...บทนำ...
“พวกแกเป็นใครน่ะ ถอยออกไปเดี๋ยวนี้นะ”
ชัชญา รุ่งรัศมี บุตรสาวคนเดียวของเสี่ยชาญ ผู้มีอิทธิพลในแถบนี้ ทั้งร่ำรวยและมีธุรกิจหลายอย่างกำลังมองผู้ชายหลายคนที่เดินมาดักหน้าดักหลังเธอด้วยสายตาเอาเรื่อง เธอรู้ดีว่าพวกเขากำลังจะทำร้ายเธอ แต่คนไม่เคยกลัวอะไร ไม่มีสีหน้าสะพรึงกลัวเลยสักนิด เตรียมพร้อมรับมือเท่านั้น
พวกมันไม่พูดพร่ำทำเพลงแต่ตรงเข้าจัดการล็อกตัวเธอเอาไว้ แต่เพราะวิชาป้องกันตัวที่ร่ำเรียนมาด้วยความชอบส่วนตัวทำให้เธอหลบหลีกต่อสู้ใช้หมัดศอกเข่ากับชายฉกรรจ์เหล่านั้นได้อย่างยอดเยี่ยม
แต่เช่นไรก็ยังเป็นผู้หญิงที่ไม่ว่าอย่างไรก็สู้ผู้ชายอกสามศอกที่กรูกันเข้ามาเล่นงานไม่ได้ ทำให้ชัชญาพลาดพลั้งในที่สุด
“ปล่อยนะ” เธอดิ้นรนขัดขืนแต่สู้แรงพวกมันไม่ไหว แถมยังโดนล็อกเอาไว้จากทางด้านหลัง
“เฮ้ย! พวกแกทำอะไรน่ะ ปล่อยผู้หญิงเดี๋ยวนี้” เสียงกร้าวของอธิป อธิราชดังราวฟ้าผ่า พร้อมกับหมัดเข่าศอกที่เขาแลกไม่ยั้ง ก่อนที่นพฤทธิ์จะมาช่วยอีกคน ทำให้พวกมันได้รับบาดเจ็บไปตามๆ กัน
“อ๊าก!!!” อธิปร้องเสียงหลงเมื่อโดนมีดปลายแหลมคมปาดเข้าที่แขน เขาหันไปเตะมันจนเกลือกลิ้งบนพื้นหน้าห้างสรรพสินค้า ก่อนที่พวกมันจะถอยหนีไปด้วยความหวาดกลัว
“เป็นยังไงบ้าง” ชัชญารีบรุดเข้ามาดูบาดแผลชายหนุ่มที่มีน้ำใจช่วยเธอเอาไว้
“ผมไม่เป็นไรครับ คุณเป็นยังไงบ้าง”
อธิปเอ่ยถาม เขากวาดสายตามองสำรวจร่างของคนตรงหน้า สายตาอันเฉียบแหลมของเขาสามารถเก็บรายละเอียดของเรือนร่างตรงหน้าได้อย่างครบถ้วน เธอเป็นผู้หญิงร่างเล็ก แต่อวบอิ่มในสัดส่วนที่สมควรอวบ ทั้งอรชร เอวคอดเล็กจนเขาคิดว่าคงรวบได้ทั้งสองมือ ไหนจะสะโพกงอนๆ ที่รับกับช่วงขาเพรียว ผิวขาวจัดนั้นอมชมพูระเรื่ออย่างคนสุขภาพดีและไม่ใคร่จะโดนแดด แตกต่างจากหญิงสาวต่างจังหวัดที่อาศัยอยู่ในไร่ในสวน เส้นผมของเธอดัดเป็นลอนสีน้ำตาลเข้มประกายทองทำให้ใบหน้าของเธอดูโดดเด่นและเซ็กซี่ร้ายกาจ จมูกโด่งเล็กรั้นอย่างเห็นได้ชัด บ่งบอกถึงความดื้อรั้นและเอาแต่ใจ ริมฝีปากรูปกระจับสีชมพูระเรื่อ ที่ทำให้เขาต้องกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่เพราะความที่อยากประทับจูบลงไปเชยชิมว่ามันจะหวานหอมและร้อนแรงแค่ไหน เธอเป็นคนตัวสูง แขนขายาว แม้กระทั้งนิ้วก็ยังเรียวยาว ปลายเล็บงอนเด้งเหมือนนางรำ แต่นั่นบ่งบอกถึงความเป็นคุณหนูทุกระเบียบนิ้ว
“ไม่เป็นอะไร แค่ตกใจนิดหน่อย ขอบใจนายสองคนมากนะ”
“ไม่เป็นไรครับ ผมยินดี”
“ฉันว่าควรไปทำแผลก่อนนะ เลือดไหลเยอะเชียว”
“ขอบคุณครับ” อธิปยอมตามหญิงสาวไปที่คลินิกใกล้ๆ ส่วนชัชญานั้นรอจนอีกฝ่ายทำแผลเสร็จเรียบร้อย เพราะเธอมีเวลาว่างทั้งวัน ไม่ค่อยได้มีอะไรให้ทำ นอกจากช็อปปิ้งและทำกิจกรรมอันน่าเบื่อกับบ้าน
จริงๆ เธอมีบอดี้การ์ดของบิดาติดตามมามากมาย แต่เพราะเธอรู้สึกอึดอัดเหมือนติดคุก จึงแอบหนีออกมา ถ้าใช้รถของบิดา ทุกคนก็รู้ว่าเธออยู่ที่ไหน เธอจึงไม่ใช้รถยนต์ของที่บ้าน กว่าจะคิดแผนการหนีออกมาได้ก็ทำให้เธอลุ้นระทึกแทบหัวใจวาย เพราะมีสาวใช้คนสนิทช่วยด้วย ทำให้ชีวิตที่น่าเบื่อของเธอตื่นเต้นกว่าที่เป็นอยู่
แม้ไร่สายธารจะอยู่ในชนบทแต่ภายในนั้นเจริญรุ่งเรืองไปตามบารมีของบิดา เธอตื่นขึ้นมาสูดอากาศบริสุทธิ์เต็มปอด ได้ชื่นชมกับธรรมชาติที่หายากยิ่งในสังคมเมืองหลวง แต่ในบ้านกลับมีสิ่งอำนวยความสะดวกคับคั่ง ทั้งสระว่ายน้ำ สถานที่ออกกำลังกาย ซาวน่า อินเตอร์เน็ต จานดาวเทียมและทุกอย่างไม่แพ้ในเมืองกรุง ที่บิดาสรรหามาบำเรอตัวเองและเผื่อแผ่มายังเธอด้วย
จริงๆ เธอไม่ใช่ลูกที่เกิดจากความรักของพ่อแม่ บิดาของเธอมีเธอเพราะทำให้มารดาของเธอท้อง ด้วยความที่มารดาหน้าตาดีท่านเลยถูกตาต้องใจ อยากได้ร่างกายแต่ไม่อยากได้พันธะ ท่านเลยจำต้องเลี้ยงดูเธอมาจนถึงตอนนี้ ดังนั้นบิดาของเธอจึงไม่เคยให้ความรัก ให้เงินเลี้ยงดูเธอเพียงอย่างเดียว เธอมักจะขาดความอบอุ่น และเรียกหาความรักจากคนรอบข้าง แต่สิ่งที่ได้กลับคืนมาคือความว่างเปล่า หลังสิ้นมารดาผู้ให้กำเนิด
เธอไม่เคยเข้าใจความเป็นพ่อลูก หรือสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับบิดา ท่านไม่เคยถามไถ่ ให้คำปรึกษาหรืออะไรทั้งนั้น เธออยากทำอะไรก็ทำไปเลย ดูเหมือนตามใจ แต่แท้ที่จริงคือความรำคาญที่ไม่อยากยุ่งเกี่ยวหรือคอยคิดแก้ปัญหาอะไรให้ต้องปวดหัว
จริงๆ ชัชญารู้ดีว่าบิดาไม่ได้ตามใจเธอหรอก เขาทำเพราะเธอชอบเรียกร้องความสนใจ ดังนั้นไม่ว่าเธอจะต้องการสิ่งใดเขาก็ไม่อยากขัดใจ ขอแค่เธออย่าไปยุ่งวุ่นวายกับเรื่องส่วนตัวของเขา ซึ่งเธอก็อดไม่ได้เมื่อเห็นผู้หญิงพวกนั้นกับบิดาของเธอ เธอคงจะอยู่ของเธอดีๆ ถ้ายัยพวกนั้นไม่กระตุ้นต่อมอยากตบคนของเธอขึ้นมา
เธอมีเพื่อนน้อย หรือจะพูดว่าไม่มีเพื่อนก็เป็นได้ เธอคบใครไม่ได้นานอาจเพราะความเอาแต่ใจ แต่ลึกๆ ใครจะรู้ว่าเธอโหยหาเพื่อนแท้ขนาดไหน แต่ชีวิตและโลกสอนให้เธอรู้ว่าเพื่อนแท้ไม่มีในโลก ทุกคนคบเธอก็เพราะเงินตัวเดียว ดังนั้นเธอจึงสรรหาทุกสิ่งที่ทำให้ตัวเองมีความสุขมาลบปมด้อยเรื่องบิดามารดาและครอบครัว ทุกอย่างที่ตอบสนองได้เธอใช้เงินซื้อมันอย่างไม่คิดติดใจ ก็เธอไม่ได้เป็นคนหาเงิน มันเป็นเงินของบิดาที่มากมายมหาศาล ซึ่งใช้ไปถึงชาติหน้าก็คงไม่หมด เพราะเธอรู้ว่าท่านรวยมาก สามารถซื้อเกาะใหญ่ๆ ได้โดยไม่ติดขัด หากเขาชอบและอยากให้ที่นั่นเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ สามารถซื้อบ้านหลังใหญ่ๆ ราคาแพงลิ่วได้อย่างหน้าชื่นตาบาน
เธอไม่เคยรู้ว่าบิดาทำงานอะไร และเธอก็ไม่เคยสนใจ เขาให้เงินเธอก็รับมันมาเหมือนเป็นเรื่องเคยชิน อยากได้อะไรก็ต้องได้ บางทีเธอก็คิดว่าตัวเองนิสัยเหมือนบิดาเข้าไปทุกที
แม้จะต้องการความรักขนาดไหน แต่เธอก็ทำใจว่ามันเป็นไปไม่ได้ เธอไม่มีญาติพี่น้อง ปู่ย่าตายาย พี่น้อง ลุงป้าน้าอา มีแค่บิดาคนเดียว เนื่องจากมารดาเป็นเด็กกำพร้าที่บังเอิญหน้าตาดีและบิดาก็เผลอไปถูกใจเข้าเลยเอามาเป็นเมีย ไม่ได้ยกย่องเชิดชูอะไรนักหนา
ชาติกำเนิดของเธอก็ไม่ได้ดีเด่อะไร เพียงแค่บิดาไม่เคยยกย่องมารดา ไม่เคยเอ่ยถึงให้ระคายหัวใจ และไม่มีใครกล้าเอ่ยถึงอีกด้วย ท่านตายไปตอนที่เธอยังจำความได้ ตอนที่เธออายุห้าขวบเศษ
“นายสองคนชื่ออะไร” ชัชญาเอ่ยถามเมื่อทั้งสองมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า
“ผมชื่ออธิปครับ ชื่อเล่นว่าไท ส่วนนี่เพื่อนสนิทของผมชื่อนพฤทธิ์ ชื่อเล่นว่าไข่”
“นี่เอาไปสิ” ชัชญาพยักหน้าเหมือนไม่ใส่ใจ จริงๆ ก่อนจะควักเงินจำนวนหนึ่งขึ้นมายื่นให้คนทั้งสอง ซึ่งถ้าคำนวณจากสายตานั้นมากพอสมควร เธอไม่จำเป็นต้องนั่งรอสองคนนี่เลยด้วยซ้ำ แต่เพราะเธอยังไม่รู้จะไปที่ไหนดี เลยมานั่งพักใจที่นี่สักครู่
“ผมสองคนไม่ได้ต้องการเงินครับ ผมแค่อยากช่วย” อธิปมองเมินเงินจำนวนมากตรงหน้า
“เอาไปเถอะน่า ฉันไม่อยากติดค้างบุญคุณของใคร”
“ผมคงรับไว้ไม่ได้ ถึงพวกผมจะตกงานแต่ก็ไม่เคยคิดว่าการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเป็นหนี้บุญคุณหรือต้องตอบแทนกันด้วยเงินจำนวนมากแบบนี้” อธิปตอบเสียงราบเรียบไม่ปรายตามองเงินปึกใหญ่ในมือเรียวสวยของหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย
“เมื่อกี้พวกนายบอกว่ากำลังตกงานอย่างนั้นเหรอ”
ชัชญาเลิกคิ้วขึ้นถาม เธอเก็บเงินจำนวนนั้นไว้เพราะไม่ชอบเซ้าซี้ใคร ถ้าไม่เต็มใจจะรับ หยิ่งในศักดิ์ศรีมากนักก็ไม่ต้องเอา นอกจากเรื่องบางเรื่องที่เธอต้องการ และไม่อยากให้ใครขัดใจ เธอจะไม่ยอมให้ใครปฏิเสธเด็ดขาด
“ใช่ครับ พวกผมมาจากจังหวัดอื่น ก็ว่าจะมาหางานทำที่นี่”
“ไปทำงานกับฉันไหม”
“งานอะไรครับ”
“เป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวฉันไง หรืออยากจะทำงานกับพ่อฉันก็ได้ พ่อฉันมีธุรกิจเยอะแยะ”
เธอเงยหน้ามองสองหนุ่มอย่างสำรวจตรวจตรา อธิปนั้นเป็นหนุ่มหล่อมาดเข้ม ใบหน้าคมสัน จมูกโด่ง หน้าเหลี่ยม คางเป็นรอยผ่า ริมฝีปากหยักสีแดงจัด คิ้วเข้มพาดเฉียง ดวงตาของเขาดำสนิทเหมือนรัตติกาล ร่างของเขาสูงมาก เขาเป็นคนร่างเพรียวที่ดูสง่างาม แผ่นหลังตรง เรียกว่าอกผายไหล่ผึ่ง บ่งบอกถึงบุคลิกที่ห้าวหาญและแกร่งกล้าไม่ลู่อ้อนแอ้นเหมือนผู้ชายหลายคน และไม่ใช่ผู้ชายสำอางที่เธอชอบเห็นทั่วไปตามนิตยสาร
ส่วนนพฤทธิ์นั้นหน้าตาธรรมดาติดจะหล่อเหลากว่าผู้ชายทั่วไป แต่หล่อน้อยกว่าอธิป เขาออกจะเป็นลูกไล่ของอธิปเสียด้วยซ้ำเมื่อเธอประเมินจากสายตา น่าจะเป็นลูกน้อง และอธิปเป็นลูกพี่มากกว่าเป็นเพื่อนกันอย่างที่เอ่ยอ้าง
“แล้วคุณหนูไม่มีบอดี้การ์ดเหรอครับ” เขาเลิกคิ้วถามเพราะเธอมาคนเดียว ไม่น่าเชื่อว่าลูกสาวเจ้าพ่อทรงอิทธิพลจะเดินทางไปไหนมาไหนคนเดียว
“มี... แต่เป็นของพ่อ และช่างน่าเบื่อและน่ารำคาญ” เธอตอบเลี่ยงๆ
“บอดี้การ์ดของคุณหนูคงไร้ประสิทธิภาพ ขนาดคุณหนูออกมาข้างนอกแบบนี้ยังตามมาไม่เจอ”
“แล้วนายล่ะ จะมีประสิทธิภาพหรือเปล่าถ้ามาเป็นบอดี้การ์ดของฉัน” ชัชญายืนขึ้นประจันหน้ากับอธิป เขาสูงมากจนเธอต้องแหงนคอตั้ง มือกรีดกรายไปตามอกเสื้อเชิ้ตสีเข้มของเขาเบาๆ อย่างยั่วเย้า สายตานั้นร้อนแรงจนอธิปสัมผัสได้
“ถ้าคุณหนูจะกรุณาผมกับเพื่อน ผมก็ไม่ขัด”
“ถ้านายกำลังหางานและสนใจก็ตามฉันมา” เธอละมืออกห่างอกเสื้อของเขา อธิปหลุบตามองปากจิ้มลิ้มรูปกระจับของเธอด้วยความเผลอไผล กลิ่นหอมหวานของเธอสูดดมแล้วสดชื่นจนเขาเผลอตัว
ผู้หญิงอะไรสวยชะมัด ทั้งดูมั่นใจ เปรี้ยวโฉบเฉี่ยวและน่าค้นหาในที
“คุณไทครับ เธอไปแล้ว” เทพฤทธิ์กระซิบบอกทำให้อธิปหลงจากภวังค์ความคิดอันแสนรวดร้าวของตัวเอง เขาคิดว่าจะได้เขมือบเธอเป็นอาหารรสชาติจัดจ้านเร็วๆ นี้
“เรียกชื่อฉันเฉยๆ ไอ้ไข่” อธิปกัดฟันพูด นพฤทธิ์พยักหน้ารับ เพราะเขามักเผลอตัวเรียกน้องชายเจ้านายว่าคุณเสียทุกครั้งไป
“ครับ”
“ฉันกับนายเป็นเพื่อนกัน และฉันก็ไม่ใช่ไก่อ่อน จำเอาไว้”
อธิปกัดฟันกรอดกระชากคอเสื้อของนพฤทธิ์เสียงดุ อีกฝ่ายหน้านิ่งแค่น้อมรับคำสั่ง อธิปสบถเสียงไม่พอใจ เขารู้แล้วว่าทำไมพี่ชายถึงให้หมอนี่มาทำงานกับเขาในระหว่างที่เขามาสืบเรื่องราวของเสี่ยชาญ ก็ไม่ว่าเขาจะอยู่ในอารมณ์ไหน หมอนี่ก็หน้านิ่งตลอด ยังกะพวกตายด้าน ไม่ก็ไร้ความรู้สึก เขายั่วหลายครั้งก็ไม่ตอบสนอง
พับผ่าสิ! พี่ชายช่างเลือกคนได้เหมาะสมดีแท้ อยากจะบ้าตายโว้ย
แผนการของเขาที่ทำให้ตัวเองเป็นฮีโร่และบาดเจ็บทำให้มีรอยแผลตรงแขน แต่ก็คุ้ม คราแรกนพฤทธิ์คัดค้านเพราะเห็นว่าเสี่ยง น่าจะแค่เข้าต่อสู้ช่วยเหลือก็พอ แต่อธิปอยากให้สมจริงสมจัง เขาเลยยอมทุ่มเจ็บตัว ซึ่งลูกน้องของพี่ชายคนนี้ก็ปิดปากเงียบ เหมือนให้เขาเป็นคนตัดสินใจ ไม่ขัดแย้งอะไรอีก จริงๆ มันก็มีข้อดีไม่ได้มีข้อเสียไปเสียทั้งหมด
ชัชญาพาสองหนุ่มเข้ามาในไร่สายธาร ไร่ที่มีอาณาเขตกว้างขวางเป็นพันๆ ไร่ เนื้อที่ของไร่เจริญรุ่งเรืองและมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติเอาไว้ อากาศนั้นสดชื่นสูดได้เต็มปอดเลยทีเดียว
“บัดซบเอ๊ย!”
ขณะเดินเข้าไปในคฤหาสน์หลังใหญ่ ที่ทำให้คนที่เดินเข้าไปตัวเล็กลีบนิดเดียว คฤหาสน์หลังใหญ่ที่อยู่ท่ามกลางหุบเขาโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ ทำให้อธิปกับนพฤทธิ์มองอย่างทึ่งจัด ความร่ำรวยของชาญ รุ่งรัศมี มากมายมหาศาลจริงๆ พี่ชายของเขาเทียบไม่ได้แม้แต่ฝุ่น อธิปคิดในใจ แม้อุกฤษฏ์พี่ชายของเขาจะไม่ได้น้อยหน้าใคร แต่ถ้าเทียบกับเสี่ยใหญ่คนนี้แล้ว ถือว่ายังห่างไกลนัก…
“คุณพ่อพอเถอะค่ะ” แม้หลายครั้งที่ชัชญาชอบแกล้งบอดี้การ์ดแสนน่ารำคาญของบิดา แต่หลายครั้งที่เธอนึกสงสารอยู่เหมือนกัน
“ยัยชัช”
ชาญชะงักมือหันมามองบุตรสาวที่เดินเข้ามาในห้องโถงกว้าง ลูกน้องของบิดาก็คือบอดี้การ์ดที่ท่านส่งไปคุ้มครองเธอก้มหน้างุด ด้วยเหตุที่เขามีศัตรูเยอะรอบด้าน จึงทำให้ชัชญารู้สึกไม่เป็นอิสระเมื่อต้องออกไปนอกบ้าน ยกเว้นในบ้านที่ไม่มีใครกล้ายุ่งวุ่นวายกับเธอ
แม้ตอนเด็กๆ บิดาจะเย็นชานัก แต่พอโตขึ้นเธอก็แอบคิดอยู่บ้างว่าท่านก็อาจจะเป็นห่วงเธอไม่มากก็น้อย เมื่อเวลาที่เธอหนีเที่ยว ท่านก็จะให้ลูกน้องออกตามหาเธอตลอด
“ชัชไม่เป็นไรค่ะพ่อ” เธอบอกบิดาด้วยสีหน้านิ่งสนิท สองพ่อลูกไม่ค่อยแสดงความรักกันมากนัก แต่ชาญก็ยกย่องบุตรสาวเหนือใครอื่นในอาณาเขตของไร่สายธาร และไม่มีใครกล้าขัดใจบุตรสาวคนเดียวของเสี่ยใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลเลยแม้แต่คนเดียว
“นี่ใคร” ชาญกระแทกตัวลงนั่งตรงข้ามกับบุตรสาว เสี่ยชาญไม่ใช่เสี่ยลงพุง อ้วนเป็นหมูตอนแต่เขาเป็นหนุ่มใหญ่ภูมิฐานและเจ้าอารมณ์ อีกทั้งกามารมณ์ก็คุกรุ่นออกมาอย่างไม่ปิดบัง
“คนที่ช่วยชัชเอาไว้จากโจรวิ่งราวกระเป๋าค่ะ”
“ทำไมไม่เอาบอดี้การ์ดไป หรืออยากโดนทำร้ายจนตาย”
ชาญถามอย่างไม่พอใจ เขาไม่ปิดบังอารมณ์ใดๆ และไม่สงบเงียบนิ่งเฉย อธิปประเมินว่าผู้ชายคนนี้เหมาะจะแสดงอารมณ์เกรี้ยวโกรธทุกครั้งที่ไม่พอใจ ด้วยอำนาจบารมีที่ทุกคนต้องทำตามและน้อมรับคำสั่ง จึงไม่มีแววของคนที่อ่อนน้อมหรือยอมก้มหัวต่อใครเลยสักนิด
“ก็บอดี้การ์ดของพ่อน่ารำคาญ”
“ถ้าแกเป็นอะไรขึ้นมา”
“พ่อคงดีใจ”
“ยัยชัช” ชาญเสียงดังใส่บุตรสาว เรียกว่าแผดเสียงใส่ถึงจะถูกกว่า ชัชญาไม่ได้มีท่าทีหวั่นเกรง แต่เข้าเรื่องสำคัญทันที
“หนูมีบอดี้การ์ดส่วนตัวแล้ว สองคนนี่จะตามดูแลหนู”
“ไอ้คนที่ช่วยแกไว้อย่างนั้นเหรอ” ชาญตวัดสายตามองอธิปและนพฤทธิ์อย่างสำรวจตรวจตรา สายตาหวาดระแวงเป็นนิจทำให้สองหนุ่มผู้มาใหม่หนักใจว่าวิธีนี้อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิดเสียแล้ว
“ใช่ค่ะ ลูกน้องของพ่อห่วย”
“มันคงโง่ในสายตาแกด้วยมั้ง ถึงตามหาแกไม่เจอ”
“ให้หัดใช้สมองเสียบ้างสิคะ เอาแต่ทำตามคำสั่ง”
เธอนั่งไขว้ห้าง ตวัดสายตามองบรรดาลูกน้องของบิดา ทุกคนก้มหน้างุด เพราะรู้ฤทธิ์เดชของชัชญาดี แม้แต่ชาญเองก็ยังยอมแพ้เมื่อเจอฤทธิ์ของบุตรสาว ทุกคนรู้ดีว่าชัชญาไม่ได้เกิดจากความรักแต่เกิดจากความผิดพลาด ดังนั้นพ่อลูกคู่นี้จึงพูดกันน้อยมาก และไม่เคยกอดหอมกันเหมือนพ่อลูกคนเดียว และชาญก็ไม่ได้เอาใจบุตรสาวด้วยความสัมพันธ์ที่ดูน่ารักอบอุ่น แต่กลับใช้อำนาจเงินอำนวยความสะดวกให้เท่าที่ลูกสาวต้องการเท่านั้น
“แกจะรับใครสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ ไม่มีหัวนอนปลายเท้า” ชาญดึงบุหรี่ออกมาจุดสูบ อัดควันเข้าออกอย่างตรึกตรอง สีหน้าครุ่นคิด สายตามองสองหนุ่มอย่างไม่ไว้วางใจ
“พูดยังกับลูกน้องของพ่อมีหัวนอนปลายเท้า”
นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่พ่อลูกคู่นี้เป็น อธิปสังเกตมันอย่างงงงวย ชัชญาไม่มีความยำเกรงบิดา อยากจะต่อล้อต่อเถียงหรือพูดอะไรก็โพล่งออกไปตรงๆ เขาเคยเห็นลูกสาวเจ้าพ่อหลายคนที่เป็นคุณหนูจ๋า ถูกเลี้ยงอย่างตามใจ และบิดาของพวกหล่อนก็เอาอกเอาใจ ฟูมฟักยังกับไข่ในหิน
แต่สำหรับชัชญาเขามองความสัมพันธ์นั้นเป็นเรื่องที่บาดหมางกันมากกว่า ต่างคนต่างอยากเอาชนะ ไม่มีความเอาอกเอาใจบุตรสาวหรือประคบประงมเหมือนไข่ในหิน แต่ชัชญาแข็งแกร่งและเข้าถึงจิตใจได้ยาก เธอออกจะกระด้างเสียด้วยซ้ำ
“ถ้าแบบนั้นผมขอเสนอว่าควรจะพิสูจน์ฝีมือกันสักหน่อยเพื่อจะพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับ” คิมหันต์เสนอ
“นายแส่อะไรด้วย” ชัชญาถลึงตาใส่คิมหันต์ลูกน้องคนสนิทของบิดาที่เป็นคนดูแลลูกน้องต่ออีกทอด ซึ่งมีอีกคนที่มีอำนาจเหมือนเขานั้นคือเจิด เรียกได้ว่าบิดาจะเชื่อในสิ่งที่คิมหันต์พูดทุกอย่าง และก็เป็นจริงดังคาด
“ดี พ่ออยากเห็นฝีมือบอดี้การ์ดคนใหม่ของลูกว่ามันจะแน่สักแค่ไหน ถ้าแน่จริงพ่อจะรับพวกมันเข้ามาทำงาน แต่ถ้าห่วยแตก ก็ไสหัวไปซะ”
“แต่พ่อ...”
“ครับ ผมรับคำท้า”
ชัชญาพูดยังไม่ทันขาดคำ อธิปก็รับคำท้า เขาเป็นประเภทไม่ยอมให้ใครมาหยามอยู่แล้ว อธิปมองสบตากับคิมหันต์แล้วสัมผัสได้ทันทีว่าอีกฝ่ายไม่ถูกชะตากับเขา และไม่กินเส้นกันตั้งแต่เห็นหน้า
“ดี ใจเด็ดแบบนี้ฉันชอบ” ชาญหัวเราะชอบใจ เพราะชอบคนกล้าและมีฝีมือ อธิปโค้งศีรษะให้เล็กน้อย ซึ่งนั่นทำให้ชาญพึงพอใจระดับหนึ่ง
แม้จะเห็นความหยิ่งผยองของอธิป แต่เขาก็ชอบให้ทุกคนก้มหัวให้เขา เพราะเขาไม่เคยต้องก้มหัวให้ใคร...
การต่อสู้ที่ดุเดือดและหาดูยากเกิดขึ้นตรงหน้าของเสี่ยชาญ เสี่ยใหญ่ทั้งหัวเราะทั้งตบมืออย่างชอบใจเมื่อเห็นฝีไม้ลายมือของอธิป ซึ่งเขาขอต่อสู้เพียงคนเดียวเท่านั้น
ชัชญาที่นั่งอยู่ใกล้ๆ บิดาไม่ได้มีท่าทีเหมือนกับชาญเลยสักนิด แต่มีท่าทีห่วงใยและลุ้นจนตัวโก่ง เธอเองก็ไม่รู้ตัวว่าเผลอแสดงท่าทีแบบนั้นออกไป ทั้งๆ ที่คุณหนูคนสวยไม่เคยสนใจไยดีใครเป็นนิจ
“ฝีมือมันยอดเยี่ยมจริงๆ แกว่าไหมคิม เจิด” เสี่ยใหญ่หันไปถามลูกน้องคนสนิททั้งสอง เมื่อดูการต่อสู้ห้ำหั่นสุดมันตรงหน้า อธิปสามารถล้มลูกน้องของเขาได้ทุกคน ซึ่งจะหาคนฝีมือดีแบบนี้ได้นั้นยากยิ่ง
“ผมเองครับเสี่ย”
คิมหันต์กัดฟันกรอดเมื่อเห็นอธิปล้มลูกน้องทุกคนได้ แถมอีกฝ่ายแทบไม่เป็นอะไรเลยด้วยซ้ำ แค่รอยฟกช้ำนิดหน่อย เขาไม่อยากเสียหน้าต่อหน้าชัชญา จึงอยากแสดงฝีมือจัดการศัตรูหัวใจให้อยู่หมัด แค่มองก็รู้ว่าหญิงสาวที่เขาหมายปองกำลังพึงพอใจกับบอดี้การ์ดคนใหม่อย่างออกนอกหน้า
“เอาสิ ฉันรู้ว่าแกอยากออกกำลังกาย”
ชาญไม่คัดค้านเพราะชอบดูการต่อสู้อยู่เป็นนิจ ชัชญามองแผ่นหลังของคิมหันต์ไปอย่างเป็นกังวล เธอเคยเห็นฝีมือการต่อสู้ของลูกน้องบิดาคนนี้มาแล้ว แม้อธิปจะเก่งที่ล้มคู่ต่อสู้ได้ทุกคน แต่อาการเหนื่อยล้าก็อาจทำให้พลาดพลั้งได้
“หนูว่าพอได้แล้วนะคะพ่อ นายไทคงจะเหนื่อยแล้ว มันไม่ยุติธรรมที่ให้ลูกน้องรุมเขาแบบนี้”
“เอาน่า ถ้านายไทเอาชนะคิมหันต์ได้ พ่อจะรับหมอนี่กับเพื่อนของมันทำงานที่นี่”
ชัชญากระแทกตัวลงนั่งอย่างขัดใจ ไม่ยุติธรรมเลยที่ให้คนที่แข็งแรงดี ลงไปต่อสู้กับคนที่ต่อสู้จนเหนื่อย หน้าตัวเมีย เธอด่าว่าคิมหันต์ในใจ เพราะเกลียดขี้หน้าหมอนี่จับใจ มันชอบมองเธอด้วยสายตาโลมเลีย บางครั้งก็หยาบคาย เธอนึกอยากจะให้อธิปกระทืบคิมหันต์ให้จมดิน
เสียงโห่ร้องและการพนันเริ่มขึ้นเมื่อทุกคนต่างทุ่มเงินให้คิมหันต์ชนะ ใครๆ ก็ต่างเชียร์ลูกพี่ของพวกมันกันทั้งนั้น ชัชญาคอยตะโกนเชียร์อธิปโดยไม่สนใจใคร ซึ่งชายหนุ่มพอจะเห็นจุดอ่อนของคิมหันต์ก็ตอนนี้เอง
คิมหันต์ออกอาการในทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวที่เขาหมายปองเชียร์ศัตรูคู่ต่อสู้อย่างออกนอกหน้านอกตา นั่นทำให้อธิปได้ทียั่ว การยั่วของเขาไม่จำเป็นต้องเปล่งคำพูดอะไรออกมา แค่ยักคิ้วหลิ่วตา คิมหันต์ก็ดิ้นพล่านแล้วโถมตัวเข้าใส่อธิปเหมือนหมาบ้า
แรกๆ เหมือนคิมหันต์จะได้เปรียบ แต่คนขี้โมโหเมื่อโดนยั่วก็บังเกิดความขาดสติพลาดพลั้งให้แก่อธิปจนโดนอัดน่วมถึงกับลงไปจมอยู่กับพื้น
“พอแล้ว!!!” เสียงของชาญร้องปรามเมื่ออธิปทำท่าจะกระทืบยอดอกของคิมหันต์ เขาชอบฝีไม้ลายมือของอธิป แต่ความซื่อสัตย์ของคิมหันต์ก็ทำให้เขาจำต้องปรามเอาไว้
“ปล่อยกู กูจะกระทืบมันให้จมดิน” คิมหันต์ดิ้นรนเมื่อโดนประคองล็อกตัวเอาไว้ เพราะรู้สึกเสียหน้าที่โดนหยามเข้าให้แบบนี้
“พอแล้วไอ้คิม มึงอยากโดนกระทืบตายหรือไงวะ” เจิดซึ่งเป็นคนสนิทของชาญอีกคน ตะโกนปรามเพื่อน คิมหันต์จึงสะบัดหน้ามองอธิปอย่างแค้นเคือง
“พวกขี้แพ้ชวนตี นายแพ้แล้วคิมหันต์ เลิกบ้าได้แล้ว” ชัชญาออกโรงปกป้องอธิป ทำให้ทุกคนรู้ว่าหญิงสาวพึงพอใจอธิปมากๆ และชาญเองก็เป็นคนพูดคำไหนคำนั้น
“ตกลงฉันรับแกเข้าทำงาน เป็นบอดี้การ์ดให้ลูกสาวของฉัน”
“ขอบคุณครับเสี่ย” อธิปก้มหัวให้ชาญ สายตาแน่วนิ่งใบหน้าเรียบสนิท
บ้านพักของอธิปและนพฤทธิ์อยู่ห่างจากเรือนดอกไม้ของชัชญาไม่เท่าไหร่ ส่วนใหญ่บอดี้การ์ดที่เปลี่ยนไม่ซ้ำหน้าจะต้องพักที่นี่เพราะต้องคอยดูแลคุ้มครองชัชญาอย่างใกล้ชิด ซึ่งชาญตามใจบุตรสาวไม่เคยเข้าไปยุ่งวุ่นวายอะไร
เรือนดอกไม้ของชัชญามีดอกไม้หลายสายพันธุ์ปลูกเอาไว้รอบบ้าน เธอไม่ได้อาศัยอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่ของบิดา เพราะชาญต้องการความเป็นส่วนตัว และเธอก็ต้องการความเป็นส่วนตัว ถ้าหากเห็นบรรดาเมียน้อยเมียเก็บของบิดา ชัชญามักจะไม่สบอารมณ์ ไม่ใช่หวงคนเป็นพ่อ แต่เกะกะในสายตาทุกครั้งที่ได้มองผู้หญิงพวกนั้นระริกระรี้อยู่ในบ้าน
“นี่ยาใส่แผล ยาแก้ปวด แก้อักเสบ” ชัชญามาเยี่ยมอธิปจนถึงเรือนพักพร้อมกับยามากมายที่ใส่มาเต็มตะกร้า
นพฤทธิ์จึงเลี่ยงออกมาเพราะไม่อยากรบกวนความเป็นส่วนตัวของเจ้านายหนุ่ม ซึ่งสาวใช้คนสนิทของชัชญาซึ่งรู้ใจกันดีเลี่ยงออกมาด้วยเช่นกัน นพฤทธิ์ตีสนิทกับพิกุลทันที และอีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะไม่ถือตัว เป็นคนเงียบๆ นิสัยเช่นเดียวกับเขา
“ปกติคุณหนูมาเยี่ยมบอดี้การ์ดของตัวเองบ่อยๆ เหรอครับ”
“เปล่า นายเป็นคนแรก” เธอเลิกคิ้วขึ้นมองเขาเพื่อสำรวจตรวจตรา
“ผมมีบุญชะมัด” เขาใช้ลิ้นกระทุ้งข้างแก้ม รู้สึกเจ็บๆ อยู่ไม่นานเพราะโดนรุมจากลูกน้องของชาญเป็นสิบๆ คน
“นายเป็นยังไงบ้าง สะใจเป็นบ้าที่นายกระทืบคิมหันต์ได้ ฉันล่ะอยากจัดการมันมานานแล้ว” ชัชญาสำรวจร่างของอธิปส่วนใหญ่จะเป็นรอยฟกช้ำจากการต่อสู้ เขาปากแตก เลือดไหลซิบ หน้าตาเขียวช้ำ ตามเนื้อตัวก็เขียวช้ำเช่นเดียวกัน
“คุณหนูอยากจัดการมันเหรอครับ” อธิปเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย
“ใช่น่ะสิ สะใจเป็นบ้า” ชัชญาหัวเราะเสียงใส อธิปมองอย่างเผลอไผล ก่อนจะสะดุ้งร้องอย่างตกใจเมื่อเธอกดสำลีชุบแอลกอฮอล์ลงมาที่แผลของเขา
“โอ๊ย! ผมเจ็บนะครับ” เขาร้องเสียงดังกว่าเก่าเมื่อเธอทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ เหมือนพวกซาดิสม์ที่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ไม่สนใจเสียงร้องโหยหวนของอีกคน
“มองอะไร” เธอช้อนสายตาร้อนแรงขึ้นมองชายหนุ่ม ละมือออกห่างจากที่กดบาดแผลของเขาจนอธิปซู๊ดปากผ่อนคลาย
“มองคุณหนูไงครับ”
อธิปตอบแล้วสบตาเธอนิ่ง เขาคิดว่าอีกไม่กี่วันคงได้กลืนกินคุณหนูคนสวยตรงหน้า เพราะเธอทอดสะพานให้เขาอย่างชัดเจน ชายชาตรีอกสามศอกอย่างเขาผ่านผู้หญิงมาอย่างโชกโชน รู้ดีกว่าอาการแบบนี้เป็นยังไง พ่อเป็นยังไงลูกก็ต้องเป็นอย่างนั้น พ่อหลงใหลในกามราคะแล้วลูกจะเหลือเหรอ แถมที่นี่ก็มีชายฉกรรจ์ให้เธอฟันเรียบ คงผ่านผู้ชายมานักต่อนัก เขาคิดในใจอย่างเปรี้ยวปาก
“ระวังกิริยาของนายเอาไว้ด้วย ถ้าฉันไม่ได้สั่ง ไม่ได้ต้องการอย่ามามองฉันด้วยสายตาแบบนี้” เธอจับใบหน้าของเขามองนิ่งข่มเขาเหมือนนายสาวมองทาสผู้ซื่อสัตย์
“ผมยินดีทำตามที่คุณหนูต้องการทุกอย่าง ไม่ว่าคุณหนูจะให้ไปขึ้นเขาลงห่วย หรือจะพากันขึ้นสวรรค์ผมก็ยินดีพลีกายพลีใจให้คุณหนู” อธิปปลดมือที่เธอจับคางสากของเขาเอาไว้ ก่อนจะก้มลงจุมพิต
ชัชญาสะดุ้งเมื่อริมฝีปากหนาสัมผัสกับหลังมือนิ่มของเธอ ก่อนที่เขาจะจับเธอแบมือคลี่ออกแล้วก้มลงลามเลียเหมือนทาสผู้ซื่อสัตย์ตามที่เธอต้องการให้เขาเป็นจริงๆ