ปิ่นกมล น้ำตาไหลพรากเมื่อ กิ่งแก้ว ผู้เป็นแม่เลี้ยงสาววัยสามสิบห้าปียืนค้ำตระหง่านอยู่เหนือร่างของเธอที่นั่งอยู่กับพื้น สภาพไม่ต่างจากผ้าขี้ริ้วเก่าๆ ในขณะที่แม่เลี้ยงสาวสวย เฉิดฉายราวนางพญา และ กมล ผู้เป็นบิดาก็นั่งเงียบกริบ ไม่ปริปากพูดอะไรเลย เหมือนว่าท่านไม่ได้มองเห็นเธอเสียด้วยซ้ำ เหมือนเธอเป็นอากาศธาตุ และเธอไม่ใช่ลูกของเขา
“เอาเป็นว่าตกลงตามนี้ก็แล้วกัน”
ในที่สุดกลีบปากอิ่มสีแดงสดจากลิปสติกยี่ห้อดังก็เอื้อนเอ่ยวาจาอันเสมือนมีดคมๆ ออกมา
“แต่น้ากิ่งคะ ปิ่นไม่อยากไป ให้ปิ่นรับใช้น้ากิ่งกับคุณพ่อที่บ้านเถอะค่ะ จะให้ปิ่นทำอะไรปิ่นก็ยอมทั้งนั้น แต่อย่าส่งปิ่นไปที่นั่นเลยนะคะ”
ปิ่นกมลน้ำตาไหลพราก คร่ำครวญร้องขออย่างน่าเวทนา แต่ดูเหมือนคนทั้งคู่และอีกคนหนึ่งคือพ่อแท้ๆ ของเธอกลับไม่ได้ใส่ใจเธอเลย
“ก็นี่ไง สิ่งที่ฉันต้องการให้แกทำ ทำตามความต้องการของฉันอย่างที่แกร้องขอเลย แค่เปลี่ยนสถานที่ จากบ้านนี้ไปที่ หุบเขาคนเถื่อน เท่านั้นเอง”
ผู้เป็นแม่เลี้ยงสาวสวยสดเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวาน แต่มันแฝงไว้ด้วยความโหดร้ายอย่างที่สุดสำหรับคนฟังอย่างเธอ
หุบเขาคนเถื่อน คือชื่อของสถานที่แห่งหนึ่ง ในจังหวัดเล็กๆ แห่งนี้ ซึ่งเป็นพื้นที่หุบเขาสูงและเต็มไปด้วยคำเล่าลือว่า คนที่นั่นแสนจะดุร้ายป่าเถื่อน โดยเฉพาะ นายใหญ่ ของที่นั่น ที่ใครๆ ต่างก็พูดกันว่า เขาทั้งป่าเถื่อน ดุร้ายและพล่าผลาญหญิงสาวอย่างไร้ความปราณี
และปิ่นกมลก็หวาดกลัวเหลือเกิน หากว่าเธอถูกส่งไปขัดดอกแทนเงินจำนวนมากที่แม่เลี้ยงของเธอไปกู้ยืมมาจากนายใหญ่ของหุบเขาคนเถื่อน ซึ่งปิ่นกมลไม่เข้าใจ และไม่รู้เลยว่า เหตุใดแม่เลี้ยงของเธอจึงเป็นหนี้ก้อนใหญ่นับล้านได้อย่างนั้น
“ทำตามที่น้ากิ่งบอกนั่นล่ะหนูปิ่น อย่าดื้อ”
“คุณพ่อคะ..” ปิ่นกมลพูดไม่ออกเมื่อบิดาพูดเช่นนั้น นั่นหมายความว่า คำขอร้องอ้อนวอนของเธอมันไม่เป็นผล และเธอคงต้องไปที่นั่นโดยไม่มีข้อแม้
“พรุ่งนี้เช้าแกก็เตรียมตัวดีๆ ล่ะ และอย่าคิดหนีเป็นอันขาด เพราะไม่อย่างนั้นพ่อแกต้องตายด้วยน้ำมือของไอ้คนที่หุบเขาคนเถื่อนแน่”
กิ่งแก้วก้มลงมากระซิบเบาๆ กับเธอ แววตาของเจ้าหล่อนดูเยือกเย็นน่ากลัวจนปิ่นกมลขนลุก จำต้องเช็ดน้ำตาออกจากแก้มซีดขาว ก้มหน้ารับชะตากรรมที่ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้
ถึงแม้บิดาจะเย็นชาและเฉยเมยกับเธอนับตั้งแต่แต่งงานใหม่กับสาวสวยรุ่นน้องที่อ่อนวัยกว่าเกือบยี่สิบปี แต่ยังสวยสด จนไม่สนใจใยดีเธอ แต่ภาพความทรงจำในวัยเด็กที่อยู่กันพร้อมหน้า พ่อ แม่ ลูก ที่แสนสุขก็ตอกย้ำให้เธอได้ตระหนักถึงบุญคุณของท่าน พ่อเคยรักเธอมาก และตามใจเธอทุกอย่าง ตั้งแต่เล็กจนโตพ่อคือฮีโร่ คือที่หนึ่งในใจมาเสมอ จนเมื่อห้าปีก่อน ที่เธอเสียมารดาด้วยอุบัติเหตุในขณะที่เธอเรียนอยู่มหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 1 บิดาก็เปลี่ยนไป
ท่านเสียใจมากและดื่มเหล้าหนักทุกวัน จนวันหนึ่งก็ดื่มจนได้เมียใหม่ซึ่งสาวสวยสด นั่นก็คือ กิ่งแก้ว นั่นเอง และนับตั้งแต่ที่กิ่งแก้วเข้ามาในบ้าน ด้วยฐานะเมียใหม่ของบิดา หรือแม่เลี้ยงของเธอ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป...
ชีวิตของสาวน้อยวัยใสก็ต้องกลายเป็นผู้แบกรับภาระในบ้านทุกอย่าง งานบ้านทุกอย่าง รวมไปถึงการหุงหาอาหารดูแลบ้านดูแลสวน ก็คือเธอ และไม่เพียงเท่านั้นหน้าที่การหารายได้เข้าบ้านก็เป็นเธออีกด้วย เพราะเงินทองที่มีเริ่มร่อยหลอและหมดลงอย่างรวดเร็ว จากที่เคยมีฐานะที่เรียกได้ว่าเข้าขั้นร่ำรวยก็กลายเป็นคนที่หมดเนื้อหมดตัวในเวลาไม่กี่ปี
ปิ่นกมลต้องทำงานหนัก ทั้งยังต้องเรียนไปด้วย เพราะหากไม่เรียนต่อ ปิ่นกมลก็รู้อนาคตเลยว่าเธอจะเป็นได้แค่คนไร้ค่า ไร้ความรู้คนหนึ่ง ไม่มีโอกาสได้ลืมตาอ้าปากอย่างแน่นอน และเมื่อเธออยากเรียนต่อในขณะที่บิดากับแม่เลี้ยงไม่ได้สนับสนุน เธอจึงต้องทั้งทำงานและเรียนไปด้วย และรายได้ยังต้องแบ่งให้แม่เลี้ยงใช้สอยซื้อข้าวของแต่งเนื้อแต่งตัวอย่างสวยงามอีกด้วย ในขณะที่คนหาเงินสวมใส่เสื้อผ้าเก่าๆ เฉิ่มเชยล้าสมัย
เสื้อผ้าสวยๆ ชุดสวยๆ ข้าวของเครื่องใช้ดีๆ ที่เธอเคยได้ใช้ สมัยที่มารดายังมีชีวิตอยู่ ไม่มีอีกต่อไป เพราะกิ่งแก้วเอาไปทิ้งหมด และสั่งห้ามไม่ให้เธอซื้อของพวกนี้ใช้อีกด้วย
เธอจะได้ใช้เสื้อผ้าเก่าๆ ของกิ่งแก้ว หรือไม่ก็ต้องซื้อตามตลาดนัดและเป็นของมือสอง หรือถ้าซื้อใหม่ก็ต้องไม่เกินราคา 199 บาท เพราะถ้าแพงกว่านั้นปิ่นกมลก็ไม่อาจเอื้อม ครีม หรือเครื่องสำอางต่างๆ ก็แค่ ครีมซองเล็กๆ ที่ขายในร้านสะดวกซื้อ ราคาไม่กี่สิบบาท
ชีวิตของเธอนี่มันช่าง... รันทดสิ้นดี
“เอาล่ะ วันนี้แกไม่ต้องทำงานอะไรแล้วขึ้นไปพักผ่อนเถอะ”
พูดเหมือนใจดีและยิ้มอ่อนโยนให้ แต่แววตานั้นกลับเต็มไปด้วยความสะใจและเหี้ยมเกรียม ปิ่นกมลไม่เข้าใจเลยว่าบิดาหลงรักผู้หญิงสวยแต่รูป แต่นิสัยหยาบกระด้างไร้เมตตาคนนี้ได้อย่างไร...
กมลมองตามแผ่นหลังบอบบางของลูกสาวคนเดียวไปด้วยแววตาที่มีแววหม่นเศร้าเล็กน้อย ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติเรียบเฉย เมื่อภรรยาสาวหันกลับมายิ้มหวานให้
“แค่นี้ก็เรียบร้อย หนี้ไม่ต้องใช้แถมเรายังได้เงินมาตั้งตัวอีกนะคะพี่กมล”
กมลไม่พูดอะไรได้แต่ยิ้มบางๆ ให้ภรรยาสาวคนสวย...
แล้ววันที่ทำให้ปิ่นกมลรู้สึกหวาดกลัวที่สุดในชีวิตก็มาถึง เมื่อเช้าวันต่อมากิ่งแก้วก็พาเธอมาส่งที่หุบเขาคนเถื่อน หญิงสาวนั่งเงียบพยายามกลั้นน้ำตาแห่งความหวาดกลัวเอาไว้สุดความสามารถ เพราะรู้ว่าแม้จะร้องไห้อ้อนวอนแค่ไหน ความเจ็บปวด ทุกข์ทรมานของเธอก็ไม่ได้รับการเหลียวแลจากคนที่นั่งอยู่ข้างๆ
“นั่งรอนายใหญ่สักครู่นะคะ”
แม่บ้านสูงวัยหน้าตาท่าทางดูใจดีบอกเรียบๆ ก่อนเดินออกไปจากห้องรับแขก หลังจากที่เสิร์ฟน้ำท่าให้กับแขกที่มาเยือนยังหุบเขาคนเถื่อน ที่นานๆ ครั้งจะมีมา และผู้หญิงสองคนตรงหน้าก็งดงามแตกต่างจากหญิงสาวในหุบเขาคนเถื่อน
“ทำตัวดีๆ ล่ะ ระยะเวลาแค่สามเดือนเท่านั้นที่แกจะต้องอยู่ที่นี่ในฐานะเมียขัดดอกของนายใหญ่ ทำตัวน่ารักๆ ให้เขาเอ็นดูเมตตา แกก็จะได้อยู่อย่างสุขสบายหน่อย แต่ถ้าไม่ถูกใจเขาแกก็ต้องไปเป็นนางบำเรอให้กับผู้ชายทั้งหุบเขา และก็ยังต้องทำงานหนักในไร่ในนาด้วย ก็เลือกเอาละกันว่าแกควรจะทำตัวแบบไหน นี่ฉันหวังดีกับแกมากนะ”
คำพูดที่ออกมาจากปากสีสวยสดนั้นเหมือนหวังดี แต่ปิ่นกมลรู้ดีว่ามันไม่ใช่ จึงก็ได้แต่นิ่งเงียบเพียงเท่านั้น แต่ดวงตากลมโตหวานซึ้งที่มีแววโศกนิดๆ นั้นก็กวาดมองไปรอบๆ กายอย่างสำรวจตรวจตรา เพราะตอนเข้ามาที่หุบเขาคนเถื่อนนั้น เธอไม่ได้มีแก่ใจจะมองรอบกายนักเพราะมัวแต่เศร้าสร้อยและนึกปลดปลงกับชะตากรรมของตัวเอง จึงไม่ได้สนใจมองนักเพราะคิดว่าตนกำลังเดินไปสู่เส้นทางหายนะ สนใจไปก็เท่านั้น
แต่เมื่อมาถึงตอนนี้ ปิ่นกมลที่ค่อยคลายความเครียดลงและเริ่มยอมรับชะตากรรมของตัวเองได้แล้ว จึงกวาดตามองสำรวจสิ่งรอบกายอย่างสนใจ อย่างน้อยๆ หากเธอจะต้องอยู่ที่นี่จริงๆ ก็จะต้องปรับตัวให้ได้และเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน
ภาพทิวทัศน์ที่เขียวขจีรายล้อมอยู่รอบด้านนั้น ถูกแซมแต่งแต้มด้วยดอกไม้ที่ปลูกสลับกันหลากหลายชนิด หลากสีสัน ทำให้บรรยากาศโดยรอบมีสีสันสดชื่นสบายตา พอทำให้รู้สึกผ่อนคลายสบายใจไปได้บ้าง
แต่... เทือกเขาสูงที่มีหน้าผาหินสีขาวตั้งตระหง่านรอบด้านเสมือนเป็นกำแพงยักษ์ที่โอบล้อมที่แห่งนี้ไว้ เหมือนดินแดนลึกลับยากที่ใครจะเข้าถึง และที่ทำให้เธอรู้สึกพรั่นพรึงมากกว่าทุกสิ่งก็คือ คฤหาสน์หลังงามที่ทำให้เธอนึกถึงปราสาทอันลึกลับในหนังสยองขวัญ แม้มันจะไม่ได้ดูเก่าทรุดโทรม เพราะได้รับการดูแลอย่างดี แต่มันก็ดูเข้มขลังน่าเกรงขาม เมื่อเห็นภาพคฤหาสน์ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ ที่ฉากหลังคือหน้าผากำแพงหินสูงลิบจนเห็นเมฆหมอกปกคลุมยอดเขาอยู่เสมอ ในยามบ่ายคล้อยที่แสงอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้าแบบนี้ยิ่งทำให้น่าสะพรึงกลัว นี่เธอจะต้องอยู่ที่นี่จริงๆ ใช่ไหม...
“นายใหญ่แจ้งว่า ทิ้งคนไว้ที่นี่ ส่วนคุณผู้หญิงเชิญกลับไปได้”
แล้วเสียงแม่บ้านคนเดิมก็ดังขึ้นอีกครั้ง การปรากฏตัวขึ้นมาเงียบๆ ของนางทำให้ทั้งเธอและกิ่งแก้วสะดุ้งได้เหมือนกัน
“อะไรกัน ให้นั่งรอเกือบครึ่งชั่วโมงแต่ไม่ยอมมาพบ” กิ่งแก้วเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์
“นี่ก็จะค่ำแล้ว เชิญคุณผู้หญิงกลับได้เลยนะคะ ค่ำแล้วจะไม่ปลอดภัย”
แม่บ้านวัยกลางคนเอ่ยขึ้นเรียบๆ ไม่ได้ใส่ใจท่าทางของหญิงสาวแสนสวยตรงหน้า กิ่งแก้วกระแทกเสียงอย่างไม่พอใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเห็นว่าตะวันจะตกดินแล้ว และคำว่า ค่ำแล้วจะไม่ปลอดภัย ที่แม่บ้านพูดนั้นก็ทำให้เธอหวั่นใจไม่ได้น้อยเหมือนกัน
“ฉันไปแล้วนะ อย่าลืมที่ฉันสั่งล่ะ”
“เดี๋ยวค่ะน้ากิ่ง” ปิ่นกมลเอ่ยขึ้นเมื่อกิ่งแก้วลุกขึ้นจะเดินจากไป
“อะไรอีกล่ะ”
“แล้ว.. แล้วน้ากิ่งกับคุณพ่อจะมารับปิ่นตอนไหนคะ”
หญิงสาวถามเสียงสั่น แววตาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น และอดใจหายไม่ได้เมื่อกิ่งแก้วจะจากไปแล้วจริงๆ แม้ไม่ได้รักใคร่ใยดีต่อกันนัก แต่ตอนนี้กิ่งแก้วก็คือญาติเพียงคนเดียวที่เธอมี...
“แกอยู่ให้ครบกำหนดก่อนก็แล้วกัน อย่าเซ้าซี้ ฉันไปล่ะ เดี๋ยวค่ำ”
กิ่งแก้วหันมาตวาดใส่อย่างไม่พอใจก่อนจะรีบเดินลิ่วๆ จากไป ปิ่นกมลลุกขึ้นจะถลาตามไป แต่เมื่อนึกได้ว่า มันไร้ประโยชน์ที่จะอ้อนวอนหรือเหนี่ยวรั้งกิ่งแก้วไว้ จึงหยุดชะงักอยู่ที่หน้าประตู มองดูรถยนต์กลางเก่ากลางใหม่ที่ค่อยๆ หายไปจากสายตา ดวงตากลมโตรื้นด้วยหยาดน้ำตา รู้สึกโดดเดี่ยวและหวาดหวั่นใจไม่น้อย กับการอยู่ที่นี่เพียงลำพัง...
ในขณะเดียวกันทางด้านกิ่งแก้วที่ขับรถออกมาจากคฤหาสน์หลังงามก็สบถออกมาอย่างหยาบคายโดยไม่ต้องรักษาภาพลักษณ์ใดๆ อีกต่อไป เพราะมีเธอเพียงคนเดียว
“ไอ้คนเฮงซวยเอ๊ย.. ฉันอุตส่าห์ถ่อสังขารมาถึงนี่ แต่ไม่โผล่หัวมาให้เห็นหน้าเลยแม้แต่นิด หยิ่งเหลือเกิน คิดว่าตัวเองหล่อมากรึไงวะ..” หญิงสาวสบถอย่างฉุนเฉียว
เธอแอบพึงใจนายใหญ่ของที่นี่และพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เขาเห็นเธอในสายตา และการที่บิดาของปิ่นกมลเป็นหนี้ ถิ่นเถื่อน นายใหญ่ของที่นี่ก็เพราะอยากมาใกล้ชิดกับเขา เพราะเธอคิดว่า หากเป็นหนี้เขาแล้ว ก็จะเอาตัวเองมาขัดดอก และหลังจากนั้นเธอก็จะยั่วให้ถิ่นเถื่อนหลงหัวปักหัวปำ แล้วหลอกเอาเงินทรัพย์สินเงินทองของเขามาให้หมด หลังจากนั้นก็จะถีบหัวส่งแล้วหอบเงินมาใช้ให้สบายใจ เพราะเธอคงไม่คิดว่าจะอยู่ที่หุบเขาแสนกันดาร ไร้ความศิวิไลซ์แบบนั้นตลอดชีวิตแน่ๆ
“ไอ้ผู้ชายตาต่ำ ฉันสวยแซ่บขนาดนี้กลับไม่สนใจ แทบจะอ้าขาให้อยู่แล้วก็ไม่สนใจ สงสัยไม่ชอบผู้หญิงแน่ๆ”
กิ่งแก้วยังคงบ่นปอดแปดไปตามประสา เพราะเธอเคยแสดงอาการยั่วยวนถิ่นเถื่อนและนำเสนอตัวเองมาขัดดอกแทนหนี้จำนวนมากที่เธอหลอกให้กมลกู้ยืมมา เพื่อให้เธอได้ใช้สอยอย่างมือเติบ ทั้งชอปปิ้งแบรนด์เนมหรู กินหรูอยู่สบาย ทั้งเอาไปเล่นการพนันกับบรรดาเพื่อนฝูงในกลุ่มสาวหัวสูงไฮโซอีก เธอใช้เงินสุรุยสุร่ายเพราะเงินที่ได้มามันช่างง่ายดาย แค่ออดอ้อนออเซาะให้กมลหลงและให้เขาไปหามาให้ก็ได้แล้ว และบังเอิญเหลือเกินที่กมลทำงานที่บริษัทของถิ่นเถื่อน ในตำแหน่งหัวหน้างาน ทำให้ได้ใกล้ชิดกับผู้บริหารหนุ่มไฟแรงอยู่หลายครั้ง และความหล่อเหลาดิบเถื่อนของถิ่นเถื่อนก็เข้าตาเธอเหลือเกิน เธอเจอเขาในงานเลี้ยงบริษัท และพยายามไปอ่อยเขาแต่ถิ่นเถื่อนกลับไม่สนใจใยดีเธอ แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ หาทางทุกทางที่จะทำให้ได้เข้าใกล้กับถิ่นเถื่อนมากขึ้น และกล่อมให้กมลทำตามที่ตนต้องการได้ไม่ยาก
และที่สำคัญความรวยของถิ่นเถื่อนมันล่อตาล่อใจของเธอด้วย แม้เธอจะไม่ชอบหุบเขาคนเถื่อน แต่เขาก็ยังมีบริษัท มีโรงงานผลิตอาหารแช่แข็งและโรงงานแปรรูปผลไม้รวมไปถึงโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ อีก ทั้งจังหวัดนี้เรียกได้ว่า อำนาจของถิ่นเถื่อนครอบคลุมอยู่แทบทั้งหมด ไม่ว่าจะทำอะไรก็มีแต่คนเกรงอกเกรงใจ ทั้งความน่าเกรงขามของถิ่นเถื่อน และอำนาจเงินของเขา ก็คือที่สุดในความปรารถนาของเธอ
แต่.. ถิ่นเถื่อนกลับไม่เล่นด้วย ทั้งที่เธอมั่นใจว่าเธอสวยกว่าผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยควง เธอเคยได้ยินมาว่าเขาไม่สนใจลูกเมียใคร อยากได้ก็ต้องได้ ดังนั้นการที่เธอมีผัวแล้วมันคงไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เขาไม่สนใจเธอ แต่ทำไมนะ ถิ่นเถื่อนถึงไม่สนใจใยดีเธอเลย
“แต่ก็ดี ช่างมัน อย่างน้อยๆ เราก็ได้เงินไว้ใช้ แถมยังเฉดหัวนังปิ่นไปให้ไกลหูไกลตา ไม่มีมันสักคน เราก็สวยโดดเด่นที่สุดในบ้าน อิอิ”
เมื่อปลงตกแล้วว่าทำอย่างไรถิ่นเถื่อนก็ไม่สนใจใยดีตน กิ่งแก้วจึงหาทางระบายความร้อนรนหงุดหงิดใจของตนด้วยการ ส่งลูกเลี้ยงที่นับวันก็ยิ่งสวยผุดผาดบาดตามากขึ้น จนแทบจะกลบรัศมีความงามของตนให้พ้นหูพ้นตาเสีย เพราะเมื่อใครๆ มองมา โดยเฉพาะผู้ชาย ก็จะได้เห็นเพียงแค่เธอคนเดียวเท่านั้น ใจจริงเธออยากจะเอาปิ่นกมลไปประเคนให้เสี่ยใหญ่คนหนึ่งเพื่อความสะใจ เพราะลึกๆ แล้วเธอริษยาความงามของปิ่นกมลอยู่แล้ว ยิ่งเห็นว่ายิ่งโตปิ่นกมลก็ยิ่งสวยเธอก็ยิ่งริษยา
แต่เมื่อคิดถึงส่วนได้ส่วนเสียและเงินที่จะได้ มาทางถิ่นเถื่อนจะได้มากกว่า และเผลอๆ การที่เธอได้เกี่ยวดองกับเขาก็จะทำให้เธอพลอยมีอำนาจวาสนาไปด้วย หรือบางทีจับผลัดจับผลู เธออาจจะได้ใกล้ชิดถิ่นเถื่อนอีกสักครั้ง และหรือบางทีเขาอาจจะตาสว่างเห็นความสวยแซ่บของเธอ แล้วคว้าเธอไปเป็นคู่ควงหรือไม่ก็เมียของเขาจริงๆ ในสักวัน ไม่วายที่กิ่งแก้วจะคิดเข้าข้างตัวเอง ด้วยความละโมบและหลงตัวเอง...
เมื่อกลับมาถึงบ้านเธอก็พบว่ากมลยืนรออยู่ในห้องรับแขก กิ่งแก้วรีบปรับสีหน้ายิ้มหวานเข้าไปกอดเอาใจเขา
“ไม่สบายหายแล้วหรือคะ แล้วกินอะไรรึยัง เดี๋ยวกิ่งสั่งให้”
บอกอย่างเอาใจ ทำท่าจะกดส่งอาหารร้านประจำ แต่กมลก็เอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน
“พี่กินแล้วล่ะ พอดีสาเขาเอาโจ๊กมาฝาก”