ตอน 1

สีสันยามราตรีของเมืองหลวงที่อยู่เบื้องหน้า ไม่ได้สร้างความสุนทรีย์ใดๆ ให้กับ ขุนเขา อาโอยามะ ได้เลยแม้แต่น้อย

แต่ที่เขาต้องมาเฉียดเข้าใกล้สถานที่อโคจรเช่นนี้ เพราะว่ามีนัดกับเพื่อนสนิทที่เคยเรียนที่ประเทศอังกฤษมาด้วยกันนั่นเอง

ขุนเขา อาโอยามะ ชายหนุ่มผู้เกิดมาพร้อมกับรูปลักษณ์ดั่งเทพเจ้าปั้นแต่ง บิดาของเขาคือหนุ่มญี่ปุ่นผู้มีใบหน้าหล่อเหลา ในขณะที่มารดานั่นเป็นสาวงามเลื่องชื่อของชุมพร

เขาคือชายหนุ่มลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น ผู้มีผิวขาวใสอมชมพู แม้ว่างานของเขาจะอยู่กลางแดดแทบจะตลอดเวลาก็ตาม

จมูกของขุนเขาโด่งเป็นสัน รับกับริมฝีปากหยักสวยสีแดงระเรื่อคล้ายสีของเลือดสดๆ ดวงตาของเขาก็ทั้งดุดันและหวานฉ่ำในเวลาเดียวกัน

เรียกได้ว่าบนใบหน้าของขุนเขานั้น มีแต่จุดเด่น หาจุดด้อยไม่เจอเลยแม้แต่จุดเดียว

นอกจากคนงานในไร่กาแฟนับหมื่นไร่ของเขาแล้ว ก็แทบไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า ภายใต้ใบหน้าหล่อเหลาปานเทพบุตรของขุนเขานั่น ซ่อนความเย่อหยิ่ง ป่าเถื่อนเอาไว้แค่ไหน

ขุนเขามีรูปลักษณ์งดงามราวกับเทพบุตร แต่ลักษณะนิสัยของเขานั้น เกินกว่าคำว่า ซาตาน หากใครบังอาจทำให้เขาไม่พอใจ

แม้อายุของเขาจะเพิ่งสามสิบสาม แต่ชายหนุ่มก็สามารถดูแลไร่กาแฟกว้างใหญ่ และลูกน้องภายในไร่อีกหลายร้อยชีวิตได้เป็นอย่างดี

คนงานในไร่ ขยันขันแข็ง และก็พยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เพราะทุกคนรู้ดีว่า หากทำดี พวกเขาก็จะได้รับรางวัลตอบแทน แต่ถ้าทำผิดพลาด ทำงานสะเพร่า ก็จะต้องถูกขุนเขาลงโทษอย่างสาสมเช่นกัน

หลังจากเรียนจบจากประเทศอังกฤษ ขุนเขาก็เดินทางเข้ามาในประเทศไทย และปักหลักช่วยคุณตาของตัวเองทำไร่กาแฟออร์แกนิก จนตอนนี้กิจการรุ่งเรืองก้าวหน้า จนตอนนี้ไม่มีใครไม่รู้จักไร่กาแฟออร์แกนิกที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้

ผลั่ก...!

เสียงคล้ายกับมีอะไรบางอย่างมากระแทกเข้ากับรถยนต์ที่ติดเครื่องจอดอยู่ เสียงที่ดังแว่วเข้ามาทำให้ความคิดทุกอย่างหยุดลง ดวงตาคมกริบมองหาต้นเหตุของเสียง

ผู้หญิงคนหนึ่งก้มศีรษะอยู่ข้างๆ รถยนต์ และเจ้าหล่อนก็ยกมือขึ้นไหว้

หล่อนสินะที่เป็นต้นเหตุของเสียงที่เขาได้ยิน

ขุนเขาเปิดประตูรถ พร้อมกับก้าวลงไปเผชิญหน้า

ด้วยรูปร่างสูงใหญ่ของเขา ทำให้ผู้หญิงที่ยืนยกมือไหว้อยู่ข้างๆ รถตัวเตี้ยลงไปถนัดตา ศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีดำขลับยาวสลายถึงกลางแผ่นหลังนั้นอยู่ในระดับของปลายคางของเขาเท่านั้นเอง

“ขอโทษนะคะ ขอโทษที่ฉันเดินชนรถของคุณค่ะ ขอโทษจริงๆ ค่ะ”

เขาได้ยินคำพูดของผู้หญิงตรงหน้าไม่ชัดนัก คงเพราะตอนนี้สายตาของเขากำลังสำรวจรูปลักษณ์ของเจ้าหล่อนอยู่นั่นเอง

ผู้หญิงคนนี้มีดวงตาที่สวยอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน แม้ว่าตอนนี้หล่อนจะอยู่ในอารมณ์ตื่นตกใจ แต่ดวงตาคู่ตรงหน้าที่เขาได้เห็น กลับดึงดูดให้เขาไม่สามารถละสายตาได้เลย

ดวงตากลมโต ขนตายาวและงอนเหมือนกับดัดขนตาอยู่ตลอดเวลา ขนคิ้วเรียงเส้นกันสวยเหมือนกับวาดแต่งด้วยดินสอจากช่างแต่งหน้ามืออาชีพไม่มีผิด จมูกของหล่อนโด่งเชิด รับกับริมฝีปากอวบอิ่มที่ไม่หนาไม่บางจนเกินไป สีปากของหล่อนที่เขาเห็นในตอนนี้คือสีแดงระเรื่อ เหมือนสีของผล

สตอเบอรี่สุก

หล่อนสวย...

และหล่อนก็ทำให้เขายืนงงอยู่ในดงความงดงามของหล่อนไปหลายอึดใจเลยทีเดียว

“ฉัน... รีบเดินน่ะค่ะ ก็เลยไม่ทันระวัง ขอโทษนะคะ...”

หล่อนกล่าวขอโทษอีกครั้ง และนั่นก็ทำให้เขาสามารถดึงสติออกมาจากความงามของหญิงสาวตรงหน้าได้ชั่วขณะ

ทำไมรู้สึกเหมือนเพิ่งร่วงหล่นลงไปในเหวลึกแบบนี้นะ

ผู้หญิงตรงหน้ากำลังทำให้เขารู้สึกหวั่นไหวแปลกประหลาด

มันคือความรู้สึกที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยในชีวิต

กรามแกร่งของขุนเขาขบกันแน่น เมื่อพยายามที่จะดึงสติของตัวเองให้เป็นปกติที่สุด

“รถไม่เป็นไรหรอกครับ ว่าแต่คุณเถอะ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”

ความหวาดวิตกในดวงตากลมโตแสนหวานของสตรีตรงหน้าค่อยๆ จางหายไป โดยมีรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากสวยเข้ามาทดแทน

“ฉันไม่เป็นไรหรอกค่ะ ว่าแต่... คุณไม่โกรธฉันใช่ไหมคะ เอ่อ... ที่ฉันรีบร้อนจนเดินกระแทกเข้ากับรถของคุณน่ะค่ะ”

เขาชอบรอยยิ้มของหล่อนจัง...

“ผมไม่ใช่คนใจแคบแบบนั้นหรอกครับ”

“งั้น... ขอบคุณมากนะคะ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ” ผู้หญิงที่เขายังไม่ได้รู้จักแม้แต่ชื่อยกมือไหว้อีกครั้ง ก่อนจะรีบเอ่ยขอตัว

“ฉันขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ นี่ใกล้เวลาทำงานแล้ว”

คิ้วเข้มของขุนเขาเลิกสูง และเขาก็หันมองไปรอบๆ ตัว

“คุณทำงานแถวนี้หรือครับ”

“ใช่ค่ะ ฉันทำงานที่นั่น”

เขามองตามสายตาของหญิงสาวไป ก็พบว่าหล่อนทำงานในไนต์คลับ สถานที่ที่เขากับเพื่อนนัดเจอกันนั่นเอง

“อ๋อ...” เขาพยักหน้าขึ้นลงเล็กน้อย

“ขอตัวก่อนนะคะ และก็ขอบคุณมากเลยค่ะที่ใจดีกับฉัน”

หล่อนทำท่าจะปลีกตัวเดินจากไป แต่เขายื่นมือไปคว้าแขนเรียวเอาไว้เสียก่อน

เจ้าหล่อนมองมือใหญ่ของเขาด้วยสายตาไม่ไว้ใจ เขาจึงต้องรีบปล่อย และเอ่ยขอโทษ

“ขอโทษทีครับ ผมลืมตัวไป”

หล่อนทำเพียงแค่ยิ้มบางๆ ให้เท่านั้น

“ผมก็แค่... อยากจะรู้จักชื่อของคุณ”

หล่อนมองเขานิ่ง และแววตาก็ยังมีความไม่ไว้ใจฝังอยู่ในนั้น

“ฉันชื่อฟางข้าวค่ะ ขอตัวนะคะ”

“ผมชื่อขุนเขาน่ะครับ”

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ขอตัวค่ะ”

ในขณะที่เขาตอบกลับไปว่า ยินดีที่ได้รู้จักหล่อนเช่นกัน แต่หญิงสาวก็เดินจากไปไกลแล้ว

ขุนเขามองตามร่างเล็กกะทัดรัดของผู้หญิงที่บอกเขาว่าชื่อฟางข้าวไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ

ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะรู้สึกใจเต้นแรงได้ขนาดนี้ กับผู้หญิงที่ชื่อฟางข้าว

ตอน 2

“คืนนี้มาทำงานเกือบสายเลยนะยะ นังฟาง”

สมรศรี สาวประเภทสองที่ผ่านการผ่าตัดแปลงเพศมาได้หลายปีแล้ว ทักทายฟางข้าวอย่างสนิทสนม

ฟางข้าวรีบเปิดตู้เก็บของประจำตัว และนำกระเป๋าเป้สะพายหลังใส่เข้าไปข้างใน ขณะตอบเพื่อนสนิท

“พอดีน้องชายมีปัญหาน่ะพี่ศรี”

“ปัญหาเรื่องเงินอีกแล้วล่ะสิ” สมรศรีพูดขึ้นอย่างรู้ทัน

ฟางข้าวถอนใจออกมา

“ใช่จ้ะ นี่ฟางก็ไม่รู้จะช่วยน้องแก้ปัญหายังไงดี”

“พี่ว่าน่ะ น้องชายของฟางก็โตแล้ว ปล่อยไปบ้างเถอะ อย่าไปยุ่งอีกเลย ตัวใครตัวมันดีกว่า”

ฟางข้าวพยายามยิ้มแต่ก็ยิ้มไม่ออก ดวงตาเต็มไปด้วยความเศร้า

“ฟางทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกจ้ะพี่ศรี ต้นเป็นน้องชายคนเดียวของฟาง ก่อนพ่อกับแม่จะเสียก็ฝากฝังให้ฟางดูแลน้องให้ดี...”

“พี่เข้าใจ และพี่ก็รู้ว่าฟางรักน้องชายคนนี้มาก” สมรศรีวางมือบนบ่าเล็กของฟางข้าว “แต่ถึงจะรักแค่ไหน ฟางก็ไม่สามารถตามล้างตามเช็ดปัญหาที่น้องชายก่อเอาไว้ได้ทุกเรื่องหรอกนะ ปล่อยให้น้องชายรับกรรมบ้าง เขาจะได้จำไง และไม่ทำมันอีก”

“ฟางก็อยากทำแบบนั้นนะพี่ศรี แต่พอฟางคุยกับน้องทีไร ฟางก็ใจอ่อนทุกทีเลย”

“ก็เป็นคนดีเสียแบบนี้ ถึงได้โดนคนอื่นเอาเปรียบอยู่เรื่อย” สมรศรีทั้งหมั่นไส้ทั้งสงสาร “แล้วนี่น้องชายให้หาเงินอีกเท่าไหร่ล่ะรอบนี้ กี่หมื่น”

สมรศรีจำได้ว่า เมื่อห้าเดือนก่อน น้องชายของฟางข้าวก็ให้ฟางข้าวหาเงินให้สามหมื่น เพื่อเอาไปใช้เจ้าหนี้

ฟางข้าวช้อนตาขึ้นมองสมรศรี ดวงตามีหยาดน้ำตาคลอ

สมรศรีเห็นท่าทางของฟางข้าวก็หน้าเสียไม่ต่างกัน

“อย่าบอกนะว่าไม่ใช่หลักหมื่น”

“สองแสนจ้ะพี่ศรี”

“ตายแล้ว! แล้วแกจะไปหาเงินสองแสนมาจากที่ไหนนังฟาง” สมรศรียกมือขึ้นทาบอก สีหน้าตกใจสุดขีด

ฟางข้าวยกมือขึ้นป้ายหยาดน้ำตาที่ไหลรินลงมาบนแก้ม

“ฟางก็ยังไม่รู้เลยจ้ะ แต่ก็ต้องพยายามหาให้ได้”

“เฮ้อออ แกทำงานได้คืนละสี่ห้าร้อย ต้องทำงานกี่ปีกี่ชาติถึงจะได้เงินแสนอะนังฟาง”

ฟางข้าวยังคงนิ่งเงียบ น้ำตาไหลท่วมท้นหัวใจ หนทางสว่างไม่มีให้เห็นเลย

“ถ้าอยากได้คืนละหลายๆ พัน แกก็ต้องออกไปกับแขก แต่คนอย่างแกไม่มีทางทำหรอก จริงไหม”

ฟางข้าวผงกศีรษะตอบรับโดยที่ไม่ต้องหยุดคิดเลยด้วยซ้ำ

“ฟางไม่มีวันขายตัวหรอกค่ะ”

“พี่รู้อยู่แล้วล่ะ”

สมรศรีถอนใจออกมา และเมื่อเห็นว่าหัวหน้างานเดินเข้ามา ก็รีบกระซิบบอกฟางข้าว

“เปลี่ยนเสื้อผ้าเร็ว หัวหน้ามาตามไปเปลี่ยนกะแล้ว”

ฟางข้าวเห็นหัวหน้ามาก็รีบหยิบชุดพนักงานเสิร์ฟมาถือเอาไว้ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ

“กำลังจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะหัวหน้า” สมรศรีเอ่ยกับหัวหน้างานด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

“คืนนี้เธอกลับบ้านไปก่อนนะ ไม่ต้องทำงาน”

“อะไรกันคะหัวหน้า” สมรศรีตกใจ

“ฉันให้ลาพักผ่อนหนึ่งวันไง กลับไปนอนเล่นที่บ้านไป แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาทำงาน”

“นี่... หัวหน้าจะไล่ศรีออกเหรอคะ ศรีทำอะไรผิดคะ... ฮือออ” สมรศรีโวยวายตกใจไม่เลิก

หัวหน้างานที่เป็นชายวัยกลางคนพูดออกมาอย่างเบื่อหน่ายความเล่นใหญ่ของสมรศรี

“ไม่ได้ไล่ออก ให้กลับไปนอนที่บ้านเฉยๆ แล้วก็ไม่หักเงินด้วย โอเคไหม”

สมรศรีน่ะโอเค แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้

“แต่ศรีมาแล้ว แต่งหน้าแต่งตัวเรียบร้อยแล้วนะคะหัวหน้า ทำไมให้กลับอะ”

“บอกให้กลับก็กลับไปเถอะน่ะ หรือว่าอยากจะถูกไล่ออกแทน”

“มะ... ไม่ค่ะหัวหน้า ศรีกลับก็ได้” สมรศรีแปลกใจ แต่ก็ไม่มีทางเลือก

“รีบกลับไปได้แล้ว”

“งั้นขอศรีรอบอกนังฟางมันก่อนนะคะหัวหน้า เดี๋ยวมันจะหาศรีไม่เจอ”

“ไม่ต้องรอหรอก เดี๋ยวผมบอกให้ กลับไปได้แล้ว สมรศรี”

สมรศรีแปลกใจกับคำสั่งของหัวหน้าไม่น้อย แต่เพราะเป็นเพียงลูกจ้าง จึงขัดคำสั่งของหัวหน้างานไม่ได้

“งั้นศรีกลับก่อนนะคะ แล้วอย่าหักค่าแรงคืนนี้ของศรีล่ะ”

“ไม่หักหรอกน่ะ รีบไปได้แล้ว”

สมรศรีเปิดตู้เก็บของของตัวเอง หยิบกระเป๋าสะพาย และเดินออกไปจากไนต์คลับด้วยความมึนงง

ชายร่างท้วมซึ่งเป็นหัวหน้างาน หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสายหาใครบางคน

“ทางสะดวกแล้วครับเสี่ย คืนนี้เสี่ยรอรับน้องฟางคนสวยได้เลยครับ” น้ำเสียงของหัวหน้างานเต็มไปด้วยความพึงพอใจ “แล้วเสี่ยอย่าลืมค่าดำเนินการของผมนะครับ ครับเสี่ย... ที่โรงแรมเดิมนะครับ”

เมื่อตกลงธุรกิจกันเสร็จ ชายร่างท้วมก็รีบวางสาย ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่ฟางข้าวเดินออกมาจากห้องน้ำพอดี

ฟางข้าวรู้สึกประหม่า เมื่อเห็นสายตาของหัวหน้างานที่มองมา

เขามองที่ต้นขาขาวเนียนที่โผล่ออกมาจากขอบกระโปรงเด็กเสิร์ฟสั้นเต่อของหล่อน

มือเล็กพยายามดึงชายกระโปรงลงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

หากเลือกได้ หล่อนจะไม่มีวันทำงานแบบนี้เด็ดขาด แต่เพราะต้องใช้เงิน ทำให้ไม่มีทางเลือกใดๆ อีก

“เอ่อ... สวัสดีค่ะหัวหน้า”

“สวัสดีน้องฟาง พร้อมออกไปทำงานหรือยังครับ”

“ค่ะ...”

ฟางข้าวรับคำสั้นๆ ขณะมองหาสมรศรี

“ไม่ต้องมองหาสมรศรีหรอก รายนั้นน่ะ เพิ่งขอลากลับบ้านไปเมื่อกี้นี้เอง”

“พี่ศรีลากลับบ้านเหรอคะ”

มันจะเป็นไปได้ยังไง ก็หล่อนกับสมรศรีเพิ่งคุยกันเมื่อครู่นี้เอง และสมรศรีก็ไม่มีทีท่าว่าจะลากะทันหันแบบนี้เลย

"ใช่ เห็นว่าปวดท้องน่ะ ผมก็เลยให้กลับบ้านไปพักผ่อน ไปได้เวลาทำงานแล้ว ออกไปทำงานเถอะ”

“ค่ะ หัวหน้า”

แม้จะยังมึนงง แต่ฟางข้าวก็ไม่มีทางเลือก นอกจากออกไปทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด

ตอน 3

“ใกล้ถึงหรือยังไอ้ตะวัน”

ขุนเขากรอกเสียงไปตามสายโทรศัพท์ เมื่อนั่งรอเพื่อนรักอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงแต่เพื่อนยังไม่โผล่หัวมาเสียที

“รถติดว่ะไอ้ขุน มีอุบัติเหตุข้างหน้าพอดี แต่กูใกล้ถึงแล้วล่ะ รออีกแป๊บเดียว” กล้าตะวันกรอกเสียงหงุดหงิดมาตามสาย

“เออๆ ขับรถดีๆ ล่ะ เดี๋ยวกูดื่มรอ”

เมื่อรู้ว่าเพื่อนจะมาช้ากว่าที่คาดการณ์เอาไว้ ขุนเขาจึงส่งสัญญาณให้กับพนักงานให้มาที่โต๊ะ และสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอร์มาดื่มรอ

ชายหนุ่มกวาดตามองไปรอบๆ ไนต์คลับ เพราะต้องการมองหาผู้หญิงคนนั้นที่หล่อนบอกว่าทำงานอยู่ในนี้ แต่นั่งมาสักพักแล้วก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของหล่อน

“เครื่องดื่มมาแล้วค่ะ”

ขุนเขายกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบ และหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาเพื่อจะเล่นฆ่าเวลา แต่หางตาของเขาก็ปะทะเข้ากับอะไรบางอย่าง จึงค่อย ๆ หันไปมองเต็มๆ ตา

แม้จะอยู่ในความมืดสลัว แต่เขาไม่มีทางที่จะลืมผู้หญิงคนที่ทำให้หัวใจของตัวเองเต้นแรงได้อย่างแน่นอน

ผู้หญิงคนนั้นนี่...

ความแช่มชื่นติดอยู่ในหัวใจได้เพียงแค่เสี้ยววินาทีเดียว เมื่อเขาเห็นผู้หญิงที่ตัวเองมองหามาตลอดถูกผู้ชายคนหนึ่งประคองร่างเอาไว้ และกำลังจะพาออกไปนอกร้าน

หล่อนเหมือนไม่มีสติ...

จิตใต้สำนึกของเขาบอกเช่นนั้น และแน่นอนว่าเขายอมนั่งมองเฉยๆ แบบนี้ไม่ได้

ขุนเขาลุกขึ้นยืนและตรงปรี่จะเข้าไปช่วยหญิงสาวที่เขาคิดว่าหล่อนไม่ได้สติ แต่แล้วแขนล่ำของเขาก็ถูกอุ้งมือหยาบของใครบางคนคว้าเอาไว้

เขาหันไปมอง และก็พบว่าเป็นผู้ชายรูปร่างอ้วนท้วม สวมใส่เสื้อผ้าเนื้อดี

“คุณลูกค้ากำลังจะไปไหนหรือครับ”

ผู้ชายคนนี้ก็คือหัวหน้าของฟางข้าวนั้นเอง และเขาก็เป็นตัวการในการวางยาในน้ำดื่มให้ฟางข้าวมีสภาพเป็นเช่นนี้

“ผมจะไปช่วยพนักงานคนนั้นครับ เธอเหมือนไม่ได้สติ”

“เธอไม่ได้เมาหรือไม่ได้สติหรอกครับ”

ชายร่างอ้วนท้วมเขย่งปลายเท้าขึ้นมาให้ใกล้กับใบหูของขุนเขามากที่สุด และกระซิบเบาๆ

“เธอขายตัวครับ”

เนื้อตัวของขุนเขาแข็งทื่อ เขามองกลับไปยังร่างอรชรที่กำลังจะหายออกไปนอกไนต์คลับด้วยสายตาเหลือเชื่อ

“เธอเป็นพนักงานเสิร์ฟไม่ใช่หรือครับ” เขายังไม่อยากเชื่อ

ใช่... เขาจะไม่มีวันยอมเชื่อหรอกว่าผู้หญิงที่เขาตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็นจะ... จะเป็นผู้หญิงขายบริการ

“ผมเป็นหัวหน้างานของเธอครับ เธอขายบริการมาตั้งนานแล้ว ถ้าคุณอยากได้เธอ บอกผมนะครับ ผมจะจัดการให้ แต่คืนนี้คงไม่สะดวก เพราะเธอรับเอาไว้สองงานซ้อน”

มือหนาของขุนเขากำแน่นอยู่ข้างลำตัว เขารู้สึกเหมือนถูกค้อนหนาหนักทุบศีรษะเต็มแรง จนสมองมึนงง

“สนใจไหมครับ เดี๋ยวผมจัดการให้ คืนพรุ่งนี้นะครับ”

ขุนเขากัดฟันกรอด เขาตวัดตามองผู้ชายข้างตัวด้วยทีท่าไม่พอใจ

“ผมไม่สนใจครับ”

“ทำไมล่ะครับ น้องฟางข้าวเด็ดนะครับ ลูกค้าเก่าๆ ที่เคยใช้บริการเธอต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เธอสุดยอดมาก ได้ทุกท่าด้วยนะครับ”

“ผมบอกว่าไม่สนใจไงครับ!”

ขุนเขาตวัดกลับไป พร้อมกับยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอึกใหญ่

ผู้ชายร่างอ้วนท้วมหน้าเจื่อนลง แต่ก็ยังไม่ละความพยายาม

“ถ้าคุณลูกค้าเปลี่ยนใจยังไง บอกผมได้นะครับ ผมเป็นผู้จัดการที่นี่”

ขุนเขาจ้องหน้าคู่สนทนาเขม็ง จนกระทั่งผู้ชายคนนั้นปลีกตัวเดินจากไป

นิ้วแกร่งที่กุมอยู่รอบแก้วบีบแน่นจนแก้วในมือแทบแตกละเอียด

“หน้าตาซื่อ ไว้ใจไม่ได้เลยสินะ”

เขาพึมพำออกมาอย่างผิดหวัง ก่อนจะสั่งเครื่องดื่มมาเพิ่มอีก ความหงุดหงิดยังคงกัดกินภายในอกของขุนเขาตลอดเวลา

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED