สำนักงานใหญ่ บริษัทแมคอาเธอร์ โลจิสติกส์
ภาพในมุมต่างๆ ของอัญมณีชิ้นสำคัญสำหรับตระกูลถูกส่งให้พิจิกา แมค-อาเธอร์ นางแบบสาวลูกผสมเพื่อให้หล่อนพิจารณา... หญิงสาวมองหน้าบิดาบังเกิดเกล้าของตนเองแล้วก็มองภาพเพชรสีชมพูขนาดยี่สิบกะรัตที่ถูกเจียระไนเป็นรูปหัวใจโดยเหลี่ยมมุมสวยงามตัวเพชรวางบนเรือนทองคำขาวล้อมรอบด้วยเพชรสีขาวเม็ดเล็กๆ อีกหลายเม็ดส่องแสงประกายและงดงามอย่างประหลาดขนาดว่าเป็นเพียงภาพถ่าย เพชรจริงคงงดงามจนไม่อาจถอนสายตาได้เลยทีเดียว
“บ้านเรามีของมีค่าขนาดนี้เชียวหรือคะ” หญิงสาวถามบิดาผู้ซึ่งเป็นเจ้าของเลือดครึ่งหนึ่งที่ไหลเวียนในตัวหล่อน... หญิงสาวรู้ว่าบิดามีเพื่อนพ้องลูกน้องมากมายที่คบหากันอยู่ตัวบิดาหล่อนเองทำกิจการขนส่งสินค้าข้ามประเทศซึ่งเป็นเจ้าของเส้นทางการเดินเรือระหว่างอเมริกากับประเทศบ้านเกิดของบิดาหล่อนในแถบคาบสมุทรโอมาน เชื่อว่าบิดามีเงินทองมากพอที่จะทำให้ครอบครัวหล่อนอยู่สุขสบายกันมาตลอดแต่ไม่รู้มาก่อนว่าบิดาเคยมีเพชรมูลค่าหลายพันล้านอยู่ในมือ มาทราบก็ตอนที่บิดาเรียกหล่อนมาหาแล้วยื่นรูปอัญมณีที่ว่านี้ให้ดูพร้อมกับเล่าว่ามันหายไปจากท่านได้อย่างไร...
บิดาของพิจิกามีฝาแฝดอยู่คนหนึ่งที่พิจิกาเรียกว่าคุณอา แม้ว่าคุณอาและบิดาของหล่อนจะหน้าตาเหมือนกันจนใครหลายคนแยกไม่ออกแต่ว่าหล่อนกลับไม่เคยจำอากับบิดาสลับกันเลยเพราะแววตาและลักษณะนิสัยของทั้งคู่แตกต่างกัน เมื่อโตขึ้นมาพิจิกาก็ยิ่งรู้ว่าบิดากับอาของตนนั้นแตกต่างกันเพียงใด...
บิดาของหล่อนทำสัมมาอาชีพไม่ได้ร่ำรวยติดอันดับของรัฐหรือของอเมริกาแต่ว่าก็มีฐานะและกิจการมั่นคง นิสัยของบิดาหล่อนเป็นคนอ่อนโยนรักครอบครัว แม้แต่ตอนนี้ที่มารดาของพิจิกาล้มป่วยเป็นอัมพาตจากการที่เส้นเลือดในสมองแตกบิดาก็ยังรักและดูแลมารดาไม่เคยทอดทิ้ง
แต่สำหรับเว็นเวิร์ธผู้เป็นอาของหล่อนเขาเป็นคนใจนักเลงไม่ชอบทำงานถูกกฎหมายชีวิตวนเวียนอยู่กับแก๊งมาเฟียและวงพนันจิตใจของเขาก็หยาบกระด้างแบบสุดกู่ นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้หล่อนแยกระหว่างบิดากับฝาแฝดของท่านออกในวัยเด็กเพราะบิดาของหล่อนมักจะอ่อนโยนมองหล่อนด้วยสายตาเปี่ยมรักส่วนน้องชายของบิดาแค่เห็นหน้าหล่อนเขาก็ถอนหายใจเหมือนกับว่ารำคาญเด็กอย่างหล่อนจนพิจิกาไม่อยากเข้าใกล้แม้แต่น้อย...
บิดาของพิจิกาเล่าว่าเพชรเลิฟไดมอนด์เป็นของมารดาพิจิกาซึ่งหล่อนเองก็เพิ่งรู้ตอนนี้ว่ามารดานั้นเป็นธิดาของพระมหากษัตริย์ประเทศชาร์จาบ้านเกิดของบิดาหล่อนเอง... มารดาของพิจิกาถูกถอดออกจากตำแหน่งเจ้าหญิงเมื่อต้องแต่งงานกับบิดา แต่ด้วยความที่ท่านตาของหล่อนรักมารดาของหล่อนมากจึงให้ข้าวของมากมายแก่ธิดาและมอบเพชรเลิฟไดมอนด์ให้มารดาหล่อนแทนหัวใจรักของท่านและเป็นของขวัญแต่งงานระหว่างพ่อแม่ของหล่อนก่อนพวกท่านจะเดินทางมาตั้งรกรากในอเมริกา
พิจิกาเป็นลูกคนเดียวของบ้านแต่ด้วยตอนนั้นเจ้าฟ้าชายซึ่งเป็นพระโอรสของท่านตาพิจิกาและเป็นลุงของหล่อนไม่มีโอรสหรือธิดาทั้งที่อภิเษกสมรสมาพักใหญ่แล้ว... เพื่อป้องกันการถูกเจ้าฟ้าชายระแวงว่าท่านตาจะเอาพิจิกาไปเป็นทายาทในการสืบลำดับในการครองราชย์ในราชบัลลังก์โดยไม่รอทายาทของท่านลุงจนอาจจะเป็นเหตุให้เกิดการทำลายชีวิตกันขึ้นมาเมื่อมารดาคลอดพิจิกาแล้วท่านจึงนำพิจิกาไปฝากลูกน้องคนสนิทของบิดาที่คลอดลูกที่บ้านและเสียชีวิตให้รับหล่อนเป็นบุตรตามกฎหมาย
พิจิกานั่งฟังเรื่องเพชรเลิฟไดมอนด์จากเอ็ดเวิร์ด คนที่หล่อนเพิ่งรู้จักว่าเป็นบิดา เพราะหล่อนเติบโตและจำความได้ว่าหล่อนมีพ่อแม่ที่เลี้ยงมาและสนิทกับครอบครัวของเอ็ดเวิร์ด แต่เมื่อวันที่หล่อนเรียนจบพ่อแม่ที่เลี้ยงหล่อนมาก็บอกความจริงว่าหล่อนคือลูกที่แท้จริงของเอ็ดเวิร์ดกับภรรยา ส่วนพวกท่านเป็นลูกน้องคนสนิทของพ่อแม่ที่แท้จริงของหล่อนซึ่งรับเลี้ยงหล่อนเพื่อที่จะไม่แสดงสถานะที่แท้จริงของหล่อนให้ใครได้รับรู้เท่านั้น ตอนที่พิจิการู้เรื่องหล่อนรับไม่ได้และเสียใจมากจนหนีออกจากบ้านไปเป็นนางแบบอยู่พักใหญ่จนพอทำใจได้และรู้ว่ามารดาที่แท้จริงของตนเองไม่สบายหล่อนจึงค่อยกลับมาพร้อมกับการยอมรับที่จะเป็นลูกของเอ็ดเวิร์ดกับภรรยา โดยที่หล่อนก็ยังเคารพรักพ่อแม่ที่เลี้ยงดูมาไม่เปลี่ยน
มารดาที่แท้จริงของพิจิกาป่วยด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก ตอนที่หล่อนกลับมานั้นท่านยังไม่พ้นขีดอันตรายหล่อนจึงบอกตัวเองให้เข้มแข็งกับความเป็นจริงแล้วรีบกลับมาเพื่อดูแลมารดาบังเกิดเกล้า.. แต่ดูเหมือนว่าเอ็ดเวิร์ดไม่ได้เรียกตัวหล่อนมาเพื่อดูแลมารดาแต่เขากลับเรียกหล่อนมาเพื่อรับฟังข้อมูลของเพชรเลิฟไดมอนด์และชาติกำเนิดที่แท้จริงของหล่อนมากกว่าเสียอีก
“ลูกคือเจ้าหญิงน้อย ก่อนหน้านี้ท่านลุงของลูกยังไม่มีทายาทแต่ว่าก็มีการปรึกษาแพทย์เพื่อทำให้พระชายาของพระองค์ท้อง เมื่อท่านแม่ของลูกท้องจึงไม่อยากให้ลูกถูกนับเป็นหนึ่งสิทธิ์ของบัลลังก์แห่งชาร์จาจึงยกลูกให้คนสนิทเลี้ยงและปิดบังสถานะที่แท้จริงของลูกเพื่อมิให้ท่านลุงต้องคลางแคลงใจ แต่ถึงแม้ลูกจะไม่มีตำแหน่งในราชวงศ์อย่างที่ลูกควรได้รับแต่เราไม่อยากให้ลูกลืมชาติกำเนิด การมีเพชรเลิฟไดมอนด์พระราชทานจากพระหัตถ์ก็คือสิ่งยืนยันว่าลูกคือเจ้าหญิงซึ่งหากท่านลุงไม่มีรัชทายาทจริงๆ ลูกก็จะถูกนับไปในลำดับการสืบราชสันติวงศ์โดยใช้เพชรเลิฟไดมอนด์เป็นสิ่งยืนยัน ซึ่งพ่อพยายามจะเริ่มบอกลูกเรื่องที่ลูกเป็นลูกของพ่อและเรื่องเพชรนั่น”
พิจิกาคิดว่าเรื่องที่บิดาเล่าไม่ค่อยสำคัญอีกต่อไป เมื่อครอบครัวหล่อนก้าวผ่านเรื่องเช่นนั้นมาไกลขนาดนี้แล้ว หล่อนก็ไม่ได้สนใจตำแหน่งอะไรที่บิดาว่าด้วย
“นั่นไม่สำคัญมากนักหรอกค่ะพ่อเดือนไม่เสียใจที่ไม่ได้เป็นเจ้าหญิงอะไรนั่นเลย การเติบโตในประเทศเสรีที่มีพ่ออัสมานกับแม่มารี มีมอมอัยรากับแด๊ดเอ็ดเวิร์ดเท่านั้นที่เดือนต้องการ” นางแบบสาวยักไหล่ อัสมานกับมารีที่เลี้ยงหล่อนมาจนโตหล่อนก็นับเป็นบิดามารดาของหล่อน
สำหรับเอ็ดเวิร์ดและอัยราหล่อนก็รักมาตั้งแต่เด็กและทำใจยอมรับและรักพวกท่านในฐานะบิดามารดาได้ไม่ต่างกัน... หลังจากที่ทำใจได้เรื่องที่รู้จักพ่อแม่ทีหลังหล่อนก็คิดว่าตัวเองโชคดีที่มีพ่อแม่ตั้งสี่คน ในขณะที่คนอื่นไม่มีด้วยซ้ำ หล่อนจึงไม่คิดว่าตอนนี้หล่อนขาดอะไร เพียงแต่ว่าตอนนี้หล่อนอยากให้อัยราปลอดภัยนั่นคือสิ่งเดียวที่หล่อนต้องการตอนนี้
“ดีแล้วที่ลูกไม่ยึดติดกับสิ่งเหล่านั้น... เพราะพ่อไม่อยากให้ลูกเป็นทุกข์เหมือนแม่ของลูก”
บิดาของพิจิกาเล่าให้หล่อนฟังว่าเว็นเวิร์ธติดการพนันอย่างหนักและการต้องเลี้ยงดูให้คนในแก๊งมาเฟียสวามิภักดิ์กับเขาต้องใช้เงินที่มากมายจนเงินส่วนแบ่งที่ได้จากผลกำไรของกิจการครอบครัวที่เขามีหุ้นส่วนอยู่ครึ่งหนึ่งนั้นไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายเขาต้องเบียดเงินฝั่งของครอบครัวพิจิกาหลายล้านดอลลาร์จนบิดาของพิจิกาไม่ยอม เว็นเวิร์ธประสบวิกฤติทางการเงินอย่างหนักจนหมดทางจึงขโมยเพชรเลิฟไดมอนด์ที่ประเมินค่าไม่ได้ไปขายที่ตลาดมืดด้วยราคาเพียงน้อยนิดหนำซ้ำยังอ้างตัวว่าเป็นเอ็ดเวิร์ดจนผู้คนเข้าใจว่าเอ็ดเวิร์ดคือผู้ที่นำเพชรที่สวยงามแต่หาที่มาไม่ได้นั้นไปขายเสียเอง...
พออัยรามารดาของพิจิการู้ว่าเพชรเลิฟไดมอนด์หายไปนางก็สืบหาจนเข้าใจว่าเอ็ดเวิร์ดคือคนที่นำมันไปขายความเครียดจึงเกิดขึ้นประกอบกับที่เป็นโรคความดันสูงอัยราจึงถึงกับเส้นเลือดในสมองแตก โชคดีที่เอ็ดเวิร์ดพบเข้าก่อนและพามาโรงพยาบาลได้ทันและได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีจนมีโอกาสที่จะฟื้นมากกว่าเป็นเจ้าหญิงนิทราหรือว่าเสียชีวิต...
“ตอนที่พ่อมาพบอัยราแม่เราแทบไม่บอกพ่อว่าเกิดอะไรขึ้นเอาแต่พร่ำโทษว่าพ่อเอาเพชรที่แม่รักมากที่สุดไปขาย” เอ็ดเวิร์ดเล่าไปดวงตาแดงรื้นไปเมื่อนึกถึงคำพูดของภรรยาสุดที่รัก “ความจริงพ่อก็เพิ่งรู้เรื่องนั้นมาก่อนที่แม่ของลูกจะโวยวายเรื่องนี้แต่พ่อยังไม่ได้คิดว่าจะบอกอย่างไรดีเพราะเรื่องที่รู้จากเพื่อนมาว่าคนลือกันเรื่องพ่อเอาเพชรไปขายได้เงินมาหลายร้อยล้านมันจริงหรือเปล่า พ่อไม่นึกว่าแม่จะรู้ก่อนพ่อได้แต่พร่ำขอโทษและบอกความจริงว่าใครเป็นคนเอาไปขายพ่อพร่ำบอกว่าไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้นเพราะว่าครอบครัวเรามีเงินมากพอไม่ได้เอาเพชรไปขายเพื่อพยุงกิจการเพราะพิษเศรษฐกิจอย่างที่แม่เข้าใจ... ระหว่างที่พ่ออธิบายกับแม่พ่อสังเกตเห็นแม่พูดไม่ชัดดูลิ้นแข็งจะยกแขนตวัดมาตบพ่อก็เหมือนจะไม่ไหว...
ตอนที่พ่อพาแม่ไปรักษาความดันกับหมอ หมอเตือนเรื่องเส้นเลือดในสมองกับพ่อแล้ว... พ่อเลยรีบพาแม่ไปหาหมอและตรวจโชคดีที่เส้นเลือดที่แตกไม่ใช่เส้นเลือดใหญ่พ่อไม่อยากให้แม่ต้องเจอเรื่องเสียใจจนคิดมากให้ความดันขึ้นแล้วมีปัญหาอีก... ก่อนแม่จะเข้าไอซียูพ่อเลยสัญญาว่าจะเอาเพชรนั้นกลับคืนมาให้ได้”
พิจิกาน้ำตาคลอและหยดลงพร้อมกับน้ำตาบนดวงหน้าของบิดา... มารดาของหล่อนยึดติดกับเพชรเม็ดนั้นเพราะมีความทรงจำและมีความหมายมากมาย...
“อาเว็นเวิร์ธก็ทำกันได้ลงคอ” พิจิกาพึมพำ
“ตอนเกิดเรื่องนี้ขึ้นเว็นเวิร์ธก็รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ทำผิด” เอ็ดเวิร์ดเล่า“อาของลูกสืบจนไปพบว่าเพชรไปอยู่ในมือของบริษัทเจมส์ ไดมอนด์ด้วยราคาที่ไม่สูงขึ้นจากราคาขายมากนักเพราะว่าเศรษฐกิจประเทศอเมริกาไม่ดีแต่ความสวยงามล้ำค่าของเพชรทำให้มันได้รับความสนใจมากเลยไปตกอยู่ในมือของ อาเธอร์เจ้าของบริษัท เขาพอใจมันมากและไม่ได้ทำอะไรกับเพชรเพราะยังไม่มีแผนในหัว เว็นเวิร์ธไปหาอาเธอร์เพื่อเจรจาขอเพชรคืนแต่เกิดความเข้าใจผิดระหว่างเว็นเวิร์ธกับอาเธอร์เพราะอาเธอร์เข้าใจว่าเว็นเวิร์ธจะไปขอเอาเพชรคืนโดยที่ไม่คืนเงินให้เลยเกิดเรื่องขึ้น เว็นเวิร์ธยิงอาเธอร์ไปหนึ่งนัดด้วยความบันดาลโทสะในวันที่ไปเจรจากัน”
“พระเจ้า... แล้วเกิดอะไรขึ้นจากนั้นคะ” พิจิกาหน้าไร้สีเลือด ไม่นึกว่าการเจรจาจะทำให้เกิดการนองเลือดคนมุทะลุอย่างอาของหล่อนไปเจรจาขอเพชรคืนด้วยวิธีใดก็ไม่รู้ถึงได้เกิดเรื่องฟังดูก็รู้ว่ามันไม่ง่ายบิดาของหล่อนถึงได้ดูเครียดเคร่งเช่นนั้น
“ทางนั้นเขาโกรธมากน่ะสิ เขามีเพชรอยู่ในมือด้วย ถ้าพ่อรู้ว่าเว็นเวิร์ธจะไปทวงคืนด้วยคำพูดที่ไม่ดีทั้งที่ตัวเองก็เป็นคนผิดพ่อก็คงเป็นฝ่ายไปพูดแทนแล้วไม่อย่างนั้นคงไม่ปล่อยให้เรื่องมันยากขึ้นอย่างนี้...”
“แล้วเราไม่ไปเจรจากับเขาใหม่หรือคะ”
“ไม่ได้แล้ว ทางนั้นแค้นมากเพราะเขาคิดว่าเขาเป็นคนซื้อมา เราจะไปเอาคืนมาดื้อๆ ไม่จ่ายเงินพอเขาไม่ให้เราก็ยิงเขามันเกิดเป็นปัญหาใหญ่แบบนี้ทางนั้นเลยไม่เจรจากับเราและจะจัดงานเปิดตัวว่าเขามีเพชรนั้นอยู่ในมือโดยไม่เกรงใจใคร ตอนนี้ราคาเพชรในตลาดกลางอยู่ที่เป็นพันๆ ล้านเห็นจะได้อันที่จริงจะว่าเขาไม่ได้เพราะเขาไม่รู้ว่าเพชรนั้นสำคัญทางจิตใจกับเราแค่ไหน ความจริงแล้วเพชรสีชมพูนั้นคือเพชรที่ตัดแบ่งจากโคตรเพชรของท่านตาลูก จะทำขึ้นมาใหม่อีกอันที่เหมือนเดิมก็ได้แต่แม่ของลูกย่อมจำตำหนิและเพชรที่ล้อมเลิฟไดมอนด์ได้ทุกเม็ดมันอาจจะไม่ได้ทำให้แม่รู้สึกดีขึ้นมา”
“แสดงว่าเราต้องทำทุกวิถีทางให้ได้เพชรกลับมาใช่ไหมคะ” พิจิกานึกถึงมารดาบังเกิดเกล้าที่แพทย์กำลังดูอาการอย่างใกล้ชิดในห้องไอซียู อาการตอบสนองของนางยังไม่แน่ชัดเพราะเพิ่งเกิดเหตุไม่นาน คงต้องดูต่อไปว่าท่านจะฟื้นกลับมาได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าท่านฟื้นมาและรับรู้ได้ดีการได้เพชรคืนก็จะทำให้ท่านมีความสุขมากและไม่เครียดจนมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคอีก
“ถูกแล้ว เพราะเพชรนี้มีความสำคัญกับแม่ของลูกมาก ถ้าไม่ได้มันคืนพ่อก็คงไม่อยากมีชีวิตอยู่เห็นแม่ต้องเสียใจทุกข์ทนทรมานโดยที่พ่อไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลย”
เพชรสีชมพูที่หายากและเลอค่ายิ่งเป็นที่ต้องการของนายทุนโชคดีที่เพชรเลิฟไดมอนด์หรือเพชรสีชมพูรูปหัวใจของเขาถูกขายให้บริษัทเจมส์ ไดมอนด์ซึ่งเป็นบริษัทใหญ่โตและมีเพชรดีๆ ในมือมากมาย เลิฟไดมอนด์จึงไม่ถึงคราวต้องถูกเปลี่ยนแปลงตัวเรือนนำไปตัดแบ่งหรือว่าเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ให้หัวใจของอัยราแตกสลาย เป็นเรื่องดีที่เพชรอันงดงามทั้งทางกายภาพและทางจิตใจอยู่ในกำมือของอัครวัตร อาเธอร์ พงษ์ภวเมธากุล ปีเตอร์สัน เจ้าของบริษัทเพราะเขารวยมากจนอยากเก็บเพชรเม็ดนั้นไว้เองไม่อยากขายให้ใคร... และมันก็เป็นโชคร้ายของเอ็ดเวิร์ดที่เจ้าของเพชรเลิฟไดมอนด์คนใหม่ชอบเพชรเม็ดนั้นมากจนไม่ยอมขายคืนให้เจ้าของที่แท้จริงอย่างเขาไม่ว่าเขาจะเสนอเงินไปเท่าไหร่
“คุณพ่อไม่ลองเจรจาขอซื้อกลับเองอีกครั้งคะ... ถ้าเขารู้ว่าเราคือเจ้าของที่แท้จริงหรือไม่ก็เล่าเรื่องทุกอย่างให้เขาฟังเสนอราคาที่แพงกว่าตอนเขาซื้อนิดหน่อยเป็นค่าดอกเบี้ยเราน่าจะได้คืน....” หญิงสาวแนะนำบิดา
“สิ่งลูกบอกพ่อทำหมดแล้ว... แต่ว่ามันไม่ได้ผลแม้แต่จะเข้าถึงตัวอาเธอร์ก็ไม่ได้เขาคิดว่าพ่อคือเว็นเวิร์ธและเมื่อส่งคนอื่นไปเขาก็ไม่เปิดกว้างรับตอนนี้มันไปไกลจนเกินกู่กลับเพราะเขาประกาศว่ามีเพชรในมือและจะเปิดประมูลให้คนประมูลเพื่อการกุศลเหมือนจะบอกกลายๆ ว่าเพชรเม็ดนั้นไม่ได้สำคัญอะไรกับเขาเลยเขาจะบริจาคฟรีๆ ก็ได้แต่ไม่มีทางให้เรา”
“โธ่... แล้วเราต้องทำยังไงดีคะ”
“พ่อคิดไว้ว่าจะต้องเข้าประมูลเพชรนั้น ถ้าต้องทุ่มสุดตัวก็ต้องทำและพ่อก็จะขอร้องให้ท่านลุงของลูกทำเลิฟไดมอนด์อีกอันขึ้นมาเพื่อสำรองไว้ ถึงไม่ได้น้ำงามเหมือนอันเดิมก็คงดีกว่าไม่ทำอะไรเลย... อีกแผนที่พ่อวางไว้คือพ่ออยากให้ลูกไปเดินแบบในงานประมูลนั้นพ่ออยากรู้ว่าใครจะประมูลมันไปและให้ราคาเท่าไหร่พ่อมีลิมิตอยู่พันล้านแต่พ่ออยากให้ลูกแฝงตัวเข้าไปสืบข่าวว่าจะมีคนมาประมูลหรือเปล่าเพราะเดี๋ยวเราจะล้มละลายเอาได้ถ้าไม่รู้ข่าววงในก่อนว่ามีคนต้องการประมูลแข่งเราหรือไม่ เพราะ ณ วินาทีนั้นพ่อต้องทุ่มสุดตัวเพื่อประมูลเพชรอยู่แล้ว...”
สายตาของบิดาที่ดูเป็นห่วงมารดาอย่างยิ่งยวดทำให้พิจิกาไม่คิดว่าเรื่องนี้คือเรื่องเล็กน้อย บิดาหล่อนรักภรรยามากจนขนาดยอมทุ่มทรัพย์สินทั้งหมดที่มีเพื่อความสุขสบายใจของคนที่ท่านรัก... หล่อนซึ่งเป็นลูกที่ถึงแม้เพิ่งจะรู้ว่าตัวเองคือลูกที่แท้จริงของท่านทั้งสองแต่ก็รักและสนิทสนมกับพวกท่านมานานก่อนที่จะรู้ความผูกพันก็ย่อมมาก
สิ่งที่บิดาต้องการจะทำหล่อนจึงไม่คัดค้านแม้แต้น้อยและเห็นด้วยอย่างถึงที่สุด ความโกรธความน้อยใจที่เคยมีอันตรธานหายหมดเหลือเพียงแต่ความกตัญญูในหัวอกที่มันทำให้มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะช่วยมารดาของตนเอง...
“แล้วเดือนต้องทำอย่างไรบ้างคะ”
“งานแสดงเพชรที่อาเธอร์จะจัดขึ้นกำลังต้องการนางแบบหลายคนเขาเพิ่งเซ็นสัญญากับโมเดลลิ่งที่ลูกสังกัดอยู่ถึงยังไงลูกก็ได้เดินแบบที่งานนี้อยู่แล้วลูกต้องทำตัวให้โดดเด่นที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อให้ได้สวมเพชรสีชมพูถ้าหากทำได้พ่อจะอาศัยเปลี่ยนเพชรที่ทำขึ้นมาใหม่กับเพชรเส้นนั้นในวันงานนั่นเลยแต่ถ้าไม่ได้พ่อก็จะประมูลเพชรนั่นถ้าไม่มีใครมาแข่งราคา แล้วพ่อก็มีแผนสำรองอีกแผนคือพ่ออยากให้ลูกคุยกับผู้จัดการส่วนตัวเรื่องขอสมัครเป็นนางแบบคนล่าสุดของร้านมิราเคิล เจ็มที่อยู่ในเครือของเจมส์ ไดมอนด์ที่กำลังถือกรรมสิทธิ์ครอบครองเพชรเลิฟไดมอนด์อยู่ หากเราประมูลไม่สำเร็จเรายังมีทางเข้าถึงเพชรได้”
ถ้าเป็นเมื่อเดือนสองเดือนก่อนสิ่งที่บิดาบอกอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับ พิจิกาแต่ว่าเมื่อไม่นานมานี้หล่อนถูกเลือกให้เป็นนางแบบระดับท็อปเท็นของโลกในรอบปีนี้ด้วยรูปร่างหน้าตางดงามอันเกิดจากส่วนผสมที่มาจากหลายๆ เชื้อชาติทั้งทางฝั่งมารดาที่เป็นลูกครึ่งชาร์จา-ไทยบิดาเป็นลูกครึ่งชาร์จา-อเมริกัน วงหน้าที่คมคายดวงตากลมโตหวานซึ้งมีกรอบขนตาหนารับกับคิ้วโก่งตามธรรมชาติ จมูกโด่งสวยได้รูปราวกับปั้นแต่งด้วยประติมากรมือเอก เรียวปากบางเฉียบสีชมพูเข้มเป็นธรรมชาติบนสีผิวสีน้ำผึ้งอ่อนนวลเนียนเป็นสีเดียวกันทั้งตัวทำให้สีผิวหล่อนดูมีสุขภาพจนได้งานพรีเซนเตอร์เครื่องสำอางแบรนด์ท็อปไฟว์ของโลกแบรนด์หนึ่งโดยไม่ต้องแก่งแย่งกับใคร
โดยเฉพาะรอยยิ้มที่ช่างภาพแฟชั่นทั่วอเมริกาขนานนามให้นางแบบหน้าใหม่ของวงการที่กำลังจะก้าวไปได้ไกลอย่างหล่อนว่าเป็นรอยยิ้มที่ทำให้โลกสว่างขึ้นมาทันตานั้นทำให้หล่อนต้องเลือกที่จะปฏิเสธงานมากมายที่หลั่งไหลเข้ามาเพราะไม่อาจจัดคิวได้ทัน ความดังของหล่อนได้มาเพียงชั่วข้ามคืนหลังจากที่หล่อนหันหน้าเข้าวงการแฟชั่นอย่างแท้จริงเมื่อตอนที่มีปัญหาครอบครัวเพราะหล่อนต้องการทำงานที่หนักมากเพื่อให้ตนเองไม่ต้องฟุ้งซ่าน การมุมานะเรื่องงานครั้งนั้นทำให้หล่อนทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดของวงการอย่างรวดเร็วและเป็นที่ต้องการของสินค้าที่ต้องการนางแบบที่มาแรงอย่างหล่อนเป็นพรีเซนเตอร์ให้ และหนึ่งในงานที่เสนอมาต้องมีงานของร้านมิราเคิล เจ็มด้วยอย่างแน่นอน...
“คุณพ่อช่างวางแผนได้อย่างชาญฉลาดจริงๆ ค่ะเดือนหวังว่าเราคงได้เพชรคืนมานะคะ เราอาจจะสลับเปลี่ยนเพชรได้ยากในวันงานเพราะว่ามีคนคุ้มกันแน่นหนาแต่เดือนหวังว่าเราจะประมูลมันได้”
“พ่อก็หวังอย่างนั้น พ่ออยากได้เพชรนั้นคืนมาเหลือเกิน ความเลวร้ายทุกอย่างที่รายล้อมเราอยู่ย่อมต้องหายไปหลังจากที่เราได้เพชรนั้นกลับคืนมา” น้ำเสียงเศร้าๆ ของบิดาทำให้พิจิกาต้องกอดท่านไว้แน่นเพื่อให้กำลังใจและเป็นการบอกท่านว่าหล่อนอยู่ข้างๆ ท่านเสมอไม่มีวันทอดทิ้งท่านไปอย่างแน่นอน
“เดี๋ยวคุณพ่อรอเดือนอยู่ที่นี่ก่อนได้ไหมคะ... เดือนขอไปโทรศัพท์หาผู้จัดการก่อนจะได้คุยเรื่องงานทีเดียว” หญิงสาวขอตัวกับบิดาเพราะต้องรีบโทรไปเคลียร์กับผู้จัดการให้เลื่อนคิวให้หล่อนพร้อมยินยอมจ่ายค่าปรับที่จะเกิดขึ้นเพราะหล่อนต้องการที่จะหยุดงานของช่วงนี้จนกว่าจะเห็นมารดาฟื้นขึ้นมาและพ้นขีดอันตรายไปแล้ว...
พ้นร่างลูกสาวคนเล็กของเขาไปแล้วเอ็ดเวิร์ดก็ถอนหายใจเพื่อปลดปล่อยความเครียดทั้งหมดที่อัดแน่นอยู่ในหัวอกออกมา.. ดวงตาสีน้ำตาลหรี่มองตามลูกสาวไปความรู้สึกผิดที่ต้องดึงหญิงสาวเข้ามาตกอยู่ในอันตรายท่วมท้นในอก
ไม่นานนักมีชายสูงวัยพร้อมบอดี้การ์ดเกือบสิบคนเดินเข้ามายืนตรงหน้าเอ็ดเวิร์ด
“ผมพูดตามที่ท่านสั่งไว้ทุกอย่าง... หวังเพียงแต่ว่าเมื่อเราทำทุกอย่างตามที่ท่านต้องการพวกเราทั้งหมดจะปลอดภัย”
“นายไม่มีสิทธิ์ต่อรองเอ็ดเวิร์ด คนที่ควบคุมทุกอย่างทั้งหมดคือฉัน... ถ้าไม่อยากตายหมู่ทั้งครอบครัวก็ทำตามที่ฉันสั่ง พอฉันได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วพวกนายถึงจะได้สะกดคำว่าปลอดภัย จำเอาไว้”
ชายผู้ทรงอำนาจที่ควบคุมคำพูดและการกระทำทุกอย่างของเอ็ดเวิร์ดไว้หัวเราะเยาะและมองเอ็ดเวิร์ดด้วยสายตาที่เกลียดชังอย่างไม่ปกปิด... รู้สึกดีเหลือเกินที่ตอนนี้อยู่เหนือเอ็ดเวิร์ดหลายขุมและรู้สึกดีที่ทำให้เอ็ดเวิร์ดต้องเอาลูกสาวสุดที่รักเข้ามาร่วมแผนการรับความเสี่ยงพร้อมๆ กับมัน
ดี... เขาอยากให้มันทุกข์อยากให้มันเครียดจนเส้นเลือดในสมองแตกตายไปก่อนอัยราได้ยิ่งดี...
เสียงหัวเราะของคนที่เดินจากไปกลุ่มใหญ่ทำให้เอ็ดเวิร์ดกำมือแน่น... เกลียดความกดดันนี้เหลือเกินแต่เขาบอกกับตัวเองว่าเขาจะไม่มีวันยอมแพ้ชายผู้เป็นตัวแทนแห่งความร้ายกาจจากนรกคนนี้... เขาหวังมาตลอดว่าความดีที่เขาทำมาตลอดชีวิตจะชนะความชั่วร้ายของปิศาจในร่างคนอย่างมันให้ได้...
พิจิกาคุยกับผู้จัดการเรียบร้อยแล้วเดินกลับเข้ามาหาบิดาแค่เห็นท่านนั่งร้องไห้เครียดเคร่งอยู่ก็รู้ว่าท่านกดดันเป็นอย่างมากเพราะท่านไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้หล่อนเห็นเช่นนี้แม้แต่สักครั้งเดียวความเครียดครั้งนี้ของบิดามันคงมากมายหลายเท่าตัวหล่อนรีบเข้ามากอดปลอบบิดาอีกรอบและเอ่ยให้กำลังใจ...
“คุณพ่อคะคุณพ่อร้องไห้ทำไมหรือคะ... เรามีทางออกนะคะอย่าเครียดไปมากกว่านี้อีกเลย ...เดือนบอกผู้จัดการแล้วเขาต้องช่วยให้เดือนได้เข้าไปอยู่ในงานและเป็นพรีเซนเตอร์ตามแผนของคุณพ่อได้แน่นอนค่ะ...”
เอ็ดเวิร์ดได้แต่พยักหน้ารับเพราะเครื่องดักฟังของคนที่ชั่วร้ายราวกับผุดจากนรกติดตั้งไว้ที่เขาตลอดเวลาทำให้เขาไม่อาจพูดสิ่งใดที่อยากพูดได้เลยหูตาราวกับสับปะรดของพวกมันที่สอดแนมเขาอยู่ทำให้เขาไม่สามารถแม้แต่จะเขียนโน้ตเล่าความจริงให้ลูกสาวฟังเพราะนอกจากจะเสี่ยงที่พวกมันจะรู้พิจิกาต้องมีท่าทีที่แข็งกระด้างจนถูกจับได้และไม่ยอมให้ความร่วมมือทำให้เขาไม่อาจพูดได้... มันทรมานอย่างยิ่งยวดเหลือเกินที่พูดไม่ได้ว่าตอนนี้เขาไม่อยากให้ลูกสาวได้เพชรสีชมพูนั้นมาเลยเพราะนั่นมันจะหมายถึงหายนะอันยิ่งใหญ่...
แต่หากเพียงแค่พูดคัดค้านคำสั่งของผู้ที่ควบคุมเขาอยู่หรือแม้แต่แง้มความเป็นจริงให้ลูกสาวฟังจนไม่ยอมทำตามแผนของมันหลายชีวิตที่เป็นคนสำคัญต่อเขาและสำคัญมากที่สุดของประเทศชาร์จาจะต้องถูกทำลายลงไปทีละคนทีละคนอย่างน่าอาดูร...
เอ็ดเวิร์ดจึงอยู่ในสภาวะที่ไม่ต่างจากถูกหมุดปักตรึงเท้าไว้กับพื้นเจ็บปวดหนักหน่วงหากแต่ต้องฝืนก้าวเดินต่อไป ...
เอ็ดเวิร์ดได้แต่หวังเพียงว่าเรื่องมันคงจะจบลงเร็วๆ โดยไร้ซึ่งการสูญเสีย