พิษรักมาเฟียร้าย
มาร์วิน & พราวมุก
เพราะอุบัติเหตุในวัยเยาว์ครั้งนั้นทำให้เธอต้องเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ของมาเฟียอารมณ์ร้ายเอาแต่ใจคนนี้…
“พี่จะทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ เราเป็นพี่น้องกันนะ”
“เสียใจด้วย ฉันไม่เคยเห็นเธอเป็นน้องสาว แล้วตอนนี้ฉันก็จะเอาเธอทำเมียด้วย”
มาร์วิน วอล์กเกอร์
หนุ่มลูกครึ่งไทย-อเมริกัน เจ้าของห้างสรรพสินค้าหรูหลายแห่งในประเทศไทยอีกทั้งยังมีอสังหาริมทรัพย์มากมาย อายุ 33 ปี นัยน์ตาสีฟ้าครามเหมือนดั่งมีพายุหรือหมอกสีฟ้าในดวงตาคมกริบนั้น เรือนผมสีดำเข้ม หน้าตาหล่อเหลาดั่งเทพบุตร แต่นิสัยของชายหนุ่มทั้งอารมณ์ร้อนและดิบเถื่อน
ภัทรธิดา วงศ์วรโชติ (พราวมุก)
หญิงสาวผู้มีใบหน้ารูปไข่สวยสดงดงามสมวัย กิริยามารยาทเรียบร้อยอ่อนหวาน อายุ21ปี กำลังศึกษาปริญญาตรีปี1 คณะนิเทศศาสตร์ ครั้งหนึ่งในชีวิตเธอเคยมีครอบครัวที่อบอุ่นพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก แต่ทว่าในคืนนั้นค่ำคืนวันเกิดอายุครบ 6 ขวบของเธอ ทำให้เธอต้องสูญเสียบิดาและมารดาของเธอไปตลอดกาล
!!คำเตือน!!
นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม รุนแรง ใช้คำหยาบคาย เพศและการใช้ภาษา โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ25ปีขึ้นไป
นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นตามจินตนาการเท่านั้น ทั้งสถานที่และตัวละคร แต่งเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาพาดพิงถึงบุคคลหรืออาชีพใดๆ ทั้งสิ้น
ห้ามดัดแปลงหรือคัดลอกเนื้อหาในนิยายเรื่องนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต
ปล. โปรดคอมเม้นท์อย่างสุภาพนะคะ นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการและความชอบของไรท์เท่านั้น ติชมได้ค่ะแต่อย่าใช้คำพูดที่รุนแรงใส่กันเลย ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วยนะคะ
นิยายชุดแรกของไรท์นะคะ
เรื่องแรก (รุ่นพ่อแม่ของเคแลนกับพี่คาเดน) ชื่อเรื่อง หวงรักเพื่อนน้องสาว (ควินตัน & กนกรดา)
เรื่องที่สอง (รุ่นลูก) ชื่อเรื่อง หนี้รักมาเฟียจอมคลั่ง (เคแลน & เพลงขวัญ)
เรื่องที่สาม ชื่อเรื่อง มาเฟียร้ายพ่ายรัก (คาเดน & ไอริน)
เรื่องที่สี่ ชื่อเรื่อง พิษรักมาเฟียร้าย (มาร์วิน & พราวมุก)
เรื่องที่ห้า ชื่อเรื่อง เสน่หาเลขาของมาเฟีย (นักรบ & จอมใจ)
ในค่ำคืนที่พายุกำลังโหมกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วง เม็ดฝนตกลงมาสู่พื้นดินไม่ขาดสาย รถตู้คันใหญ่หรูหราสีขาวราคาหลายล้านบาทกำลังขับเคลื่อนไปตามถนนเพื่อมุ่งตรงกลับไปยังคฤหาสน์หรูชานเมืองที่รอบๆ รายล้อมไปด้วยป่าไม้แสนสงบร่มรื่นของ ตระกูลวงศ์วรโชติ
สองสามีภรรยาชอบธรรมชาติและความสงบ จึงไม่คิดที่จะสร้างคฤหาสน์หลังใหญ่ในเมืองกรุงที่ต้องใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบและเต็มไปด้วยความวุ่นวาย พวกเขาอยากให้ลูกสาวสุดที่รักของเขาได้อยู่ท่ามกลางความสงบสุข
นายแพทย์พงศ์กฤต วงศ์วรโชติ (กฤต) เจ้าของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 3 ของประเทศไทย ที่เติบโตมาจากโรงพยาบาลขนาดเล็ก จนปัจจุบันกลายมาเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าถึงหมื่นล้านบาทด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง
ดร.กุลภรณ์ วงศ์วรโชติ หรือ กุล ภรรยาคนสวยสวมชุดเดรสสีขาวสะอาดตาเหมือนดั่งนางฟ้านางสวรรค์กำลังเอนกายพิงกับเบาะรถโอบกอดร่างเล็กของเด็กน้อยวัยหกขวบที่กำลังหลับไหลเพราะความเหนื่อยล้า เนื่องจากสาวน้อยเอาแต่วิ่งเล่นซนกับกลุ่มเพื่อนวัยเดียวกันในปาร์ตี้งานวันเกิดอายุครบหกขวบที่บิดาและมารดาของเธอจัดขึ้นภายในโรงแรมสุดหรูตั้งแต่ช่วงเย็นจวบจนห้าทุ่มอย่างสนุกสนานและมีความสุข
เสียงฝนยังคงโปรยปรายลงมาต่อเนื่องไม่มาท่าทีว่าจะหยุด ถนนหนทางตอนนี้ก็เริ่มมองเห็นไม่ค่อยชัดเจนสักเท่าไหร่ พงศ์กฤตคอยสอดส่องมองซ้ายมองขวาอยู่ตลอดเวลา
“เข้ม ค่อยๆ ขับไปนะไม่ต้องรีบ ฝนตกหนักถนนหนทางมันมองไม่ค่อยเห็น” พงศ์กฤตเอ่ยกับคนขับรถที่สวมชุดสีดำด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความวิตกกังวล
“ครับนาย” คนขับรถตอบกลับเสียงเข้มพลางชะลอความเร็วของรถให้ช้าลงกว่าเดิมตามคำสั่งของเจ้านาย
“เมื่อยไหมที่รัก ลูกสาวเราเริ่มตัวโตขึ้นทุกวันๆ แล้วนะเนี่ย” พงศ์กฤตเอ่ยถามภรรยาด้วยความเป็นห่วงเป็นใยพร้อมกับยื่นมือสากไปลูบหัวลูกสาวที่พวกเขารักและหวงแหนสุดหัวใจ
“ไม่เลยค่ะ” เสียงหวานของกุลภรณ์ตอบกลับสามี
สาวน้อยตัวเล็กเมื่อได้ยินเสียงพ่อแม่พูดคุยกัน เธอจึงค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาช้าๆ เด็กน้อยมองหน้าแม่ของเธอก่อนจะหันไปมองรอบๆ ก็พบว่าเธอยังอยู่บนรถตู้คันหรูเหมือนเดิม
“คุณแม่คะ” เสียงเด็กสาวเอ่ยเรียกมารดา
“ตื่นแล้วเหรอลูก” กุลภรณ์มองลูกสาวที่อยู่ในอ้อมแขนที่กำลังมองหน้าเธออยู่เช่นกัน
“ค่ะหนูตื่นแล้ว”
“นอนต่อเถอะลูกรัก เดี๋ยวถึงบ้านแล้วพ่อจะปลุกนะ” พงศ์กฤตลูบหัวเด็กสาวเบาๆ ทำให้เธอหันหลังไปมองหน้าพ่อด้วยใบหน้าที่งัวเงีย
เด็กน้อยไม่ได้ตอบกลับบิดาแต่เธอค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นมานั่ง มือจิ๋วยกขึ้นมาขยี้ตาไปมาพร้อมกับมองไปข้างหน้าที่มีสายฝนกำลังโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งอยู่ด้านนอกของรถ
ซ่า ซ่า ซ่า
“ไม่นอนต่อเหรอลูก” บิดาเอ่ยถาม
“ไม่นอนแล้วค่ะคุณพ่อ”
“คุณพ่อคุณแม่คะ หนูรักคุณพ่อคุณแม่ที่สุดในโลกเลยนะคะ” เด็กสาวเอื้อมมือเล็กๆ ไปจับมือของบิดาและมารดาเอาไว้
“ปากหวานจังเลยลูกสาวพ่อ..พ่อก็รักลูกนะนางฟ้าตัวน้อยของพ่อ”
“แม่ก็รักลูกเหมือนกันนะจ๊ะ”
บรรยากาศภายในรถตลบอบอวลไปด้วยความอบอุ่นระหว่างพ่อแม่ลูก พงศ์กฤตรู้สึกว่าตัวเองโชคดีเหลือเกินที่มีภรรยาและครอบครัวที่อบอุ่นพร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้
เม็ดฝนยังคงกระหน่ำลงมาเรื่อยๆ คนขับรถมองไปที่กระจกมองหลังพลางอมยิ้มกับภาพครอบครัวของเจ้านายที่หลายคนใฝ่ฝันอยากจะมี
รถตู้ราคาหลายล้านขับเคลื่อนมาช้าๆ จนถึงทางโค้ง คนขับรถชะลอความเร็วลงอีกเล็กน้อยเพราะถนนมันค่อนข้างลื่น แต่ทว่าในจังหวะนั้นเองก็มีรถเก๋งคันสีดำเงาขับสวนมาด้วยความเร็วแรงพร้อมกับเปิดไฟสูงสว่างใส่รถตู้ของพวกเขาจนคนขับรถโดนไฟส่องสว่างใส่ดวงตา ทำให้มองไม่เห็นถนนข้างหน้าไปชั่วขณะ
ปี๊ดด! ปี๊ดด!
คนขับรถบีบแตรใส่รถเก๋งสีดำเงาเสียงดังลั่น สามคนที่นั่งอยู่เบาะด้านหลังตกใจจึงมองไปที่หน้ารถทันที
“มีอะไรเข้ม!”
ชายหนุ่มชุดดำยังไม่ทันได้ตอบคำถามของเจ้านาย รถเก๋งสีดำเงาก็ส่องไฟสว่างจ้ามาใส่ดวงตาของทั้งสี่ชีวิตบนรถตู้ จากนั้นรถเก๋งก็พุ่งเข้ามาชนรถตู้เข้าอย่างจังด้วยความเร็วแรงเกินที่กฎหมายกำหนด
“เฮ้ยย!!”
“กรี๊ดดด!”
“กุล! มุก!”
“กรี๊ดดด!”
เสียงร้องของทั้งสี่ชีวิตดังขึ้นมาพร้อมเพรียงกันด้วยความตื่นตกใจสุดขีดที่อยู่ดีๆ รถคันนั้นก็พุ่งมาชนพวกเขาอย่างจัง จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงของรถที่กระแทกใส่กันอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
เอี๊ยดดด!! ตู้มมมม!! เพล้งงง!!
“กรี๊ดดดดดด”
พราวมุกสะดุ้งตื่นดีดเด้งลืมตาขึ้นมาช่วงเช้าตรู่ของวันเพราะฝันร้ายถึงเหตุการณ์อุบัติเหตุในวัยเยาว์ที่เปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล ร่างบางในชุดนอนแขนยาวขายาวสีขาวผ้าซาตินบางเบานั่งหอบหายใจแรงอยู่บนเตียงกว้างกลางห้องนอนโทนสีขาวครีมสะอาดตา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงของคนแก่ชราเอ่ยขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงร้องกรีดอยู่ในห้องของหญิงสาว
“คุณหนูคะ..เป็นอะไรหรือเปล่าคะ คุณหนู”
“แฮ่กๆ ปะ..เปล่าค่ะ” พราวมุกน้ำเสียงสั่นเทายกหลังมือขึ้นมาปาดน้ำตาที่ไหลรินอยู่ออกไปอย่างลวกๆ
“ป้าขอเข้าไปหน่อยนะคะ”
จันทรัศม์ หรือ ป้าจันทร์ สาวใช้แก่ชราที่ดูแลพราวมุกมาตั้งแต่เด็กๆ เอ่ย
“ค่ะ”
สิ้นเสียงของพราวมุก ป้าจันทร์ก็แง้มเปิดประตูเข้ามาช้าๆ สาวแก่ในชุดแม่บ้านสีดำก้าวเดินตรงมาหาร่างบางที่นั่งตัวสั่นเทาอยู่บนเตียง
“ฝันร้ายอีกแล้วเหรอคะคุณหนูของป้า”
พราวมุกมองหน้าสาวใช้แล้วพยักหน้าให้เธอ ป้าจันทร์เดินมานั่งย่อตัวลงบนเตียงข้างพราวมุก มือเหี่ยวย่นเอื้อมไปกอบกุมมือเรียวเล็กเอาไว้แน่น เพราะป้าจันทร์เปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่ที่เธอเคารพรักมาก หญิงสาวจึงไม่ได้ถือตัวกับสาวแก่มากนัก
“ไปหาหมอไหมคะคุณหนู”
“ถ้าอีกสองสามวันมุกยังฝันอยู่เดี๋ยวมุกค่อยไปพบคุณอาค่ะ”
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอนอนสะดุ้งตื่นเพราะฝันร้าย เธอเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุในครั้งนั้นจนทำให้เธอสูญเสียทุกคนที่เธอรักไป ภาพอุบัติเหตุในครั้งนั้นยังคงตามหลอกหลอนฉายวนอยู่ซ้ำๆ ในหัวของเธอจึงมันจะเลือนรางไปบ้างก็เถอะ เธอก็ไม่ได้มีอาการแบบนี้ตลอดมักจะมาเป็นช่วงๆ และหายไปสักพัก พออาการฝันร้ายของเธอกลับมาอีกเธอก็จะรีบไปพบอาหมอทันที
“คุณหนูรีบไปอาบน้ำเถอะนะคะ เดี๋ยวไปเรียนสาย ป้าจะรีบลงไปทำข้าวต้มให้กินค่ะ”
“ค่ะ”
สาวแก่ส่งยิ้มอบอุ่นให้พราวมุกหนึ่งครั้ง ก่อนจะเดินออกไปจากห้องนอนของหญิงสาวอย่างช้าๆ พราวมุกถอนหายใจออกยาวตั้งสติอยู่ชั่วครู่ จากนั้นร่างอวบอิ่มในวัยเจริญพันธุ์ก็รีบลงจากเตียงแล้วตรงไปห้องน้ำเพื่ออาบน้ำชำระร่างกายทันที
ภัทรธิดา วงศ์วรโชติ หรือ พราวมุก อายุ 21 ปี กำลังศึกษาปริญญาตรีปี1 คณะนิเทศศาสตร์ หญิงสาวผู้มีใบหน้ารูปไข่สวยสดงดงามสมวัยและมีกิริยามารยาทเรียบร้อยอ่อนหวาน ร่างอรชรสวมชุดนักศึกษาสีขาว กระโปรงสั้นทรงเอกำลังก้าวเดินตรงไปยังห้องอาหารภายในคฤหาสน์วอล์กเกอร์ที่มีมูลค่าหลายร้อยล้านบาท
“มาแล้วเหรอคะคุณหนู ป้าทำข้าวต้มปลาไว้ให้ทานตอนเช้านะคะ” ป้าจันทร์กำลังจัดโต๊ะอาหารเตรียมไว้สำหรับสี่คนและมีสาวใช้อีกสองคนค่อยช่วยป้าจันทร์อยู่ใกล้ๆ
“คุณแม่คุณพ่อกลับมาแล้วเหรอคะ”
พราวมุกเอ่ยถามอย่างสงสัย ปกติเธอจะทานข้าวอยู่คนเดียวตลอดเพราะพ่อแม่บุญธรรมของเธอนั้น พวกท่านจะบินไปต่างประเทศอยู่บ่อยๆ ทำให้เธอต้องอยู่คฤหาสน์หลังใหญ่โตแห่งนี้เพียงคนเดียวจนเธอรู้สึกชินไปแล้ว
“พวกท่านกลับมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะคุณหนู”
สิ้นเสียงของจันทรัศม์ นายท่านและนายหญิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในคฤหาสน์หลังนี้ก็ปรากฏตัวขึ้นด้านของพราวมุกพอดิบพอดี
“ไปเรียนเหรอลูก”
ดารินทร์ วอล์กเกอร์ มาดามของคฤหาสน์หลังนี้และเป็นเพื่อนรักของแม่ที่แท้จริงของพราวมุกเอ่ยขึ้น
“คุณแม่คุณพ่อ..สวัสดีค่ะ วันนี้มุกมีเรียนเช้าค่ะ”
“สวัสดีจ้าลูก” ดารินทร์เอ่ย
“มุก..พ่อกับแม่ซื้อน้ำหอมที่ฝรั่งเศสมาฝากนะลูก”
มาร์คอส วอล์กเกอร์ นายท่านผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในบ้านนี้เอ่ยเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยน ดารินทร์จึงยื่นถุงน้ำหอมราคาแพงให้กับหญิงสาวร่างอวบอิ่มที่อยู่ในชุดนักศึกษา
ถึงพราวมุกจะเป็นเพียงลูกสาวบุญธรรมที่เพื่อนรักของพวกเขาฝากฝังไว้ในพินัยกรรมระบุไว้ว่าให้มาร์คอสและดารินทร์เลี้ยงดูพราวมุกต่อหากพวกเขาถึงแก่กรรมไปก่อนวัยอันควร แต่ถึงกระนั้นมาร์คอสและดารินทร์ก็รักพราวมุกเหมือนลูกสาวแท้ๆ คนหนึ่ง เพราะหญิงสาวทั้งน่ารัก นิสัยดี มีสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่มาตั้งแต่เด็กๆ
“คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องซื้ออะไรมาให้หนูก็ได้นะคะ หนูไม่ค่อยได้ใช้ของพวกนี้เท่าไหร่หรอกค่ะ” พราวมุกรู้สึกเกรงใจพวกท่านยิ่งนัก
“เก็บไว้เพื่อมีงานค่อยใช้ก็ได้ลูก”
ดารินทร์ส่งยิ้มอบอุ่นให้ลูกสาวบุญธรรม ยังไงพราวมุกต้องไปออกงานกับตระกูลวอล์กเกอร์บ่อยๆ ในฐานะของลูกสาวของพวกเขา การที่เธอใช้ของแพงๆ ก็เพื่อให้เธอไม่ต้องอายใครในแวดวงสังคมชั้นสูง
พราวมุกมักจะเป็นแบบนี้เสมอมาเวลาที่พวกเขาซื้อของขวัญราคาแพงมาฝากเธอ หญิงสาวไม่เคยอยากจะมีอยากได้จะได้อะไรแบบที่วัยรุ่นส่วนใหญ่อยากจะได้ไปโอ้อวดเพื่อนๆ กันเลยสักอย่าง
“งั้นก็ได้ค่ะคุณแม่ ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ” พราวมุกยื่นมือเรียวเล็กไปรับถุงน้ำหอมสีดำสนิทจากมาดามมาถือไว้
“เดี๋ยวป้าเอาขึ้นไปเก็บให้ค่ะคุณหนู” สาวใช้เอื้อมมือไปหยิบถุงในมือของพราวมุกมา
“ขอบคุณค่ะป้าจันทร์”
นักศึกษาสาวไม่ลืมที่จะพูดขอบคุณผู้อาวุโสกว่า ป้าจันทร์ช่วยเลี้ยงดูพราวมุกมาตั้งแต่คลอดออกมา จวบจนเกิดอุบัติเหตุขึ้นทำให้พ่อแม่ของพราวมุกเสียไปทั้งสองท่าน รวมถึงสามีเธอที่เป็นคนขับรถก็เสียชีวิตลงไปในอุบัติเหตุครั้งนั้นอีกด้วย ป้าจันทร์จึงขอตามมาดูแลพราวมุกต่อเพราะความรักและห่วงใยที่มีต่อคุณหนูของเธอ
“กินข้าวกันเถอะ เดี๋ยวลูกไปเรียนสาย” มาร์คอสเอ่ย
หลังจากนั้นทั้งสามคนก็นั่งลงประจำที่ของตัวเอง โดยมีมาร์คอสนั่งอยู่หัวโต๊ะและดารินทร์นั่งอยู่ฝั่งซ้าย พราวมุกนั่งอยู่ฝั่งขวา
“มาร์วินล่ะค่ะ” ดารินทร์มองซ้ายมองขวายังไม่เห็นแม้แต่เงาของลูกชายตัวเอง
“น่าจะยังไม่ตื่นนะคุณ”
“ไปตามคุณมาร์วินที่คฤหาสน์ส่วนตัวของเขามาหน่อย” ดารินทร์เอ่ยกับสาวใช้ที่ยืนประจำตำแหน่งของตัวเองอยู่เป็นจุดๆ
เนื่องจากลูกชายของเธอค่อนข้างจะเจ้าอารมณ์และไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับตัวเองมากมายนัก เขาจึงสร้างคฤหาสน์ส่วนตัวขึ้นมาอีกหนึ่งหลังอยู่ติดๆ กันแต่เป็นในบริเวณรั้วเดียวกัน
“คือ..นายท่านยังไม่ได้กลับบ้านค่ะ” สาวใช้คนหนึ่งเดินมาใกล้ๆ พลางตอบกลับมาดามด้วยน้ำเสียงที่ดูลำบากใจ แต่จะให้เธอโกหกเธอก็คงทำไม่ได้
“ก็ตั้งแต่ที่มาดามกับนายท่านมาร์คอสไปฝรั่งเศสค่ะ”
“อะไรนะ! นี่ไม่กลับบ้านกลับช่องมาเป็นเดือนแล้วเหรอเนี่ย”
“เอ่ออ..ค่ะมาดาม”
“คุณโทรตามลูกเดี๋ยวนี้เลยนะคะ มัวแต่ไปนอนกกพวกผู้หญิงในฮาเร็มของตัวเองอยู่ละสิ คุณก็ไม่ได้เจ้าชู้นะคะแต่ทำไมลูกชายคุณถึงได้เจ้าชู้ขนาดนี้”
ดารินทร์เอ่ยขึ้นเสียงดังใส่สามี เพราะลูกชายตัวดีของเขาไม่เคยทำให้ผู้เป็นแม่สบายใจเลยตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นจนถึงตอนนี้
พราวมุกไม่ได้ออกเสียงใดๆ เธอก้มหน้าก้มหน้าตักข้าวต้มกุ้งเข้าปากช้าๆ
ส่วนพราวมุกเองก็ชินกับเหตุการณ์แบบนี้แล้วละ สองสามเดือนเธอถึงจะเห็นหน้าพี่ชายบุญธรรมของเธอสักครั้งหนึ่ง แต่ก็เห็นเพียงแค่เสี้ยววินาทีหรือแค่เวลาเดินสวนกันเท่านั้นเพราะชายหนุ่มไม่ค่อยชอบหน้าเธอสักเท่าไหร่และส่วนใหญ่เขามักจะอยู่แต่ที่คฤหาสน์ส่วนตัวของตัวเอง
“ใจเย็นๆ ที่รัก มันน่าจะยังไม่ตื่น ตอนเที่ยงผมจะเรียกมันเข้ามาอบรมเองนะ”
“ดีค่ะ! คุณก็อย่าให้ท้ายลูกชายมากนักสิคะ”
“ครับๆ รีบกินข้าวเถอะ ข้าวต้มเย็นหมดแล้ว”
สิ้นเสียงของมาร์คอส ดารินทร์ก็ถอนหายใจออกยาวพลางกลอกตาด้วยความหงุดหงิด แต่ก็ตักข้าวต้มกุ้งที่กลิ่นหอมยั่วยวนใจในถ้วยกิน
มื้อเช้าผ่านพ้นไปอย่างเร่งรีบ ใช้เวลาไม่นานพราวมุกก็กินข้าวเสร็จ เธอยกมือขึ้นมาไหว้สวัสดีพ่อแม่บุญธรรมของเธอก่อนจะรีบก้าวยาวๆ ไปที่ลานจอดรถทันที
“ลุงจักรไปส่งมุกที่มหาลัยหน่อยจ๊ะ” พราวมุกเอ่ยกับคนขับรถด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“ครับคุณหนู ขึ้นรถเลยครับ” ชายแก่ที่กำลังเช็ดรถอยู่ก็เปิดประตูเลื่อนให้หญิงสาว
“ขอบคุณค่ะ”
พราวมุกไม่ลืมที่จะขอบคุณคนขับรถ หญิงสาวไม่เคยถือตัวหรือถือยศทาบรรดาศักดิ์ใดๆ ทั้งนั้นและนั้นก็ทำให้คนทั้งคฤหาสน์แห่งนี้รักและเอ็นดูหญิงสาวเอามากๆ
“เลิกกี่โมงครับคุณหนูวันนี้ ผมจะได้มารอรับครับ” คนขับรถเอ่ยถามทันทีที่ขึ้นมาประจำตำแหน่งคนขับ
“วันนี้ไม่ต้องมารับมุกนะคะ เลิกเรียนแล้วมุกน่าจะไปกับเพื่อนต่อค่ะ เสร็จธุระแล้วเดี๋ยวมุกนั่งแท็กซี่กลับเองค่ะ”
“ครับคุณหนู”