“ไม่มีเงินเหรอ?” เสียงเข้มถามลูกหนี้ที่ทำให้ตัวเองต้องถ่อมาถึงที่นี่ และไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาต้องมาทวงหนี้ด้วยตัวเองแบบนี้
“ไม่มีหรอก ฉันจะเอาที่ไหนมาให้ ธุรกิจที่มีก็ล้มละลาย”
“ละลายในกาสิโนน่ะสิ มาตอนนี้บอก...”
“พ่อคะ เกิดอะไรขึ้นคะ” ยังไม่ทันที่เสียงเข้มจะพูดจบประโยคความก็มีเสียงเล็กหวานใสกังวานดังแทรกเข้ามา พร้อมกับที่เธอวิ่งมาหาคนเป็นพ่อที่นั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นพรมในห้องนั่งเล่นของบ้าน
“พวกคุณเป็นใคร ทำอะไรพ่อฉัน” น้ำเสียงเล็กร้องถามพร้อมกับกอดพ่อไว้แน่นแล้วมองจ้องเอาเรื่องชายชุดดำที่อยู่ในห้องนี้ และคนที่ยืนตรงหน้าที่เหมือนจะมีอำนาจสุดก็จ้องหน้าเธอเหมือนกัน
“ลูกสาวแกเหรอ สวยดีนี่ มาทุกครั้งไม่เคยเจอ” เขายิ้มเหี้ยมจ้องมองใบหน้าสวยสดใสในชุดนักศึกษา
“อย่าคิดแตะต้องลูกสาวฉันนะ”
“ถ้าไม่มีเงินมาจ่ายดอกก็ต้องแตะต้องแหละ พวกมึงลากผู้หญิงคนนี้ออกจากพ่อมันเดี๋ยวนี้” แล้วลูกน้องที่ตามติดเขามาด้วยก็มาดึงหญิงสาวแยกออกจากคนเป็นพ่อทันที
กรี๊ด...
เสียงกรี๊ดของเธอดังขึ้นพร้อมกับการดิ้นรน ส่วนคนเป็นพ่อก็กระเสือกกระสนจะช่วยลูกสาวตัวเอง แต่โดนเท้าใหญ่ของคนตรงหน้าถีบยันไว้จนต้องเสียหลักหงายหลังล้มไปกับพื้น
ตุ้บ!
“พ่อ!” เสียงเล็กร้องตกใจเมื่อเห็นพ่อโดนถีบล้มลงไปกับพื้น
“ถ้าไม่อยากให้พ่อเธอเจ็บตัวก็ไปกับฉัน”
เสียงเข้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินไปฉุดร่างเล็กจากการจับกุมของลูกน้องแล้วดึงลากเดินออกไปจากห้องนั่งเล่น ตอนนี้เขาต้องการห้องไหนก็ได้ในบ้านนี้ เพื่อทำการเก็บดอกเบี้ยในการมาครั้งนี้ ทุกครั้งเขากลับไปมือเปล่า แต่ครั้งนี้มีลูกสาวของลูกหนี้วัยกระเตาะอยู่ด้วย แล้วทำไมเขาจะต้องปล่อยเลยไม่สนใจด้วยเล่า
กรี๊ด...
“พ่อขา...ช่วยหนูด้วยค่ะ” เธอทั้งดิ้นและขืนเท้าตัวเองที่ถูกลากออกไป
“อย่าทำอะไรลูกสาวฉันเลย ลูกสาวฉันไม่รู้เรื่อง โอ๊ย!” แล้วก็ถูกถีบให้ล้มลงไปกับพื้นอีกครั้งพร้อมเสียงกรีดร้องของลูกสาวเบาลงและห่างออกไปเรื่อยๆ
แควก!
เสียงกระชากชุดของเธอขาดวิ่นไม่เหลือชิ้นดี ชุดนักศึกษาที่ใส่มาถูกคนเลวแปลกหน้ากระชากขาดและตอนนี้เธอมองหาทางหนีเอาตัวรอดแทบจะไม่มี ห้องนี้เล็กมาก เป็นห้องหนังสือขนาดเล็กของบ้านเธอ และเขายืนขวางทางประตู เธอดิ้นถอยหนีไม่สนใจว่าตอนนี้ตัวเองจะกึ่งเปลือยเพราะเสื้อผ้าถูกเขาฉีกทึ้ง
“ยะ...อย่าเข้ามานะ ยะ...อย่าเข้ามานะคนถ่อย” หล่อนต่อว่าเขาปากสั่น วิ่งถอยหนีจนหลังเนียนไปปะทะกับชั้นหนังสือข้างหลัง
หึหึ
"ไม่ได้หรอก ตอนนี้เธอต้องเป็นดอกเบี้ยให้พ่อเธอ เด็กน้อย”
เสียงเข้มเอ่ยพร้อมเดินก้าวยาวๆ ตรงไปกางแขนเท้ายันชั้นหนังสือกักร่างเล็กไว้ทันที ความสูงแค่ระดับอกของหล่อนทำให้เขาพึงพอใจนัก ใบหน้าคมเข้มมีไรหนวดเคราเขียวครึ้มขึ้นล้อมกรอบประดับความน่าเกรงขาม ทำให้สาวน้อยในวงแขนก้มหน้าสั่นกลัว
“รู้อะไรไหม ถ้าพ่อเธอเอาเธอมาขัดดอกเบี้ยกับฉัน พ่อเธอจะไม่เจ็บตัว และเราจะไม่มาที่บ้านเธอแบบนี้ ก็แปลกทุกครั้งที่ฉันมาก็ไม่เคยเจอเธอ เพราะพ่อเธอซ่อนเธอไว้สินะ แต่วันนี้โชคไม่เข้าข้างเธอ เธอเลยต้องมาเจอฉันเด็กน้อย” เขาเอ่ยพร้อมกับเชยคางของคนสั่นกลัวให้แหงนเงยขึ้นสบตาตัวเอง
“อือ!” เธอปัดมือใหญ่ออกจากคางตัวเองพร้อมกับรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีผลักเขาออกห่าง แต่ก็เพียงแค่สัมผัสเท่านั้น เพราะร่างใหญ่ยังคงยืนจังก้าอยู่ตรงหน้า
“ไม่ได้ผลหรอก ตอนนี้ยอมรับชะตากรรมตัวเองดีๆ เถอะ ถ้าต่อต้านพ่อเธอจะหมดลมหายใจ ถ้ายังอยากมีพ่อให้เรียกพ่อก็ควรว่าง่าย ยอมรับสิ่งที่ฉันจะยัดเยียดให้” เขาเชยคางเด็กสาวให้เงยขึ้นมาหาตัวเองอีกครั้งพร้อมกับเขาโน้มลงมาบดจูบปากอวบอิ่มสีระเรื่อของหล่อน
“อ่ะ...อื้อ...” การถูกจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว และไม่เคยคิดว่าชีวิตจะถูกปล้นจูบแบบนี้ เด็กสาวดิ้นขัดขืนทุบตีอกแกร่ง แต่ถูกเขากอดรัดรั้งท้ายทอยปล้ำจูบหนักหน่วง
“อ่า...อื้อ...” เสียงครางอู้อี้จากการถูกบังคับจูบของเธอดังลอดออกมาจากริมฝีปากที่ถูกบดเร่า ตอนนี้เธอพยายามถอยลิ้นตัวเองหนีลิ้นของเขาที่รุกเร้าเข้ามาพร้อมกับตอนนี้เรียวลิ้นสากกระด้างน่าขยะแขยงของคนเลวกำลังดันกระพุ้งแก้มของเธออยู่
“อ่า...ปากหวานเป็นบ้าเด็กน้อย” เขาผละออกมาไล้เลียริมฝีปากตัวเองที่เปื้อนน้ำลายของหล่อนแล้วก็รั้งเรียวขาเล็กขึ้นมาเกี่ยวเอวสอบ อีกมือกดดันร่างเล็กไปกับชั้นหนังสือ
“นะ...นายจะทำอะไรฉัน”
“ก็จะยัดเยียดความเป็นผัวให้ยังไงล่ะ นี่แหละคือวิธีเก็บดอกเบี้ยของฉัน ไม่มีเงินก็ต้องจ่ายฉันแบบนี้แหละ” เขาพูดใส่หน้าเธอพร้อมกับใช้มืออีกข้างปลดกระดุมกางเกงตัวเองพร้อมรูดซิปกางเกงแล้วล้วงความเป็นเนื้อร้อนที่กำลังเหยียดตัวขยายใหญ่
“อือ...มะ...ไม่นะ ฉันไม่ต้องการแบบนี้” ร่างเล็กดิ้นขัดขืนพยายามรั้งขาตัวเองลง แต่ถูกมือของเขากอดเกี่ยวไว้ ส่วนตัวเธอก็ถูกร่างของเขาแนบเบียดไปกับชั้นหนังสือจนขยับไม่ได้ในตอนนี้
“งั้นพ่อเธอตาย ตกลงไหม” เขาขู่สั้นๆ แล้วเธอก็นิ่งเงียบไม่ดิ้นขัดขืนเหมือนก่อนหน้านี้
“มะ...ไม่นะ อย่าทำอะไรพ่อฉัน ฉันต้องทำยังไงบ้าง ได้โปรด...อย่าทำพ่อฉัน”
“ว่าง่ายๆ แบบนี้ก็ดี จะได้รีบทำรีบเสร็จ” พูดแค่นั้นก็นำเอ็นเนื้อร้อนที่ตื่นตัวพร้อมรบกรีดกรายเสียดสีเร่าร้อนไปกับกลีบสวาทอวบอูมของเธอที่ซ่อนอยู่ภายใต้กางเกงซับในและกางเกงชั้นในของเธอ
“อ่ะ...อื้อ...” สาวน้อยไร้เดียงสาครางกระเส่าเมื่อถูกเขาบดเอวเสียดสีแนบความน่ากลัวที่น่าเกลียดมากับความเป็นเพศสาวของตัวเอง
“อือ...เธอคงเสียวท้องน้อยสินะเด็กน้อย ไม่ต้องห่วงไปหรอก หลังจากนี้จะเสียวและมันมาก ฉันไม่เอาเปรียบเธอหรอก” เขาพูดพร้อมกับโน้มลงมาไซ้ซอกคอระหงของเธอ ตอนนี้เขาได้ยินเสียงหัวใจของเด็กสาวที่ดังรัวถี่ และกลิ่นเหงื่อไคลที่ซึมซับผุดโผล่ตามลำคอระหงบวกกับกลิ่นแป้งของเธอทำให้เขาปวดร้าวท่อนเนื้อที่เบียดสีอยู่กับความเป็นสาวของหล่อน
“อืม...ฉันไม่ไหวแล้วเด็กน้อย อ่า...” เขาจัดการถอดปราการที่ขวางกั้นความเป็นสาวอวบอูมของหล่อนกับเอ็นเนื้อของเขาออกทันที และไม่รอช้าที่จะยกเรียวขาเล็กของหล่อนขึ้นมาเกี่ยวเอวสอบอีกครั้ง และตอนนี้เนื้อของเขาและเนื้อของเด็กสาวกำลังแนบถูไถกัน
“อือ...อ่า...” ปากน้อยครางพร่า เพราะรู้สึกร้อนรุ่มปวดน้อยๆ ในท้องน้อยและเสียวในท้องอย่างเขาว่า แข้งขาของเธออ่อนแรงเมื่อเห็นความเป็นบุรุษของเขาวนเวียนถูไถกับความเป็นสาวของตัวเอง เธอรู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น เธอเรียนเพศศึกษามา และตอนนี้เธอก็เรียนปีหนึ่งของมหาวิทยาลัยรัฐบาลในกรุงเทพฯ ใกล้ๆ บ้าน
“อ่า...ของเด็กอวบอูมไม่เหมือนของผู้หญิงที่ฉันเคยเอามา” เขาพูดเท่านั้นแล้วก็ยกยิ้มร้ายส่งให้คนตัวเล็กที่สั่นเทาตรงหน้าที่กำลังแหงนเงยมองหน้าตัวเองอยู่ แล้วเธอก็สะดุ้งกระแทกชั้นหนังสือเมื่อความใหญ่โตกรีดกรายเข้ามาในร่างของเธอแบบไม่ทันได้หายใจ
“กรี๊ด...จะ...เจ็บ! ฉันเจ็บ! ออกไป! ได้โปรด...อึก! ฮือๆๆ” เธอดิ้นทุบอกเขาอีกครั้งด้วยความทรมานกลางลำตัว และยิ่งไปกว่านั้น เขากอดรัดร่างเธอเข้าหาเพื่อให้เอ็นเนื้อของเขาสอดในกายเธอลึกกว่าที่สอดอยู่ เรียวขาเล็กที่กอดเอวจะตก เขาก็เกี่ยวรัดรั้งไว้
“เรื่องปกติ อย่าร้องไห้เลยน่า...ก็แค่ครั้งแรกเอง แต่หลังจากนี้ถ้าฉันมาเอากับเธอบ่อยๆ รับรองไม่เจ็บหรอก และตอนนี้ก็จะมีแต่ความสุข เชื่อฉันสิเด็กน้อย ปล่อยตัวตามสบาย ไม่ต้องเกร็ง” รู้ว่าหล่อนเจ็บ เพราะเขาใหญ่และยาว ตอนนี้เอวเล็กของเธอบิดเร่าถอยหนี เขากอดรั้งกระแทกเข้าหาพร้อมเริ่มเคลื่อนไหวโยกเร่าจังหวะบดเอวเสียวสวาทเพื่อให้เธอลืมความเจ็บปวดกลางกายความเป็นสาวที่คับแน่น
“อ่า...เจ็บ! อ่ะ...อื้อ”
เธอเจ็บเมื่อเขาเคลื่อนไหว แล้วก็ต้องครางซ่านออกมาเมื่อเขาบดจูบปิดปากน้อยของเธอที่กำลังจะร้องไห้ออกมา เธอพยายามทำตัวอ่อนคล้อยไปกับเขาตามที่เขาบอกให้ไม่เกร็ง และตอนนี้เหมือนความยืดหยุ่นในกายเธอปรับจูนตอบรับความใหญ่โตที่เคลื่อนไหวสอดเร่าจังหวะเข้าออกในกายเธอได้แล้ว แต่ก็ยังคงความเจ็บซ่านเมื่อเขารัวเอว
พั่บ! พั่บ! พั่บ!
“อ่า...ดูดฉันแน่นมาก เธอดูดฉันแน่นมาก อือ...” ปากหนาผละจากปากอวบอิ่มของสาวเจ้าออกมาเอ่ยพร้อมเพิ่มแรงกระแทกความเสียวซ่านเข้าหาดุดันกว่าเดิมจนกายสาวไหวเด้งกระแทกชั้นหนังสือจนจุกเจ็บแผ่นหลังเนียน และยิ่งไปกว่านั้น เสียงครางเล็กตอนนี้ก็ดังซ่านกระเส่าออกมาให้เขาได้คึกคะนองจนเนินเนื้อที่สอดประสานกันดังหนักหน่วงเป็นจังหวะ
พั่บ! พั่บ! พั่บ!
“อ่า...ไม่ไหวแล้ว ฉัน...อือ...ไม่ไหวแล้วร้อน อ่า...” สาวไร้เดียงสาเผลอตัวตวัดโอบเกี่ยวลำคอหนาแอ่นเด้งเร่าตอบสนองแรงสอดสวาทหนักหน่วงของบุรุษตรงหน้า แข้งขาอ่อนแรง เขาก็กอดอุ้มยกก้นหล่อนไว้
“อ่า...ตอดรัดดีมาก อ่า...เสียว อือ...”
เสียงคำรามพร่าเมื่อความเป็นสาวของหล่อนนั้นคับแน่นตอดรัดเร่าคลึงเขาหนักหน่วงเมื่อสอดกายฝากฝังเร้นลึกในร่างหล่อน และเขาก็ยกยิ้มมุมปากด้วยความพึงพอใจเมื่อหล่อนนั้นแอ่นเด้งตอบสนอง แม้จะไม่ประสีประสา แต่มันก็ทำให้เขาใจเต้นแรงไปกับกลิ่นกายสาวของเธอที่ปลายจมูกเขาซุกไซ้
“โอว์...ไม่ไหวแล้ว ฉันขอแรงๆ นะเด็กน้อย อ่า...เสียว อือ...รัดแน่นมาก อือ...”
“อ่ะ...อ่อย”
ร่างเล็กกึ่งเปลือยถูกโอบอุ้มยกขึ้น สองเรียวขาถูกบังคับให้ยกเกี่ยวเอวหนารั้งประคองร่างตัวเองไว้ พร้อมกับเรียวแขนของหล่อนนั้นตวัดกอดลำคอหนาไว้ด้วยความกลัวตก แล้วก็ต้องเด้งไหวตามแรงกระแทกที่แอ่นยกเร่าขึ้นของเอวสอบ ปากหนาของเขาขบเม้มตามซอกคอของเธอ กลิ่นเหงื่อไคลของเขาและกลิ่นโคโลญจน์ของเขาทำให้เธอรู้สึกล่องลอยไปในอากาศ
“โอว์...ดีเหลือเกิน แน่น อ่า...เสียว”
ความเบื่อหน่ายหรือเปล่าที่ทำให้เขาต้องออกมาเดินซื้อของคนเดียวที่ห้างสรรพสินค้าแบบนี้ ตั้งแต่เจ้านายอย่างยักษ์ คีรี ดอว์สัน แต่งงานมีครอบครัว และคู่หูอย่างเสริมก็แต่งงานมีครอบครัวเช่นกัน ตอนนี้ก็ผ่านมานาน 5 ปี ใช่...5 ปี ที่นายและเพื่อนมีความสุขกับครอบครัว แล้วเขาล่ะ เขายังไม่รู้เลย มองชีวิตของตัวเองไม่ออก มองอนาคตแต่งงานตัวเองไม่ออก อย่าว่าแต่แต่งงานเลย แม้แต่ความรักเขายังไม่เคยคิดเลยว่าภาพวันข้างหน้าที่เขารักใครสักคนมากกว่าตัวเอง มันจะเป็นยังไง คิดแล้วก็ตลกตัวเอง เหมือนทุกวันนี้ใช้ชีวิตไปวันๆ เท่านั้น แม้จะมีงานมากมาย ทรัพย์สินมากมาย แต่เขาก็ไม่ได้มีความสุขกับเงินทองที่หามาได้เลยสักนิด
ไอ้ช้อย หรือช้อย สุขสันต์ วัย 35 ปี ในวันนี้ เขาดูดีกว่าเมื่อหลายปีก่อน ใบหน้าหล่อเข้มก็ยังคงความโหด ดุดัน ความเคร่งขรึมบนใบหน้าที่ล้อมกรอบด้วยหนวดเครา ใบหน้าเข้มคม คิ้วหนาดกดำพาดเหนือดวงตาสีทมิฬนั้นทำให้ลูกน้องที่ดูแลอยู่หวาดกลัวเกรงกลัวในอำนาจและดวงตาสีทมิฬคู่นี้
แต่ระหว่างเดินเลือกซื้อของนั้นก็ต้องหยุดเท้าที่กำลังก้าวเดินเมื่อมองเห็นผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งตัวเองคุ้นเคย เขามองไปยังร่างเพรียวระหงที่กำลังเดินเลือกซื้อของอยู่ที่โซนเด็ก และตรงหน้าของเธอก็มีรถเข็นของเด็กด้วย
“กุลธิดา” ไอ้ช้อยพึมพำชื่อที่ตัวเองจำได้ดี จำได้ไม่มีลืม ตั้งแต่บ้านของเธอใช้หนี้กาสิโนหมด เขาก็ไม่ได้ไปบ้านหลังนั้นอีกเลย เท้าหนาก้าวเดินยาวๆ ตรงไปยังเธอ แต่แล้วก็ต้องหยุดเท้าเมื่อมีฝรั่งร่างใหญ่เดินมาหยุดยืนข้างเธอพร้อมกับโอบไหล่เธอ
“แม่งเอ๊ย! มีผัวแล้วเหรอ อย่าบอกนะว่าเด็กในรถเข็นคือลูกของเธอ” เขามองไปยังร่างเพรียวระหงที่แหงนเงยหน้ากระซิบกระซาบกับฝรั่งร่างใหญ่
“หึ! ไม่แปลกที่หล่อนจะมีผัว ก็นี่สามปีกว่าแล้วที่ไม่ได้เจอกัน” ไอ้ช้อยพึมพำยิ้มหยันภาพตรงหน้าแล้วหมุนตัวเดินจากไป แต่แล้วก็ต้องหยุดเท้าที่เดินหมุนตัวกลับไปมองทางเดิมแล้วสาวเท้ายาวๆ ตรงไปหาทั้งสามคน พอเดินมาถึงก็กระชากร่างเล็กออกห่างจากฝรั่งร่างใหญ่ทันที
ว้าย!
หล่อนร้องตกใจเมื่อถูกกระชากแบบไม่ทันตั้งตัว และพอเห็นคนกระชากไหล่ตัวเองแล้วก็ต้องอ้าปากค้างทันที
“ทำไม ตกใจเหรอที่เห็นผัวเก่า” ไอ้ช้อยเอ่ยพร้อมกับมองสำรวจร่างเล็ก เธอยังเหมือนเดิม เพียงแต่ตอนนี้เธอโตขึ้นกว่าเมื่อก่อน เพราะเมื่อสามปีก่อน เธอเพิ่งอายุสิบเก้าปีเอง
“แกไม่ใช่ผัวฉัน และไม่มีวันใช่ด้วย ไปกันเถอะเดฟ” หล่อนหันมาพูดกับเพื่อนต่างชาติของตัวเองต่อด้วยภาษาอังกฤษ
ส่วนหนุ่มตาน้ำข้าวก็ได้แต่มองหน้าของผู้ชายตรงหน้ากับหน้าเด็กน้อยที่นอนหลับปุ๋ยในรถเข็นแล้วก็รู้เลยว่าหนูน้อยเหมือนพ่อของเขา แต่ก็ไม่ได้ออกความเห็นอะไร เขายอมเดินตามแรงลากของกุลธิดาพร้อมกับอีกมือเธอดึงรถเข็นของลูกเข็นไปด้วย
“จะไปไหน ฉันว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันนะกุล” เขาเรียกชื่อเล่นของเธออย่างสนิท ให้ตายสิ กี่ปีแล้วเนี่ยที่ไม่ได้เจอกัน เธอสวยยั่วยวนมากและกลิ่นตัวก็ยังเย้ายวนเหมือนเดิม และที่สำคัญ เขาคิดถึงหล่อน เพราะกุลธิดาคนเดียว เขาถึงเป็นแบบทุกวันนี้
“เลิกยุ่งกับฉันสักที ตอนนี้เราไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกันแล้ว ฉันไม่เหมือนเดิมแล้ว” เธอบอกเขา
“มีลูกกับผัวสินะ ถึงบอกไม่เหมือนเดิม” ไอ้ช้อยมองหน้าฝรั่งอีกครั้งพร้อมกับมองหน้าเด็กน้อยที่หลับนิ่งในรถเข็น แล้วก็ต้องขมวดคิ้ว ทำไมเด็กนี่ผมดำและไม่เหมือนลูกของไอ้ฝรั่งนี้เลยล่ะ
“ใช่แล้วทำไม ไปกันเดฟ” เธอหันมาสนใจเพื่อนตัวเองต่อ ส่วนเดฟก็ส่งยิ้มแห้งๆ ให้ชายแปลกหน้าแล้วเดินตามหญิงสาวไปตามแรงลากพร้อมอีกมือก็ช่วยเธอเข็นรถเข็นของลูกเธอด้วย ทิ้งไอ้ช้อยให้ยืนนิ่งอยู่กับที่มองภาพของกุลธิดาเดินจากไปกับชายต่างชาติ
“ใครสนใจกัน มีผัวใหม่ก็มีไปสิ กูไม่ได้สนใจเธอสักหน่อย” เขาบอกตัวเองทั้งๆ ที่ในใจกำลังร้อนระอุด้วยไฟโทสะ เขาเกลียดมือของไอ้ฝรั่งนั้นที่กุมมือเธอ
“ให้ตายสิ เธอทำให้ฉันนอนฝันถึงเธอมากี่ปีแล้วกุล พอมาเจอกัน เธอกลับมีผัวใหม่ ให้มันได้แบบนี้สิวะ ระยำเอ๊ย!”
ท้ายประโยคเขาสบถออกมาแล้วเดินตามเธอไปอีกที เขาอยากรู้นักว่าตอนนี้หล่อนพักอยู่ที่ไหน เพราะตั้งแต่พ่อของหล่อนใช้หนี้หมดแล้วป่วยตายเพราะโรคหัวใจ เธอก็ขายบ้านแล้วย้ายไปอยู่ที่อื่น เขาบอกตัวเองว่าไม่ได้สนใจเธอ แต่เขาก็อดหวนคิดถึงเธอไม่ได้ พยายามปฏิเสธตัวเองว่าไม่ได้คิดถึงหล่อน และไม่สนใจจะตามหา แต่พอมาวันนี้ ผ่านมาสามปีแล้ว เขายังฝันถึงหล่อนและบังเอิญมาเจอแบบนี้ เขาจะปล่อยเธอไปงั้นเหรอ ไม่มีทาง!
“ไม่มีทาง! มีผัวกับลูกแล้วใครสนล่ะ เธอเคยเป็นของฉันมาก่อน แม่งเอ๊ย! ไอ้ฝรั่งนั้นคงกินเธอทุกคืนสินะ” พูดแล้วก็หงุดหงิดเมื่อเดินตามพวกเขามายังลานจอดรถแล้วเห็นฝรั่งนั้นอ่อนโยนเปิดประตูรถให้เธอด้วยท่าทางสุภาพ
หึหึ
“เจอกันแน่กุล! มาดูกันว่าลีลาของฉันจะทำให้เธอลืมได้ ไม่มีทาง! ฉันเด็ดขนาดนั้น แถมยังเป็นผัวคนแรกของเธอด้วยเด็กน้อย” ไอ้ช้อยพึมพำแล้วหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้างต่อ เพราะวันนี้เขาเจอเธอแล้ว เดี๋ยวค่อยไปสั่งให้ลูกน้องตามหาที่อยู่ของเธอทีหลัง
หึหึ
“ผัวใหม่เหรอ! หึ! ฝันไปเถอะกุล มีใหม่กี่คน ฉันไม่สนหรอก เพราะเธอคือของฉัน” ไอ้ช้อยหมายมาดกับตัวเอง ด้านกุลธิดาพอขึ้นมานั่งบนรถแล้วมองไปยังหน้าลูกน้อยที่หลับนิ่งอยู่ หนูน้อยเป็นคนหลับลึกและดีใจที่เมื่อกี้ไม่ตื่นมาตอนที่เธอกับคนเลวนั้นพูดคุยกัน
“โอเคนะกุล” เดฟถามเพื่อนสาว
“โอเคเดฟ ขอโทษนะ ที่ทำให้เดฟมาเจอเรื่องแบบนี้”
“ไม่เป็นไรหรอก น้องแอลเหมือนเขานะ ผมดูออก ยิ่งดวงตาของเขายิ่งเหมือนน้องแอลมาก”
“เดฟไปส่งกุลเถอะ กุลไม่อยากพูดถึงคนเลวคนนั้น”
“โอเค งั้นกลับกัน” แล้วเขาก็ออกตัวรถทันทีเมื่อเพื่อนที่เขาแอบหมายปองตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันจนตอนที่เธอตั้งครรภ์ ทุกคนก็คิดว่าเขาเป็นพ่อของเด็ก แต่พอหนูน้อยคลอดออกมา ทุกคนก็รู้ว่าไม่ใช่ลูกของเขา และแน่นอนหากกุลธิดาให้โอกาสเขาได้ดูแลเธอและลูก เขาก็พร้อม แต่เธอมักย้ำเสมอว่าให้เขาเป็นได้แค่เพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น และเขาก็พอใจกับสถานะนี้ แม้ว่าในใจจะต้องการมากกว่านี้ ยิ่งมาเห็นผู้ชายคนเมื่อกี้ยิ่งทำให้เขารู้ว่าตัวเองหมดสิทธิ์แล้ว เพราะแววตาของกุลธิดายามมองผู้ชายคนนั้น มันมีทั้งความเกลียดชังและความรักแฝงอยู่
กุลธิดา สกุลรักษ์ หรือกุล วัย 22 ปี ในวันนี้ หล่อนไม่เหมือนเดิมแล้ว ไม่เหมือนเด็กสาวเมื่อหลายปีก่อนที่เขาย่ำยี ไม่ใช่เด็กแบบเมื่อก่อนแล้ว ตั้งแต่ที่พ่อของเธอจากไปพร้อมกับชดใช้หนี้ที่กาสิโนของเขาจนหมดและมีเงินเหลือติดตัวมาตั้งหลักเรียนต่อ บวกกับเธอทำงานด้วย ชีวิตที่ไม่เคยลำบากก็ต้องมาลำบาก เมื่อต้องไปเรียนและอุ้มท้องไปเรียนด้วย ยอมรับว่าอายเพื่อนๆ ในคณะ แต่ทำยังไงได้เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว เธอทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย และอุ้มท้องด้วยในตอนนั้น ชีวิตที่ผ่านมามันไม่ง่าย แต่เธอก็เรียนจนจบ และเมื่อเสียพ่อที่เป็นครอบครัวไปแล้วก็ยังมีลูกน้อยอย่างเด็กชายคชา หรือน้องแอล ลูกชายที่เข้ามาเติมเต็มชีวิตเดียวดายของเธอให้ไม่เหงา และก็ยิ่งเจ็บปวดเมื่อย้อนถึงอดีต เพราะลูกชายนั้นถอดแบบคนเป็นพ่อมาทุกอย่าง หล่อนเกลียดเขา เกลียดจนทุกวันนี้ ภาพเก่าในอดีตยังคงตามมาหลอกหลอนในฝัน และวันนี้เธอก็ไม่เคยคิดว่าจะได้กลับมาเจอช้อยอีกครั้ง แต่ทุกอย่างก็เล่นตลกทำให้เธอเจอเขาที่ห้างสรรพสินค้า
ทุกห้วงความเจ็บปวด ความต่ำทรามที่เขายัดเยียดให้เมื่อครั้งอดีตยามที่มาเก็บดอกเบี้ยที่บ้านของเธอ เขาทำร้ายเธอราวกับโจรป่าก็มิปาน เขาไม่ต่างจากโจรถ่อยเลยสักนิด แม้ว่าเขาจะดูดี แต่งตัวด้วยชุดแบรนด์เนมราคาแพง แต่มันก็ซ่อนความเลวของเขาไม่ได้อยู่ดี หลายปีมานี้เธอคิดว่าตัวเองมีดีกว่าเมื่อก่อน เพราะไม่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวง ตั้งแต่ย้ายมาอยู่คอนโดที่เหลือเป็นสมบัติสุดท้ายที่พ่อทิ้งไว้ให้ ส่วนบ้านหลังใหญ่ที่เคยอาศัยอยู่ก็ถูกกาสิโนยึดไปตั้งแต่ที่ท่านหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันเมื่อหลายปีก่อน
มือเล็กลูบแก้มเนียนของลูกชายตัวน้อยวัยสองขวบสองเดือน ทุกวันนี้เธอเปิดร้านเบเกอรี่เล็กๆ ที่ใต้ตึกของคอนโด โดยมีเดฟเป็นหุ้นส่วนด้วย เดฟคือเพื่อนคนเดียวที่ยังคงอยู่เคียงข้างเธอตั้งแต่สมัยเรียน หนุ่มต่างชาติที่พ่อแม่มาทำงานที่ไทยและได้รู้จักกับเธอ กุลธิดารู้มาตลอดว่าเดฟคิดยังไงกับตนเอง แต่เธอให้เขาเป็นได้แค่เพื่อนเท่านั้น คนดีๆ อย่างเดฟต้องเจอคนที่ดีกว่านี้ ไม่ใช่ผู้หญิงที่มีลูกติดแบบเธอ
“กุลโอเคนะ” เสียงเข้มของหนุ่มตาน้ำข้าวเอ่ยถามเพื่อน เมื่อเห็นว่าตั้งแต่กลับมาถึงคอนโด กุลธิดาเอาแต่จ้องหน้าของลูกน้อยที่หลับสนิทอยู่บนรถเข็น
“เราโอเค ขอบคุณเดฟมากนะ”
“อือ...ไม่เป็นไร ว่าแต่วันนี้จะเข้าร้านไหม”
“วันนี้กุลขออยู่ที่ห้องนะเดฟ อีกอย่างน้องแอลยังหลับไม่ตื่นด้วย ไม่รู้ทำไมวันนี้นอนนานจัง”
เธอยิ้มอ่อนโยนให้ลูกชายตัวเล็กที่เป็นครอบครัวเดียวของเธอและเป็นดวงใจของเธอ หากไม่มีเจ้าตัวเล็ก เธอคงจะฆ่าตัวตายไปนานแล้ว ไม่ปากกัดตีนถีบดิ้นรนมาถึงทุกวันนี้หรอก ไม่ตั้งใจเรียนหนักๆ เพื่อมีวันนี้หรอก แม้ว่าคนอื่นจะนินทา มองเธอไม่ดียังไง เธอก็ไม่สนใจ ขอแค่เธอรอดในสังคมเลวร้ายของปัจจุบันนี้ก็พอ
“งั้นเราไปร้านเองวันนี้ ไปดูเด็กที่ร้านสักหน่อย แล้วเราจะแวะขึ้นมาหาอีกทีตอนจะกลับนะ”
“ไม่เป็นไรหรอกเดฟ เราโอเค”
“อย่าคิดมากนะ เรื่องมันผ่านมานานแล้ว อีกอย่างเดฟไม่รู้หรอกว่ากุลกับเขาเป็นมายังไงกัน แต่มันก็ผ่านมาแล้ว” ชายหนุ่มเอ่ยให้กำลังใจเพื่อน ใช่...เธอคือเพื่อนที่เขาอยากเลื่อนสถานะไปเป็นแฟน แต่กุลธิดาไม่เคยเปิดใจให้เขาเลยสักครั้ง ทั้งๆ ที่เขาก็ชัดเจนมาตลอดว่าชอบหล่อน
“เดี๋ยวเราไปส่งนะ”
“ไม่ต้องหรอก น้องแอลหลับอยู่ เดี๋ยวเราอุ้มน้องแอลไปนอนในห้องให้นะ กุลจะได้ไม่ปวดหลังตอนอุ้มเด็กอ้วน”
“ขอบใจนะเดฟ” เธอยืนขึ้นแล้วเดฟก็เดินมาอุ้มลูกชายของเธอขึ้นจากรถเข็นแล้วเดินไปยังห้องนอนที่เปิดประตูทิ้งไว้รออยู่ก่อนแล้ว เดฟคือเพื่อนที่แสนดี และเดฟช่วยเหลือเธอมาตลอด ไม่ว่าลำบากแค่ไหน เดฟก็อยู่ข้างเธอมาตลอด และเธอรู้มาตลอดเช่นกันว่าอีกฝ่ายคิดยังไงกับตัวเอง แต่เธอมองเขาเป็นมากกว่าเพื่อนไม่ได้จริงๆ
“แม่จะทำยังไงดีครับน้องแอล แม่จะทำยังไงดี วันนี้แม่เจอเขา แม่ไม่อยากเจอเขาเลยลูก” เธอเคลื่อนตัวไปบนเตียงแล้วโน้มหน้าเปื้อนน้ำตาลงจุ๊บเหม่งของลูกน้อย เธอไม่อยากอ่อนแอ แต่เรื่องราวในอดีตที่พยายามจะลืมมันย้อนเข้ามาในหัวอีกครั้ง มันย้อนมาตอกย้ำเรื่องเลวร้ายที่ผ่านมา
สามปีที่ผ่านมา เธอไปอยู่ที่ไหน แล้วทำไมวันนี้เขาต้องมาเจอเธอด้วย เขาลืมเธอไปแล้วด้วยซ้ำ แต่เพียงแค่ได้เห็นหน้าเธอวันนี้ ความร้อนรุ่มความสวยงามยามได้เคลื่อนไหวบนร่างของเธอมันก็หวนเข้ามาในมโนภาพอีกครั้ง ไอ้ช้อยมองไปยังผนังห้องทำงานของตัวเองแล้วคว้าหยิบโทรศัพท์ส่วนตัวออกมาโทรสั่งงานลูกน้องของตัวเอง
เขาต้องรู้ว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน และยิ่งคิดถึงภาพที่หนุ่มต่างชาติเดินเคียงคู่และโอบไหล่เธอแล้วยิ่งโมโห ให้ตายสิ ก็แค่ของเหลือจากเขาแหละน่า แล้วทำไมเขาต้องไม่ชอบด้วย ผ่านมานานแล้วทำไมเขายังคิดถึงเรื่องราวในอดีตล่ะ และไม่แปลกใจเลย เพราะหลายอาทิตย์มานี้ เขามักฝันเห็นหน้าเปื้อนน้ำตาของเธอจนเขานอนไม่หลับและไม่สนุกกับเด็กในเลานจ์ที่เรียกมาให้บริการตัวเอง
“ฉันไม่ต้องสนหรอกนะว่าตอนนี้เธอจะมีใคร” ช้อยเม้มปากแน่นเมื่อสั่งลูกน้องไปสืบหาที่อยู่ของกุลธิดาว่าปัจจุบันทำอะไร อยู่ที่ไหน และอยู่กับใครตอนนี้ เพราะตั้งแต่พ่อเธอตายแล้วใช้หนี้หมดก็ไม่ได้สนใจจะสืบหาเธออีกเลย เพราะเธอก็แค่ทางผ่าน แค่ดอกเบี้ยที่เขาเก็บเบี้ยรายทางเท่านั้น
“ทำให้ฉันนอนไม่หลับมาหลายอาทิตย์แล้ว อยากรู้เหมือนกันว่าการฝันถึงเธอจะสื่อถึงอะไร และวันนี้เราก็ได้เจอกันอีกครั้งเด็กน้อย ไม่สิ วันนี้เธอโตแล้ว เธอเป็นแม่คนแล้ว”
เขาพึมพำแล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินออกจากห้องทำงานของตัวเองไปทันที ตอนนี้เหมือนว่าเขาทำงานทุกอย่างคนเดียว เพราะนายและเพื่อนคู่หูอย่างเสริมก็ติดลูกติดภรรยา เหลือแต่เขาที่โสดตัวคนเดียว ไม่มีภรรยาให้คอยห่วงคอยคิดถึง ไม่มีลูกให้กลับไปเล่นด้วย นึกแล้วก็อิจฉาทั้งสองเหมือนกันที่มีครอบครัวที่สมบูรณ์
สองวันต่อมา รูปถ่ายและที่อยู่ของกุลธิดาก็มาวางอยู่บนโต๊ะทำงานของช้อย เขาหยิบซองเอกสารที่ลูกน้องเอามาวางไว้ให้แต่เช้ามาเปิดแกะดู เขาไล่อ่านประวัติของเธอที่ผ่านมาตลอดสามปี พร้อมกับรูปถ่ายหลายอิริยาบถของเธอแล้วก็ต้องหยุดนิ่งขมวดคิ้วกับรูปของเธอกับลูกน้อยที่กำลังนั่งหยอกล้อกัน
“เด็กนี่ไม่ใช่ลูกไอ้ฝรั่งนั่นแน่นอน” เมื่อได้เห็นเด็กน้อยชัดๆ ในรูปก็รู้เลยว่าไม่ใช่ลูกของฝรั่งที่มากับเธอแน่นอน และในประวัติของเธอก็บอกว่าเธอยังโสด ยังไม่ได้แต่งงาน แล้วเด็กนี่มาได้ยังไง และเป็นลูกใครกัน และยิ่งช็อกเมื่อเหลือบตาไปเห็นรูปสมัยเด็กของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานด้วย
“โอ้...พระเจ้า!” ช้อยไม่อยากเชื่อ เด็กนั่นเหมือนเขามาก เหมือนเขาตอนเด็ก ไม่หรอก...ไม่ใช่หรอก คงไม่ใช่ลูกของเขาหรอกน่า แม้พยายามคิดแบบนั้น แต่ก็ดูรูปอื่นๆ ด้วยยิ่งชัดเจน ดวงตา รอยยิ้ม และรูปหน้าเค้าโครงของเด็กน้อยนั้นเหมือนเขามาก ถอดแบบมาไม่ผิดเพี้ยน จะผิดแต่สีผิวที่ไม่เหมือนเขา เด็กน้อยขาวเหมือนกุลธิดา
“ลูกกูเหรอวะ” เขาพึมพำกับตัวเอง ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เขามีลูกได้ยังไง และก็คิดย้อนไปถึงอดีต ตลอดเวลาที่ได้เสพสวาทกับกุลธิดา เขาไม่เคยป้องกัน ไม่เคยเลย และเผลอตัวปล่อยน้ำสวาทในกายหล่อนทุกครั้ง
“ให้ตายสิวะ! กูพลาดได้ยังไง เด็กนี่ลูกกูงั้นเหรอ”
เขาสบถพึมพำออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อ เมื่อได้มองรูปแต่ละรูปแบบละเอียดแล้ว มองยังไงเด็กน้อยที่เขาเห็นเมื่อหลายวันก่อนในรถเข็นก็เหมือนเขาไม่มีผิด เหมือนเขาแบบย่อส่วน ถ้าวันนั้นเด็กนั้นไม่นอนหลับหรือได้มองชัดๆ เขาคงรู้ตั้งแต่วันนั้นแล้วว่าเด็กนั้นเหมือนตัวเอง
เมื่อมั่นใจแล้วว่าเด็กคือลูกของตัวเอง และใจของคนที่เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเป็นพ่อคน มีลูกมาตลอดที่หล่อนหายไปก็เต้นตุบตับด้วยความตื่นเต้นระคนความโกรธ สันกรามแกร่งปูดโปนขึ้นด้วยความหมายมาดคาดโทษกุลธิดาแล้วกำรูปในมือแน่น ก่อนจะลุกขึ้นเพื่อไปหาหล่อนตามที่อยู่ของเธอที่ได้มา ไม่ว่าจะเป็นร้านหรือคอนโดล้วนเป็นที่เดียวกัน
“เจอกูแน่กุล” ช้อยหมายมาดกับตัวเองแล้วคว้าหยิบกุญแจรถยนต์คันหรูพร้อมโทรศัพท์และเสื้อสูทราคาแพงของตัวเองมาใส่รีบๆ เดินตรงไปยังประตูกระชากเปิด แต่เปิดออกมาก็มาเจอกับไอ้เสริมพอดี
“มึงจะไปไหนไอ้ช้อย”
“วันนี้กูไม่เข้ามาแล้วนะ มึงดูแลทุกอย่างแทนกูด้วย” เขาพูดแค่นั้นแล้วก็เดินผ่านเพื่อนไปอย่างรีบๆ ส่วนไอ้เสริมก็มองตามเพื่อนรักที่ดูเร่งรีบผิดปกติ ปกติไอ้ช้อยไม่เคยมีธุระอะไรสำคัญไปกว่างานที่กาสิโนเลยสักครั้ง แต่วันนี้ทำไมดูเร่งรีบ
“มีอะไรสำคัญกว่ากาสิโนอีกวะ” ไอ้เสริมพึมพำมองเพื่อนพร้อมเอกสารสำคัญในมือที่จะเอามาให้เพื่อนช่วยดูช่วยตัดสินใจ เมื่อเพื่อนไม่อยู่จึงหมุนตัวเดินกลับไปยังห้องทำงานของตัวเอง วันนี้คงได้อยู่ที่กาสิโนทั้งคืนแล้วสินะแบบนี้ ไม่ได้กลับไปกอดลูกน้อยและอ้วนอ้วนของเขาแล้วสิแบบนี้ จึงรีบล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อสูทด้านในออกมากดต่อสายหาสมบุญ ภรรยาสุดที่รักทันที
กุลธิดามองดูลูกน้อยที่เล่นกับเด็กในร้านแล้วยิ้มตาม วันนี้เธอเข้ามาช่วยเด็กในร้านอบขนมและช่วยขายเหมือนทุกครั้งที่ทำประจำ เธอดีใจที่คชาเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย เชื่อฟังเธอตลอด อีกไม่นานเด็กน้อยแก้วตาดวงใจก็จะได้ไปโรงเรียนแล้ว
“น้องแอลคะ มาหาแม่เร็วลูก อย่าไปกวนพี่เขาสิลูก” เมื่อเห็นว่าคชาไปดึงเสื้อของเด็กในร้านที่กำลังขายขนมให้ลูกค้าอยู่จึงกวักมือเรียก
“ก๊าบ...” ด้วยวัยที่ยังพูดไม่ทันชัดถ้อยชัดคำเท่าไหร่
“น่ารักจังเลยที่รักของแม่กุล” เธอโอบกอดหนูน้อยที่วิ่งมาหาตัวเอง
“เดฟๆๆ...” หนูน้อยเรียกชื่อของเดฟเมื่อวันนี้ตั้งแต่เช้ายังไม่เห็นเขามาที่ร้านเลย
“ลุงเดฟไปทำงานนะครับ เดี๋ยวไม่นานก็ซื้อขนมมาให้น้องแอลแล้วครับ”
“หนมๆๆ”
“ใช่ครับ น้องแอลไปนอนที่โซฟาก่อนนะครับ เดี๋ยวแม่ช่วยพี่เขาขายขนมก่อนนะคะ” เมื่อเห็นว่าร้านใกล้ปิด ลูกค้าก็หลั่งไหลกันมาซื้อ จนทำให้เด็กในร้านขายไม่ทัน เธอจึงจะไปช่วย
“ก๊าบ...” หนูน้อยตัวกลมเดินไปยังโซฟาที่ตัวเองใช้เป็นที่นั่งและนอนเป็นประจำทันทีอย่างรู้ความ
กุลธิดามองลูกชายที่ปีนขึ้นไปยังโซฟาตัวเตี้ยแล้วยิ้มตามท่าทางตลกของลูก ขาก็สั้น แขนก็สั้น ตัวก็สั้นอีก มองยังไงก็ดุ๊กดิ๊ก หล่อนอมยิ้มให้กับภาพนั้นแล้วก็เดินไปช่วยเด็กขายขนม เมื่อตอนนี้ลูกค้าต่อคิวกันยาวเลย