ตอน 2

กระทั่ง...

“อารัณ!! กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” พลับพลึงสปริงตัวขึ้นก็เห็นดรัณมองจ้องเธอไม่วางตา เธอจัดเสื้อผ้าเข้าที่แล้วเดินเข้ามาใกล้

“กลับมามองเธอทำสิ่งที่ฉันไม่ชอบอยู่นานแล้ว” ดรัณบอกเสียงเย็นเยียบเข้าไปถึงใจพลับพลึง ดวงตาคมกริบมีเพียงความเย็นชาคล้ายจะเกลียดชังทุกคนที่เข้ามายุ่มย่ามในอาณาจักรของเขา เกลียดแม้กระทั่งเธอ คนที่เขารักเหมือนหลานในไส้

“พลับขอโทษค่ะ พลับมาหาอารัณแต่ไม่เจอ ก็เลย...”

“ออกไปให้พ้นจากบ้านของฉัน แล้วอย่าเข้ามายุ่งวุ่นวายกับข้าวของๆ ฉันอีกเด็ดขาด” เขาไล่ตะพึด พลับพลึงไม่คิดว่าการที่เธอเข้ามาเล่นฟิตบอลโดยไม่ขออนุญาตจะทำให้เขาโกรธถึงขั้นไล่ไปให้ไกล บ่อยครั้งที่เขาทำเย็นชาไม่อยากเข้าใกล้เธอ ไม่มีแม้รอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้ได้ยิน ไม่มีคำพูดอ่อนหวานเหมือนแต่ก่อน เธอเข้าใจและพยายามปรับตัวให้อดทนกับความเปลี่ยนแปลงชนิดสุดขั้วของเขา

“ของๆ อาอิง ทำไมพลับจะเล่นมั่งไม่ได้ อาอิงเป็นอาพลับ” เธอเถียง เป็นการกระตุกหนวดเสืออย่างห้ามไม่ได้จริงๆ ก็เขาไม่ควรจะหวงสิ่งของที่เป็นของอาสาวเธอนี่นา ถ้าเป็นคนอื่นเธอจะไม่ว่า แต่นี่เธอเป็นหลานของอิงฟ้าแล้วทำไมต้องห้าม

“แต่ฉันไม่ชอบ!!! ฉันไม่ชอบให้คนอื่นมายุ่มย่ามกับของๆ อิงฟ้า”

“ทำไมจะยุ่งไม่ได้ พลับเป็นหลาน” พลับพลึงยังเถียง เธอต้องการเอาชนะถึงแม้จะไม่เคยชนะเขาได้มาหลายปีแล้วก็ตาม

เมื่อก่อนดรัณจะยอมลงให้เธอทุกครั้ง ไม่ว่าพลับพลึงต้องการอะไร เขาจะหาให้ได้ทุกอย่างเพื่อแลกเปลี่ยนกับสิ่งที่เขาต้องการจากเธอ และมีเพียงเธอเท่านั้นที่ทำให้เขาได้ แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปหมด ดรัณไม่เห็นใครอยู่ในสายตาแล้วจริงๆ ทุกคนเป็นสิ่งมีชีวิตที่ควรอยู่ให้ไกลเขามากที่สุด เหมือนสิ่งมีชีวิตไร้ค่าเป็นแค่ขยะที่เน่าเหม็น เป็นสิ่งปฏิกูลที่ไม่ควรเข้าใกล้

“ถึงจะเป็นหลานก็ไม่ได้ ของๆ อิงฟ้าทุกชิ้นในบ้านหลังนี้ เธอจะแตะต้องไม่ได้ ฉันไม่สนใจว่าเธอจะเป็นใคร เป็นอะไรกับอิงฟ้า แค่ฉันไม่ต้องการให้เธอแตะต้องมันเท่านั้นพอ ออกไปได้แล้ว กลับไปไร่เธอซะพลับพลึง”

หญิงสาวปากคอสั่น น้อยใจที่ดรัณไล่เธออย่างกับหมูกับหมา เขาเปลี่ยนไปจนสุดขั้ว ข้อดีหายไปหมดเหลือแต่เพียงข้อเสียที่แก้ไม่หาย แต่อารัณก็ยังเป็นผู้ชายคนเดียวที่อยู่ในหัวใจของเธออยู่ดี

“อารัณขี้ขลาดตาขาว อารัณขี้กลัว สิ่งที่อารัณเป็นอยู่ตอนนี้ไม่ได้ทำให้อารัณมีความสุขขึ้นมาเลย มีแต่จะทำให้อารัณทุกข์ขนัด แล้วคนที่จากไปเขาจะมีความสุขได้ยังไง ถ้าอารัณยังเห็นแก่ตัวแบบนี้”

“ใช่ ฉันมันเห็นแก่ตัว รักตัวเองแล้วไง ฉันเกลียดคนอื่น เกลียดทุกคนที่เข้ามาในบ้านของฉันแล้วไง มันหนักหัวเธอตรงไหน ออกไปจากบ้านของฉันเสียที”

ปากของพลับพลึงสั่นระริกจนต้องขบเม้มให้เป็นเส้นตรง ดวงตากลมตัดพ้อต่อว่าฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำเอ่อนอง จนคนมองรู้สึกผิด แต่ความรู้สึกนั้นก็เล็กน้อยจนไม่มีน้ำหนัก ดรัณก็ยังเป็นคนเย็นชาใจร้ายเหมือนเดิม

“ออกไปได้แล้ว หรือจะให้ฉันเหวี่ยงเธอออกไปฮึพลับพลึง”

หญิงสาวไม่ยอมให้เขาจับเธอโยนออกไปแน่ วันนี้คงเป็นวันซวยที่เธอเข้ามาเจอตอนอารมณ์ร้าย เขาอาจจะเหนื่อยมากพอเข้ามาเห็นเธอเล่นฟิตบอลโดยไม่ขออนุญาตก็เลยโกรธ แต่ไม่น่าจะโกรธมากมายขนาดนี้นี่นา อย่างน้อยหากอะไรๆ เปลี่ยนไปก็น่าจะคิดถึงอดีตที่เคยมีความสุขร่วมกันบ้าง เคยยิ้มเคยหัวเราะด้วยกัน ทำไมเขาถึงลืมมันไปได้

พลับพลึงตัดสินใจเดินสวนกระแทกไหล่กว้างออกไปอย่างฉุนเฉียว อยากกระแทกให้แรงกว่านี้ถ้าไม่กลัวว่าตัวเองจะเจ็บกว่าเดิม เธอย่ำเท้าเร็วๆ ออกไปนอกบ้านไม้ซุงหลังงาม เห็นเจ้าพายุซึ่งเป็นม้าหนุ่มแสนพยศสีดำทมิฬแต่จะเชื่องกับคนแค่สองคนเท่านั้นก็คือดรัณกับเธอ

หญิงสาวหันไปมองค้อนคนที่อยู่ในบ้านไม้ซุงอีกครั้ง เขาไม่เห็นหรอกแต่เธอก็อดไม่ได้ แล้วตรงดิ่งเข้าไปหาพายุก่อนสปริงตัวขึ้นขี่หลังมันอย่างง่ายดาย

“ไปกันเถอะพายุ พาฉันไปให้พ้นหน้าเจ้านายของแก เดี๋ยวเขาออกมาไม่เห็นแกคงคลั่ง ดีสมน้ำหน้าอยากไล่ฉันทำไมล่ะ” ว่าแล้วก็ควบเจ้าพายุออกไปกลางไร่องุ่นอิงฟ้า

ตอน 3

“คุณกาญ ลูกเราไปไหน” พ่อเลี้ยงรุ่งโรจน์เจ้าของไร่รุ่งโรจน์และเป็นบิดาของพลับพลึงถึงกับเอ่ยปากถามภรรยาเมื่อไม่เห็นบุตรสาวหลายชั่วโมงแล้ว

“ก็คงอยู่ที่ไร่อิงฟ้าเหมือนเคยนั่นแหละค่ะ ลูกเราน่ะดื้อ เตือนเท่าไหร่ก็ไม่เคยฟังนี่คะ”

แม่เลี้ยงกาญจนาถึงกับส่ายหน้าเมื่อพูดถึงบุตรสาวคนสวยเพียงคนเดียวของตน พลับพลึงไม่ใช่เด็กดื้ออย่างที่พูดหรอก เพียงแต่เธอมักจะทำอะไรโดยขาดความไตร่ตรองให้รอบคอบเสียก่อน ทำโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง นึกจะทำก็ทำ ทว่าพลับพลึงก็เป็นเด็กฉลาด ออกจะฉลาดแกมโกงเสียด้วยซ้ำในบางครั้ง ความซุกซนก็ต้องมีบ้างตามประสาเด็กสาวแรกรุ่น วัย 21 ปี สำหรับพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงแล้วยังถือว่าเด็กอยู่มาก เป็นเด็กวัยรุ่นที่มักจะทำอะไรตามอำเภอใจ เรียกร้องเอาแต่ใจให้ได้ทุกอย่างที่ต้องการ

เมื่อ 5 ปีก่อน พลับพลึงขอเข้าเรียนในโรงเรียนประจำซึ่งเป็นโรงเรียนคอนแวนต์หญิงล้วน เธอเป็นเด็กเรียนเก่ง สามารถเรียนจบเพื่อจะต่อในระดับชั้นอุดมศึกษาในเวลาเพียง 2 ปี หลังจากนั้นเธอก็ขออนุญาตไปเรียนในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และอยู่หอพักจนกระทั่งสำเร็จการศึกษา เธอตั้งใจเรียนเหมือนจะรีบเรียนให้จบด้วยคะแนนดีเยี่ยม เพียง 3 ปีกว่า เธอก็สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี

เมื่อเรียนจบ พลับพลึงก็กลับมาช่วยงานที่บ้านโดยบอกว่า ขอช่วยงานในไร่ให้สนุกเต็มที่ก่อนจะหางานทำที่ตรงกับสาขาที่เรียนมา เธอเรียนจบศิลปะศาสตร์เอกวิชามัณฑนศิลป์ เมื่อจบออกมาก็ตั้งใจจะเป็นมัณฑนากรสาวซึ่งชื่นชอบการวาดรูปเป็นงานอดิเรก ฝีมือของเธอยังไม่เข้าขั้นเป็นได้แค่จิตรกรฝึกหัดและยังต้องพัฒนาฝีมืออีกมาก ไม่ว่าเธอจะเรียนอะไรคุณพ่อกับคุณแม่ก็ยินดีส่งเสียอยู่แล้ว

“พ่อเลี้ยงดรัณไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป ลูกเราเข้านอกออกในบ้านเขาเหมือนเก่าจะดูไม่งามนะคุณ”

พ่อเลี้ยงรุ่งโรจน์เป็นห่วงกลัวจะมีคนครหาบุตรสาว ถ้าเป็นก่อน 5 ปีที่ผ่านมา เขาก็คงจะไม่นึกห่วงขนาดนี้ เพราะดรัณเป็นคนจิตใจดี อ่อนโยนและน่าคบหา มีทั้งพระเดชและพระคุณที่ใครๆ ต่างก็ยอมก้มหัวให้ ตอนนี้พระเดชพระคุณของพ่อเลี้ยงหนุ่มก็ยังคงอยู่ แต่สภาพทางจิตใจที่เปลี่ยนไปสุดขั้วก็ทำให้คนเป็นพ่อเป็นแม่ของหญิงสาวนึกขยาด ดรัณคนนี้ร้ายกาจเขาอยู่ในร่างเทพบุตรก็จริงแต่จิตใจของเขาคืออสูร

“คงไม่เป็นไรหรอกมั้งคะ ถึงยังไงพ่อเลี้ยงดรัณก็ยังเป็นคนเดิม แม้อะไรๆ จะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือก็เถอะค่ะ ดรัณคงไม่ทำร้ายลูกเราหรอกนะคะ”

“ไม่แน่หรอกคุณ หมอนั่นมันเคยมองใครในแง่ดีสักที่ไหน ตั้งแต่ยัยอิงจากไป สายตาและจิตใจของหมอนั่นก็เปลี่ยนไปเหมือนกัน ผมเป็นห่วงกลัวยัยพลับจะโดนลูกหลง ลูกเราเพิ่งจะเรียนจบกลับมาไม่นาน แทนที่จะช่วยงานในไร่อย่างที่บอกไว้ กลายเป็นไปขลุกอยู่แต่ในไร่อิงฟ้า เป็นผู้หญิงไปอยู่กับผู้ชายเป็นวันๆ คนจะครหาได้นะ”

“ปล่อยลูกเถอะค่ะ ดิฉันว่าลูกคงอยากอยู่ใกล้ดรัณเหมือนเมื่อก่อน”

“เมื่อก่อนน่ะยัยพลับยังเด็ก แต่ตอนนี้ลูกเราโตเป็นสาวสวยสะพรั่งแล้วนะ ที่สำคัญผมเคยเห็นสายตาที่ยัยพลับมองไร่อิงฟ้า มันดูแปลกๆ ยังไงชอบกล”

“ยัยพลับก็คงคิดถึงอาอิงของแกกระมังคะ” แม่เลี้ยงกาญจนาคิดในด้านดีไว้ก่อน

“ถ้าเป็นอย่างนั้นผมก็คงไม่คิดมาก แต่กลัวว่าสายตาของยัยพลับจะไม่ได้มองแค่ไร่อิงฟ้า หรือแม้แต่คิดถึงยัยอิงน่ะสิ ถ้าลูกเราจะมองเลยไปถึงใครอีกคนที่อยู่ในไร่นั้นด้วย เราจะทำยังไงดี”

เรื่องนี้อย่าว่าแต่สามีจะคิดเลย กาญจนาผู้เป็นภรรยาก็คิด ใช่ว่าจะชอบให้บุตรสาวเทียวเข้าออกไร่อิงฟ้าเหมือนบ้านของตน ทั้งที่ตอนนี้ไม่มีอาสาวอยู่ที่นั่นอีกแล้ว แต่จะทำอย่างไรได้จะออกปากห้ามจริงๆ จังๆ ก็กระไรอยู่ ถึงยังไงดรัณก็เปรียบเสมือนญาติของคนในตระกูลโรจนศุภเกียรติ

“ดิฉันว่าเราอย่าเพิ่งคิดกันไปไกลเลยนะคะ พ่อเลี้ยงดรัณอาจจะใจดีกับพลับพลึงก็ได้ เขาอาจจะใจร้ายกับคนอื่นแต่กับลูกของเราเขาคงใจดีด้วย ไม่งั้นยัยพลับจะเทียวเข้าเทียวออกหรือคะ คุณอย่าคิดมากเลยนะคะ สองคนนั่นเขาสนิทสนมกันมานานตั้งแต่คุณซื้อที่ดินผืนนี้แล้วนะคะ สิบกว่าปีมันก็นานมากอยู่นะคะ ดรัณคงจะเอ็นดูยัยพลับเหมือนลูกเหมือนหลาน”

“ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีสิคุณ ผมเป็นพ่อก็ห่วงลูก เอาเถอะ ผมจะเชื่อคุณก็แล้วกัน ว่าแต่วันนี้คุณจะเข้าเมืองหรือเปล่า ถ้าไป ผมจะไปด้วย ไม่ได้ไปไหนกับคุณนานแล้ว”

อยู่ๆ พ่อเลี้ยงรุ่งโรจน์ก็ทำตาเชื่อมใส่ศรีภรรยาแบบที่ไม่ค่อยได้ทำบ่อยนัก แม่เลี้ยงกาญจนาออกอาการเขินอายปรับสีหน้าไม่ทัน ก็แสร้งหยิกหมับเข้าไปบนท่อนแขนล่ำแล้วสะบัดค้อนให้หนึ่งที ทำเอาสามีหัวเราะชอบใจจนอกหนากระเพื่อมแล้วเกี่ยวเอาภรรยาเดินตรงไปที่รถ โดยไม่รอฟังคำตอบว่าคนที่กอดน่ะอยากไปหรือเปล่า

***************

“พายุไปไหน ใครเอาพายุไปวะ!!!”

เมื่อออกมาไม่เห็นเจ้าม้าหนุ่มสีนิลเหมือนสีตาของเจ้าของ ดรัณก็ออกอาการโกรธจนลมออกหู เขาตะโกนเสียงลั่นโหวกเหวกโวยวายจนไม่อยากมีใครเข้าไปตอบคำถามใกล้ๆ เจอใครเดินผ่านพ่อเลี้ยงหนุ่มก็ถามหากับทุกคน หลายคนที่ส่ายหน้าแล้วเดินหนี อารมณ์แบบนี้คนงานในไร่ไม่อยากสู้สายตาสักเท่าไหร่

“เฮ้ย! จะหลบตากันทำไม ใครไม่ตอบจะโดนหักเงินเดือนทั้งเดือน”

คราวนี้นายแดง หนึ่งในคนงานต้องตาลีตาเหลือกเข้ามาตอบ

“อยู่ในไร่ครับพ่อเลี้ยง”

“ในไร่? ฉันอยู่ที่นี่แล้วใครมันเอาไป อย่าบอกนะว่าเจ้าพายุมันเข้าไปเองน่ะ”

“เอ่อ...มีคนขี่เจ้าพายุไปครับ” นายแดงอ้อมแอ้มตอบ สงสารคนขี่ม้าตัวโปรดของเจ้านายก็สงสาร ถ้าพ่อเลี้ยงรู้ว่าใครขี่ไปเป็นได้เกิดเรื่องแน่ ทว่าถ้าไม่บอกความซวยก็คงมาเยือน แอบขอโทษขอโพยคุณหนูพลับพลึงอยู่ในใจ แล้วค่อยตอบคนหน้าดุโมโหจนหนวดงามๆ กระดิกดิ๊กๆ

“ใครวะ ใครมันกล้าขี่เจ้าพายุ เจ้าพายุมันไม่ยอมให้ใครขึ้นขี่ง่ายๆ นี่หว่า”

“เอ่อ...คุณหนูพลับพลึงครับ ผมเห็นเธอขี่พายุเข้าไปในไร่ ตอนนี้ก็คงยังอยู่ที่เดิมล่ะครับ”

ดรัณขบกรามกรอด เขาน่าจะคิดได้ตั้งแต่ทีแรกตอนไม่เห็นพายุแล้ว มันไม่เคยยอมให้ใครขึ้นขี่นอกจากเขาและ...เด็กคนนั้น แม้แต่อิงฟ้าก็ยังขึ้นขี่หลังมันไม่ได้

พลับพลึง!!

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED