ตอน 1

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ.2532

พันวาวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาแพรทอง เขาทิ้งตัวลงไปนั่งใกล้

“พี่มีเรื่องอะไรหรือ ถึงให้คนไปตามฉัน” เขาถามออกมาด้วยอาการที่เหนื่อยหอบ

แพรทองที่นั่งชันเข่าอยู่บนแคร่หันมาทางน้องชาย

“ข้าเบื่อ ข้าเบื่อมาก” น้ำเสียงและสีหน้าของเธอดูเบื่อหน่ายจริง ๆ

“เบื่อเรื่องอะไรกันอีกล่ะพี่ พี่แพรก็อยู่ดีมีสุขในบ้านของพ่อเลี้ยงหาร”

“เอ็งไม่มาเป็นข้า เอ็งจะรู้อะไร” หน้าตาออกแนวคนพาล

“อ้าวพี่ พี่มีอะไร พี่ก็เล่าให้ผมฟังสิ”

พี่สาวหันมานั่งจับเข่าคุยกันกับพันวา แววตาดูจริงจัง

“ไอ้พัน เอ็งรักข้าจริงเหรอ”

“โถพี่ก็ถามแปลก ๆ เราสองคนเป็นพี่น้องท้องเดียวกันนะ แล้วตอนนี้เราก็เหลือกันแค่นี้ จะไม่ให้ผมรักพี่ได้ยังไง พี่แพรเลี้ยงดูผมตั้งแต่พ่อแม่ของเราเสียไป พี่ส่งผมให้เรียนจนได้ทำงานทำการดี ๆ”

“เออ เอ็งคิดอย่างนี้ก็ดีแล้ว ไม่ได้อยากจะทวงบุญคุณกับเอ็งหรอกนะ”

“แล้วพี่มีเรื่องไม่สบายใจอะไรล่ะ ถึงได้หน้าบูดเป็นตูดเป็ดแบบนี้” พันวาถามด้วยความเป็นห่วง เขารักแพรทองพี่สาวที่ห่างกับเขาถึงเกือบสิบปีจริง ๆ

แพรทองก็ยังนั่งถอนใจแบบคนที่คิดมาเยอะแล้ว

“ครั้งนี้มันเรื่องอะไรเงินหรือพี่ พ่อเลี้ยงหารไม่ให้เงินพี่ใช้หรือไง”

“ไม่ใช่เรื่องเงิน พ่อเลี้ยงไม่เคยไม่ให้เงินข้า แต่ที่คิด ข้าคิดถึงอนาคตต่างหาก”

“อนาคต พี่อยู่กับพ่อเลี้ยงหาร พี่ก็ไม่ต้องห่วงอนาคตอะไรอีกแล้ว”

“หึ เอ็งนะมันโง่ ข้าก็แก่ขึ้นทุกวัน จะให้สาวสวยเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้ วันไหนไม่รู้พ่อเลี้ยงอาจจะเฉดหัวข้า”

“ไม่มีทางหรอกมั้ง พี่คิดดูสิ ตั้งแต่เมียพ่อเลี้ยงตาย แกก็มีแต่พี่เพียงคนเดียว ไม่เห็นพ่อเลี้ยงมีคนอื่น”

“นั่นมันก็จริง ถึงพ่อเลี้ยงจะไม่มีใคร แต่เขามีลูก”

“ยายหยกนะเหรอ”

“จะมีใครอีกละ ข้าละเกลียดมันนัก เกลียดสายตาที่มันมองข้าสุดแสนจะดูถูก มันคงคิดว่า ข้าเป็นคนทำให้แม่มันตาย” สีหน้าแววตาชิงชังจริง ๆ

“แม่มันเป็นมะเร็งตายเองต่างหาก”

“มันยังไม่ยอมญาติดีกับพี่อีกหรือ”

“เชอะ มันหาว่า ข้าเป็นเมียน้อยแม่มัน เท่ากับส่งเสริมให้แม่มันตายเร็วขึ้น ข้าถามเอ็งเถอะไอ้พัน ถ้าข้าไม่เป็นเมียน้อยแม่มัน ไม่ไปช่วยนอนเอากับพ่อเลี้ยงแทนแม่มันนะ พ่อเลี้ยงจะมีแรงลุกไปทำงานไหม” พูดเสียเห็นภาพ

“อีหยกมันจะมีปัญญามาทำอะไรพี่”

“ถ้าพ่อเลี้ยงจดทะเบียนยกข้าออกหน้าออกตาก็ว่าไปอย่าง วันไหนหมดบุญพ่อเลี้ยง อีนั่นมันจะถีบหัวข้าส่งนะสิ”

“พี่ก็ได้อะไรจากพ่อเลี้ยงมาเยอะแล้วนะ”

“แต่ข้าจะเอาทั้งหมด” ความหมายแปลเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้

“เอ็งรู้ไหม ว่ามันเรียนจบมาแล้ว”

“แล้วยังไงล่ะพี่”

“พ่อเลี้ยงบอกข้าว่าจะถอยรถให้มันแทนคันเก่าที่มันใช้อยู่ แล้วเอ็งดูรถของพี่เอ็งสิ” แพรทองชี้นิ้วให้พันวาดูรถของตัวเองที่จอดอยู่ตรงหน้า มันทั้งเก่าและก็ผุ หมดสง่าราศี

“ดูรถข้าดิ เก่าแสนเก่า ข้าใช้มาเป็นสิบ ๆ ปี ทีข้าขอให้เอาไปเทิร์น เอาไปเปลี่ยน พ่อเลี้ยงพูดยังไงรู้ไหม”

“ว่ายังไงล่ะพี่”

“มันยังใช้ได้อยู่ เชอะ ที่กับอีนางหยกจะขออะไรก็ให้หมด”

“ก็เขาเป็นพ่อลูกกันนี่นา”

“เอ้อ... เอ็งจะเข้าข้างมันใช่ไหม”

“เปล่าจ้ะพี่ ฉันแค่อยากพูดให้พี่สบายใจ”

“ชิ รอไปก่อน รอไปก่อน ทุเรศจริง ๆ” เหนื่อยหน่ายและเบื่อโลกไปหมด

“เวลาข้าขับเข้าไปในตลาดน่ะ คนเขาก็มองกัน แล้วซุบซิบ บางคนไม่เกรงใจข้าเลย พูดให้ได้ยิน เป็นถึงเมียพ่อเลี้ยง”

“พี่แพร พ่อเลี้ยงก็ให้พี่มาเยอะแยะแล้วนะ” พันวาอยากจะให้แพรทองลดอาการอิจฉาลงบ้าง

“แต่มันก็ยังน้อยกว่าอีหยก”

“เขาเป็นพ่อลูกกันนะพี่ พี่อย่าลืมสิ”

“ไอ้พัน สรุปเอ็งจะมาเข้าข้างข้า หรือเอ็งจะมาเข้าข้างอีหยกนั่น”

พันส่ายหน้า พูดพลางถอนหายใจ

“ที่พี่พูดมาทั้งหมดนี่ พี่ต้องการอะไรล่ะ” พันพูดให้ตรงจุด

“ข้าอยากให้เอ็งช่วยข้ากำจัดอีหยก”

“หา! เอ่อ ถึงต้องฆ่าต้องแกงกันเลยหรือพี่” สีหน้าของพันตกใจ

“เอ็งฟังไม่ผิดหรอก ข้าอยากจะกำจัดมันให้ออกไปจากบ้านหลังนั้น ข้าไม่อยากจะเห็นหน้ามันเฉย ๆ ข้ามองดูทีไร ก็นึกถึงแม่มันทุกที”

“เรื่องมันก็นานโขแล้วนะพี่แพร”

“ใช่ แต่ข้าไม่เคยลืม สมัยนั้น พ่อเลี้ยงก็สนใจข้ามากกว่าอีพวงแม่ของอีหยกอีก แต่อีพวงมันแย่งพ่อเลี้ยงไป หน้าด้านนอนให้พ่อเลี้ยงเอาจนท้อง” แพรทองคิดถึงความหลัง

“พี่อย่าพูดเรื่องเก่าเลยดีกว่านะ ฉันไม่อยากให้พี่ไม่สบายใจ สรุปพี่จะให้ฉันกำจัดมัน แล้วเราจะจำกัดมันยังไง แบบว่าไม่ให้มันตาย”

แพรทองเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ในดวงตาลุกโชนด้วยประกายไฟริษยาที่อยากเผาผลาญลูกเลี้ยงให้เป็นจุณ

“ข้าได้ข่าวมาว่าไอ้สิงหามันกำลังมาหาสาว ๆ ในอำเภอของเราเพื่อไปทำงานที่ภาคใต้”

“แล้วยังไง” พันวาทำท่าสนอกสนใจ

“เอ็งทำยังไงก็ได้ให้อีหยกมันไปอยู่ในรถของไอ้สิงหา ข้าจะขายมันให้กับไอ้สิงหา ให้มันไปอยู่ในซ่องที่ปักษ์ใต้”

“พี่แพร” พันอุทานออกมาด้วยความตกใจ

“พี่ไม่กลัวพ่อเลี้ยงจะรู้หรือ ถ้าพ่อเลี้ยงรู้เข้า เราสองคนต้องเหลือแต่ชื่อ”

“เชื่อข้าเถอะน่า พ่อเลี้ยงไม่มีทางรู้หรอก ข้าเตรียมการเอาไว้หมดแล้ว”

“ยังไงล่ะพี่”

“ข้าจะทำให้พ่อเลี้ยงไม่อยู่บ้านในวันนั้น แล้วข้าจะแต่งจดหมายบอกพ่อมันว่า อีหยกมันจะไปอยู่กับเพื่อนมันต่างจังหวัดสักระยะหนึ่ง”

“พี่จะเขียนตัวหนังสือยังไงให้เหมือนมันเขียนเอง”

“เอ็งรู้ไหม ข้าหัดเขียนหนังสือ ลอกเลียนตัวหนังสือของอีหยก แม่ง... ถ้าเอ็งได้เห็นและเทียบดูนะ มันเหมือนเปี๊ยบเลย ข้าจะเขียนจดหมายบอกพ่อมันว่ามันจะไปอยู่กับเพื่อน”

“แล้วยังไงต่อล่ะพี่”

“ข้าจะวางยาอีหยก ข้าจะเอายาให้มันกิน ไอ้พัน เอ็งมีหน้าที่พามันไปให้ไอ้สิงหา”

ตอน 2

“มันจะไม่เสี่ยงเกินไปหรือพี่”

“เสี่ยงสิ แต่เสี่ยงยังไงข้าก็จะทำ” แววตาสะอกสะใจ

“อีกอย่าง เราสองคนจะได้เงินจากการขายมันให้กับซ่องด้วย”

“พี่แล้วมันจะไม่เอะอะโวยวายหรือ”

“ข้ามียา ยาที่มันกินจะทำให้มันสะลึมสะลือ แล้วไม่มีแรงแม้แต่จะพูด การันตีได้เลยว่าระหว่างทางมันไม่มีทางจะออกมาร้องแรกแหกปากให้คนช่วยได้”

“เอาแน่ ๆ หรือพี่”

“เอ้อ สิวะ ข้าตัดสินใจแล้ว”

“เราจะลงมือทำวันไหน”

“วันที่พ่อเลี้ยงไปเป็นประธานงานแต่งงานของลูกกำนัน เราจะลงมือวันนั้น”

แพรทองบอกน้องชายของเธอด้วยแววตามุ่งมั่น

ร้านค้ากลางหมู่บ้านหินยาง ซึ่งเป็นคนละหมู่บ้านกับบ้านหินร่วงที่แพรทองกับพันวาอยู่ ใคร ๆ ก็ต่างรู้ดีว่า นวลลออเป็นนายหน้าหาเด็กให้กับสิงหา

“ก๊อก ก๊อก จ้าพี่สิงหา” นวลลออทำเสียง เพราะห้องที่สิงหาพักอยู่ตอนนี้มีแต่เพียงผ้าม่านกั้นเอาไว้เท่านั้น

“ว่าไง” สิงหาที่นอนหลับอยู่ตะโกนตอบกลับไป

“ก็คนเขาจะมาฝากน้องสาวไปทำงานกับพี่”

สิงหากระเด้งตัวลุกขึ้นมาจากที่นอนทันที เขายกมือขึ้นเสยผม เอ่ยปาก

“ให้เข้ามาเลย”

พันวาก้าวเข้ามาในทันที ยกมือไหว้สิงหาด้วยความนอบน้อม

“นั่งก่อนสิเอ็ง” สิงหาเชิญให้พันวานั่ง พันวาแทบจะหลบสายตาก้มงุด ๆ ทำเป็นเหนียม

“สวัสดีจ้ะ”

“ว่ายังไงเอ็ง มีสาวหรือ เป็นใคร” สิงหาพูดห้วน ๆ ถาม

พันวากลืนน้ำลายดังเอื๊อก “มันเป็นน้องสาวฉันเองล่ะจ้ะ”

“น้องสาวเอ็งจริง ๆ เลยหรือ” สายตาจ้องจับพิรุธ ถึงยังไง สิงหาก็อยากได้สาว ๆ ที่เต็มอกเต็มใจ หรือว่ามีพ่อแม่พี่น้องรับรอง เต็มใจส่งให้ไปทำงานแบบนี้

“ใช่จ้ะ คือพ่อแม่ของพวกเราตายไปหมดแล้วจ้ะ”

“แล้วเอ็งมีปัญหาอะไร ถึงอยากให้น้องเอ็งไปทำงานแบบนี้ เอ็งรู้ใช่ไหมว่า งานที่ทำคืองานอะไร”

“ฉันรู้ดีจ้า เราสองคนไม่มีพ่อแม่ ตอนที่พ่อตายได้ทิ้งหนี้สินเอาไว้ให้เยอะแยะ ฉันบอกตรง ๆ ฉันไม่มีปัญญาจะจ่าย ที่นาของฉันกำลังจะถูกยึด คิดจนหน้ามืดไปหมดแล้ว แต่ก็ไม่เห็นทางออก”

“เอ็งเป็นหนี้เท่าไหร่”

“สี่หมื่นห้าจ้า” มองสบตากับสิงหาด้วยความหวัง

“น้องสาวเอ็งหน้าตาเป็นยังไง ต้องขอดูสินค้าก่อน”

“มันเป็นคนสวย หน้าตาดีเชียวแหละ ขาว อวบ นี่ไงจ๊ะน้องสาวของฉัน” พันวายื่นรูปถ่ายของมยุรดาไปให้สิงหา

สิงหารับรูปถ่ายนั้นมาพิจารณา เขาพยักหน้าด้วยสีหน้าดีใจ

“หน้าตาดีเชียวน่ะน้องของเอ็ง ขาวอวบอย่างนี้แน่นะ”

“จ้ะพี่”

“อายุเท่าไหร่”

“ยี่สิบสี่ปีแล้วจ้ะ มันบรรลุนิติภาวะแล้วจ้ะ ไม่มีปัญหาอะไรใด ๆ ทั้งนั้นแหละ แล้วเรื่องราคา” พันวาถามแบบอยากรู้ว่าเขาจะได้เงินเท่าไหร่

“ข้าให้เอ็งได้แค่สองหมื่นห้า”

“สองหมื่นห้าแค่นั้นเองเหรอจ๊ะ ฉันขอเพิ่มอีกสักหน่อยได้ไหม”

“ไม่มีการต่อรอง เอ็งก็รู้ว่า เงินสองหมื่นห้าเนี่ย ข้าจ่ายให้เอ็งก่อน แล้วน้องเอ็งไปมันจะรับแขกได้เท่าไหร่ ข้าก็ต้องมาเก็บเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ”

“จ้ะ จ้ะ พี่ สองหมื่นห้า ก็สองหมื่นห้า”

“มาเที่ยวนี้ไม่ได้ผู้หญิงสักคน น่าเบื่อชะมัด กลับไปถึงที่โน่น ข้าต้องโดนนายเล่นงานแน่ ๆ ดีนะที่ได้น้องเอ็งมา พอจะแก้หน้าข้าไปได้บ้าง พรุ่งนี้ข้าจะกลับขึ้นกรุงเทพฯ เอ็งเอาน้องเอ็งมาขึ้นรถที่บ้านนี่ตอนหนึ่งทุ่ม ห้ามช้านะ เพราะกว่าจะหลุดไปถึงทางใหญ่ อีกอย่าง ยังไงต้องเอาน้องเอ็งมาให้ทันเวลา จะได้ไปถึงที่กรุงเทพฯ ในตอนเช้า”

“จ้ะพี่ แล้วเงินฉันจะได้วันนี้เลยไหม”

“ข้าจ่ายให้เอ็งตอนนี้ได้แค่หนึ่งพัน และพรุ่งนี้ข้าจะจ่ายให้เอ็งทั้งหมด แต่ถ้าเอ็งไม่มาพร้อมกับน้องเอ็งพรุ่งนี้ มีเรื่องกันแน่”

“โอ๊ย ฉันไม่เบี้ยวพี่หรอกจ้ะ”

สิงหายื่นเงินแบงก์ห้าร้อยให้พันวาสองใบ เขารีบไหว้ปลก ๆ รับเอาเงินมาถือเอาไว้อย่างรวดเร็ว

“พรุ่งนี้ไม่เกินหนึ่งทุ่ม พี่จะเห็นฉันกับน้องของฉันแน่ ๆ” พันวารับปากเป็นมั่นเหมาะ ก่อนจะลาจากไป

“ได้เรื่องไหม ว่ายังไงไอ้พัน” แพรทองถามน้องชายที่เดินยิ้มเข้ามาแบบเต็มใบหน้า พันวาชูแบงก์ห้าร้อยในมือให้พี่สาวดู ทั้งสองยิ้มให้แก่กัน

“เอ็งเก็บเงินนั้นเอาไว้เถอะ พรุ่งนี้เราจะจัดการมัน มึงได้ไปเสวยสุขอยู่ในซ่องแน่ ๆ อีหยก” แววตาและรอยยิ้มทมิฬปรากฏอยู่บนใบหน้าของแพรทอง

“พ่อจ๋า” มยุรดาวิ่งเข้ามาพร้อมกับจดหมายที่อยู่ในมือ เธอนั่งลงใกล้ ๆ พ่อเลี้ยงหาร พร้อมกับโอบกอดคุณพ่อเอาไว้แน่น

“ว่ายังไงเรา เพื่อนส่งข่าวมาหาหรือ”

“จ้ะ” เธอมียิ้มอยู่เต็มใบหน้า

“อ้อนพ่อ จะขออะไรพ่ออีก”

“ไม่ได้ขออะไรค่ะ แต่หยกอยากจะขออนุญาตพ่อ ว่าหยกจะไปสอบบรรจุ”

“ไปที่ไหนบ้าง”

“เพื่อนเขียนจดหมายมาบอก มีหลายที่เลยค่ะพ่อ เพชรบูรณ์ พิจิตรลำปาง เชียงใหม่ ลำพูนก็มีนะคะ ถ้าไปไกลหน่อยก็ชุมพร ประจวบฯ”

“โอ๊ยถ้าจะไปไกลขนาดนั้น พ่อไม่ให้ไปหรอก พ่อเป็นห่วง พ่อมีลูกสาวคือเราคนเดียวนะ” คุณพ่อยกมือขึ้นยีหัวของลูกสาว

“หนูก็อยากเป็นข้าราชการ อยากรับใช้ชาติ ถ้าหนูสอบติดขึ้นมา พ่อก็จะได้สบาย ได้รับสวัสดิการไปด้วย เวลาเราเจ็บไข้ได้ป่วย เราก็ได้รักษาพยาบาลฟรี”

“นั่นมันเป็นแค่ผลพลอยได้ หนูอยากจะเป็นอะไรพ่อก็ต้องส่งเสริม ไม่งั้นพ่อจะตามใจเราให้ไปเรียนไกล ๆ หรือ แล้วหยกจะไปเมื่อไหร่ล่ะ”

“อีกสักสี่ห้าวันนั่นแหละพ่อ” พูดพลางแบมือส่งไปตรงหน้า

“ทำแบบนี้จะเอาเงินรึ”

“ค่ะ” ยิ้มกว้าง

“จะเอาเท่าไหร่ดีสี่ห้าพัน”

“สักสองพันก็พอค่ะพ่อ”

“ช่วงนี้พ่อเอาเงินไปให้คนกู้หลายคน หยกให้ไอ้หวังเอาข้าวในยุ้งไปขายก็แล้วกันนะ”

“ได้จ้ะพ่อ หยกรักพ่อมากค่ะ” ลูกสาวหอมแก้มพ่ออย่างเอาใจ

“จะไปสอบแล้ว หยกก็ต้องตั้งใจอ่านหนังสือหนังหานะ วัน ๆ ที่หมกอยู่แต่ในห้องนะ ได้อ่านหรือเปล่า”

“อ่านสิคะพ่อ เรื่องนั้นพ่อไม่ต้องเป็นห่วงเลยจ้ะ หยกจะตั้งใจทำให้ดีที่สุดเลย จะไม่ให้พ่อผิดหวังจ้ะ”

“แล้ววันนี้พ่อจะไปไหนเหรอจ๊ะ ตัดผมใหม่มาซะหล่อเชียว”

แพรทองที่ยืนแอบฟังพ่อลูกสนทนาอยู่ด้วยกันตั้งนานแล้ว เดินแกว่งแขนเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“พ่อกับน้าจะไปงานแต่งของลูกสาวกำนันไสว หยกจะไปด้วยกันไหม” เธอพยายามทำญาติดีกับมยุรดา

ตอน 3

สีหน้ายิ้มแย้มของมยุรดาหุบลงไปทันทีที่เห็นหน้าของแพรทอง เธอทำใจไม่ได้สักที ทั้ง ๆ ที่เรื่องราวต่าง ๆ ที่ขัดแย้งก็เกิดขึ้นมาตั้งนานแล้ว คุณแม่ของเธอก็จากโลกนี้ไปเกือบสิบสองปี

“คงไม่ไปค่ะ พ่อจ๋า หยกขอตัวไปอ่านหนังสือก่อนนะคะ” หญิงสาวรีบหนีหน้าลุกขึ้น แล้วเดินเข้าไปในห้องนอนไปในทันที

แพรทองขยับตัวลงไปนั่งใกล้กับพ่อเลี้ยงหาร หน้าตาแบบไม่สบายใจ

“แพรอย่าไปถือสาหยกเลยนะ” ฝ่ามือของพ่อเลี้ยงหารตบลงไปบนหน้าขาของเธอ

“แพรไม่ถือสาหรอกจ้ะพ่อเลี้ยง แพรชินแล้วแหละ”

“อยู่กันแบบนี้แหละ ให้บ้านของเรามันสงบสุข แพรอย่าทำให้ฉันต้องลำบากใจนะ”

“จ้า” แพรทองรับปากออกไปจริง แต่หัวใจร้อนรุ่มด้วยความเคืองแค้น สายตาส่งไปยังห้องนอนของมยุรดาแทบอยากจะให้ห้องนั้นเผาไหม้ แพรทองได้ยินเรื่องที่สองพ่อลูกสนทนากัน

“พ่อเลี้ยงไปแต่งตัวเถอะจ้ะ ฉันรีดผ้าไว้ให้แล้ว”

“ขอบใจนะ งั้นฉันไปอาบน้ำก่อน” พ่อเลี้ยงหารลุกขึ้นไป

“จ้า” รอยยิ้มที่หวานหยด ในหัวคิดถึงความสำเร็จที่ใกล้จะมาถึง

‘เข้าแผนกูเลย อีหยกมึงจะไปสอบที่ต่างจังหวัดพอดี หึ กูจะจัดให้สมใจอยากของกูเลย’ มันเป็นสิ่งที่แพรทองไม่ได้คาดไว้ แบบนี้เรื่องมันจะง่ายขึ้น

เวลา 19.15 น.

“ไอ้คนนั้นมันจะเบี้ยวกูหรือเปล่าเนี่ย นางลออ” สิงหาดูร้อนรน ต้องเดินทางไปอีกไกล เขาไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้

“ใจเย็น ๆ รออีกนิดหนึ่งน่าพี่ ถ้ามันไม่มา ฉันจะพาพี่ไปถล่มมันถึงที่บ้านเลยจ้ะ” นวลลออพูดให้สิงหาหายร้อนใจ แต่เธอก็เดินกลับไปกลับมาอยู่บริเวณนั้น

ทุกคนในบ้านพากันไปที่งานแต่งงานของลูกสาวกำนันไสวกันหมด มีทั้งวงดนตรีมาแสดงร้องรำทำเพลงเป็นที่ครึกครื้น ทุกคนเฮฮาสนุกสนานกันยกใหญ่ พ่อเลี้ยงหารเมาแอ๋อยู่ในงานแต่ง เพราะแพรทองมอมเหล้าพ่อเลี้ยงหารที่รู้สึกสนุกกับน้อง ๆ สาว ๆ ที่เต้นอยู่บนเวที

มยุรดาหิวข้าวมาก เธอเดินเข้าครัว ตรงดิ่งไปที่ตู้กับข้าว แต่ในตู้นั้นว่างเปล่า เสียงเพลงที่ดังกระหึ่มจนมาถึงที่บ้าน มยุรดารู้ได้ทันทีทุกคนคงจะไปกินกันที่บ้านงาน

แพรทองเดินกลับมาจากงานเลี้ยง พร้อมกับปิ่นโตเถาใหญ่ พอเข้ามาถึงในครัวก็เอ่ยปากกับมยุรดาทันที

“จะใช้ใครมา ก็ไม่มีใครมา เมาจนพูดไม่รู้เรื่อง น้าจึงยกมาให้หยกกิน คงจะหิวละสิ อ่านหนังสือจะไปสอบถึงไหนแล้ว” แพรทองถามออกมาด้วยความเป็นห่วงเป็นใย สีหน้ายิ้มแย้ม

มยุรดากับวางหน้านิ่งเฉย มองแพรทองเหมือนเป็นอากาศธาตุ

แพรทองรีบพูดกลบเกลื่อนและเอาอกเอาใจมยุรดา

“กับข้าวมีหลายอย่างเลย เนี่ยกำลังร้อน ๆ หยกกินซะสิจ๊ะ” พูดแบบทำทีไม่สนใจ แพรทองวางปิ่นโตที่บรรจุอาหารลงไปบนโต๊ะกับข้าวกลางห้องครัว

“ที่บ้านงานคนเยอะ จะเข้าห้องน้ำห้องท่าก็ไม่สะดวก” พูดแล้วก็เดินหนีออกไปทำเป็นไม่สนใจมยุรดาที่หิวมาก เธอนอนอ่านหนังสืออยู่ในห้องทั้งวันจนเลยเวลากินมื้อเที่ยง พอนึกได้ท้องก็ร้องจ๊อก ๆ เธอเงยหน้าละจากกองหนังสือ พระอาทิตย์ก็เกือบสิ้นแสงเสียแล้ว

กลิ่นหอมยั่วยวนที่ลอยออกมาจากปิ่นโต ทำให้เธอรีบตรงไปคว้าปิ่นโตถ้านั้นมาเปิด และกระจายลงไปกลางโต๊ะ

“อุ่น ๆ ร้อน ๆ จริงซะด้วย” พูดไปกลืนน้ำลายไป มยุรดารีบปิดกระติ๊บข้าว ปั้นข้าวเหนียวเป็นคำ ๆ กินกับอาหารที่แพรทองเอามาให้อย่างเอร็ดอร่อย จนอิ่มแปล้ เมื่อกินอิ่มแล้วเธอก็หาน้ำดื่ม หาฝาชีมาปิดอาหารที่เหลืออยู่ตรงนั้น มยุรดาเดินกลับเข้าไปที่ห้องนอนของเธอ

ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง หญิงสาวก็ยกมือปิดปากหาวหวอด ๆ

‘ทำไมวันนี้ง่วงจังเลย สงสัยเราจะอ่านหนังสือเยอะไปหน่อย รู้สึกปวดตาด้วยนะเนี่ย’

เธอยกมือขึ้นมากุมที่ขมับแล้วนวดคลึงเบา ๆ

‘ขอนอนเอาแรงสักนิดหนึ่งเหอะ แล้วค่อยลุกมาอาบน้ำตอนดึก ๆ หลังจากนั้น ก็อ่านหนังสือต่อ’ หญิงสาวล้มตัวลงไปนอนแบบหมดเรี่ยวแรง ตาปิดลงไปทันที ลมหายใจที่ออกมาฟังดูสม่ำเสมอ

แพรทองที่แอบมองอยู่ และเธอลุ้นมาก เห็นสภาพของมยุรดาที่หลับสนิทอยู่บนเตียงก็รู้สึกโล่งใจ เดินเปิดประตูเข้ามาในห้องของมยุรดา

“เร็วเข้าไอ้พัน” เสียงที่บอกไปยังน้องชายแบบรีบเร่ง

“เอ็งเตรียมรถแล้วใช่ไหม”

“จ้ะพี่ พี่จะใช้รถของพี่เนี่ยนะ” ความรู้สึกตอนนี้ของพันวาเขาเริ่มกลัว

“ก็ใช่น่ะสิ แล้วจะใช้รถของใครล่ะ”

“มันจะแบบว่า เออ... มีคนจำรถของเราได้นะพี่” น้ำเสียงที่เปล่งออกมาเริ่มกลัวความผิด

“ไม่มีใครจำได้หรอกน่า เอ็งก็รีบ ๆ เข้าเถอะ อย่าพูดมาก มันเสียเวลา เนี่ย เอ็งดูนาฬิกาซิ มันกี่โมงกี่ยามเข้าไปแล้ว เดี๋ยวมีคนกลับมาจากบ้านงาน แผนก็เสียกันพอดี เร็ว” แพรทองเริ่มเสียงขุ่น พันวาจึงรีบเข้ามาเอาผ้าที่เตรียมไว้พันห่อตัวของมยุรดาปิดเพื่อให้ให้ใครเห็น ก่อนจะแบกขึ้นหลังเดินออกจากเรือนไปที่รถ

แพรทองค้นเอาเอกสารบางส่วนของมยุรดาตามที่สิงหาร้องขอ โกยใส่กระเป๋าเอาไปด้วย

“พี่แพร” พันวาทั้งเรียกและกวักมือ

แพรทองรีบวิ่งขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับ ก่อนจะสตาร์ตรถ ใส่เกียร์ รถก็พุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

สิงหาและนวลลออมองตามถนนลูกรังจนเบื่อเลย สิงหาหันมามองหน้านวลลออเหมือนจะเอาเรื่อง

“เดี๋ยวพวกมันก็คงมากันแหละพี่ นี่เพิ่งจะหนึ่งทุ่ม โอ้ย” นวลลออยกมือขึ้นจับกุมที่หน้าท้อง

“เอ็งเป็นอะไร”

“ฉันปวดขี้” นวลลออตดออกมาดังป้าด สิงหาส่ายหน้ายิ่งอารมณ์เสียเข้าไปใหญ่

“เอ็งก็ไปสิ มายืนอั้นอยู่ได้ อีห่า” เขาทั้งด่าทั้งไล่ นวลลออรีบวิ่งเข้าไปที่หลังบ้านทันที

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED