหอรอรักที่ตกแต่งด้วยธีมสีชมพูหวานเข้ากับพิธีแต่งงาน ไม่ว่าจะเป็นผ้าม่านลูกไม้ที่ประดับอยู่ทุกมุมห้อง โต๊ะ เก้าอี้ ตู้ เตียง ที่เป็นสีขาวสะอาดตาแต่มีภาพวาดลวดลายกุหลาบสีชมพูเป็นเถาเลื้อย
ก้านและใบของกุหลาบเป็นสีเขียวสด ทำให้เฟอร์นิเจอร์ยิ่งดูโดดเด่น โดยเฉพาะเตียงนอนขนาดคิงไซส์ ปูผ้าสีขาวสะอาดตาและขึงจนเรียบตึงนั้นยิ่งทำให้ดารินใจเต้นรัวเร็ว
เพราะกึ่งกลางเตียงนอนนั้นทางเจ้าหน้าที่ของโรงแรมนำกลีบกุหลาบสีชมพูมาจัดเรียงไว้เป็นรูปหัวใจ และใช้ผ้าเช็ดตัวสีขาวพับเป็นหงส์ 2 ตัวกำลังหันจงอยปากเข้าหากัน เหมือนดั่งจะบอกเป็นนัยว่าหงส์ทั้งคู่นี้ทำอะไรกัน คู่บ่าวสาวที่จะเข้ามาเยือนห้องนี้ก็คงจะไม่ต่างกัน
“แหม... มองไม่วางตาเลยนะ เดี๋ยวคืนนี้ก็ได้นอนมองทั้งคืนแล้วจ้า... เอ... หรือว่าไม่มีเวลามอง แต่มีเวลาอย่างอื่น อิอิ...”
“ยัยบ้าจี๊ด! ใครเขาคิดแบบนั้นกัน”
“ใครไม่คิดสิแปลก จริงมั้ยพวกเธอ”
“ใช่จ้า...”
เพื่อนสาวทั้งหลายต่างสนับสนุนความคิดของยัยจี๊ด ยิ่งทำให้ดารินอายม้วนต้วนจนต้องวิ่งไล่ตีเพื่อนสาวแก้อาย ก่อนจะต้องรีบปรับกิริยาเป็นเรียบร้อยเพราะญาติผู้ใหญ่ต่างทยอยกันเดินเข้ามา เพื่อนๆ ของเธอจึงพากันออกไป แต่ก่อนจะไปยัยจี๊ดยังอุตส่าห์หยอดคำพูดไว้ให้เธอได้อาย
“พรุ่งนี้เป็นไงมาเล่าด้วยนะ”
“ยัยจี๊ดบ้า!”
จักรก้มหน้าพนมมือรับพรที่พ่อแม่ของเขาและแม่ของเธอกำลังอวยพรให้ แต่ไม่วายจะชำเลืองมองเจ้าสาวของเขาอยู่ทุกครั้ง จนแม่เจ้าสาวอดรนทนไม่ไหวต้องพูดออกมาว่า
“พ่อจักร ทะนุถนอมน้องหน่อยนะ แม่เลี้ยงลูกมาไม่เคยต้องให้ระหกระเหินหรือกระทบกระเทือนอะไร พ่อจักรก็เพลาๆ หน่อยก็แล้วกัน เอ่อ... แม่หมายถึงหนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กันน่ะ”
“ครับคุณแม่ ผมจะทะนุถนอมน้องดาเป็นอย่างดี”
เขารับคำแม่ยายที่ส่งแววตาปรามๆ มาให้ คนแก่อ่ะนะ อาบน้ำร้อนมาก่อนคงรู้ดีว่าค่ำคืนนี้ลูกสาวคนสวยจะเจอกับอะไรที่มันยิ่งใหญ่ สิ่งที่จะเปิดประสบการณ์ครั้งสำคัญให้กับดาริน และถึงแม่ยายไม่บอก เขาก็คิดจะทำอย่างนั้นอยู่แล้ว เขาต้องถนอมดารินให้มากที่สุด เพื่อไม่ให้เธอ ‘ช้ำ’
ทั้งพ่อแม่ของเขาและแม่ยายต่างพากันเดินออกไปจากห้องหอ แต่เขาก็ยังเห็นว่าแม่ยายกับดารินนั้นกอดกันก่อนที่แม่ยายจะกระซิบบางคำที่ทำให้เจ้าสาวของเขาอมยิ้มพร้อมพยักหน้าอย่างอายๆ อะไรกันที่แม่ยายสอนลูกสาว ‘หลักการครองเรือน’ หรือไร
คลิ้ก...
เสียงกดปุ่มล็อกห้องดังขึ้น ทำให้ดารินสะดุ้งวาบ เสียวสันหลังจนกระจายไปถึงหนังศีรษะ เมื่อเจ้าบ่าวของเธอหันกลับมา ดวงตาคมเข้มที่สะกดหัวใจของเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นมองตรงมาทางนี้ ไม่มีทางใดที่เธอจะหลบเลี่ยงได้ เพราะสิ่งที่เลือกแล้วคือต้องก้าวต่อไป มันคือสิ่งที่เธอเต็มใจให้เกิด เมื่อจักรพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาพร้อมที่จะเป็นเจ้าของหัวใจและเจ้าของร่างกายนี้
แต่เธอก็ยังอดหวั่นใจไม่ได้ เพราะจากข้อมูลที่เธอค้นมาจากอินเตอร์เน็ตนั้น ผู้หญิงทุกคนล้วนแต่บอกว่า ‘ครั้งแรก’ นั้นจะเจ็บปวดที่สุด บางคนก็มีเลือดออกมาก บางคนออกน้อย หรือบางคนอาจไม่มีเลือดเลยก็ได้ แต่ทั้งหมดนั้นไม่มีใครไม่เจ็บ แล้วเธอล่ะ จะเป็นอาการไหน แล้วที่ว่าเจ็บล่ะ มันจะขนาดไหนกัน เมื่อเสียงครวญครางจากภาพเคลื่อนไหวที่บังเอิญเปิดไปเจอยังคงแว่วอยู่ในสมอง สาบานได้ว่านั่นไม่ใช่เสียงแห่งความเจ็บ แต่มันเป็นเสียงของ...
จักรทรุดร่างลงนั่งบนเตียงด้านข้างเจ้าสาวของเขา ก่อนจะชำเลืองมองกลีบกุหลาบมากมายที่วางอยู่เบื้องหลัง พานคิดไปว่า หากเรือนร่างนี้เปล่าเปลือยอยู่ท่ามกลางกลีบกุหลาบคงจะงดงามอย่างที่สุด แต่จะทำยังไงล่ะ คนที่นั่งบีบมือตัวเองไปมาอย่างนี้ลดความประหม่าลง
“น้องดาเหนื่อยมั้ยคะ”
ฝ่ามือวางทาบที่มือบางอ่อนนุ่ม กระชับเบาๆ เพราะเจ้าของฝ่ามือนั้นสะดุ้งเล็กๆ อย่างตกใจ แต่ก็พยายามที่จะระงับเอาไว้ เธอรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นและดารินก็กำลังสู้กับความหวาดหวั่น
“มะ... ไม่เหนื่อยค่ะ แล้วพี่จักรล่ะคะ เหนื่อยหรือเปล่า” พูดออกไปแล้วก็อยากจะกัดลิ้นตัวเองนัก เพราะสายตาของจักรที่มองมานั้นมันแปลว่าอะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่... ‘กิจกรรมต่อจากนี้’
ดารินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น ก้มหน้ามองแต่เพียงฝ่ามือของตัวเองเพราะไม่กล้าสบสายตาของเจ้าบ่าว มั่นใจว่าเขาต้องมองเธออยู่ แต่ถ้ามัวก้มหน้าอยู่แบบนี้แล้วจะรู้ได้ยังไงล่ะว่าเขาคิดอะไร คิดได้ดังนั้นดารินจึงค่อยๆ ช้อนสายตาขึ้นมองดูเขา ก่อนจะเอ่ยคำถามเสียงสั่น
“เอ่อ... พี่จักรจะอาบน้ำก่อนมั้ยคะ เดี๋ยวน้องดาจะเตรียมน้ำให้” ไม่รอคำตอบ ดารินลุกพรวดจะก้าวเดินไปที่ห้องน้ำทันที แต่เมื่อนึกขึ้นไว้ว่าจักรยังไม่ได้ตอบอะไรออกมา เธอจึงชะงักเท้าและหันมองเจ้าบ่าวอย่างตื่นๆ ก่อนจะเม้มริมฝีปากอย่างแสนอาย เพราะแววตาและรอยยิ้มของจักรนั้นมัน...
ท่าทางลุกลนอยู่ภายใต้ความงดงามอ่อนหวานนั้นทำให้จักรยิ้มอย่างอ่อนโยนที่สุด ร่างสูงก้าวเข้าหาเจ้าสาวของเขาอย่างมั่นคง แววหวาดหวั่นที่ฉายชัดออกมาจากดวงตาคู่สวยทำให้เขาต้องใจเย็นให้มากที่สุด แม้อยากจะกระโจนฟัดแม่สาวน้อยไร้เดียงสานี้อย่างถึงอกถึงใจ แต่ทั้งหมดนั้นต้องเดินหน้าไปอย่างช้าๆ
ท่าทางอึกอักของดารินทำให้เขาอยากแกล้ง เขาแค่อยากจะให้เธอไปอาบน้ำให้สบายตัวก่อน แต่ดวงตากวางสาวที่มองเขาเป็นนายพรานสุดหื่นมันทำให้เขาอยากแกล้งให้เธออายมากขึ้น
“น้องดาอาบก่อนดีกว่า มา... พี่จะช่วยถอดชุดให้”
เขารั้งร่างเจ้าสาวให้หันหลัง แม้ว่าจะมันเขี้ยวกับใบหน้าเหลอหลานั้นมากแค่ไหน แต่ก็ต้องสะกดใจไว้ให้มาก
“เอ่อ... น้องดาว่าน้องดาถอดเองดีกว่าคะ” ดารินขืนร่างตัวเองไว้ เพราะมันน่าอายนะถ้าจะให้เจ้าบ่าวเป็นคนถอดชุดให้
“พี่ถอดให้น่ะดีแล้ว เพราะขืนให้น้องดาถอดเอง พี่ว่ากว่าจะได้อาบน้ำคงถึงเช้าล่ะ มาเถอะ” จักรขืนร่างดารินให้หันหลัง ไม่สนใจท่าทางอิดออดเอียงอายของเธอ
สายไส้ไก่เล็กๆ ที่ร้อยรัดไขว้กันไปมาอยู่ด้านหลังของชุดเจ้าสาวแสนสวยเริ่มทำให้รอยยิ้มของเขาจางหายลง เพราะมันไม่ง่ายเลยนะที่จะคลายสายเส้นเล็กนี้ให้หลวมมากพอที่จะพาหน้าอกอวบอิ่มนี้ให้หลุดพ้นออกมาได้ และความอึดอัดที่เพิ่มมากขึ้นก็ทำให้เขาอยากจะกระชากไอ้สายเล็กๆ นี้ออกให้รู้แล้วรู้รอด แต่หากขืนเขาทำดังใจคิด เจ้าสาวแสนสวยคงได้ร้องวี้ดว้ายด้วยความตกใจแน่
“เอ่อ... พี่จักรคะน้องดาช่วยนะคะ”
เสียงทอดถอนหายใจแบบแผ่วเบาของเขาแต่ก็ทำให้เธอรับรู้ได้ แม้จะแสนอายแต่ดารินก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา เพราะหากเธอไม่ช่วยก็เห็นทีว่าพ้นคืนนี้ไปก็คงยังถอดออกไม่ได้ หรือเจ้าบ่าวของเธออาจถอดใจหากรรไกรมาตัดชุดนี้ออกเสียก่อนก็เป็นไปได้
“เอ่อ... จ้ะ”
นิ้วมือเรียวยาวของดารินที่อ้อมมาด้านหลังและจับที่สายเส้นเล็ก ก่อนจะค่อยๆ ผ่อนคลายออกทีละน้อยอย่างใจเย็น ทีละเปราะ ทีละเปราะ จนเขารู้สึกได้ว่าช่วงเอวที่กระชับรัดรอบเอวคอดไว้นั้นค่อยๆ คลายออกจนดูหลวม จักรรู้สึกทึ่งกับสิ่งที่ดารินทำ เธอค่อยๆ ทำแต่มันดันหลุดออกง่าย ขณะที่เขาทั้งดึงทั้งรั้งแต่มันมีแต่จะยุ่งเหยิงและดูแน่นมากกว่าเดิมเสียอีก
“หึหึหึ... พี่ทำอยู่ตั้งนานดันแกะไม่ออก”
“ก็พี่จักรทำแรงนี่คะ ค่อยๆ ทำ เบาๆ ก็ออกแล้วค่ะ”
“จ้ะ พี่จะค่อยๆ ทำ แบบเบาๆ”
“เอ่อ...”
เสียงกระซิบอยู่ที่ข้างหูด้านหลังทำให้เอาขนลุกซู่ซ่าจนดารินไม่กล้าที่จะขยับตัว แต่เมื่อฝ่ามือใหญ่กระชับที่ช่วงเอว เธอก็ผวาเสียจนต้องขืนตัวเอาไว้
“มาจ้ะพี่ช่วยถอด”
“น้องดา... น้องดาถอดเองดีกว่าค่ะ”
“ให้พี่ถอดเถอะนะ น้องดาจะได้รีบไปอาบน้ำยังไงล่ะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้วจะได้พักผ่อน”
เสียงทุ้มของเจ้าบ่าวพร้อมเหตุผลทำให้เธอต้องยอมให้เขาปลดชุดเจ้าสาวออกจากตัวแต่โดยดี เพราะถ้าขืนเธอหอบชุดเข้าไปถอดในห้องน้ำ คงได้หกล้มหกลุกกันบ้างแน่ และอีกอย่างก็เพราะเธอรู้ตัวเองดีว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่ประกอบขึ้นเป็นร่างกายของเธอนี้ มีเขาเป็นเจ้าของแล้วทางนิตินัย
เมื่อช่วงเช้าระหว่างพิธีหมั้น เธอและเขาได้จดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยแล้ว และทางพฤตินัยล่ะ ถ้าเขาจะทวงถามสิทธิ์ซะเดี๋ยวนี้ เธอก็ไม่มีเหตุผลใดจะไม่ให้ เพียงแต่ อาย, เขิน, ประหม่า และหวั่นไหวกับสายตาของเขาที่สุด ก็ใครล่ะจะไม่เกิดอาการแบบนี้ ถ้าต้องยืนกึ่งเปลือยอยู่ตรงหน้าผู้ชายที่หล่อลากดิน ผู้ชายที่มีสายตากรุ้มกริ่มมองเธออยู่ตลอดเวลา สายตาที่บ่งบอกว่าเอ็นดูปนขำเล็กๆ นั่น ไม่อายก็คงไม่ไหวแล้ว
“น้องดาเข้าไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวพี่เก็บชุดให้เอง”
ทันทีที่เจ้าบ่าวหันหลัง ดารินก็ไม่รอให้เขาบอกซ้ำเพราะแค่ยืนนิ่งๆ แค่อึดใจให้เขาสำรวจเธอทั้งตัวแบบนี้เธอก็แทบจะสั่นไปทั้งร่าง ยิ่งไปให้พ้นจากสายตากรุ้มกริ่มนั้นได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี แต่ดารินลืมที่จะคิดไปว่า เหตุการณ์ต่อจากนี้ล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น
จักรหันกลับมาทันเห็นเบื้องหลังขาวๆ นั้นผ่านเข้าสู่ประตูห้องน้ำไป ยิ้มพร้อมส่ายหน้าไปมา เพราะสิ่งที่แสดงออกกับสิ่งที่อยู่ในใจเขานี้มันต่างกันสุดขั้ว เมื่อการแสดงออกคือต้องนุ่มนวล อ่อนโยน ไม่ให้ไก่ตื่น แต่สิ่งที่อยู่ในใจนั้นคือเขาอยากจะถอนขนไก่ออกให้เกลี้ยง ก็ใครเล่าจะคาดคิดว่า ภายใต้ชุดเจ้าสาวขาวสะอาดตานี้จะซุกซ่อนชุดชั้นในร้อนแรงนั้นไว้
ชุดชั้นในสีขาวไม่ต่างจากชุดเจ้าสาว แม้จะเป็นรูปแบบเกาะอกและตัดเย็บแนบลำตัวคลุมเลยไปถึงสะโพกไม่ให้ดูโป๊มากจนเกินไป แต่ความบางเบาซีทรูนั้นมันจะปกปิดอะไรได้เล่า