“มึงว่ากูจะทำยังไงดีวะไอ้เผ่า ไอ้ผอง..” ไผ่ทอง หรือ กำนันไผ่ เอ่ยขึ้นมากลางวงเหล้าที่กินกันเฉพาะสามคนพี่น้อง เผ่าไท พี่คนโตอายุ 58 ผองหล้า น้องเล็กอายุ 46 ปี ส่วนตัวกำนันไผ่นั้นปีนี้ย่าง 53 แต่ทั้งสามพี่น้องยังดูหนุ่มแน่นแข็งแรง ภูมิฐาน ที่สำคัญความหล่อเหลาไม่เบาไปกว่ากันเลย เพราะมีเชื้อสายยุโรปอยู่ในสายเลือดเพราะปู่ทวดของพวกเขาเป็นชาวนอร์เวย์ และย่าทวดเป็นลูกครึ่งไทยอเมริกัน ทั้งสามหนุ่มจึงมีความหล่อเหลาคมคายที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว...
กำนันไผ่นั้นเรียกได้ว่าหล่อดุดันและเป็นคนโผงผางตรงไปตรงมา คางบึกบึนมีรอยผ่าบุ๋มตรงกลางไว้หนวดเคราเต็มหน้าจึงดูดุมากขึ้น เขาจะโกนหนวดเฉพาะต้องไปประชุมหรือมีราชการเท่านั้น ส่วนพี่น้องอีกทั้งสองคนจะดูซอฟลงมาหน่อย เพราะมีลักยิ้มข้างแก้มทำให้ใบหน้าดูอ่อนโยนเวลายิ้ม แต่สรุปแล้วหนุ่มรูปงามทั้งสามคนแห่งตระกูล มั่งมีไพศาล เป็นหนุ่มเนื้อหอมมาตั้งแต่สมัยหนุ่มยันตอนนี้ เพราะแม้จะอายุเข้าสู่เลขห้าเลขหกแล้วเสน่ห์ดึงดูดใจก็ไม่ลดลงเลยเพราะทั้งสามหนุ่มนั้นโสดและร่ำรวยมหาศาล
กำนันไผ่โสดมากว่าสิบปีแล้ว เผ่าไทยผู้เป็นพี่ชายคนโตก็เมียตายไปเมื่อห้าปีก่อน และน้องเล็กผองหล้านั้นเรียกได้ว่ามีเมียไม่เป็นตัวเป็นจนวันนี้ แต่ทั้งสามพี่น้องต่างก็มีกิจการและงานที่มั่นคงของตน
กำนันไผ่เป็นเจ้าของสวนไผ่นับร้อยไร่ ร่ำรวยจากการปลูกไผ่และทำโรงงานแปรรูปผลผลิตจากการเกษตรโดยเฉพาะหน่อไม้ และผลผลิตจากสวนไผ่ของตนซึ่งก็โกอินเตอร์ไปหลายอย่างทั้ง หน่อไม้อบแห้ง หน่อไม้ดองอบแห้ง หน่อไม้อบกรอบปรุงรส หรือแม้แต่เครื่องจักสานจากไผ่ และจากสวนที่มีพืชผลหลายอย่างให้เก็บเกี่ยวตลอดปี...
ส่วนคุณเผ่าไทนั้นมีกิจการรับเหมาไถ ถมที่ ขุด ดิน เจาะบ่อบาดาล และขายรถไถทั้งเล็กใหญ่ ซึ่งร้านของคุณเผ่าไทก็ใหญ่ที่สุดในจังหวัด ทุกคนจึงพร้อมใจกันเรียกเขาว่า เสี่ยเผ่า
ส่วนคุณผองหล้านั้นก็เปิดร้านขายวัสดุอุปกรณ์และเคมีภัณฑ์ทางการเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดเช่นกัน ใครๆ จึงเรียกเขาว่า เสี่ยผอง และเสี่ยผองก็ได้ฉายาเพลย์บอยพ่วงท้ายมาด้วย เพราะความเจ้าชู้ลื่นเหมือนปลาไหล ไม่มีใครจับได้อยู่หมัด ทั้งยังเป็นหนุ่มใหญ่เนื้อหอมที่สาวๆ ต่างใฝ่ฝันถึง
“ก็จะต้องทำอะไรวะ ก็ปล่อยให้ไอ้งามมันเป็นตัวของตัวเองน่ะดีแล้ว..” เสี่ยเผ่ายกแก้วเหล้าขึ้นซด
“นั่นสิพี่ จะคิดมากทำไม ก็ไหนตอนนั้นกลัวนักกลัวหนาว่าลูกสาวจะมีผัว ทีอย่างงี้มาคิดมากกลัวลูกสาวหาผัวไม่ได้” น้องเล็กของบ้านว่า
“ก็ตอนนี้มันยี่สิบหกแล้ว เวลาแป๊บเดียวเดี๋ยวก็สามสิบ แล้วมึงดูๆ ดูนั่น มึงดู๊ แบบนี้ใครจะเอามันเป็นเมีย..”
กำนันไผ่เอ่ยเหมือนอัดอั้นตันใจ ชี้ให้พี่กับน้องชายดูลูกสาวที่กำลังวาดลวดลายเตะต่อยอยู่บนเวทีมวยขนาดย่อมกับลูกน้องคู่ใจของตน
ฝันงาม ลูกสาวแสนสวยที่ได้ความสวยงามคมเข้มที่ได้จากเขาและ ในฝัน ภรรยาแสนรักผู้ล่วงลับไปอย่างลงตัว หญิงสาวที่จะมีอายุยี่สิบหกปีในอีกไม่กี่วันนั้นรูปร่างสูงโปร่งราวร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร ปราดเปรียวคล่องแคล่ว บวกกับผิวสีน้ำผึ้งนวลเนียนและโครงหน้าสวยคมอย่างคนที่เลือดผสม ทำให้ฝันงามดูโดดเด่นเป็นที่สนใจของผู้พบเห็น และยิ่งเป็นลูกสาวกำนันไผ่ผู้มั่งคั่งด้วยแล้วยิ่งทำให้เธอดูน่าสนใจมากขึ้น แต่ทว่า...
เอสๆๆ ผลั๊วะๆ เสียงเตะกระสอบทรายหนักหน่วงและเสียงประกอบเมามันพร้อมด้วยเสียงหวานที่ฟังไม่ค่อยรื่นหูนักดังขึ้น
“ไอ้เปรม มึงลุกขึ้นมา ไอ้ห่านี่ กูบอกให้จับกระสอบทรายดีๆ หรือมึงอยากจะเป็นกระสอบทรายซะเองวะ เร็วๆ วันนี้กูโมโหหนักมาก ไอ้ป้อม เอาน้ำมาให้กูซิ..”
ร่างระหงใสชุดออกกำลังกายทะมัดทะแมงใส่นวมพร้อมชกเท้าสะเอวคอดกิ่วเรียกลูกน้องคนสนิท คือ ไอ้เปรมและไอ้ป้อม อย่างฉุนเฉียว
“ครับๆ ลูกพี่งามใจเย็นๆ โมโหมากๆ ระวังแก่เร็วหาผัวไม่ได้นะจ๊ะ” ไอ้ป้อมที่อ้วนตุ้ยนุ้ยกลมป้อมสมชื่อรีบเอากระบอกน้ำมาให้ ลูกพี่ ของตนอย่างเอาใจ ส่วนไอ้เปรมที่ไม่อยากเป็นกระสอบทรายก็รีบลุกมาจับกระสอบทรายไว้มั่นไม่ให้แกว่งไกว...
“พูดไม่เข้าหูเดี๋ยวกูถีบ”
พูดพร้อมทั้งง้างเท้ารอไอ้ป้อมรู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นยอดมนุษย์จึงล่าถอยไปอยู่ดูอยู่ห่างๆ เมื่อพร้อมแล้วฝันงามก็ทั้งแตะต้องต่อยกระสอบทรายอย่างเมามัน ในขณะที่ไอ้เปรมหลับหูหลับตาจับกระสอบทรายอย่างแข็งขันและกลัวโดนลูกหลง...
“นั่นไง ก็ปากแบบนี้กิริยาแบบนี้ มึงจะไม่ให้กูห่วงได้ไงวะ กับข้าวก็ทำไม่เป็นพูดจาหมาก็ไม่ฟังแบบนี้..”
กำนันไผ่ส่ายหน้าอย่างอิดหนาระอาใจกับลูกสาวคนเดียวที่ทั้งรักทั้งหวง จะโทษว่าลูกสาวเขากระด้างหยาบคายก็คงจะไม่ถูกนักเพราะมันล้วนแล้วแต่มาจากสภาพแวดล้อมที่ทั้งบ้านมีแต่ผู้ชาย ยิ่งหลังจากที่ในฝันภรรยาของเขาจากไปเมื่อสิบห้าปีก่อน ก็ยิ่งไม่มีผู้หญิงคนไหนมาคอยอบรมสั่งสอนลูกสาวของเขา ทั้งลุงเผ่าที่มีแต่ลูกชายสองคนและอยากได้ลูกสาวก็ยิ่งรักยิ่งหลงหลานสาวที่รักอยากได้อะไรก็ทูนหัวทูนเกล้าให้ และลูกชายทั้งสองของลุงเผ่าคือ เผ่าพล และ เผ่าภูมิ ก็รักน้องมาก ตามใจกัน สอนกันแต่เรื่องทโมนผาดโผน
มีแต่ผองหล้าเท่านั้นที่ดีหน่อยไม่ชวนหลานสาวเล่นพิเรนทร์ แต่รายนั้นสอนเรื่องวิถีชีวิตลูกผู้ชาย เรื่องเพศ เรื่องสิ่งที่ผู้หญิงควรรู้เกี่ยวกับผู้ชาย ฝันงามจึงปราดเปรียวฉลาดเฉลียวทันคน และแก่นแก้วแก่นกะโหลกทั้งยังลามกผิดแผกจากสตรีทั่วไป นั่นล่ะทำให้เขาปวดหัวหนักมาก
“เออน่า หลานสาวกูทั้งสวยและรวยมากขนาดนี้ ใครไม่เอาก็โง่แล้ว”
“แต่กูสงสารคนที่จะมาอยู่กับมันล่ะมากกว่า”
“พี่ไผ่ก็คิดมากน่า มี ชื่นใจ อยู่ก็พอสอนเรื่องผู้หญิงๆ กันได้อยู่ไม่ใช่หรือ แน่ะพูดถึงก็มาพอดี เป็นไงบ้างแม่ชื่นใจสบายดีไหมจ๊ะ”
เสี่ยผองหันมายิ้มหวานทำตาเล็กตาน้อยให้ ชื่นใจ ผู้เป็นน้องเมียของกำนันไผ่
“สบายดีค่ะคุณผอง..”
ชื่นใจ หญิงสาววัยสามสิบหกปีและจะอายุสามสิบเจ็ดในอีกไม่กี่วันซึ่งเธอเกิดวันเดียวกับฝันงาม ชื่นใจเป็นหญิงสาวสวยเรียบร้อยแม้ไม่ได้มีใบหน้าที่สวยงามโดดเด่นออกจะดูแสนธรรมดา เหมือนสาวชาวบ้านทั่วๆ ไป แต่รอยยิ้มหวานๆ และน้ำเสียงอ่อนโยน กิริยามารยาทอ่อนช้อยงดงาม และทำอาหารอร่อยมาก ทำให้เธอมีเสน่ห์ไม่น้อย แต่ชื่นใจยังไม่มีแฟนหรือคนรักเพราะ...
“มาอ่อยเสร็จก็กลับไปได้แล้ว มาทำชมดชม้ายชายตาอยู่ได้ เห็นแล้วอยากอ้วก จะไปไหนก็รีบไปเลยไป..”
เสียงดุๆ ของผู้มีศักดิ์เป็นพี่เขยดังลั่นราวฟ้าผ่า ชื่นใจสะดุ้งน้อยๆ แล้วรีบออกไป หลังจากวางถาดกับแกล้มเรียบร้อยแล้ว
“มึงนี่ยังไงวะไอ้ไผ่ กูไม่เห็นแม่ชื่นเขาจะเป็นอย่างเอ็งว่าสักนิด ตั้งแต่เด็กสาวจนขึ้นคานกูก็ยังไม่เห็นแม่ชื่นใจส่งสายตาหวานฉ่ำให้ใคร มีแต่มึงนี่ล่ะหาเรื่องแม่ชื่นอยู่ได้” ผู้เป็นพี่ใหญ่เอ่ยขึ้นแล้วส่ายหน้าช้าๆ รู้สึกชังฝีปากน้องชายขึ้นมาตงิดๆ
“ก็รึไม่จริง เห็นไอ้ผองมาทีไรเสนอหน้ามาทุกที คงอยากจะจับไอ้ผองเป็นผัวสิท่า แกก็เหมือนกัน ผู้หญิงมีเยอะแยะก็เลือกๆ หน่อยไม่ใช่คลำไม่มีหางก็เอา”
“อะไรของพี่กูวะเนี่ย.. บ้าไปแล้ว”
เสี่ยผองเกาหัวแกรกๆ อย่างไม่เข้าใจ ที่ตนโดนพี่ชายด่าเสียอย่างนั้นแค่ทักทายชื่นใจนี่นะ...
“ไปๆ กลับไปได้แล้ว อารมณ์ไม่ดีแล้ว มึงรีบกลับไปเดี๋ยวนี้เลยไอ้ผอง”
“อ้าววว ทำไมอย่างงี้ล่ะพี่”
“พี่ด้วยไอ้เผ่า ไปเลย กลับบ้านใครบ้านมันกูปิดบ้านยกเลิกวงแล้วเว้ย..” กำนันไผ่ขึงขังไล่พี่น้องกลับบ้านหน้าตาเฉย
“กูว่าแม่งวัยทองว่ะ ไปก็ได้วะ ไปต่อกันในเมืองดีกว่าไอ้ผอง..” เสี่ยเผ่าหันมาบุ้ยใบ้กับน้องชายคนเล็ก
“โอเคพี่ ไปกัน เบื่อขี้หน้าพวกขี้หวง ระวังเถ้อออ..”
“ระวังอะไรวะไอ้ผอง มึงพูดดีๆ พูดไม่เข้าหูกูถีบตกเรือน..”
“นั่นล่ะ ก็เป็นเสียอย่างนี้ไอ้งามมันถึงเป็นอย่างที่เห็นไง พิมพ์เดียวกันเป๊ะ แล้วเสือกมาว่าหลานสาวกู..”
เสี่ยเผ่าผู้รักหลานสาวมากว่าเข้าให้แล้วกอดคอน้องชายคนเล็กเดินขึ้นรถไปด้วยกัน ปล่อยให้คนที่โดนสวนกลับยืนฟึดฟัดอยู่คนเดียว
“เออ.. ฉันผิดตลอดแหละ ใครจะถูกเหมือนพวกมึงวะ..”
ร้องตามรถของพี่ชายที่ขับออกไปแล้วหันไปมองกับแกล้มที่มีผัดเผ็ดไก่บ้านหน้าตาหน้ากิน กับถั่วทอดและข้าวเกรียบทอดแล้วยิ้มบางๆ คนเดียว ก่อนจะรีบเก๊กหน้าเคร่งขรึมมองซ้ายมองขวา เหมือนระแวงใครจะมาเห็นท่าทางของตนเมื่อครู่...
ชื่นใจกลับเข้าห้องของตัวเองอย่างรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ใบหน้างามขาวลออดูอ่อนเยาว์กว่าวัยเศร้าหมอง น้ำตาจวนเจียนจะไหล
“พี่ฝันขา ชื่นใจคงไม่สามารถแทนที่พี่ได้หรอกค่ะ ชื่นใจขอโทษนะคะ” ชื่นใจพูดเบาๆ กับรูปในฝันญาติผู้พี่ที่ล่วงลับไปสิบห้าปีแล้ว
เธอเป็นญาติผู้น้องของในฝัน และอายุห่างกันราวสิบปี ในฝันเป็นผู้หญิงสาวอ่อนหวาน และฉลาดคล่องแคล่วเป็นที่รักของกำนันไผ่มาก และยังเป็นแบบอย่างที่ทำให้เธออยากเป็นเหมือนพี่ในฝัน ผู้เป็นยอดหญิงในใจเธอด้วย เพราะเมื่อตอนที่เธอมาอยู่กับในฝันและกำนันไผ่นั้นเธออายุเพียงสิบสองปี เพราะพ่อแม่ของเธอนั้นเสียชีวิตหมด เธอจึงอยู่กับลุงป้าที่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ซึ่งสามีของป้าเธอนั้นเป็นคนขี้เมาและติดการพนัน และเธอก็เกือบถูกลุงข่มขืน ดีที่หนีมาได้ ตอนนั้นเธอจำได้ว่ากลัวมากไม่กล้าบอกใคร นอนก็นอนไม่หลับเพราะระแวงลุง บอกป้าก็ถูกทุบตี หาว่าเธอแต่งเรื่องโกหกเป็นเด็กแก่แดด และยังไม่ให้เธอเรียนหนังสืออีกด้วย พอดีในฝันซึ่งมางานศพของพ่อแม่เธอได้รู้ข่าวก็จึงพาเธอมาอยู่ด้วย ตอนแรกลุงกับป้าไม่ยอม แต่กำนันไผ่เป็นคนจัดการทุกอย่างจึงผ่านไปด้วยดี...
ชีวิตที่ได้มาเริ่มต้นใหม่ที่ สวนไผ่ในฝัน เหมือนว่าเธอได้เกิดใหม่ทุกอย่างในชีวิตสว่างไสว และเต็มไปด้วยความสุข เพราะพี่ในฝันใจดีกับเธอมาก ส่งเสียให้เรียนหนังสือให้ที่อยู่อาศัย และมีอาหารกินครบสามมื้อ เธอจึงซาบซึ้งในน้ำใจของพี่ในฝันมาก เธอพยายามเรียนรู้ทุกอย่างจากพี่ในฝัน และช่วยเลี้ยงฝันงามมาตั้งแต่เล็กๆ จึงรักและเอ็นดูฝันงามมากเช่นกัน แต่พี่ในฝันของเธอนั้นอายุสั้นนักเสียชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อย เพียงสามสิบปีเศษเท่านั้นพี่ในฝันก็จากไปด้วยโรคไข้เลือดออกชนิดเฉียบพลันและติดเชื้อในกระแสเลือด...
ก่อนที่พี่ในฝันจะจากไปก็ได้สั่งเสียกับเธอไว้เสียนักหนาว่า ให้ช่วยดูแลฝันงามและสามีของตน ซึ่งคำขออย่างหลังนั้นมันเกินกว่าที่เธอจะทำได้ แม้พี่ในฝันจะย้ำนักย้ำหนาก็ตาม...
“หากพี่ไผ่จะมีเมียใหม่พี่อยากให้เป็นชื่นใจมากกว่า ชื่นใจสัญญากับพี่สิว่าจะอยู่กับพี่ไผ่ และดูแลพี่ไผ่ดูแลฝันงามตลอดไป พี่รักชื่นใจนะ อยากให้ชื่นใจมีคนที่รักและปกป้องดูแลชื่นใจได้ และผู้ชายคนนั้นก็คือพี่ไผ่..”
น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเว้าวอนและรักใคร่ ที่พี่ในฝันมีให้เธอนั้นไม่เสื่อมคลาย เพราะช่วงหลังๆ ก่อนที่จะป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกพี่ในฝันนั้นร่างกายไม่แข็งแรง ไม่สามารถให้ความสุขกับสามีได้ และเคยมาบอกกล่าวกับเธอเรื่องจะให้เธอเป็นเมียของกำนันไผ่อีกคน ตอนนั้นเธอปฏิเสธเพราะรู้ดีว่าผู้เป็นพี่เขยนั้น รักเมียของตนมากเพียงใดและไม่ค่อยชอบเธอสักเท่าใดนัก
“จำไว้นะชื่นใจ ไม่มีผู้ชายคนไหนในโลกจะรักและดูแลชื่นใจได้ดีเท่าพี่ไผ่อีกแล้ว ดูแลพี่ไผ่กับฝันงามแทนพี่ด้วยนะ อย่าลืมว่าพี่เต็มใจให้เธอเป็นแม่ของลูกพี่ เป็นเมียของผัวพี่..”
ปึกๆ เสียงทุบประตูที่เป็นสัญญาณที่รู้กันดีว่าใครเป็นผู้เคาะ ชื่นใจรีบเก็บรูปของพี่ในฝันที่ถ่ายคู่กับเธอไว้ในลิ้นชักหัวเตียงเล็กของตนก่อนจะกระวีกระวาดไปเปิดประตู..
“ทำไมเปิดช้าหรือมัวคิดถึงผู้ชายคนไหนอยู่”
ใบหน้าถมึงทึงของกำนันไผ่ทำให้หญิงสาวตัวสั่นอย่างหวาดหวั่นกลัวว่าเขาจะทำร้ายตบตีตน แม้ว่ากำนันไผ่จะไม่เคยทำอย่างนั้นเลยก็ตาม แต่ท่าทางของเขาตอนนี้น่ากลัวเหลือเกิน
“ปะ.. เปล่านะคะพี่กำนัน ชื่นใจกำลังจะนอน..”
“แล้วจะนอนฝันถึงใคร ถึงไอ้ผองหรือพี่เผ่า..”
พูดทั้งยื่นมามาขยุ้มไหล่เนียนที่พ้นขอบเสื้อแขนกุดตัวบางที่มักใส่นอน จนชื่นใจรู้สึกเจ็บแปลบร้าวไปทั้งไหล่ เหมือนกระดูกจะแตกหักเสียอย่างนั้น...
“เปล่าค่ะเปล่า ชื่นใจไม่ได้ฝันถึงใคร”