หน้าที่การงานของฉันต้องพังลงเพราะคนรักและเพื่อนสนิทที่ไว้ใจที่สุด เพื่อเปิดเผยความจริงและทวงคืนความบริสุทธิ์ให้กับตัวเองเธอยอมเสี่ยงอันตรายเพื่อเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับองค์กรค้ามนุษย์ พวกเขาทำการทดลองบางอย่างเกี่ยวกับมนุษย์ มนุษย์เพศหญิงหลายคนหายตัวไปและถูกส่งกลับมายังครอบครัว ส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นภรรยาของคนที่มาฐานะร่ำรวย และไม่มีใครรู้ว่าภรรยาของตนไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป
โอ๊ย! เสียงดังจัง คนจะหลับจะนอนมาอาบน้ำอยู่ได้ แต่นั่นเสียงคนอาบน้ำเหรอ? ใครกันที่กล้ามาอาบน้ำในห้องของฉัน ค่าน้ำเดือนนี้ฉันยังค้างเขาอยู่เลยนะ
"เอ๊ะ! แต่เดี๋ยวนะ ฉันอยู่คนเดียวนะ แล้วมันจะมีใครมาอาบน้ำในห้องของฉันได้ไง"
อรอินทร์ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงน้ำไหลที่ดังออกมาจากห้อง เธอขยี้ตาตัวเองแล้วมองไปรอบๆ ก็พบว่ามันไม่ใช่ห้องของเธอ เธอจำได้ว่าเมื่อคืนเธออ่านนิยายที่เพิ่งซื้อมาจนจบแล้วก็หลับไป แต่ทำไม....เธอถึงมาอยู่ในห้องสวีตหรูในโรงแรมได้ล่ะ
"ไม่นะหรือว่าจะมีคนอุ้มฉันมา! มีคนลักพาตัวฉันมาแน่ๆ เลย"
เธอมองไปรอบๆ อีกครั้งผ้าปูนอนขาวสะอาดตาบนเตียงถูกโปรยไปด้วยกลีบของกุหลาบแดง มีอาหารและไวน์วางอยู่บนโต๊ะที่จัดไว้เป็นอย่างดีราวกับว่าจะเลี้ยงฉลองอะไรกันอยู่อย่างนั้นเลย เธอมองไปยังเงาตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจกนั่นอย่างตกใจ
ผู้หญิงตรงหน้านั่นมัน...ใครกัน?
นี่มันไม่ใช่ใบหน้าของเธอนี่ เธอเป็นใครกัน? อรอินทร์เริ่มสับสนในตัวเองหรือว่าในตอนนี้เธอกำลังฝันอยู่ เธอจึงเอามือไปหยิกแขนของตัวเองแรงๆ จนเขียวซ้ำและเจ็บไปหมด
"โอ๊ย! เจ็บๆ "
เธอมองตัวเองในกระจกอีกครั้งรู้สึกได้ว่าร่างกายของเธอก็เปลี่ยนไปไม่ใช่น้อย หน้าอกที่แบนๆ บัดนี้ก็กลับอวบอูมขึ้นมาจนเธอหนักอึ้งไปหมด เอามือไปจับก็เป็นของจริงแท้แน่นอน ไม่ได้เสริมด้วยอะไรทั้งนั้น หน้าอกของเธอมันไม่ได้ใหญ่ขนาดนี้เสียหน่อย นี่มันไซค์หน้าอกในฝันของเธอชัดๆ เลย
"............"
มองต่ำลงมายังเรียวขาคู่งามแม้แต่ขนสักเส้นก็ไม่มี แผลเป็นจุดด่างดำก็ไม่ปรากฏให้เห็น ไม่เหมือนตัวเธอที่มีขนเส้นหนาขึ้นมีรอยด่างดำขึ้นเป็นจุดๆ ไปไหนมาไหนต้องใส่ขายาวตลอด ผู้หญิงคนนี้ดีทุกอย่างแต่แต่งหน้าหนาไปหน่อยนะ จนดูหน้าที่แท้จริงแทบไม่ออกอาจจะเป็นคนผิวหน้าไม่ดีหรือว่าขี้เหร่ก็ได้เลยต้องแต่งหน้าหนาซะขนาดนี้
เสียงน้ำหยุดไหลชายหนุ่มเดินออกมาเจออรอินทร์ที่ท่าทีแปลกประหลาดไปจากเดิมก็หาสนใจอะไรมากนัก เพราะเขาอยากจะรีบทำเรื่องนั้นให้เสร็จไปซะ เขาจะได้รีบกลับไปสักทีเขาต้องการเพียงเงินของเธอเพื่อไปใช้หนี้พนันที่บ่อนก็เท่านั้น
"ผมอาบน้ำเสร็จแล้วเรามาเริ่มกันเลยมั้ย หรือว่าคุณจะอาบน้ำก่อนดี"
มานพเองก็ไม่เคยใบหน้าอันไร้เครื่องสำอางของอรอินทร์สักครั้ง ก็ไม่รู้ว่าหน้าตาหล่อนจะน่าเกลียดปานใด ตอนเธอแต่งหน้าก็น่าเกลียดพอแล้วไม่อยากจะนึกถึงตอนไม่แต่งเลยจริงๆ เพราะเหตุนี้เขาถึงไม่ต้องการที่จะอยู่กับเธอนานไปมากกว่านี้
อรอินทร์ตกใจไปพักหนึ่งก็จะตั้งสติได้แล้วหันไปมองหนุ่มน้อยตรงหน้า ดูท่าแล้วเขาจะอายุน้อยกว่าเธอเสียอีก หน้าตาก็พอหล่อเหลาใช้ได้อยู่ในระดับหนึ่ง
"เริ่มอะไรของนายกัน? แล้วอีกอย่างนายเป็นใครกัน"
มานพเมื่อได้ฟังอย่างนั้นก็ตรงเข้าไปอรอินทร์ทันที เขาไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้จะมาไม้ไหนอีกและต้องการเรียกร้องอะไรจากเขาเพิ่ม หรือกำลังจะเล่นอะไรตุกติกไม่ยอมให้เงินกับเขาตามที่เคยตกลงกันเอาไว้ก่อนหน้านี้
"ทำไม? หรือคุณคิดที่จะไม่หย่ากับสามีของคุณแล้ว ไหนบอกจะหย่ากับเขาแล้วมาอยู่กับผมไง" สิ่งที่เขาต้องการคือเงินที่ได้หลังจากการหย่าเท่านั้นไม่ใช่ตัวเธอ
"หย่า...." หย่าอะไรกัน? ฉันยังไม่แต่งงาน อรอินทร์ยิ่งคิดก็ยิ่งงงเข้าไปอีก
"ใช่ คุณบอกจะหย่ากับเขาแล้วเอาเงินที่ได้หลังจากการหย่ามาแต่งงานกับผมไง"
"หรือว่าคุณรู้สึกผิดขึ้นมาเลยไม่ยอมหย่าแล้ว"
วันนี้ที่เธอมาหาเขาก็เพราะมาเลี้ยงฉลองความสำเร็จด้วยกันไม่ใช่เหรอ แต่นี่เธอทำกับเขาราวกับว่าไม่เคยรู้จักมาก่อน ถ้าเธอเปลี่ยนใจขึ้นมาเขาก็อดได้เงินก้อนโตกันพอดี ที่ผ่านมาเธอหลอกเอาเงินจากสามีของหล่อนมาให้เขาทั้งมากมาย และอยู่มาวันหนึ่งก็บอกว่าจะได้เงินก้อนโตถ้าเธอหย่ากับสามี เพียงแต่พอหย่าแล้วเขาต้องแต่งกับเธอก็เท่านั้น เขาจำเป็นต้องตอบตกลงเธอไป แต่เขาจะไม่แต่งงานกับเธออย่างนอนได้เงินมาเมื่อไหร่เขาจะทิ้งเธอทันที
อรอินทร์จ้องไปที่เขาอย่างคิดไม่ตก
ไม่จริงน่า...มันเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะเข้ามาอยู่ในนิยายที่เธอเพิ่งอ่านจบไปเมื่อคืนที่มีเรื่องว่า 'ถ้าเกิดใหม่อีกครั้งฉันจะเลือกรักนาย'
เป็นเรื่องที่นางเอกเลือกรักชายผิดคน หล่อนทิ้งแฟนที่รักหล่อนด้วยใจจริงไปคบกับผู้ชายที่กำลังจะหย่ากับภรรยา ซึ่งภรรยาที่ว่าก็คือ...เธอในตอนนี้ไงเล่า
โอ้พระเจ้า! ทำไมถึงส่งเธอมาเป็นนางร้ายด้วยล่ะ แถมยังมีชีวิตที่เหลวแหลกอีกต่างหาก เธอจำได้ว่าหล่อนกับสามีแต่งงานกันเพราะเหตุผลบางอย่างที่ไม่ได้เกิดมาจากความรัก เขาเป็นคนที่ค่อนข้างเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องทำงานของเขา เธอก็ไม่รู้ว่าเขาทำอะไรในห้องทำงานนั้น...ก็เพราะไม่ใช่ตัวหลักในนิยายจึงไม่ค่อยมีรายละเอียดเกี่ยวกับตัวละครนี่เยอะเท่าไร
นางเอกยอมทิ้งพระเอกเพื่อมาคบกับสามีของเธอ....หลังหย่าเธอแล้วพวกเขาก็แต่งงานกัน แต่เมื่อแต่งงานกับสามีของเธอไปแล้วนางเอกกลับพบว่ายิ่งอยู่กับเขาก็ยิ่งไม่มีตัวตนเข้าขึ้นทุกวัน เขาเอาแต่อยู่ในห้องนั้นวันหนึ่งก็ไม่ยอมพูดจาอะไรกับหล่อน จนหล่อนคิดถึงพระเอกขึ้นมา ว่าเขานั้นดีกับเธอมากกว่าใครๆ เสียอีก เธอตัดสินใจที่จะหย่ากับสามีคนปัจจุบันของเธอไป แล้วกลับไปหาพระเอก แต่ก็นะเธอก็กลับพบว่าพระเอกนั้นได้แต่งงานไปกับผู้หญิงคนอื่นไปแล้ว แถมเขาก็ดูจะรักผู้หญิงคนนั้นมากเสียด้วยจนไม่มีที่ที่เธอจะสามารถไม่แทรกกลางระหว่างพวกเขาได้
นางเอกรู้สึกสิ้นหวังจนเธอคิดที่จะไปกระโดดน้ำเพื่อฆ่าตัวตาย แต่นางเอกกลับไม่ตายแถมยังได้รับพรกลับมาหนึ่งข้อ และนางเอกก็ได้ขอให้กลับไปแก้ไข้อดีตของตัวเองได้อีกครั้งหนึ่ง และนางเอกก็ได้ย้อนเวลาไปในตอนที่ยังไม่เลิกกับพระเอก และอยู่เคียงข้างเขายามลำบากจนได้แต่งงานกันอย่างมีความสุข
ส่วนตัวร้ายอย่างเธอน่ะเหรอ หลังเลิกกับสามีก็โดนเพื่อนโกงหุ้นที่ร่วมกันลงทุนมานาน อีกทั้งยังโดนผู้ชายคนนี้หลอกจนหมดตัวอีกต่างหาก สรุปแล้วเธอมีชีวิตที่ทุกข์ทรมานมากหลังจากหย่าแล้ว ก่อนที่จะตายอย่างเวทนาที่สุดในอีกสองปีหลังจากนั้น
"ใช่ ฉันจะไม่หย่าแล้ว"
ในเมื่อเธอรู้เรื่องราวที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแล้วจะยอมหย่าให้โง่ทำไม ในเมื่อหลงมาอยู่ในนิยายแล้วไม่รู้จะได้ออกไปหรือเปล่าและต้องอยู่ที่นี่ไปอีกนานเท่าไหร่ เธอขออยู่แบบสบายๆ เกาะสามีของเธอในเรื่องนี้กินไปตลอดชีวิตที่เหลือของเธอไม่ดีกว่าหรอกเหรอ ถ้าโลภมากไปก็อนาถตายอย่างในแบบนิยายต้นฉบับน่ะสิ เธอต้องไม่โลภมากเอาเงินก้อนนั้นหลังจากหย่าไปใช้ชีวิตกับผู้ชายคนนี้หรือคิดที่จะออกไปอยู่คนเดียวเด็ดขาด
"อะไรนะ! คุณจะทำอย่างนี้กับผมไม่ได้นะ"
อรอินทร์หยิบกระเป๋าของเธอแล้วเตรียมตัวจะออกจากห้องไป มานพรีบวิ่งเข้าไปตัดหน้าเพื่อขวางอรอินทร์ไว้ ยังเขาก็จะไม่ยอมให้เธอมาทิ้งเขาไว้กลางทางเช่นนี้เด็ดขาด
"กรุณาหลีกทางให้ฉันด้วยค่ะ"
"ผมไม่หลีก จนกว่าเราจะคุยกันให้รู้เรื่อง"
"ฉันบอกนายแล้วไงว่าจะไม่หย่าแล้ว พวกสองคนควรจะจบกันแค่นี้เถอะนะ ต่อไปก็อย่ามาเจอกันอีก เพราะฉันจะไม่หย่ากับสามีและจะไม่นอกใจเขาอีกเพื่อมาอยู่กับนายหรอกนะ"
เมื่อตอนนี้เธอคือเจ้าของร่างนี้แล้วก็ต้องขอจบความสัมพันธ์กับเขา เธอไม่ได้รู้สึกผิดหรือว่าเสียใจแม้แต่น้อย เพียงแต่ฝ่ายชายเหมือนยังจะไม่อยากจะจบกันกับเธอแต่โดยดี เขายังคงรั้งตัวเธอไว้ไม่ยอมปล่อย อรอินทร์จึงเตะเข้าที่กล่องดวงใจของเขา มานพเจ็บปวดทรมานก่อนจะขดตัวงอเอามือกุมเป้าตัวเองไว้แล้วคุกเข่านั่งลงกลางพื้น
อรอินทร์จึงใช้โอกาสนี้รีบหนีออกไปจากห้องทันทีก่อนที่เขาจะตามเธอมาอีก ค่ำคืนอันมืดมนในโลกอีกใบที่เธอไม่คุ้นเคยมันช่างหนาวเหน็บเหลือเกิน เธอยืนอยู่หน้าโรงแรมเพราะไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนต่อ เธอไม่คุ้นชินกับที่นี่และไม่รู้ว่าบ้านของเธออยู่ที่ไหน คนที่ผ่านไปผ่านมาก็เริ่มมองเธอด้วยสายตาแปลกๆ พอก้มมองดูตัวเองที่แต่งตัวอย่างนี้ไม่แปลกที่พวกเขาจะมอง
เธอเริ่มขอบตาแดงขึ้นมาเพราะรู้สึกกลัว ฝนก็เริ่มตกเธอเดินไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมายและหยุดนั่งหลบฝนตรงศาลา ฝนตกลงมาไม่หยุดเสื้อผ้าที่ใส่น้อยชิ้นของเธอก็เปียกปอนจนเริ่มหนาวสั่น
"ทำไงดีที่นี่ฉันไม่รู้จักเส้นทางหรือว่ารู้จักใครเลย แล้วฉันควรเริ่มจากไหนก่อนดี"
ติ๊ด...ติ๊ด...
ในตอนที่เธอกำลังจะสิ้นหวังเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น อรอินทร์มองดูชื่อที่ปรากฏ "เตชิต" หรือว่าจะเป็นสามีของเธอกัน เธอเริ่มมีหวังขึ้นมาอย่างน้อยคืนนี้เธอไม่ต้องนอนหนาวตายข้างทางแล้ว
"คุณอยู่ไหน? ผมเตรียมเอกสารหย่าไว้เรียบร้อยแล้ว เมื่อไหร่จะกลับมา"
"ฉันหลงทาง....ตอนนี้ฝนก็ตกมากด้วย คุณช่วยออกมารับฉันหน่อยได้มั้ย"
คนปลายสายเงียบไปจนทำให้อรอินทร์ร้องไห้ผ่านเข้าไปให้สาย เธอรู้ดีว่าความสัมพันธ์เธอกับสามีในเรื่องค่อนข้างเหินห่างและเย็นชาต่อกัน แต่ก็หวังว่าเขาจะมารับเธอในตอนนี้ เพราะนอกจากเขาเธอก็ไม่รู้ว่าจะมีใครที่ไหนอีกแล้ว
"ผมจะไปรับคุณเดี๋ยวนี้...."
เขาพูดเสร็จก็วางสายไป เธอยังไม่บอกเขาเลยว่าเธออยู่ที่ไหนแล้วเขาจะหาเธอเจอเหรอ ฝนก็เทตกลงมาไม่หยุดหลังจากวางสายไปก็ผ่านไปแล้วราวยี่สิบนาทีเธอก็เริ่มหนาวสั่นกอดตัวเองเพื่อให้อุ่นขึ้น อยู่ๆ ก็มีเสื้อตัวหนึ่งมาคลุมร่างของเธอเอาไว้ เธอมองไปยังพื้นด้านล่างเจอรองเท้าคู่หนึ่งก็รู้ว่าเป็นชายหนุ่มจึงเงยหน้าขึ้นดู
"กลับกันเถอะ"
เขาพูดกับเธอ หรือว่าเขาคือเตชิตสามีของเธอ เมื่อคิดได้อย่างนั้นหน้าของเธอก็แดงขึ้นมาทันที...ไม่น่าล่ะนางเอกของเรื่องถึงได้ทิ้งพระเอกมาแต่งงานกับสามีของเธอ ก็เพราะเขาหล่ออย่างนี้นี่เอง แต่...ทำไมเจ้าของร่างเดิมที่เธออยู่ในตอนนี้ถึงอยากจะหย่ากับเขานักล่ะ
"อืม..."
เตชิตสังเกตถึงได้ถึงหลายอย่างที่เปลี่ยนไปของอรอินทร์แต่เขาก็ไม่ได้พูดออกมา เขากางร่มให้เธอแล้วพาเธอไปส่งถึงรถแล้วเปิดประตูรถให้เธอเข้าไปนั่ง ก่อนจะกลับมายังตำแหน่งของคนขับแล้วขับรถพาเธอกลับบ้าน
"นายรู้ได้ไงว่าฉันอยู่ที่นี่"
ในเนื้อเรื่องบอกไว้ว่าเขาอายุยี่สิบสี่ปี และเธออายุยี่สิบแปดปี แต่งงานกันมาแล้วสี่ปี ใช่ตอนที่เตชิตแต่งงานกับเธอเขาอายุเพียงยี่สิบปีส่วนนั่นอายุยี่สิบสี่ปีพวกเราอายุห่างกันสี่ปี สรุปง่ายๆ ก็คือนางร้ายในเรื่องกินเด็กนั่นเอง แต่จะว่าไปแล้วอรอินทร์เป็นนางร้ายก็ไม่ถูกนะ เพราะเธอไม่ได้มาก่อกวนอะไรนางเอกเลยหลังจากหย่ากับสามีไป เธอก็ไม่มายุ่งวุ่นวายอะไรกับสามีเก่าที่แต่งงานใหม่ไปแล้วเลย
"เช็กสัญญาณจากโทรศัพท์น่ะ"
"นายเก่งจัง!"
อรอินทร์ชมเตชิตด้วยใจจริง ตอนที่เธออ่านจากนิยายไม่ค่อยกล่าวอะไรมากนักถึงกับเขา พอมาอยู่ด้วยกันก็ไม่เห็นว่าจะเป็นผู้ชายที่เย็นชาซะเท่าไหร่เลย อย่างน้อยเขาก็อุตส่าห์ขับรถออกมาตามหาเธอก็แล้วกัน ออกจะดูแลเอาใจใส่และเป็นผู้ชายที่อบอุ่น
"อยู่ๆ ทำไมถึงหลงทางได้ล่ะ ถ้าหลงจริงๆ ก็น่าจะนั่งแท็กซี่กลับได้นี่น่า"
"อ๋อ ฉันลืมคิดไปน่ะ...ขอโทษที่รบกวนนายละกัน" ถึงเรียกแท็กซี่เธอก็ไม่รู้จะบอกให้ไปส่งที่ไหนไง
หลังจากนั้นพวกเราก็ไม่คุยกันจนถึงบ้าน เธอจะบอกเขาอย่างไรดีนะว่าเธอไม่หย่ากับเขาแล้ว อีกอย่างเธอเป็นคนขอหย่าเขาเองแท้ๆ แล้วอยู่ๆ จะมาบอกว่าไม่หย่าแล้วเขาจะคิดว่าเธอเป็นคนยังไงกันนะ จะไม่โกรธแย่เหรอ
แล้วอีกอย่างตอนนี้เธอเองก็ไม่รู้ว่านี้เป็นเรื่องราวก่อนหรือหลังที่นางเอกย้อนเวลามา ถ้าก่อนละก็แสดงว่าตอนนี้นางเอกกับสามีของเธอก็มีใจให้กันแล้วน่ะสิ
แต่ถ้าเป็นหลังจากนั้นตอนนี้นางเอกก็คงจะช่วยเป็นกำลังใจให้พระเอกอยู่ข้างๆ ในอาชีพหมอของเขาอยู่ และช่วยกันสร้างบริษัทด้วยกันอยู่แน่เลย ถ้าตอนนี้เธอไม่หย่ากับสามีของตัวเองก็ไม่ได้ส่งผลต่อนางเอกกับพระเอกแต่อย่างไร
ณ บ้านของอรอินทร์
เตชิตขับรถมาถึงบ้านหลังหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นบ้านของเธอในนิยายเรื่องนี้นั้นเอง เดิมทีแล้วบ้านหลังนี้เป็นบ้านของอรอินทร์แต่ป้าของเธอแอบเอาไปขายเพื่อเอาเงินไปใช้หนี้พนัน ซึ่งคนที่ซื้อบ้านหลังนี้ไปก็คือเตชิตนั่นเอง
เตชิตได้ยื่นข้อเสนอให้กับอรอินทร์เพื่อให้เธอสามารถอยู่ในบ้านหลังนี้ได้ แต่มีข้อแม้ว่าต้องแต่งงานกับเขา ซึ่งตอนแรกอรอินทร์ก็ไม่ตอบตกลง แต่พอเตชิตบอกว่าจะให้เงินเธอใช้ทุกเดือนโดยที่เธอไม่ต้องออกไปทำงานข้างนอก ด้วยความหน้าเงินและโลภของอรอินทร์เธอจึงตอบตกลงทันทีอย่าไม่สงสัยอะไรแม้แต่น้อย
โลกนิยายก็คือโลกนิยายถ้าโลกแห่งความจริงคงไม่มีใครใจดีแบบเตชิตหรอก เมื่ออรอินทร์เข้ามาในบ้านเธอก็เริ่มสำรวจทุกซอกทุกมุมของบ้านเพื่อทำความคุ้นชิน
"นี่คือเอกสารการหย่าที่คุณต้องการ ในนั้นระบุไว้ว่าคุณจะได้เงินสดจำนวนสิบล้านบาท บ้านอีกหนึ่งหลังรวมทั้งรถอีกหนึ่งคันและก็ยังมีหุ้นบริษัทของพ่อผมจากผมอีกสิบเปอร์เซ็นต์ตามที่คุณขอผมมาหลังจากการหย่า"
เตชิตว่างเอกสารการหย่าลงบนโต๊ะ และชี้แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินที่อรอินทร์เรียกร้องหลังจากการหย่าไว้ก่อนหน้านี้ทั้งหมด และเขาก็ให้มันตามที่เธอต้องการจากเขาทุกอย่างโดยไม่มีข้อคัดค้านหรือว่าปฏิเสธแต่อย่างไร แต่เธอไม่สนใจมันหรอกนะ
"เอ่อคือว่า....ฉันจะไม่หย่าแล้ว"
อรอินทร์ตอบไปอย่างกล้าๆ กลัว เธอไม่รู้ว่าตอนนี้นิยายอยู่ในช่วงแรกหรือว่าช่วงหลัง เลยไม่รู้ว่าตอนนี้เตชิตนั้นรู้จักกับนางเอกแล้วหรือยัง ถ้ารู้จักแล้วพวกเขาก็กำลังวางแผนที่จะแต่งงานกันหลังจากหย่ากับเธอน่ะสิ แล้วถ้าเธอบอกว่าไม่ต้องการที่จะหย่ากับเขาแล้วกลัวว่าเขาจะโกรธเธอเอา
"อืม"
เตชิตตอบสั้นๆ ก่อนจะรีบเก็บเอกสารทุกอย่างแล้วเดินกลับเข้าไปยังห้องทำงานของเขา จนอรอินทร์งงกับการกระทำของเขาเป็นอย่างมาก เขาจะพูดง่ายเกินไปไหม บอกว่าจะหย่าก็จะหย่าให้ พอบอกว่าไม่หย่าก็ไม่หย่าให้
สรุปแล้วเขาจะไม่หย่ากับเธอแล้วใช่มั้ย?
"แต่ก็ดี...ไปอาบน้ำแล้วมาหาอะไรกินดีกว่า"
อรอินทร์ดีใจเป็นอย่างมาก ถึงทรัพย์สินที่ได้จากการหย่ามันเยอะพอสมควรที่เธอจะตั้งตัวอยู่ในโลกนี้ได้อย่างสบาย แต่เธอก็ไม่คุ้นชินกับโลกใบนี้อยู่แล้ว การที่เธอมีเขาอยู่ด้วยคงช่วยได้เยอะเลย อย่างน้อยตอนเธอหลงทางเขาก็ไปรับเธอกลับบ้านได้
อรอินทร์ใช้เวลาในการอาบน้ำอยู่นาน เพราะเธอสระผมเลยต้องเป่าผมให้แห้ง เมื่อจัดการตัวเองเสร็จแล้วเธอก็รีบเข้าครัวไปหาของกินทันที ตอนนี้เธอหิวมาก
"ดูสิว่ามีอะไรกินบ้าง มาม่ารสต้มยำสองซอง ปลากระป๋องสองกระป๋อง ไข่ไก่สี่ฟอง เครื่องปรุงรสก็มีอยู่แต่ไม่เคยปิดใช้ หมดอายุยังเนี่ย"
อรอินทร์หยิบขึ้นมาดูก็พบว่ามีทั้งที่หมดอายุแล้วและก็ยังมีที่พอใช้ได้อยู่ ก็พอถูไถไปได้สักมื้อหนึ่งพอให้หายหิวในคืนนี้
"พรุ่งนี้คงต้องออกไปซื้อของมาตุนไว้สักหน่อยแล้วล่ะ วันนี้ก็กินอะไรง่ายๆ ไปก่อนละกัน"
"อืม...ทำมาม่าปลากระป๋องห่อไข่ละกันสักสองจาน"
เธอไม่ลืมที่ทำเผื่อเขาด้วยหนึ่งจาน เพื่อเป็นการขอบคุณเขาที่อุตส่าห์ออกไปรับเธอ อีกอย่างก็เป็นหน้าที่ของภรรยาที่ดีที่จะทำอาหารให้สามีทาน
"อันดับแรกเลยต้องเอาเส้นมาม่ามาลวกก่อน"
อรอินทร์เริ่มลงมือทำโดยการนำเส้นมาม่ามาลวกก่อนเป็นอันดับแรก แล้วค่อยๆ เริ่มทำขั้นตอนต่อไป จนกลิ่นอาหารที่อาหารที่เธอทำนั่นมันลอยส่งกลิ่นไปยังห้องทำงานของเตชิตกลิ่นอาหารที่ไม่เคยมีมาก่อน เพราะต่างคนต่างไม่เคยทำอาหารกัน มีแต่ซื้อของที่ทานได้เลยหรือไปทานนอกบ้านเท่านั้น
ณ ห้องทำงาน
เตชิตละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ และมองเอกสารการหย่าที่ตั้งอยู่ก่อนจะนำมันมาฉีกทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ยินดียินร้ายอะไรเลย เมื่อเธอไม่ยินดีที่จะหย่าก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องเก็บมันไว้อีก
"กลิ่นอาหารเหรอ ใครทำอาหาร?"
เตชิตได้กลิ่นหอมของอาหารบางอย่างลอยเข้ามาถึงในห้องทำงานของเขา ห้องทำงานของเขาอยู่ติดๆ กันกับห้องครัวจึงได้กลิ่น ด้วยความสงสัยเตชิตจึงเดินออกไปตามกลิ่นที่ลอยมาจนไปถึงห้องครัว
"เย้ๆ เสร็จแล้ว"
เตชิตยืนมองอรอินทร์อยู่ที่ประตูห้องครัวอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเอง นี่เธอกำลังทำอาหารอยู่เหรอ เขาไม่เคยเห็นเธอทำมันเลยในตลอดเวลาสี่ปีที่แต่งงานด้วยกัน
"อ้าว นายมาก็ดีแล้วฉันกำลังจะไปตามนายอยู่พอดีเลย มากินด้วยกันสิกำลังร้อนๆ เลย"
"อืม" เตชิตเดินเข้าไปหยิบจานของตัวเองอย่างว่าง่าย ก้มมองดูมาม่ากับปลากระป๋องที่ห่อไว้ด้วยไข่อีกทีอย่างน่ากิน ทำเอาเรียกน้ำย่อยจากกระเพาะของเขาออกมากัดกระเพาะจนแสบท้องไปหมด
"ลองกินดูนะว่าอร่อยไหม ฉันอุตส่าห์ทำให้สุดฝีมือเลยนะเนี่ย"
เตชิตไม่ตอบ แต่เขาลองกินมันอย่างที่บอก กินไปคำแรกทำให้เขาหยุดชะงักไปพักหนึ่ง แล้วก็รีบกินมันต่อจนหมดเพราะว่ามันอร่อยมากจริงๆ กินไปจนเพลินและหมดจานไปตอนไหนก็ไม่รู้
"ขอโทษนะที่ทำให้น้อยไปหน่อย แต่ของมันมีแค่นี้เลยทำได้เท่าที่เห็น"
อรอินทร์เห็นเขากินหมดแค่ไม่ถึงสองนาทีก็ตกใจ แต่มันคงน้อยไปสำหรับเขาจริงๆ นั่นแหละ คงเป็นเพราะส่วนใหญ่ผู้ชายน่าจะกินเยอะ ยิ่งช่วงวัยทำงานยิ่งกินเยอะกว่าปกติ
"เอาเป็นว่าพรุ่งนี้เช้านายช่วยพาฉันไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตหน่อยสิ เอ่อ...พอดีว่ามีของที่ต้องซื้อเยอะมากเลยนะ ถ้านายว่างไปช่วยฉันถือของพวกนั้นหน่อยสิ"
เพราะเธอไม่รู้ว่าซูเปอร์มาร์เก็ตมันอยู่ที่ไหนต่างหากล่ะเลยต้องชวนเขาไป อรอินทร์พูดต่อในใจ ถ้าเธอไปเองก็หลงน่ะสิแล้วเธอก็ไม่เงินติดตัวสักบาทแล้วด้วย ไม่รู้ว่าเงินของเจ้าของร่างนี้เอาไปเปย์ผู้ชายจนหมดแล้วตั้งแต่เมื่อไหร่กัน จะขอเขาเพิ่มก็ยังไงอยู่ เธอคงต้องรอให้สิ้นเดือนก่อนเขาคงโอนให้เธอเองแหละ
"อืม" เตชิตตอบสั้น ก่อนจะหยิบจานของเขาและเธอไปล้างเอง เพราะเธอเป็นคนทำแล้ว เขาก็ควรเป็นคนล้างมันจึงจะดูไม่น่าเกลียดจนเกินไปและไม่กินแรงของเธอ
"ขอบคุณนะ" อรอินทร์เมื่อทานเสร็จแล้วเธอก็รีบเข้าไปนอนในห้องของตัวเองทันที
จากที่ดูแล้วบ้านหลังนี้ก็แค่บ้านหลังเล็กๆ หลังหนึ่งเท่านั้น มีสองชั้น ชั้นแรกมีห้องนั่งเล่น ห้องครัวมีโต๊ะอาหารอยู่ข้างๆ มีห้องทำงานของเตชิต และห้องน้ำอีกหนึ่งห้อง ส่วนชั้นบนก็จะเป็นห้องของเธอซึ่งมีห้องน้ำในตัวห้องเลยค่อนข้างใหญ่หน่อย