“พุทธโธ่!!!...เวรกรรมจริงๆ เลยนะ”
“ช่างมันเถอะพี่...รอดมาได้ก็บุญแล้วแหละ แต่ว่า…ตอนนี้รสอยู่ที่ไหนคะ รสอยากกลับบ้านรสต้องทำไงบ้าง???”
“เหมืองแร่กัลตาโว...สุดเขตแดนประเทศเม็กซิโก ไกลจากตัวเมืองเป็นพันๆ กิโลเลย...เห้อ กลุ้มใจแทนจริงๆ”
“ออกไปคุยกันข้างนอก...กูจะนอน...” เกอร์เตสตวาดเสียงก้อง เขาเหลือบมองทรวดทรงองค์เอวของเด็กสาวอย่างประเมิน แต่วันนี้เขาเพลีย ไม่มีแรง ไม่มีอารมณ์สุนทรี จึงออกปากไล่หล่อน และลูกน้องอย่างไม่แยแส
“นายจะให้ผมพาเธอไปอยู่ไหนครับ เอกสารไม่มีติดตัวมาสักชิ้น จะให้ไล่ออกไปอยู่ข้างนอกคงได้ตายภายในวันนี้แน่” ราเชษฐออกปากช่วย เขาวิงวอนเจ้านาย เพื่อขอความเห็นใจแทนจรสจันทร์เด็กสาวจากประเทศเดียวกัน
“อืม...พาไปหาพีลา ให้หาห้องหับให้อยู่ หางานให้หล่อนทำด้วย ฉันจะจ่ายค่าจ้างให้ แต่คงไม่เท่าแรงงานคนอื่นๆ เมื่อไม่มีเอกสารมายื่นรับเงิน”
“ครับนาย...” ราเชษฐพาจรสจันทร์ออกไปจากบ้านพักของเกอร์เตส เมื่อเจ้านายอนุญาตให้เด็กสาวพักอาศัยและทำงานอยู่ในเหมืองแร่เหมือนเช่นคนงานคนอื่นๆ ที่หนีร้อนมาพึ่งเย็น แม้จะโหดเหี้ยมและดุดัน แต่เกอร์เตสก็ไม่เคยเหยียบซ้ำคนที่ตกทุกข์ เขาจึงให้ความช่วยเหลือแม้จะนิดหน่อยก็ตามที
นับจากวันนั้นจรสจันทร์จึงจำต้องทำงานอยู่ที่เหมืองแร่ที่เต็มไปด้วยฝุ่นควัน เพื่อหาสตางค์ค่าเครื่องบินกลับบ้านเกิดของตัวเอง แต่ก็ดีกว่าถูกหลอกมาขายตัวไกลบ้านไกลเมือง พร้อมทั้งยื่นเรื่องขอเอกสารยืนยันตัวตนทางประเทศไทย ที่ให้ราเชษฐเป็นธุระให้
เกอร์เตสคอยแอบมองลูกจ้างสาวคนใหม่ ด้วยแววตามันปราบ รูปร่างหล่อนอวบอัด กลิ่นกายหอมละมุนเตะจมูก แววตาเหมือนลูกกวางระวังภัย มันปลุกสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่ชื่นชอบเกมไล่ล่าให้ลุกโชน เขาจึงคอยแอบมองจรสจันทร์ทุกครั้งที่มีโอกาสพบเจอหล่อน
เวลา3เดือนผ่านไปไวเหมือนติดปีก ยิ่งใกล้วันขีดเส้นตายมากขึ้นเท่าไหร่จรสจันทร์ก็ยิ่งร้อนใจ นายทุนหน้าเลือดให้เวลา6เดือนสำหรับให้เด็กผู้หญิงแบบจรสจันทร์หาเงินมาไถ่ถอนที่ดิน ก่อนที่เขาจะยึด เพราะไม่มีเงินสดไปไถ่ถอน เธอเป็นห่วงทั้งพ่อและแม่ที่เมืองไทย แต่ก็จนปัญญาจะหาทางช่วย เมื่อตัวเองก็แทบจะเอาตัวไม่รอดในต่างถิ่น ขนาดอยากจะส่งข่าวให้พ่อกับแม่รู้ก็ยังจนใจ กลัวว่าบุพกาลีทั้งสองท่าน จะตกใจ และเป็นห่วงมากขึ้นกว่าเดิม เธอจึงรีรอหาโอกาสอยู่เรื่อยๆ จนเวลาผ่านไปใกล้กำหนดจ่ายเงินไถ่ถอนที่ดินเข้ามาทุกทีๆ
“พ่อจ๋าแม่จ๋า รสจะทำไงดี รสอยากช่วยพ่อกับแม่เหลือเกิน แต่มันมืดแปดด้านไปหมดแล้วจ้ะ” จรสจันทร์เงยหน้ามองท้องฟ้ายามกลางคืน แผ่นฟ้าหม่นมัวเหมือนหัวใจของเธอที่ใกล้จะดับมอด
“อิอิๆ...” เสียงหัวเราะดังระริกระรี้ ของเรย่า สาวสวยประจำเหมืองแร่ ที่มีผู้ชายรุมล้อมไม่ได้ขาด เสียงหัวเราะนั้นอยู่ในห้องของหล่อนเอง จรสจันทร์นิ่งฟัง เธอได้ยินเสียงลมหายใจฟืดฟาดผสมปนมาด้วย เขาและเธอคงทำกิจกรรมในร่ม ภารกิจที่จรสจันทร์นึกเอือม เมื่อสาวเจ้าตัวแม่อย่าเรย่า ไม่เคยว่างเว้น มีหนุ่มหน้าดุ รูปร่างใหย่เดินเข้าเดินออกห้องของหล่อน เหมือนกับเป็นพื้นที่สาธารณะ
จรสจันทร์ยกมือขึ้นปิดหู เธอต้องทนฟังเสียงน่าทุเรศแบบนี้เป็นประจำ ทุกคืนตอนดึกๆ มักจะมีเสียงแปลกๆ แบบนี้ดังออกมาจากห้องข้างเคียงจนเป็นความเคยชิน เธอต้องพยายามข่มตาหลับให้ได้ ก่อนที่เสียงครางครวญนั้นจะทำให้ตนเองนอนไม่หลับ วันนี้จรสจันทร์มีเรื่องกังวล เธอจึงนอนตาแข็ง พอรู้ตัวอีกที เสียงน่ารำคาญนั่นก็เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ แต่อะไรบางอย่างดึงเธอกลับมาจากเสียงโอดโอยของเรย่า เงาตะคุ่มๆ เหนือบานหน้าต่างที่ตัวเองลืมเปิดทิ้งไว้ เธอเขม่นมองรู้สึกกลัวจนเหงื่อกาฬไหล เพราะความเผลอเลอจึงลืมปิดบานหน้าต่าง ด้านที่ติดต้นไม้ใหญ่ให้มิดชิด จนทำให้เกิดเหตุการณ์น่าหวั่นกลัวเช่นนี้ เธอค่อยๆ พลิกตัวลงจากเตียงพยายามให้เงียบที่สุด ใช้ความมืดอำพรางตัวตน ก่อนจะคลานเข่าตรงไปยังประตูห้องช้าๆ รีบมองหาวิธีเอาตัวรอด เมื่อชายแปลกหน้าบุกเข้าห้อง เขาคงไม่ได้มีเจตนาดี หญิงสาวจับตามองเงาตะคุ่มๆ ตาไม่กะพริบ มันย่างสามขุมตรงมายังเตียงที่เห็นเพียงเงารางๆ แววตาของมันสะท้อนแสงจันทร์จนหญิงสาวผวา!!
โครม!!
มันกระโดดขึ้นไปบนเตียงนอน ก่อนหันมามองด้านหลัง... เมื่อประตูหน้าห้องถูกดันเปิดออกไป ปัง!! เสียงขอบประตูกระแทกพนังดังก้อง ทำให้เกอร์เตสที่กำลังฟัดเฟ้นหน้าอกอวบของเรย่าชะงัก วันนี้อารมณ์หนุ่มพลุ่งพล่าน เขาจึงได้ตามสเรย่ามาหาความสำราญในบ้านพักคนงาน เพราะขี้เกียจเดินทางออกไประบายออกข้างนอกเหมือง คิ้วคมขมวดแน่น ก่อนจะหยัดกายขึ้นยืนด้วยความเสียอารมณ์
“ฉันไปล่ะ...รำคาญ” ชายหนุ่มบ่นพึม คว้าเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ที่เพิ่งจะถอดออกจากร่างกายเหวี่ยงขึ้นพาดบ่า เขาเสียอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะ ความรู้สึกฮึกเหิมเลยสะดุด และหดกลับไปดิ้อๆ ชายหนุ่มทอดสายตามองร่างเกือบเปลือยของเรย่าด้วยแววตาว่างเปล่า เขาสอดมือล้วงกระเป๋ากางเกงโยนเศษเงินเปโซไว้ให้ ไม่สนใจเรือนกายเกือบเปลือยที่นอนหายใจระรัวอยู่กลางเตียง แล้วจึงก้าวเดินฉับๆ ออกไปด้านนอกทันทีที่พูดจบ
“ยัยบ้านั่น!!! ก่อเรื่องอะไรอีกล่ะ ฉันอดงาบเกอร์เตสเลยเห็นไหม กว่าจะล่อมาได้…เสียดายชะมัด” เรย่าบ่นเสียงหงุดหงิด หล่อนมองตามเกอร์เตสไปอย่างเสียดาย และอดไม่ได้ที่จะก่นด่าเด็กสาวข้างห้อง
ชายหนุ่มเปิดประห้องของเรย่าอกมา ทันได้เห็นเด็กสาวที่หมายตา วิ่งหัวซุกหัวซุนออกไปจากห้องของหล่อนพอดีเช่นกัน เขาจึงเดินตามไปห่างๆ จนเห็นว่าเด็กคนนั้น ซุกตัวหลบในพุ่มไม้ เพื่อหลบซ่อนตัวจากใครสักคน ไม่นานเกินรอ... คำเฉลยก็ตามมา คนงานชายหุ่นใหญ่โต ใบหน้าถมึงทึงวิ่งตามมาติดๆ มันกวาดตามองหาเด็กสาวที่หมายตาไว้ ก่อนจะสะดุดกับผู้เป็นเจ้านาย เมื่อนายหนุ่มยืนหน้าตึงอยู่ไม่ไกล
“มึงทำอะไร???...ไม่รู้หรือไงว่าที่นี่มีกฎเหล็ก ถ้าผู้หญิงไม่เต็มใจ...โทษคือความตาย...รู้หรือเปล่าล่ะ” ชายหนุ่มถามเสียงเย็นเฉียบ ใบหน้าเรียบสนิทของเกอร์เตสไม่บอกอารมณ์อื่น แต่กลับรู้สึกขนหัวลุก อลันโซ่จึงยอมเดินจากไปเงียบๆ เขาเสียดายสุดใจ ที่ปล่อยให้เด็กสาวหลุดมือไปอย่างเฉียดฉิว
“ออกมาได้แล้ว...ไม่รู้จักระวังตัวเลยนะ เดี๋ยวก็ได้ผัวแบบไม่ตั้งใจหรอก” ภาษาอังกฤษไม่ค่อยแข็งแรงเกอร์เตสเป็นคนพูด เขายืนหันหลังให้ จรสจันทร์จึงค่อยๆ มุดออกมาจากพุ่มไม้ หลังมองจนแน่ใจว่าผู้ชายแปลกหน้าน่ากลัวคนนั้นไม่ได้อยู่แล้วณ.ที่แห่งนี้แล้ว
จรสจันทร์ละล่ำละลักขอบคุณเสียงสั่น “ขอบคุณๆ...ขอบคุณค่ะ” ลำตัวของเธอสั่นเทาจนเกอร์เตสรู้สึกได้ เขาอยากกอดประครอง โอบกอดหล่อนไว้ในวงแขนและโลมลูบปลอบขวัญ
“เธออยู่ที่นี่คงไม่ปลอดภัยแล้วล่ะ ไอ้หมอนั่นคงไม่ยอมหยุดง่ายๆ จนกว่าจะได้เธอสมใจ ไปนอนกับฉันที่บ้านฉันดีกว่า ปลอดภัยจากคนงานเถื่อนๆ แบบนี้แน่นอน” เกอร์เตสแนะนำเสียงนิ่งๆ หลุบเปลือกตาลงปิดบังแววตาของตัวเองที่ลุกโชน ยามลดสายตามองเนินอกอวบอัดของเด็กสาวที่ไหวกระเพื่อมเพราะแรงหอบหายใจ
“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณค่ะ...” จรสจันทร์ปฏิเสธเสียงระรัว เธอรู้สึกหวาดกลัวผู้ชายทุกคนบนโลก เว้นไว้แค่บิดาของตัวเองคนเดียว
“เธอจะปลอดภัยได้อย่างไร เมื่อมีคนคอยจ้องหาโอกาสคุกคามอยู่แบบนี้ ไปนอนที่บ้านฉันดีกว่า ยังไงก็มีพีลาเป็นเพื่อนนอน เห็นเธอเกาะติดแม่บ้านฉันอยู่ไม่ใช่หรือไง ปลอดภัยกว่านอนอยู่ในห้องโทรมๆ นี่ตั้งเยอะ ยังไงบ้านฉันก็คงไม่มีใครกล้าปีนขึ้นหาเธอหรอก” เกอร์เตสหวาดล้อมสุดฤทธิ์ เขาหวังใช้โอกาสอันดีนี้เก็บเด็กสาวไว้ใกล้ๆ ตัว รอวันที่สุกงอมจะจับกินไม่ให้เหลือซาก เมื่อชื่นชอบกลิ่นกายสะอาดบริสุทธิ์ของคนตรงหน้า ผิวหล่อนเนียนละเอียดน่าลูบไล้ เอวอรชรอ้อนแอ้น อกอวบอัด สะโพกผายงอน เกอร์เตสลอบผ่อนลมหายใจเพื่อลดความพลุ่งพล่านที่เริ่มเดือดปุดๆ ขึ้นมา แค่เพียงได้ยลโฉมจรสจันทร์ภายนอก เด็กสาวที่เขาเก็บมาจากข้างถนน
“เอ่อ...” จรสจันทร์คิดในใจหลายตลบ วิธีรักษาตัวให้รอดปลอดภัยจากดินแดนเถื่อนแบบเม็กซิโก ก็คงต้องอยู่ใกล้ๆ คนที่มีอำนาจสามารถควบคุมคนที่อันตรายได้ทุกๆ คน
จรสจันทร์พยักใบหน้ารับ เมื่อคิดจนถี่ถ้วน หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล ไม่รู้ว่าจะได้กลับบ้านเกิดตอนไหน จะหาวิธีใดในการช่วยเหลือผู้ให้กำเนิดเมื่อเวลาใกล้จะหมดลงเต็มที สีหน้าเธอเคร่งเครียดเมื่อคิดถึงปัญหาที่ครอบครัวกำลังพบเจอ เสี่ยหม๋งเสี่ยใหญ่เจ้าของเงินกู้ เขาใจดำจนไม่ยอมให้โอกาสครอบครัวปัทมาพร ให้มีโอกาสไถ่ถอนที่ดินคืนกลับมา เอกสารยืนยันแน่นหนาว่าวันใดที่ครบกำหนด พ่อแผนยังไม่ได้ไถ่ถอนที่สวนคืนมาที่ดินของท่านจะถูกยึดโดยไม่มีข้อแม้ “เห้อ!!” เกอร์เตสแอบยิ้มสมใจ แอบมองร่างอวบอัดของเด็กสาวอย่างพินิจพิจารณา คิ้วโก่งขมวดแน่นใบหน้าหวานเคร่งเครียดและเหมือนมีเรื่องราวคาใจ จนทำให้หล่อนตกอยู่ในภวังค์ จนลืมไปว่าอยู่ตรงหน้าบุคคลอันตรายแบบ เกอร์เตส กัลตาโว