สุดแค้น
แสนหื่น
ผู้เขียน : กาสะลอง.
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2537
ไม่อนุญาตให้สแกนหนังสือหรือคัดลอกเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของหนังสือเท่านั้น
สุดแค้นแสนหื่น
ที่บ้านไม้หลังใหญ่ ตั้งอยู่ท่ามกลางฟาร์มโคนมและไร่องุ่นบนเนื้อที่หลายร้อยไร่ในจังหวัดเชียงราย
“สิงห์... แกพอจะมีเวลาคุยกับพ่อสักเดี๋ยวมั้ย”
พ่อเลี้ยง ‘ดามพ์’ เอ่ยกับ ‘สิงห์’ ผู้เป็นลูกชายที่กำลังยกแก้วกาแฟดำขึ้นดื่ม ก่อนจะคว้าหมวกคาวบอยสีน้ำตาลปีกกว้างที่แขวนเอาไว้ข้างฝาผนังบ้าน มาสวมลงบนศีรษะ กำลังจะออกไปตรวจงานในไร่ในฟาร์มเหมือนอย่างที่เคยทำเป็นกิจวัตร
“มีอะไรครับพ่อ”
ชายหนุ่มหรี่ตามองหน้าบิดาด้วยสีหน้าและแววตาครุ่นคิด เดาว่าคงจะเป็นธุระสำคัญอะไรสักอย่าง เพราะปกติพ่อเลี้ยงดามพ์มักจะตื่นสาย แต่วันนี้กลับเห็นนายใหญ่ของบ้านลงมานั่งดื่มกาแฟอยู่ที่เทอเรสหน้าบ้านตั้งแต่เช้าตรู่
“พ่อจะบอกกับแกว่าพรุ่งนี้จะมีผู้หญิงสองคนมาอยู่บ้านเรา”
พ่อเลี้ยงดามพ์กล่าว ทั้งที่พอจะคาดเดาได้ว่าลูกชายจะทำหน้ายังไง เมื่อได้ยินเรื่องที่ตนบอก
“อะไรนะครับ ผู้หญิงสองคน... มาอยู่บ้านเรา... ยังไงครับ ผมไม่เข้าใจ แล้วจะมาอยู่ในฐานะอะไรมิทราบครับ?”
สิงห์ตีสำนวน หัวคิ้วเป็นแพดกหนาชิดเข้าหากันด้วยความสงสัย ยกแก้วกาแฟดำขึ้นดื่มอีกครั้ง
น้ำเสียงของสิงห์เข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แววตาสีสนิมเหล็กหรี่ลงเล็กน้อยอย่างคนกำลังใช้ความคิด
“คือ... เอ่อ... พรุ่งนี้จะมีผู้หญิงคนหนึ่งมาอยู่กับพ่อ แล้วเธอมีลูกสาวมาด้วย”
พ่อเลี้ยงดามพ์หนักใจที่จะบอกตรงๆ ว่ากำลังจะมีเมียใหม่ ทว่าชายหนุ่มก็ไม่ได้แสดงอาการตกใจสักเท่าไรนัก พอจะคาดเดาได้ว่าอะไรเป็นอะไร พ่อม่ายเมียตายที่ครองตัวโสดมาหลายปี วันนี้คงนึกอยากได้เมียใหม่เป็นธรรมดา
“อ๋อ... คุณพ่อจะเล่นแม่ม่ายลูกติดว่างั้นเถอะ... ก็ไม่มีปัญหาอะไรนี่ครับ ถ้าชอบแบบนี้ แต่ที่ผมสงสัยก็คือทำไมต้องให้มาอยู่ที่บ้าน? เรื่องแบบนี้ถ้าอยากนักก็ซื้อกินดีกว่า ผู้หญิงเยอะแยะเหมือนผักปลา... ไม่เห็นจะต้องเอามารับผิดชอบดูแลให้เป็นภาระเลี้ยงดู”
สิงห์แสดงความเห็นออกมาด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก รู้ว่าหลายปีที่ผ่านมาพ่อของตนครองตัวเป็นพ่อม่ายมานาน เรื่องความต้องการทางเพศนั้นย่อมมีกันทุกคน
แต่ที่สิงห์รู้สึกแปลกใจก็คือทำไมต้องให้ผู้หญิงคนนี้เข้ามาอยู่บ้าน
“พ่อทำแบบนั้นไม่ได้ จะพูดยังไงดี... ถ้าบอกตรงๆ ก็คือผู้หญิงคนนี้คือคนที่พ่อแอบรักเมื่อในอดีต แต่เธอตัดสินใจไปแต่งงานกับผู้ชายอีกคนซึ่งก็คือเพื่อนสนิทของพ่อ... แล้วตอนนี้เพื่อนพ่อคนนี้ก็เสียชีวิตแล้ว พ่อเลยสงสารสองแม่ลูกที่ทุกวันนี้ต้องดิ้นรนต่อสู้ชีวิตกันเพียงลำพัง หลังจากหัวหน้าครอบครัวต้องมาตายจาก”
พ่อเลี้ยงดามพ์ย้อนระลึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อในอดีต
“อ๋อ... ที่แท้ก็ถ่านไฟเก่า... แต่แบบนี้คงต้องเรียกว่าเซ้งเมียต่อจากเพื่อนสินะ... แล้วพ่อจะเอาทั้งลูกทั้งแม่เลยใช่ไหมครับ”
คนฟังรู้ว่ามีอารมณ์ประชดประชันอยู่ในน้ำเสียงของลูกชาย แววตาแข็งกร้าวบอกให้รู้ว่าโกรธ
“ไอ้สิงห์... เอ็งพูดอะไรก็รู้จักให้เกียรติผู้หญิงบ้างสิโว้ย ตอนนี้ผู้หญิงสองคนนี้กำลังตกที่นั่งลำบาก บ้านก็โดนยึด ไม่มีที่ซุกหัวนอน ชีวิตน่าสงสารมาก... ถ้าเอ็งได้ไปเห็นสภาพความเป็นอยู่ของสองแม่ลูกเอ็งก็จะสงสาร”
พ่อเลี้ยงดามพ์โกรธจนหน้าแดง
“แต่อย่าลืมว่าบ้านของเราไม่ใช่สถานสงเคราะห์นะครับคุณพ่อ”
สิงห์ไม่เห็นด้วยเลยสักนิด กับความคิดของบิดาในครั้งนี้
“เออ... เรื่องนั้นกูรู้น่ะ... กูก็แค่สงสารผู้หญิง”
พ่อเลี้ยงดามพ์พยายามให้เหตุผล
“คุณพ่อสงสารหรือว่าอยากได้เมียใหม่กันแน่... แต่ถ้าถามความเห็นผมละก็ ผมตอบได้เลยว่าไม่อยากให้ผู้หญิงคนไหนมาอยู่ในบ้านหลังนี้”
สิงห์ยังคงยืนกรานเสียงแข็ง จมูกโด่งเป็นสันสวยที่ปลายเชิดรั้น บอกความเป็นคนดื้อรั้นเอาแต่ใจตัวเองอย่างไม่ต้องสงสัย
“พี่ผ่านๆ มาเอ็งอยากได้อะไรพ่อก็ตามใจตลอด... คราวนี้เอ็งจะตามใจพ่อบ้างไม่ได้หรือไงวะไอ้สิงห์”
คนเป็นบิดาเสียงอ่อนลง เหมือนรู้ว่าไม่ควรใช้ไม้แข็งกับลูกชายผู้เอาแต่ใจคนนี้
“โถ... พูดขนาดนี้แสดงว่าคุณพ่อคงอยากได้ผู้หญิงคนนี้มาก งั้นผมคงขัดอะไรไม่ได้ ถ้าอยากเอากันนักก็ตามสบายเถอะครับ”
สิงห์ทำหน้าเอือมระอา คำพูดที่ได้ยินสะกิดใจผู้เป็นบิดาเข้าอย่างจัง
พ่อเลี้ยงดามพ์ไม่ปฏิเสธว่าเขาอยากได้ผู้หญิงคนนี้มาเป็นเมียใจจะขาด ก็เพราะว่าเมื่อในอดีตเขาไม่อาจสมหวังในความรักกับหล่อน แต่ตอนนี้โอกาสมาถึงแล้ว
“โอเค... พ่อจะถือว่าได้คุยเรื่องนี้กับแกแล้ว... และแกห้ามมีปัญหาทีหลังนะโว้ย”
พ่อเลี้ยงดามพ์รีบสรุปแบบมัดมือชก ยกไปป์ยาเส้นขึ้นสูบ พ่นควันสีขาวพวยพุ่งไปในเวิ้งอากาศ
“งั้นผมขอถามตรงๆ... คุณพ่อจะให้สองแม่ลูกมาอยู่บ้านเราในฐานะอะไรครับ?”
สิงห์ยังติดใจ จึงยิงคำถามแทงใจดำบิดาเข้าอย่างจัง พ่อเลี้ยงดามพ์ถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ เขายอมรับว่าครั้งหนึ่งเคยแอบรักผู้หญิงที่ชื่อ ‘เดือนฉาย’ คนนี้จนแทบคลั่ง หล่อนเป็น ‘รักแรก’ ที่เขาไม่เคยลืมเลือนจนกระทั่งวันนี้
เพราะว่าเมื่อในอดีตดามพ์กับเพื่อนรักที่ชื่อ ‘วิชิต’ เคยหลงรักผู้หญิงคนเดียวกันก็คือเดือนฉาย
หากสุดท้ายหล่อนก็เลือกที่จะแต่งงานกับวิชิตด้วยเหตุผลอันใดก็ไม่มีใครรู้ ทั้งที่พ่อเลี้ยงดามพ์ทั้งหล่อและรวยกว่า เหนือกว่าวิชิตในทุกด้าน
เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้พ่อเลี้ยงดามพ์ต้องอกหักยับเยิน ก่อนตัดสินใจแบกความช้ำข้ามน้ำข้ามทะเลไปเรียนต่อที่เมืองนอก แท้จริงก็เพื่อเยียวยารักษาบาดแผลในใจ กระทั่งชะตาชีวิตลิขิตให้เจอกับ ‘นิโคล’ สาวฝรั่งเศสรูปงามซึ่งเป็นแม่ผู้ให้กำเนิดสิงห์
ดามพ์กับนิโคลตัดสินใจวิวาห์กันเงียบๆ ที่ฝรั่งเศส ก่อนจะย้ายกลับมาอยู่เมืองไทย หลังจากนิโคลเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อยี่สิบปีก่อน ตอนนั้นสิงห์เพิ่งมีอายุได้เพียงสิบขวบเท่านั้น
ในระหว่างที่ดามพ์ใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศ เดือนฉายกับวิชิตก็ใช้ชีวิตร่วมกันอยู่ที่เมืองไทย
และต่อมาก็เหมือนสวรรค์กลั่นแกล้ง เมื่อวิชิตมีอันต้องเสียชีวิตลงกะทันหัน หลังจากตรวจพบเนื้องอกที่แกนสมอง เป็นเนื้อร้ายที่อยู่ในจุดอ่อนไหวและอันตรายนัก ยากยิ่งต่อการผ่าตัด
แต่สาเหตุที่วิชิตต้องเสี่ยงผ่าตัด ก็เพราะว่าถ้าขืนปล่อยทิ้งไว้ โอกาสรอดก็แทบเป็นศูนย์ ทำให้ต้องตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดโดยด่วน
แม้รู้ว่าเสี่ยงมาก หากก็ไม่มีทางเลือกอื่น สุดท้ายวิชิตก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทอดทิ้งลูกเมียให้เคว้งคว้างลำบากลำบน เมื่อเสาหลักที่คอยหาเงินเลี้ยงครอบครัวต้องมาจากไปก่อนวัยอันควร
“ว่าไงครับพ่อ คำถามของผมมันตอบยากมากหรือครับ... คุณพ่อจะให้ผู้หญิงสองคนนี้มาอยู่บ้านเราในฐานะอะไร?”
สิงห์ท้วง เมื่อยังไม่ได้รับคำตอบที่ตัวเองพอใจ ยิงคำถามแบบไม่ไว้หน้าคนเป็นบิดา ด้วยอยากได้ยินชัดๆ ทำให้คนถูกถามรู้สึกหนักใจจนต้องยกไปป์ยาเส้นขึ้นสูบถี่ พ่นควันสีขาวพวยพุ่งออกมาจากริมฝีปากที่มีแผงหนวดสีดำเป็นแพหนาปกคลุมเอาไว้
“ผู้หญิงคนนี้จะเข้ามาอยู่ในฐานะเมียของพ่อ”
ถึงตอนนี้คงต้องพูดคุยกันอย่างเปิดอก เสียงของพ่อเลี้ยงดามพ์หนักแน่น แววตาเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองได้ตัดสินใจดีแล้ว
“งั้นก็ตามใจคุณพ่อเถอะครับ จะเอาเมียเพื่อนมาเชิดชูยังไงก็แล้วแต่พ่อ แต่สำครับผมผู้หญิงสองคนนี้จะมีฐานะแค่คนรับใช้เท่านั้น ในบ้านหลังนี้จะไม่มีผู้หญิงคนไหนเข้ามาแทนที่แม่ของผมได้”
สิงห์รู้สึกโกรธจัด คราวนี้พ่อของตนผิดสัญญาที่เคยให้ไว้ ว่าจะไม่มีเมียใหม่ ไม่เอาผู้หญิงคนไหนเข้ามาอยู่ในบ้าน
“ไอ้สิงห์... ”
คนเป็นพ่อพยายามจะรั้ง แต่ลูกชายไม่ฟัง กล่าวเสียงเครียดแล้วเดินจากมา
พ่อเลี้ยงได้แต่มองตาม แอบถอนใจเบาๆ กับท่าทีแข็งกระด้างของลูกชายที่แสดงอาการไม่พอใจกับการตัดสินใจของตน แต่เขาก็ชินเสียแล้ว ที่เห็นสิงห์เป็นคนเจ้าอารมณ์แบบนี้
“พ่อหวังว่าความสวยความน่ารักของหนู ‘มะนาว’ จะเปลี่ยนใจเอ็งได้สักวัน... ไอ้สิงห์ตัวแสบ”
พ่อเลี้ยงดามพ์รำพึงเบาๆ หนู ‘มะนาว’ ที่ถูกเอ่ยถึงก็คือลูกสาวคนเดียวของ ‘เดือนฉาย’ กระดังงาลนไฟดอกงามที่พ่อเลี้ยงดามพ์จะเอาหล่อนมาเลี้ยงดูเป็นเมีย
พ่อเลี้ยงดามพ์จ้องมองร่างสูงใหญ่ของลูกชาย โดดขึ้นควบม้าสีขาวตัวใหญ่ สายพันธุ์ลิปิซานเนอร์ ราคาหลายแสน พุ่งทะยานออกไปสู่ประกายแสงแดดของยามเช้า มุ่งหน้าไปตรวจงานในฟาร์มอย่างที่เคยทำเป็นกิจวัตรประจำวัน
สิงห์เป็นคนขยัน ทุกวันนี้ก็เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงคนสำคัญ ดูแลงานในฟาร์มในไร่อย่างเอาจริงเอาจังเป็นที่วางใจของผู้เป็นบิดา
พ่อเลี้ยงดามพ์รักและภูมิใจในตัวลูกชายคนนี้มาก และรู้ดี ว่าสาเหตุที่สิงห์เติบโตขึ้นมาอย่างเด็กชายที่ดื้อรั้น แข็งกระด้าง เอาแต่ใจ บางครั้งก็เจ้าอารมณ์และโมโหร้ายก็เป็นเพราะว่าสิงห์เป็นเด็กกำพร้าขาดแม่ จึงได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างตามใจจากพ่อ
ดามพ์เลี้ยงดูสิงห์อย่างผู้ชายดูแลผู้ชาย สิงห์จึงไม่ได้รับการกล่อมเกลานิสัยจากมารดาที่มีด้านอ่อนโยนนุ่มนวลต่างจากบิดา
ดามพ์รักและตามใจลูกชายคนนี้ราวกับไข่ในหิน ในโลกนี้นอกจากเดือนกับดาว ก็ไม่มีอะไรที่สิงห์เอ่ยปากแล้วจะไม่ได้ เขาเลี้ยงดูลูกชายอย่างตามใจ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะดามพ์ตระหนักดีว่าสิงห์เป็นเด็กขาดแม่
นอกจากความรักแล้วสิ่งเดียวที่พ่อเลี้ยงดามพ์พอจะชดเชยให้ลูกได้ ก็คือทรัพย์สินเงินทองที่สั่งสมมาทั้งชีวิตจนร่ำรวยเข้าขั้นมหาเศรษฐีอยู่ทุกวันนี้
พ่อเลี้ยงดามพ์คว้าโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ในระยะเอื้อมคว้าขึ้นมาโทรหาเดือนฉาย ผู้หญิงที่เขากำลังคิดถึง
“เดือน... ”
เสียงทุ้มแต่มีกังวานหวาน กรอกไปสู่แม่มายผู้อยู่ปลายสาย
“สวัสดีค่ะพ่อเลี้ยง”
เสียงหวานของเดือนฉาย ตอบกลับมาหาหนุ่มใหญ่เจ้าของฟาร์มที่อยู่ต้นสาย
ตอนนี้หล่อนกับมะนาวผู้เป็นลูกสาวกำลังอาศัยอยู่ในบ้านไม้หลังเก่า ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนลิ้นจี่ เป็นบ้านที่เสี่ยกำพลนายจ้างเก่าของสามี เมตตาให้เข้ามาพักอาศัยชั่วคราว
เพราะว่าภายหลังจากวิชิตสามีของเดือนฉายเสียชีวิต สองแม่ลูกก็ไร้ที่ซุกหัวนอน ห้องแถวที่ติดจำนองเอาไว้กับธนาคารก็มีอันต้องมาโดนยึด เพราะไม่มีปัญญาหาเงินมาใช้หนี้
“พรุ่งนี้ฉันจะไปรับเธอกับลูกสาวมาอยู่ที่บ้านของฉัน”
พ่อเลี้ยงดามพ์บอกข่าวดีกับเดือนฉาย
“ขอบคุณค่ะท่าน... ขอบคุณเหลือเกิน บุญคุณครั้งนี้ยิ่งใหญ่นัก... ดิฉันกับลูกสาวจะไม่มีวันลืมจนชั่วชีวิต”
เดือนฉายน้ำตาคลอเบ้า ตอบผู้มีพระคุณทั้งเสียงสะอื้น หลังจากแอบกังวลใจมาตลอด กลัวว่าสักวันจะไม่มีปัญญาส่งลูกสาวเรียนจนจบมหาวิทยาลัย
แต่ที่ผ่านๆ มาเดือนฉายก็เป็นผู้หญิงเข้มแข็งและสู้ชีวิตอย่างไม่ย่อท้อ ทุกๆ วันเมื่อตื่นเช้าขึ้นมา หล่อนจะพร่ำบอกกับตัวเองอยู่เสมอ ว่าให้กัดฟันทนอีกนิด... เพื่อลูก
แม้ทุกวันนี้จะมีรายได้เพียงน้อยนิดจากการทำขนมขาย และรับจ้างทำงานบ้าน แต่หล่อนก็พยายามเก็บหอมรอมริบเพื่อให้ลูกสาวได้เข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย ตั้งใจว่าจะส่งมะนาวจนเรียนจบปริญญาตรี
เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้พ่อเลี้ยงดามพ์ต้องอกหักยับเยิน ก่อนตัดสินใจแบกความช้ำข้ามน้ำข้ามทะเลไปเรียนต่อที่เมืองนอก แท้จริงก็เพื่อเยียวยารักษาบาดแผลในใจ กระทั่งชะตาชีวิตลิขิตให้เจอกับ ‘นิโคล’ สาวฝรั่งเศสรูปงามซึ่งเป็นแม่ผู้ให้กำเนิดสิงห์
ดามพ์กับนิโคลตัดสินใจวิวาห์กันเงียบๆ ที่ฝรั่งเศส ก่อนจะย้ายกลับมาอยู่เมืองไทย หลังจากนิโคลเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อยี่สิบปีก่อน ตอนนั้นสิงห์เพิ่งมีอายุได้เพียงสิบขวบเท่านั้น
ในระหว่างที่ดามพ์ใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศ เดือนฉายกับวิชิตก็ใช้ชีวิตร่วมกันอยู่ที่เมืองไทย
และต่อมาก็เหมือนสวรรค์กลั่นแกล้ง เมื่อวิชิตมีอันต้องเสียชีวิตลงกะทันหัน หลังจากตรวจพบเนื้องอกที่แกนสมอง เป็นเนื้อร้ายที่อยู่ในจุดอ่อนไหวและอันตรายนัก ยากยิ่งต่อการผ่าตัด
แต่สาเหตุที่วิชิตต้องเสี่ยงผ่าตัด ก็เพราะว่าถ้าขืนปล่อยทิ้งไว้ โอกาสรอดก็แทบเป็นศูนย์ ทำให้ต้องตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดโดยด่วน
แม้รู้ว่าเสี่ยงมาก หากก็ไม่มีทางเลือกอื่น สุดท้ายวิชิตก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทอดทิ้งลูกเมียให้เคว้งคว้างลำบากลำบน เมื่อเสาหลักที่คอยหาเงินเลี้ยงครอบครัวต้องมาจากไปก่อนวัยอันควร
“ว่าไงครับพ่อ คำถามของผมมันตอบยากมากหรือครับ... คุณพ่อจะให้ผู้หญิงสองคนนี้มาอยู่บ้านเราในฐานะอะไร?”
สิงห์ท้วง เมื่อยังไม่ได้รับคำตอบที่ตัวเองพอใจ ยิงคำถามแบบไม่ไว้หน้าคนเป็นบิดา ด้วยอยากได้ยินชัดๆ ทำให้คนถูกถามรู้สึกหนักใจจนต้องยกไปป์ยาเส้นขึ้นสูบถี่ พ่นควันสีขาวพวยพุ่งออกมาจากริมฝีปากที่มีแผงหนวดสีดำเป็นแพหนาปกคลุมเอาไว้
“ผู้หญิงคนนี้จะเข้ามาอยู่ในฐานะเมียของพ่อ”
ถึงตอนนี้คงต้องพูดคุยกันอย่างเปิดอก เสียงของพ่อเลี้ยงดามพ์หนักแน่น แววตาเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองได้ตัดสินใจดีแล้ว
“งั้นก็ตามใจคุณพ่อเถอะครับ จะเอาเมียเพื่อนมาเชิดชูยังไงก็แล้วแต่พ่อ แต่สำครับผมผู้หญิงสองคนนี้จะมีฐานะแค่คนรับใช้เท่านั้น ในบ้านหลังนี้จะไม่มีผู้หญิงคนไหนเข้ามาแทนที่แม่ของผมได้”
สิงห์รู้สึกโกรธจัด คราวนี้พ่อของตนผิดสัญญาที่เคยให้ไว้ ว่าจะไม่มีเมียใหม่ ไม่เอาผู้หญิงคนไหนเข้ามาอยู่ในบ้าน
“ไอ้สิงห์... ”
คนเป็นพ่อพยายามจะรั้ง แต่ลูกชายไม่ฟัง กล่าวเสียงเครียดแล้วเดินจากมา
พ่อเลี้ยงได้แต่มองตาม แอบถอนใจเบาๆ กับท่าทีแข็งกระด้างของลูกชายที่แสดงอาการไม่พอใจกับการตัดสินใจของตน แต่เขาก็ชินเสียแล้ว ที่เห็นสิงห์เป็นคนเจ้าอารมณ์แบบนี้
“พ่อหวังว่าความสวยความน่ารักของหนู ‘มะนาว’ จะเปลี่ยนใจเอ็งได้สักวัน... ไอ้สิงห์ตัวแสบ”
พ่อเลี้ยงดามพ์รำพึงเบาๆ หนู ‘มะนาว’ ที่ถูกเอ่ยถึงก็คือลูกสาวคนเดียวของ ‘เดือนฉาย’ กระดังงาลนไฟดอกงามที่พ่อเลี้ยงดามพ์จะเอาหล่อนมาเลี้ยงดูเป็นเมีย
พ่อเลี้ยงดามพ์จ้องมองร่างสูงใหญ่ของลูกชาย โดดขึ้นควบม้าสีขาวตัวใหญ่ สายพันธุ์ลิปิซานเนอร์ ราคาหลายแสน พุ่งทะยานออกไปสู่ประกายแสงแดดของยามเช้า มุ่งหน้าไปตรวจงานในฟาร์มอย่างที่เคยทำเป็นกิจวัตรประจำวัน
สิงห์เป็นคนขยัน ทุกวันนี้ก็เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงคนสำคัญ ดูแลงานในฟาร์มในไร่อย่างเอาจริงเอาจังเป็นที่วางใจของผู้เป็นบิดา
พ่อเลี้ยงดามพ์รักและภูมิใจในตัวลูกชายคนนี้มาก และรู้ดี ว่าสาเหตุที่สิงห์เติบโตขึ้นมาอย่างเด็กชายที่ดื้อรั้น แข็งกระด้าง เอาแต่ใจ บางครั้งก็เจ้าอารมณ์และโมโหร้ายก็เป็นเพราะว่าสิงห์เป็นเด็กกำพร้าขาดแม่ จึงได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างตามใจจากพ่อ
ดามพ์เลี้ยงดูสิงห์อย่างผู้ชายดูแลผู้ชาย สิงห์จึงไม่ได้รับการกล่อมเกลานิสัยจากมารดาที่มีด้านอ่อนโยนนุ่มนวลต่างจากบิดา
ดามพ์รักและตามใจลูกชายคนนี้ราวกับไข่ในหิน ในโลกนี้นอกจากเดือนกับดาว ก็ไม่มีอะไรที่สิงห์เอ่ยปากแล้วจะไม่ได้ เขาเลี้ยงดูลูกชายอย่างตามใจ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะดามพ์ตระหนักดีว่าสิงห์เป็นเด็กขาดแม่
นอกจากความรักแล้วสิ่งเดียวที่พ่อเลี้ยงดามพ์พอจะชดเชยให้ลูกได้ ก็คือทรัพย์สินเงินทองที่สั่งสมมาทั้งชีวิตจนร่ำรวยเข้าขั้นมหาเศรษฐีอยู่ทุกวันนี้
พ่อเลี้ยงดามพ์คว้าโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ในระยะเอื้อมคว้าขึ้นมาโทรหาเดือนฉาย ผู้หญิงที่เขากำลังคิดถึง
“เดือน... ”
เสียงทุ้มแต่มีกังวานหวาน กรอกไปสู่แม่มายผู้อยู่ปลายสาย
“สวัสดีค่ะพ่อเลี้ยง”
เสียงหวานของเดือนฉาย ตอบกลับมาหาหนุ่มใหญ่เจ้าของฟาร์มที่อยู่ต้นสาย
ตอนนี้หล่อนกับมะนาวผู้เป็นลูกสาวกำลังอาศัยอยู่ในบ้านไม้หลังเก่า ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนลิ้นจี่ เป็นบ้านที่เสี่ยกำพลนายจ้างเก่าของสามี เมตตาให้เข้ามาพักอาศัยชั่วคราว
เพราะว่าภายหลังจากวิชิตสามีของเดือนฉายเสียชีวิต สองแม่ลูกก็ไร้ที่ซุกหัวนอน ห้องแถวที่ติดจำนองเอาไว้กับธนาคารก็มีอันต้องมาโดนยึด เพราะไม่มีปัญญาหาเงินมาใช้หนี้
“พรุ่งนี้ฉันจะไปรับเธอกับลูกสาวมาอยู่ที่บ้านของฉัน”
พ่อเลี้ยงดามพ์บอกข่าวดีกับเดือนฉาย
“ขอบคุณค่ะท่าน... ขอบคุณเหลือเกิน บุญคุณครั้งนี้ยิ่งใหญ่นัก... ดิฉันกับลูกสาวจะไม่มีวันลืมจนชั่วชีวิต”
เดือนฉายน้ำตาคลอเบ้า ตอบผู้มีพระคุณทั้งเสียงสะอื้น หลังจากแอบกังวลใจมาตลอด กลัวว่าสักวันจะไม่มีปัญญาส่งลูกสาวเรียนจนจบมหาวิทยาลัย
แต่ที่ผ่านๆ มาเดือนฉายก็เป็นผู้หญิงเข้มแข็งและสู้ชีวิตอย่างไม่ย่อท้อ ทุกๆ วันเมื่อตื่นเช้าขึ้นมา หล่อนจะพร่ำบอกกับตัวเองอยู่เสมอ ว่าให้กัดฟันทนอีกนิด... เพื่อลูก
แม้ทุกวันนี้จะมีรายได้เพียงน้อยนิดจากการทำขนมขาย และรับจ้างทำงานบ้าน แต่หล่อนก็พยายามเก็บหอมรอมริบเพื่อให้ลูกสาวได้เข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย ตั้งใจว่าจะส่งมะนาวจนเรียนจบปริญญาตรี