ตอน 1

รถยนต์คันใหญ่เบรกกะทันหันเมื่อเห็นว่าข้างทางมีคนโดนฉุด

“ลงไปช่วยเร็วทิว ผู้หญิงกำลังโดนฉุด” ธารเอ่ยบอกหลานชาย ทิวเขากับลูกน้องลงไปช่วยจัดการกับกลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนที่กำลังรุมฉุดสองแม่ลูกอยู่

“กรี๊ด!!! ช่วยด้วย” มะลิกรีดร้องเมื่อกำลังจะโดนลากเข้าป่า ส่วนบุตรสาววัยสิบสองนามว่าหนึ่งธิดาก็โดนลากไปอีกทาง

หลังจากสามีเสียชีวิต เธอก็ตกงานไม่มีเงินติดตัวเลยสักบาท จึงระเหเร่ร่อนหางานทำไปทั่ว เคราะห์ร้ายมาเจอกับทรชนเข้า พวกมันเห็นว่าสองแม่ลูกหน้าตาดีเลยคิดจะฉุดคร่าไปข่มขืนกระทำชำเรา

ทิวเขาจัดการเตะมันจนสลบเหมือด ก่อนจะเข้าไปช่วยเด็กน้อยเอาไว้

“กลัวแล้วอย่าทำหนู หนูกลัวแล้ว” หนึ่งธิดากรีดร้องออกมาเมื่อมีมือของใครคนหนึ่งจับตัวของเธอเอาไว้ เธอได้แต่หลับตาหนีเพราะหวาดกลัวจับใจ

“ไม่เป็นอะไรแล้วนะ ฉันมาช่วยเธอแล้ว”

ธารโทร. แจ้งตำรวจ ไม่นานตำรวจก็มาจัดการรวบตัวทรชนพวกนั้นไปดำเนินคดีตามกฎหมาย

“ไม่เป็นอะไรแล้วนะ เธอกับลูกปลอดภัยแล้วล่ะ” ธารเอ่ยบอกสองแม่ลูก โล่งใจที่ทั้งสองไม่เป็นอะไรมาก

“ดิฉันกับลูกกราบขอบพระคุณคุณมากๆ นะคะที่ช่วยดิฉันกับลูกเอาไว้ พวกคุณคือผู้มีพระคุณของเราสองคนแม่ลูก”

“ไม่เป็นไรหรอก แล้วเธอกับลูกจะไปไหนล่ะนี่ ทำไมถึงโดนทำร้ายเอาระหว่างทางได้”

“พวกเราสองคนไม่มีที่ไปค่ะ สามีของดิฉันเพิ่งเสียชีวิต แล้วดิฉันก็ตกงานอีก”

“น่าสงสารจัง ทำอะไรเป็นบ้างล่ะ ไปทำงานกับฉันไหมล่ะ”

“ดิฉันทำอาหารและงานบ้านได้ทุกอย่างค่ะ เมื่อก่อนเคยช่วยเขาทำงานในห้องครัวของร้านอาหารน่ะค่ะ”

“ดีเลย ที่บ้านกำลังขาดคน อยากได้แม่ครัวมาช่วยทำอาหารอยู่พอดี เธอกับลูกชื่ออะไรล่ะ”

“ดิฉันชื่อมะลิค่ะ ส่วนนี่ลูกสาวของดิฉันชื่อหนึ่งธิดาค่ะ”

“ถ้าไม่มีที่ไปก็ไปอยู่ด้วยกันนะ” ธารเอ่ยบอกสองแม่ลูกด้วยความเมตตามาปรานี ด้วยรู้สึกถูกชะตายิ่งนัก แล้วท่านก็มองคนไม่ผิดจริง ๆ เพราะมะลิทำงานบ้านได้เป็นอย่างดี แถมยังทำอาหารอร่อยอีกด้วย ส่วนหนึ่งธิดานั้นช่วยงานบ้านทุกอย่างอย่างไม่เกี่ยงงอน

“คุณท่านกับคุณทิวมีบุญคุณกับเรามาก ไม่ว่าหนทางไหนที่จะตอบแทนบุญคุณได้ เราต้องทำในทันทีเลยนะลูก” มะลิสอนบุตรสาว

“จ้ะแม่ หนูจะตอบแทนบุญคุณคุณท่านกับคุณทิวทุกอย่างเลยจ้ะ ไม่ว่าจะไปบุกน้ำลุยไฟที่ไหน หนูก็จะทำค่ะ เพราะพวกเขาช่วยเหลือเราเอาไว้ ถ้าไม่มีพวกเขา พวกเราคงแย่”

“ใช่จ้ะ เราสองแม่ลูกคงจะตายไปแล้ว” มะลิลูบศีรษะบุตรสาวไปมา พลางเอ่ยสอนให้ลูกเป็นคนกตัญญูรู้คุณคน

หนึ่งธิดาเฝ้ามองทิวเขาด้วยความชื่นชมมาตลอดหลายปี ยิ่งเจริญวัยขึ้น เธอก็ยิ่งตกหลุมรักเขา ทิวเขาคือพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยเหลือเธอกับแม่เอาไว้ ถ้าไม่มีเขากับธาร ป่านนี้เธอกับแม่คงตายไปแล้ว บุญคุณใหญ่หลวงนี้เธอไม่มีวันลืมอย่างแน่นอน

เธอมักเรียนทำอาหารแปลกๆ ใหม่ๆ จากโซเชียล แล้วนำไปให้ธารและทิวเขาลองชิมอยู่เสมอ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก... เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้คนด้านในเอ่ยอนุญาต

“อ้าว... หนึ่ง มีอะไรเหรอ”

“วันนี้หนึ่งทำอาหารอร่อยๆ มาให้คุณทิวค่ะ มีของว่างยามบ่ายด้วยนะคะ”

“ใครมาคะทิว” เพียงฟ้าเดินออกมาจากห้องด้านใน ทำให้หนึ่งธิดาชะงัก เธอพอรู้ข่าวว่าเขาคบหากับเพียงฟ้าอยู่

“หนึ่งเอาของกินมาส่งตอนกลางวันน่ะครับ เขาทำอาหารอร่อยมากนะ แม่เขาก็ทำอาหารอร่อย” ทิวเขาเอ่ยชม

“ขอบใจนะ หนึ่งที่เป็นลูกคนใช้ในบ้านทิวใช่ไหมคะ” คนพูดโน้มตัวเข้าไปกอดคอหนาด้วยท่าทีสนิทสนม

“ใช่ครับ”

“เอากับข้าวมาส่งแล้วก็กลับไปได้แล้วจ้ะ ทางนี้เดี๋ยวฉันจัดการเอง” หนึ่งธิดารู้ว่าโดนไล่ทางอ้อมเธอจึงขอตัวจากมา

การคบหาของทิวเขากับเพียงฟ้าเป็นที่รับรู้ของคนรอบข้าง ทิวเขาทุ่มเททุกอย่างให้เพียงฟ้า ในขณะที่เพียงฟ้ามีแต่เป็นฝ่ายรับ และวันที่ฟ้าถล่มก็มาถึง เมื่อเพียงฟ้าสลัดทิวเขาทิ้งอย่างไม่ไยดี โผไปหาชื่อเสียงเงินทองและคู่ควงคนใหม่

หนึ่งธิดาได้แต่เฝ้ามองความเสียใจของเจ้านายหนุ่ม เธอเองก็ไม่รู้จะทำเช่นไรเหมือนกัน

ธารทอดสายตามองหลานชายก่อนจะถอนใจอย่างหนักหน่วง ทิวเขาทำงานเป็นบ้าเป็นหลัง เมื่ออกหักจากเพียงฟ้า ดาราสาวชื่อดังที่คบหากันมานาน

แค่ดูแว็บเดียวก็รู้ว่าเพียงฟ้าไม่มีทางทิ้งอาชีพดารานางแบบที่กำลังรุ่งมาอยู่ในสวนในไร่เช่นนี้แน่ ๆ แต่ทิวเขาก็ยังมั่นใจว่าเพียงฟ้ารักตนจริง เลยต้องเสียใจขนาดนี้

หลังจากหลานชายทำงานจนเหน็ดเหนื่อย ก็มีเหล้าเท่านั้นที่อยู่เป็นเพื่อน ข้าวปลาแทบไม่แตะ ทิวเขาหันมาดื่มเหล้าทุกวันจนนางรู้สึกเป็นกังวลอย่างที่สุด

“คุณท่านคะ” เสียงเรียกของมะลิ ทำให้ธารหลุดจากภวังค์ความคิดอันแสนวุ่นวายใจของตัวเอง

“มะลิมีอะไรหรือจ๊ะ”

“จะถามว่าอาหารเย็นนี้จะเพิ่มเติมอะไรอีกไหมคะ” มะลิเอ่ยถามอย่างอ่อนน้อม นางเป็นหญิงสาวชาวบ้านธรรมดาที่มีชีวิตลำบากยากเข็ญ เมื่อมีที่พึ่งพิงที่ดีก็อยากที่จะตอบแทนบุญคุณผู้มีพระคุณให้ดีที่สุด

มะลินึกย้อนไปถึงอดีตเมื่อหลายปีก่อน ในตอนนั้นหนึ่งธิดาลูกสาวคนเดียวของเธออายุได้เพียงสิบสองขวบเท่านั้น ถ้าโดนข่มขืนขึ้นมา เธอไม่อยากคิดเลยว่าลูกจะมีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้ได้อย่างไรกัน

ธารกับทิวเขาช่วยเหลือเธอกับลูกเอาไว้ เห็นว่าไม่มีที่ไปจึงรับมาอยู่ด้วยกันที่ไร่ โดยให้ทำงานในบ้าน เธอมีที่อยู่ ที่กิน มีงานทำ มีเงินส่งเสียหนึ่งธิดาให้ได้เรียนก็เพราะบุญคุณของธาร จนตอนนี้หนึ่งธิดาอายุยี่สิบปีบริบูรณ์ เรียนจบปวส. ในสายวิชาชีพ กำลังจะเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย เพื่อเรียนให้จบปริญญาตรี

“กินไม่ลง” ธารโบกไม้โบกมือไปมา ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาตัวยาว พลางกุมขมับ

“คุณท่านเป็นอะไรคะ”

“ก็หลานชายของฉันน่ะสิมะลิ” ธารระบายความอัดอั้นตันใจออกมาให้สาวใช้คนสนิทได้รับรู้

"มีอะไรที่พอจะให้มะลิกับลูกช่วยก็บอกได้เลยนะคะ พูดถึงก็มาพอดีเลย วันนี้หนึ่งธิดาเรียนจบแล้วนะคะ เข้ามากราบขอบพระคุณคุณท่านเสียสิลูก” หนึ่งธิดาที่อยู่ในชุดของนักศึกษาวิทยาลัยคลานเข่าเข้ามากราบแทบเท้าของธาร

“ปีนี้หนูอายุยี่สิบแล้วเหรอ เร็วเหลือเกินนะ ตอนนั้นยังเป็นแค่เด็กตัวกระเปี๊ยกอยู่เลย” ธารเชยคางสาวให้แหงนขึ้นมาพิศมอง ดวงหน้าผุดผ่องงดงามนั้นทำให้ท่านยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู

“โตขึ้น สวยน่ารัก เป็นเด็กดี เรียบร้อย แถมยังขยันเรียนอีกด้วย เธอโชคดีมากนะมะลิที่มีลูกสาวดีแบบนี้” ธารมองแล้วมองอีกก็ให้รู้สึกชอบใจหนึ่งธิดายิ่งนัก

“เพราะคุณท่านเมตตามะลิกับลูก พระคุณของคุณท่านทดแทนยังไงก็ไม่หมดค่ะ ทั้งช่วยชีวิตเอาไว้ ทั้งยังให้ที่อยู่ที่กิน ให้งานทำ ส่งเสียให้หนึ่งธิดาเรียนอีก มีอะไรที่เราสองคนแม่ลูกจะทำให้คุณท่านได้ ขอให้คุณท่านสั่งมาได้เลยนะคะ มะลิกับลูกยินดีที่จะทำทุกอย่างเลยค่ะ”

“จริง ๆ เหรอ” ธารเอ่ยถาม ในหัวแว็บบางอย่างขึ้นมาอย่างไม่เคยคิดมาก่อน พลางพิศมองหนึ่งธิดาอีกครั้งอย่างพึงพอใจ

“จริงสิคะ ส่วนเรื่องคุณทิว คุณท่านอย่ากังวลไปเลยค่ะ มะลิว่าเป็นเรื่องธรรมดาของคนอกหัก สักพักก็คงจะหายค่ะ ถ้าคุณทิวได้เจอผู้หญิงดี ๆ ก็คงจะมีรักครั้งใหม่ที่ดีค่ะ”

“เธอคิดแบบนั้นเหรอมะลิ” ธารหยั่งเชิงถาม

“จริง ๆ ค่ะ”

“ฉันอยากมีทายาทเอาไว้สืบสกุล ถ้าทิวเขาไม่แต่งงานมีเมีย ทรัพย์สมบัติของฉันจะยกให้ใครล่ะ เธอว่าจริงไหมมะลิ” ธารเอ่ยถามสาวใช้คนสนิท มะลิได้ฟังก็คิดในใจว่านี่คงเป็นความทุกข์ของคนรวยสินะ

ตอน 2

“ก็จริงนะคะ แต่คุณท่านก็คงต้องให้เวลาคุณทิวอีกสักหน่อย มะลิเชื่อว่าคนดี ๆ อย่างคุณท่านและคุณทิวไม่ไร้ทายาทสืบสกุลหรอกค่ะ”

“ถ้าฉันจะให้หนึ่งธิดามาเป็นเมียหลานชายของฉันจะได้ไหม” ประโยคของธารทำให้สองแม่ลูกมองหน้ากันอย่างตกใจ ไม่คิดว่าธารจะพูดแบบนี้ออกมา

“อย่าเพิ่งเข้าใจผิดคิดว่าฉันจะเอาเปรียบ แต่ฉันคิดในฐานะคนแก่ที่อีกไม่กี่ปีก็คงจะจากโลกนี้ไปแล้ว ฉันอยากให้ลูกชายได้เป็นฝั่งเป็นฝากับผู้หญิงดี ๆ สักคน แต่ทิวเขารักเพียงฟ้ามาก คงไม่แต่งงานกับผู้หญิงที่ไหน แล้วฉันเองก็คงอยู่ได้อีกไม่นาน”

“คุณท่านหมายความว่ายังไงคะ”

“ฉันเพิ่งตรวจพบมะเร็ง คงอยู่ได้อีกไม่นาน เรื่องนี้ฉันก็ยังไม่ได้บอกทิวเขา ฉันเป็นห่วงเขามาก เขาเป็นหลานชายคนเดียวของฉัน ฉันอยากให้เขามีทายาทสืบสกุล” คนพูดลอบยิ้มในหน้า กับแผนการอันแยบยลของตัวเอง

ธารยอมรับว่าเลี้ยงหนึ่งธิดามาอย่างดีเพราะอยากให้หนึ่งธิดาเป็นเมียหลานชายคนเดียว อาจเพราะถูกตาต้องใจตั้งแต่แรกเห็น ยิ่งได้ดูแลกันมาหลายปีก็เห็นว่าหนึ่งธิดาเป็นคนดี เป็นคนขยัน เหมาะที่จะเป็นแม่ของลูกที่ดีให้ผู้ชายสักคน

“แต่คุณทิวเขาไม่ได้รักไม่ได้ชอบหนึ่งธิดา จะให้ไปเป็นเมียได้ยังไงกันคะ” มะลิเป็นกังวล ไม่อยากให้ลูกสาวอยู่กินกับผู้ชายที่ไม่ได้รักไม่ได้ชอบ

“นั่นแหละประเด็น ฉันแค่ต้องการทายาท ไม่ได้จะบีบบังคับให้อยู่ด้วยกัน”

“หมายความว่ายังไงคะ” มะลิยังไม่เข้าใจ

“ดูเหมือนฉันเป็นคนเห็นแก่ตัวที่ทำแบบนี้ แต่ฉันแค่อยากให้หนึ่งธิดาเป็นเมียลูกชายของฉันชั่วคราวจนกว่าจะมีทายาท แต่ฉันไม่ได้จะเอาเปรียบเธอสองคนแม่ลูกหรอกนะ ฉันจะส่งหนึ่งธิดาให้เรียนจนจบ จะเรียนถึงระดับปริญญาเอกก็ได้ จะให้เรียนต่อหลังจากคลอดลูก แล้วก็จะให้เงินก้อนหนึ่งจำนวนห้าล้านบาทกับเธอสองแม่ลูก เอาไปตั้งตัว หนึ่งธิดาเรียนจบก็จะมีงานดีๆ ทำ ชีวิตจะได้ไม่ลำบาก ฉันต้องการแค่เหลนมาสืบสกุลเท่านั้น”

สองแม่ลูกมองหน้ากัน หนึ่งธิดาดูเหมือนจะนิ่งอึ้งไป เพราะเธอไม่เคยคิดว่าจะต้องมาทำอะไรแบบนี้

“ฉันไม่ได้บังคับนะ ฉันแค่เสนอ เธอสองคนแม่ลูกไม่ต้องทำก็ได้ และยังทำงานที่นี่ได้เหมือนเดิม ฉันจะไม่โกรธเคืองอันใด จะยังส่งหนึ่งธิดาเรียนต่ออยู่เหมือนเดิม เพราะว่าเขาเป็นเด็กดีและขยันมากๆ เสียดายจริง ๆ ถ้าทิวเขาจะมองข้ามผู้หญิงดี ๆ แบบหนึ่งธิดาไป” ธารมองหนึ่งธิดาแล้วยิ้ม ท่านเอ็นดูเด็กสาวตรงหน้าอย่างที่สุด

“มีลูกแล้วฉันจะดูแลหลานของฉันให้ดีเอง ถึงจะเป็นมะเร็งก็ยังพอมีทางรักษาและยืดอายุของฉันให้ยืนยาวไปอีก แค่ดูแลสุขภาพให้ดี อีกอย่างทิวเขาก็น่าจะรักลูกของตัวเองบ้างแหละ อย่างน้อยนั่นก็คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา”

“ไม่ต้องรีบคิดหรอก ยังไม่ต้องตอบตกลงอะไรตอนนี้ก็ได้ ฉันไม่ได้บังคับอะไรเธอสองคนแม่ลูก แต่ที่ฉันเลือกหนึ่งธิดาเพราะเธอเป็นเด็กดี หลานของฉันที่คลอดออกมาก็จะมีพันธุกรรมที่ดี พ่อแม่เป็นคนดีลูกก็ต้องมีสายเลือดที่ดี ฉันคิดแบบนั้นนะ” ธารมองหนึ่งธิดาอย่างเอ็นดู สายตานั้นมะลิเองก็เห็น

“เราสองคนเป็นหนี้บุญคุณคุณท่าน ถ้าไม่มีคุณท่านวันนั้น เราสองคนก็คงไม่อยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว แต่เรื่องนี้มะลิแล้วแต่ลูกค่ะ มะลิไม่เคยบังคับลูก”

“หนึ่งยินดีทำตามที่คุณท่านต้องการค่ะ” หนึ่งธิดาครุ่นคิดก่อนจะตอบตกลง

“เธอพูดจริง ๆ เหรอหนึ่งธิดา” ธารมีท่าทีดีใจเป็นอันมาก

“พูดจริงๆ ค่ะ อย่างที่แม่บอก คุณท่านมีบุญคุณกับพวกเราสองแม่ลูกมากๆ ถ้าไม่มีคุณท่านพวกเราสองแม่ลูกคงโดนข่มขืนและโดนฆ่าตายไปแล้ว แต่ถ้าไม่ตายก็ไม่รู้จะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้ยังไง คุณท่านพามาชุบเลี้ยงดูแล ให้งาน ให้เงิน ให้ที่อยู่ที่กิน บุญคุณท่วมหัว หนึ่งยินดีที่จะตอบแทนบุญคุณคุณท่านทุกอย่าง ตามที่คุณท่านต้องการค่ะ คุณท่านไม่ได้ให้หนึ่งไปทำเลว ทำไม่ดี ทำบาปทำกรรมหรือเรื่องผิดกฎหมายเสียหน่อย แต่หนึ่งไม่ขอรับเงินของคุณท่านนะคะ เพราะคุณท่านส่งเสียให้หนึ่งได้เล่าเรียน เลี้ยงดูกันมาตั้งหลายปีแค่นี้ก็เป็นพระคุณมากมายแล้วค่ะ” หนึ่งธิดาคิดถึงอนาคตของตัวเอง

หนึ่งธิดาคิดว่า เธอจะได้เรียนสูง ๆ มีงานดี ๆ ทำ ได้ดูแลมารดาให้ดีในบั้นปลายชีวิต เธออยากตอบแทนบุญคุณมารดา และตอบแทนบุญคุณธารด้วย

แม้คิดว่าคลอดแล้วจะต้องห่างจากลูก แต่ธารเป็นคนที่ดีมากๆ ท่านจะต้องรักและดูแลลูกของเธออย่างดี เธอมั่นใจเช่นนี้

“เธอคงไม่ว่าฉันเห็นแก่ตัวใช่ไหม พอคลอดลูกแล้วฉันเอาลูกเธอมา แถมจะยังไม่บอกว่าเธอคือแม่อีก แต่ฉันจะอนุญาตให้เธอช่วยเลี้ยงลูกได้นะ” ธารเป็นคนดีอย่างที่สองแม่ลูกเชื่อมั่นจริง ๆ เพราะไม่ได้กีดกัน เป็นข้อเสนอที่หนึ่งธิดาคิดว่าเธอมีแต่ได้กับได้ แถมยังได้ตอบแทนบุญคุณด้วย เธอจึงตอบตกลง

“แต่คุณทิวเขาจะยอมเหรอคะ” ประโยคของเด็กสาวทำให้ธารถอนใจเฮือกใหญ่

“ฉันก็ไม่แน่ใจนะ แต่จะลองคุยกับเขาดู เผื่อเขาจะเห็นใจคนแก่อย่างฉัน มีทายาทให้ฉันได้อุ้มสักคนก่อนตาย”

“นี่เป็นผลการเรียนของหนูค่ะ หนูเรียนจบแล้วนะคะ ไม่นานก็จะรับประกาศนียบัตรค่ะ” เธอเลือกที่จะเรียนไปทีละขั้นคือจบ ปวช. ก็ต่อปวส. ค่อยต่อปริญญาตรี เพราะว่าการเรียนสายอาชีพมันทำให้เรามีความรู้สามารถประกอบอาชีพได้เลย ไม่เหมือนเรียนจบมัธยมศึกษา แล้วไปต่อปริญญาตรีที่ต้องเรียนยาวไปเลย เธออยากให้มารดาได้ตั้งหลักบ้าง อีกทั้งยังเกรงใจธาร ถ้าเธอได้ทำงานไปเรียนไปก็น่าจะช่วยแบ่งเบาภาระได้มากกว่า

“เรียนเก่งจริง ๆ เด็กคนนี้ มะลิเธอต้องภูมิใจในตัวลูกของเธอนะ ดูสิ เรียนได้เอทุกวิชา ฉันเองก็ภูมิใจ ไม่เสียแรงที่ส่งเสียให้เล่าเรียน” คนพูดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ มีความสุขที่เด็กสาวที่อุปการะเรื่องทุนการศึกษาเอาไว้เป็นคนเก่งและคนดีเช่นนี้

“เอาละ กลับไปพักผ่อนได้แล้ว วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เรื่องที่ฉันจะคุยกับทิวเขา ฉันจะบอกมะลิกับหนึ่งว่าเขาจะตอบตกลงไหม” คนพูดดูมีความหวังในเมื่อเด็กสาวที่เอ็นดูตอบตกลง ทิวเขาเองก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แม้นางจะไม่ใช่บิดามารดาบังเกิดเกล้า แต่ก็เลี้ยงทิวเขามาด้วยความรัก ทิวเขาเองก็รักนางมาก ขอแค่นี้คงไม่มีปัญหาอะไร

จริง ๆ แล้วธารมีอะไรมากกว่านั้น แต่นางก็ไม่ได้พูดออกมา

“เราดื่มเหล้าทุกวันแบบนี้ เดี๋ยวจะป่วยเอาได้นะ” ประโยคของผู้เป็นป้าทำให้ทิวเขาหันไปมอง เขาปลีกตัวมาอยู่ที่กระท่อมตรงลำธารเพราะไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับใคร

“คุณป้ามีอะไรหรือเปล่าครับ”

“ป้าจะมีอะไรล่ะ นอกจากเป็นห่วงเรา ดื่มเหล้าขนาดนี้เดี๋ยวก็เป็นตับแข็งตายหรอก”

“ไม่หรอกครับ ดื่มนิด ๆ หน่อย ๆ เอง”

“ไม่นิดหน่อยกระมัง ป้ารู้ว่าเราดื่มหนักทุกคืน ตอนกลางวันก็ยังไปทำงานหนักในไร่อีก ข้าวปลากินบ้างไหมนี่ เราซูบผอมไปมากนะ หนวดเคราก็รกรุงรังไปหมด”

“กินสิครับคุณป้า” เสียงของทิวเขาอ่อนลง กับผู้เป็นป้าเขาไม่เคยเสียมารยาทหรือพูดอะไรให้ต้องเสียใจ เพราะท่านชุบเลี้ยงเขามา รักเขาเหมือนลูกในไส้ บิดามารดาของเขาเสียชีวิตตั้งแต่เขายังเป็นแค่เด็กน้อยไร้เดียงสา

“ผู้หญิงคนเดียวเราจะไปให้ความสำคัญหรือเสียใจกับเขาขนาดนี้ทำไม ยิ่งเขาไม่รักเรา เราก็ยิ่งต้องดูแลตัวเองให้ดีไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่ปล่อยเนื้อปล่อยตัวแบบนี้ ถ้าแม่เพียงฟ้ามาเห็นเราตอนนี้ คงจะเที่ยวพูดกับใคร ๆ ว่าคิดถูกแล้วที่ทิ้งเราไป เพราะขนาดตัวเราเองยังไม่รัก”

ตอน 3

“ก็ช่างเขาปะไรครับ อยากจะพูดอะไรก็พูดไป”

“ป้าอยากอุ้มหลาน” ประโยคของผู้เป็นป้าทำให้ทิวเขาสำลัก เขามองท่านด้วยใบหน้าแดงก่ำ

“คุณป้าพูดว่าอะไรนะครับ”

“ป้าพูดว่าป้าอยากอุ้มหลาน”

“อุ้มหลานที่ไหนครับ”

“ลูกเราไง”

“ผมยังไม่มีเมียจะมีลูกได้ยังไงครับ”

“ก็มีสิ ป้าหาให้แล้ว”

“ผมไม่เอาหรอกครับ”

“เราเป็นหลานคนเดียว ป้าอยากมีทายาทสืบสกุลอีก เราเอาแต่ดื่มเหล้า ไม่มีลูกมีเมีย ป้าตายไปแล้วเราไม่มีทายาท จะยกทรัพย์สมบัติให้ใครกันล่ะ”

“ยกให้การกุศลไปก็ได้ครับ”

“ป้าขอแค่หลานสักคนให้ป้าได้ไหม”

“ทำไมผมต้องทำแบบนั้นด้วยครับ”

“ป้าอยู่ได้อีกไม่นาน ทำเพื่อป้าสักครั้งได้ไหมทิวเขา ป้าเองก็แก่มากแล้ว” ประโยคของผู้เป็นป้าทำให้ทิวเขานิ่งอึ้งไป

“ใครกันครับผู้หญิงที่คุณป้าจะให้มาเป็นเมียผม”

“หนูหนึ่งธิดาไง เขานิสัยดี เรียบร้อย น่ารัก เรียนก็เก่ง มีลูกกับเรา ป้าก็คิดว่าลูกจะเป็นคนดีเหมือนเขา ดีเอ็นเอที่ดีของพ่อแม่มีผลกับลูกที่จะคลอดออกมาด้วยนะ”

“เด็กนั่นยอมเหรอครับ” เขารู้จักหนึ่งธิดาเพราะมารดานำสองแม่ลูกมาชุบเลี้ยงเอาไว้หลังจากช่วยจากการโดนข่มขืนนานหลายปีแล้ว เขาเองก็ช่วยสองแม่ลูกด้วย

“ยอม เขาเป็นคนกตัญญู อยากตอบแทนบุญคุณของป้าเลยรับปาก ทิวเขาทำเพื่อป้าสักครั้งนะ”

“คุณป้ากลัวผมกินเหล้าจนตายเหรอครับ ถึงจะให้ผมมีลูกให้ได้”

“อย่าพูดแบบนี้อีกนะ เราเป็นหลานคนเดียวของป้า ถ้าเราตายไปป้าจะทำใจได้เหรอ” เสียงของธารสั่นระริก ทำเอาทิวเขารู้สึกผิดขึ้นมาในทันที

“ผมขอโทษนะครับคุณป้า ขอผมคิดดูก่อนได้ไหมครับ”

“คนไหนไม่รักเราก็ปล่อยเขาไป ป้ารักเราที่สุด เราเองก็ต้องรักตัวเราเองด้วยนะ” ธารบอกหลานชาย

“เราควรกินข้าวกินปลาบ้างนะ ป้าให้หนึ่งธิดาทำอาหารอร่อย ๆ มาให้เราด้วย เลิกดื่มเหล้าและกินข้าวกินปลาเถอะนะ ป้าจะกินเป็นเพื่อน พูดไปพูดมาเราสองคนไม่ได้กินข้าวกันมานานแล้วนะ”

หลานชายของนางเป็นคนรักใครรักจริง ทุ่มเทให้ทุกอย่าง ทั้งเงินทองข้าวของ ทั้งเวลา เทคแคร์ดูแลเอาใจใส่สารพัด แม้จะทำงานในไร่ในสวนก็ยังขับรถไปหาในเมือง ไกลแค่ไหนก็ไป แต่ท่านดูออกว่าเพียงฟ้าไม่ได้จริงใจกับหลานชายของท่าน ตอนนั้นกำลังรักกำลังหลง เตือนอะไรไม่ได้ ท่านเลยไม่ได้เตือนอะไรมาก

เพียงฟ้าคอยแต่ยุแยงตะแคงรั่ว พอบอกพอเตือนก็ยุแฟนตัวเองให้เกลียดป้าของตัวเอง แต่ดีหน่อยที่ทิวเขาไม่ได้หน้ามืดถึงขนาดนั้น

ในสายตาของธาร เพียงฟ้าคือผู้หญิงที่ท่านคิดว่าไม่มีคุณสมบัติอันใดที่จะเป็นเมีย เป็นแม่ของลูก แค่สวยอย่างเดียวมันไม่ได้ทำให้ครอบครัวมีความสุขหรือประคับประคองชีวิตคู่กันไปตลอดรอดฝั่งได้

พอหลานชายเสียใจ ท่านก็ไม่อยากพูดอะไรมาก กลัวจะยิ่งเตลิด ยิ่งเสียใจมากขึ้นไปอีก ท่านเคยคิดไปถึงว่าทิวเขาอาจจะฆ่าตัวตายเสียด้วยซ้ำ

หลานชายของนางมีแต่ให้กับให้ เพียงฟ้ามีแต่รับไม่เคยให้อะไรแม้แต่ความจริงใจ คนเราไม่ว่าจะเป็นใคร มันต้องเป็นฝ่ายให้บ้าง จะรับเพียงอย่างเดียวไปตลอดชีวิตมันเป็นไปไม่ได้

“กับข้าวมาพอดี” หนึ่งธิดายกถาดอาหารเข้ามา เธอมาพร้อมกับธาร แต่รอให้ท่านเข้าไปคุยกับทิวเขาก่อน สายตาของเขาที่ตวัดมามองเธอเหมือนไม่พอใจ เขายืนขึ้น ก่อนจะเดินไปที่โต๊ะกินข้าว แล้วสติก็ดับวูบลงไป

“ทิวเขา ทิวเขา หลานเป็นอะไรไป หนึ่งมาช่วยกันหน่อย หลานชายฉันเป็นอะไรก็ไม่รู้” ธารเรียกหนึ่งธิดาอย่างตกใจ ก่อนจะช่วยกันประคองร่างของทิวเขาขึ้นจากพื้น

“ต้องรีบพาไปหาหมอ หนึ่งไปตามคนงานบอกให้เอารถออกนะ” เพราะกระท่อมริมลำธารหลังนี้สามารถขับรถยนต์เข้ามาได้ ไม่เช่นนั้นก็ต้องไปตามคนงานมาช่วยกันแบกร่างของทิวเขาอีก

“ทิวเขาอย่าเป็นอะไรนะหลาน ผู้หญิงคนเดียวทำไมถึงเป็นไปได้ขนาดนี้กันนะ ถ้าหลานเป็นอะไรไป ป้าจะอยู่กับใคร” ธารร้องไห้ออกมา ขณะที่นั่งรถพาหลานชายไปโรงพยาบาล หนึ่งธิดาเห็นแล้วอดที่จะสงสารเสียไม่ได้

ไปถึงโรงพยาบาล กานนท์เพื่อนสนิทของทิวเขาเข้าเวรที่ห้องฉุกเฉินพอดี ธารจึงรีบเข้าไปขอร้องเพื่อนหลานชายปากคอสั่นไปหมด

“ช่วยทิวเขาด้วยนะนนท์ จู่ ๆ ก็เป็นลมล้มหมดสติไปเลย”

“คุณป้าไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ เดี๋ยวผมจะช่วยเจ้าทิวให้สุดความสามารถเลยครับ คุณป้าใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ” กานนท์รับปากอย่างแข็งขัน ก่อนจะตามบุรุษพยาบาลเข้าไปดูอาการของกานนท์ โดยเจ้าหน้าที่กันธารกับหนึ่งธิดาออกมาก่อน

“คุณท่านอย่ากังวลไปเลยนะคะ คุณทิวเขาจะต้องไม่เป็นอะไรค่ะ”

“ก็ขอให้มันเป็นแบบนั้น ไม่รู้ทำไมถึงได้รักได้หลงผู้หญิงคนนั้นเสียเหลือเกิน หล่อนมีแต่หลอก ไม่เคยมีความจริงใจเลยสักนิด คบกับใครก็หวังผล เป็นโชคร้ายของหลานชายฉันที่ไปเจอผู้หญิงไม่ดีแบบนี้”

“คุณทิวเขาเองก็ต้องเข้มแข็งนะคะ” วันก่อนเธอได้ดูรายการทีวีที่เพียงฟ้าไปออกอากาศ พิธีกรถามว่าคบกับคนใหม่ แล้วคนเก่าไปไหนเสียล่ะ เพราะเคยมีข่าวว่าเพียงฟ้าคบกับทิวเขา หลานชายเจ้าของไร่ที่เมืองจันทร์ฯ เป็นเศรษฐีที่ดินที่แสนร่ำรวย

เพียงฟ้าก็ตอบว่าก็เงินหมด ไม่รวยจริง ใครจะไปทนอยู่ กัดก้อนเกลือกินกันล่ะ

พิธีกรยังถามจี้อีกว่า ไหนวันนั้นบอกว่าทิวเขาให้ทุกอย่าง อยากได้อะไรก็ได้ แล้วทำไมตอนนี้ถึงบอกเงินหมด

เพียงฟ้ายังมีหน้ามาบอกว่ารวยแค่เปลือกไม่รวยจริง เงินก็ไม่ใช่เงินตัวเองเป็นเงินของป้าทั้งนั้น หนึ่งธิดาฟังแล้วยังรู้สึกโกรธ แล้วทิวเขาเองล่ะ เขาได้ฟังคงจะเสียใจมาก

เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ เธอไม่ค่อยรู้หรอก แต่รู้ว่าทิวเขาทำงานเท่าไหร่ก็ให้ธารเก็บจนหมด เวลาเขาจะใช้จ่ายอะไรเกินไปจากเงินเดือนที่ท่านให้หลานชาย ทิวเขาจึงต้องขอธารเพิ่ม เรื่องที่เพียงฟ้าบอกว่าทิวเขาไม่รวยจริงหรือเงินหมด อาจจะรู้ว่าไม่มีเงินเป็นของตัวเองยังต้องขอผู้เป็นป้า ซึ่งหล่อนทำกิริยาไม่ดีใส่ธาร คงรู้ตัวว่าหากยังคบหากับทิวเขาอยู่คงจะไม่ได้เงินทองหรือทรัพย์สินอะไรจากทิวเขาไปมากกว่านี้ เพราะตัวเองทำตัวไม่น่ารักกับญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายชายก่อน เลยรีบตีตัวออกหากเสียก่อน อีกทั้งเธอยังมีที่หมายใหม่ เลยสลัดทิวเขาทิ้งง่าย ๆ

“ไม่เป็นอะไรแล้วนะครับ ตอนนี้ฟื้นแล้ว แต่ต้องนอนให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาลสักหน่อยนะครับ” กานนท์ที่ออกมาจากห้องฉุกเฉินรีบแจ้งให้ธารได้รับรู้ ทำให้ธารถึงกับยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ

“ที่เป็นลมหมดสติไปก็คงเพราะดื่มแต่เหล้า ข้าวปลาไม่แตะ ทำแต่งานไม่หยุดพักด้วย” ธารเล่าด้วยสีหน้าไม่สบายใจนัก

“ต้องพักผ่อนให้น้ำเกลือ และก็กินอาหารบำรุงกันยกใหญ่เลยครับ ทิวเขาผอมไปมาก ผมเห็นแล้วยังตกใจ” กานนท์ให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเข็นเตียงคนไข้ไปยังห้องพักฟื้น

“เพราะผู้หญิงคนนั้นแท้ ๆ เขาทิ้งไปไม่ไยดี ตัวเองเอาแต่มานั่งเสียใจ แล้วก็ทำร้ายตัวเอง ไม่รักตัวเองบ้างเลยหรือไง” ธารพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“ตอนทิวเขาคบกับเพียงฟ้าผมก็เคยเตือนครับ ผู้หญิงคนนี้หวังได้หวังเอา ไม่รักทิวเขาจริง ๆ หรอก ผมเองยังดูออก แต่ตอนนั้นพูดอะไรมากไม่ได้เพราะทิวเขาเขาก็รักของเขา เราก็ได้แค่เตือนอยู่ห่าง ๆ เท่านั้นครับ ยุ่งเรื่องส่วนตัวมากผมก็กลัวจะเสียเพื่อน” ใครเตือนก็ไม่ฟัง นั่นคือทิวเขาในตอนนั้น เพียงฟ้าพูดเก่ง เอาใจเก่ง ออดอ้อนให้เชื่อแต่ตัวเอง ทำให้ทิวเขาหลงมาก รักมากหลงมากพอเขาทิ้งก็เลยต้องผิดหวังหนักขนาดนี้

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED